วัน: 15 ตุลาคม 2025

เจอตัวแล้ว! หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น อ้างเสพเล่นๆ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงบนโลกออนไลน์ เมื่อมีข่าว เจอตัวแล้ว หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น แถมตรวจเจอฉี่ม่วงอีกด้วย! เรื่องราวนี้เริ่มต้นจากเหตุการณ์ที่หนุ่มใหญ่รายหนึ่งขับรถกระบะประกบรถจักรยานยนต์ของนักศึกษา พร้อมตะโกนข่มขู่ ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา และล่าสุด ตำรวจได้ติดตามตัวผู้ก่อเหตุได้แล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ทราบชื่อคือ นายกมล อายุ 44 ปี จากการตรวจปัสสาวะ พบสารเสพติดในร่างกาย นายกมลอ้างว่าไม่ได้ติดยา แต่แค่ “เสพเล่นๆ เหมือนกินข้าว”

เจอตัวแล้ว หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น อ้างเสพเล่นๆ เหมือนกินข้าว

นายกมลให้การว่า ในวันเกิดเหตุ ตนเองขับรถออกไปซื้อของ และขณะที่กำลังออกจากซอย ได้เจอกับนักศึกษา 2 คนขี่รถจักรยานยนต์อยู่ แล้วหันมามองหน้า ทำให้ตนเองไม่พอใจ จึงขับรถตามไปถามว่ามองอะไร พร้อมทั้งถามว่า “เคยข่มขืนผู้หญิงไหม” แต่ยืนยันว่าแค่ถามเฉยๆ ไม่ได้มีเจตนาจะข่มขู่

“เสพเล่นๆ เหมือนกินข้าว” คำอ้างของหนุ่มขู่เด็ก

คำกล่าวอ้างที่ว่า “เสพเล่นๆ เหมือนกินข้าว” ของนายกมล ทำให้หลายคนไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่สำนึกผิด และยังเป็นการลดทอนความร้ายแรงของการใช้สารเสพติดอีกด้วย นายกมลยังอ้างอีกว่า ตนเองไม่ได้ติดยา แต่การตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะเป็นเพราะแค่เสพเล่นๆ เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนนายกมลในเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ และการเคารพสิทธิของผู้อื่น การใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือทางวาจา ไม่เคยเป็นทางออกที่ดี และอาจนำมาซึ่งปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิมได้ นอกจากนี้ การใช้สารเสพติดยังเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะทำลายสุขภาพแล้ว ยังอาจทำให้ขาดสติ และก่อเหตุร้ายแรงได้อีกด้วย

ผลกระทบจากพฤติกรรมข่มขู่: พฤติกรรมข่มขู่ไม่ว่ารูปแบบใด ล้วนส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของผู้ถูกกระทำอย่างมาก อาจทำให้เกิดความหวาดกลัว วิตกกังวล และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้น เราทุกคนจึงควรช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขู่ในทุกรูปแบบ

ข้อคิดที่ได้จากเหตุการณ์: เหตุการณ์ เจอตัวแล้ว หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น ตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาการใช้ความรุนแรงและการใช้สารเสพติดในสังคมไทย เราทุกคนควรตระหนักถึงผลเสียของพฤติกรรมเหล่านี้ และร่วมมือกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

ความรับผิดชอบต่อสังคม: การกระทำของนายกมลสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่บกพร่อง การข่มขู่วัยรุ่นและการใช้สารเสพติดเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับ เราทุกคนมีหน้าที่ในการเป็นพลเมืองที่ดี และเคารพกฎหมาย

ในท้ายที่สุด หวังว่าเหตุการณ์ เจอตัวแล้ว หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น จะเป็นบทเรียนให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการมีสติและการควบคุมอารมณ์ รวมถึงการหลีกเลี่ยงจากสิ่งเสพติดที่จะนำมาซึ่งหายนะ

ที่มา – เจอตัวแล้ว หนุ่มขับกระบะขู่วัยรุ่น ตรวจเจอฉี่ม่วง อ้างเสพเล่นๆ เหมือนกินข้าว

หากมีคนป้อนบอล ฮอยลุนด์ยิง 25 ประตูต่อปีได้

ปีเตอร์ ชไมเคิล อดีตผู้รักษาประตูเชื่อว่า สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้แสดงให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เห็นถึงสิ่งที่พวกเขาเคยละทิ้งไปอย่างผิดพลาดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และราสมุส ฮอยลุนด์ เพื่อนร่วมทีมนาโปลีคนใหม่ของเขาก็จะทำตามในฤดูกาลนี้เช่นกัน

ดาวเตะวัย 22 ปีรายนี้ทำไปแล้ว 4 ประตูจาก 6 เกมให้กับทีมนำจ่าฝูงกัลโช่ เซเรีย อา นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขที่จะทำให้ดีลนี้เป็นถาวร

จำนวนดังกล่าวเท่ากับจำนวนประตูในพรีเมียร์ลีกที่เขาทำได้ให้กับยูไนเต็ดในฤดูกาลก่อนหน้า

แม็คโทมิเนย์ย้ายไปในทิศทางเดียวกันเมื่อ 12 เดือนก่อน โดยฟอร์มการเล่นที่พาต้นสังกัดคว้าแชมป์ในอิตาลี ทำให้กองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรีย อา และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์

ชไมเคิล ตำนานแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังคงงุนงงกับการตัดสินใจขายแม็คโทมิเนย์ และตั้งคำถามถึงความรอบคอบในการแยกทางกับราสมุส ฮอยลุนด์ เพื่อนร่วมชาติชาวเดนมาร์กของเขา หลังจากดึงตัวเบนจามิน เชสโก้ เข้ามา

“ที่ยูไนเต็ด คุณมีหัวหน้าโค้ช [รูเบน อโมริม] จากนั้นคุณก็มีผู้อำนวยการฟุตบอล [แดน แอชเวิร์ธ] ผู้อำนวยการด้านเทคนิคหรือตำแหน่งอะไรก็ตามของเจสัน วิลค็อกซ์ และคุณก็มีหัวหน้าฝ่ายสรรหา [คริสโตเฟอร์ วิเวลล์] ซึ่งมีอำนาจมาก” เขากล่าวในพอดแคสต์ของ BBC Sacked in the Morning

“คุณมีคนจำนวนมากที่ตัดสินใจว่าใครจะเข้ามา”

“ตัวอย่างเช่น การเซ็นสัญญาเบนจามิน เชสโก้ เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับผมเล็กน้อย เพราะเรามีราสมุส ฮอยลุนด์ ที่ขาดคนป้อนบอลมาเป็นเวลาสองปี”

“คุณแค่ต้องดูสิ่งที่เขาทำที่นาโปลี โดยมีเควิน เดอ บรอยน์ และสก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ เล่นด้วย เขายิงประตูได้”

“ผมพูดแบบนี้มาตลอดสองปีครึ่ง ราสมุส ฮอยลุนด์ จะเป็นกองหน้าที่ยิงได้ 25 ประตูต่อปีให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เขาต้องการคนป้อนบอล”

“เราปล่อยเขาไปตามสถิติที่เขาทำประตูได้น้อยมากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และดึงเชสโก้เข้ามาในช่วงเวลาที่เราดึงมาเธอุส คุนญ่า และไบรอัน เอ็มบูโม่ ซึ่งจะป้อนบอลชั้นดีให้กับฮอยลุนด์

“คุณใช้เงิน 70 ล้านปอนด์บวกกับเชสโก้ ในเมื่อเราไม่มีหมายเลข 6 ที่เราควรจะมี และยังมีตำแหน่งผู้รักษาประตูอีกด้วย”

“แค่ฤดูกาลนี้ฤดูกาลเดียว เราเสียไปแล้ว 9 ประตูจากความผิดพลาดของผู้รักษาประตู สมัยที่ผมเล่น สมัยที่เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์เล่น สมัยที่ดาบิด เด เคอาเล่น บทบาทคือการเก็บ 10 แต้มต่อฤดูกาล คุณต้องไม่เสียแต้มไปแบบง่ายๆ”

“ทำไมเราถึงดึงใครบางคนเข้ามาที่เราไม่ต้องการ? เพราะหัวหน้าฝ่ายสรรหามาจากไลป์ซิก [อดีตสโมสรของเชสโก้ด้วย] และเขาต้องสร้างผลงาน”

“สมัยที่ผมเล่น ผู้จัดการทีม [เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน] เป็นคนดูแล เขาบอกว่า ‘เอาคนนั้นเข้ามา เอาคนนั้นออกไป’ ตอนนี้เป็นคนอื่นที่มีวาระที่แตกต่างกันเป็นคนตัดสิน คุณจะสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคงได้อย่างไร เพื่อให้มีทีมฟุตบอลที่สามารถออกไปชนะทุกเกมได้?”

แม็คโทมิเนย์ทำไป 13 ประตูและทำ 6 แอสซิสต์ในการประเดิมฤดูกาลกับนาโปลี หลังจากที่อยู่กับยูไนเต็ดมาตั้งแต่สมัยเรียนประถม

เขามี 1 ประตูและ 1 แอสซิสต์จนถึงตอนนี้ในฤดูกาลนี้

“เขาทำอะไรอยู่ที่นาโปลี?” ชไมเคิลกล่าว ซึ่งเคยคว้าแชมป์ 5 สมัยในการเล่น 8 ฤดูกาลที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “เขาคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง

“ปัญหาคือความสารพัดประโยชน์ของเขา เพราะคุณมีผู้เล่นที่เล่นได้แค่ตำแหน่งเดียว ผู้จัดการทีมไม่ไว้ใจเขาที่จะสร้างทีมขึ้นมา พวกเขาต้องการผู้เล่นที่เนี้ยบ เขาตกเป็นเหยื่อของช่วงเวลานั้นครั้งแล้วครั้งเล่า”

“ฟิล เนวิลล์ก็คล้ายๆ กัน เขาไม่เคยได้ลงตัวจริง แต่เขาลงเล่นหลายเกมมาก เพราะเขาสามารถเล่นได้หลายบทบาท”

“ผมไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองคนถึงอยู่ที่นาโปลี คุณจะไม่มีใครที่มีความกระตือรือร้นต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากกว่าราสมุส ฮอยลุนด์ อีกแล้ว เขาเขียนเกี่ยวกับการเล่นให้กับสโมสรตั้งแต่เขาอายุ 10 ขวบ เขาเป็นแฟนบอลตัวยง”

“และแฟนๆ ก็รักเขาเพราะเขาทำงานหนักมากเพื่อทีมและเขาไม่เคยบ่นเลย”

หากมีคนป้อนบอล ฮอยลุนด์ยิง 25 ประตูต่อปีได้

ราสมุส ฮอยลุนด์ กับโอกาสในการยิง 25 ประตูต่อปี

ราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นนักเตะที่มีศักยภาพในการทำประตูสูงมาก แต่สิ่งสำคัญคือทีมต้องสนับสนุนเขาด้วยการป้อนบอลที่มีคุณภาพ ถ้าหากฮอยลุนด์ ได้รับโอกาสในการเล่นร่วมกับนักเตะที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์เกม เขาจะสามารถยิงประตูได้อย่างสม่ำเสมอและกลายเป็นกองหน้าที่อันตรายสำหรับทีมคู่แข่งได้อย่างแน่นอน

การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ฮอยลุนด์ ย้ายไปนั้น อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเขามีคุณสมบัติที่จะเป็นกองหน้าหมายเลขหนึ่งของทีมได้ หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม

ที่มา – ‘With service, Hojlund is a 25-goal-a-year striker’

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้าให้กำลังใจทหาร

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ให้กำลังใจทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ณ ช่องอานม้า พร้อมย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและกล้าหาญ

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 พล.ท.วีรยุทธ์ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี (ฉก.1 กกล.สุรนารี) บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี การเดินทางครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตรวจความพร้อมของหน่วย พบปะพูดคุย และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งในแนวหน้า เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวชื่นชมความกล้าหาญ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความเสียสละของกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลัง ความตอนหนึ่งของการกล่าวให้กำลังใจคือ “ทหารทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เสียสละ และยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรีในความเป็นทหารอาชีพ ขอให้เชื่อมั่นในภารกิจที่รับผิดชอบว่าทุกสิ่งที่ทำเพื่อความสงบสุขของประเทศ และพี่น้องประชาชน”

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ให้กำลังใจทหาร

นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำลังพล ไม่ว่าจะเป็นนายทหาร นายสิบ หรือพลทหาร ที่ฐานปฏิบัติการช่องอานม้า ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น

แม่ทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำกำลังพล

พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ ยังได้เน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายรักษาความพร้อมทั้งทางร่างกายและจิตใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความไม่ประมาท และยึดมั่นในวินัยทหารอย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ก็ได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพล โดยได้กล่าวว่า กำลังพลทุกนายคือกำลังสำคัญของกองทัพ ขอให้ภูมิใจในภารกิจที่ได้ทำเพื่อชาติ เพราะตราบใดที่พวกเรายังคงยืนหยัดทำหน้าที่ ก็จะไม่มีใครสามารถรุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยได้

ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีการยกเลิกการประชุม RBC ที่เดิมทีมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15-17 ตุลาคมนี้ พลโทวีระยุทธตอบเพียงสั้นๆ ว่า “ช่วงนี้ขอปิดวาจา จะขอทำมากกว่าพูด” โดยสาเหตุที่กองทัพภาคที่ 2 ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม RBC กับกัมพูชานั้น ทางเพจของกองทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงรายละเอียดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าประชาชนสามารถมั่นใจในกองทัพได้เต็มที่ กองทัพพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ 100%

การลงพื้นที่ของ แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่และความมุ่งมั่นของกองทัพในการดูแลความปลอดภัยตามแนวชายแดน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ไม่เพียงแต่เป็นการตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความพร้อมของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความสงบสุขของประชาชนอย่างเต็มที่ การที่แม่ทัพภาคที่ 2 เลือกที่จะ “ทำมากกว่าพูด” เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่ากองทัพกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

ที่มา – แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ช่องอานม้า ให้กำลังใจทหาร ปิดวาจา ขอทำมากกว่าพูด

แม่ค้าหวยใบ้! เลขดังงวดนี้ 16/10/68 ขายดีจนเกลี้ยงแผง

ใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดงวดนี้ห้ามพลาด! แม่ค้าหวยชื่อดังออกมาเปิดเผยแนวทาง “เลขดังงวดนี้ 16/10/68” ที่กำลังเป็นที่นิยมและขายดีจนเกลี้ยงแผงแล้ว ใครที่ยังไม่มีเลขในใจ รีบตามไปส่องกันเลย!

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศก่อนวันหวยออก ประจำงวดวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ตลาดภาษีซุง จังหวัดชัยนาท พบว่ามีนักเสี่ยงโชคจำนวนมากออกมาหาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขที่ตนเองชื่นชอบกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการออกรางวัล หลายคนต่างก็หวังที่จะเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ จึงรีบออกมาหาซื้อเลขเด็ดที่ตนเองหมายปองไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อรอลุ้นรางวัลในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้

เลขดังงวดนี้ 16/10/68 ที่ใครๆ ก็ถามหา

นางวันดี ขาวสนิท หรือ ป้าเหมียว แม่ค้าสลากฯ ได้เปิดเผยว่า เลขดังงวดนี้ 16/10/68 ที่มาแรงและเป็นที่ต้องการของนักเสี่ยงโชคอย่างมาก คือ เลขเฮลิคอปเตอร์ 3403 ซึ่งเป็นเลขที่ท่านนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ใช้ในการเดินทางมาลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ทำให้เลขชุดนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนเกลี้ยงแผงไปอย่างรวดเร็ว ส่วนที่เหลืออยู่บนแผงก็มีลูกค้าสั่งจองกันไว้หมดแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีเลขเด็ดจากโซเชียลมีเดียที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เลข 14, 488, 29, 80, 81 ซึ่งเป็นเลขอายุวัฒนมงคลของหลวงปู่ศิลา เลข 40, 16 ซึ่งเป็นเลขขบวนแห่รถบุพชาติองค์หลวงพ่อโต เลข 11, 15, 07, 08 ซึ่งเป็นเลขวันออกพรรษา เลข 67, 49 ซึ่งเป็นเลขช้างเหยียบ เลข 28, 12, 21 ซึ่งเป็นเลขทำบุญกฐินวัดตาก้อง เลข 68, 287, 78, 28, 87 ซึ่งเป็นเลขยอดบั้งไฟพญานาค เลข 45, 54 ซึ่งเป็นเลขนงูเหลือมบุกบ้านของกวาง กมลชนก และเลข 186, 896 ซึ่งเป็นเลขหินงูยักษ์ รวมถึงเลข 57, 27

เลขเด็ดคนดังงวดนี้มีอะไรบ้าง?

สำหรับเลขเด็ดจากคนดังในวงการบันเทิงและโลกออนไลน์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างมาก ได้แก่ เลข 39, 34, 38, 84, 98, 94 ซึ่งเป็นเลขจากเจนิสคลิปไวรัล เลข 46, 76, 45, 476, 475 ซึ่งเป็นเลขจากแม่น้ำหนึ่ง เลข 102, 04, 224, 91, 92 ซึ่งเป็นเลขจากน็อตตี้ เลข 102 ซึ่งเป็นเลขอายุครบ 102 ปี ชาตกาลหลวงพ่อคูณ เลข 141, 41, 14, 27, 427 ซึ่งเป็นเลข 141 ปีชาติกาลหลวงพ่อวัดปากน้ำ และเลข 24, 28, 54, 58, 32, 35, 92, 95 ซึ่งเป็นเลขม้าสีหมอก

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทาง “เลขดังงวดนี้ 16/10/68” ที่ทางแม่ค้าหวยได้รวบรวมมาให้เท่านั้น การตัดสินใจซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและความเชื่อส่วนบุคคลของแต่ละท่าน ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดนี้!

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อและดวงส่วนบุคคล ควรเล่นอย่างมีสติและไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนนะครับ ขอให้ทุกท่านโชคดี!

ที่มา – แม่ค้าหวยไม่กั๊ก บอกแนวทาง “เลขดัง” งวดนี้ 16/10/68 ที่ขายดีจนเกลี้ยงแผง

ป.ป.ช. ส่งคดีวัดนาป่าพงให้ ป.ป.ป. หลักฐานชี้ชะตา!

“บิ๊กเต่า” เผย ป.ป.ช. ส่งคดีวัดนาป่าพงกลับให้ ป.ป.ป. ทำต่อ! งานนี้สอบเส้นทางเงินพระ–มูลนิธิ–สีกา ขยายผลบัญชีกว่า 20 รายการ ส่วนหมายจับจะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐาน คดีวัดนาป่าพงนี้คาดว่าจะมีคำตอบในเร็วๆ นี้แน่นอน

วันที่ 15 ต.ค. 68 ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินของพระและวัดนาป่าพงว่า ตอนนี้สำนวนคดีวัดนาป่าพงทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ส่งกลับมาให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ป.ป.ป. เป็นผู้ทำเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการประสานอัยการสูงสุด เพราะเหตุเกิดทั้งในและนอกราชอาณาจักร และหลักฐานที่เอามาให้ล้วนเป็นหลักฐานเดียวกับที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมไว้ ตอนนี้กำลังรอรายการเดินบัญชีวัด ที่ได้มีการขอไปก่อนหน้า

ส่วนทนาย 2 ฝ่ายที่มาร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับรถ เส้นเงิน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า กองปราบได้ตรวจสอบเบื้องต้น และได้ยกสำนวนมาให้ ป.ป.ป. ดำเนินการ ส่วนบัญชีที่ขอไปก่อนหน้ากว่า 20 บัญชี เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินงาน “ขอให้เวลากับเจ้าหน้าที่หน่อย เรื่องนี้เกิดมาเป็น 10 ปีแล้ว” เส้นเงินเลยต้องใช้เวลาในการขอ และบางธนาคารส่งกลับมาไม่มีไฟล์ เลยต้องใช้เวลา ทั้งนี้ ผู้บัญชาการได้เน้นย้ำการทำคดีว่า ขอให้ทำงานแบบตรงไปตรงมาและเร็วที่สุด เราพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วน นางกัญญาภัค หรือ สีกา ที่เข้ามาพบพนักงานสอบสวนหลายครั้งนั้น เพราะมีข้อมูลหลายอย่างเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ทั้งเอกสารการถือหุ้น โดยใช้เงินมูลนิธิ และเอกสารอีกหลายอย่างที่อยู่กับสีกา และสีกายังยินดีเดินทางมาทุกเมื่อ หากมีการเรียกมาสอบจากพนักงานสอบสวน

ส่วนการพิจารณาหมายจับจะมีในเร็ววันนี้หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ต้องแล้วแต่ข้อมูลทางการเงินและรายการเดินบัญชีที่ได้มา เบื้องต้นจากข้อมูลที่ทนายนำมาให้ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ พนักงานสอบสวนเลยขอตัวจริงมา ยืนยันว่าไม่ได้หยุดทำ เราทำต่อเนื่องตลอด เชื่อมั่นว่าคดีนี้จะมีคำตอบในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

ป.ป.ช. ส่งคดีวัดนาป่าพงให้ ป.ป.ป. หลักฐานชี้ชะตา!

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับคดีวัดนาป่าพงที่หลายคนติดตามอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของคดีนี้ และบทบาทของผู้เกี่ยวข้องต่างๆ ในคดีนี้

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคดีวัดนาป่าพง

การที่ ป.ป.ช. ส่งคดีกลับให้ ป.ป.ป. ดำเนินการต่อ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของคดีนี้ และความจำเป็นที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น พระ, มูลนิธิ, หรือแม้แต่ สีกา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

  • เส้นทางการเงิน: การตรวจสอบเส้นทางการเงินกว่า 20 บัญชี ถือเป็นหัวใจสำคัญในการไขปริศนา คดีวัดนาป่าพง
  • พยานหลักฐาน: ข้อมูลและเอกสารที่ได้จากทนายความ และการให้ความร่วมมือของสีกา จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาออกหมายจับ
  • ความยุติธรรม: การทำงานอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

คดีนี้มีความซับซ้อนเนื่องจากเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกประเทศ การรวบรวมหลักฐานและการตรวจสอบบัญชีจำนวนมากจึงต้องใช้เวลาและความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการทำงานอย่างโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เป็นสัญญาณที่ดีว่าคดีนี้จะสามารถคลี่คลายได้ในที่สุด

การติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน และเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ เพื่อนำความยุติธรรมมาสู่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับคดีวัดนาป่าพง

ที่มา – ป.ป.ช. ส่งคดีวัดนาป่าพงกลับให้ ป.ป.ป. ทำต่อ มีหมายจับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐาน

รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย โหวตรับหลักการแค่ 2 ฉบับ

การประชุมร่วมรัฐสภาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับจากพรรคประชาชนและภูมิใจไทย แต่รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย เนื่องจาก สว. ลงคะแนนเสียงไม่ถึง 1 ใน 3 ทำให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาไม่รับหลักการร่างดังกล่าว

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 เวลา 14.52 น. ณ อาคารรัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หลังจากการอภิปรายเสร็จสิ้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ได้ให้สมาชิกลงมติว่าจะรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับหรือไม่ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1 ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน, ฉบับที่ 2 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย และฉบับที่ 3 ของนายชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย โดยเป็นการเรียกชื่อสมาชิกและลงคะแนนโดยเปิดเผย เนื่องจากมีร่างแก้ไขถึง 3 ฉบับ และเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาที่จะรับหลักการทั้ง 3 ฉบับ หรือรับฉบับใดฉบับหนึ่งก็ได้ ประธานรัฐสภาเห็นว่าการลงคะแนนควรแยกลงคนละฉบับ เพื่อให้สมาชิกที่อภิปรายลงคะแนนแบบไม่เสียสิทธิ์ โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกร่าง ทุกฉบับ พร้อมทั้งเชิญสมาชิกรัฐสภา 6 คน เป็นกรรมการตรวจนับคะแนน ประกอบด้วย พรรคประชาชน 1 คน พรรคเพื่อไทย 1 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคร่วมไทยสร้างชาติ 1 คน และวุฒิสภา 2 คน โดยมีผู้แสดงตนจำนวน 600 คน ถือว่าครบองค์ประชุม การลงมติจะต้องเป็นการขานว่ารับหรือไม่รับหลักการ หรืองดออกเสียง ในแต่ละฉบับ ทั้งนี้จะต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนรัฐสภา แต่ต้องมีเสียงของวุฒิสภา 1 ใน 3 คือ 66 เสียงด้วย จึงจะถือว่าผ่าน

รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย สส.-สว. โหวตรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ 2 ฉบับ

ผลการลงคะแนนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ:

  • ฉบับที่ 1 ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน:
    • รับหลักการ: 568 เสียง
    • ไม่รับหลักการ: 10 เสียง
    • งดออกเสียง: 74 เสียง
    • สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน: 108 เสียง
    • ผล: ที่ประชุมร่วมรัฐสภา “รับหลักการ”
  • ฉบับที่ 2 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย:
    • รับหลักการ: 629 เสียง
    • สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน: 167 เสียง
    • ผล: ที่ประชุมร่วมรัฐสภา “รับหลักการ”
  • ฉบับที่ 3 ของนายชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย:
    • รับหลักการ: 521 เสียง
    • สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน: 60 เสียง
    • ผล: ที่ประชุมร่วมรัฐสภา “ไม่รับหลักการ” ทำให้รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย

ทำไมรัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย?

เหตุผลหลักที่รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย คือ เสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไม่ถึง 1 ใน 3 ของจำนวน สว. ทั้งหมด แม้ว่าเสียงจากสมาชิกรัฐสภา (สส.) จะเกินกึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม ตามข้อกำหนด ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองสภาในสัดส่วนที่กำหนด

การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยไม่ผ่านความเห็นชอบในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญ และอาจนำไปสู่การปรับปรุงเนื้อหาหรือการเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยจะถูกรัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทยไป แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม

การลงมติในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ที่ต้องอาศัยความร่วมมือและการสนับสนุนจากทั้ง สส. และ สว. การที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

ที่มา – รัฐสภาตีตกร่างเพื่อไทย สส.-สว. โหวตรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ 2 ฉบับ

ออสซี่วางแผน พา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก

เมื่อต้นปีในวันที่อากาศร้อนระอุในบริสเบน เมลิสสา อันเดรียตตา ได้เขียนเป้าหมายของเธอสำหรับปี 2025 หนึ่งในนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษ

“เป็นหัวหน้าโค้ชของทีม SWNT”

ในขณะนั้น ผู้ช่วยผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย ไม่ได้อ้างอิงถึงตำแหน่งในทีมชาติหญิงสกอตแลนด์ที่ว่างลงเมื่อเร็วๆ นี้อย่างชัดเจน แต่เป็นบทบาท ‘ทีมชาติหญิงชุดใหญ่’ มากกว่า

เธอพร้อมที่จะก้าวกระโดดแล้ว

จะเรียกว่าลางสังหรณ์หรือพรหมลิขิตก็ได้ แต่สี่เดือนหลังจากจดลงในสมุดบันทึก อันเดรียตตาก็กำลังเดินทางออกจากชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียไปยังชายฝั่งตะวันตกของสกอตแลนด์

เดินทางไปกับเธอคือครอบครัวของเธอ ซึ่งรวมถึงลูกสาววัยแปดเดือน แม็กเคนซี โดยเธอได้อุทิศตนให้กับความท้าทายในการนำสกอตแลนด์ไปสู่ทัวร์นาเมนต์แรกนับตั้งแต่ปี 2019 ทันที

งานของเธอเป็นเรื่องท้าทาย แต่ครูเก่ารายนี้ได้ปีนป่ายภูเขามาบ้างแล้วเพื่อมาถึงจุดนี้

BBC Scotland ได้นั่งคุยกับหัวหน้าโค้ชเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ ความเป็นแม่ และแผนการใหญ่ของเธอสำหรับการพา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก ปี 2027

Passion not project & an underdog past

กล่าวได้ว่าเมื่อมีการประกาศชื่ออันเดรียตตาในเดือนเมษายน ในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งถาวรของเปโดร มาร์ติเนซ โลซา ชาวสกอตไม่กี่คนนักที่รู้จักเธอมากนัก

การค้นหาทางอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็วจะเผยให้เห็นอดีตกองกลางที่ใช้เวลา 10 ปีในบทบาทต่างๆ ของ Football Australia ซึ่งรวมถึงห้าปีล่าสุดในฐานะผู้ช่วยโค้ช Matildas รวมถึงผู้ชนะ W-League Premiership กับสโมสรบ้านเกิด บริสเบน โรอาร์

เป็นเรซูเม่ที่น่าประทับใจ ซึ่งรวมถึงรางวัลโค้ชแห่งปี 2018 ในลีกสูงสุดของประเทศ แต่ความลึกของถาดเอกสารที่รอเธออยู่นั้นครอบคลุม

สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยิบทีมที่กำลังตกต่ำในช่วงเปลี่ยนถ่าย หลังจากล้มเหลวในการเข้าถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งที่สาม

แต่นั่นไม่ได้ขัดขวางชาวออสเตรเลีย ซึ่งจะนำสกอตแลนด์พบกับสวิตเซอร์แลนด์ในเกมกระชับมิตรที่ดันเฟิร์มลินในวันที่ 28 ตุลาคม สี่วันหลังจากเดินทางไปพบกับโมร็อกโกที่คาซาบลังกา

“ยิ่งกระบวนการดำเนินไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งชัดเจนว่านี่ไม่ใช่แค่โครงการสำหรับฉัน แต่มันจะเป็นสิ่งที่ฉันจะหลงใหลมาก” เธอกล่าวกับ BBC Scotland Sport

สองเกมแรกทำให้ อันเดรียตตา เห็นได้ชัดว่าการพา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก มัน “จะไม่ใช่การเดินทางที่สมบูรณ์แบบและเป็นเส้นตรง”

แต่มันเป็นการเดินทางที่เธอตื่นเต้นที่จะเริ่มต้น และเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกว่าพร้อมที่จะเติบโตได้เนื่องจากการเดินทางที่ยากลำบากของเธอสู่จุดสูงสุด

“ประวัติศาสตร์ทั้งหมดของฉันคือ ‘หลังพิงกำแพง’ ‘มาทำกันเลย’ [ทัศนคติ] และฉันคิดว่าฉันเติบโตได้ดีในสถานการณ์เหล่านี้” เธอกล่าวเสริม

“ครอบครัวของฉันไม่ได้ร่ำรวย พ่อของฉันทำงานสี่อย่างเพื่อให้เราได้เรียนหนังสือ ดังนั้นสิ่งต่างๆ จึงยากลำบาก แต่ทุกอย่างเกี่ยวกับการทำงานหนักและการทุ่มเทความพยายาม”

“จากนั้น เมื่อคุณเป็นโค้ชที่ไม่ใช่อดีตผู้เล่นทีมชาติและเป็นผู้หญิงด้วย มันก็เป็นความท้าทาย ฉันต้องพิสูจน์ว่าฉันมีค่าควร”

“แต่สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดนำพาฉันมาสู่เส้นทางนี้ที่ฉันต้องต่อสู้เพื่อทุกสิ่งและได้รับทุกสิ่ง นั่นคือธรรมชาติของฉัน”

Motherhood, mentality & growth mindset

อันเดรียตตาจะอธิบายธรรมชาติของเธอว่า “มีการแข่งขัน อยากรู้อยากเห็น ห่วงใย และสงบ”

เป็นคุณลักษณะสี่ประการที่ช่วยเธอในการจัดการ และในปีที่ผ่านมา ในความเป็นแม่

แม็กเคนซีได้รับการต้อนรับสู่โลกเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และนอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการนอนหลับแล้ว เธอยังได้ “ยกระดับ” ทัศนคติของแม่ต่องานของเธอ

“เธอทำให้ฉันติดดินและเป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวอย่างน่ายินดี” อันเดรียตตากล่าวถึงลูกสาววัย 14 เดือนของเธอ “เธอเตือนคุณถึงสิ่งที่สำคัญจริงๆ และมันก็คุ้มค่ามาก”

“มันยังเตือนคุณถึงความรับผิดชอบของคุณ การปฏิสัมพันธ์ทุกครั้งที่คุณมีกับเธอหรือกับคนอื่นๆ สามารถมีผลกระทบได้ และฉันก็ตระหนักถึงเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก”

เป็นบทบาทล่าสุดที่ต้องให้ความสนใจกับการพัฒนา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางของชาวออสเตรเลีย ซึ่งกำลังศึกษาปริญญาโทด้านการฝึกสอนกีฬา

นอกเหนือจากการเป็นผู้ช่วยทีมชุดใหญ่แล้ว อันเดรียตตายังเป็นหัวหน้าโค้ชทีมหญิง U-23 คนแรกของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นโครงการที่อดีตครูรู้สึก “ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ก่อตั้ง”

เธอเชื่อว่าอาชีพของเธอในห้องเรียน “อาจเป็น” ไพ่โจ๊กเกอร์ของเธอ ในขณะที่ “คลังประสบการณ์ของคุณมอบความเชื่อมั่นนั้นให้คุณ”

“ฉันคิดว่าสมองของเราน่าทึ่งมาก และด้านจิตใจของเกมมีศักยภาพมากมาย” อันเดรียตตาอธิบาย “ฉันเชื่ออย่างมากว่าศักยภาพของผู้คนนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขาเชื่อ”

“ฉันคิดว่ามนุษย์กำลังพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และนั่นเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ฉันมีกับทีมนี้ คือการเปิดรับกรอบความคิดของการเติบโตของพวกเขาอย่างแท้จริง และร่วมกับแรงจูงใจ ความกระหาย และแรงผลักดันของพวกเขา เพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุสิ่งที่พวกเขาต้องการ”

“ฉันคิดว่ามันมาพร้อมกับพื้นฐานของฉันในฐานะครู”

Self-backing and breaking barriers

ในขณะที่อันเดรียตตาและทีมของเธอกำลังทำความรู้จักกัน พวกเขาต่างมีเป้าหมายร่วมกันที่สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือความเชื่อและความทะเยอทะยานที่จะกลับสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่

หลังจากเข้าถึง Euro 2017 และ World Cup ปี 2019 สกอตแลนด์ล้มเหลวในการใช้ประโยชน์จากโมเมนตัมนั้นและพลาดสามทัวร์นาเมนต์ล่าสุด

ความล้มเหลวล่าสุดคือการไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Euro ในช่วงซัมเมอร์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งอังกฤษเพื่อนบ้านเป็นผู้ชนะอีกครั้ง

อันเดรียตตาทราบดีถึงสิ่งที่ต้องใช้ไม่เพียงแค่การเข้ารอบเท่านั้น แต่ยังต้องแข่งขันในเวทีโลกอีกด้วย เธอยืนยันว่า สกอตแลนด์ มีสิ่งที่จำเป็น

“สิ่งที่ฉันเห็นคือผู้เล่นที่มีคุณภาพที่เรามี ความลึกที่เรากำลังสร้างและมองหาเพื่อให้แน่ใจว่าเรามี 23 คนที่แข็งแกร่ง เพราะนั่นคือสิ่งที่คุณต้องการ” เธอกล่าวเสริม

“ทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าคุณพยายามอย่างเต็มที่และสนับสนุนตัวเอง”

“เรากำลังพลิกทุกก้อนหินและมองไปที่ทุกรายละเอียดที่จะช่วยให้เราได้เปรียบ สิ่งที่แตกต่างที่จะพาเราผ่านกำแพงนั้นไปได้”

“มันจะเป็นภารกิจและมันจะยาก มันเป็นสิ่งที่เราต้องการ แต่เราต้องได้รับมันมา ฉันคิดว่าทุกคนพร้อมสำหรับความท้าทายนี้”

ห้าเดือนหลังจากทุ่มเทให้กับบทบาทนี้อย่างเต็มที่ อันเดรียตตาดูเหมือนจะมีอารมณ์ขุ่นเคืองและความกระตือรือร้นในการตอบคำถามของเธอเพื่อความเป็นเลิศ

หลังจากเสมอกับเนเธอร์แลนด์อย่างอบอุ่นในเดือนมิถุนายน แคโรไลน์ เวียร์ จากเรอัลมาดริด บอกกับ BBC ว่า อันเดรียตตา “เข้ามาด้วยพลังงาน ความกระตือรือร้น และความดีมากมาย เธอมีความเชื่อมั่นในตัวเรามาก และฉันคิดว่ามันแสดงให้เห็น”

ตอนนี้ขึ้นอยู่กับทีม สกอตแลนด์ ที่ทิ้งคำถามมากมายไว้โดยไม่ได้ตอบในช่วงหลังๆ เพื่อส่งมอบให้กับชาวออสเตรเลียที่มุ่งเป้าที่จะพา พวกเขา คืนสู่บอลโลก เวทีระดับนานาชาติ

พา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก

การที่ Melissa Andreatta เข้ามารับตำแหน่งโค้ชทีมชาติสกอตแลนด์ ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ในการ พา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก อีกครั้ง หลังจากที่พลาดการเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์สำคัญๆ ไปหลายครั้ง การวางแผนและการทำงานหนักอย่างมีเป้าหมาย จะเป็นกุญแจสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้

เป้าหมายหลักของ Andreatta คือการ พา สกอตแลนด์ คืนสู่บอลโลก 2027 ให้ได้ และเธอก็เริ่มวางแผนและปรับปรุงทีมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมมีความพร้อมและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ที่มา – The Australian with a masterplan to get Scotland back to World Cup

“อนุทิน” เร่งปราบสแกมเมอร์: โฆษกรัฐบาลยืนยัน

โฆษกรัฐบาล ยืนยัน “อนุทิน” เร่งปราบสแกมเมอร์ ใกล้ได้ตัวคนติดสินบน “ไชยชนก” 40 ล้านบาทแล้ว  พร้อมเผยนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือน สปป.ลาว กระชับสัมพันธ์จับมือปราบยาเสพติด -สแกมเมอร์

วันที่ 15 ต.ค. 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐทีวีว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายเรื่องเกี่ยวกับภัยสังคม โดยเฉพาะเรื่องสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 ภัยหลัก ที่นายกฯ ให้ความเป็นห่วง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ตำรวจไซเบอร์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ดำเนินการอย่างเข้มข้น ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ให้กระทรวงการต่างประเทศไปช่วยเหลือคนไทยจากภาคใต้ที่ถูกล่อลวงไปที่เมียนมา นอกจากนี้ เรื่องความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชาที่มีปัญหาอยู่ตอนนี้ นายกฯ ก็ได้มีหนังสือตอบกลับสหรัฐฯ ไปว่าเรื่องปัญหาสแกมเมอร์ระหว่างไทยกับกัมพูชา กัมพูชาก็ต้องมีท่าทีร่วมกับไทยในการแก้ปัญหาก่อนจะเริ่มเจรจาอย่างอื่น

อาจให้ทุนกำจัดต้นตอยาเสพติด

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) ที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปยัง สปป.ลาว ซึ่งเป็นการเดินทางไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรก ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด รัฐบาลไทยอาจจะไปให้ทุนเพื่อกำจัดสถานที่ หรือแหล่งตั้งต้นของยาเสพติดในลาว และเรื่องสแกมเมอร์ด้วย

ยันนายกฯไม่นิ่งนอนใจ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายอนุทินไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งได้รับแจ้งว่ามีคนไทยถูกสแกมเมอร์หลอกลวงประมาณ 10 กว่าราย ที่เมียนมา และได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการช่วยเหลือมาได้ภายใน 2-3 วัน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดและข้อมูลมูลค่าความเสียหาย

ใกล้ได้ตัวคนติดสินบน “ไชยชนก”

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลดำเนินการจริงมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปราบปรามเว็บเถื่อน เว็บพนันก็ถูกปิดไป และเรื่องที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้กล่าวตอบข้ออภิปรายของสมาชิกรัฐสภาเรื่องที่มีการติดต่อมาทางอ้อมเพื่อเสนอติดสินบน เดือนละ 40 ล้านบาท ให้ละเว้นการปราบปรามและจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และเว็บไซต์ผิดกฎหมายนั้น เร็วๆ นี้ ก็จะหาตัวเจอแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เห็นว่าท่านนายกฯ มีความตั้งใจจริง พร้อมยอมรับว่าสแกมเมอร์มาจากหลายที่หลายประเทศ เช่น กัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งหากอยู่ในอำนาจของรัฐบาลจะลงมือดำเนินการทันที

เยือน สปป.ลาวพรุ่งนี้

ทั้งนี้กำหนดการเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ตามคำเชิญของนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว การเยือนครั้งนี้นับเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี และมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องในวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ลาว

คุยร่วมมือต้านยาเสพติด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือทวิภาคีกับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว รวมถึงเข้าเยี่ยมคารวะนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป.ลาว เพื่อหารือแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ และต่อยอดความร่วมมือภายใต้หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เพื่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือในอนาคตระหว่างสองประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์อันใกล้ชิดในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนร่วมกัน

ในการเยือน สปป.ลาว ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะหารือในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน อาทิ ความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติด สาธารณสุข การศึกษา แรงงาน และการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน เพื่อกระชับมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน

“อนุทิน” เร่งปราบสแกมเมอร์

ความคืบหน้าล่าสุดในการปราบปรามสแกมเมอร์

จากข้อมูลล่าสุด โฆษกรัฐบาลยืนยันว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และมีความคืบหน้าในการติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อละเว้นการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเรื่องสแกมเมอร์อย่างมาก โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา

รัฐบาลจริงจังกับการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์

รัฐบาลชุดปัจจุบันภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสแกมเมอร์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนจำนวนมาก การดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ

การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากอาชญากรเหล่านี้มักใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนและมีเครือข่ายที่กว้างขวาง แต่รัฐบาลก็มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่และประสานความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม

ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว เป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาข้ามชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย การเดินทางเยือน สปป.ลาว ของนายกรัฐมนตรีจึงเป็นโอกาสอันดีในการกระชับความสัมพันธ์และหารือแนวทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน

รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามของสแกมเมอร์

ที่มา – โฆษกรัฐบาล ยืนยัน “อนุทิน” เร่งปราบสแกมเมอร์ ใกล้ได้ตัวคนติดสินบน “ไชยชนก” 40 ล้านบาทแล้ว

รวบแล้ว! **จับชายป่วนสุราษฎร์** โปรยใบปลิว

เกิดเหตุการณ์วุ่นวายในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อมีชายคนหนึ่งถูกจับชายป่วนสุราษฎร์จากการโปรยใบปลิวเตือนให้ระวัง “ระเบิด” โดยอ้างว่าแค้นใจที่ถูกตำรวจล็อกล้อรถ ตรวจสอบพบว่าเป็นอดีตทหารพรานที่มีอาการป่วยทางจิตเวช และยอมรับว่าจงใจสร้างสถานการณ์

พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการด่วนให้ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก. และ พ.ต.อ.พรณรงค์ การอรชัย ผกก.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เร่งสืบสวนกรณีที่มีผู้พบใบปลิวและโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์ก่อความไม่สงบ เนื่องจากข้อความในใบปลิวดังกล่าวระบุให้ระวังระเบิด

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการตรวจสอบและเก็บใบปลิวดังกล่าวไว้เป็นของกลางทันทีที่ได้รับแจ้ง และได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านความมั่นคง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาที่มาของใบปลิวดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อร่วมกันเร่งหาสาเหตุและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนอย่าตื่นตระหนก และหากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือทราบเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการ ให้รีบแจ้งสถานีตำรวจใกล้เคียง หรือแจ้ง 191 ทันที

ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก. ได้ร่วมสอบปากคำ นายประจวบ อายุ 60 ปี อดีตทหารพราน ชาว ต.บางโพธิ์ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังญาติได้นำตัวนายประจวบ เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้โปรยทิ้งใบปลิวดังกล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น นายประจวบยอมรับว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ร้านพิมพ์เอกสารดังกล่าว จำนวน 3,000 ใบ ในราคา 1,500 บาท หลังจากเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ได้เช่ารถตุ๊กๆ เพื่อใช้ในการรับส่งผู้โดยสารภายในงานประเพณีชักพระ และในช่วงเวลากลางวัน ได้ขับรถไปจอดบริเวณหน้าคลินิก บริเวณ ถ.ดอนนก ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรับยาจิตเวช

แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ทำการล็อกล้อ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) และเจ้าของรถเช่าและตนต้องเสียค่าปรับ ก่อนถูกยกเลิกสัญญาให้เช่าในทันที ทำให้เกิดความโกรธเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้สร้างสถานการณ์ในครั้งนี้ โดยไม่มีระเบิดแต่อย่างใด

หลังจากนั้น ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่พักอาศัยจำนวน 2 แห่ง แต่ไม่พบวัตถุระเบิด หรืออาวุธอื่น ๆ และพบว่านายประจวบเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่รับการรักษาที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือตกใจกลัว และข้อหาทิ้งขยะในที่สาธารณะ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด ทำการเปรียบเทียบปรับที่สถานีตำรวจ ก่อนปล่อยตัวกลับไป และกำชับให้ญาติดูแลอย่างใกล้ชิด

**จับชายป่วนสุราษฎร์** โปรยใบปลิว เตือนระวังระเบิด

เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่สุราษฎร์ธานีเป็นอย่างมาก การที่ชายผู้ก่อเหตุอ้างว่าแค้นใจที่ถูกตำรวจล็อกล้อรถ เป็นเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลในการสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้อื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการได้อย่างรวดเร็วในการจับชายป่วนสุราษฎร์รายนี้ และควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

ทำไมต้อง**จับชายป่วนสุราษฎร์**?

การกระทำของนายประจวบ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และเป็นการสร้างความปั่นป่วนให้กับสังคม การโปรยใบปลิวที่มีข้อความข่มขู่ว่าจะเกิดระเบิด เป็นการกระทำที่สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน และอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความวุ่นวายได้ การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับชายป่วนสุราษฎร์รายนี้ จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่า การกระทำด้วยอารมณ์ชั่ววูบ อาจนำมาซึ่งผลเสียที่ร้ายแรงได้ การควบคุมอารมณ์ และการแก้ไขปัญหาอย่างมีสติ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ทำการจับชายป่วนสุราษฎร์ นอกจากจะเป็นการลงโทษผู้กระทำผิดแล้ว ยังเป็นการเตือนสติสังคมให้ระมัดระวังในการแสดงออกถึงความไม่พอใจและการแก้ไขปัญหาต่างๆอีกด้วย

ที่มา – จับชายป่วนสุราษฎร์ ร่อนใบปลิวให้ระวัง “ระเบิด” อ้างแค้นใจที่ถูก ตร. ล็อกล้อรถ