วัน: 23 ตุลาคม 2025

“อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมอาเซียน-เอเปค

นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย และการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เกาหลีใต้ การเตรียมความพร้อมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากนำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาเนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2568 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระบรมรูปทรงม้า) พระลานพระราชวังดุสิต เขตดุสิต

นายกรัฐมนตรีอนุทินเปิดเผยว่า ในวันนี้จะมีการประชุมกับรัฐมนตรีเพื่อทบทวนและเตรียมการก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย รวมถึงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคที่เกาหลีใต้ ซึ่งการประชุมทั้งสองเวทีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศไทยในอนาคต

“อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

การประชุมที่นายอนุทินเรียกในวันนี้ มุ่งเน้นไปที่ประเด็นใดบ้าง? คาดว่าประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ได้แก่

  • ท่าทีของประเทศไทยต่อประเด็นต่างๆ ที่จะมีการหารือในการประชุมอาเซียนและเอเปค
  • การเตรียมข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมระดับนานาชาติเช่นนี้ จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำเสนอจุดยืนและผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของการเตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

การประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เป็นเวทีสำคัญที่ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกจะได้มาพบปะหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม การที่ประเทศไทยสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมเหล่านี้ได้อย่างดี จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถ:

  • แสดงบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในภูมิภาค
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบการ
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในด้านต่างๆ
  • ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก

ดังนั้น การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมอาเซียนและเอเปค จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างยิ่ง

การที่ “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะใช้เวทีระหว่างประเทศเหล่านี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอย่างเต็มที่ การเข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการเตรียมตัวอย่างรอบคอบและครอบคลุมในทุกด้าน ทั้งด้านเนื้อหา สาระสำคัญ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประชุมที่ “อนุทิน” ได้เรียกในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายและโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการประชุมที่จะมาถึง

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการประชุม “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังประชาคมระหว่างประเทศว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะมีบทบาทอย่างแข็งขันในการแก้ไขปัญหาระดับโลก และพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศต่างๆ ในการสร้างโลกที่สันติสุขและยั่งยืน

ดังนั้น การเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมอาเซียนและเอเปค จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมข้อมูลและเอกสารเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการแสดงความมุ่งมั่นตั้งใจของประเทศไทยในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก และในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นหลัง

ดังนั้นเราในฐานะประชาชนคนไทย ควรติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการประชุมเหล่านี้ เพื่อจะได้เข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของประเทศไทยในเวทีโลก และเพื่อจะได้ร่วมกันสนับสนุนรัฐบาลในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่

ที่มา – “อนุทิน” เรียกถกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมประชุมอาเซียน-เอเปค

ไทยย้ำเงื่อนไข! “บิ๊กเล็ก” ถก GBC ไร้กังวล

พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะเดินทางไปมาเลเซียเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรน่ากังวล และไทยยังคงย้ำ 4 เงื่อนไขเดิมกับกัมพูชา

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2568 พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และคณะ ได้เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ครั้งที่ 2/2568 เพื่อหารือถึงสันติภาพร่วมกันระหว่างไทยและกัมพูชา สถานการณ์ชายแดน และความร่วมมือด้านต่างๆ

ก่อนการเดินทาง พล.อ.ณัฐพลได้เปิดเผยถึงความคาดหวังในการประชุม GBC ครั้งนี้ โดยกล่าวว่า เท่าที่ทราบจากฝ่ายเลขานุการ ขณะนี้การเจรจาคืบหน้าไปกว่า 90% และจะมีการพูดคุยเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกเล็กน้อย นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าจากกรณีที่ประชุม JBC วานนี้มีการปฏิเสธอำนาจในการตัดสินใจสร้างรั้ว ก็จะมีการหยิบยกไปหารือในวง GBC เช่นกัน

พล.อ.ณัฐพลยังระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่น่ากังวล เนื่องจากเหลือรายละเอียดอีกเล็กน้อยที่ต้องพูดคุยกับประธาน GBC ของฝ่ายกัมพูชา แต่ยังคงย้ำใน 4 เงื่อนไขเดิมที่ไทยได้เสนอไปก่อนหน้านี้

“บิ๊กเล็ก” พาคณะถก GBC บอกไม่มีอะไรน่ากังวล ไทยยังย้ำ 4 เงื่อนไขกับกัมพูชา

รายละเอียด 4 เงื่อนไขที่ไทยย้ำกับกัมพูชาในการประชุม GBC

สำหรับ 4 ประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในการประชุม GBC เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้แก่

  • 1. การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน
  • 2. การเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน
  • 3. ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
  • 4. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาค การที่ “บิ๊กเล็ก” นำคณะเข้าร่วมการประชุม GBC และยืนยันถึงความคืบหน้าในการเจรจา ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติวิธี อย่างไรก็ตาม การที่ไทยยังคงย้ำ 4 เงื่อนไขเดิมกับกัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่ายังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาและหารือกันต่อไปเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือที่ยั่งยืน

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการประชุม GBC

การประชุม GBC เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ การหารือในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชายแดน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การที่ทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นในหลักการของการเจรจาและแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุนต่อไป นอกจากนี้ ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนอย่างเป็นระบบ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน

การที่ไทยยังคงย้ำใน 4 เงื่อนไขเดิมในการประชุม “บิ๊กเล็ก” พาคณะถก GBC บอกไม่มีอะไรน่ากังวล ไทยยังย้ำ 4 เงื่อนไขกับกัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งชายแดนอย่างยั่งยืน และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน การดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกัน จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและความมั่นคงของทั้งสองประเทศต่อไปในอนาคต

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์การเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาในการประชุม GBC ดูเหมือนจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แม้ว่าอาจจะต้องมีการหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย แต่การที่ทั้งสองฝ่ายยังคงยึดมั่นในหลักการของการเจรจาและแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกัน

การติดตามความคืบหน้าของการประชุม GBC และการดำเนินการตามข้อตกลงต่างๆ ที่ได้ทำร่วมกัน จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทั้งสองประเทศสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งและสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งในอนาคต สำหรับประชาชนทั่วไป การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและครบถ้วนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดน จะช่วยให้เกิดความเข้าใจและความตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี และการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

ดังนั้น การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และการสนับสนุนแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยและกัมพูชาสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ร่วมกันได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การดำเนินการใดๆ ก็ตาม ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” พาคณะถก GBC บอกไม่มีอะไรน่ากังวล ไทยยังย้ำ 4 เงื่อนไขกับกัมพูชา

รัฐบาลขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา หักรายจ่ายได้ 2 เท่า

“ลลิดา เพริศวิวัฒนา” เผย รัฐบาลขยายสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า สำหรับนิติบุคคลจัดอบรม–สัมมนาในอำเภอเมืองหลัก 15 จังหวัด ที่ได้สิทธิเทียบเท่า “เมืองรอง”

วันที่ 23 ตุลาคม 2568 นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดย กรมสรรพากร ได้ออก ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 456) เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายจ่ายที่เกิดจากการจัดอบรม สัมมนา หรือการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ และได้ ขยายเขตพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมจากจังหวัดท่องเที่ยวรอง เพื่อให้นิติบุคคลสามารถใช้สิทธิหักรายจ่ายได้มากขึ้น

มาตรการดังกล่าวมีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการจัดกิจกรรมในประเทศได้ในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดประชุม อบรม และสัมมนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พื้นที่ที่ได้รับสิทธิตามประกาศฉบับนี้ ครอบคลุมอำเภอในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น กระบี่, เชียงใหม่, นครราชสีมา, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, กาญจนบุรี, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, พังงา, ระยอง, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ขอนแก่น, ฉะเชิงเทรา และ สงขลา โดยในแต่ละจังหวัดได้ระบุ “อำเภอที่มีสิทธิเทียบเท่าเมืองรอง” อย่างชัดเจน อาทิ

กระบี่: เขาพนม, ปลายพระยา, ลำทับ

เชียงใหม่: สารภี, สันทราย, แม่แตง, แม่วาง, ดอยสะเก็ด, อมก๋อย ฯลฯ

นครราชสีมา: ปักธงชัย, พิมาย, วังน้ำเขียว, สีคิ้ว, ด่านขุนทด, เสิงสาง ฯลฯ

ชลบุรี: บ้านบึง, พานทอง, พนัสนิคม, หนองใหญ่ ฯลฯ

สุราษฎร์ธานี: กาญจนดิษฐ์, พุนพิน, ดอนสัก, ไชยา, วิภาวดี ฯลฯ

และจังหวัดอื่นอีกกว่า 10 จังหวัดทั่วประเทศ

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาษีเพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจจัดประชุม อบรม และสัมมนาภายในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและช่วยกระจายรายได้สู่ภูมิภาค โดยนิติบุคคลที่จัดกิจกรรมในพื้นที่ที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวจะได้รับสิทธิ หักรายจ่าย 2 เท่า ขณะที่พื้นที่อื่นสามารถใช้สิทธิ หักรายจ่าย 1.5 เท่า ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ยังคงเดินหน้านโยบายภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการทางภาษีเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

รัฐบาลขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา อำเภอเมืองหลัก 15 จังหวัด หักรายจ่ายได้ 2 เท่า

ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการ! รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดย รัฐบาลขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา ในอำเภอเมืองหลัก 15 จังหวัด ทำให้บริษัทต่างๆ สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า เมื่อจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนด มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในท้องถิ่น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ทำไมรัฐบาลถึงขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา?

เหตุผลหลักที่รัฐบาลขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา คือการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักที่ยังต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นิติบุคคลที่จัดกิจกรรมในพื้นที่เหล่านี้ จะช่วยดึงดูดให้เกิดการลงทุนและการใช้จ่ายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้ไปยังท้องถิ่นต่างๆ เนื่องจากเมื่อมีการจัดอบรมสัมมนา จะเกิดการจ้างงานในพื้นที่ ทั้งในส่วนของโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการอื่นๆ

จังหวัดไหนบ้างที่ได้รับสิทธิประโยชน์?

จังหวัดที่ได้รับสิทธิประโยชน์ในการจัดอบรม–สัมมนา และสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ได้แก่:

  • กระบี่
  • เชียงใหม่
  • นครราชสีมา
  • ชลบุรี
  • สุราษฎร์ธานี
  • กาญจนบุรี
  • เพชรบุรี
  • ประจวบคีรีขันธ์
  • พังงา
  • ระยอง
  • พระนครศรีอยุธยา
  • สระบุรี
  • ขอนแก่น
  • ฉะเชิงเทรา
  • สงขลา

โดยในแต่ละจังหวัด จะมีอำเภอที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าได้รับสิทธิเทียบเท่าเมืองรอง ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถี่ถ้วนก่อนวางแผนจัดกิจกรรม

เงื่อนไขและข้อควรทราบ

สำหรับเงื่อนไขในการใช้สิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนดอย่างเคร่งครัด ซึ่งรวมถึงการจัดทำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องครบถ้วน และการยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ทันตามกำหนดเวลา

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระยะเวลาของมาตรการให้ดี เนื่องจากมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เท่านั้น

มาตรการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการในการวางแผนจัดอบรมสัมมนาในช่วงปลายปี เพื่อกระตุ้นขวัญและกำลังใจของพนักงาน พร้อมทั้งยังสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย อย่ารอช้า รีบศึกษาเงื่อนไขและวางแผนการจัดกิจกรรมได้เลย!

ที่มา – รัฐบาลขยายสิทธิจัดอบรม–สัมมนา อำเภอเมืองหลัก 15 จังหวัด หักรายจ่ายได้ 2 เท่า

สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง

การแพทย์ก้าวล้ำ! ทีมแพทย์ในอังกฤษได้ทำการผ่าตัดสุดทึ่ง โดยให้ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันเล่นคลาริเน็ตกลางห้องผ่าตัดเพื่อสังเกตการตอบสนองของสมองแบบเรียลไทม์ เทคนิคนี้เรียกว่าการกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) และแสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งในการฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้ทันที

วงการแพทย์อังกฤษสร้างความฮือฮาด้วยการผ่าตัดสมองรักษาอาการพาร์กินสัน โดยให้คนไข้เล่นเครื่องดนตรีอย่างคลาริเน็ตไปด้วย! เทคโนโลยี Deep Brain Stimulation (DBS) หรือการกระตุ้นสมองส่วนลึก ช่วยให้ศัลยแพทย์ประเมินผลการรักษาได้แบบเรียลไทม์ขณะผ่าตัดจริง ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ

คนไข้รายนี้ชื่อ เดนิส เบคอน หญิงวัย 64 ปี อดีตนักบำบัดการพูดและภาษา รวมถึงนักดนตรีสมัครเล่น เธอเคยเล่นคลาริเน็ตในวงดนตรี East Grinstead Concert Band แต่ต้องหยุดเล่นไปเมื่อ 5 ปีก่อน หลังอาการพาร์กินสันกำเริบ ทำให้เธอมีอาการแข็งเกร็งและเคลื่อนไหวช้า จนแทบขยับนิ้วไม่ได้

เดนิสตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด DBS ที่โรงพยาบาล King’s College Hospital ในกรุงลอนดอน การผ่าตัดใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง นำทีมโดย ศาสตราจารย์เคยูมาร์ส แอชคาน ศัลยแพทย์ระบบประสาทชื่อดัง

เทคนิค Deep Brain Stimulation (DBS) เป็นนวัตกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยเฉพาะในผู้ป่วยพาร์กินสันและโรคลมชัก วิธีนี้จะฝังอิเล็กโทรดเล็กๆ เข้าไปในสมองส่วนลึกของผู้ป่วย เพื่อส่งสัญญาณไฟฟ้าควบคุมการเคลื่อนไหว คล้ายเครื่องกระตุ้นหัวใจสำหรับสมอง

ขณะผ่าตัด เดนิสได้รับเพียงยาชาเฉพาะที่บริเวณศีรษะและกะโหลก ทำให้เธอยังรู้สึกตัวและสามารถเล่นคลาริเน็ตได้ ขณะที่แพทย์ปรับระดับสัญญาณไฟฟ้าให้เหมาะสม การที่เธอเล่นคลาริเน็ตได้ขณะผ่าตัด ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถสังเกตการทำงานของสมองและปรับการรักษาได้อย่างแม่นยำ

ทีมแพทย์เปิดเผยว่า ขณะที่เดนิสเริ่มเล่นคลาริเน็ต การเคลื่อนไหวของนิ้วเธอดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเสียงเพลงช่วยให้แพทย์ปรับการกระตุ้นสมองได้อย่างแม่นยำ

ศ.แอชคาน กล่าวว่าเขามักออกแบบการผ่าตัดให้ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้ป่วยแต่ละคน สำหรับบางคน การกลับมาเดินได้คือเป้าหมาย แต่สำหรับเดนิส การได้กลับมาเล่นดนตรีคือคุณภาพชีวิตที่แท้จริง

หลังผ่าตัด เดนิสกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า เธอสามารถเดินได้ตามปกติทันทีหลังผ่าตัด มันเหมือนชีวิตเปิดประตูใหม่อีกครั้ง และเหมือนมีอนาคตอีกครั้ง เธอเลือกใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าสมองแบบชาร์จแบตเตอรี่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานได้นานถึง 20 ปี

แม้โรคพาร์กินสันจะยังรักษาไม่หายขาด แต่เทคโนโลยี DBS ช่วยให้ผู้ป่วยอย่างเดนิสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก

สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง

เทคนิคการผ่าตัดที่ช่วยให้ผู้ป่วยพาร์กินสันกลับมามีความสุขได้อีกครั้ง

การผ่าตัดครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่น่าทึ่ง และความสำคัญของการรักษาที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหลัก เทคโนโลยี DBS ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการทางกายภาพ แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจกรรมที่รักและมีความสุขในชีวิตได้อีกครั้ง

ที่มา – สุดทึ่ง! หญิงอังกฤษเล่นคลาริเน็ตขณะถูกผ่าสมอง ทดสอบผลผ่าตัดรักษาพาร์กินสันแบบเรียลไทม์

ปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา อย่างราบรื่น แม้ล่าช้า

การประชุม JBC ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญปิดฉากลงอย่างราบรื่น แม้จะล่าช้ากว่ากำหนดถึง 8 ชั่วโมง โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามในบันทึกผลการประชุม JBC วาระพิเศษในช่วงเที่ยงคืนกว่า สรุปผลการหารือเห็นพ้องให้มีการแก้ไข TOR 2003 และเร่งสำรวจพร้อมจัดทำหลักเขตแดนระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 และ 47 บริเวณบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมนัดหมายการประชุมครั้งต่อไปในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 ณ จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศพิธีปิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญเมื่อเวลา 00.12 น. ของวันที่ 23 ตุลาคม 2568 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเป็นเวลา 2 วัน (21-22 ตุลาคม 2568) ณ โรงแรมมณีจันท์รีสอร์ท จังหวัดจันทบุรี โดยประธานของทั้งสองฝ่ายยังคงเป็นบุคคลเดิม ได้แก่ นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ เป็นประธานฝ่ายไทย และนายฬำ เจีย รัฐมนตรีรับผิดชอบกิจการชายแดนและหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการกิจการชายแดนแห่งชาติกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา

บรรยากาศการประชุม JBC ไทย-กัมพูชา

บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งสองฝ่ายได้สรุปผลการหารือและร่วมกันลงนามในบันทึกผลการประชุม JBC วาระพิเศษ พร้อมทั้งมอบของที่ระลึกแก่กันก่อนปิดการประชุมและถ่ายภาพร่วมกัน

ผลสรุปของการประชุมในครั้งนี้เป็นไปภายใต้บรรยากาศแห่งมิตรภาพและความเข้าใจอันดี โดยมีประเด็นสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันดังนี้:

  • มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการเทคนิคร่วม (JTSC) ดำเนินการสร้างหลักเขตแดนใหม่เพื่อทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่ชำรุดหรือสูญหายจำนวน 15 หลัก โดยให้กลับคืนสู่ที่ตั้งและตำแหน่งเดิม
  • ตกลงที่จะจัดทำหลักเขตแดนเพื่อเปลี่ยนหรือทดแทนหลักเขตแดนเดิมที่จมน้ำจำนวน 3 หลัก โดยจะกำหนดตำแหน่งที่ตั้งใหม่ร่วมกันในภายหลัง
  • เห็นพ้องให้เร่งรัดการแก้ไข Terms of Reference 2003 (TOR 2003) เกี่ยวกับการจัดทำแผนที่ภาพถ่าย (Orthophoto Maps) เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น Light Detection and Ranging (LiDAR) มาใช้ในการจัดทำแผนที่ภาพถ่าย เพื่อให้การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • เกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนระหว่างหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 47 บริเวณบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว:
    • ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับคำแนะนำทางเทคนิค (TI) สำหรับการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวในพื้นที่ภูมิประเทศที่มีความเร่งด่วนในบริเวณหลักเขตแดนที่ 42 ถึง 47
    • เมื่อทั้งสองฝ่ายดำเนินการสำรวจและวางหมุดชั่วคราวเสร็จสิ้นแล้ว จะนำผลการสำรวจดังกล่าวเสนอต่อรัฐบาลเพื่อขอความเห็นชอบ เพื่อกำหนดกลไกที่เหมาะสมสำหรับการปรับการถือครองที่ดินของทั้งสองฝ่ายต่อไป
    • การวางหมุดชั่วคราวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสำรวจเท่านั้น และจะไม่กระทบต่อสิทธิของไทยและกัมพูชาในเรื่องเขตแดนทางบกตามกฎหมายระหว่างประเทศ
    • ทั้งสองฝ่ายตกลงจะกำชับให้หน่วยงานท้องถิ่น ทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน รับประกันความปลอดภัยให้กับชุดสำรวจจากทุ่นระเบิด ตามข้อ 3 ของ MOU 2543 และเพื่อให้ชุดสำรวจสามารถปฏิบัติงานได้โดยปราศจากการขัดขวางและการยั่วยุที่อาจส่งผลให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มเติมในบริเวณดังกล่าว
การหารือในการประชุม JBC ไทย-กัมพูชา

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะจัดการประชุม JBC ครั้งต่อไปในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม 2569 ที่เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

แม้ว่าการประชุมในครั้งนี้จะล่าช้ากว่ากำหนดถึง 8 ชั่วโมง เนื่องจากปัญหาด้านเอกสารและความละเอียดอ่อนของประเด็นชายแดนที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อให้การบันทึกการประชุมมีความชัดเจนและถูกต้อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจ

คณะผู้แทนไทยและกัมพูชาร่วมการประชุม JBC

ปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติวิธีและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน การหารือและการตกลงในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการประชุมถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา

สิ่งที่น่าสนใจจากการ ปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ครั้งนี้คือการที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการดังกล่าวเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาหลักเขตแดนที่ชำรุดหรือสูญหายแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน

ความสำคัญของการปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา

การปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ส่งผลดีต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ การพูดคุยอย่างเปิดอกและความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความร่วมมือในด้านอื่นๆ มากยิ่งขึ้น และอาจเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่การแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย

ที่มา – ปิดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา เผยหารืออย่างราบรื่น แม้จะล่าช้าไปเกือบ 8 ชั่วโมง

เรจจี้ วอลช์ ดาวรุ่งอายุน้อยสุดเชลซีใน UCL คือใคร

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซีเชื่อว่า เรจจี้ วอลช์ กองกลางดาวรุ่งทำลายสถิติของเขานั้นพิเศษ

ด้วยอาชีพที่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งนี้ ชาวอิตาลีได้ดึงตัวเยาวชนคนนี้ออกจากอะคาเดมี่ของเชลซีและปี GCSE ที่โรงเรียนของเขา เพื่อให้เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับสามของสโมสร

วอลช์อายุ 17 ปีเมื่อวันจันทร์ และในวันพุธได้ลงมาแทนที่ โรเมโอ ลาเวีย ในนาทีที่ 65 ในเกมกับอาแจ็กซ์ กลายเป็นชาวอังกฤษอายุน้อยที่สุดอันดับสอง รองจาก แจ็ค วิลเชียร์ อดีตกองกลางอาร์เซนอล ที่ได้เล่นในแชมเปียนส์ลีก

แน่นอนว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะ 5-1 เหนือทีมอาแจ็กซ์ที่น่าผิดหวัง แต่การลงมาเล่น 29 นาทีล่าสุดนี้ทำให้ เรจจี้ วอลช์ กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของเชลซีในการแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรป ทำลายสถิติ 11 ปีที่ ดอมินิก โซลันเก้ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สเปอร์สเคยทำไว้

มาเรสก้ากล่าวในเดือนกันยายนเกี่ยวกับเหตุผลที่เขาชื่นชอบวอลช์: “ผมชอบทุกคนในอะคาเดมี่ แต่ผมชอบ เรจจี้ มากกว่าคนอื่นๆ”

“ผมชอบ เรจจี้ เพราะเขากำลังทำในสิ่งที่ผมเรียกร้องให้ผู้เล่นคนอื่นทำ แต่เขาทำสิ่งเหล่านั้นโดยที่ผมไม่ต้องบอกให้เขาทำ ผมไม่จำเป็นต้องขอให้เขาทำอะไร สิ่งที่เขาทำคือสิ่งที่ผมต้องการจากผู้เล่นคนนั้นอยู่แล้ว”

เมื่อวันพุธ เมื่อทราบว่าเขาจบเกมด้วยทีมที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 20.6 ปี มาเรสก้ากล่าวว่า: “มันเกือบเหมือนทีม U-21 เราหวังว่าจะให้โอกาสแก่ เรจจี้ วอลช์ ได้มากขึ้นอีก”

เรจจี้ วอลช์ คือใคร?

วอลช์ลงเล่นให้เชลซีเป็นครั้งที่สี่และได้ทำลายสถิติอื่นๆ อีกมากมาย

  • เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของเชลซีที่ได้เล่นในยุโรปเมื่อลงเล่นที่ดจูร์การ์เด้นส์เมื่อฤดูกาลที่แล้วในคอนเฟอเรนซ์ลีก ด้วยอายุ 16 ปี 193 วัน

  • เขายังกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับสามของสโมสร รองจาก เอียน แฮมิลตัน กองกลาง และ คิงสลีย์ วิฟเฟน ผู้รักษาประตู ซึ่งเปิดตัวในปี 1967

  • หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขากลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ได้ออกสตาร์ทในเกมยุโรปให้กับเชลซีเมื่อเผชิญหน้ากับดจูร์การ์เด้นส์ในเลกที่สอง

  • และเขายังเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของเชลซีที่ได้เล่นในลีกคัพ โดยลงเล่นกับลินคอล์นในรอบที่สามเมื่อเดือนที่แล้วด้วยอายุ 16 ปี 338 วัน

วอลช์ถูกเรียกตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของเชลซีเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ครอบครัวของเขาไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะเปิดตัวในสวีเดน

โชคดีที่พวกเขาได้เห็นเขาออกสตาร์ทในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา โดยทีมบลูส์สร้างความได้เปรียบ 4–1 จากเกมแรก ทำให้ชนะ 1–0 ในเกมที่สอง

วอลช์เป็นผู้เล่นเกมรุกจากแดนลึกที่มีเทคนิคดี มีพลังงานดี และมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยม เพิ่งเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกเมื่อวันจันทร์

เขานับรวม เจมี่ เรดแนปป์ นักวิจารณ์และอดีตกองกลางสเปอร์สและลิเวอร์พูล เป็นเพื่อนของครอบครัว และยังเป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีอีกด้วย

ถึงกระนั้น มันก็น่าแปลกใจเมื่อมาเรสก้าดึงตัวเขามาจากทีม U-18 โดยเขาลงเล่นเพียงสองครั้งให้กับทีม U-21 เมื่อเปิดตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

มาเรสก้ากล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า “เขาทำให้ทุกอย่าง [ดู] ง่ายมาก” พร้อมเสริมว่าเขา “สมบูรณ์แบบ” สำหรับ “ระบบของเขา” และเขาได้แสดงให้เห็นแล้วในเกมกับอาแจ็กซ์ที่มีผู้เล่น 10 คน

วอลช์จ่ายบอลสำเร็จ 18 จาก 19 ครั้งเมื่อวันพุธ โดย 16 ครั้งอยู่ในพื้นที่สุดท้ายของอาแจ็กซ์ เขายังแย่งบอลกลับมาได้สองครั้งจากการสกัดบอลสองครั้ง

กล่าวโดยสรุป วอลช์คือผู้ที่มาเรสก้าเลือก และอาจเป็นรายต่อไปจากสายการผลิตที่ค็อบแฮม

ภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น

วอลช์เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ของเชลซีสำหรับอนาคต แต่ยังรวมถึงผีในอดีตที่ผ่านมาอีกด้วย

ในเกมกับอาแจ็กซ์ เชลซีให้โอกาสลงเล่นแก่ผู้เล่น 10 คนที่มีอายุ 21 ปีหรือน้อยกว่า โดยไม่ได้ให้ผู้เล่นที่มีอายุเกิน 28 ปีลงเล่นเลยตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่แล้ว

เชลซีทำลายสถิติอื่นๆ อีกหลายรายการเมื่อวันพุธ ซึ่งรวมถึง:

  • มาร์ค กุยอู อายุ 19 ปี กลายเป็นผู้ทำประตูที่อายุน้อยที่สุดของเชลซีในแชมเปียนส์ลีก

  • สถิตินี้ถูกทำลายในอีก 33 นาทีต่อมาเมื่อ เอสเตเวา วิลเลียน อายุ 18 ปี ทำประตูจากจุดโทษ

  • เชลซียังกลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์แชมเปียนส์ลีกที่มีผู้ทำประตูเป็นวัยรุ่นสามคนเมื่อ ไทริค จอร์จ ผลิตผลจากอะคาเดมี่ทำประตูได้หลังจากเริ่มครึ่งหลังไปได้ไม่นาน

  • เจมี่ กิตเทนส์เป็นผู้เล่นเชลซีที่อายุน้อยที่สุดในบันทึก (ตั้งแต่ปี 2003/04) ที่สร้างโอกาสได้ห้าครั้งขึ้นไปในเกมแชมเปียนส์ลีก (21 ปี 75 วัน) ซึ่งเป็นสถิติที่เคยถือครองโดย เอเด็น อาซาร์ โดยยังได้ทำแอสซิสต์อีกด้วย

ทีมบลูส์เป็นทีมที่อายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกและเป็นหนึ่งในทีมที่อายุน้อยที่สุดในห้าลีกชั้นนำของยุโรป โดยเป็นอันดับสองรองจากสโมสรน้องสาว สตราสบูร์ก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งอยู่ภายใต้การเป็นเจ้าของของ BlueCo American เช่นเดียวกัน

กลยุทธ์ของเชลซี ซึ่งบางครั้งต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์ เป็นไปตามการออกแบบและเป็นกลยุทธ์ที่พวกเขาเชื่อว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในระยะยาว โดยได้รับรางวัลคอนเฟอเรนซ์ลีกและคลับเวิลด์คัพไปแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ถึงกระนั้น การเซ็นสัญญากับผู้เล่นอายุน้อยจำนวนมากอาจส่งข้อความที่ไม่ถูกต้องไปยังอะคาเดมี่ที่มีชื่อเสียงของสโมสร และจำเป็นต้องรักษาสมดุลที่ละเอียดอ่อน

เชลซีรู้สึกตกใจเมื่อพวกเขาเสีย ริโอ งูโมฮา กองหน้าให้กับลิเวอร์พูลในปี 2024 และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก

ตั้งแต่นั้นมา มาเรสก้าได้ให้โอกาสผู้เล่นจากอะคาเดมี่ 8 คนลงประเดิมสนามเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าจะเป็นการแข่งขันที่ด้อยกว่าในคอนเฟอเรนซ์ลีกก็ตาม

นอกจาก เรจจี้ วอลช์ แล้ว จอร์จและจอช อาเชมปง ผู้สำเร็จการศึกษาจากอะคาเดมี่ที่มีอายุมากกว่า 19 ปี ทั้งคู่ได้รับมอบหมายให้เป็นทีมชุดใหญ่เต็มเวลา

ในขณะเดียวกัน ไรอัน คาวูมา-แม็คควีน อายุ 16 ปี อยู่บนม้านั่งสำรองในเกมกับอาแจ็กซ์เป็นครั้งแรก และเป็นหนึ่งในคนรุ่นอนาคตที่น่าตื่นเต้น

เรจจี้ วอลช์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการให้โอกาสดาวรุ่ง และเชลซีกำลังสร้างทีมเพื่ออนาคตอย่างแท้จริง

ที่มา – Walsh becomes Chelsea’s youngest Champions League player – who is he?

เคนยิงไม่หยุด! บัลลงดอร์เอื้อมถึง? | แฮร์รี่ เคน บัลลงดอร์

แฮร์รี่ เคน ปิดฉากช่วงเวลาที่ไร้ถ้วยรางวัลในอาชีพค้าแข้งฤดูกาลที่ 15 ด้วยการพา บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์บุนเดสลีกาได้สำเร็จ

สิ่งนี้เปิดทางให้เขาเล็งเป้าหมายไปที่รางวัลใหญ่รายการอื่น ๆ ทั้งในระดับสโมสร ระดับประเทศ และรางวัลส่วนตัว

แม้จะอยู่ในช่วงที่ฟอร์มดีที่สุดในชีวิต แต่กองหน้าทีมชาติอังกฤษกลับมีชื่ออยู่ในอันดับที่ 13 เท่านั้นในการจัดอันดับ บัลลงดอร์ ปี 2025 เมื่อเดือนกันยายน และไม่เคยจบอันดับสูงกว่าอันดับที่ 10 ในรายการอันทรงเกียรตินี้เลย

นับตั้งแต่ที่ อุสมาน เดมเบเล่ จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลกที่ปารีส ความรู้สึกเหมือนว่า เคน ได้ยกระดับเกมของเขาไปสู่ระดับที่สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน

ดาวเตะวัย 32 ปี ทำประตูรวมในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 20 ประตู จาก 12 เกมของสโมสร ในทุกรายการ หลังจาก บาเยิร์น มิวนิค เอาชนะ คลับ บรูช ไป 4-0 ในแชมเปี้ยนส์ลีก

เคน ตระหนักดีว่าการรักษาฟอร์มการทำประตู คว้าแชมป์สโมสรยุโรปรายการใหญ่ และช่วยให้ อังกฤษ คว้าชัยชนะในการแข่งขันฟุตบอลโลกในซัมเมอร์หน้า จะทำให้เขากลายเป็นตัวเต็งสำหรับรางวัล บัลลงดอร์ ปี 2026

“ผมอยากที่จะคว้ามันมาครองอย่างแน่นอน มันจะเป็นการสะสมของการทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ทั้งในระดับส่วนตัวและในระดับทีม” อดีตฮีโร่ของ ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ กล่าวเมื่อต้นเดือนนี้ “มันคงจะเป็นฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบ”

ผู้เล่นอังกฤษคนสุดท้ายที่คว้ารางวัลอันเป็นที่ต้องการคือ ไมเคิล โอเวน ในปี 2001 เมื่อเขาสร้างผลงานที่โดดเด่นให้กับลิเวอร์พูล นอกจากนั้นมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่เคยได้รับรางวัลนี้ ได้แก่ สแตนลีย์ แมทธิวส์ (1956), บ็อบบี ชาร์ลตัน (1966) และ เควิน คีแกน (1978, 1979)

เคน จะสามารถกลายเป็นคนที่ห้า และได้รับการยอมรับในที่สุดสำหรับผลงานการทำประตูที่น่าทึ่งของเขา หรือว่าผู้เล่นรุ่นใหม่ของวงการฟุตบอลยุโรปจะเข้ามาขวางทางเขา?

สถิติพูดด้วยตัวมันเอง

หากพิจารณาจากวิธีการเริ่มต้นฤดูกาลที่สามของเขากับ บาเยิร์น นี่อาจเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี

ในเดือนกันยายน เคน กลายเป็นผู้เล่นที่ทำประตูถึง 100 ประตูได้เร็วที่สุดในศตวรรษนี้ ให้กับสโมสรที่เล่นในลีกสูงสุด 5 ลีกของยุโรป โดยใช้เวลาเพียง 104 เกม และตอนนี้ทำไปแล้ว 105 ประตู จาก 108 นัด

ไม่มีผู้เล่นคนอื่น ๆ ในลีกสูงสุด 5 ลีกของยุโรปที่ทำประตูได้มากขนาดนั้นนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2023-24

ทั้ง ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด ต่างก็ทำประตูได้ถึง 20 ประตูในฤดูกาลได้เร็วกว่า เคน – พวกเขาใช้เวลา 17 และ 13 เกมตามลำดับ – และผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของอังกฤษรายนี้ ทำประตูได้เฉลี่ยทุก ๆ 54 นาที

หลังจากทำไปแล้ว 12 ประตู จาก 7 นัดในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ เขากำลังอยู่ในเส้นทางที่จะทำประตูได้ 58 ประตู

เคน ต้องการอีก 30 ประตูในการแข่งขันที่เหลืออีก 27 นัด เพื่อทำลายสถิติของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ทำไว้ 41 ประตูในบุนเดสลีกาฤดูกาลเดียว

เรื่องราวก็คล้ายกันในยุโรป นับตั้งแต่เกมแชมเปี้ยนส์ลีกนัดแรกของเขากับ บาเยิร์น ในเดือนกันยายน 2023 เขาทำประตูได้มากกว่า (24) และมีส่วนร่วมโดยตรงในการทำประตูมากกว่า (24 ประตู กับ 6 แอสซิสต์) ผู้เล่นคนอื่น ๆ ในการแข่งขัน

มีเพียง รุด ฟาน นิสเตลรอย ชาวดัตช์เท่านั้นที่ทำประตูได้มากกว่าในการลงเล่น 60 เกมแรกของเขาในการแข่งขัน (48)

‘เคน ได้คิดค้นเกมกองหน้าตัวเป้าขึ้นมาใหม่’

แต่กรณี บัลลงดอร์ ของ เคน ไม่ได้มีแค่เรื่องประตูเท่านั้น – การทำงานของเขา ทั้งในและนอกสนาม เมื่อถอยลงมาจากแนวหน้า ไม่มีใครเทียบได้กับผู้ทำประตูชั้นนำคนอื่น ๆ

“เคน ได้คิดค้นเกมกองหน้าตัวเป้าขึ้นมาใหม่ เช่นเดียวกับที่ มานูเอล นอยเออร์ ทำกับผู้รักษาประตูเมื่อประมาณทศวรรษครึ่งที่แล้ว” โลธาร์ มัตเธอุส ผู้ชนะรางวัล บัลลงดอร์ ปี 1990 เขียนในคอลัมน์ของเขาสำหรับ Sky Germany., external

“ผมไม่เห็นกองหน้าที่ดีกว่านี้ในโลกตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพราะประตูของเขา แต่เป็นเพราะความสามารถรอบด้านและตำแหน่งที่เขาเล่น

“เคน ยังแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติในการเป็นผู้ส่งบอล เลี้ยงบอล และเข้าสกัด เขาทั้งเป็นผู้ทำประตู เพลย์เมกเกอร์ ผู้เล่นบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ และผู้เข้าสกัดในเวลาเดียวกัน”

วิธีที่ เคน ดึงคนอื่น ๆ เข้ามาในเกม ในขณะที่ยังคงรักษาบันทึกการทำประตูที่น่าทึ่งของเขาไว้ได้ ก็ไม่ได้รอดพ้นสายตาของเพื่อนร่วมทีมของเขาเช่นกัน

“แฮร์รี่ ทำให้คุณเก่งขึ้น – เขาไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อจบสกอร์เท่านั้น เขาจะส่งคุณไปอยู่หน้าประตู” คิงส์ลีย์ โกม็อง อดีตเพื่อนร่วมทีมของ บาเยิร์น กล่าวในพอดแคสต์ Rio Ferdinand Presents เมื่อต้นปีนี้

“ผมรู้สึกว่าเขาชอบที่จะส่งบอลที่สวยงามพอ ๆ กับการทำประตู สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือเขาสามารถทำได้ทั้งสองอย่าง เขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เล่นด้วยง่ายที่สุด

“ผู้คนบอกว่าหากกองหน้าของคุณเห็นแก่ตัว ก็จะมีปัญหา แต่ แฮร์รี่ ไม่เห็นแก่ตัว และเขายิงได้ 40 ประตูหรือมากกว่านั้นในหนึ่งฤดูกาล”

หลังจากที่การบาดเจ็บที่ขาและข้อเท้าของ จามาล มูเซียลา ในช่วงซัมเมอร์ ทำให้ บาเยิร์น ต้องเสียกองกำลังสร้างสรรค์หลักไป ผู้จัดการทีม แว็งซ็องต์ กอมปานี ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของ เคน เพื่อให้เขามีอิสระในการโจมตีอย่างเต็มที่ในสนาม

“เขาเล่นเหมือนผู้เล่นที่แตกต่างกันสามหรือสี่คนในสนามในเวลาเดียวกัน และนั่นทำให้เขาประเมินค่าไม่ได้” ราฟาเอล โฮนิกสไตน์ กล่าวในพอดแคสต์ BBC Football Daily Euro Leagues

มินา รซูกี กล่าวเสริมว่า “สติปัญญาของเขาอยู่ในระดับอื่น การเสียสละของเขาเพื่อทีมอยู่ในระดับอื่น”

ฮาแลนด์ & เอ็มบัปเป้ ตามมาติด ๆ

อย่างไรก็ตาม เคน ไม่ใช่กองหน้าฟอร์มดีเพียงคนเดียวที่ต้องการได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดในโลก

เออร์ลิง ฮาแลนด์ ทำไปแล้ว 24 ประตู จาก 14 เกมให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ นอร์เวย์ ในฤดูกาลนี้ ขณะที่ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทำไปแล้ว 18 ประตู จาก 14 นัดให้กับ เรอัล มาดริด และ ฝรั่งเศส

รวมถึงประตูที่เขาทำได้ให้กับ อังกฤษ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เคน ทำไปแล้ว 23 ประตู จาก 15 นัด

ในขณะที่ ฮาแลนด์ ทำประตูได้ 12 นัดติดต่อกัน และช่วงเวลาที่ เอ็มบัปเป้ ทำประตูได้ติดต่อกันสิ้นสุดลงที่ 11 นัด มัตเธอุส รู้สึกว่าทั้งสองคนไม่ได้มีส่วนร่วมในสนามมากเท่ากับ เคน

“ผมไม่เคยเห็น ฮาแลนด์ และ เอ็มบัปเป้ สไลด์ตัวในเขตโทษของตัวเองเหมือนที่ เคน ทำในนาทีที่ 88 ในเกมกับ [โบรุสเซีย] ดอร์ทมุนด์” เขาเขียนหลังจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ เคน ในเกมที่ บาเยิร์น เอาชนะ [โบรุสเซีย] ดอร์ทมุนด์ ไป 2-1 เมื่อเร็ว ๆ นี้

“ผมยังไม่เห็น ฮาแลนด์ และ เอ็มบัปเป้ ส่งบอลระยะ 50 เมตรขึ้นไป ผมยังไม่เห็นลูกชิพที่ เคน สามารถเล่นได้จากอีกสองคน”

ในโอกาสที่ เมสซี และ โรนัลโด ไม่ได้คว้ารางวัล บัลลงดอร์ ผู้ชนะมักจะเป็นใครสักคนที่มาจากทีมที่ลิ้มรสความสำเร็จในแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโร หรือฟุตบอลโลก

“มันคือถ้วยรางวัลของทีมที่ผู้เล่นที่ดีที่สุดจากทีมนั้นได้รับรางวัล” เคน ยอมรับ

“แต่ถ้าผมทำในสิ่งที่ผมกำลังทำต่อไป และเรามีฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จกับสโมสรและประเทศ ก็มีโอกาสที่จะทำเช่นนั้นได้”

ด้วยชัยชนะที่น่าประทับใจ 3 นัดรวด บาเยิร์น มีโอกาสทุกวิถีทางในแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนี้ ขณะที่ อังกฤษ ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกปี 2026 ด้วยชัยชนะ 6 นัดรวดในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งให้ความหวังว่านี่อาจเป็นเวลาที่ เคน สามารถเฉลิมฉลอง “ฤดูกาลที่สมบูรณ์แบบ” ได้

แฮร์รี่ เคน บัลลงดอร์ ยังคงเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงและความมุ่งมั่น เชื่อว่าเขามีโอกาสที่จะสร้างประวัติศาสตร์!

ที่มา – Kane can’t stop scoring – is the Ballon d’Or within reach?

ระบบใหม่! ลิเวอร์พูลคุมเกมเหนือแฟรงค์เฟิร์ต

ระบบใหม่! ลิเวอร์พูลคุมเกมเหนือแฟรงค์เฟิร์ต

สตีเฟน วอร์น็อค กูรูจาก BBC Sport อธิบายว่าการที่ลิเวอร์พูลปรับมาใช้แผน 4-4-2 ในเกมกับไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ทำให้ อาร์เน สล็อต สามารถส่งผู้เล่นเกมรุกที่มีชื่อเสียงลงสนามได้หลายคน แต่ก็เตือนว่าอาจทำให้แชมป์พรีเมียร์ลีกเสียเปรียบในแดนกลางหากไม่มีผู้เล่นที่เหมาะสม

การปรับเปลี่ยนระบบของลิเวอร์พูลในเกมล่าสุดกับแฟรงค์เฟิร์ตกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก แฟนบอลและนักวิเคราะห์ต่างจับตามองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลต่อทีมอย่างไรบ้าง การใช้แผน 4-4-2 ช่วยให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้นจริงหรือไม่ และจะสามารถนำไปใช้ในระยะยาวได้หรือไม่

ระบบใหม่! ลิเวอร์พูลคุมเกมเหนือแฟรงค์เฟิร์ต

วอร์น็อคกล่าวว่า “การเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4-4-2 ช่วยให้ลิเวอร์พูลสามารถใส่ผู้เล่นที่มีคุณภาพในแนวรุกได้มากขึ้น แต่ก็ต้องระวังเรื่องความสมดุลในแดนกลางด้วย” เขายังเสริมอีกว่า “ถ้าไม่มีผู้เล่นที่สามารถทำงานหนักและคุมพื้นที่ในแดนกลางได้ดีพอ ระบบนี้อาจทำให้ลิเวอร์พูลเสียเปรียบได้”

แล้วระบบใหม่ช่วยให้ “หงส์แดง” คุมเกมเหนือแฟรงค์เฟิร์ตได้อย่างไร?

การมีกองกลาง 4 คนทำให้ลิเวอร์พูลสามารถกดดันคู่แข่งในแดนกลางได้มากขึ้น และยังช่วยให้แนวรับมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ การมีปีก 2 ข้างยังช่วยเพิ่มมิติในการโจมตี ทำให้ทีมสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้หลากหลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบ 4-4-2 ก็มีข้อเสียเช่นกัน การที่ต้องมีกองกลางถึง 4 คน อาจทำให้แนวรุกขาดความสร้างสรรค์ และอาจทำให้ทีมพึ่งพาผู้เล่นแนวรุกมากเกินไป

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ระบบ 4-4-2 ของลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จคือการมีผู้เล่นที่เหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง กองกลางต้องมีความสามารถในการครองบอล การจ่ายบอล และการเข้าสกัด ส่วนปีกต้องมีความเร็ว ความคล่องแคล่ว และความสามารถในการเลี้ยงบอล

นอกจากนี้ การที่ผู้เล่นทุกคนเข้าใจแท็กติกและสามารถเล่นเป็นทีมได้ ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากผู้เล่นทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว ระบบ 4-4-2 จะเป็นอาวุธที่ทรงพลังสำหรับลิเวอร์พูล

การที่ลิเวอร์พูลใช้ระบบใหม่ และสามารถคุมเกมเหนือแฟรงเฟิร์ตได้นั้น เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคต อย่างไรก็ตาม อาร์เน สล็อต และทีมงานโค้ชยังคงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และเพื่อให้แน่ใจว่าทีมจะมีขุมกำลังที่พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์

  • การปรับระบบช่วยให้ทีมมีความสมดุลมากขึ้น
  • การมีกองกลาง 4 คนช่วยให้คุมเกมได้ดีขึ้น
  • ต้องมีผู้เล่นที่เหมาะสมเพื่อทำให้ระบบประสบความสำเร็จ

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของระบบ 4-4-2 ของลิเวอร์พูลจะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของผู้เล่นทุกคน หากทุกคนพร้อมที่จะทำงานหนักและปรับตัวเข้ากับระบบใหม่ ลิเวอร์พูลก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่

ระบบใหม่นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การเดินทางของลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของ อาร์เน สล็อต ยังมีอะไรให้ติดตามอีกมากมาย แฟนบอลทุกคนต่างตั้งตารอที่จะได้เห็นทีมรักพัฒนาและประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่จะมาถึง

ที่มา – How change in system gave Liverpool ‘more control’ against Frankfurt

สล็อตเผยอาการบาดเจ็บ อิซัค น่ากังวล

สล็อตเผยอาการบาดเจ็บ อิซัค น่ากังวล

อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เปิดเผยว่าเขาเปลี่ยนตัว อเล็กซานเดอร์ อิซัค ออกจากสนามในช่วงพักครึ่งของการแข่งขันกับไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต เนื่องจากกองหน้ารายนี้รู้สึกไม่สบายบริเวณขาหนีบ

“ผมสังเกตเห็นว่า อิซัค ดูไม่ค่อยสบายนักในช่วงท้ายครึ่งแรก” สล็อตกล่าวในการแถลงข่าวหลังจบเกม “เขาบอกว่ารู้สึกตึงๆ ที่ขาหนีบ ผมเลยตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงให้เขาเล่นต่อ แม้ว่าเขาจะอยากเล่นต่อก็ตาม”

สล็อตกล่าวว่าเขายังไม่แน่ใจว่าอาการบาดเจ็บของอิซัคร้ายแรงแค่ไหน แต่เขาก็หวังว่ามันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการลงเล่นในเกมต่อไป

“เราจะต้องประเมินอาการของเขาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้” สล็อตกล่าว “หวังว่ามันจะไม่ร้ายแรงอะไรมากนัก เพราะอิซัคเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเรา”

อาการบาดเจ็บของอิซัคเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่ดีนักสำหรับลิเวอร์พูล ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่มีผู้เล่นบาดเจ็บหลายรายอยู่แล้ว

“มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาก” สล็อตกล่าว “เรามีผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย และตอนนี้เราก็อาจจะต้องเสีย อิซัค ไปอีกคน”

ลิเวอร์พูลมีโปรแกรมลงเล่นเกมสำคัญกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในสัปดาห์หน้า และสล็อตหวังว่าอิซัคจะฟิตทันลงเล่นในเกมนี้

“เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะพร้อมสำหรับเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” สล็อตกล่าว “เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเรา และเราต้องการเขาในเกมนี้”

ความกังวลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ อิซัค

อาการบาดเจ็บของ อิซัค สร้างความกังวลให้กับแฟนบอลลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม และกำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มดี

อิซัค เพิ่งย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา และเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ยิงไปแล้ว 10 ประตูจากการลงเล่น 15 นัด

หาก อิซัค ต้องพักยาว จะเป็นความเสียหายอย่างใหญ่หลวงสำหรับลิเวอร์พูล

แต่ถึงกระนั้น ทีมก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป และมองหาแผนสำรองเพื่อรองรับการขาดหายไปของ อิซัค หากอาการบาดเจ็บของเขาต้องใช้เวลาพักยาวเพื่อรักษา

ลิเวอร์พูลยังคงต้องรอผลการสแกนเพื่อประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บของ อิซัค อย่างละเอียดอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แฟนบอลก็หวังว่าเขาจะกลับมาลงสนามได้ในเร็ววัน

การขาดหายไปของกองหน้ารายนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมในระยะยาวได้ ผู้จัดการทีม สล็อต ต้องเร่งหาทางออกสำหรับสถานการณ์นี้โดยเร็ว

เราหวังว่าอาการบาดเจ็บของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จะไม่ร้ายแรงอย่างที่คิด และเขาจะกลับมาลงสนามช่วยทีมได้ในเร็ววัน แฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคนเอาใจช่วยให้เขากลับมาฟิตสมบูรณ์โดยเร็ว

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีทีมที่แข็งแกร่งและมีตัวเลือกที่หลากหลาย เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เราก็ยังสามารถรับมือกับมันได้

ที่มา – Slot reveals Isak fitness worry