วัน: 20 ตุลาคม 2025

โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? หรือ ‘วนลูปเดิม’?

เจอร์ราร์ด โรห์ล มัสแคต โรห์ล?

การค้นหาหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์สมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการโหวตรอบโต๊ะใน The Traitors

ความสนใจได้เปลี่ยนจากผู้สมัครคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง แต่หลังจากที่เควิน มัสแคตย้ายจากเซี่ยงไฮ้พอร์ตล่มลงในช่วงสุดสัปดาห์ ความสนใจก็กลับมาที่แดนนี โรห์ลอีกครั้ง

ชาวเยอรมันซึ่งออกจากเชฟฟิลด์เว้นส์เดย์โดยความยินยอมร่วมกันในช่วงซัมเมอร์ กำลังกลับมาเจรจากับทีมไอบรอกซ์อีกครั้ง หลังจากที่ได้เจรจากับสโมสรในสกอตติชพรีเมียร์ชิพเมื่อต้นเดือนนี้

ชายวัย 36 ปีเคยเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับ RB ไลป์ซิก บาเยิร์นมิวนิก และทีมชาติเยอรมนีก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งที่ฮิลส์โบโรห์

เขาสามารถหลีกเลี่ยงการตกชั้นได้ถึงสองครั้งกับสโมสรในเซาท์ยอร์กเชียร์ที่กำลังมีปัญหา โดยจบอันดับที่ 12 ในแชมเปี้ยนชิพในการคุมทีมเต็มฤดูกาลครั้งเดียวของเขา มันเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจเมื่อพิจารณาถึงปัญหาทางการเงินของเว้นส์เดย์

แต่เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์ในการบริหารทีมที่ค่อนข้างน้อยของเขา ไม่ต้องพูดถึงฟุตบอลสกอตแลนด์ โรห์ลเป็นคนที่ใช่ที่จะพลิกสถานการณ์ของเรนเจอร์สจริงหรือ? หรือโปรไฟล์ของเขาคล้ายกับของรัสเซลล์ มาร์ตินที่จากไปมากเกินไป?

‘โรห์ลเป็นหัวหน้าที่ดีที่สุดที่ฉันเคยร่วมงานด้วย’

หนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดสำหรับหัวหน้าโค้ชคนต่อไปของเรนเจอร์สคือการกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมที่ทำให้ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าในฤดูกาลนี้

โรห์ลจะไม่มีปัญหาในการสร้างความประทับใจแรกพบที่ดี ตามคำกล่าวของแบรี่ แบนนาน อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นกัปตันทีมของโรห์ลที่เว้นส์เดย์

“แดนนีเก่งมาก เขามีความคิดที่จะชนะตั้งแต่การประชุมครั้งแรกของเขา” แบนนานกล่าวกับ BBC Scotland

“เขาเป็นผู้จัดการทีมหนุ่ม ดังนั้นพวกผู้ชายจึงสนใจที่จะดูว่าเขาจะทำอย่างไร แต่พวกเราทุกคนออกจากห้องประชุมนั้นโดยรู้ว่าเรามีผู้จัดการทีมระดับท็อปอยู่ในมือ เขาอายุยังน้อย แต่เขาก็แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างมาก”

มาร์ตินไม่สามารถเอาชนะใจผู้สนับสนุนเรนเจอร์สที่ไม่เชื่อมั่นได้ และความสัมพันธ์ของเขากับแฟนๆ ก็เลวร้ายลงจนถึงขนาดที่เขาต้องได้รับการคุ้มกันจากตำรวจหลังเกมเสมอ 1-1 ที่ฟัลเคิร์ก ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายที่เขาคุมทีม

แบนนานคิดว่าโรห์ลจะสามารถเอาชนะใจแฟนบอลไอบรอกซ์ที่โกรธเคืองได้

“เขามีความมุ่งมั่นอย่างมาก” แบนนานกล่าว “เขาเข้ามารับงานที่เชฟฟิลด์เว้นส์เดย์ และแฟนๆ ก็ชอบเขาตั้งแต่แรกเห็นเพราะความมุ่งมั่นที่เขาแสดงให้เห็น”

“ผมรู้ว่าเขาพร้อมสำหรับการต่อสู้ เขามาหาเราตอนที่เราตกต่ำสุดขีดและดูเหมือนว่าจะต้องตกชั้น แต่เราก็รอดพ้นจากปีนั้นและเริ่มต้นใหม่”

“หลายคนดูเหมือนจะลืมไปว่าเขาเคยทำงานที่สโมสรใหญ่ในบาเยิร์นมิวนิก ผมรู้ว่าเขาเป็นผู้ช่วยที่นั่น แต่เขาจะได้ลิ้มรสสิ่งที่คล้ายกับทีมโอลด์เฟิร์ม เพราะทุกอย่างอยู่ที่การชนะเกม”

สิ่งเดียวที่จะทำให้แฟนๆ เรนเจอร์สเชื่อว่าโรห์ลเป็นคนที่เหมาะสมคือการชนะ และชนะอย่างสม่ำเสมอ

มาร์ตินออกจากเรนเจอร์สโดยไม่มีคะแนนใดๆ จากการแข่งขันยูโรปาลีก 2 นัด และอยู่อันดับที่ 8 ในพรีเมียร์ชิพ โดยมีเพียง 8 คะแนนจาก 7 เกม

แบนนาน ซึ่งเป็นแฟนบอลเซลติกที่ยอมรับตัวเอง ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นหากโรห์ลได้งานนี้

“เมื่อรู้ถึงอุปนิสัยของผู้จัดการทีมและดูทีมเรนเจอร์สนั้น จะมีการปรับปรุงผลลัพธ์อย่างแน่นอนหากแดนนีได้รับงานนี้” เขากล่าว

“ผมจะเดิมพันเลยว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย เขาเก่งมาก”

โรห์ลจะเป็น ‘วนลูปเดิม’ หรือไม่?

คำให้การของแบนนานนั้นสดใส แต่โรห์ลจะสามารถทำในสิ่งที่มาร์ตินทำไม่ได้หรือไม่?

ชาวเยอรมันอายุน้อยกว่า บริหารทีมจำนวนนัดน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรนเจอร์สหรือสกอตแลนด์มากเท่ากับคนที่เขาควรจะสืบทอดตำแหน่ง

ทั้งหมดนั้นจะบ่อนทำลายความสามารถของเขาในการจัดการกับปัญหามากมายที่หัวหน้าทีมเรนเจอร์สคนต่อไปจะต้องเผชิญทั้งในและนอกสนามหรือไม่?

“แดนนี โรห์ล อายุ 36 ปี คุณอาจจะเป็นโค้ชที่ดีเท่าที่คุณต้องการ แต่เขาจะมีประสบการณ์ในการจัดการกับไฟทั้งหมดที่ต้องดับที่เรนเจอร์สในขณะนี้หรือไม่? ผมขอแนะนำว่า ‘ไม่’” ไมเคิล สจวร์ต อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์กล่าวใน Sportsound

“พวกเขาต้องการผู้จัดการทีมที่เป็นผู้นำที่แท้จริง เป็นหัวหน้า และผมไม่แน่ใจว่าแดนนี โรห์ล จะมีประสบการณ์หรือความสามารถในการจัดการกับความยุ่งเหยิงที่เรนเจอร์สกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้”

และแม้ว่า CV ของโรห์ลโดยรวมจะน่าประทับใจ แต่บิลลี่ ด็อดส์ อดีตกองหน้าของเรนเจอร์ส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมโค้ชชั่วคราวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว กล่าวว่าการแต่งตั้งหัวหน้าโค้ชอีกคนจาก English Championship จะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้สนับสนุนเรนเจอร์ส

“ส่วนใหญ่ต้องการสตีเวน เจอร์ราร์ด แต่ตอนนี้มันจบไปแล้ว” เขากล่าวใน Sportsound

“ผมแค่คิดว่าถ้าคุณลงไปในเส้นทาง Championship อีกครั้ง ผมไม่ได้บอกว่า แดนนี โรห์ล ไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่ดี ผมได้ยินมาว่าเขาเป็น แต่เป็นการวนลูปเดิม และผมไม่คิดว่าแฟนๆ เรนเจอร์สต้องการแบบนั้น”

“เป็นเรื่องใหญ่ที่ผู้บริหารระดับสูงที่เรนเจอร์สจะคำนึงถึงแฟนๆ ในเรื่องนี้”

เมื่อพิจารณาว่าการครองราชย์ที่เพิ่งเริ่มต้นของพวกเขาวุ่นวายเพียงใด การตัดสินใจครั้งนี้สำคัญแค่ไหนที่เจ้าของใหม่จะต้องทำให้ถูกต้องอย่างแน่นอน? สจวร์ตกล่าวว่าสำคัญมาก

“ใครก็ได้บอกผมได้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างตั้งแต่เจ้าของใหม่เข้ามาที่นี่ที่เป็นไปในทางบวก?” เขาถามใน Sportsound

“การแต่งตั้งรัสเซลล์ มาร์ติน – น่าสงสัย การแต่งตั้ง [ผู้อำนวยการกีฬา] เควิน ธีลเวลล์ – น่าสงสัย การสรรหาบุคลากร – น่าสงสัย การเกาะติดรัสเซลล์ มาร์ตินนานกว่าที่พวกเขาควรจะเป็น – น่าสงสัย และตอนนี้คือความล้มเหลวของเจอร์ราร์ด”

“พวกเขากำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งตั้งครั้งนี้เป็นไปตามเป้าหมาย”

การตัดสินใจว่าใครจะมาเป็นผู้จัดการทีมคนต่อไปของเรนเจอร์สเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หากทีมต้องการที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง การเลือก โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? หรือจะเป็นการวนลูปเดิมๆ ที่แฟนบอลไม่ต้องการ? โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส จริงหรือไม่ คงต้องรอดูกันต่อไป

ดังนั้นการเลือกผู้จัดการทีมคนใหม่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะ โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? หรือไม่ สิ่งนี้จะส่งผลต่ออนาคตของสโมสรอย่างแน่นอน

ที่มา – Is Rohl answer for Rangers? Or ‘rinse and repeat’?

มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 จัดเต็ม! CARNIVAL FANTASY

เตรียมตัวให้พร้อมกับงาน มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 ที่จะมาสร้างความสนุกสุดเหวี่ยงในธีม CARNIVAL FANTASY! พบกับศิลปินและตลกชื่อดังมากมายที่จะมาร่วมสร้างความบันเทิงในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครนายก

มูนบุรี มิวสิค เฟสติวัล ครั้งที่ 6 กลับมาพร้อมความอลังการกว่าเดิม ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ จังหวัดนครนายก เตรียมพบกับศิลปินระดับประเทศและคณะตลกแก๊งสามช่า ที่จะขึ้นเวทีสร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้กับทุกคน

มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 กับธีม CARNIVAL FANTASY

เทศกาลดนตรี มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 จัดเต็มความบันเทิงในธีม “CARNIVAL FANTASY“ ที่จะพาคุณไปสัมผัสบรรยากาศสวนสนุกสุดหรรษา พบกับชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ขบวนพาเหรด และการแสดงบอลลูนสุดอลังการ พร้อมแสง สี เสียง และพลุที่จะทำให้ค่ำคืนของคุณเต็มไปด้วยความสุข นอกจากนี้ ยังมีโซนร้านค้ากว่า 60 ร้านที่พร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ให้คุณได้อิ่มอร่อยตลอดงาน

ไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาดใน มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6

นอกจากไลน์อัพศิลปินสุดฮิตแล้ว ปีนี้ มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 ยังมีไฮไลท์พิเศษเป็นการกลับมารวมตัวของคณะตลกระดับตำนาน แก๊งสามช่า – หม่ำ เท่ง โหน่ง ที่จะมาสร้างเสียงหัวเราะและมอบความสุขให้กับชาวนครนายกอย่างเต็มที่ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจังหวัดนครนายก!

งานนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ณ ลานเอกชนหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ แบ่งเป็น 2 เวทีใหญ่:

  • เวที MOON STAGE: พบกับ JoeyBoy, TimeThai, Three Man Down, Nap The Nap, Polycat, Anatomy Rabbit และศิลปินเซอร์ไพรส์ระดับตำนาน!
  • เวที STAR STAGE: พบกับ Only Monday, Purpeech, Fellow Fellow, Little John, คณะขวัญใจ, L.กฮ., และ Benze พริกไทย

เตรียมพบกับประสบการณ์ความสนุกที่ไม่เหมือนใครในงาน มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 มาร่วมสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกัน!

สำหรับชาวนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง นี่คือโอกาสทองที่คุณไม่ควรพลาด! มาร่วมสัมผัสความสนุกสุดเหวี่ยงในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี แล้วมาเจอกัน!

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.theconcert.com/p/4240 

ที่มา – มูนบุรี มิวสิคฯ ครั้งที่ 6 ยกทัพศิลปิน-ตลก ร่วมเทศกาลดนตรี ธีม CARNIVAL FANTASY

แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก เหตุ AWS ล่ม

ผู้ใช้งานทั่วโลกเผชิญปัญหาระบบล่มครั้งใหญ่ เมื่อแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง ทั้ง Snapchat, Roblox, Fortnite, Duolingo, Canva และบริการธนาคารบางส่วน หยุดทำงานกะทันหัน หลังบริการอินเทอร์เน็ตของ Amazon Web Services (AWS) เกิดปัญหาขัดข้องครั้งใหญ่ ขณะทีมวิศวกรของ Amazon เร่งหาสาเหตุและแก้ไข เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก และสร้างความปั่นป่วนในการดำเนินงานของหลายบริษัท

เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคครั้งใหญ่บนโลกออนไลน์ เมื่อหลายแอปพลิเคชันชื่อดังทั่วโลก เช่น Snapchat, Roblox, Fortnite, Duolingo และ Canva รวมถึงเว็บไซต์และบริการของธนาคารบางแห่งไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติในช่วงเช้าวันจันทร์ ข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามระบบ “Down Detector” ยืนยันถึงผลกระทบในวงกว้าง แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก สร้างความไม่สะดวกให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก

โดยสาเหตุหลักคาดว่าเกิดจากความขัดข้องในระบบของ Amazon Web Services (AWS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายใหญ่ของโลก ที่รองรับระบบออนไลน์ของบริษัทนับพันทั่วโลก ความเสถียรของ AWS จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของอินเทอร์เน็ต

Downdetector ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มตรวจสอบการขัดข้องของแพลตฟอร์มที่ Ookla เป็นเจ้าของ ได้แจ้งว่าได้รับรายงานปัญหามากกว่า 4 ล้านฉบับทั่วโลกเมื่อเช้านี้ ซึ่งมากกว่าสองเท่าของรายงาน 1.8 ล้านฉบับที่พบในวันธรรมดาปกติ

บริษัทกล่าวว่าเมื่อเวลา 06:56 น. ตามเวลา UTC (13:56 น. ตามเวลาประเทศไทย) ผู้ใช้เริ่มรายงานปัญหาเกี่ยวกับ AWS โดยเฉพาะในภูมิภาค US East 1 และเมื่อเวลา 08:50 น. ตามเวลามาตรฐาน UTC (15:56 น. ตามเวลาประเทศไทย) มีบริษัทมากกว่า 500 แห่งจากทั้งหมด 66 แห่ง กำลังรายงานปัญหา

AWS ระบุผ่านหน้าเว็บสถานะระบบว่า พบ “อัตราความผิดพลาดของการเชื่อมต่อเพิ่มขึ้น” และเกิด “ความล่าช้าในหลายบริการ” โดยเฉพาะบริการฐานข้อมูล DynamoDB ในภูมิภาค US-EAST-1 ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการเชื่อมต่อ DNS ของระบบ ปัญหา DNS นี้ส่งผลให้ แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก

เหตุขัดข้องดังกล่าวยืดเยื้อมานานกว่า 90 นาที โดย Amazon ยืนยันว่าทีมวิศวกรได้เร่งดำเนินการแก้ไขและตรวจสอบสาเหตุรากของปัญหาอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดผลกระทบต่อผู้ใช้งาน

Amazon Web Services ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2006 ถือเป็นโครงสร้างหลักของอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ ให้บริการคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์แก่บริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก โดยแข่งขันโดยตรงกับ Microsoft Azure และ Google Cloud และเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของ Amazon

เหตุขัดข้องครั้งนี้ตอกย้ำถึงความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตโลก ที่พึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่เพียงไม่กี่รายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงในการใช้บริการคลาวด์จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณา

แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก

เหตุการณ์ แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก จาก AWS ล่ม ไม่ได้เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ทางเทคนิค แต่ยังส่งผลกระทบในวงกว้างต่อ:

  • ผู้ใช้งานทั่วไป: ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ใช้งานเป็นประจำ เช่น โซเชียลมีเดีย, เกมออนไลน์, และแอปพลิเคชันด้านการศึกษา
  • ธุรกิจ: การดำเนินงานหยุดชะงัก, เสียหายทางการเงิน, และสูญเสียความน่าเชื่อถือ
  • เศรษฐกิจดิจิทัล: แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากผู้ให้บริการรายใหญ่

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องทบทวนและวางแผนรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลของเรา

ที่มา – แอป-เว็บไซต์ดังทั่วโลกหยุดชะงัก เหตุระบบคลาวด์ของ Amazon ขัดข้อง

เศร้า! ครอบครัวรอรับศพ “สนธยา อัครศรี”

ครอบครัวสุดเศร้ารอรับศพ “สนธยา อัครศรี” แรงงานไทยผู้เสียชีวิตจากเหตุสงครามอิสราเอล-ฮามาส ยอมรับความหวังพังทลาย เฝ้ารอลูกชายกลับบ้านกว่า 2 ปี หลังถูกจับเป็นตัวประกัน

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่อิสราเอลเผยแพร่ข่าวการได้รับศพตัวประกันชาวไทย 1 ราย จากการพิสูจน์อัตลักษณ์ พบเป็นศพของนายสนธยา อัครศรี อายุ 30 ปี ชาวบ้านโคกม่วย หมู่ที่ 3 ต.บ้านพร้าว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ที่ถูกจับเป็นตัวประกันในประเทศอิสราเอล จากเหตุสงครามเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังบ้านโคกม่วย หมู่ที่ 3 ต.บ้านพร้าว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พบกับนายนิพนธ์ และนางอมร อัครศรี พ่อแม่ของนายสนธยา อัครศรี โดยมีญาติและเพื่อนบ้านหลายคนกำลังพูดคุยให้กำลังใจ

นางอมร แม่ของนายสนธยา อัครศรี ผู้เสียชีวิต เล่าว่ารู้สึกทั้งดีใจที่จะได้ศพลูกชายกลับมาเสียที เพราะคิดว่าตลอดเวลาที่ถูกจับคงได้รับความทุกข์ทรมานมาก เมื่อตายไปก็ถือเป็นการพ้นเคราะห์ แต่ก็เสียใจที่ลูกต้องจากไป เพราะตลอดเวลาที่ถูกจับรวมเวลา 2 ปี กับ 13 วัน ตนยังมีความมั่นใจเสมอว่าลูกจะได้กลับมา แม้เมื่อปีที่แล้วมีเจ้าหน้าที่มาเก็บดีเอ็นเอไปเปรียบเทียบกับศพแรงงานที่พบ ตนก็ยังหวังว่าลูกจะไม่เป็นอะไร เพราะคิดว่าลูกดวงแข็ง และไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ว่าลูกชายจะเสียชีวิต

นางอมรเล่าต่อว่า กลุ่มแรงงานไทยที่อยู่แคมป์เดียวกันถูกจับไปพร้อมกัน แต่แยกกันอยู่ ต่างก็ทยอยเดินทางกลับมาตัวเป็นๆ ทุกคน ตนก็ยิ่งมีความหวังสูงว่าลูกจะได้รับการปล่อยตัว แต่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าได้รับศพของลูกชายจากกองกำลังฮามาสแล้ว ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลง สร้างความโศกเศร้าเสียใจอย่างยิ่ง เมื่อคืนนี้ตนนอนไม่หลับเลย เพราะผิดหวังกับความคาดหวัง

นายนิพนธ์ผู้เป็นพ่อเล่าว่า เวลาที่ลูกชายถูกจับ ตนได้ทำทุกอย่าง ทั้งบนบานศาลกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปกราบไหว้พระธาตุพนม ทำบุญห่มผ้าองค์เจดีย์พระธาตุพนม ข้ามไปฝั่งลาวไปบูชาเจดีย์ศรีโคตรบูรณ์ กระทั่งปีที่แล้ว ยังตั้งกองกฐินใหญ่เพื่อหวังต่ออายุให้ลูกชายได้กลับมาพบหน้าตนและครอบครัว แต่ถึงวันนี้ไม่มีความหวังอีกแล้ว

นางอมรเล่าอีกว่า ไม่ได้เจอลูกชายมา 7 ปีเศษแล้ว เพราะก่อนหน้าเกิดเหตุ ลูกไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลกว่า 5 ปี กำลังจะสิ้นสุดสัญญา ก็มาถูกจับเป็นตัวประกันไป 2 ปีเศษ ตอนที่ลูกชายไปทำงานใหม่ๆ นั้น น้องไข่มุก หลานสาวของตน ซึ่งเป็นลูกสาวของนายสนธยา อัครศรี กับภรรยาที่เลิกร้างกันไป เพิ่งอายุได้ 1 ปี กับ 2 เดือน จนตอนนี้น้องไข่มุกอายุ 8 ปีเศษแล้ว ตนแค่ได้พูดคุยกับลูกชายผ่านวิดีโอแชทเท่านั้น

นายนิพนธ์เล่าเสริมว่า ยังไม่ได้จัดเตรียมพิธีศพ รอให้ศพลูกชายมาถึงก่อน จะจัดงานตามประเพณี โดยการฌาปนกิจ และทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลไปให้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบว่าศพจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะจากการโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่บอกว่าให้รอ 2-3 วัน หากศพมาถึงกรุงเทพฯ จะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขอให้ครอบครัวรออยู่ที่บ้าน จะดำเนินการจัดส่งศพจนถึงมือครอบครัว

พ่อกับแม่ของนายสนธยา อัครศรี ยังเล่าว่าไม่มีนิมิตสังหรณ์ใดๆ เลย จนได้รับข่าวก็ทำใจไม่ได้

นางอมรเล่าว่า เมื่อวานนี้หลานชายทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ โทรศัพท์มาหาด้วยน้ำเสียงร้อนรนช่วงเช้าว่า ฝันว่าที่บ้านจัดงานบวช เหมือนเป็นลางสังหรณ์ จึงโทรมาถามว่ามีใครเป็นอะไรหรือไม่ ตนก็บอกว่าไม่มีใครเป็นอะไรสบายดีทุกคน ไม่นึกว่าช่วงบ่ายมาทางเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งเรื่องศพลูกชาย

ครอบครัวเศร้ารอรับศพ “สนธยา อัครศรี”

ทั้งนี้ นางอมรยังบอกว่า หากศพมาถึงวันไหนจะแจ้งให้ผู้สื่อข่าวทราบอีกที

ความหวังที่พังทลายของครอบครัว “สนธยา อัครศรี”

การสูญเสียคนที่เรารักเป็นสิ่งที่เจ็บปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการสูญเสียที่มาพร้อมกับความหวังที่พังทลาย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอัครศรี และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

ที่มา – ครอบครัวเศร้า รอรับศพ “สนธยา อัครศรี” เผยความหวังพังทลาย หลังรู้ข่าวลูกเสียชีวิต

อิ๊งค์-เอม เยี่ยมทักษิณ ครั้งที่ 10 เผยอาการล่าสุด

“อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม “ทักษิณ” ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ครั้งที่ 10 เผยพ่อยังเครียด-นอนไม่หลับบ้าง แต่อาการนิ้วชาดีขึ้นแล้ว คนเสื้อแดงตามให้กำลังใจ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ต.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 10 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังตามคำสั่งบังคับโทษ นับแต่วันที่ 9 ก.ย. 

โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อิ๊งค์ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือเอม เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ นอกจากนี้ ยังคงมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ 

เมื่อทั้งคู่ลงมาจากรถ ก็ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปรบมือส่งเสียงให้กำลังใจ พร้อมกับยกมือไหว้ทักทายกลุ่มมวลชน ก่อนทั้งคู่เดินเข้าไปในเรือนจำฯ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ได้ร่วมเข้าเยี่ยมด้วย ซึ่งจังหวะหนึ่งก่อนเข้าประตูผ่านแดน ทั้งสองพี่น้องต่างโอบเอวกันและกันก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปด้านในของเรือนจำฯ

ต่อมาเวลา 12.25 น. น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ได้เดินออกจากประตูเรือนจำกลางคลองเปรมภายหลังเยี่ยมนายทักษิณแล้วเสร็จ โดยทั้งคู่มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีท่าทีอาการเครียด หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่า ตนเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่ได้มาเจอคุณพ่อหลายวัน ตอนนี้คุณพ่อก็นับวันบอกกับลูก ๆ ว่า อยู่มาครบ 6 อาทิตย์พอดี ทั้งนี้ คุณพ่อก็อยู่อย่างเรื่อย ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มีอาการเครียดบ้างและนอนไม่หลับบ้าง ส่วนอาการนิ้วชาของคุณพ่อนั้นดีขึ้นแล้ว 

จากนั้นทั้งคู่ก็ได้เดินไปพูดคุยทักทายและจับไม้จับมือกลุ่มคนเสื้อแดงที่ปักหลักรอให้กำลังใจ นอกจากนี้ พบว่ามีคนเสื้อแดงได้ยื่นแก้วพลาสติกที่ด้านในมีมะม่วงหาวมะนาวโห่ มอบให้กับ น.ส.แพทองธาร ซึ่ง น.ส.พินทองทา ได้เป็นผู้รับมอบไว้แทนและยื่นให้กับทีมงานที่ติดตามมาเก็บเอาไว้ ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับออกจากพื้นที่เรือนจำฯ โดยมีมวลชนคนเสื้อแดงคอยส่งเสียงตะโกนว่า “นายกสู้ ๆ”

อิ๊งค์-เอม เยี่ยม ทักษิณ ครั้งที่ 10 พบยังเครียดบ้าง นิ้วชาดีขึ้นแล้ว

การเข้าเยี่ยม ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีโดย “อิ๊งค์-เอม” ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 10 แล้ว สร้างความสนใจและติดตามจากประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ข่าวการเยี่ยมครั้งนี้เน้นย้ำถึงสภาพจิตใจและสุขภาพของนายทักษิณ ที่ยังคงได้รับความห่วงใยจากครอบครัวและคนรอบข้าง

รายละเอียดการเยี่ยมทักษิณ ครั้งที่ 10

จากรายงานข่าว “อิ๊งค์-เอม” ได้เดินทางไปเยี่ยม ทักษิณ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น มีกลุ่มคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น การปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ที่สนับสนุน ทักษิณ

นอกจากนี้ การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาการของนายทักษิณ ที่ยังคงมีความเครียดและนอนไม่หลับบ้าง แต่มีอาการนิ้วชาที่ดีขึ้น แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของครอบครัวที่มีต่อนายทักษิณ และเป็นข้อมูลที่ประชาชนให้ความสนใจ

สถานการณ์ของนายทักษิณ ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด การเยี่ยมของ “อิ๊งค์-เอม” เป็นการยืนยันถึงความผูกพันในครอบครัวและการสนับสนุนที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่านายทักษิณจะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

การที่ “อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม ทักษิณ ครั้งที่ 10 นี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ในครอบครัว และการได้รับกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้บุคคลสามารถเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ได้

การได้รับกำลังใจจากครอบครัวและกลุ่มผู้สนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้นายทักษิณสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การที่ “อิ๊งค์-เอม” เดินทางไปเยี่ยม ทักษิณ อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความรักและความห่วงใยที่พวกเขามีต่อนายทักษิณ

ที่มา – “อิ๊งค์-เอม” เยี่ยม “ทักษิณ” ครั้งที่ 10 พบยังเครียดบ้าง นิ้วชาดีขึ้นแล้ว

“บิ๊กป้อม” ยัน พลังประชารัฐสู้ต่อ เปิดตัว 80 ว่าที่ สส.

“พล.อ.ประวิตร” ลั่น พลังประชารัฐพร้อมสู้ เปิด 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ตั้งเป้า 50-60 ที่นั่ง เลือกตั้งหน้าส่งทุกเขต “ภัครธรณ์” ย้ำชัด “ลุงป้อม” ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯ ถือฤกษ์เปิดที่ทำการพรรคใหม่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม 2568 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. จำนวน 80 คน โดยมีแกนนำพรรคและกรรมการบริหารพรรค อาทิ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และ สส.สระแก้ว, นายภัครธรณ์ เทียนไชย รักษาการเลขาธิการพรรค, นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค, พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เหรัญญิกพรรคและนายทะเบียนพรรค, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี กรรมการบริหารพรรค, นายวัน อยู่บำรุง กรรมการบริหารพรรค รวมไปถึง นายไพศาล พืชมงคล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี มาร่วมด้วย

โดยก่อนแถลงเปิดตัว พล.อ.ประวิตร ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับกรรมการบริหารพรรค สส.พรรค และว่าที่ผู้สมัคร สส. ประกอบด้วย พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีต รมว.กลาโหม ซึ่งจะมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค, นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ สส.หนองคาย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสมศักดิ์ คุณเงิน อดีต สส.ขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย นายนิยม เวชกามา อดีต สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย นายไกร ดาบธรรม อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (อดีตที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรมในรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน) นายศักดา คงเพชร อดีต สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีต สส.นครพนม และนางมุกดา พงษ์สมบัติ อดีต สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ากรรมการบริหารพรรค อาทิ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรค ไม่ได้เข้าร่วมด้วย โดยมีรายงานว่า นายชัยวุฒิ ได้ลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะมีการประชุมใหญ่เพื่อปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ และแก้ไขข้อบังคับพรรคช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้

จากนั้น พล.อ.ประวิตร แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จำนวน 80 คน โดย นายภัครธรณ์ กล่าวว่า มีนักการเมืองที่มีประสบการณ์มาอยู่กับเราเยอะ ขณะเดียวกัน หัวหน้าพรรคได้มีการลงนามแต่งตั้งประธานที่ปรึกษาพรรคคือ พล.อ.ธรรมรักษ์ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมือง จะมาให้คำแนะนำกับพวกเราที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคในการที่จะสร้างสรรค์พรรคให้เติบโตขึ้นไปตามแนวนโยบายที่หัวหน้าพรรคมอบหมายไว้ให้ และยังมีทีมที่เป็นอดีต สส. อดีตรัฐมนตรี ที่ยังอยู่กับพรรคเรายังเหนียวแน่นมาโดยตลอด

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคงเห็นแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองของประเทศของเรานั้นเป็นไปในทิศทางไหน ยังยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ต้องการให้พรรคพลังประชารัฐเป็นที่รวบรวมคนเก่ง และที่สำคัญที่สุดต้องเป็นคนดี ซึ่งท่านเน้นย้ำอยู่เสมอว่าพรรคต้องการคนดี คนที่มุ่งหวังที่จะช่วยเหลือบ้านเมือง ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แก้ปัญหาเรื่องความเดือดร้อน จะเห็นว่าพรรคพลังประชารัฐมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความมั่นคง ในเรื่องของการเทิดทูนสถาบัน การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน รวมถึงดูแลผู้สูงอายุซึ่งต่างๆ เหล่านี้หัวหน้าพรรคได้ทำมาโดยตลอด และยังคงยืนหยัดที่จะทำต่อไป”

นายภัครธรณ์ ระบุต่อไป ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พรรคพลังประชารัฐจะมีนโยบายที่ชัดเจนออกมาให้ได้เห็น โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาพรรคเน้นที่คุณภาพ ทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันในการที่จะทำงานเรื่องของการเมืองต่อไป หัวหน้าพรรคมีนโยบายต้องการคนที่สุจริต โปร่งใส มีความซื่อสัตย์ เราจะเดินหน้าในแนวทางนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะส่งกี่เขตและตั้งเป้ากี่ที่นั่ง นายภัครธรณ์ ตอบว่า พรรคพลังประชารัฐถือเป็นพรรคเล็กๆ แต่เราก็มีความพร้อมและต้องการกำลังสำคัญจากทุกๆ คน หัวหน้าพรรคไม่ได้กำหนดว่าจะได้ สส.เท่าไหร่ แต่เป้าหมายของเราอย่างน้อยอยากมี 50-60 คนขึ้นไป เพื่อจะได้สามารถทำให้บ้านเมืองดีขึ้นได้ เพราะถ้ามี 50-60 คน อย่างน้อยเราก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลค่อนข้างแน่นอน เราเน้นเรื่องคุณภาพ นโยบายของหัวหน้าพรรคคือ ส่งผู้สมัคร สส.ทุกเขต

ส่วนคำถามว่าอะไรคือจุดแข็งที่ทำให้พรรคพลังประชารัฐไปถึงเป้าหมาย นายภัครธรณ์ เผยว่า คนที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอยู่ที่พรรคเราจำนวนมาก ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญนโยบายของพรรคเราชัดเจนที่เรียกว่าอนุรักษ์นิยม เราชัดเจนว่าวัฒนธรรมประเพณี ความมั่นคงของประเทศ หัวหน้าพรรคมาจากทหาร มีความชัดเจนในเรื่องของความรักชาติ การดูแลพี่น้องประชาชน เชื่อว่าวันนี้ประชาชนมีความกังวล แต่นโยบายของพรรคจะสร้างความมั่นใจและความศรัทธาให้กับประชาชนได้ มั่นใจในตัวของพรรค

เมื่อถามต่อไปถึงเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายภัครธรณ์ ระบุว่า หัวหน้าพรรคต้องเป็นแคนดิเดตอยู่แล้ว เพราะเป็นหัวหน้าพรรค ต้องมีชื่อท่านอยู่แล้ว ส่วนจะส่งคนเดียวหรือไม่นั้นต้องรอที่ประชุมก่อน

ทางด้าน พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ฝากบอกถึงสมาชิกพรรคทุกคน ไม่ต้องห่วง ทำเต็มที่ พรรคยังอยู่ สู้กันต่อไป พร้อมสู้อยู่แล้ว” ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ถือเป็นการเปิดที่ทำการพรรคพลังประชารัฐใหม่ โดยตั้งอยู่เลขที่ 267/1 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. ซึ่งย้ายจากอาคารรัชดา วัน ถนนรัชดาภิเษก.

“บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

การเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ว่าจะมีข่าวการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค แต่ พล.อ.ประวิตร ยังคงยืนยันความมั่นใจและพร้อมที่จะนำพาพรรคไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

พลังประชารัฐสู้ต่อ เปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

การย้ายที่ทำการพรรคใหม่และการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. ถึง 80 คน ถือเป็นการประกาศความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งที่จะมาถึง พล.อ.ประวิตรยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการนำทัพ และยังคงเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอีกด้วย

การที่พรรคพลังประชารัฐตั้งเป้าหมาย สส. ไว้ที่ 50-60 ที่นั่ง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต และด้วยนโยบายที่เน้นความมั่นคง การเทิดทูนสถาบัน และการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน พรรคพลังประชารัฐจึงหวังที่จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การ“บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. ยังเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ถึงแม้จะมีอุปสรรคและความท้าทายรออยู่ข้างหน้าก็ตาม

การเปิดตัวผู้สมัคร สส. ทั้ง 80 ท่าน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความพร้อมของพรรคที่จะเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งทำให้พรรคมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างเต็มที่

ดังนั้น การที่ “บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส. จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคพลังประชารัฐยังคงเป็นพรรคการเมืองที่สำคัญและพร้อมที่จะแข่งขันในการเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างเต็มกำลัง

ที่มา – “บิ๊กป้อม” ยันพลังประชารัฐสู้ต่อ ย้ายที่ทำการพรรค พร้อมเปิดตัว 80 ว่าที่ผู้สมัคร สส.

แฟนบอลเรนเจอร์สผิดหวัง สโมสรตกต่ำ?

อนาคตของสโมสรเรนเจอร์สยังคงมืดมน หลังจากการจากไปของผู้จัดการทีม รัสเซลล์ มาร์ติน เมื่อสองสัปดาห์ก่อน แฟนบอลต่างแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการที่ผิดพลาด ทำให้สโมสรที่เคยภาคภูมิใจต้องตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย

สตีเวน เจอร์ราร์ด เคยได้รับการทาบทามให้กลับมาคุมทีมอีกครั้ง แต่เขาปฏิเสธโอกาสนั้น โดยอ้างถึงความกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม อดีตผู้จัดการทีมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ แดนนี่ โรห์ล ก็ถอนตัวจากการเจรจา แม้ว่าจะมีรายงานว่าเขากลับมาอยู่ในรายชื่อผู้สมัครอีกครั้งก็ตาม ล่าสุด ข้อตกลงในการแต่งตั้ง เควิน มัสแคต ผู้จัดการทีมเซี่ยงไฮ้ พอร์ต ก็ล่มลงเนื่องจากความต้องการของกุนซือชาวออสเตรเลียที่ต้องการคุมทีมให้จบฤดูกาลในจีน

ผลเสมอ 2-2 ในบ้านกับดันดี ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ ไม่สามารถปลุกขวัญกำลังใจของแฟนบอลที่โกรธเคืองต่อการจัดการของผู้บริหารระดับสูงอย่าง แพทริค สจ๊วต และ เควิน เธลเวลล์ ที่ล้มเหลวในการหาผู้จัดการทีมคนใหม่

‘สโมสรที่เคยภาคภูมิใจต้องตกต่ำ’

แฟนบอลหลายคนได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น:

Callum: นี่เป็นการเสื่อมเสียที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสกอตแลนด์ ผู้มีอำนาจที่ไอบรอกซ์จะตระหนักเมื่อไหร่ว่าถ้าเธลเวลล์และสจ๊วตยังคงเป็นอุปสรรค พวกเขาต้องถูกกำจัดออกไปทันที ผู้จัดการทีมที่มีศักยภาพสามคนปฏิเสธเราในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว น่าตกใจและน่าอับอาย

Michael: เธลเวลล์และสจ๊วตต้องการมีส่วนร่วมมากเกินไปในกิจการของทีมชุดใหญ่ และนี่คือสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นปัญหา ทั้งสองคนต้องไป หากแอนดรูว์ คาวานาห์ และ พารักห์ มาราธี ต้องการเจอร์ราร์ดและมัสแคต ข้อตกลงก็ควรจะเกิดขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาคือ ‘เจ้านาย’

Isobel: สโมserทราบสถานการณ์ของมัสแคตตั้งแต่เริ่มต้น แล้วทำไมต้องดำเนินการต่อไปตั้งแต่แรก หากพวกเขากระตือรือร้นที่จะได้ใครสักคนเข้ามาโดยเร็วที่สุด? มันเป็นการขาดความสามารถอย่างสิ้นเชิงและความเย่อหยิ่งที่น่าทึ่งที่เชื่อว่าพวกเขาสามารถพาเขาเข้ามาได้ก่อนหน้านี้เนื่องจากเขากำลังจะคว้าแชมป์สมัยที่สอง กลุ่มผู้บริหารทั้งหมดรวมถึงชาวอเมริกันได้ลากสโมสรที่เคยภาคภูมิใจให้ตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง มันน่าละอายอย่างยิ่ง และฉันรู้สึกเห็นใจผู้เล่นที่ถูกทิ้งให้ไร้ผู้นำ ไร้ทิศทาง และถูกทิ้งไว้กลางทาง

Neil: มันเริ่มชัดเจนแล้วว่าหากผู้จัดการทีมคนใหม่ต้องการควบคุมการสรรหาบุคลากร เธลเวลล์จะเป็นปัญหา ถึงเวลาแล้วที่เจ้าของจะเข้ามาควบคุมและแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถบริหารสโมสรได้

Stuart: ฉันสนับสนุนสโมสรนี้มาตั้งแต่คุณพ่อผู้ล่วงลับพาฉันไปดูเกมแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ใช้เงินหลายพันเพื่อเดินทางไปทั่วสหราชอาณาจักรและยุโรปเพื่อดูพวกเขา และนี่คือ ‘สิ่งที่แย่ที่สุด’ ที่ฉันเคยเห็นตั้งแต่ต้นจนจบ การเลือกคณะกรรมการบริหารที่ไม่ดี การจัดการที่ไม่ดีและการสรรหาบุคลากรที่ไม่ดี เธลเวลล์และสจ๊วตต้องไปเพราะพวกเขาแค่เติมเต็มกระเป๋าของตัวเองในขณะที่ทำให้สโมสรที่เคยภาคภูมิใจต้องตกต่ำ

Sonny: ไล่คณะกรรมการบริหารออก ชาวอเมริกันสามารถทำให้สโมสรกลายเป็นความยุ่งเหยิงที่ยิ่งใหญ่กว่าการบริหารชุดก่อนได้อย่างไร ซึ่งฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เราเป็นตัวตลกและแทบจะไม่มีผู้สมัครที่ยอดเยี่ยมเหลืออยู่ น่าอับอาย

Brian: ช่างเป็นความยุ่งเหยิงและน่าตกใจอย่างยิ่งจากผู้ที่รับผิดชอบ ความผิดต้องอยู่ที่สจ๊วตและเธลเวลล์ ซึ่งไม่สามารถทำงานร่วมกันได้แม้แต่ในละครใบ้ ฉันหมดหนทางอย่างสมบูรณ์ใกล้จะสิ้นหวัง

Alexander: ปัญหาหลักดูเหมือนจะเป็นเธลเวลล์และสจ๊วต หากทั้งสองคนนี้เป็นเหตุผลที่เราไม่สามารถสรุปข้อตกลงได้ ให้กำจัดพวกเขาออกไป เรนเจอร์สใหญ่เกินกว่าที่จะดำเนินการในลักษณะที่ผิดพลาดเช่นนี้ ผู้สนับสนุนจะไม่ทนกับเรื่องไร้สาระนี้อีกต่อไป บางทีไอบรอกซ์ที่ว่างเปล่าและไม่ต่ออายุตั๋วปีจะปลุกเจ้าของให้ตื่น

แฟนๆ ต้องการใครตอนนี้? มักคอยสต์ เฟอร์กูสัน หรือ ปอสเตโคกลู?

การค้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง และแฟนบอลต่างก็มีรายชื่อผู้จัดการทีมในฝันของตนเอง

Edward: แล้วเดวิด มาร์ตินเดล ล่ะ? ทำงานได้ดีมากให้กับลิฟวิงสตัน อาจแย่กว่านี้ก็ได้

Stephen: อังเก้ว่างแล้ว!

Gavin: ยุ่งเหยิงสิ้นดี อย่างน้อยอังเก้ก็พร้อมใช้งานแล้ว ฉันแน่ใจว่าเขาจะยินดีต้อนรับการกลับไปยังกลาสโกว์!

Chico: มันให้ความรู้สึกเหมือนเราต้องนำ Ally McCoist กลับมาอีกครั้งและสร้างใหม่เพื่อช่วงเวลาที่น่าทึ่งข้างหน้า ไม่ใช่จ้างหัวหน้าโค้ชที่จะไม่เหมาะสมและอยู่ภายใต้แรงกดดันจากแฟนๆ

Elyag: เอา Giovanni van Bronckhorst กลับมา ไม่ควรไล่เขาออกไปเลย

Michael: มอบงานให้ Barry Ferguson อย่างน้อยเขาก็มีใจ เขาสร้างผลงานได้ดีในฐานะผู้จัดการทีมชั่วคราวก่อนหน้านี้

Ian: มันชัดเจนมาก นำ Fergusonerและทีมงานกลับมา นำความภาคภูมิใจ ความน่าเชื่อถือ ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์กลับมา และสิ่งที่มันหมายถึงการสวมเสื้อ ผู้ชนะ ผู้เล่นระดับนานาชาติ และโค้ชที่สร้างแรงบันดาลใจด้วยความรู้ที่ไม่มีใครเทียบได้ของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ โค้ชระดับสองไม่จำเป็นต้องสมัครอีกต่อไป

John: ฉันจะเลือก Stephen Robinson หรือ Jim Goodwin ผู้จัดการทีมทั้งสองเคยอยู่มาแล้วและทำได้ดีกับทีมเล็กๆ ฉันอยากให้ Jim Goodwin จริงๆ เพราะฉันรู้สึกว่าเขามีคุณสมบัติที่จำเป็นในการเป็นผู้จัดการทีมของเรา

สถานการณ์ที่สโมสรที่เคยภาคภูมิใจต้องตกต่ำสะท้อนอะไร?

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเรนเจอร์สเป็นเครื่องเตือนใจว่าชื่อเสียงและความสำเร็จในอดีตไม่สามารถรับประกันความสำเร็จในอนาคตได้ การบริหารจัดการที่ผิดพลาด การตัดสินใจที่ผิดพลาด และการขาดความเข้าใจในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของสโมสร สามารถนำไปสู่การล่มสลายได้ แม้กระทั่งกับสโมสรที่มีแฟนบอลที่ภักดีและประวัติศาสตร์อันยาวนาน

สิ่งสำคัญคือผู้บริหารระดับสูงของสโมสรต้องรับฟังความคิดเห็นของแฟนบอลและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไป สโมสรที่เคยภาคภูมิใจก็อาจต้องตกต่ำลงไปอีก

ที่มา – ‘A proud club dragged into gutter’ – Rangers fans on manager search

ศาลยกฟ้อง! กุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาท

ศาลอาญาได้ยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่นางกุสุมาลวตี ฟ้องร้องนายอนุทินในข้อหาหมิ่นประมาท สืบเนื่องมาจากการตอบโต้กันในคดียุบพรรคฮั้ว สว. โดยศาลชี้ว่าเป็นการโต้ตอบโดยสุจริต นางกุสุมาลวตีเตรียมปรึกษาทนายเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อไป

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เวลา 09.30 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 808 ศาลอาญา ได้นัดฟังคำสั่งในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ อ.1418/2568 ซึ่งนางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (ขณะเกิดเหตุดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท

ใจความสำคัญของคดีคือ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 ภายหลังจากที่โจทก์ได้ยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกโดยมิชอบต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ กกต. พิจารณายื่นศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภูมิใจไทย และโจทก์ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความตั้งใจในการยื่นเรื่องดังกล่าวต่อ กกต. แล้ว จำเลยได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนใส่ความหมิ่นประมาทโจทก์ ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ที่นำเข้าไต่สวนมูลฟ้องประกอบคำแถลงของจำเลยแล้วเห็นว่า โจทก์ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ กกต. พิจารณายื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคภูมิใจไทย และให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีที่โจทก์เห็นว่าการกระทำของพรรคภูมิใจไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมถึงกรรมการบริหารพรรคและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กระทำการอันขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิก โดยโจทก์ให้สัมภาษณ์ก่อนเกิดเหตุหลายครั้งและวันเกิดเหตุด้วย ซึ่งข้อเท็จจริงตามคำสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของโจทก์ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจาก กกต. ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาว่ามีพยานหลักฐานอันควรยื่นยุบพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ และเป็นการกล่าวถึงจำเลยโดยตรง จำเลยจึงเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้การสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของจำเลยที่กล่าวถึงลักษณะพฤติกรรมของโจทก์จึงเป็นคำที่จำเลยโต้ตอบโจทก์ เพื่อให้ผู้ที่รู้เห็นเข้าใจว่า โจทก์เป็นบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม แก้ข่าวที่โจทก์ให้สัมภาษณ์ อันเป็นการป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ฟ้องโจทก์ไม่มีมูลว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องพิพากษายกฟ้อง

ภายหลัง นางกุสุมาลวตีกล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของศาล แต่ส่วนตัวยังติดใจในความหมายของคำพูดว่า “กักขฬะ” ที่ตีความแล้ว ความหมายไม่ตรงกับที่ตนเองคิด เพราะทนายจำเลยสืบพยานอ้างว่า คำว่า “กักขฬะ” คือพื้นดินที่ขรุขระ ส่วนตัวมองว่าเป็นถ้อยคำที่ดูหมิ่น มีความเถื่อน หลังจากนี้จะปรึกษากับทนายความเพื่อเดินหน้าในการยื่นอุทธรณ์คดีต่อไป

ศาลอาญา ยกฟ้อง “กุสุมาลวตี” ฟ้อง “อนุทิน” หมิ่นประมาท

เรื่องราวของคดีกุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาท กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก การที่ศาลยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องทำให้เกิดคำถามและความเห็นที่แตกต่างกันในวงกว้าง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดี กุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาท

คดีนี้มีความซับซ้อนในแง่ของข้อกฎหมายและการตีความ คำว่า “หมิ่นประมาท” เองก็มีหลายแง่มุม การที่ศาลมองว่าเป็นการโต้ตอบโดยสุจริตเพื่อป้องกันสิทธิ์ของตนเองเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามกันต่อไปว่าการยื่นอุทธรณ์ของนางกุสุมาลวตีจะเป็นอย่างไร

การพิจารณาคดีกุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาทนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ภาษาและการสื่อสารในสังคม การที่คำพูดคำเดียวสามารถนำไปสู่การฟ้องร้องและเป็นประเด็นทางกฎหมายได้นั้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักถึง

ผลของคดีกุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาทนี้อาจมีผลกระทบต่อแนวทางการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม การใช้สิทธิในการแสดงออกอย่างระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญ

จากเหตุการณ์กุสุมาลวตี ฟ้องอนุทินหมิ่นประมาทนี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือละเมิดสิทธิของผู้อื่น

ที่มา – ศาลอาญา ยกฟ้อง “กุสุมาลวตี” ฟ้อง “อนุทิน” หมิ่นประมาท

พอตเตอร์รับงานคุมทีมชาติสวีเดน

กราแฮม พอตเตอร์ อดีตผู้จัดการทีมเวสต์แฮม ได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของทีมชาติสวีเดนอย่างเป็นทางการ

กุนซือวัย 50 ปีรายนี้ ตกลงรับตำแหน่งดังกล่าวในระยะสั้นเบื้องต้น เพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์ในเส้นทางฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของสวีเดนที่กำลังย่ำแย่

สวีเดนกำลังมองหาหัวหน้าโค้ชคนใหม่ตั้งแต่การปลด จอน ดาห์ล โทมัสสัน ออกจากตำแหน่ง หลังพ่ายแพ้ต่อโคโซโว 1-0 เมื่อวันจันทร์ ซึ่งส่งผลให้การผ่านเข้ารอบอัตโนมัติจากกลุ่มของพวกเขานั้นเป็นไปไม่ได้

พอตเตอร์รับงานคุมทีมชาติสวีเดน

การแต่งตั้งพอตเตอร์ถือเป็นความหวังใหม่สำหรับแฟนบอลสวีเดนที่ต้องการเห็นทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา พอตเตอร์จะเข้ามาปรับปรุงแท็กติกและยกระดับเกมการเล่นของทีม

ความท้าทายของพอตเตอร์ในการคุมทีมชาติสวีเดน

แม้ว่าการเข้ามาของพอตเตอร์จะสร้างความตื่นเต้น แต่เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายหลายอย่างในการคุมทีมชาติสวีเดน ประการแรกคือการสร้างทีมเวิร์คและความเข้าใจระหว่างผู้เล่นที่มาจากหลากหลายสโมสร ประการที่สองคือการพัฒนาระบบการเล่นที่เหมาะสมกับศักยภาพของผู้เล่นที่มีอยู่ และประการสุดท้ายคือการสร้างความเชื่อมั่นและแรงจูงใจให้กับผู้เล่นเพื่อให้พวกเขามุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะในทุกนัด

หนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจคือ พอตเตอร์จะนำสไตล์การทำทีมแบบไหนมาใช้กับทีมชาติสวีเดน เขาขึ้นชื่อเรื่องการเน้นเกมรุกที่สวยงามและการสร้างสรรค์โอกาสทำประตูที่หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและวินัยในเกมรับด้วยเช่นกัน การผสมผสานทั้งสองอย่างนี้อย่างลงตัวจะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของเขา

นอกจากนี้ สิ่งที่แฟนบอลจับตามองคือการเลือกผู้เล่นที่จะเข้ามาเป็นแกนหลักของทีม พอตเตอร์จะต้องทำการประเมินศักยภาพของผู้เล่นแต่ละคนอย่างละเอียดและตัดสินใจเลือกผู้เล่นที่เหมาะสมกับระบบการเล่นของเขามากที่สุด การมีผู้เล่นที่มีความสามารถและทุ่มเทให้กับทีมจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ทีมชาติสวีเดนประสบความสำเร็จ

การเข้ามาของ พอตเตอร์รับงานคุมทีมชาติสวีเดน เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่น่าสนใจสำหรับทีมชาติสวีเดน แฟนบอลต่างคาดหวังว่าภายใต้การนำทีมของเขา สวีเดนจะกลับมาเป็นทีมที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับนานาชาติอีกครั้ง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้เวลาและสนับสนุนพอตเตอร์ในการสร้างทีมและพัฒนาระบบการเล่นที่ยั่งยืน

อนาคตของทีมชาติสวีเดนภายใต้การคุมทีมของพอตเตอร์จะเป็นอย่างไร เราคงต้องติดตามดูกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้สร้างความหวังและความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลสวีเดนทั่วประเทศ

ดังนั้น, การแต่งตั้ง พอตเตอร์รับงานคุมทีมชาติสวีเดน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจนำไปสู่ยุคใหม่ของความสำเร็จสำหรับทีมชาติสวีเดน

ที่มา – Potter announced as new Sweden head coach