วัน: 15 ตุลาคม 2025

OpenAI เตรียมเปิดใช้งาน “คอนเทนต์อีโรติก”

OpenAI เตรียมเปิดให้ผู้ใหญ่ใช้งาน “คอนเทนต์อีโรติก” บน ChatGPT ประกาศล่าสุดจาก OpenAI สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยี เมื่อพวกเขาเตรียมขยายขอบเขตการใช้งาน ChatGPT ให้ครอบคลุมเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “คอนเทนต์อีโรติก” หรือเนื้อหาเชิงเร้าอารมณ์ ซึ่งจะเปิดให้เฉพาะผู้ใช้งานที่ผ่านการยืนยันอายุแล้วเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายใหม่ที่ แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI กล่าวว่าต้องการ “ปฏิบัติต่อผู้ใหญ่ให้เหมาะสมกับวัย” โดยในโพสต์บน X เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา อัลท์แมนระบุว่า ChatGPT เวอร์ชันใหม่จะมีความสามารถในการ “ตอบสนองในลักษณะใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น” อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้หรือไม่ การตัดสินใจครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้คู่แข่งอย่าง xAI ของอีลอน มัสก์ ที่เพิ่งเปิดตัวแชตบ็อตเชิงเร้าอารมณ์สองตัวบนแพลตฟอร์ม Grok

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การเปิดตัว “คอนเทนต์อีโรติก” อาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้สมัครสมาชิกแบบชำระเงินให้กับ OpenAI ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจนำมาซึ่งแรงกดดันจากฝ่ายกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปกป้องเยาวชนจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

การตัดสินใจปรับนโยบายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทถูกฟ้องร้องเมื่อต้นปี โดยครอบครัวหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวหาว่า ChatGPT มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของวัยรุ่นอายุ 16 ปี เนื่องจากระบบไม่สามารถป้องกันการสนทนาเชิงภาวะซึมเศร้าได้อย่างเพียงพอ อัลท์แมนยอมรับว่า ในช่วงที่ผ่านมา OpenAI ได้ตั้งข้อจำกัดที่เข้มงวดกับ ChatGPT เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจิต แต่ในปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนาเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถ “ผ่อนคลายข้อจำกัดได้โดยไม่เสี่ยงต่อผู้ใช้งาน”

อัลท์แมนประกาศว่า “ในเดือนธันวาคม เราจะเริ่มใช้ระบบตรวจสอบอายุ (age-gating) อย่างเต็มรูปแบบ และเปิดให้มีเนื้อหาเพิ่มเติม เช่น คอนเทนต์อีโรติก สำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว”

OpenAI กับการเปิดตัว “คอนเทนต์อีโรติก”

อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบางรายได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับประเด็นนี้ เจนนี คิม จากบริษัทกฎหมาย Boies Schiller Flexner ตั้งคำถามว่า “OpenAI จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเด็กและเยาวชนจะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่เหล่านี้ได้” พร้อมระบุว่าบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ “กำลังใช้ผู้คนเป็นหนูทดลอง”

รายงานก่อนหน้านี้จาก TechCrunch เปิดเผยว่า มีบัญชีผู้ใช้งานที่ระบุอายุเป็นเยาวชนสามารถสร้างเนื้อหาอีโรติกได้ ซึ่ง OpenAI ได้ออกมายืนยันว่ากำลังดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว

ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อเยาวชน

นอกจากนี้ รายงานขององค์กรไม่แสวงหากำไร Centre for Democracy and Technology (CDT) พบว่า 1 ใน 5 ของนักเรียนเคยมีความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือรู้จักคนที่เคยมีประสบการณ์ดังกล่าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำหนดมาตรการด้านจริยธรรมของเทคโนโลยีอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เพิ่งคัดค้านร่างกฎหมายที่จะห้ามไม่ให้บริษัทพัฒนาแชตบ็อตสำหรับเด็ก โดยให้เหตุผลว่า “วัยรุ่นจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีโต้ตอบกับระบบ AI อย่างปลอดภัย” ในส่วนของรัฐบาลกลาง สำนักงานคณะกรรมการการค้าของสหรัฐฯ (FTC) กำลังสอบสวนการทำงานของแชตบ็อตที่มีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก

การประกาศของอัลท์แมนเกิดขึ้นในขณะที่ตลาดเทคโนโลยี AI กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนักลงทุน หลังจากที่เกิดคำถามเกี่ยวกับมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของบริษัทในอุตสาหกรรม แม้ว่า OpenAI จะมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่เคยมีกำไร

การตัดสินใจของ OpenAI ในการเปิดตัว “คอนเทนต์อีโรติก” บน ChatGPT ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการพัฒนา AI อย่างไรก็ตาม บริษัทจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างความสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและการปกป้องเยาวชนจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ความสำเร็จของ OpenAI ในเรื่องนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของเทคโนโลยี AI ในอีกหลายปีข้างหน้า

ที่มา – OpenAI เตรียมเปิดให้ผู้ใหญ่ใช้งาน “คอนเทนต์อีโรติก” บน ChatGPT

“บิ๊กโจ๊ก” บุกสภา ยื่นข้อมูลเพิ่ม จ่อฟ้อง ม.157

“บิ๊กโจ๊ก” บุกสภา ยื่นข้อมูลเพิ่ม กมธ.มั่นคง สอบ “บิ๊กต่าย” ใช้อำนาจมิชอบ จ่อฟ้อง 157 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร.หอบหลักฐานสำคัญ บุกสภายื่นข้อมูลเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคง หวังตรวจสอบการใช้อำนาจมิชอบของ “บิ๊กต่าย” พร้อมเตรียมฟ้องมาตรา 157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ความมั่นคง) ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) เป็นประธาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ในกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

“บิ๊กโจ๊ก” บุกสภา ยื่นข้อมูลเพิ่ม กมธ.มั่นคง สอบ “บิ๊กต่าย” ใช้อำนาจมิชอบ จ่อฟ้อง 157

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การมายื่นข้อมูลเพิ่มเติมในวันนี้ เป็นไปตามที่นายรังสิมันต์ได้ร้องขอ เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เอกสารที่นำมายื่นในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับช่วงเวลาที่ตนเองถูกออกคำสั่ง รวมถึงประเด็นที่ว่าในขณะนั้นตนเองถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลในการออกคำสั่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองมองว่าไม่เป็นไปตามกระบวนการปกติ

“โดยปกติแล้ว การตั้งคณะกรรมการวินัย จะต้องมีกรณีที่ผู้ถูกตั้งกรรมการถูกดำเนินคดีทางอาญา แต่กรณีของผมไม่มีการแจ้งข้อหาคดีอาญาใดๆ การที่ ผบ.ตร. ใช้อำนาจโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ถือเป็นการกลั่นแกล้งกัน” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว

เตรียมฟ้อง ม.157 เอาผิด “บิ๊กต่าย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเป้าหมายของการดำเนินการในครั้งนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตอบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย และตนเองได้ใช้สิทธิ์ในการฟ้องคดีอาญาในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาไปแล้ว นอกจากนี้ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า จะดำเนินการฟ้อง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ในความผิดตามมาตรา 157 ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

คดีนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

“บิ๊กโจ๊ก” บุกสภา ยื่นข้อมูลเพิ่ม กมธ.มั่นคง สอบ “บิ๊กต่าย” ใช้อำนาจมิชอบ จ่อฟ้อง 157 ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินคดีจะเป็นไปในทิศทางใด และจะส่งผลกระทบต่อองค์กรตำรวจอย่างไร คงต้องรอติดตามความคืบหน้าต่อไป

ที่มา – “บิ๊กโจ๊ก” บุกสภา ยื่นข้อมูลเพิ่ม กมธ.มั่นคง สอบ “บิ๊กต่าย” ใช้อำนาจมิชอบ จ่อฟ้อง 157

พบรอยเท้าไดโนเสาร์ 166 ล้านปี ในเหมืองอังกฤษ

นักบรรพชีวินวิทยาค้นพบแนวรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปีกินพืชขนาดใหญ่ หรือ ซอโรพอด ในเหมืองหินที่มณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ สหราชอาณาจักร มีความยาวรวมกว่า 220 เมตร ซึ่งถือเป็นร่องรอยไดโนเสาร์ที่ยาวและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบในทวีปยุโรป การค้นพบครั้งนี้ได้มอบเบาะแสสำคัญในการทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ทีมนักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ได้ค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์จำนวนหลายร้อยรอยที่เหมืองหินเดวาร์สฟาร์ม ใกล้เมืองบิสเตอร์ มณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ ขณะดำเนินการขุดหินปูน รอยเท้าเหล่านี้ถูกระบุว่าเป็นของไดโนเสาร์ตระกูลซอโรพอด (Sauropod) หรือไดโนเสาร์กินพืชสี่เท้าคอยาวและหางยาว ขนาดราว 16 เมตร และน้ำหนักอาจถึง 10 ตัน ทำให้การศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปีเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง

หนึ่งในรอยทางที่พบมีความยาวกว่า 220 เมตร ประกอบด้วยรอยเท้าเกือบ 100 รอย แต่ละรอยมีขนาดกว้างราว 1 เมตร นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเกิดจากไดโนเสาร์สายพันธุ์ Cetiosaurus ที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เมื่อราว 171–165 ล้านปีก่อน นอกจากนี้ยังพบรอยเท้า 3 นิ้วบางส่วนซึ่งอาจเป็นของไดโนเสาร์กินเนื้อในกลุ่มเมกาโลซอร์ (Megalosaur) ที่เคยล่าเหยื่อในพื้นที่เดียวกัน

ดร.ดันแคน เมอร์ด็อก จากพิพิธภัณฑ์ฯ ระบุว่า รอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปีเหล่านี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณขนาดและความเร็วในการเคลื่อนที่ของไดโนเสาร์ได้ โดยจากระยะก้าวและสัดส่วนของรอยเท้า พบว่าไดโนเสาร์คอยาวเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว 4–5 ไมล์ต่อชั่วโมง (ราว 6.4-8 กม./ชม.) หรือเทียบเท่าความเร็วเดินของมนุษย์ทั่วไป

เมื่อราว 166 ล้านปีก่อน พื้นที่ซึ่งเป็นมณฑลออกซ์ฟอร์ดเชียร์ในปัจจุบันมีภูมิอากาศคล้ายรัฐฟลอริดาหรือบาฮามาสในยุคใหม่ เป็นพื้นที่ทะเลตื้นและโคลนตมที่โผล่พ้นน้ำเป็นช่วง ๆ ไดโนเสาร์ยักษ์ใช้เส้นทางนี้เพื่อข้ามระหว่างเกาะต่าง ๆ ที่กระจายอยู่ในทะเลภายใน การค้นพบนี้ทำให้เราเห็นภาพของโลกในยุคจูราสสิกได้อย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์เคียร์สตี เอดการ์ จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมกล่าวว่า “นี่เป็นการค้นพบที่หายากมากในสหราชอาณาจักร เนื่องจากส่วนใหญ่เราพบรอยเท้าในพื้นที่ชายฝั่งขนาดเล็ก แต่ที่นี่กลับเป็นแหล่งรอยทางขนาดใหญ่ที่ให้ภาพรวมชีวิตของไดโนเสาร์ในยุคจูราสสิกได้อย่างชัดเจน”

ขณะนี้ทีมนักวิจัยกำลังบันทึกรายละเอียดของรอยเท้าอย่างละเอียดก่อนจะทำการฝังกลบเพื่อป้องกันการเสียหาย และยังไม่มีแผนเปิดพื้นที่ให้สาธารณชนเข้าชมในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม มีการหารือร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและบริษัทผู้ดำเนินกิจการเหมืองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขุดสำรวจเพิ่มเติมในอนาคต การค้นพบนี้กระตุ้นความสนใจในการศึกษาไดโนเสาร์และระบบนิเวศโบราณพบรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปี

ความสำคัญของการค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์

การค้นพบรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปีในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการบรรพชีวินวิทยา เนื่องจากรอยเท้าเหล่านี้ให้ข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้จากฟอสซิลกระดูกเพียงอย่างเดียว รอยเท้าช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจถึง:

  • พฤติกรรมการเคลื่อนที่ของไดโนเสาร์
  • ขนาดและน้ำหนักของไดโนเสาร์
  • สภาพแวดล้อมในยุคจูราสสิก
  • ปฏิสัมพันธ์ระหว่างไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ

ด้วยเหตุนี้ การศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปีจึงเป็นเหมือนการเปิดหน้าต่างบานใหม่สู่โลกที่หายไปเมื่อหลายล้านปีก่อน ทำให้เราได้เห็นภาพของสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่และระบบนิเวศที่ซับซ้อนที่เคยมีอยู่บนโลกใบนี้

การค้นพบนี้ไม่เพียงแต่ให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ แต่ยังกระตุ้นให้เกิดความสนใจในวิทยาศาสตร์และธรรมชาติในวงกว้าง เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจศึกษาเกี่ยวกับโลกและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้

ที่มา – พบรอยเท้าไดโนเสาร์อายุ 166 ล้านปี ยาวกว่า 200 เมตรในเหมืองอังกฤษ

กัมพูชาแจง! เกาหลีใต้ 80 คน ปฏิเสธกลับประเทศ

กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา เมื่อกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาออกมาชี้แจงกรณีมีชาวเกาหลีใต้ 80 คนถูกควบคุมตัว โดยอ้างว่าคนเหล่านี้ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศเอง พร้อมทั้งเผยแพร่คลิปวิดีโอของหญิงชาวเกาหลีใต้ที่ยืนยันว่าพวกเธออาศัยอยู่ในกัมพูชาอย่างมีความสุข เรื่องราวนี้มีความเป็นมาอย่างไร และมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาติดตามกันค่ะ

กัมพูชาแจงกรณี เกาหลีใต้ 80 คน ปฏิเสธกลับประเทศ

หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้แสดงความกังวลเกี่ยวกับพลเมืองของตนที่อาจถูกหลอกลวงเข้าไปในกัมพูชา และยังคงมีผู้สูญหายอีกราว 80 ราย กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาจึงออกมาตอบโต้ประเด็นนี้อย่างรวดเร็ว โดยมีการโพสต์ข้อความและวิดีโอผ่านทางเฟซบุ๊ก

โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา นายทัช สุขะ ได้ออกมาแถลงว่ามีชาวเกาหลีใต้ประมาณ 80 คนที่ถูกกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชาควบคุมตัวไว้ แต่บุคคลเหล่านี้ปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ แม้ว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้จะได้ติดต่อพวกเขาแล้วก็ตาม เขายังระบุอีกว่าไม่แน่ใจว่าผู้สูญหาย 80 คนที่สื่อเกาหลีใต้รายงานนั้น เป็นกลุ่มเดียวกับที่กรมตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยกัมพูชายังได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของชาวเกาหลีใต้ โดยระบุว่าตำรวจกัมพูชาได้จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนอย่างน้อย 3 คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรมดังกล่าว และกำลังจัดทำหนังสือชี้แจงอย่างเป็นทางการให้กับทางการเกาหลีใต้

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น กระทรวงฯ ยังได้เผยแพร่คลิปวิดีโอของผู้หญิงชาวเกาหลีใต้ 2 คนที่อ้างว่าพวกเธออาศัยอยู่ในกัมพูชามานาน และใช้ชีวิตและทำงานอย่างสงบสุข พวกเธอกล่าวว่าไม่ได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่น่ากลัวอย่างที่ปรากฏในข่าว อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาพูดของพวกเธอเป็นไปโดยสมัครใจหรือไม่ หรือเป็นเพียงการอ่านสคริปต์ที่ถูกเตรียมไว้

ประเด็นน่าสงสัยเกี่ยวกับกรณีชาว เกาหลีใต้ 80 คนที่ปฏิเสธกลับประเทศ

  • เหตุผลในการปฏิเสธ: ทำไมชาวเกาหลีใต้เหล่านี้ถึงปฏิเสธที่จะเดินทางกลับประเทศ? มีปัจจัยอะไรที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะอยู่ในกัมพูชาต่อไป?
  • ความปลอดภัย: ชีวิตและความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาเป็นอย่างไร? พวกเขาได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมหรือไม่?
  • ความจริง vs. การโฆษณาชวนเชื่อ: ข้อมูลที่ถูกนำเสนอโดยกระทรวงมหาดไทยกัมพูชามีความถูกต้องและเป็นกลางหรือไม่? มีความพยายามในการบิดเบือนความจริงหรือไม่?

สถานการณ์นี้ยังคงเต็มไปด้วยคำถาม และต้องการการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและสวัสดิภาพของชาวเกาหลีใต้ทุกคนที่อยู่ในกัมพูชา

เรื่องราวของชาว เกาหลีใต้ 80 คนที่ปฏิเสธกลับประเทศ ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องติดตามกันต่อไป การออกมาแถลงของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาอาจไม่ได้คลายความกังวลทั้งหมด แต่กลับจุดประกายคำถามใหม่ๆ มากมาย ที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนและโปร่งใส

ที่มา – มหาดไทยกัมพูชานั่งไม่ติดอ้าง ชาวเกาหลีใต้ 80 คนที่ถูกคุมตัว ปฏิเสธจะเดินทางกลับประเทศ

อัปเดต! เงินเดือนข้าราชการตุลาคม 2568 เข้าวันไหน

เช็กเลย! วันจ่ายเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำ เดือนตุลาคม 2568 รอบแรก รวมถึงเงินเดือนข้าราชการบำนาญ และเงินเดือนทหารกองเกิน จะโอนเข้าบัญชีวันไหนกันนะ?

เดือนตุลาคม 2568 เป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายวัน ใครที่วางแผนเที่ยว อาจจะต้องบริหารจัดการเงินเดือนข้าราชการให้ดี เพื่อให้เพียงพอตลอดทั้งเดือน แต่สำหรับข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เลือกรับเงินเดือน 2 รอบ ก็สบายใจได้เลย เพราะกรมบัญชีกลางจะดำเนินการจ่ายเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำ เดือนตุลาคม 2568 โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • โอนรอบที่ 1: จ่ายวันที่ 16 ตุลาคม 2568
  • โอนรอบที่ 2: จ่ายวันที่ 28 ตุลาคม 2568

การจ่ายเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำในปี 2568 นี้ ยังคงใช้ระบบการเลือกรับเงิน 2 รอบต่อเดือน ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 เพื่อให้ข้าราชการสามารถบริหารจัดการเงินในแต่ละเดือนได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่ไม่ประสงค์จะรับเงินเดือน 2 รอบ จะได้รับเงินเดือนในรอบที่ 2 ของเดือนนั้นๆ ตามปกติ

อัปเดตวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ เดือนตุลาคม 2568 โอนเข้าบัญชีวันไหน

สำหรับใครที่รอเงินบำนาญ เดือนตุลาคม 2568 กรมบัญชีกลางได้กำหนดวันจ่ายเงินบำนาญรายเดือนของผู้รับบำนาญไว้ในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 โดยจะมีการจ่ายเพียงรอบเดียวเท่านั้น

เงินเดือนทหารกองเกิน ตุลาคม 2568 เข้าวันไหน?

ในส่วนของการจ่ายเงินเดือนของทหารกองเกิน เดือนตุลาคม 2568 นั้น กรมบัญชีกลางได้กำหนดวันจ่ายเงินเดือนของทหารกองเกินเป็นวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568

สรุปวันจ่ายเงินเดือนต่างๆ เดือนตุลาคม 2568

  • เงินเดือนข้าราชการ (รอบ 1): 16 ตุลาคม 2568
  • เงินเดือนข้าราชการ (รอบ 2): 28 ตุลาคม 2568
  • เงินบำนาญ: 24 ตุลาคม 2568
  • เงินเดือนทหารกองเกิน: 7 พฤศจิกายน 2568

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ทหารกองเกิน และผู้รับบำนาญทุกท่านนะครับ วางแผนการใช้จ่ายให้ดี จะได้มีเงินใช้ตลอดทั้งเดือน!

ที่มา – อัปเดตวันจ่ายเงินเดือนข้าราชการ เดือนตุลาคม 2568 โอนเข้าบัญชีวันไหน

ลงทะเบียนร้านค้าคนละครึ่งพลัสผ่านแอปฯถุงเงิน

ร้านค้าเดิม ร้านค้าใหม่ สามารถลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568!

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดให้ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งหวังจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยโครงการมีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 มีจำนวนสิทธิสำหรับประชาชนประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าวงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาทจะหมดลง

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 โดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน และจะเริ่มรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 06:00 – 23:00 น.

ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

สำหรับร้านค้าถุงเงินที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ในปี 2565 และผ่านเกณฑ์ของโครงการแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่อัปเดตแอปพลิเคชันถุงเงินให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด และมองหาแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” แล้วกดเข้าไปได้เลย

หากไม่พบแบนเนอร์โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในแอปฯ ถุงเงิน ให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในฐานะ “ร้านค้าใหม่”

ขั้นตอนการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  • สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ
    1. เตรียมบัตรประชาชน
    2. รูปถ่ายร้านค้าที่เห็นรูปเจ้าของร้านขณะกำลังประกอบกิจการ
  • ร้านค้าบุคคลธรรมดา หรือวิสาหกิจชุมชน
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อยืนยันการประกอบกิจการจริง
  • ร้านค้านิติบุคคลรายย่อย หรือธุรกิจเฉพาะ
    1. นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อส่งตรวจข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ
  • นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่จุดบูธของกระทรวงมหาดไทยที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

สำหรับร้านค้าที่ยังไม่ได้เป็นร้านค้าถุงเงิน สามารถสมัครได้ที่สาขาธนาคารกรุงไทย หรือที่เว็บไซต์ www.ถุงเงินกรุงไทย.com จากนั้นกดสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน และเข้าร่วมโครงการฯ หรือ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

อย่ารอช้า! รีบลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน เพื่อรับโอกาสเพิ่มยอดขายและขยายฐานลูกค้าของคุณในช่วงปลายปีนี้ โครงการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับร้านค้าในการกระตุ้นยอดขายและสร้างความเติบโตทางธุรกิจ

ที่มา – ลงทะเบียนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ ถุงเงิน สำหรับร้านค้าเดิม

ทหารพรานจับกระบะขน **แรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา**

สระแก้วระทึก! ทหารพรานไล่ล่าสกัดจับรถกระบะลอบขน แรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา จำนวน 10 ราย ก่อนเสียหลักตกข้างทาง ผู้ต้องหารับสารภาพกลับบ้านเกิดไม่มีงานทำ ขาดรายได้ จึงตัดสินใจลักลอบมาหางานทำในฝั่งไทย

เมื่อเวลา 04.15 น. วันที่ 15 ตุลาคม 2568 กองกำลังบูรพา โดย ฉก.อรัญประเทศ และ ชค.ทพ.12 (ร้อย.ทพ.1206) ได้ทำการสกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว บริเวณเส้นทางระหว่างบ้านสลองคอง – บ้านกุดหิน ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

ชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจ ร้อย.ทพ.1206 และ ฉก.อรัญประเทศ ได้รับแจ้งข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา ที่ลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย จึงได้วางกำลังและตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้อโตโยต้า 4 ประตู สีขาว ทะเบียน กท 6903 สระแก้ว วิ่งมาบนเส้นทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด

ระหว่างการหลบหนี รถกระบะได้เสียหลักตกข้างทาง บริเวณบ้านสลองคอง ม.3 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบกลุ่มบุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถได้พากันวิ่งหลบหนีออกจากรถทันที เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามและควบคุมตัวผู้ที่วิ่งหลบหนีมาได้ทั้งหมด รวม 10 คน

จากการตรวจสอบพบว่าเป็นชาวกัมพูชา ประกอบด้วยชาย 6 คน หญิง 3 คน และผู้ติดตามเยาวชนหญิง 1 คน ทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมตัวผู้ขับขี่รถกระบะซึ่งเป็นชาวไทยได้อีก 1 คน

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้นำพาชาวไทยยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากชาวกัมพูชา ให้มารับกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวกัมพูชาที่บริเวณชายแดน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศไทย ส่วนแรงงานเถื่อนชาวกัมพูชาทั้ง 10 คนให้การว่า เดิมเคยทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเนื่องจากมาตรการคุมเข้มการเข้าออกชายแดน แต่เนื่องจากกลับไปแล้วไม่มีงานทำและขาดรายได้ จึงตัดสินใจติดต่อผู้นำพาชาวกัมพูชาให้พาเดินเท้าลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติข้ามมายังฝั่งไทย ก่อนที่จะมีผู้นำพาชาวไทยมารับช่วงต่อ จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด

ทหารพรานสกัดจับกระบะขน 10 แรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย หางานทำ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้นำพาชาวไทย พร้อมทั้งแรงงานเถื่อนชาวกัมพูชาทั้ง 10 คน ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ กองบังคับการ ร้อย.ทพ.1206 และจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปัญหาแรงงานต่างด้าวและการแก้ไข

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวที่ยังคงมีอยู่ถึงแม้จะมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประเทศเพื่อนบ้าน ในการสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อลดแรงจูงใจในการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อผู้กระทำผิด ทั้งผู้นำพาและผู้ที่ให้การสนับสนุน ก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ

การแก้ไขปัญหาแรงงานเถื่อนชาวกัมพูชาอย่างยั่งยืนต้องมองในภาพรวมของเศรษฐกิจและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

ที่มา – ทหารพรานสกัดจับกระบะขน 10 แรงงานเถื่อนชาวกัมพูชา ลักลอบเข้าไทย หางานทำ

พิชัยเตือน! ศุภจีงานหนัก สังคมคาดหวังสูง ตั้ง KPI


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาให้กำลังใจคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ พร้อมทั้งเตือนว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะสังคมมีความคาดหวังในตัวรัฐมนตรีคนใหม่สูงมาก หากทำผลงานได้ไม่ดี อาจทำให้ประชาชนผิดหวังอย่างรุนแรงและเสียชื่อเสียงได้ ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนลงมือปฏิบัติจริง

โดยนายพิชัยได้แนะนำให้คุณศุภจีกำหนด KPI หรือดัชนีชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน 4 เรื่อง ภายในระยะเวลา 4 เดือน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดย KPI ที่นายพิชัยเสนอมีดังนี้:

“พิชัย” เตือน “ศุภจี” งานหนัก ชี้สังคมคาดหวังสูง แนะตั้ง KPI 4 เรื่องใน 4 เดือน

  1. การแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ: ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น ข้าว มันสำปะหลัง และผลไม้ กำลังเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำ รัฐมนตรีต้องเร่งหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง
  2. การรักษาระดับการส่งออก: การส่งออกเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รัฐมนตรีต้องรักษาระดับการส่งออกให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ และหาตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย
  3. การเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU): การเจรจาเขตการค้าเสรีกับ EU เป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดส่งออกของไทย รัฐมนตรีต้องเร่งเจรจาให้แล้วเสร็จภายในกำหนด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงตลาดยุโรปได้ง่ายขึ้น
  4. การป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพไหลทะลักเข้าประเทศไทย และ การแก้ปัญหานอมินี: สินค้าด้อยคุณภาพและนอมินีเป็นปัญหาที่กัดกร่อนเศรษฐกิจไทย รัฐมนตรีต้องเร่งปราบปรามสินค้าด้อยคุณภาพและแก้ไขปัญหานอมินีอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผู้บริโภคและผู้ประกอบการไทย

นอกจากนี้ นายพิชัยยังได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการดำเนินงานในกระทรวงพาณิชย์ เช่น เรื่องการส่งข้าว 280,000 ตันไปประเทศจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผูกพันกับโครงการรถไฟความเร็วสูงตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย รวมถึงแนวทางการปลูกกล้วยหอมส่งญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างมาก

นายพิชัยยังกล่าวถึงเรื่องการส่งออกมันสำปะหลังไปจีน รวมถึงการจัดการราคาผลไม้ที่ราคาลดลงมากจากผลผลิตที่ออกมามาก และการแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนที่มีการปนเปื้อนสาร BY2 ที่สามารถแก้ไขได้จนส่งออกไปจีนได้อย่างเรียบร้อย

ทำไมต้องตั้ง KPI?

การตั้ง KPI สำหรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน สามารถวัดผลและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อประชาชนอีกด้วย

“พิชัย” เตือน “ศุภจี” งานหนัก ชี้สังคมคาดหวังสูง แนะตั้ง KPI 4 เรื่องใน 4 เดือน। เหมือนที่ได้กล่าวไว้ กระทรวงพาณิชย์มีเรื่องอีกมาก ซึ่งคงต้องใช้เวลานานกว่าจะแก้ไขได้ ดังนั้นจึงอยากเสนอเรื่องสำคัญเพียง 4 เรื่องนี้ในเวลา 4 เดือน ให้ รมว. พาณิชย์คนใหม่แสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อไม่ทำให้ประชาชนและกองเชียร์ที่คาดหวังไว้ต้องผิดหวัง และเชื่อว่าน่าจะต้องทำได้ โดยเมื่อสิ้นสุดรัฐบาลนี้แล้วจะได้มาวัดผลกันว่าผลงานเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ ขอให้กำลังใจ ขอให้ทำงานให้สำเร็จ

การที่นายพิชัยออกมาให้คำแนะนำและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ในอนาคต รัฐมนตรีควรรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน และนำมาปรับปรุงแนวทางการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “พิชัย” เตือน “ศุภจี” งานหนัก ชี้สังคมคาดหวังสูง แนะตั้ง KPI 4 เรื่องใน 4 เดือน

อังกฤษ-สหรัฐฯ คว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติ

การจับมือกันระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯ นำไปสู่การคว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชา ซึ่งเป็นปฏิบัติการสำคัญในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายอย่างมากต่อเหยื่อทั่วโลก เครือข่ายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการหลอกลวงออนไลน์ ทำให้เหยื่อสูญเสียทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท

อังกฤษ-สหรัฐฯ คว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชา

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 รัฐบาลอังกฤษและสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชา โดยพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่ดำเนินงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือข่ายเหล่านี้ถูกกล่าวหาว่าบริหาร “ศูนย์หลอกลวงออนไลน์” ขนาดใหญ่ ซึ่งใช้แรงงานที่ถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงเหยื่อผ่านทางออนไลน์

รัฐบาลอังกฤษระบุว่า ศูนย์เหล่านี้ตั้งอยู่ในกัมพูชา เมียนมา และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค โดยใช้โฆษณางานปลอมเพื่อล่อลวงเหยื่อให้มาทำงาน ก่อนที่จะถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การสร้างความสัมพันธ์รักออนไลน์ (Romance Scam) แล้วชักชวนให้เหยื่อลงทุนในแพลตฟอร์มคริปโตปลอม ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับผู้คนจำนวนมากทั่วโลก

นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ กล่าวว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเหล่านี้กำลังทำลายชีวิตของผู้คนจำนวนมาก และนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนเพื่อฟอกเงิน

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า การคว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชาครั้งนี้เป็นปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของภูมิภาค โดยพุ่งเป้าไปที่บุคคลกว่า 146 คนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม “Prince Group” ซึ่งอังกฤษก็ได้ทำการคว่ำบาตรเช่นกัน

เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีผู้ต้องสงสัย

รายงานข่าวระบุว่า รายชื่อที่ถูกคว่ำบาตรประกอบด้วยบุคคลและนิติบุคคลรวม 12 ราย หนึ่งในนั้นคือนายเฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีน-กัมพูชา วัย 38 ปี ประธานกลุ่ม Prince Group ซึ่งถูกสหรัฐฯ ตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดฉ้อโกงผ่านระบบสื่อสาร และฟอกเงิน ตามหมายฟ้องจากศาลรัฐบาลกลางในบรู๊กลิน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า นายเฉินและพวกได้จัดตั้งค่ายแรงงานบังคับในกัมพูชา กักขังผู้คนไว้เพื่อให้ทำการหลอกลงทุนคริปโต โดยต่อมานำเงินที่ได้ไปฟอกผ่านธุรกิจพนันออนไลน์และเหมืองขุดคริปโต ทางการสหรัฐฯ ได้ยึดบิตคอยน์กว่า 127,271 เหรียญ มูลค่าราว 14,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 520,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการยึดทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

การคว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนานาชาติในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์ การร่วมมือกันระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการกวาดล้างเครือข่ายเหล่านี้ และปกป้องผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากการถูกหลอกลวงและความรุนแรง

ที่มา – อังกฤษ-สหรัฐฯ คว่ำบาตรสแกมเมอร์ข้ามชาติในกัมพูชา ค้ามนุษย์หลอกเหยื่อทั่วโลกสูญ 5 แสนล้านบาท