วัน: 27 ตุลาคม 2025

ทรัมป์ลุ้นสมัย 3! ไม่ทิ้งโอกาสเป็น ปธน. สมัยที่ 3

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ตัดโอกาสที่เขาจะหาทางเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 แต่ยืนยันว่าจะไม่ใช้ช่องโหว่การชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อให้ได้เป็นผู้นำต่ออีกสมัย

เมื่อวันอังคารที่ 27 ต.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับนักข่าวขณะโดยสารเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เดินทางจากมาเลเซียไปญี่ปุ่นว่า เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะหาทางทำให้ตัวเขาสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสมัยที่ 3 แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ จะระบุว่าไม่สามารถทำได้ โดยนายทรัมป์กล่าวว่าเขาอยากทำมาก

แต่นายทรัมป์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนทวีปเอเชีย ตัดความเป็นไปได้ที่เขาจะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในปี 2571 ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้สนับสนุนบางคนเสนอขึ้นเพื่อเป็นทางให้เขาสามารถ “เลี่ยงรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ” ที่ห้ามประธานาธิบดีลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นวาระที่สาม

นายทรัมป์ระบุว่า แนวคิดดังกล่าวนั้น “ไร้เดียงสาเกินไป” และว่ามัน “อาจไม่ถูกต้องนัก”

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่านายทรัมป์จะใช้วิธีใดในการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนนายสตีฟ แบนนอน อดีตนักยุทธศาสตร์ของทรัมป์ กล่าวว่า “แผนการ” ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เพื่อรับประกันว่าประธานาธิบดีวัย 79 ปีผู้นี้ จะได้ดำรงตำแหน่งอีกวาระ

เมื่อพูดถึงความเป็นไปได้ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ทรัมป์กล่าวว่า “ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ผมมีผลสำรวจความคิดเห็นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

นอกจากนั้น นายทรัมป์ยังบอกด้วยว่า รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ กับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีศักยภาพที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานาธิบดี โดยระบุว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีใครหยุดได้

“ทั้งหมดที่ผมสามารถบอกคุณได้ก็คือ เรามีกลุ่มคนดี ๆ ซึ่งพวกนั้น (พรรคเดโมแครต) ไม่มี” ทรัมป์กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขครั้งที่ 22 ระบุว่า ห้ามประธานาธิบดีลงสมัครชิงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ขณะที่การยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว ต้องได้รับคะแนนโหวตจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาถึง 2 ใน 3 ซึ่งถูกมองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ทรัมป์ไม่ตัดโอกาส หาทางเป็น ปธน.สมัยที่ 3

สถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ กลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่ออดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยถึงความเป็นไปได้ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สาม สร้างความฮือฮาและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ท่ามกลางข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญที่มีอยู่ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้และวิธีการที่ทรัมป์จะนำมาใช้เพื่อให้ได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

แผนการสู่ตำแหน่ง ปธน. สมัยที่ 3 ของทรัมป์

ถึงแม้ว่าทรัมป์จะยืนยันว่าเขาจะไม่ใช้ช่องโหว่ในการลงสมัครตำแหน่งรองประธานาธิบดีเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ แต่การที่เขากล่าวว่าเขา “ไม่ตัดโอกาส” ในการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่สาม ทำให้หลายคนเชื่อว่าทรัมป์กำลังพิจารณาหาช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

  • การผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ: แม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้ที่ถูกพูดถึง
  • การตีความรัฐธรรมนูญใหม่: ทรัมป์อาจพยายามหาช่องทางในการตีความรัฐธรรมนูญเพื่อให้เอื้อต่อการดำรงตำแหน่งสมัยที่สาม โดยอ้างเหตุผลพิเศษหรือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
  • การสร้างกระแสความนิยม: ทรัมป์อาจมุ่งเน้นไปที่การสร้างกระแสความนิยมและแรงสนับสนุนจากประชาชน เพื่อกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหรือการเมืองที่เอื้อต่อการดำรงตำแหน่งของเขา

ไม่ว่าทรัมป์จะเลือกใช้วิธีใด การพยายามที่จะเป็นปธน.สมัยที่ 3 ย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ภาคประชาชน หรือแม้แต่จากภายในพรรครีพับลิกันเอง

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ตัดโอกาสในการหาทางเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3 กลายเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเมืองและสังคมอเมริกันอย่างแน่นอน

การที่อดีตประนาธิบดีอย่างทรัมป์ยังคงมีอิทธิพลเเละเป็นที่พูดถึงทำให้เห็นว่า การกลับมาของทรัมป์นั้นเป็นสิ่งที่น่าจับตา เเละอาจมีผลต่อการเมืองโลกอย่างมาก

ที่มา – ทรัมป์ไม่ตัดโอกาส หาทางเป็น ปธน.สมัยที่ 3 แต่จะไม่ใช้ช่องโหว่รอง ปธน.

ไทย-สิงคโปร์ จับมือต่อต้านสแกมเมอร์

นายกฯ ไทย–สิงคโปร์ ตั้งเป้ายกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ความมั่นคงทางอาหาร และที่สำคัญคือการจับมือต่อต้านสแกมเมอร์ ด้าน ลอว์เรนซ์ หว่อง ยินดีส่งผู้แทนสิงคโปร์ร่วมประชุมกับไทย ขณะที่ “อนุทิน” เตรียมเยือน 7 พ.ย. นี้ ฉลองสัมพันธ์ 60 ปี

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เวลา 17.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชั่วโมง) ณ ห้อง 407 ชั้น 7 ศูนย์ประชุม KLCC กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พบหารือทวิภาคีกับนายลอว์เรนซ์ หว่อง (H.E Mr. Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสิงคโปร์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เป็นครั้งแรก และขอบคุณที่ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีในโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สองประเทศพร้อมทำงานใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในทุกมิติ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ตอบรับคำเชิญของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในการเดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สิงคโปร์ แสดงความยินดีที่สิงคโปร์เป็นนักลงทุนอันดับหนึ่งในไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สอง (พ.ศ. 2567–2568) พร้อมเชิญชวนให้ภาคเอกชนสิงคโปร์เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ดิจิทัลเพย์เมนท์ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และการบริการด้านสุขภาพ

นายกรัฐมนตรีไทยและนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เห็นพ้องสนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งแนวคิดด้าน food storage ซึ่งนายกรัฐมนตรียังยินดีที่ทั้งสองฝ่ายจะลงนาม MOU ระหว่างกันในเรื่องการค้าข้าวระหว่างการเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีด้วย

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล หวังว่าทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันมากขึ้น พร้อมกล่าวขอบคุณการสนับสนุนจากสิงคโปร์สำหรับกระบวนการเจรจาเข้าเป็นภาคีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy Partnership Agreement: DEPA) ของไทย ทั้งสองฝ่ายยังได้เห็นพ้องให้ขยายความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพร่วมกัน เช่น ฟินเทค พลังงาน สาธารณสุข รวมถึงสาธารณสุขและการบริการ

ไทย–สิงคโปร์ จับมือต่อต้านสแกมเมอร์

ข่าวดี! ไทย–สิงคโปร์ จับมือต่อต้านสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ยินดีที่จะส่งผู้แทนสิงคโปร์เข้าร่วมการประชุมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่นายกรัฐมนตรีมีดำริจะจัดขึ้นด้วย ความร่วมมือนี้จะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากมิจฉาชีพออนไลน์ได้เป็นอย่างมาก

ความร่วมมือต่อต้านสแกมเมอร์ ไทย-สิงคโปร์ สำคัญอย่างไร?

การจับมือต่อต้านสแกมเมอร์ระหว่างไทยและสิงคโปร์มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์ทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจาก:

  • อาชญากรรมข้ามชาติ: สแกมเมอร์มักจะปฏิบัติการข้ามพรมแดน การร่วมมือกันจะช่วยให้ติดตามและจับกุมผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น
  • การแลกเปลี่ยนข้อมูล: ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและเทคนิคในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์
  • สร้างความตระหนัก: การร่วมมือกันจะช่วยสร้างความตระหนักและความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ในหมู่ประชาชน

ภายหลังการหารือนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้ถ่ายภาพคู่กัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้โพสต์รูปคู่ลงบน Instagram ส่วนตัว ซึ่งแสดงถึง ความเป็นกันเอง และความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างผู้นำทั้งสอง

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเตรียมเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ 7 พฤศจิกายน นี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฉลอง 60 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–สิงคโปร์

การที่ไทยและสิงคโปร์ร่วมมือกันอย่างจริงจังในการต่อต้านสแกมเมอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทางออนไลน์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล

ที่มา – ไทย–สิงคโปร์ จับมือต่อต้านสแกมเมอร์ ยินดีส่งผู้แทนร่วมกับไทย “อนุทิน” จ่อเยือน 7 พ.ย. นี้

Thairath Forum 2025: ชี้ทางขับเคลื่อนประเทศ

งาน “Thairath Forum 2025” ภายใต้แนวคิด “The Next New Economy” “ประเทศไทยยังมีโอกาสอยู่อีกหรือไม่” จัดโดยไทยรัฐกรุ๊ป เมื่อค่ำวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ โรงแรม อีสติน แกรนด์ พญาไท ได้ฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า ซึ่งเป็นยุคเปลี่ยนผ่านสำคัญ จากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และธุรกิจในอนาคตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง หรือ Deep Tech Economy และการขับเคลื่อนด้วยระบบเศรษฐกิจในยุคที่มนุษย์มีอายุยืนยาวกว่าเดิมอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี หรือ Longevity Economy

ก่อนเริ่มเปิดการเสวนา แขกที่มาร่วมงานได้ร่วมกันแสดงความอาลัยถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยพร้อมใจกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที

ช่วงแรกของงาน “Thairath Forum 2025” ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “The Next New Economy : ประเทศไทยไปต่ออย่างไร?

ปฏิบัติการ 5 เสา หยุดเศรษฐกิจดิ่งลงเหว ลุยต่อ New Economy

ดร.เอกนิติ ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องเข้าใจเพื่อเกาให้ถูกที่คัน ต้องตั้งหลักให้ถูก เพราะต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยที่ผ่านมาเติบโตได้ด้วยการ “กินบุญเก่า” เช่นการส่งออก แต่นับตั้งแต่ต้นปีที่จีดีพีเติบโต แต่ในช่วงไตรมาสหลังนี้ เป็นการเติบโตแบบดิ่งเหว

“เราต้องหยุดการดิ่งเหว รถยนต์ประเทศไทยกำลังขับลงดิ่งเหว เราต้องหยุด ไม่งั้นจะดิ่งเหวลงไปอีก รถยนต์เก่า และคนขับก็แก่…มีโจทย์ระยะยาวที่ซ้ำเติมปัญหาระยะสั้นที่กำลังเจอ” ดร.เอกนิติ กล่าว

รัฐบาลปัจจุบัน แม้จะมีเวลาทำงาน 4 เดือน ทีมเศรษฐกิจจึงเน้นกลยุทธ์ Quick Big Win ที่ต้องเร่งทำในระยะสั้น ให้ใหญ่พอ และกระจายตัว ผ่าน 5 เสาหลัก คือ แผนการฟื้นเศรษฐกิจ , การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน , การดูแลเอสเอ็มอี , การออม เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุในไทย และการลงทุนเพื่อสร้างอนาคต หรือ New Economy ที่ต้องตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลได้ทำโครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นในระยะสั้น เพื่อให้ได้ผลยาว มีการกระจายตัวถึงรายเล็กรายย่อย และที่สำคัญคือชาวบ้านได้ทักษะใหม่ ให้ชาวบ้าน ใช้แพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงร้านค้าขายของได้ปัง

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยต้องมีการกระจายไปที่เมืองรองด้วย มีเรื่องการผลักดันพลังงานสะอาด การแก้หนี้ครัวเรือน ยังมีเรื่องการออม ที่ปัจจุบันผู้สูงอายุส่วนใหญ่ออมผ่านการฝากเงิน การซื้อสลากออมสิน ธอส. หรือธกส. ดอกเบี้ยถูกแต่มั่นคง แต่ถ้าให้มีพันธบัตรรัฐบาลทุกเดือน ก็จะมีแหล่งเงินออม ที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าและปลอดภัย เป็นต้น

รีสกิลแรงงาน 1 แสนคน ตอบโจทย์ต่างชาติ

รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้ระบุถึงแผนการรีสกิล หรือพัฒนาทักษะของแรงงาน เพื่อตอบโจทย์ด้วยกลุ่มเป้าหมาย 1 แสนคน เพื่อสนองตอบต่อเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต

วิธีการคือ เป็นการสร้างแรงงานในระดับบน จากงบประมาณที่รัฐมีกองทุนหมื่นล้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการต่างชาติที่มาลงทุนโดยสอบถามชัดเจนว่าอยากได้แรงงานทักษะแบบไหน ตอบโจทย์ต่างชาติที่มาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมในอนาคตประเทศไทย เช่น อุตสาหกรรมสุขภาพเวลเนส ดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ รวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นต้น

สุดท้ายที่ ดร.เอกนิติ ย้ำคือ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ คือการแก้จุดอ่อนของกระบวนการอนุมัติต่างๆ ที่ติดกฎระเบียบของภาครัฐ เพื่อสร้างรากฐานให้ประเทศไทยเกิด Next New Economy

Deep Tech Economy กับ การปั้น ASEAN Hub

สำหรับการเสวนาในหัวข้อเรื่อง Deep Tech Economy ที่ผู้ร่วมเสวนาให้มุมมอง การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และธุรกิจในอนาคตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง โดยคุณ จรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Deep Tech อาจเป็น Quick Big Win ถ้าเราอ่านเกมนี้ถูก พร้อมเสนอให้รัฐบาล “วางเสาเทคโนโลยี” 4 ด้านให้ชัด ได้แก่ Digital, Innovation, Green, Creative เพื่อส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดถัดไปเดินหน้าได้ทันที และดึงเงินเข้าประเทศได้เร็วและเพิ่ม GDP คือ การดึงเงินลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI

ขณะเดียวกันคุณ พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า มหาวิทยาลัยเริ่มเร่งหลักสูตรเทคโนโลยีแล้ว แต่ถ้าไม่มีสนามให้เติบโต คนเก่งก็จะไหลออก และต้องรักษา Talent ระดับโลก รวมถึง Digital Nomad ด้วยการปลดล็อกขั้นตอนวีซ่าและการตั้งถิ่นฐานในไทย

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่(องค์การมหาชน) ชี้ว่า ตลาดขาดข้อมูลฝึก AI ทั้งที่รัฐถือครอง Unique Data Asset จำนวนมาก หากบูรณาการและเปิดใช้เชิงวิเคราะห์ จะเกิดผลเร็วและยั่งยืน ซึ่งการเป็น AI Hub ของโลกคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเป็น ASEAN AI Hub พอเป็นไปได้ สิ่งที่ต้องทำมี 2 อย่าง นั่นคือ การทำโปรแกรมที่มีชื่อว่า Reskill Program ซึ่งการทำตำราคงทำไม่ทันเพราะใช้เวลากว่า 2 ปี แต่ AI มีการเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์ ส่วน Incentive Program ควรกระตุ้นการใช้ AI โดยกำหนดเงื่อนไข ไม่เลย์ออฟ เพื่อให้คนทำงานใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพแทนการถูกทดแทน ถ้าทั้ง Reskill และ Incentive ยิงถูกเป้า การเป็น ASEAN AI Hub ก็เป็นไปได้

โดยรวมแล้ว งาน Thairath Forum 2025 ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในยุคใหม่ การปรับตัวและพัฒนาทักษะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก

Thairath Forum 2025 ชี้ทางเร่งขับเคลื่อนประเทศ รับเศรษฐกิจใหม่

งาน Thairath Forum 2025 เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งขับเคลื่อนประเทศเพื่อรองรับ The Next New Economy ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

การเสวนาในงาน Thairath Forum 2025 เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต และการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น

ที่มา – Thairath Forum 2025 ชี้ทางเร่งขับเคลื่อนประเทศ รองรับ The Next New Economy

เปิดแผน Quick Big Win ไทย ดึง FDI ปั้น ASEAN Hub

จาก Old Economy สู่ Deep Tech Economy ต้องปั้น 4 เสาหลัก Digital, Innovation, Green, Creative สนับสนุนการรีสกิลคนไทยและดึง Talent โลกให้เกิดชุมชนความรู้ในประเทศ

เปิดแผน Quick Big Win ที่ไทยทำได้เลย ดึง FDI-เปิดคลังข้อมูลรัฐ-ปั้น ASEAN Hub

จรีพร จารุกรสกุล
จรีพร จารุกรสกุล

เริ่มจากจรีพร จารุกรสกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัญหาไทยติดล็อกไปหมด ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ให้ SMEs ลูกค้าเดิมของแบงก์ใหญ่กลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้แก้ล็อกไม่ได้ แต่ Deep Tech อาจเป็น Quick Big Win ถ้าเราอ่านเกมนี้ถูก

จรีพรชี้ว่าไทยมีจุดแข็งจากฐานการผลิตยานยนต์ระดับโลก และการเปลี่ยนผ่านสู่ EV ที่รถคือคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังกลายเป็นคอมพิวเตอร์อีกแบบหนึ่ง ถ้าไทยตระหนักและลงทุนฐานคน–ฐานเทคโนโลยี อย่างจริงจัง จะต่อยอดได้เร็ว

“สิ่งที่ดึงเงินเข้าประเทศได้เร็วและเพิ่ม GDP คือ FDI…สองปีที่ผ่านมา เงินลงทุนด้าน Data Center เข้ามากว่า 7.75 แสนล้านบาท คำถามคือเราจะต่อยอดอย่างไรให้ไม่ใช่แค่ ‘เงินไหลผ่าน’” 

จรีพรเสนอให้รัฐบาล “วางเสาเทคโนโลยี” 4 ด้านให้ชัด ได้แก่ Digital, Innovation, Green, Creative เพื่อส่งไม้ต่อให้รัฐบาลชุดถัดไปเดินหน้าได้ทันที

Talent คือ Quick Win ที่เริ่มได้เดี๋ยวนี้

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองเกี่ยวกับ Quick Win เอาไว้ว่า ไทยเรามีคนเก่ง AI เยอะ แต่ปริมาณไม่พอ และเกิดสมองไหล เพราะอุตสาหกรรมเทคในประเทศยังเล็กมากๆ

พชรระบุว่า มหาวิทยาลัยเริ่มเร่งหลักสูตรเทคโนโลยีแล้ว แต่ถ้าไม่มีสนามให้เติบโต คนเก่งก็จะไหลออก 

พชร อารยะการกุล
พชร อารยะการกุล

ในมุมมองของพชรคือ การดึง FDI จากบริษัทเทคให้เข้ามาตั้งฐาน สร้างอีโคซิสเท็ม (Ecosystem) ตั้งแต่ Hyperscaler/Data Center ไปจนถึงผู้พัฒนา ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันธุรกิจ พร้อมกันนั้นต้องดึงและรักษา Talent ระดับโลก รวมถึง Digital Nomad ด้วยการปลดล็อกขั้นตอนวีซ่าและการตั้งถิ่นฐานในไทย

“คนกลุ่มนี้ไม่ได้มาแค่นั่งทำงาน แต่จะสร้าง ‘ชุมชนความรู้’ แลกเปลี่ยน Use Case ทำให้บุคลากรไทยแข็งแรงขึ้น สุดท้าย Productivity ของประเทศจะดีขึ้น”

สร้าง Soft Infrastructure เปิดคลังข้อมูลรัฐ

“ในกรอบ ‘Quick Big Win’ 4+4 เดือน เราสร้างท่าเรือ โรงงาน หรือแม้แต่ Data Center ให้เสร็จคงยาก แต่เราทำ Soft Infrastructure ได้ทันที นั่นคือการบูรณาการและเปิดใช้ข้อมูล”

ศ.ดร.ธีรณีชี้ว่า ตลาดขาดข้อมูลฝึก AI ทั้งที่รัฐถือครอง Unique Data Asset จำนวนมาก หากบูรณาการและเปิดใช้เชิงวิเคราะห์ จะเกิดผลเร็วและยั่งยืน

เวที THAIRATH FORUM 2025: The Next New Economy เปิดเวทีแห่งอนาคตของเศรษฐกิจไทย
เวที THAIRATH FORUM 2025: The Next New Economy เปิดเวทีแห่งอนาคตของเศรษฐกิจไทย

ตัวอย่าง “Data-Driven Economy” ที่เริ่มได้ทันที

สุขภาพ – เชื่อมข้อมูลพฤติกรรมการใช้ชีวิตกับประวัติการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงเบาหวาน/ความดัน ลดค่าใช้จ่ายภาครัฐระยะยาว

ท่องเที่ยว – ใช้ข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง (หลังทำ hash/anonymize) รวมกับข้อมูลการเคลื่อนที่จากผู้ให้บริการเครือข่าย เพื่อเข้าใจ “ใคร–มาเมื่อไร–ใช้จ่ายอย่างไร” จะช่วยออกแบบแคมเปญและโครงสร้างราคาได้แม่น

เกษตร: เชื่อมข้อมูลพื้นที่เพาะปลูกและตลาดโลก เพื่อคาดการณ์ผลผลิต 3 เดือนล่วงหน้า ลดความเสี่ยงล้นตลาด

“รัฐบาลไทยเชื่อมยาก แต่พอเชื่อมแล้ว ไม่เคยปิดท่อ เราจะวิเคราะห์ต่อได้อีกยาว ถ้าลดระดับชั้นความลับให้เหมาะสมและเปิดให้เอกชนต่อยอด เศรษฐกิจจะได้ประโยชน์มหาศาล เพราะข้อมูลรัฐก็สร้างจากภาษีประชาชน”

เศรษฐกิจใหม่ต้องตั้ง “4 เสา”

ในประเด็นนี้ จรีพรย้ำว่า Digital, Innovation, Green, Creative คือเสาหลักของเศรษฐกิจใหม่ เราต้องวางกลยุทธ์ระดับประเทศ ตั้งหลักให้ถูกทั้ง AI, Quantum, Advanced Energy, Small Modular Reactor แล้วคว้าโอกาส Next Wave ให้ได้

พชรเสริมว่า หากไทยตั้งเป้าเป็น AI Hub จะเกิดการลงทุนฝั่ง Upstream (โครงสร้างพื้นฐาน, Data Center, แหล่งข้อมูล, แพลตฟอร์มการสื่อสาร) และ Downstream (การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจจริง) จะพร้อมยกระดับขีดความสามารถแข่งขันได้ทันที

ASEAN AI Hub เป็นไปได้ด้วยแผน Quick Big Win

ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล
ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล

ศ.ดร.ธีรณี ชี้ว่าการจะเป็น AI Hub ของโลกคงเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเป็น ASEAN AI Hub พอเป็นไปได้ สิ่งที่ต้องทำมี 2 อย่าง นั่นคือ การทำโปรแกรมที่มีชื่อว่า Reskill Program และ Incentive Program 

ในด้านการ Reskill แน่นอนว่า การทำตำราคงทำไม่ทันเพราะใช้เวลากว่า 2 ปี แต่ AI มีการเปลี่ยนแปลงทุก 2 สัปดาห์ สิ่งที่ต้องทำคือ ใช้ Micro-credential แบ่งคอร์สสั้น 1–2 ชั่วโมง วาง learning path ให้คนที่มีอายุ 45 ปีขึ้น รีสกิลได้จริง ตั้งแต่ นักบินโดรน ไปจนถึง ผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ใช้ AI จากนั้นก็ขยายผ่านโรงเรียน/หน่วยงานระดับจังหวัดต่อไป

อย่างที่สอง Incentive Program ควรกระตุ้นการใช้ AI โดยกำหนดเงื่อนไข ไม่เลย์ออฟ เพื่อให้คนทำงานใช้เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพแทนการถูกทดแทน ถ้าทั้ง Reskill และ Incentive ยิงถูกเป้า การเป็น ASEAN AI Hub ก็เป็นไปได้

การผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยแผน เปิดแผน Quick Big Win ที่ไทยทำได้เลย ดึง FDI-เปิดคลังข้อมูลรัฐ-ปั้น ASEAN Hub เป็นเรื่องที่ท้าทายแต่ก็มีความเป็นไปได้สูง หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง

มองหาโอกาสใหม่ๆ และพร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะ เปิดแผน Quick Big Win ที่ไทยทำได้เลย ดึง FDI-เปิดคลังข้อมูลรัฐ-ปั้น ASEAN Hub นี้อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อคศักยภาพของประเทศไทยและนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน การทำความเข้าใจใน เปิดแผน Quick Big Win ที่ไทยทำได้เลย ดึง FDI-เปิดคลังข้อมูลรัฐ-ปั้น ASEAN Hub จึงเป็นสิ่งสำคัญ

ที่มา – เปิดแผน Quick Big Win ที่ไทยทำได้เลย ดึง FDI-เปิดคลังข้อมูลรัฐ-ปั้น ASEAN Hub

ก.ล.ต. สั่งปรับ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN

ก.ล.ต. สั่งลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำผิด 5 ราย กรณีซื้อขายหุ้น TKN โดยใช้ข้อมูลภายใน สั่งปรับอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ หรือ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” พร้อมพวก รวมเป็นเงินกว่า 16 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เปิดเผยผลการดำเนินคดีโดยใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคล 5 ราย ได้แก่ นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์, นายณัชชัชพงศ์ พีระเดชาพันธ์, นางพนิดา วิริยะกิจนุกูล, นางสาวฐิติรัตน์ ภานุวัฒน์วนิชย์ และนายจักรพันธ์ ชาติปรีชา ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นบริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู้ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TKN โดยอาศัยข้อมูลภายในที่ตนเองรู้หรือครอบครอง และช่วยเหลือการกระทำความผิด ซึ่งบุคคลทั้ง 5 รายจะต้องชำระเงินรวม 16,392,684 บาท พร้อมทั้งถูกจำกัดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัท

ก.ล.ต. สั่งปรับ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลเบาะแสจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) ในเดือนมีนาคม 2566 และได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม จนพบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 5 สิงหาคม ถึง 9 พฤศจิกายน 2565 บุคคลทั้ง 5 รายได้กระทำการอันเข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งส่งผลกระทบในทางบวกต่อราคาหุ้น TKN ที่ตนเองรู้หรือครอบครอง ได้แก่ ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 ของ TKN ที่มีกำไรสุทธิ จำนวน 179.97 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลรอบที่ 2 (รอบพิเศษ) สำหรับผลการดำเนินงานของไตรมาสดังกล่าว ในอัตรา 0.08 บาทต่อหุ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญในด้านบวกต่อราคาหุ้น TKN ที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชน

จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังจากที่นายอิทธิพัทธ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท และนายณัชชัชพงศ์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ (ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ) ได้รับรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในดังกล่าว นายอิทธิพัทธ์ได้ทำการซื้อหุ้น TKN ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนางพนิดา และนายณัชชัชพงศ์ได้ทำการซื้อหุ้น TKN ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบุคคล 2 ราย ได้แก่ นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ก่อนที่ TKN จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565

การกระทำของนายอิทธิพัทธ์และนายณัชชัชพงศ์ ในการซื้อหุ้น TKN โดยอาศัยข้อมูลภายในดังกล่าว ถือเป็นความผิดตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

สำหรับการกระทำของนางพนิดา นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ที่ยินยอมให้นายอิทธิพัทธ์ และนายณัชชัชพงศ์ ใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ถือเป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานซื้อหุ้น TKN โดยอาศัยข้อมูลภายใน ตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 315 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) จึงมีมติให้ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดทั้ง 5 ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง, การชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ, การชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด และการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์

รายละเอียดการลงโทษ “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” และพวก

  • (1) นายอิทธิพัทธ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง, ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่พึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 11,601,063 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 20 เดือน
  • (2) นายณัชชัชพงศ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง, ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่พึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 2,916,030 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 14 เดือน
  • (3) นางพนิดา ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวม 625,197 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลา 13 เดือน
  • (4) นางสาวฐิติรัตน์ และนายจักรพันธ์ ต้องชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เป็นเงินรวมคนละ 625,197 บาท และถูกห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร เป็นเวลาคนละ 9 เดือน

การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติ

เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำความผิด จะถูกนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินให้กับกระทรวงการคลังต่อไป การที่ ก.ล.ต. ดำเนินการอย่างจริงจังกับกรณี “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” ปมหุ้น TKN นี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษากฎเกณฑ์และสร้างความเป็นธรรมในตลาดทุน เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจและกล้าที่จะลงทุนต่อไป

ที่มา – ก.ล.ต. เชือด “ต๊อบ เถ้าแก่น้อย” และพวกรวม 5 ราย ปมหุ้น TKN สั่งปรับกว่า 16 ล้าน

รพ.ตำรวจ ขอรับบริจาคโลหิต หมู่เลือด O วิกฤติ

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิตด่วน! เนื่องจากปริมาณโลหิตเม็ดเลือดแดงสำรองในคลังของธนาคารเลือด หมู่ O อยู่ในสถานะวิกฤติ ขาดแคลนอย่างหนัก ทำให้การช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการเลือดเป็นไปอย่างยากลำบาก

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก “ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ รพ.ตร.” ได้ออกมาแจ้งข่าวสารที่น่ากังวลนี้ ระบุว่าปริมาณโลหิตสำรอง หมู่ O ในธนาคารเลือดของโรงพยาบาลตำรวจนั้นเหลือน้อยมาก อยู่ในขั้นวิกฤติ และยังคงมีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตเพื่อใช้ในการผ่าตัดและการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางโรงพยาบาลต้องเร่งหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้อย่างเร่งด่วน

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต

ด้วยเหตุนี้ ทางโรงพยาบาลตำรวจจึงขอความอนุเคราะห์จากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมกันบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน การบริจาคโลหิตของคุณ สามารถช่วยต่อลมหายใจ และให้โอกาสในการมีชีวิตต่อไปของผู้ป่วยได้

ใครที่สามารถบริจาคโลหิตได้บ้าง?

ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ อายุระหว่าง 17-70 ปี (ถ้าอายุ 17 ปี ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง) น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนทำการบริจาค ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่อยู่ในระหว่างทานยาปฏิชีวนะ หรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ

ก่อนทำการบริจาค เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจวัดความดันโลหิต ตรวจความเข้มข้นของเลือด และสอบถามประวัติทางการแพทย์เบื้องต้น เพื่อประเมินความพร้อมของผู้บริจาค หากผลการตรวจเป็นปกติ ก็สามารถทำการบริจาคโลหิตได้

ขั้นตอนการบริจาคโลหิตนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ใช้เวลาไม่นาน และมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เริ่มจากการลงทะเบียน กรอกแบบฟอร์ม จากนั้นทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น เมื่อผ่านการตรวจ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการบริจาคโลหิต ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที หลังจากการบริจาคโลหิตเสร็จสิ้น ผู้บริจาคจะได้รับน้ำดื่มและขนม เพื่อทดแทนพลังงานที่เสียไป

การบริจาคโลหิต ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริจาคเองอีกด้วย การบริจาคโลหิตจะช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดใหม่ ทำให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบางชนิด เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด

รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ที่ธนาคารเลือด รพ.ตำรวจ อาคาร มภร.ชั้น 7 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-16.00 น. เว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สิ่งที่คุณต้องเตรียมสำหรับการบริจาคโลหิต:

  • บัตรประชาชน
  • หากเคยบริจาคโลหิตมาก่อน ให้นำสมุดประจำตัวผู้บริจาคโลหิตมาด้วย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก่อนวันบริจาค
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ

#ร่วมกันช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ด้วยการบริจาคโลหิตของคุณ เพราะเลือดทุกหยดมีความหมาย

หากท่านไม่สามารถบริจาคโลหิตได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถช่วยเผยแพร่ข่าวสารนี้ เพื่อให้ผู้ที่สามารถบริจาคโลหิตได้ทราบ เพื่อให้ รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ได้ตามเป้าหมาย

มาร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะการให้ คือความสุขที่ยิ่งใหญ่

ที่มา – รพ.ตำรวจ เปิดรับบริจาคโลหิต ปริมาณโลหิตเม็ดเลือดแดงสำรอง หมู่ O อยู่ในสถานะวิกฤติ

ออสเตรเลียต้องการแก้แค้น – Toone

เอลลา ทูน กองกลางทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่า “จะรู้สึกเหมือนเป็นเกมแห่งการแก้แค้น” สำหรับออสเตรเลีย เมื่อทั้งสองทีมพบกันในเกมกระชับมิตรที่ Pride Park ในวันอังคารนี้

ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน อังกฤษเอาชนะออสเตรเลีย ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกหญิงปี 2023 ที่ซิดนีย์

สเตฟ แคทลีย์ กองหลังออสเตรเลียและอาร์เซนอล ยอมรับในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นเป็น “สิ่งที่น่าใจสลายที่สุด” ในอาชีพค้าแข้งของเธอ

ทูนคาดหวังว่าจะเป็นเกมที่ต้องใช้พละกำลังอีกครั้ง หลังจากอังกฤษ พ่ายแพ้ต่อบราซิล 2-1 ซึ่งเล่นด้วยผู้เล่น 10 คนเป็นเวลาเกือบ 70 นาที เมื่อวันเสาร์

“เราทำลายหัวใจของพวกเขาไปมากในฟุตบอลโลก ดังนั้นมันจะรู้สึกเหมือนเป็นเกมแห่งการแก้แค้น สำหรับพวกเรา เราแค่อยากจะออกไปที่นั่นและแสดงผลงานที่ยิ่งใหญ่” ทูนกล่าว

“มันเป็นเรื่องยากเมื่อคุณแพ้เกม แต่ก็ยังมีอีกเกมที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมที่จะแก้ไข เราก็รู้ว่ามันจะยาก

“ไม่มีเกมกระชับมิตรในโลกฟุตบอล เราต้องการที่จะชนะทุกเกม เราต้องการที่จะเล่นให้ดีและหวังว่าจะได้รับชัยชนะ”

มีผู้เล่น 11 คนจากทีมชาติออสเตรเลียที่เล่นให้กับสโมสรใน Women’s Super League ดังนั้นทูนจึงคุ้นเคยกับคู่ต่อสู้หลายคนเป็นอย่างดี

“ฉันคิดว่ามันทำให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่าผู้เล่นเหล่านั้นนำอะไรมาสู่สนาม คุณรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของผู้เล่นแต่ละคน” เธอกล่าวเสริม

“แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก คุณกำลังก้าวเท้าลงสู่สนามเพื่อใส่เต็ม 100% ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม”

ซารีนา วีคแมน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ กล่าวว่าทั้งสองทีมได้ก้าวไปข้างหน้าแล้วนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2023 โดยมีการเปลี่ยนแปลงในทั้งสองทีม

โจ มอนเตมูร์โร อดีตหัวหน้าทีมอาร์เซนอล ปัจจุบันเป็นผู้จัดการทีม Matildas ในขณะที่มีผู้เล่นที่ยังไม่เคยติดทีมชาติหลายคนและผู้ช่วยโค้ชใหม่กับ Lionesses

“ฉันไม่ได้คิดถึงมัน ฉันแค่ตื่นเต้นมากที่เราได้เล่นกับออสเตรเลียอีกครั้ง พวกเขาเป็นทีมระดับท็อปและพวกเขาจะท้าทายเราในแบบที่เราต้องการที่จะเป็น” วีคแมนกล่าว

“แน่นอนว่ามันเป็นทีมที่ไม่ใช่ยุโรป แต่ผู้เล่นจำนวนมากเล่นกันที่นี่ใน WSL ดังนั้นพวกเขาจึงรู้จักกันเป็นอย่างดี

“แต่ไม่ ฉันไม่ได้มองย้อนกลับไปที่รอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก มันเป็นเกมที่เหลือเชื่อ [แต่] เราก้าวไปข้างหน้าแล้วและพวกเขาก็ก้าวไปข้างหน้าแล้ว”

‘เราไม่เคยมองข้ามฝูงชนที่ขายหมดเกลี้ยง’

ความพ่ายแพ้ของอังกฤษต่อบราซิลเป็นการเริ่มต้นของเกมกระชับมิตร 4 นัด ซึ่งเป็น “ซีรีส์กลับบ้าน” เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในยูโร 2025

ผู้เล่นคนสำคัญหลายคนหายไปจากทีมเนื่องจากอาการบาดเจ็บ รวมถึงเลอาห์ วิลเลียมสัน กองหลังกัปตันทีม ลอว์เรน เฮมป์ และลอว์เรน เจมส์ กองหน้า และเจสส์ พาร์ค และเกรซ คลินตัน กองกลาง

อย่างไรก็ตาม อาจมีข่าวดีสำหรับวีคแมน เมื่อฮันนาห์ แฮมป์ตัน ผู้รักษาประตูเตรียมกลับมาหลังจากพลาดเกมพ่ายแพ้เมื่อวันเสาร์เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกเล็กน้อย

อนุก เดนตัน กองหลังเวสต์แฮม ก็ถูกเรียกตัวติดทีมชาติเพื่อเป็นตัวสำรองเพิ่มเติม เนื่องจากผู้เล่นกลับมาฟิตสมบูรณ์และจัดการอาการบาดเจ็บ

วีคแมนกล่าวถึงแฮมป์ตันว่า “เธอสบายดีและเธอพัฒนาไปได้ด้วยดี เธอทำเครื่องหมายในทุกช่องแล้ว ยังมีการฝึกซ้อมอีกครั้งที่จะต้องผ่านไป แต่ทุกอย่างดูดีจริงๆ

“เราทุกคนได้เห็นสิ่งที่เธอสามารถนำมาได้ เธอเป็นผู้รักษาประตูที่ดี งานแรกของผู้รักษาประตูทุกคนคือการป้องกันไม่ให้บอลเข้าประตู ร่วมกับทีม

“แต่เธอก็เก่งมากในการใช้เท้าและการเตะระยะไกลของเธอ นั่นคือจุดแข็งที่แท้จริงของเธอ”

อังกฤษเสียประตูก่อนใน 4 เกมหลังสุด แต่วีคแมนกล่าวว่าทีมของเธอไม่ได้ทำผิด “เริ่มต้นช้า” แม้ว่าจะพบว่าตัวเองตามหลัง

“กับสเปน [ในรอบชิงชนะเลิศยูโร] เราเริ่มต้นได้ดีและน่าจะขึ้นนำ 1-0 อิตาลี [รอบรองชนะเลิศ] เราน่าจะทำประตูได้” เธอกล่าว

“กับสวีเดนเราเริ่มต้นได้ไม่ดี และจากนั้นกับฝรั่งเศสเราเริ่มต้นได้ดี ดังนั้นฉันไม่เห็นด้วยว่าเราเริ่มต้นได้ช้า แต่ฉันเห็นด้วยว่าในวันเสาร์เราเริ่มต้นได้ไม่ดีพอและจำเป็นต้องใช้พละกำลังมากกว่านี้

“เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อเริ่มต้นให้ดีขึ้นในวันอังคารอย่างแน่นอน”

เกมระหว่างอังกฤษกับออสเตรเลีย จะมีผู้ชมเต็มสนาม Pride Park (19:00 GMT)

ผู้ชมที่สนาม Etihad Stadium ในเกมกับบราซิลมีจำนวน 37,460 คน หลังจากที่สมาคมฟุตบอลกล่าวว่ามีการออกตั๋วไปแล้วกว่า 43,000 ใบ สำหรับเกมเมื่อวันเสาร์ เกมพรีเมียร์ลีกในเมืองเดียวกันปะทะกับเวลาคิกออฟ

“ฉันคิดว่ามันดีจริงๆ” วีคแมนกล่าวถึงเกมในวันอังคารที่ได้รับการสนับสนุนอย่างดี

“แฟนๆ ได้แสดงการสนับสนุนอย่างมากสำหรับเราที่นี่ในอังกฤษ แต่ยังรวมถึงในสวิตเซอร์แลนด์สำหรับยูโรด้วย” วีคแมนกล่าว

“มันช่วยเราได้มากและเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราเดินทางไปทั่วประเทศ ตอนนี้ขายหมดแล้วและมันเหลือเชื่อมาก เราไม่เคยมองข้ามในเรื่องนั้น

“มันคือเย็นวันอังคาร จะมีการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง เราซาบซึ้งและสนุกกับมันจริงๆ เราพยายามที่จะเชื่อมต่อกับแฟนๆ ของเราตลอดเวลา”

ทำไม ออสเตรเลียต้องการแก้แค้น จึงน่าติดตาม?

แน่นอนว่าเกมนี้มีความหมายมากกว่าเกมกระชับมิตรทั่วไป ด้วยเรื่องราวในอดีตและการเปลี่ยนแปลงในทีม การเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองทีม

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับตัวของทั้งสองทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ออสเตรเลียต้องการแก้แค้น หลังจากความพ่ายแพ้ในฟุตบอลโลก และการเปลี่ยนแปลงทีมของอังกฤษภายใต้การนำของ Sarina Wiegman

สำหรับแฟนบอล การได้เห็นผู้เล่นที่คุ้นเคยจาก WSL มาปะทะกันในสนามระดับนานาชาติ เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การที่เกมขายหมดเกลี้ยง แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของฟุตบอลหญิง และความกระตือรือร้นของแฟนบอลในการสนับสนุนทีมของพวกเขา

เกมนี้จึงเป็นมากกว่าแค่เกมฟุตบอล มันเป็นเรื่องราวของการแก้แค้น ความภาคภูมิใจ และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น แฟนบอลทั้งหลาย อย่าพลาดชมเกม ออสเตรเลียต้องการแก้แค้น ในครั้งนี้!

ที่มา – Australia will be wanting revenge – Toone

บุกทลายบ่อนไฮโล อ้อมน้อย! ผู้ว่าฯ สั่งกวาดล้าง

ปฏิบัติการฟ้าผ่า! บุกทลายบ่อนไฮโล ย่านอ้อมน้อย สมุทรสาคร งานนี้เซียนพนันหนีกันอลหม่าน รองผู้ว่าฯ ลั่นชัดเจน ไม่มีพื้นที่สำหรับอบายมุขทุกรูปแบบ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร นำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ บุกจู่โจมทลายบ่อนไฮโล ในพื้นที่อ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน สามารถรวบตัวนักพนันชายหญิงได้ถึง 72 ราย งานนี้ทำเอาวงแตกกระเจิง

การบุกจับครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การสั่งการของ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ. รรท.ผวจ.สมุทรสาคร โดยมอบหมายให้ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมด้วย นายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน ประสานกำลังกับตำรวจ สภ.กระทุ่มแบน วางแผนเข้าจับกุม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่

บุกทลายบ่อนไฮโล ย่านอ้อมน้อย รวบนักพนัน 72 ราย

จากการตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนการพนันจริง เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าจับกุมตามแผนปฏิบัติการจัดระเบียบสังคม กวาดล้างสิ่งผิดกฎหมาย เพื่อสนองนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ทุกพื้นที่กวาดล้างปราบปรามการพนันและสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

ผลการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถควบคุมนักพนันได้ทั้งหมด 72 คน แบ่งเป็นชาย 26 คน และหญิง 46 คน พร้อมของกลางเป็นเงินสดประมาณ 40,000 บาท, ชิปเงินสดอีกประมาณ 40,000 บาท, อุปกรณ์การเล่นไฮโล และกล้องวงจรปิดที่ถูกถอดซิมการ์ดออกไป เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนักพนันทั้งหมด พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รอง ผวจ.รรท.ผวจ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากการจับกุมตู้คีบตุ๊กตาที่เปิดให้บริการใกล้สถานศึกษา ซึ่งถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย จากนั้นก็มีประชาชนแจ้งเบาะแสว่ามีการลักลอบเปิดบ่อนไฮโลในพื้นที่ จึงสั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษเข้าสืบสวน จนนำไปสู่การจับกุม

บ่อนวิ่ง…ภัยร้ายที่ต้องกำจัด

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า บ่อนการพนันแห่งนี้มีลักษณะเป็นบ่อนวิ่ง ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ และนัดแนะนักพนันให้เข้ามาเล่นตามจุดต่างๆ ซึ่งทางจังหวัดสมุทรสาครยืนยันว่าจะไม่ให้มีการพนันทุกรูปแบบเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

รอง ผวจ. รรท.ผวจ.สมุทรสาคร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ดำเนินการกวดขันกวาดล้างจับกุมอย่างเข้มข้น ไม่ใช่แค่บ่อนพนันเท่านั้น แต่การพนันทุกรูปแบบ แม้แต่ตู้คีบตุ๊กตา ก็จะต้องถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ให้รับรู้ไว้เลยว่าจังหวัดสมุทรสาครเราไม่มีพื้นที่สำหรับอบายมุขนะครับ แม้กระทั่งตู้คีบตุ๊กตา มันก็คือการพนัน มอมเมาเยาวชน เด็กนักเรียน” ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ กล่าว

การ ทลายบ่อนไฮโล ครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการในการปราบปรามการพนันและอบายมุขในพื้นที่สมุทรสาครอย่างจริงจัง และเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำผิดกฎหมายว่า จะไม่มีที่ยืนในจังหวัดนี้อย่างแน่นอน

ที่มา – บุกทลายบ่อนไฮโล ย่านอ้อมน้อย รรท.ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ลั่นไม่มีพื้นที่สำหรับอบายมุข

แมตตี แคช ต่อสัญญาใหม่ แอสตัน วิลลา ถึงปี 2029

แมตตี แคช ต่อสัญญาใหม่ แอสตัน วิลลา ถึงปี 2029 อย่างเป็นทางการ! แบ็กขวาตัวเก่งทีมชาติโปแลนด์ตกลงขยายสัญญากับสโมสรออกไปอีก 3 ปีครึ่ง ทำให้เขาจะอยู่ค้าแข้งในถิ่นวิลลา พาร์ค ไปจนถึงปี 2029

แคชย้ายจากน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ มาร่วมทีมวิลลาเมื่อปี 2020 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว ลงสนามไปแล้ว 193 นัดในสีเสื้อสิงห์ผงาด ด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล

ก่อนหน้านี้สัญญาของแคชจะหมดลงในปี 2027 แต่ด้วยผลงานที่โดดเด่นและความมุ่งมั่นที่แสดงให้เห็น ทำให้สโมสรตัดสินใจมอบสัญญาใหม่ให้เขา ซึ่งแคชก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการทำประตูสุดสวยในเกมที่วิลลาเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ผมกำลังเล่นด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่” แคชกล่าวหลังจบเกม “พูดตามตรง ผมเป็นคนที่มีจังหวะยิงที่ดีมาตลอด แต่ไม่ค่อยได้แสดงออกมาให้เห็นในสนามมากนัก”

“ฤดูกาลนี้ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นใจให้ผม และทุกครั้งที่ผมได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ ผมมีความมั่นใจและรู้สึกว่าผมจะยิงเข้าเป้าได้บ่อยครั้ง”

ดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้ ซึ่งมีแม่เป็นชาวโปแลนด์ ถือเป็นแบ็กขวาตัวเลือกแรกทั้งในทีมวิลลาและทีมชาติโปแลนด์ เขาประเดิมสนามในนามทีมชาติเมื่อปี 2021 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติโปแลนด์ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์

แมตตี แคช ต่อสัญญาใหม่ แอสตัน วิลลา ถึงปี 2029

การต่อสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่แอสตัน วิลลามีต่อแมตตี แคช และความสำคัญของเขาที่มีต่อทีมในระยะยาว เขาเป็นผู้เล่นที่มีความทุ่มเท มีวินัย และมีฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะช่วยให้วิลลาประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

รายละเอียดสัญญาใหม่ของ แมตตี แคช

  • ระยะเวลาสัญญา: 3 ปีครึ่ง (จนถึงปี 2029)
  • ตำแหน่ง: แบ็กขวา
  • สโมสร: แอสตัน วิลลา
  • ทีมชาติ: โปแลนด์

การต่อสัญญาของ แมตตี แคช ต่อสัญญาใหม่ แอสตัน วิลลา ถึงปี 2029 ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลวิลลา ที่จะได้เห็นเขาลงสนามสร้างสรรค์ผลงานต่อไปอีกหลายปี และเป็นการแสดงให้เห็นว่าแอสตัน วิลลากำลังเดินหน้าสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ในระดับสูง

แฟนบอลหลายคนเชื่อว่าการมี แมตตี แคช ต่อสัญญาใหม่ แอสตัน วิลลา ถึงปี 2029 จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้และฤดูกาลต่อๆ ไป ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของเขา จะช่วยยกระดับเกมรับของทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และสร้างความอันตรายในเกมรุกได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การที่แคชเป็นผู้เล่นที่มีความเป็นผู้นำสูง จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในทีม และเป็นแบบอย่างให้กับนักเตะรุ่นใหม่ๆ ได้อีกด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ แอสตัน วิลลาภายใต้การคุมทีมของอูไน เอเมรี แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการสร้างทีมเพื่อแข่งขันในระดับท็อปของพรีเมียร์ลีก การรั้งผู้เล่นคนสำคัญอย่างแมตตี แคชไว้กับทีม ถือเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การต่อสัญญาครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของแอสตัน วิลลา ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ที่มา – Cash signs new Aston Villa deal until 2029