วัน: 20 ตุลาคม 2025

กกต.กาญจน์ ประกาศผล เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4

กกต.กาญจนบุรี ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 ครบ 100% “วิสุดา” ภูมิใจไทย ชนะ “พล.อ.ชินวัฒน์” จากเพื่อไทย ห่างกัน 17,108 คะแนน ส่วนบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีกว่า 3,200 ใบ

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 ผลนับคะแนนปรากฏว่า นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย ได้รับชัยชนะ โดยได้คะแนนเสียงมากกว่า พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช จากพรรคเพื่อไทย

โดยเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.ของคืนวันที่ 19 ตุลาคม 2568 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 ได้ลงนาม ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี เรื่อง ผลการนับคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง บัดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 4 จังหวัดกาญจนบุรี ได้ดำเนินการรวมผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 เสร็จสิ้นแล้ว จึงขอประกาศผลการนับคะแนนดังนี้

จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

  • จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 133,100 คน
  • จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มาแสดงตน 96,090 คน

จำนวนบัตรเลือกตั้ง

  • จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งได้รับจัดสรร 140,400 บัตร
  • จำนวนบัตรเลือกตั้งที่ใช้ 96,090 บัตร
  • จำนวนบัตรเลือกตั้งที่เหลือ 44,310 บัตร

ผลการนับคะแนน

  • บัตรดี 90,188 บัตร
  • บัตรเสีย 2,655 บัตร
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 3,247 บัตร

จำนวนคะแนนที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนได้รับเรียงตามลำดับผู้ได้คะแนนสูงสุดผู้สมัครรับเลือกตั้ง

นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ ภูมิใจไทย 53,648 คะแนน

พลเอกชินวัฒน์ แม้นเดช เพื่อไทย 36,540 คะแนน

รวมคะแนนทั้งสิ้น 90,188 คะแนน

ประกาศ ณ วันที่ 19 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2568 ลงนามโดย นายเกียรติศักดิ์ ธนาวรรณโอภาส ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง พ.ต.อ.สิทธิพงศ์ สังข์แสง กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง นายชยันต์ เพชรศรีจันทร์ กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง

ซึ่งจากผลคะแนนที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่านางสาววิสุดา จากพรรคภูมิใจไทย เอาชนะ พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย โดยมีคะแนนต่างกันอยู่ที่ 17,108 คะแนน

หลังการนับคะแนน พล.อ.ดร.ชินวัฒน์ ได้กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนผ่านเพจพรรคเพื่อไทยอย่างทันท่วงที ว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งประกอบไปด้วย อำเภอบ่อพลอย อำเภอหนองปรือ อำเภอห้วยกระเจา และ อำเภอเลาขวัญ ที่ได้ออกมาใช้สิทธิอย่างคับคั่ง ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของระบอบประชาธิปไตย ตนรู้สึกปลื้มใจ และที่สำคัญที่สุดขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ทุกท่านที่ได้ให้คะแนนกับตนถึง 36,000 กว่าคะแนน ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้ได้ทำงานให้กับพ่อแม่พี่น้องในการแก้ปัญหาร่วมกับท่านในเขต 4 ต่อไป ต้องขอขอบคุณพี่น้องทุกคนด้วยความเคารพและศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 พรรคเพื่อไทยไม่ชนะ เหตุผลสำคัญคือฝ่ายตรงข้ามได้คะแนนมากกว่า ทุกศึกตนเต็มที่ ศึกนี้ก็เช่นนั้น เคยแพ้ แต่สิ่งที่ไม่เคยคือไม่เคยหยุดสู้ กำลังใจมีให้ตัวเองและเพื่อนร่วมทางเสมอ ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณผู้สมัครและทีมงานทุกคน เรายังคงออกเดิน เมื่อไม่หยุดก้าว เราก็ใกล้เป้าหมายขึ้นทุกวัน

ขณะที่ นางสาววิสุดา ผู้ชนะการเลือกตั้ง ได้กล่าวขอขอบพระคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ตนและพรรคภูมิใจไทย ตนมีความตั้งใจและพร้อมที่จะทำหน้าที่ผู้แทนของพวกเราทุกคนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่ แต่ใช้หน้าที่ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด

เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4

สรุปผลการ เลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4

ผลการเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี เขต 4 แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง และเป็นสัญญาณที่พรรคการเมืองต่างๆ ควรนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กกต.กาญจนบุรี ประกาศคะแนนเลือกตั้งซ่อม 100% ภูมิใจไทยชนะเพื่อไทย 17,108 คะแนน

“กัน” แจงดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน

“กัน” แจงประเด็นดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน ยืนยันไม่ได้ลากมาแขวน มอง “ไอซ์” อคติ ย้ำคนที่สนับสนุนหลักเรื่องเงินบริจาคคือ “แฟนคลับ” ไม่ใช่ “ธรรมนัส” พร้อมให้ตรวจสอบเส้นเงิน

วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการ “กรรมกรข่าวคุยนอกจอ” นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ซึ่งตอนนี้กำลังลงพื้นที่ชายแดน โฟนอินเข้ามาในรายการ เพื่อพูดคุยและชี้แจงในประเด็นที่มีดราม่ากับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาออกมาตั้งคำถามในหลายๆ ประเด็น

ทั้งนี้ ไอซ์ รักชนก ได้ยืนยันว่า ขอบคุณแทนพี่น้องทหาร ที่มี กัน จอมพลัง ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ แต่ส่วนตัวคิดว่า สิ่งที่ควรเรียกร้องคือ เงินเดือน และค่าเสี่ยงภัยของทหารที่อยู่ชายแดน เพราะเงินที่โอนเข้าบัญชีจริงๆ ประมาณ 4,000 บาท เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเงินเดือนจริงมาก แต่ก็ยอมรับว่า กัน จอมพลัง ทำดีมากในเรื่องที่เกิดเหตุฉับพลัน และก็มีหลายคน หรือสังคมสงเคราะห์ที่อยากจะช่วยแบบนี้ แต่ไม่ได้รับโอกาส หรือมีแบ็ก ที่จะได้สนับสนุนให้เข้าไปอยู่แนวหน้าแบบ กัน จอมพลัง รวมถึงเงินสนับสนุนด้วย ซึ่งความยินดีก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็อยากให้ประชาชนมองเรื่องนี้อย่างรอบด้าน

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนไม่พอใจหรือไม่ ที่ “กัน จอมพลัง” เหน็บแนมพรรคประชาชน ไอซ์ รักชนก บอกว่า ตนให้ข้อมูลที่รอบด้านกับประชาชน ซึ่งการที่กัน จอมพลัง ลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้านชายแดน ก็พบว่า คะแนนนิยมของกัน สูงขึ้นมาก และต้องขอบคุณ นายธรรมนัส ที่ช่วยซัพพอร์ตเงินทอง อาหาร สิ่งของ ทรัพยากรต่างๆ รวมถึงเป็นแบ็กให้กัน จอมพลัง เข้าไปประสานงานติดต่อกับส่วนราชการต่างๆ ได้อย่างสะดวก

สำหรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง กัน จอมพลัง และนายธรรมนัส นั้น ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยมีคนทราบ หรือพอรู้ผิวเผิน จนตัวเองออกมาเปิดเผย พร้อมบอกด้วยว่า เสียดายที่ไม่ได้มาเจอหน้า กัน จอมพลัง เพราะก่อนหน้านี้ก็เห็นไปออกหลายรายการ รวมถึงรายการที่จับนักสิทธิ มาขึงพืดกลางรายการ

ในส่วนของ กัน จอมพลัง ซึ่งโฟนอินเข้ามา เผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกับไอซ์ ซึ่งน้อยครั้งที่จะไปออกรายการ ใครอยากคุยส่วนใหญ่จะโฟนอิน เพราะตอนนี้งานชายแดนสำคัญกว่า อยู่ตรงนี้มานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาอยู่ ส่วนที่ไอซ์บอกว่า เอาคนมาขึงพืดกลางรายการนั้น มองว่าไอซ์อคติ

ด้าน ไอซ์ บอกว่า เบื้องต้น กัน ต้องยอมรับก่อนว่า การออกรายการในวันนั้น เป็นการนำนักสิทธิออกมาขึงพืด เสียบประจานให้คนทั้งประเทศปาก้อนหินใส่ ด้วยคำดูถูก เหยียดหยาม แม้พิธีกรจะออกมาขอโทษแล้ว แต่กัน และผู้ร่วมรายการ อีกคนก็ยังไม่ได้ออกมาขอโทษ ทำให้เกิดกระแสความเกลียดชัง คนด่าคนไทยด้วยกัน บางคนบอกจะไปตามเอาชีวิตพ่อของเขา

ขณะที่ กัน จอมพลัง ชี้แจงว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้น เราพยายามอธิบายในมุมมองของชาวบ้านว่าเป็นอย่างไร ซึ่งมีความรู้สึกทั้งสองฝ่าย ซึ่งเมื่อนักสิทธิพูด ผมก็หยุด ผมฟัง ไม่ได้ทำต่อ ซึ่งผมอยู่หน้างานก็จะรู้ว่ามีภารกิจอะไรบ้าง แต่เราเปิดทั้งหมดไม่ได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง การที่ไปนั่งอยู่ในรายการที่ไม่มีอีกฝ่ายเป็นการขึงพืด งั้นการที่ไอซ์นำรูปตนไปขึ้นก็เท่ากับขึงพืด ให้เอฟซีมาด่าตนเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่ วันนี้ครอบครัวของน้องน้ำโขง ถูกจรวดพุ่งลงมาที่บ้าน จึงมีคำถามไปถึงนักสิทธิว่า แล้วทำไมเด็กเราถึงไม่ออกมาเรียกร้อง นักสิทธิเขาก็บอกว่า แต่เราส่ง F-16 ไปทำความเสียหายที่ฝั่งกัมพูชามากเช่นเดียวกัน แต่ตนก็เลยขอแสดงความคิดเห็นบ้างว่า จริงๆ แล้วปฏิบัติการของเราเป็นปฏิบัติการทางทหาร ที่ไม่เหมือนของกัมพูชา ซึ่งเขายิงใส่พลเรือนเรา เพราะคิดว่าไทยจะหยุดยิง แต่ไม่ใช่ มันกลับสร้างความโกรธให้เรา นอกจากนี้เมื่อกัมพูชาเสริมกำลัง เจ้าหน้าที่ก็ต้องส่งอาวุธไปทำลายตามจุดต่างๆ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีพลเรือนของกัมพูชาเสียชีวิตเลย

นอกจากนี้ กัน ยังยืนยันด้วยว่า ไม่เคยสั่งให้แฟนคลับออกไปล่าแม่มด แต่กลับบอกว่าไม่สนับสนุนความรุนแรง ไม่ใช่อะไรๆ ก็ผม

ไอซ์ พูดเสริมว่า “จุดศูนย์กลางของจักรวาลเลยตอนนี้” ก่อนที่จะบอกว่า ตัวเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับเหตุผลของ คุณอังคณา นีละไพจิตร กลับเห็นว่าเราก็ควรตอบโต้กัมพูชาแบบถึงพริกถึงขิงเช่นเดียวกันในสิ่งที่เขาทำกับประเทศไทย แต่มาตรการจะเป็นอย่างไร ต้องมาดูความช้า เร็ว หนัก เบา เพราะตอนนี้ไทยกำลังได้เปรียบ ไม่อย่างนั้นอาจไปเพลี่ยงพล้ำบนเวทีโลก ซึ่งมันเป็นสิ่งที่คนไทยไม่ต้องการ

ทั้งนี้ กัน จอมพลัง ได้ตั้งคำถามถึงไอซ์ว่า โกรธตนหรอ ที่ข่าวของพรรคประชาชน เกี่ยวกับนายเบน สมิธ ซึ่งถูกแฉว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจเกี่ยวกับการฟอกเงินผิดกฎหมาย และเครือข่ายสแกมเมอร์ โดนกลบด้วยข่าวเปิดซาวน์หลอนที่ชายแดน โดย ไอซ์ ระบุว่า ขอโทษนะคะ นี่ไม่ใช่ข่าวของพรรคประชาชน แต่เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ

กัน จอมพลัง บอกว่า ผมแฟร์ๆ ถ้าอยากจะทำข่าวอะไรที่เป็นประโยชน์ บอกตนได้ ตนช่วยส่งข่าวให้ได้ ซึ่งตนยืนยันได้ว่าไม่รู้ว่าเขามีปฏิบัติการอะไรกัน แต่ตนมีคิวที่จะทำเรื่องนี้กันอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะไปเปิดเสียง ซึ่งตนมีคลิป มีหลักฐาน มันคนละเรื่อง ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เพราะตอนที่อยู่ชายแดนไม่ได้มอนิเตอร์อะไรเลย

นอกจากนี้ ไอซ์ยังตั้งคำถามว่า นายธรรมนัสเป็นผู้สนับสนุนหลักของคุณกันใช่ไหม ซึ่ง กัน ยืนยันว่า คนสนับสนุนหลักของตนเป็นเอฟซี คุณธรรมนัสไม่เคยเอาเงินให้เลย แต่ถ้าช่วยประสาน ผมคอนเฟิร์ม ผมยืนยันล้านเปอร์เซ็นต์

เมื่อไอซ์ถามว่า ถ้าตรวจสอบเส้นเงินของคุณกัน? กัน จอมพลัง ตอบทันที เอาเลยครับ

“กัน” แจงประเด็นดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน

“กัน” พร้อมให้เช็กเส้นเงิน หลัง “ไอซ์” มองอคติ

จากกรณีดราม่าที่เกิดขึ้น “กัน จอมพลัง” ได้ออกมา “กัน” แจงประเด็นดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจและความพร้อมที่จะให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อแสดงความโปร่งใสในการทำงานเพื่อสังคม

“กัน” แจงประเด็นดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน เป็นการตอบโต้ต่อข้อกล่าวหาและความสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม การออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกข้อกล่าวหา

การที่ กัน จอมพลัง ออกมา “กัน” แจงประเด็นดราม่า “ไอซ์” อคติ พร้อมให้เช็กเส้นเงิน นั้น ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นการยืนยันว่าการทำงานของเขามีความโปร่งใสและตรวจสอบได้เสมอ การเปิดเผยข้อมูลและให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน จึงเป็นการตอบคำถามและความกังวลของประชาชนได้อย่างตรงจุด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงเป็นที่สนใจของสังคม และต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินจะเป็นอย่างไร และจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไรต่อไป

ที่มา – “กัน” แจงประเด็นดราม่า ปมนักสิทธิมอง “ไอซ์” อคติ พร้อมให้ตรวจสอบเส้นเงิน

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

โฆษกรัฐบาลเผย นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุม กอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้าขับเคลื่อน 4 แผนสำคัญแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการให้ความสำคัญและยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เห็นชอบแผนขับเคลื่อนภาคใต้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 มีมติเห็นชอบแผนในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 แผน ดังนี้

  1. แผนปฏิบัติการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช 2568-2570 มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการศึกษา และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนกับภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่
  2. แผนปฏิบัติการความมั่นคงรองรับพื้นที่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพุทธศักราช 2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการป้องกันการก่อเหตุร้าย
  3. โครงสร้างการจัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 จัดโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างการบังคับบัญชาและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  4. อัตราเฉพาะกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 กำหนดอัตรากำลังพลให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยมีการเพิ่มกำลังพลในหน่วยงานที่จำเป็น และมีการฝึกอบรมให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

ความสำคัญของการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปัจจุบันปัญหาสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและซับซ้อน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ประชาชนควรระมัดระวังและป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่หลงเชื่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก หากได้รับโทรศัพท์หรือข้อความที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

การที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ กอ.รมน. ยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการปราบปรามสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้นไป

ที่มา – นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุมกอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ภูมิใจไทยมั่นใจ!

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา เหตุอะไรก็เกิดขึ้นได้ หวังสิ่งที่ทำมีผลกับประชาชนทั่วประเทศ

เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค ภท. ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี สะท้อนอะไรทางการเมืองหรือไม่ ว่า อย่างน้อยเป็นนิมิตหมายที่ดีว่านโยบายหรือการทำงานของพรรค ภท. ได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของพี่น้องประชาชนใน จ.กาญจนบุรี หวังว่าสิ่งที่เราทำให้พี่น้องประชาชนไม่ได้มีผลเฉพาะพี่น้องใน จ.กาญจนบุรีเท่านั้น แต่มีผลกับประชาชนทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การชนะพรรคเพื่อไทย (พท.) ในการเลือกตั้งซ่อม สส. 2 เขตที่ผ่านมา ทั้ง จ.ศรีสะเกษและกาญจนบุรี ทำให้กระแสพรรค ภท.ดีกว่าพรรค พท.หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราพยายามทำงานให้มากที่สุด ให้ดีที่สุด เมื่อถามว่า ตอนนี้พร้อมเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พร้อมมาตั้งแต่ถอนตัวมาจากพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเดือน มิ.ย.แล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องพร้อม เพราะ 31 ม.ค.69 นั่นคือช้าที่สุด อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค.69 นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีหลายๆ เรื่อง เมื่อถามอีกว่า จะมีการยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค.69 หรือไม่ นายอนุทินไม่ตอบ และรีบขึ้นรถยนต์เดินทางออกจากทำเนียบฯไปประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ กอ.รมน. เขตดุสิต

“อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาแสดงความมั่นใจหลังผลการเลือกตั้งซ่อมในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าชัยชนะมาได้ โดยนายอนุทินกล่าวว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่บ่งบอกว่านโยบายและการทำงานของพรรคภูมิใจไทยได้รับการยอมรับและความเชื่อมั่นจากประชาชนในจังหวัดกาญจนบุรี และหวังว่าผลงานของพรรคจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วประเทศ ไม่เฉพาะแค่ในจังหวัดกาญจนบุรีเท่านั้น

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้กล่าวถึงความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะมีกำหนดการอย่างช้าที่สุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 ก็ตาม

ความหมายของการ “ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี” ต่อพรรคภูมิใจไทย

ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดกาญจนบุรีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นใจให้กับพรรคในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าอีกด้วย

ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่านโยบายและการทำงานของพรรคภูมิใจไทยสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้จริง และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคสามารถเอาชนะคู่แข่งทางการเมืองได้

นอกจากนี้ ชัยชนะในครั้งนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองอื่นๆ ว่าพรรคภูมิใจไทยยังคงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวและพร้อมที่จะท้าทายในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ต่อไปนี้เป็นประเด็นสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยอาจต้องพิจารณาหลังจากชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี:

  • การรักษาและการขยายฐานเสียง: พรรคควรให้ความสำคัญกับการรักษาฐานเสียงเดิมและพยายามขยายฐานเสียงไปยังกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งอื่นๆ
  • การพัฒนาและปรับปรุงนโยบาย: พรรคควรทบทวนและปรับปรุงนโยบายของตนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
  • การสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ: พรรคควรทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากประชาชน โดยการปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

โดยสรุปแล้ว การ ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในการเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า และเป็นโอกาสที่ดีที่พรรคจะพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม

การชนะเลือกตั้งกาญจนบุรีครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น พรรคภูมิใจไทยจะต้องทำงานอย่างหนักต่อไปเพื่อรักษาความนิยมและสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้สมกับความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้

ที่มา – “อนุทิน” ฟุ้ง ชนะเลือกตั้งกาญจนบุรี ประชาชนเชื่อมั่น “ภูมิใจไทย” ลั่น พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา

ด่วน! “กระทรวงการต่างประเทศ” เร่งรับร่าง สนธยา

ข่าวเศร้าล่าสุด “กระทรวงการต่างประเทศ” กำลังเร่งประสานงานเพื่อนำร่างของ “สนธยา อัครศรี” กลับสู่ประเทศไทยโดยเร็วที่สุด หลังจากที่ได้รับการยืนยันเบื้องต้นเกี่ยวกับการพบร่างของเขา สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส ทำให้มีความคืบหน้าในการส่งคืนร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่า สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นจากทางการอิสราเอลเกี่ยวกับความคืบหน้าในการระบุและส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิตชาวไทยจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีความคืบหน้าสำคัญเกิดขึ้น

จากข้อตกลงสันติภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 กลุ่มฮามาสได้เริ่มดำเนินการส่งคืนร่างของผู้เสียชีวิตที่ยังคงอยู่ในฉนวนกาซา ซึ่งหนึ่งในร่างเหล่านั้นได้รับการระบุว่าเป็นของนายสนธยา อัครศรี หนึ่งในสองคนไทยที่ยังคงสูญหาย

สถานทูตไทยได้รีบแจ้งข่าวนี้ให้กับครอบครัวของนายสนธยาได้รับทราบโดยทันที อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยงานนิติเวชของอิสราเอลจะทำการตรวจสอบอัตลักษณ์เพื่อยืนยันผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น สถานทูตไทยและทางการอิสราเอลจะร่วมมือกันนำร่างของนายสนธยากลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“กระทรวงการต่างประเทศ” เร่งนำร่าง สนธยา อัครศรี กลับไทย

กระทรวงการต่างประเทศได้แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อทางการอิสราเอลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการติดตามตัวประกันและร่างผู้เสียชีวิตชาวไทยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา กระทรวงฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายสนธยา ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์ความรุนแรง และกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำร่างของนายสนธยากลับมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามความเหมาะสม หลังจากที่ครอบครัวและญาติมิตรต้องรอคอยมาเป็นระยะเวลานาน

ความคืบหน้าล่าสุดจาก “กระทรวงการต่างประเทศ” กรณี สนธยา อัครศรี

นอกจากนี้ “กระทรวงการต่างประเทศ” และสถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความคืบหน้าในการนำร่างของคนไทยที่เหลืออีกหนึ่งท่านกลับคืนสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ความมุ่งมั่นและความพยายามอย่างต่อเนื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยให้กับการดูแลและช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน และความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งและความรุนแรง ความพยายามของ “กระทรวงการต่างประเทศ” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำร่างของนายสนธยา อัครศรี กลับประเทศไทย ถือเป็นภารกิจที่สำคัญและมีความหมายอย่างยิ่งต่อครอบครัวและสังคมไทย

การนำร่างกลับมาไม่เพียงแต่เป็นการให้เกียรติแก่ผู้เสียชีวิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยให้ครอบครัวได้มีโอกาสในการทำพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นการเยียวยาจิตใจจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น การดำเนินการของ “กระทรวงการต่างประเทศ” ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลพร้อมที่จะดูแลและช่วยเหลือคนไทยในทุกสถานการณ์

ที่มา – “กระทรวงการต่างประเทศ” เร่งประสานรับร่าง “สนธยา อัครศรี” กลับประเทศไทย

HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ!

การพัฒนารถสันดาปภายในยังคงดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็น BMW Audi Mercedes ต่างมุ่งไปสู่กลยุทธ์คาร์บอนต่ำด้วยงานวิจัยเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงแบบใหม่ Hyundai เองก็ถือว่ามีเงินไม่อั้นสำหรับทีมพัฒนารถยนต์ยุคใหม่ที่จะออกขายต่อไปในอนาคต Hyundai ได้ทดลองรถต้นแบบเครื่องยนต์วางกลางมานานกว่าทศวรรษแล้ว โครงการ RM (Racing Midship) เริ่มต้นขึ้นในปี 2012 หลังจากนั้น รถต้นแบบรหัส RM14 ก็กลายเป็นที่รู้จักในฐานะสปอร์ตแฮตชแบ็คโมเดล Veloster ขับเคลื่อนล้อหลังที่มีเครื่องยนต์ติดตั้งอยู่ระหว่างเพลา ต่อมา RM15, RM16 และ RM19 ก็พัฒนาต่อยอดจากรถแฮทช์แบ็กสุดแหวกแนวคันนี้ แต่ก็ยังไม่มีการผลิตเวอร์ชันผลิตจริงออกมาซะที Hyundai มีของดีอย่าง Ioniq 5N ที่ชนะใจนักขับทั่วโลกไม่ว่าคนๆนั้นจะเกลียดรถไฟฟ้าเข้าไส้ก็ตาม 

การพัฒนารถยนต์เครื่องยนต์วางกลางมีวิดีโออย่างเป็นทางการใหม่ที่โพสต์บน YouTube แบรนด์รถแดนกิมจิยืนยันว่าโครงการนี้ยังคงดำเนินอยู่  ในวิดีโอ นักวิจัยจากทีมออกแบบเครื่องยนต์ได้บันทึกไว้ว่าขณะนี้กำลังพัฒนาเครื่องยนต์ MR (midship, rear-wheel-drive)

เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงสี่สูบ  เป็นเครื่องยนต์รอบจัดสมรรถนะสูง แน่นนอนว่าต้องอัดอากาศด้วยเทอร์โบเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านพลัง แต่ความก้าวหน้าของเครื่องยนต์ก็ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย วิศวกร Hyundai ยอมรับว่าพวกเขา “กำลังเผชิญกับความยากลำบากมากมาย” ถึงกระนั้น Hyundai ก็ดูเหมือนจะค่อยๆ แก้ไขปัญหาต่างๆ ลงไปได้ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโอกาสสูงที่โครงการนี้จะสามารถเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ในที่สุด

เป้าหมายของ Hyundai คือ “การพัฒนาเครื่องยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในด้านสมรรถนะ ซึ่งจะส่งขายในตลาดรถสปอร์ต และผลิตจำนวนมากโดยไม่มีปัญหาใดๆ” แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่คำกล่าวนี้กลับฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ Hyundai กำลังอ้างถึงเครื่องยนต์ V-8 เทอร์โบคู่ที่ออกแบบมาสำหรับรถแข่ง GMR-001 ของ Genesis Magma Racing HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ! อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์

Hyundai เรียกเครื่องยนต์ใหม่นี้ว่า “ขุมพลังไม่เคยมีมาก่อน” โดยมีดีไซน์และโครงสร้างที่ “แตกต่างอย่างมาก” ในทางตรงกันข้าม เครื่องยนต์ของ GMR ซึ่งพัฒนาโดย Hyundai Motorsport ในเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2024 ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร จากโครงการ WRC โดยใช้ชิ้นส่วนร่วมกันประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ กับเครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า

คงต้องรอให้ Hyundai หรือ Genesis แถลงถึงตัวเลขสมรรถนะของเครื่องยนต์รุ่นใหม่  ในความเป็นไปได้คือ Hyundai กำลังพัฒนาระบบส่งกำลังที่เทียบเท่ากันสำหรับรถยนต์ที่ใช้บนท้องถนนได้ตามกฎหมายภายใต้แบรนด์ย่อย Magma ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ของเจเนซิส หรือ Hyundai N ความเป็นไปได้ประการที่สามคือ กำลังพัฒนาเครื่องยนต์สองแบบที่แตกต่างกัน ได้แก่ เครื่องยนต์ V-8 สำหรับ LMDh และเครื่องยนต์สันดาปภายในอีกแบบหนึ่งสำหรับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์วางกลางถนนที่ใช้ตราสัญลักษณ์ของ Hyundai หรือ Genesis 

โลกยานยนต์ ยังคงรอคอยอย่างใจจดใจจ่อให้ Hyundai ส่งมอบซูเปอร์คาร์ไฮโดรเจน N Vision 74 ที่พร้อมผลิตจริง ซึ่งได้ปล่อยทีเซอร์มาสักพักแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน แต่การผสมผสานระหว่างถังไฮโดรเจนคู่และชุดแบตเตอรี่ของรถต้นแบบกลับน่าสนใจอย่างยิ่ง กำลัง 671 แรงม้า และดีไซน์ล้ำสมัย คล้าย DeLorean DMC-12  ทำให้ Hyundai ดึงดูดความสนใจของคนบ้ารถจำนวนมากได้อย่างแน่นอน.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/       

HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ!

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ! ทำให้หลายคนตื่นเต้น ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้เราคาดหวังสิ่งใหม่ ๆ จาก Hyundai ได้เสมอ

HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ! จริงหรือไม่?

จากข้อมูลที่มีอยู่ HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ! เป็นเรื่องจริง และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา เราอาจได้เห็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางจาก Hyundai ในอนาคตอันใกล้นี้

การที่ HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ! นั้น แสดงให้เห็นว่า Hyundai ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบรถสปอร์ต อย่าพลาดข่าวสารล่าสุดจาก Hyundai!

ที่มา – HYUNDAI พัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่สำหรับรถสปอร์ตวางกลางลำ!

เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจเกาหลีใต้เดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ ด้วยการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องสงสัย 59 ราย จากทั้งหมด 64 ราย ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศจากกัมพูชา หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงกับหลากหลายกลโกงออนไลน์ ทั้งคอลเซ็นเตอร์, การหลอกให้รัก และ “ขบวนการเชือดหมู” คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเกาหลีใต้ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจำนวน 59 ราย ที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชา ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์หลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ผู้ต้องสงสัย 64 ราย ถูกส่งตัวกลับถึงเกาหลีใต้ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (18 ต.ค.) โดยมี 1 ราย ถูกจับกุมทันทีด้วยหมายจับที่ออกไว้ก่อนแล้ว ส่วนผู้ต้องสงสัยที่เหลือ 63 ราย มี 4 ราย ถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา และ 1 ราย ถูกปล่อยตัวหลังจากอัยการปฏิเสธคำขอหมายจับของตำรวจ ทำให้เหลือผู้ที่ถูกขอหมายจับในล็อตนี้ 59 ราย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในที่สุด

เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้ทันทีที่เครื่องบินลงจอดและถูกนำตัวออกจากเครื่องบินโดยสวมกุญแจมือ โดย 45 ราย ถูกส่งไปยังจังหวัดชุงนัมทางตะวันตกเฉียงใต้ และอีก 19 ราย ถูกส่งไปยังภูมิภาคอื่น ๆ

นายปาร์ค ซอง-จู ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บุคคลที่ถูกส่งตัวกลับมามีส่วนพัวพันกับอาชญากรรมหลากหลายประเภท ทั้ง คอลเซ็นเตอร์, โรมานซ์ สแกม (หรือ หลอกให้รัก) และการฉ้อโกงแบบ “No-show”

นายวี ซอง-รัก ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้นมีทั้ง “ผู้เข้าร่วมโดยสมัครใจและผู้เข้าร่วมโดยไม่สมัครใจ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของขบวนการเหล่านี้

ทางการเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า มีพลเมืองเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 คน ที่คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่ทำงานในแก๊งหลอกลวงในกัมพูชา จำนวนรวม 200,000 คน  ซึ่งบางรายถูกบังคับภายใต้การขู่เข็ญให้ดำเนินกลโกงที่เรียกว่า “การเชือดหมู” ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลที่ใช้เวลาสร้างความไว้ใจกับเหยื่อก่อนที่จะขโมยเงินไป

การส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับในครั้งนี้มีขึ้นภายหลังกระแสความไม่พอใจของสาธารณชนในประเทศต่อกรณีการทรมานและสังหารนักศึกษาเกาหลีใต้ ในกัมพูชาเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นฝีมือของขบวนการอาชญากรรมดังกล่าว.

เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ทำไมเกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงสำคัญ?

เหตุการณ์ เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จากกัมพูชาครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และความพยายามของเกาหลีใต้ในการปกป้องพลเมืองจากภัยการหลอกลวงออนไลน์ การที่ทางการเกาหลีใต้ดำเนินการอย่างจริงจังเช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอาชญากรรมไซเบอร์จะไม่ถูกละเลย

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักรู้ถึงกลโกงออนไลน์รูปแบบต่างๆ และการป้องกันตนเองจากการตกเป็นเหยื่อ การหลอกลวงทางออนไลน์มีวิวัฒนาการอยู่เสมอ และผู้บริโภคจำเป็นต้องระมัดระวังและตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะลงทุนหรือให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับบางส่วนในการป้องกันตนเองจากการหลอกลวงออนไลน์:

  • ตรวจสอบข้อมูลของผู้ติดต่อก่อนที่จะให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ
  • ระมัดระวังข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง
  • อย่าคลิกลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ใช้รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยากและเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณเป็นประจำ
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและอัปเดตซอฟต์แวร์ของคุณให้เป็นปัจจุบัน
  • รายงานการหลอกลวงออนไลน์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การตระหนักรู้และการระมัดระวังเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องตนเองจากภัยการหลอกลวงออนไลน์ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากอาชญากรรมไซเบอร์!

ที่มา – เกาหลีใต้ออกหมายจับ 59 ผู้ต้องสงสัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังส่งตัวกลับจากกัมพูชา

อนุทินชี้ คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน!

“นายกฯ อนุทิน” เผยกระแส “ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส” ดีเกินคาด ประชาชนแห่ลงทะเบียนกันอย่างล้นหลาม พร้อมแง้ม รมว.คลัง เตรียมแผน คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ไว้รอแล้ว โฆษกรัฐบาลย้ำ ประชาชนที่ “กำลังรอผลการลงทะเบียน” ไม่ต้องกังวล รัฐบาลจองสิทธิไว้ให้แล้วในระบบ

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดลงทะเบียน “โครงการคนละครึ่งพลัส” ในวันแรก ว่า ทุกอย่างน่าจะดี น่าจะโอเค เพราะยังไม่ได้รับรายงานว่ามีปัญหาอะไร แสดงให้เห็นถึงการเริ่มต้นที่ดีของโครงการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประชาชนลงทะเบียนจำนวนมาก นายอนุทิน ตอบว่า เราอยากจะเห็นพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียนจำนวนมาก เพราะเป็นโครงการที่ดี เป็นประโยชน์กับประชาชน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งระยะเวลา 2 เดือนนี้ประชาชน สามารถซื้อของ 200 บาท โดยจ่ายเพียง 100 บาท ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านให้มาเร่งลงทะเบียน ซึ่งมีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ รีบเลย!

หากผลตอบรับช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีการขยายระยะเวลาโครงการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขอดำเนินการเฟสแรกให้เรียบร้อยก่อน เชื่อว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสิ้นปี ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมเฟส 2 ไว้แล้ว เดี๋ยวค่อยว่ากัน พร้อมยืนยันว่าอะไรที่เป็นประโยชน์เราทำให้หมด เป็นข่าวดีสำหรับคนที่รอคอยคนละครึ่งพลัส เฟสต่อไป

ทางด้าน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประชาชนให้ความสนใจลงทะเบียนรับสิทธิคนละครึ่งพลัสอย่างล้นหลาม เพียง 2 ชั่วโมงแรก (06.00-08.00 น.) ข้อมูลจากธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ

พร้อมย้ำวิธีการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งเปิดให้เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้-26 ตุลาคม 2568 สำหรับวิธีและหน้าจอแจ้งผลการลงทะเบียน มีดังนี้

  • ขั้นตอนแรก เข้าแอปฯ เป๋าตัง
  • ขั้นตอนที่ 2 กดรูปโครงการคนละครึ่งพลัส (หน้าแรกเป๋าตัง หรือ หน้าหลัก G Wallet)ขั้นตอนที่ 3 อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

สำหรับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่

  • (1) โครงการคนละครึ่ง
  • (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2
  • (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3
  • (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4
  • (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

นายสิริพงศ์ เน้นย้ำด้วยว่า กรณีประชาชนที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนแล้ว ระบบขึ้นแจ้งว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านการแจ้งเตือนของแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขอประชาชนอย่าเป็นกังวล โดยรัฐบาลได้มีการจองสิทธิไว้ให้ท่านแล้วในระบบ และขอให้รอผลการแจ้งในระยะเวลา 3 วัน โดยไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) เมื่อลงทะเบียนสำเร็จระบบจะแจ้งว่า “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสสำหรับผู้ยื่นภาษี จำนวน 2,400 บาท” (กรณีผู้เสียภาษี) หรือ “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว จำนวน 2,000 บาท” (กรณีไม่เป็นผู้เสียภาษี)

คนละครึ่งพลัส กระแสแรง คนแห่ลงทะเบียน

ทำไมคนถึงสนใจ คนละครึ่งพลัส กันมากขนาดนี้?

โครงการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากอีกด้วย ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ทำให้ คนละครึ่งพลัส ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน รีบเลย!

สำหรับใครที่กำลังรอผลการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส อยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจ รอรับการแจ้งเตือนภายใน 3 วันได้เลย และสำหรับใครที่พลาดการลงทะเบียนในรอบนี้ ก็รอติดตามข่าวสารเฟส 2 กันได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ “คนละครึ่งพลัส” กระแสดี คนแห่ลงทะเบียน แง้ม รมว.คลัง เตรียมเฟส 2 รอแล้ว

ดารา นักร้อง ขอพรฤาษีเณร จุดธูปเลขเด็ด 1/11/68

กานต์ ทศน อ๊อฟ สุรพล ไนกี้ นิธิดล เดินทางไปกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อาศรมฤาษีเณร ก่อนเริ่มถ่ายทำ MV ซิงเกิลใหม่ พร้อมจุดธูปขอเลขเด็ดงวด 1/11/68 ให้แฟนคลับได้ลุ้นกัน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาศรมฤาษีเณร วงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรม ทั้งปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเฮง ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า เจ้าแม่ตะเคียน เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี ปู่ฤาษีเกล็ดแก้วองค์ปฐมนาคราช

ผู้คนมากมายนำสิ่งของต่างๆ มาแก้บน ทั้งฟักทอง น้ำแดง ข้าวสาร น้ำ ขนม ของเล่น และเข้าร่วมพิธีต่างๆ ทั้งถวายข้าวสาร ยกพ่อแก่ เรียกทรัพย์เข้ากระเป๋าสตางค์ แอปฯ ธนาคาร และให้อาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณลงนะ พระลักษณ์หน้าทอง เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี รับน้ำสังข์นิลกาฬเพื่อความเป็นสิริมงคล

ในวันนี้ยังมีการถ่ายทำ MV เพลง “มนต์ดลใจ” ซึ่งเป็นซิงเกิลใหม่ของ กานต์ ทศน และ อ๊อฟ สุรพล ซึ่งเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของเจ้าพ่อเพลงมหามงคลและเจ้าพ่อเพลงสักการะ โดยได้ ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ และหมูแฮม โชตินภา แก้วจรูญ นางสาวไทย ปี พ.ศ.2568 มารับบทพระเอกนางเอก

เนื้อหาในเอ็มวีเป็นการเล่าเรื่องราวการพบรักครั้งแรกในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และการขอพรให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้รักสมหวัง ก่อนการถ่ายทำ กานต์ ทศน, อ๊อฟ สุรพล ไนกี้ และหมูแฮม พร้อมทีมงาน ได้กราบขอพรอาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ เพื่อความเป็นสิริมงคล หลังจากถ่ายทำเสร็จ ไนกี้ ยังได้จุดธูปเลขมงคลองค์ปู่ฤาษีพรหมเมศเพื่อให้โชคแฟนคลับ โดยเลขธูปคือ 7, 9 และ 5

ดารา นักร้อง กราบขอพร “ฤาษีเณร” จุดธูปเลขให้เลขเด็ด 1/11/68

การเดินทางมาขอพรและโชคลาภที่อาศรมฤาษีเณรในครั้งนี้ของเหล่าดารา นักร้อง เป็นที่สนใจของบรรดาแฟนคลับและนักเสี่ยงโชคเป็นอย่างมาก หลายคนต่างจับจ้องไปที่เลขธูปที่ไนกี้จุดถวาย เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่จะถึงนี้

เลขเด็ดจากดารา นักร้อง ขอพรฤาษีเณร

เลข 7, 9 และ 5 ถือเป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเสี่ยงโชคที่ติดตามข่าวสารนี้ หลายคนนำไปตีเลขเด็ดต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น 795, 597, 759, 975, 579, 957 หรือแม้แต่เลขสองตัวอย่าง 79, 95, 57 ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน

นอกจากเลขธูปแล้ว บรรยากาศภายในอาศรมฤาษีเณรก็เต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนต่างเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว บางคนก็มาเพื่อแก้บนหลังจากที่ได้รับโชคลาภตามที่ได้บนบานไว้

อาศรมฤาษีเณรจึงเป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ประชาชนที่ต้องการความเป็นสิริมงคลและความหวังในเรื่องโชคลาภ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้วันหวยออกเช่นนี้

ไม่เพียงแต่เลขธูปเท่านั้นที่ได้รับความสนใจ สถานที่และพิธีกรรมต่างๆ ภายในอาศรมฤาษีเณรก็เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวและผู้ที่ศรัทธาเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการกราบไหว้ปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก การลอดท้องช้างเอราวัณ หรือการเข้าร่วมพิธีต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในอาศรม

การที่เหล่าดารา นักร้อง กราบขอพร “ฤาษีเณร” จุดธูปเลขให้เลขเด็ด 1/11/68 เป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาและเป็นกระแสอย่างมากในโลกโซเชียล หลายคนต่างเฝ้ารอติดตามข่าวสารและเลขเด็ดที่ได้จากอาศรมฤาษีเณร เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพร อาศรมฤาษีเณรก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้วิจารณญาณในการเสี่ยงโชค และไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ จนเกินไป

การเดินทางมาขอพรและเลขเด็ดของดารา นักร้อง กราบขอพร “ฤาษีเณร” จุดธูปเลขให้เลขเด็ด 1/11/68 นั้นเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุนเสี่ยงโชค

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการลุ้นรางวัลในงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นะคะ

ที่มา – ดารา นักร้อง กราบขอพร “ฤาษีเณร” จุดธูปเลขให้เลขเด็ด 1/11/68 แฟนคลับ