อายัดเงินแก๊งคอลฯ คืนเหยื่อ: ได้เงินคืน 1 ล้าน!
ตำรวจ สภ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เผยกลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกเหยื่อโอนเงินกว่า 4 ล้านบาท ก่อนจะทำการโอนไปยังบัญชีปลายทางในประเทศกัมพูชา แต่ยังโชคดีที่สามารถอายัดเงินแก๊งคอลฯ คืนเหยื่อได้ถึง 1 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่ สภ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พล.ต.ต.พลาเดช เพ็ชรหว้าโง๊ะ ผบก.ภ.จว.มหาสารคาม พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภฤศ ภาสว่าง ผกก. สภ.กันทรวิชัย และชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์และบัญชีม้า พร้อมทั้งนำเงินจำนวน 1 ล้านบาทคืนให้กับผู้เสียหาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่ถูกหลอกโอนไปกว่า 4 ล้านบาท โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ใช้วิธีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปยังประเทศกัมพูชา โดยแสร้งว่าเป็นการโอนเงินชำระค่าสินค้า ครั้งละ 5,000 – 50,000 บาท หลายครั้ง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เมื่อ สภ.กันทรวิชัย ได้รับแจ้งความจาก นางมณีย์ ไชยชนะ ว่าเธอถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์มาหลอกลวง โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้า และแจ้งว่าจะทำการคืนเงินค่ามิเตอร์ไฟฟ้า จากนั้นได้หลอกลวงให้ นางมณีย์ ทำการแก้ไขข้อมูลในแอปพลิเคชันธนาคารบนโทรศัพท์มือถือของเธอ แล้วให้สแกน QR Code โดยอ้างว่าเป็นการสแกนเพื่อรับเงินคืน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการสแกนเพื่อจ่ายเงินออกไป โดยเงินได้ถูกโอนไปยังบัญชีม้าจำนวน 2 บัญชี ได้แก่ บัญชีของ น.ส.ณภัทร อายุ 36 ปี ชาวกัมพูชา (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี) เป็นจำนวนเงิน 1,498,989 บาท และบัญชีของ นายประยุทธ อายุ 45 ปี เป็นจำนวนเงิน 2,999,624 บาท ซึ่งถูกจับกุมตัวในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นเหตุให้ นางมณีย์ สูญเสียเงินรวมทั้งสิ้น 4,498,663 บาท เธอรู้ตัวว่าถูกหลอกหลังจากโอนเงินไปแล้วประมาณ 30 นาที จากนั้น พ.ต.อ.ภฤศ ภาสว่าง ผกก.สภ.กันทรวิชัย ได้แนะนำให้ผู้เสียหายติดต่อสายด่วน AOC 1441 โดยทันที เพื่อแจ้งอายัดเงินแก๊งคอลฯ และสามารถทำการอายัดเงินในบัญชีของคนร้ายได้กว่า 1 ล้านบาท
ต่อมา พ.ต.อ.ภฤศ ภาสว่าง ผกก.สภ.กันทรวิชัย ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม นำทีมโดย พ.ต.ท.กิตภากร ภูคำสอน รอง ผกก. สส.สภ.ยางสีสุราช, พ.ต.ต.นภสินธุ์ ธนเดชโชติอนันต์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองฯ, ร.ต.อ.ณัฐชนน ชุ่มมะโน รอง สว.สส.สภ.เมืองฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ทำการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ และสืบทราบว่าบัญชีม้าทั้ง 2 บัญชี ได้ทำการยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้มาไปยังบัญชีม้าอื่นๆ ต่อไป ซึ่งมี น.ส.ปนัดดา อายุ 26 ปี ชาว จ.มหาสารคาม เป็นเจ้าของ โดยมีการผูกการทำธุรกรรมผ่าน Western Union เพื่อโอนเงินที่ได้ไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัว และตั้งข้อหาเป็นผู้สนับสนุนผู้อื่นในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
อายัดเงินแก๊งคอลฯ คืนเหยื่อ: สำคัญอย่างไร?
การที่ตำรวจสามารถอายัดเงินแก๊งคอลฯ คืนเหยื่อได้สำเร็จนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการแจ้งความรวดเร็วและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ว่าการกระทำของพวกเขานั้นจะไม่สามารถเล็ดลอดสายตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
วิธีป้องกันตัวเองจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:
- อย่าหลงเชื่อใครง่ายๆ ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการขอข้อมูลส่วนตัว หรือขอให้ทำธุรกรรมทางการเงิน
- ตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวหรือทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ
- หากมีข้อสงสัย ให้ติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรง
- ติดตั้งแอปพลิเคชันป้องกันมิจฉาชีพบนโทรศัพท์มือถือ
- แจ้งความกับตำรวจทันทีหากตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราทุกคนต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าหลงเชื่อกลลวงของมิจฉาชีพ และควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ที่มา – อายัดเงินแก๊งคอลฯ คืนเหยื่อ 1 ล้าน หลังหลงกลโอนไปกว่า 4 ล้าน บัญชีปลายทางกัมพูชา














