วัน: 15 ตุลาคม 2025

สาวอ่างทองขอโชค ไอ้ไข่ วัดสนามชัย เลขเด็ดงวดนี้

ใกล้เข้ามาแล้วกับวันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล เหล่านักเสี่ยงโชคต่างแสวงหาเลขเด็ดกันยกใหญ่ ล่าสุดสาวอ่างทองเดินทางมาขอโชค “ไอ้ไข่” วัดสนามชัย จุดธูปเสี่ยงทาย “เลขเด็ดงวดนี้” หวังลุ้นรางวัลในงวด 16/10/68 นี้

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดสนามชัย ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ว่าเป็นไปอย่างคึกคัก มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไอ้ไข่” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการให้โชคให้ลาภ

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาขอโชคลาภในครั้งนี้คือ หญิงสาวชาวอ่างทองวัย 37 ปี ที่มาพร้อมความหวังในการเสี่ยงโชค เธอได้ทำการจุดธูปเสี่ยงทายเพื่อขอ “เลขเด็ดงวดนี้” จากไอ้ไข่ และได้ตัวเลข 184 ซึ่งเธอบอกว่าจะนำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อส่วนบุคคล

“ไอ้ไข่” วัดสนามชัย จุดธูปเสี่ยงทาย “เลขเด็ดงวดนี้”

สำหรับประวัติความเป็นมาของ “ไอ้ไข่” วัดสนามชัยนั้น หลวงพ่อสมหวัง เจ้าอาวาสวัดสนามชัย ได้อัญเชิญมวลสารจากไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช มาทำการหล่อรูป ซึ่งหลังจากนั้นก็เกิดกระแสความศรัทธาอย่างกว้างขวาง มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรกันอย่างเนืองแน่น และเมื่อสมหวังดังปรารถนาก็จะนำประทัด รูปปั้นไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก และของเล่นต่างๆ มาถวายแก้บน

ทำไมผู้คนถึงศรัทธา “ไอ้ไข่” วัดสนามชัย

ความศรัทธาใน “ไอ้ไข่” มาจากความเชื่อที่ว่าท่านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้โชคลาภ ช่วยเหลือผู้คนให้ประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน หรือแม้แต่เรื่องความรัก ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรอย่างไม่ขาดสาย

  • การขอพรจากไอ้ไข่ ควรตั้งจิตอธิษฐานด้วยความตั้งใจและศรัทธา
  • เมื่อสมหวังดังปรารถนา ควรกลับมาแก้บนตามที่ได้ให้สัญญาไว้
  • การทำบุญให้ทาน จะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

นอกจาก “ไอ้ไข่” วัดสนามชัย จุดธูปเสี่ยงทาย “เลขเด็ดงวดนี้” แล้ว ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ให้กราบไหว้ขอพรอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น หลวงพ่อสมหวัง พระประธานในอุโบสถ หรือ ท้าวเวสสุวรรณ ผู้ปกปักษ์รักษา

สำหรับใครที่กำลังมองหา “เลขเด็ดงวดนี้” การเดินทางไปขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพศรัทธา ก็อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเสี่ยงโชค แต่อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขต และไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณา และไม่ควรหลงเชื่อจนเกินไป การทำงานหนักและขยันหมั่นเพียรต่างหาก คือหนทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ที่มา – สาวอ่างทองมาขอโชค “ไอ้ไข่” วัดสนามชัย จุดธูปเสี่ยงทาย “เลขเด็ดงวดนี้” 16/10/68

10 อันดับ เลขเด็ด 16/10/68: เลขดังงวดนี้ ที่ใครๆ ก็ตามหา!

เปิด 10 อันดับ “เลขเด็ด 16/10/68” ขายดีงวดวันที่ 16 ตุลาคม 2568! แม่ค้าหวยกระซิบ “เลขดังงวดนี้” และ “เลขมงคล” ฮิตสุดๆ ใครยังไม่มีรีบเลย!

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ลงพื้นที่สำรวจแผงลอตเตอรี่ในกรุงเทพฯ และสอบถามพ่อค้าแม่ค้า พบว่าบรรยากาศการซื้อขาย “สลากกินแบ่ง” คึกคักเป็นพิเศษ ก่อนการออกรางวัลงวดวันที่ 16 ตุลาคม 2568 จากสำนักงานสนามบินน้ำ

ปรากฏว่า “เลขดัง” และ “เลขมงคล” เป็นที่ต้องการอย่างมาก จนราคาบางเลขพุ่งสูงและหมดเกลี้ยงแผงไปแล้ว! มาดูกันว่า 10 อันดับลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัวที่มาแรงในโลกโซเชียลมีเลขอะไรบ้าง:

  • 89
  • 09
  • 59
  • 93
  • 79
  • 68
  • 57
  • 15
  • 92
  • 14

นอกจากนี้ ยังมีเลขอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเช่นกัน:

เลขมงคล: 12, 73, 10, 28, 728, 495, 904, 973, 972, 475, 902

หลวงปู่ศิลา: 14, 81, 29, 88, 488

แม่ตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” วัดหลวงพ่อจ้อย: 854, 746, 35

เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”: 27, 72, 827

เลขปฏิทินจีน: 85, 57, 73, 857, 573

หวยไทยรัฐ: 5, 6, 2, 1, 9

10 อันดับ เลขเด็ด 16/10/68

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม “เลขเด็ด 16/10/68” ถึงได้รับความนิยมขนาดนี้? ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความหวังที่จะได้รับโชคลาภ และอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความเชื่อส่วนบุคคลที่สืบทอดกันมา

เลขดังงวดนี้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

จากข้อมูลที่รวบรวมมา จะเห็นได้ว่าเลขที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหรือเหตุการณ์สำคัญ มักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนี้ เลขที่ได้จากการเสี่ยงทายหรือจากความฝัน ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่มาของเลขเด็ดที่หลายคนให้ความสนใจ

สำหรับใครที่กำลังมองหา “เลขเด็ด 16/10/68” อยู่ ลองพิจารณาจากข้อมูลที่เรานำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลในงวดนี้

อย่าลืมติดตามชม “ถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ผ่านไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ได้ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หรือตรวจหวย 16 ตุลาคม 2568 ทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์

การซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นการลงทุนที่มาพร้อมความเสี่ยง ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและซื้อแต่พอดี เพื่อความสนุกและความบันเทิง

ที่มา – 10 อันดับ “เลขเด็ด” 16/10/68 แม่ค้าหวยบอก “เลขดังงวดนี้” โดนเหมาเกลี้ยงแผงแล้ว

สส. โวย! โยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์

สส.ปชน. 3 จังหวัด ประสานเสียงโยกย้ายผวจ.รอบล่าสุด สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถ ย้ำต้องกระจายอำนาจ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้ประชาชนในพื้นที่

วันที่ 15 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา สส.พรรคประชาชนจาก 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และภูเก็ต ได้สะท้อนปัญหาของการโยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถ ครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนผวจ.ที่เร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ จากปกติผวจ. มีวาระเฉลี่ยประมาณ 2 ปี ซึ่งถือว่าสั้นมาก ย้ายบ่อยจนคนในพื้นที่จำชื่อผวจ. ไม่ได้ มาครั้งนี้คนในพื้นที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผวจ.เปลี่ยนไปอีกแล้ว

โวยเปลี่ยน ผวจ. ต้องนับหนึ่งใหม่

เริ่มจาก น.ส.เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู สส.เชียงใหม่ เขต 1 พรรคประชาชน กล่าวว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการตอกย้ำอย่างชัดเจนว่าเชียงใหม่ต้องมีผวจ.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาและการจัดทำบริการสาธารณะที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ประชาชนอย่างทันท่วงที ขณะที่เชียงใหม่กำลังวางแผนระดับจังหวัดร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 รัฐบาลจะเปลี่ยนผวจ.เพื่ออะไร เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาส่วยสัญชาติ ที่มีเครือข่ายในการเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนที่มีสิทธิได้รับสัญชาติไทย จะจัดการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร รวมไปถึงการจัดทำระบบขนส่งสาธารณะที่ภาคประชาสังคมและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพยายามผลักดัน จะดำเนินการอย่างไรต่อ “เมื่อ ผวจ. ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการขนส่งทางบกระดับจังหวัดถูกสั่งย้าย ผวจ.คนใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่ง จะสานต่อเรื่องนี้ได้อย่างไร จะต้องนับหนึ่งอีกหรือไม่” น.ส.เพชรรัตน์ กล่าวและว่า

การโยกย้าย ผวจ.ในครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้ง แต่เป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งอาจทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวเชียงใหม่อาจต้องสะดุดหยุดลง

เชียงราย แก้สารพิษน้ำกกชะงัก

ด้าน น.ส.จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม สส.เชียงราย เขต 6 พรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า จังหวัดเชียงรายเคยประสบสถานการณ์ที่มีผวจ. รอเกษียณในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ปี 2567 ทำให้เกิดปัญหาการสั่งการล่าช้า ไม่ทันกับการรับมือภัยพิบัติ ครั้งนี้ก็เจอการเปลี่ยนผวจ.ในช่วงสถานการณ์ภัยพิบัติสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ทั้งที่ในระดับจังหวัดนั้นได้มีการประชุมขับเคลื่อนในเชิงประเด็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางและภายในจังหวัด จนตกผลึกเรื่องแนวทางการรับมือกับปัญหา กำลังจะเริ่มดำเนินการ กลับมีการเปลี่ยนผู้ว่า ซึ่งคนใหม่ก็ต้องทำความรู้จักพื้นที่และปัญหากันใหม่

ซัดย้ายตามอำเภอใจ

และล่าสุดที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้ประกาศอย่างชัดเจนบนเวที ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคนใหม่เป็นญาติของภรรยาของร้อยเอกธรรมนัส ซึ่งมาเป็นผวจ. ได้ 2 สัปดาห์ก็จะย้ายไปแล้ว พร้อมกับกล่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคนใหม่ที่จะย้ายมา ต้องเป็นคนที่ตัวเองสั่งการได้

“ตกลงการโยกย้ายตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดในแต่ละจังหวัด มีประชาชนอยู่ในสมการของการโยกย้ายหรือไม่ คำสั่งโยกย้ายนั้นมองถึงความรู้ความสามารถของผู้ว่าราชการคนดังกล่าวที่จะมาประจำในแต่ละจังหวัดหรือไม่ หรือเป็นเพียงการโยกย้ายตามอำเภอใจโดยที่ปัญหาของพ่อแม่พี่น้องถูกเตะถ่วงไว้ ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง การโยกย้ายตำแหน่งแบบนี้เพื่อประชาชนหรือเพื่อประโยชน์ตนเองกันแน่” น.ส.จุฬาลักษณ์ กล่าว

ผวจ.ภูเก็ต อยู่ 14 วันโดนย้าย

ส่วนนาย ฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต เขต 3 พรรคประชาชน กล่าวว่า ภายในเวลาเพียง 14 วัน จังหวัดภูเก็ตเปลี่ยนผวจ.ใหม่ เนื่องจากความต้องการของผู้มีอำนาจ ทั้งที่ผวจ.คนที่ผ่านมา เพิ่งจะมาทำความเข้าใจปัญหาต่างๆ ของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำ การจัดการพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน หรือการแก้ไขปัญหาจราจรแบบบูรณาการ โดยการเร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมครบทุกระบบ เพื่อรองรับการเติบโตของเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และยังมีการแก้ไขปัญหาที่รอดำเนินการอีกหลายเรื่อง เช่น การจัดการพื้นที่สาธารณประโยชน์ประเภทชายหาด ที่ต้องจัดการให้พ่อค้าแม่ค้าควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่ หรือการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนระหว่างรัฐกับประชาชน

ลั่นกระจายอำนาจดีที่สุด

พรรคประชาชนขอยืนยันว่า การกระจายอำนาจคือการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ดีที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ต้องเอาการแก้ปัญหาให้กับประชาชนและการพัฒนาที่ตรงความต้องการของประชาชนเป็นตัวตั้ง พิจารณาคุณสมบัติของข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับภารกิจดังกล่าวเป็นสำคัญ ไม่ใช่โยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถจากระบบอุปถัมภ์และเอื้อประโยชน์ให้กับเครือข่ายในกลุ่มของตน

โยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถ

การโยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถเป็นสิ่งที่ สส. จากพรรคประชาชนหลายจังหวัดออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พวกเขามองว่าการโยกย้ายที่ไม่โปร่งใสและรวดเร็วเกินไป ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง

ทำไมการโยกย้ายผู้ว่าฯ ถึงส่งผลกระทบ?

  • ความไม่ต่อเนื่องของโครงการพัฒนา
  • ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
  • การขาดความเข้าใจในบริบทของพื้นที่
  • การเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง

การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการพิจารณาถึงการกระจายอำนาจอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองอย่างแท้จริง

การโยกย้ายผวจ. สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถ ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – สส.ปชน. 3 จังหวัด ประสานเสียงโยกย้ายผวจ.สะท้อนระบบอุปถัมภ์เอื้อพวกพ้อง ไม่ได้ยึดความรู้ความสามารถ

ไข่ไก่ ซูเปอร์ฟู้ด กินปีละ 300 ฟองดีต่อสุขภาพ

เนื่องในวันไข่โลก (World Egg Day) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ย้ำถึงคุณประโยชน์ของไข่ไก่ และส่งเสริมให้คนไทยบริโภคไข่เพิ่มขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี โดยตั้งเป้าหมายการบริโภคไว้ที่ 300 ฟองต่อคนต่อปี การบริโภคไข่ไก่ให้ได้ตามเป้าหมายจะช่วยให้คนไทยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย

ดร.ปัทมาภรณ์ อักษรชู นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เผยว่า ไข่ไก่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าสูงและจำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น

  • มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก และป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและกระดูกในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
  • อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามิน B1, B2, B6, A, D, E รวมถึงแคลเซียมและฟอสฟอรัส
  • มีสารอาหารเฉพาะในไข่แดง เช่น เลซิติน (Lecithin) ที่ช่วยบำรุงสมอง รวมถึงลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) สารสำคัญที่ช่วยในการมองเห็น และป้องกันปัญหาสายตา

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ไข่ไก่จะมีประโยชน์ แต่สถิติการบริโภคของคนไทยยังค่อนข้างต่ำ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 236 ฟองต่อคนต่อปี ในขณะที่ประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่นบริโภคเฉลี่ย 323 ฟองต่อคนต่อปี และฮ่องกง 432 ฟองต่อคนต่อปี

ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการตั้งเป้าไว้ให้คนไทยบริโภคไข่ไก่เฉลี่ย 300 ฟองต่อคนต่อปี ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมาย กรมอนามัย จึงส่งเสริมและรณรงค์ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้คนไทยบริโภคไข่ไก่ให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ฟอง พร้อมแนะนำปริมาณการบริโภคที่เหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่มวัย ดังนี้

  • เด็กเล็ก (6 เดือน) ควรบริโภคไข่แดงบดครึ่งฟองทุกวัน
  • เด็กเล็ก (7 เดือน) ควรบริโภคไข่แดงครึ่งฟองวันเว้นวัน
  • เด็กเล็ก (8 – 12 เดือน) ควรบริโภคทั้งไข่ขาวและไข่แดงขนาดครึ่งฟอง เป็นเวลาวันเว้นวัน
  • เด็กอายุ 1 – 5 ขวบ, วัยเรียน, วัยรุ่น, วัยทำงาน, ผู้สูงอายุ ที่ร่างกายแข็งแรง, หญิงตั้งครรภ์ ควรบริโภคไข่ทั้งฟอง จำนวน 1 ฟองต่อวัน

ที่ผ่านมาหลายคนอาจมีความกังวลเรื่องคอเลสเตอรอลในไข่แดง ที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นได้ แต่ความจริงแล้วนั้น ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี สามารถกินไข่ได้วันละ 1 ฟอง หากต้องการกินมากกว่าวันละ 1 ฟอง ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ส่วนผู้มีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง ควรบริโภคไข่ไก่เพียง 3 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์

นอกจากนี้ควรบริโภคไข่สุก เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมอาหารได้เต็มที่ เพราะร่างกายย่อยไข่ดิบได้ยาก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ซาลโมเนลลา ที่ทำให้อาหารเป็นพิษ และเกิดอาการท้องร่วงได้

การบริโภคไข่ที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือ “ไข่ต้มสุก” เพื่อเลี่ยงการปรุงรสและการใช้น้ำมันทอดอาหาร ควรกินอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ รวมทั้งออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่กันไปด้วย

สำหรับวิธีการเก็บรักษาไข่ไก่ให้อยู่ได้นานและถูกวิธี เพื่อคงความสดใหม่และยืดอายุไข่ไก่ให้ได้นานที่สุด สามารถทำได้ดังนี้

1. การเก็บไข่ในตู้เย็นจะช่วยยืดอายุความสดได้มากกว่าการเก็บที่อุณหภูมิห้อง

2. ควรวางไข่โดยให้ด้านป้านหงายขึ้น และด้านแหลมลง เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง ไม่ไปติดกับเปลือกด้านบน ซึ่งจะช่วยให้ไข่แดงไม่เสียรูปทรงและเก็บได้นานขึ้น

3. ควรเก็บไข่ไว้ในกล่องเดิม หรือในชั้นวางไข่ที่อยู่ด้านในตู้เย็น ไม่ควรเก็บที่ประตูตู้เย็น เนื่องจากอุณหภูมิที่ประตูมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยเมื่อเปิด-ปิด ทำให้ไข่เสียเร็วขึ้น

4. ไม่ควรล้างเปลือกไข่ก่อนนำไปเก็บ เพราะจะทำให้สารเคลือบธรรมชาติบนเปลือกไข่หลุดออกไป ซึ่งเป็นตัวป้องกันไม่ให้เชื้อโรคและแบคทีเรียแทรกซึมเข้าไปในไข่ได้ ควรล้างก่อนนำมาปรุงอาหารเท่านั้น

นอกจากนี้ยังไม่ควรเก็บไข่รวมกับอาหารที่มีกลิ่นแรง เพราะเปลือกไข่มีรูพรุนเล็กๆ อาจดูดซับกลิ่นจากอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม หรือเครื่องเทศได้

ไข่ไก่ ซูเปอร์ฟู้ดประโยชน์สูง กรมอนามัยชวนบริโภคคนละ 300 ฟองต่อปี

กินไข่ไก่อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

การบริโภคไข่ไก่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี อย่าลืมทานให้หลากหลายและออกกำลังกายสม่ำเสมอนะคะ

ที่มา – ไข่ไก่ ซูเปอร์ฟู้ดประโยชน์สูง กรมอนามัยชวนบริโภคคนละ 300 ฟองต่อปี

บขส. จับมือไปรษณีย์ ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน

เตรียมเฮ! บขส. ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวบริการใหม่ล่าสุด ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน นำร่อง 14 ศูนย์ทั่วไทยแล้ววันนี้! ใครที่กำลังมองหาบริการส่งของที่รวดเร็วทันใจ ห้ามพลาดข่าวนี้เลย

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) พร้อมด้วย ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาร่วมกัน ส่งเสริม สนับสนุนการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนในการฝากส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น

นายอรรถวิท รักจำรูญ เผยว่า บขส. ได้ดำเนินแผนพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมั่นใจว่าพัสดุจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัย การร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

บขส. จับมือไปรษณีย์ไทย ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน

โครงการ “บขส. X ไปรษณีย์ไทย ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน” ถือเป็นมิติใหม่ของการขนส่งพัสดุที่รวดเร็วที่สุดในประเทศไทย โดย บขส. ได้นำร่องให้บริการ ณ ศูนย์รับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ 14 แห่ง ดังนี้:

  • 1. ศูนย์รับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ (จตุจักร)
  • 2. ศูนย์ฯ เชียงราย
  • 3. ศูนย์ฯ เชียงใหม่
  • 4. ศูนย์ฯ นครสวรรค์
  • 5. ศูนย์ฯ หนองคาย
  • 6. ศูนย์ฯ นครพนม
  • 7. ศูนย์ฯ มุกดาหาร
  • 8. ศูนย์ฯ สกลนคร
  • 9. ศูนย์ฯ นครราชสีมา
  • 10. ศูนย์ฯ หาดใหญ่
  • 11. ศูนย์ฯ ภูเก็ต
  • 12. ศูนย์ฯ เพชรบุรี
  • 13. ศูนย์ฯ สุราษฎร์ธานี
  • 14. ศูนย์ฯ ปัตตานี

และจะมีการขยายจุดให้บริการไปยังพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต นอกจากนี้ บขส. ยังได้เปิดจุดบริการรับฝากพัสดุภัณฑ์ EMS Point จำนวน 10 แห่ง โดย บขส. จะทำหน้าที่รับฝากรวบรวมพัสดุภัณฑ์ ส่วนไปรษณีย์ไทย จะเป็นผู้รับมอบพัสดุและนำจ่ายให้กับลูกค้า

การผนึกกำลังกับไปรษณีย์ไทยครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพในการให้บริการขนส่งรับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกภูมิภาคเข้าด้วยกัน ผ่านจุดศูนย์กลางสำคัญ เช่น สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2, เอกมัย และสายใต้ใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักของประเทศในการขนส่งผู้โดยสารและพัสดุในเส้นทางระยะไกล บขส. จะทำหน้าที่เป็นโครงข่ายขนส่งระยะกลาง (Middle-Mile Transporter) เชื่อมต่อพัสดุจากต้นทางของผู้ฝากในภูมิภาคต่างๆ เข้าสู่ระบบของไปรษณีย์ไทยอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานเดียวกัน

บริการ ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน รวดเร็วทันใจ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย และ บขส. ได้ผสานความร่วมมือนำศักยภาพทั้งเครือข่ายที่ครอบคลุม ความชำนาญด้านเส้นทาง และยานพาหนะ ที่สามารถรองรับการขนส่งได้ทั่วประเทศ มาพัฒนาบริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางในประเทศแบบ Hub to Door เป็นการต่อยอดมาจากการดำเนินงานร่วมกันในรูปแบบ Hub to Hub

บริการนำจ่ายสิ่งของถึงผู้รับปลายทางในประเทศแบบ Hub to Door จะเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ สามารถเชื่อมต่อสินค้าและพัสดุจากสถานีขนส่งของ บขส. เข้าสู่เส้นทางไปรษณีย์ และพร้อมนำส่งสิ่งของถึงมือผู้รับได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งยกระดับเครือข่ายโลจิสติกส์ของภาครัฐให้มีความเชื่อมโยงต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเปิดจุดให้บริการเพื่อนพี่ไปรฯ EMS Point รับฝากสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ณ สถานีเดินรถประจำจังหวัด/อำเภอของ บขส. จำนวน 10 แห่ง ถือเป็นอีกก้าวของการบูรณาการระบบโลจิสติกส์ภาครัฐ สร้างคุณค่าให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม และตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด สรุปง่ายๆ คือบริการ ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วันนี้ จะช่วยให้ชีวิตเราง่ายและสะดวกสบายขึ้นเยอะเลย

ใครที่สนใจบริการ ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับ – ส่งพัสดุภัณฑ์ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 โทร. 02 – 537 – 8480

ที่มา – บขส.ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย เปิดตัวบริการ ส่งพัสดุถึงบ้าน 1 วัน นำร่อง 14 ศูนย์ฯทั่วไทย

ดส. จับดาวติ๊กต็อก ขาย “พอตซอมบี้” และแฟนหนุ่ม

ตำรวจ ดส. บุกจับดาวติ๊กต็อกชื่อดัง และแฟนหนุ่ม ข้อหาลักลอบจำหน่าย “พอตซอมบี้” พร้อมยาเสพติดอื่นๆ อีกหลายชนิด งานนี้ทำเอาชาวเน็ตตกตะลึงไปตามๆ กัน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส.บช.น. ว่า พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก พร้อมของกลางเพียบ ทั้งหัวพอตซอมบี้ 116 หัว, ยาอี 47 เม็ด, แฮปปี้วอเตอร์ 6 ซอง (น้ำหนักรวม 44 กรัม), และคีตามีน 1 ถุง (น้ำหนักรวม 1.19 กรัม) โดยจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดมิเนียมหรูย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ตำรวจจับดาวติ๊กต็อกขายพอตซอมบี้

พ.ต.ต.ยศชนินทร์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจ กก.ดส.บช.น. ได้จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด “พอตซอมบี้” หรือ “พอตเอโท” ซึ่งเป็นบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสาร “เอโทมิเดท” ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 และจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย พร้อมยึดยาเสพติดและทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติดได้จำนวนมาก

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผล พบว่า น.ส.เอ ซึ่งเป็นดาวติ๊กต็อกคนดัง นอกจากจะรับรีวิวสินค้าทั่วไปแล้ว ยังมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่าย “พอตซอมบี้” ให้กับลูกค้าอีกด้วย จึงวางแผนเข้าจับกุมพร้อมกับแฟนหนุ่ม

ของกลางที่ตรวจยึดได้

ดส.บุกจับสาวดาวติ๊กต็อก และแฟนหนุ่ม ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า “พอตซอมบี้”

ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา ได้แก่ “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, แฮปปี้วอเตอร์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน, ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560.”

ทำไม “พอตซอมบี้” ถึงอันตราย?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไม “พอตซอมบี้” ถึงเป็นที่ต้องการและอันตรายถึงขนาดที่ตำรวจต้องบุกจับกุม จริงๆ แล้ว “พอตซอมบี้” หรือ “พอตเอโท” นั้น อันตรายกว่าบุหรี่ไฟฟ้าทั่วไปมาก เพราะมีส่วนผสมของสาร “เอโทมิเดท” ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท มีผลทำให้ผู้เสพรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ควบคุมตัวเองไม่ได้ และอาจนำไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ การลักลอบจำหน่ายยาเสพติดออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและเยาวชน ถือเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะเข้าถึงได้ง่ายและยากต่อการควบคุม ดังนั้น การจับกุมครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ และหวังว่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน

เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด และความสำคัญของการตระหนักถึงอันตรายของยาเสพติดทุกชนิด

ที่มา – ดส.บุกจับสาวดาวติ๊กต็อก และแฟนหนุ่ม ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า “พอตซอมบี้”

“สส.ไอซ์” วอน “กัน จอมพลัง” ช่วยไทยจากสแกมเมอร์

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกออนไลน์ เมื่อ “สส.ไอซ์” หรือ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาแชร์ข้อความของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่แท็กหา “กัน จอมพลัง” หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ เพื่อขอความช่วยเหลือให้เข้ามาจัดการปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ที่กำลังระบาดหนักในประเทศไทย โดยระบุว่า แม้แต่เสียงของพวกตนก็ไม่ดังพอที่จะไปถึง “อนุทิน-ธรรมนัส”

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เมื่อ น.ส.รักชนก ได้แชร์ข้อความของนายรังสิมันต์ ที่ระบุว่า “ผมอยากเชิญชวนผู้รักชาติ ช่วยกันตามหาคุณอนุทิน (อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) หายไปไหน ทำไมไม่จัดการแก๊งสแกมเมอร์ ถามหาคุณธรรมนัส (ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ว่าจะรับผิดชอบอย่างไรกับการปกป้องนายเบน สมิธ (เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์) อินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายช่วยใช้พลังตรงนี้กดดันรัฐบาลให้เร่งปราบ รับรองสะเทือนถึงพนมเปญ”

พร้อมกันนั้น น.ส.รักชนก ได้แท็กไปยัง กัน จอมพลัง พร้อมข้อความว่า “พี่กัน ได้โปรดช่วยประเทศนี้จากสแกมเมอร์ด้วยเถอะนะคะ เรารักชาติ และหวงแหนผลประโยชน์ของประเทศนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้นายกฯ อนุทิน หรือ คุณธรรมนัส ไม่ได้ยินเสียงพวกเราแล้วขอแรงพี่ด้วย ช่วยประเทศนี้ที”

งานนี้ กัน จอมพลัง ก็ไม่รอช้า ตอบกลับข้อความดังกล่าวทันทีว่า “ยินดีครับคุณไอซ์ และ ทีมงานพรรคประชาชน ผมขับเคลื่อนเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่ FC ผมเคยปล่อยตัวจากสะพานเมื่อปีที่ผ่านมาและเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ผม ผมได้ทำงานร่วมกับตำรวจ สอท. และช่วยประชาสัมพันธ์ตลอดว่าวิธีดูสายคอลเซนเตอร์อย่างไรและเป็น 1 อินฟลูเอนเซอร์ ผลักดันงานรีบโอนโจรยิ้ม ถ้าพรรคประชาชนอยากเอาเรื่องนี้ผมยินดีช่วยอย่างยิ่ง แต่หวังว่านักสิทธิจะไม่ออกมาขัดอะไรนะครับ และอยากให้ทำอย่างจริงจังไม่ใช่พูดแล้วไม่ได้ทำอะไรเราเสียเวลาเปล่า อยากให้ทำจริงๆครับ เพราะเรื่องกล้องริมชายแดนคราวที่แล้วคุณโรมและทีมงานพรรคประชาชนไปชายแดนกันเยอะเลยและบอกต้องติดที่ริมชายแดนสุดท้าย มูลนิธิ กันจอมพลัง เป็นคนติดครับถ้าจริงจังผมพร้อมเลยครับ”

“สส.ไอซ์” วอน “กัน จอมพลัง” ช่วยไทยจากสแกมเมอร์

ประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องนี้คือ การที่ สส. จากพรรคประชาชน หันมาขอความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอกอย่าง กัน จอมพลัง เพื่อแก้ไขปัญหาที่พวกเขามองว่ารัฐบาลยังไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกสิ้นหวังและความต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน การที่ สส. ไอซ์ ออกมาวอนขอความช่วยเหลือจาก กัน จอมพลัง นั้น บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถของ กัน จอมพลัง ในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมและการหลอกลวง

ทำไมต้อง “กัน จอมพลัง” ช่วยไทยจากสแกมเมอร์

คำถามที่เกิดขึ้นคือ ทำไมต้องเป็น กัน จอมพลัง? อะไรคือสิ่งที่ทำให้ สส.ไอซ์ และ สส.โรม มองว่า กัน จอมพลัง คือคนที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้? คำตอบอาจอยู่ที่ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของ กัน จอมพลัง ในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมและการช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากแก๊งสแกมเมอร์ รวมถึงความกล้าที่จะออกมาเปิดโปงและต่อสู้กับผู้กระทำผิด

นอกจากนี้ การที่ กัน จอมพลัง ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สส. เหล่านี้ หันมาขอความช่วยเหลือ เพราะเล็งเห็นว่า กัน จอมพลัง สามารถสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังได้

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาของ กัน จอมพลัง อาจไม่ได้ราบรื่นเสมอไป ดังที่ กัน จอมพลัง เองได้กล่าวไว้ว่า “แต่หวังว่านักสิทธิจะไม่ออกมาขัดอะไรนะครับ” ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า อาจมีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีการของ กัน จอมพลัง และอาจออกมาขัดขวางการทำงานของเขา

ความท้าทายในการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์

ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์เป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีหลายมิติ การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน การที่ สส.ไอซ์ และ สส.โรม ออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า นักการเมืองเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทน ความมุ่งมั่น และความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและช่วยเหลือเหยื่อที่ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ “สส.ไอซ์” แชร์ข้อความ “โรม” แท็กหา “กัน จอมพลัง” เพื่อให้ช่วยไทยจากสแกมเมอร์ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่สะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนและความต้องการที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไปจากสังคมไทย

ที่มา – “สส.ไอซ์” แชร์ข้อความ “โรม” แท็กหา “กัน จอมพลัง” บอกช่วยไทยจากสแกมเมอร์ด้วย

เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

เปิดเสียงสะท้อนจากร้านค้าต่างๆ ในวันแรกของการลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมหลายรายบอกว่าการลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีก็สำเร็จ แต่ก็มีบางร้านที่ประสบปัญหาลงทะเบียนไม่ได้ ต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร จึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบ

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า ทั้งร้านค้าใหม่และร้านค้าเดิม ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

ลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการร้านค้าต่างให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” พากันเข้าแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่บอกว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาอัปเดตและยืนยันข้อมูลไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จ

นางสาวสิริญา จำนงค์ภักดี แม่ค้าขายอาหารในตลาด กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาตั้งแต่แรก เมื่อมีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมอีก มองว่าจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แม้จะไม่ยั่งยืน แต่ก็ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ส่วนการลงทะเบียนวันนี้ก็ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นานในการยืนยันตัวตน แอปฯ ไม่ค้างหรือสะดุด

จากการสำรวจตลาด ยังมีร้านค้าอีกหลายรายที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากกังวลเรื่องข้อมูลรายได้ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะยืนยันว่าจะไม่เก็บข้อมูลรายได้จากโครงการนี้ แต่หลายคนยังไม่ไว้ใจ กลัวจะมีการเปลี่ยนนโยบายภายหลัง จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ

ธนาคารกรุงไทย คนแน่น พ่อค้าแม่ค้าต่อคิวลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าร้านค้าต่างๆ มารอต่อคิวลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ

นายสถาพร วัฒนไพโรจน์รัตน์ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท เตรียมการรับมือโดยการแจกบัตรคิว ให้เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและคำปรึกษาเพื่อความรวดเร็ว ส่วนใหญ่อยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าลืมรหัสผ่านบ้าง โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้าง โทรศัพท์ตกรุ่นบ้าง หรือลืมถ่ายรูปร้านค้า ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้จะเป็นโครงการที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ไม่มากก็น้อย ลงทะเบียนไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะยังดีกว่าที่ผ่านมา เศรษฐกิจแย่มาก เพราะโครงการคนละครึ่ง รัฐช่วยจ่ายครึ่ง ประชาชนจ่ายครึ่ง เงินจะหมุนเวียน แต่ครั้งนี้ให้น้อย ก็ยังไม่แน่ใจว่าเงินจะหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหน

ร้านค้าเดิมโวยเข้าไม่ได้ ฝากแก้ปัญหาที่ระบบ ดีกว่าให้ไปแออัดที่ธนาคาร

ที่จังหวัดขอนแก่น ร้านค้าส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งร้านค้ารายเก่าและรายใหม่ ที่ร้านติมตูนไอติมโบราณ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณใกล้เคียงต่างพากันมาสอบถามและทำการติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมทั้งการอัปเดตข้อมูล หรือการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งพบว่าบางรายสามารถยืนยันตัวตนและเข้าระบบได้ ในขณะที่บางรายไม่สามารถทำได้ ทั้งที่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐในมาตรการต่างๆ มาโดยตลอด

นางสาวฐิติญาณ จันทนภูผา เจ้าของร้านติมตูน ไอติมโบราณ ขอนแก่น กล่าวว่า ร้านตัดสินใจเข้าร่วมโครงการอีกครั้งเพื่อที่จะเสริมสภาพคล่องและมีรายได้จากโครงการดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาก็เข้าร่วมโครงการและมียอดการใช้จ่ายที่มากขึ้นกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมทันที และไม่กังวลเรื่องภาษีเพราะโดยส่วนตัวนั้นชำระอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางร้านที่ลงทะเบียนไม่ได้ ทั้งที่เคยร่วมโครงการกับรัฐบาลในเรื่องต่างๆ มาตลอด ซึ่งรัฐบาลก็ทราบว่าเริ่มเปิดให้ร้านค้าดำเนินการในวันนี้ ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม โครงการคนละครึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ระบบเดิม ธนาคารเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาคือร้านเดิมลงทะเบียนไม่ได้ และต้องไปติดต่อธนาคารเอง ลำพังร้านค้ารายใหม่ที่จะไปติดต่อกับธนาคารก็เยอะอยู่แล้ว และยังมีร้านเดิมที่มีปัญหาไปติดต่อกับธนาคารอีก จะยิ่งทำให้เกิดความแออัด อีกทั้งกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนร้านค้าเพียง 5 วัน (15-19 ตุลาคม) เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบมากกว่า ว่าติดขัดตรงไหน เพื่อให้ร้านค้าสามารถอัปเดตข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที

ปัญหาที่พบในการลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

  • ร้านค้าบางรายไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ ถุงเงินได้
  • ร้านค้าต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหา
  • ระบบอาจมีปัญหาหรือเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันตัวตน
  • ระยะเวลาการลงทะเบียนที่จำกัด อาจทำให้เกิดความแออัด

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของระบบการลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าต่างๆ ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า กวาดพระเครื่อง

ตำรวจ สน.บางโพงพาง รวบแล้วโจรบุกงัดห้องเช่า กวาดพระเครื่องดังหลายองค์! งานนี้ตำรวจ สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า พร้อมของกลางเพียบ ไปดูกันเลยว่าเกิดอะไรขึ้น

สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า กวาดพระเครื่องดังหลายองค์ เอามาแขวนเก็บไว้เอง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สน.บางโพงพาง สั่งการให้ทีมสืบสวน จับกุม นาย ประสิทธิ์ รักไทย อายุ 31 ปี ชาวจ.พิจิตร พร้อมของกลางหลายรายการ ได้แก่ พระเครื่องชื่อดังหลายองค์ เช่น หลวงพ่อพัฒน์, หลวงปู่เขียว, หลวงพ่อชุบ และอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งโทรศัพท์มือถือ, เสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า CBR 650R สีดำ

จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้บุกเข้าไปในห้องเช่าของผู้เสียหาย และกวาดทรัพย์สินมีค่า รวมถึงพระเครื่องไปจำนวนมาก โดยนำไปแขวนเก็บไว้เอง และบางส่วนได้มอบให้คนรู้จักไป ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้ที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในเขตสัมพันธวงศ์ กทม.

รายละเอียดการจับกุม สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568 นายพัฒนพงษ์ ทองสงค์ ผู้เสียหาย ได้แจ้งความว่าถูกลักทรัพย์ที่ห้องพักในซอยพัฒนาการ 1 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม. หลังรับแจ้งความ ทีมสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสืบสวนจนทราบตัวผู้ก่อเหตุและที่พักอาศัย นำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดของกลางได้ในที่สุด

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุได้นั่งดื่มน้ำกระท่อมกับเพื่อน และเห็นว่าห้องเช่าของผู้เสียหายไม่ได้ล็อกแม่กุญแจ จึงลองสะเดาะประตูเข้าไป และกวาดทรัพย์สินทั้งหมดที่พบ ไม่ได้เจาะจงว่าจะต้องเป็นพระเครื่องใดเป็นพิเศษ

รายการของกลางที่ตรวจยึดได้จากการ สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า ครั้งนี้:

  • พระเครื่อง หลวงพ่อพัฒน์ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงพ่อพัฒน์ ปล้องอ้อย 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง พ่อดำด้านหลังหลวงพ่อจ่าดำถือปืน 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงปู่เขียวหน้าหนวด 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงพ่อชุบวัดวังกระแจะ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงพ่อบุญให้ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงปู่ทวดหลังหน้าฮวงจุ้ย 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงพ่อทอง 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณเนื้อเงินหลวงพ่อพัฒน์ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงปู่แสน 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง ท้าวเวสสุวรรณ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงปู่เขียว 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง เสมาหลวงพ่อทบชนแตน 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง หลวงปู่ไป๋ 1 เหรียญ
  • พระเครื่อง เสือวัดปริวาส 1 เหรียญ
  • โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ราคา 19,900 บาท
  • เสื้อผ้าสวมใส่วันเกิดเหตุ
  • รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า CBR 650R สีดำ 1 คัน

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยใช้ยานพาหนะ” และ “รับของโจร” แก่นายประสิทธิ์ รักไทย

คดีนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ที่พักอาศัยในห้องเช่า หรือที่พักอาศัยอื่นๆ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการรักษาความปลอดภัยของทรัพย์สินมีค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรล็อคประตูให้แน่นหนา และติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิด เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้

หลังจาก สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า ได้สำเร็จ หวังว่าคดีนี้จะเป็นตัวอย่างให้มิจฉาชีพรายอื่นๆ เกรงกลัวกฎหมาย และหยุดการกระทำผิดเสียที

ที่มา – สืบบางโพงพาง จับแล้วโจรงัดห้องเช่า กวาดพระเครื่องดังหลายองค์ เอามาแขวนเก็บไว้เอง