วัน: 27 ตุลาคม 2025

“ศุภจี” ชี้ MOU แร่แรร์เอิร์ธ ยกเลิกได้ ไม่มีข้อผูกพัน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แจง MOU แร่แรร์เอิร์ธกับสหรัฐฯ ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมายและไม่ต้องร่วมลงทุน กรอบเจรจาการค้าต้องจบสิ้นปีนี้

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับประเด็นที่ไทยลงนาม MOU ความร่วมมือแร่หายาก หรือแรร์เอิร์ธ กับสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า MOU นี้ทำโดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้รับความเห็นชอบจาก ครม. และกระทรวงอุตสาหกรรม

“ศุภจี” ชี้ MOU แร่แรร์เอิร์ธ กับสหรัฐฯ ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย

นางศุภจี กล่าวว่าเนื้อหาใน MOU แร่แรร์เอิร์ธ ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย และไม่มีข้อผูกพันที่ต้องร่วมลงทุน เป็นเพียงความร่วมมือในการศึกษาห่วงโซ่อุปสงค์อุปทาน แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และสามารถยกเลิกได้เมื่อไหร่ก็ได้ เป็นแค่ความร่วมมือที่สหรัฐฯ ต้องการประกาศกับไทย

ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่เซ็น MOU นี้ มีประมาณ 9 ประเทศ มาเลเซียก็เซ็น และสหรัฐฯ อาจเซ็นกับญี่ปุ่นต่อไป แต่ข้อผูกพันในแต่ละประเทศอาจไม่เหมือนกัน ของไทยไม่มีเนื้อหาผูกพันทางกฎหมาย

กรณีเซ็น MOU แล้ว กังวลหรือไม่ว่าจีนจะรู้สึกไม่ดี นางศุภจี กล่าวว่า MOU นี้ไม่มีข้อผูกพัน เป็นแค่ความร่วมมือในการศึกษา ซึ่งไทยไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นหลัก ก่อนประชุมอาเซียน ได้พบกับเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งบอกว่าจีนกำลังออกมาตรการเข้มงวดเรื่องแร่แรร์เอิร์ธ เพราะใช้ทางการทหารได้ด้วย ไทยทำในเชิงพาณิชย์ก็ไม่ต้องกังวล จีนส่งให้ได้ตามปกติ แต่เรื่องทหารต้องเข้มข้นขึ้น

MOU แร่แรร์เอิร์ธ กับสหรัฐฯ ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ไทยสมดุลทั้งจีนและสหรัฐฯ

“ประเทศเราต้องพึ่งพาทั้งสหรัฐฯ และจีน จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย ทั้งส่งออกและนำเข้า ส่วนสหรัฐฯ เป็นประเทศที่เราส่งออกเป็นอันดับ 1 ดังนั้นสำคัญทั้งคู่ ไทยต้องอยู่ในสิ่งที่สมดุล นายกรัฐมนตรีลงนามใน MOU เพื่อให้เห็นความร่วมมือ แต่คณะรัฐมนตรีและกฤษฎีกาดูแลอย่างดีว่า สิ่งที่เซ็นไม่ได้มีข้อผูกมัดทางกฎหมาย ดังนั้นสามารถยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ได้ผูกมัดเรื่องลงทุน” นางศุภจีกล่าว

นางศุภจีกล่าวถึงการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ว่าคืบหน้า รัฐบาลก่อนตกลงกรอบภาษี 19% แต่มีรายละเอียดว่าอะไร 19% อะไร 0% ตอนนี้มีภาคผนวกเพิ่มเข้ามา และมีมาตรา 232 ขึ้นมาอีกหลายอุตสาหกรรม กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศต้องเจรจาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Joint Statement เป็นแค่กรอบที่บอกว่า 2 ประเทศจะตกลงรายละเอียดให้จบภายในสิ้นปี เพราะเร็วกเกินไปอาจทำให้เราสูญเสีย ต้องมั่นใจว่าสิ่งที่ตกลงมีประโยชน์สูงสุด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวอีกว่า ปัจจุบันไทยมี FTA 14 ฉบับ กับ 18 ประเทศ สิ่งที่ตกลงกับประเทศอื่นๆ ในเรื่องอัตราภาษี ก็เอาอันนี้เป็นลิสต์ให้สหรัฐฯ เหมือนกัน เพราะการค้าจะได้อยู่ในระนาบเดียวกัน จะเหลือแค่รายการไม่มากนัก ที่ต้องระมัดระวังและใช้เวลาเจรจา แต่ต้องพยายามจบในกรอบสิ้นปีนี้

โดยสรุปแล้ว MOU แร่แรร์เอิร์ธ ที่ไทยทำกับสหรัฐอเมริกา ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย และสามารถยกเลิกได้เมื่อไหร่ก็ได้ ไทยยังคงดำเนินนโยบายที่สมดุลกับทั้งสหรัฐฯ และจีน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

ที่มา – “ศุภจี” ชี้ MOU แร่แรร์เอิร์ธ กับสหรัฐฯ ยกเลิกเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีข้อผูกพันทางกฎหมาย

คาราวาน BYD SEALION 6 DM-i พิสูจน์แกร่งถึงปักกิ่ง

คาราวาน BYD SEALION 6 DM-i จากไทยถึงปักกิ่ง พิสูจน์ความแกร่ง 5,000 ก.ม. ฉลองมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี การเดินทางครั้งนี้ตอกย้ำถึงสมรรถนะและความทนทานของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นนี้

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้เปิดเผยว่า รถยนต์ BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ในคาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี ได้เดินทางออกจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 และเดินทางถึงปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 23 ตุลาคม 2566 การเดินทางไกลครั้งนี้ถือเป็นการพิสูจน์ความแกร่งของรถยนต์ได้อย่างชัดเจน

ในช่วงเริ่มต้นของการเดินทาง ขบวนรถ BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ได้มุ่งหน้าจากจุดเริ่มต้นสู่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีจุดมุ่งหมายคือการข้ามชายแดนจากประเทศไทยไปยังประเทศลาวในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเชียงของ – ห้วยทราย จากนั้น คณะเดินทางได้ใช้เส้นทางผ่านบ่อเต็น และเดินทางต่อไปยังสิบสองปันนาของประเทศจีน

เส้นทางที่ใช้ในการเดินทางครั้งนี้มีสภาพถนนที่ท้าทายหลากหลายรูปแบบ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการพิสูจน์ขีดความสามารถของช่วงล่าง และความสูงใต้ท้องรถ 180 มิลลิเมตร ที่ช่วยให้รถสามารถก้าวข้ามสิ่งกีดขวางและอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ระบบควบคุมการทรงตัวบนทางลาดชัน (HHC) ยังช่วยให้การขับขี่บนเนินเขามีความง่ายดายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

หลังจากนั้น รถยนต์ BYD SEALION 6 DM-i ทั้ง 13 คัน ได้เดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งของจีน บนเส้นทางคุนหมิง, กุ้ยหยาง, เฟิ่งหวง, อู่หลิงหยวน, เซียงหยาง และซีอาน โดยรวมระยะทางทั้งหมดนับจากจุดเริ่มต้นมากกว่า 3,000 กิโลเมตร

การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่คณะเดินทางได้สัมผัสและพิสูจน์สมรรถนะของขุมพลังปลั๊กอินไฮบริด DM-i SUPER HYBRID ที่เน้นการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ตอบสนองได้ทันใจในทุกย่านความเร็ว ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า มอบพละกำลังรวมสูงสุด 160 กิโลวัตต์

พร้อมแรงบิดรวมสูงสุด 300 นิวตันเมตร ทั้งยังสามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ระหว่าง ECO / Normal / Sport โดยมีการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการเติมน้ำมันและการเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก และลดความกังวลใจเมื่อต้องเดินทางในระยะทางไกล

ในช่วงสุดท้ายของการเดินทาง คณะคาราวานมิตรภาพไทย – จีนครบรอบ 50 ปี ได้เดินทางต่ออีกประมาณ 1,000 กิโลเมตร จากซีอาน ผ่านเส้นทางผิงเหยา และเป่าติ้ง ก่อนที่จะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางที่ปักกิ่งในวันที่ 23 ตุลาคม แม้ว่าคณะเดินทางจะต้องเดินทางในระยะทางไกลกว่า 5,000 กิโลเมตร และใช้ชีวิตอยู่ในรถยนต์เป็นเวลานานติดต่อกันกว่าสิบวัน

แต่ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางของ BYD SEALION 6 DM-i ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เช่น เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและเบาะหลังที่สามารถปรับองศาพนักพิงได้ ทำให้ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับอากาศแบบ 2 โซน พร้อมช่องระบายอากาศด้านหลัง ที่ช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการเดินทาง ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย

ปรับหมุนด้วยไฟฟ้าขนาด 15.6 นิ้ว พร้อมเครื่องเสียง Infinity® ลำโพง 10 ตำแหน่ง* ที่สำคัญคือ มีความจุพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 425 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการจัดเก็บกระเป๋าเดินทางของทุกคน แม้จะต้องเดินทางไกลติดต่อกันกว่า 13 วัน

คาราวาน BYD SEALION 6 DM-i จากไทยถึงปักกิ่ง พิสูจน์ความแกร่ง 5,000 ก.ม.

BYD SEALION 6 DM-i พิสูจน์ความแกร่งในการเดินทางไกล

การเดินทางของคาราวาน BYD SEALION 6 DM-i จากประเทศไทยสู่ปักกิ่งในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองมิตรภาพไทย-จีน แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพและความทนทานของรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดในการเดินทางระยะไกลอีกด้วย

ที่มา – คาราวาน BYD SEALION 6 DM-i จากไทยถึงปักกิ่ง พิสูจน์ความแกร่ง 5,000 ก.ม.

ยูเวนตุสปลดทูเดอร์! หลังคุมทีม 7 เดือน

ยูเวนตุสปลดทูเดอร์ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังพ่ายแพ้ให้กับลาซิโอ

กุนซือชาวโครเอเชียเข้าร่วมทีมดังแห่งอิตาลีเมื่อเดือนมีนาคม เพื่อเป็นตัวแทนของธิอาโก้ มอตต้า

แต่โค้ชวัย 43 ปีรายนี้ คุมทีมทำสถิติไม่ชนะใครติดต่อกัน 8 นัด ทำให้สโมสรตกไปอยู่อันดับที่ 8 ในตารางกัลโช่ เซเรีย อา

ความพ่ายแพ้ต่อลาซิโอเมื่อวันอาทิตย์ เป็นความพ่ายแพ้ครั้งที่ 3 ติดต่อกันของทีมในทุกรายการ

แถลงการณ์ของยูเวนตุส ระบุว่า “สโมสรขอขอบคุณอีกอร์ ทูเดอร์ และทีมงานทั้งหมดของเขา สำหรับความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และขออวยพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคต”

ยูเวนตุสเสริมว่า มัสซิมิเลียโน่ บรัมบิลลา จะเข้ามาคุมทีมชั่วคราว สำหรับเกมเซเรีย อา ที่จะพบกับอูดิเนเซ่ ในวันพุธ

ทัพม้าลายตามหลังนาโปลีจ่าฝูงอยู่ 6 แต้ม และไม่ชนะใครในการแข่งขันลีก 5 นัดหลังสุด

ยูเวนตุสอยู่อันดับที่ 25 ในตารางคะแนนรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีก โดยแพ้ 1 นัดและเสมอ 2 นัดในการแข่งขัน 3 นัดแรก

ยูเวนตุสปลดทูเดอร์

การตัดสินใจปลดอีกอร์ ทูเดอร์ออกจากตำแหน่งกุนซือยูเวนตุส ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอลหลายคน แม้ว่าผลงานของทีมจะไม่เป็นไปตามเป้าหมายในช่วงหลัง แต่การเปลี่ยนแปลงกุนซือในช่วงกลางฤดูกาลก็อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของทีมได้เช่นกัน

ทำไมยูเวนตุสปลดทูเดอร์?

เหตุผลหลักที่ยูเวนตุสตัดสินใจปลดทูเดอร์ น่าจะมาจากผลงานที่ไม่น่าพอใจในช่วงหลัง โดยทีมไม่สามารถเก็บชัยชนะได้ติดต่อกันหลายนัด และยังแพ้ให้กับคู่แข่งสำคัญอย่างลาซิโอ นอกจากนี้ สไตล์การทำทีมของทูเดอร์ อาจไม่เข้ากับนักเตะที่มีอยู่ในทีม ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพของทีมออกมาได้อย่างเต็มที่

การเข้ามาคุมทีมของมัสซิมิเลียโน่ บรัมบิลลา จะเป็นการแก้ขัดไปก่อน จนกว่าสโมสรจะสามารถหากุนซือคนใหม่ที่เหมาะสมได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ อาจเป็นการกระตุ้นให้นักเตะในทีม มุ่งมั่นและพยายามมากขึ้น เพื่อพิสูจน์ตัวเองภายใต้การคุมทีมของกุนซือชั่วคราว

สถานการณ์ของยูเวนตุสในขณะนี้ ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วง ทีมต้องเผชิญกับความท้าทายในการกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ และการรักษาตำแหน่งในกลุ่มทีมหัวตาราง การตัดสินใจที่ถูกต้องในการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดอนาคตของสโมสร

อนาคตของยูเวนตุสภายหลังการปลดทูเดอร์ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมในระยะยาวอย่างไร และใครจะเป็นกุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามานำทัพม้าลาย?

สำหรับแฟนบอลยูเวนตุส การเปลี่ยนแปลงนี้ อาจนำมาซึ่งความหวังใหม่ๆ หรือความกังวลใจเกี่ยวกับอนาคตของทีม สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนทีมต่อไป และเชื่อมั่นในการตัดสินใจของสโมสร

สุดท้ายนี้ การยูเวนตุสปลดทูเดอร์ แสดงให้เห็นถึงความคาดหวังที่สูงของสโมสร และความมุ่งมั่นในการกลับมาเป็นทีมชั้นนำของยุโรปอีกครั้ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับยูเวนตุสก็เป็นได้

การยูเวนตุสปลดทูเดอร์ อาจจะทำให้เห็นได้ว่าผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อตำแหน่ง

เราต้องติดตามกันต่อไปว่าใครจะเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของยูเวนตุส และจะพาทีมกลับมาสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

ที่มา – Juventus sack manager Tudor after seven months

จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยที่อรัญประเทศ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน บ้านป่าไร่ใหม่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยเจ้าหน้าที่พบว่ามี 3 รายไม่มีเอกสารการเข้าเมืองที่ถูกต้อง

จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.20 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1202 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว และกำลังจากกองร้อยทหารราบที่ 932 และชุด ชปช.2 กองกำลังบูรพา ทำการจับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน บริเวณอรัญประเทศ 05 – 06 หมู่ 8 บ้านป่าไร่ใหม่ ตำบลป่าไร่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

การจับกุมเป็นไปตามคำสั่งของ พ.ต.อ.ภัทรกร ขาวนวล ผกก.สภ.คลองลึก โดยมี พ.ต.ท.พิพัฒน์ โกสินอภิวัฒน์ รอง ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.สมัชญ์ นาคพน รอง ผกก.สส.ฯ และ พ.ต.ท.จรัญ ใจสันทัด สว.สส.ฯ กำกับดูแลการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดการจับกุมชาวกัมพูชาที่ลักลอบเข้าไทย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย ร.ท.สุวนัท เขียวตองอ่อน, จ.ส.ท.วัลลภ คชิตา, อส.ทพ.วรวุฒิ ขุมทรัพย์ จาก ร้อย ทพ.1202, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตม.จว.สระแก้ว ได้แก่ ร.ต.อ.เกรียงไกร เกษรปัญโญ, ร.ต.สุรภูมิ กองไพรวัลย์, ร.ต.สุรุดิ สอนอิ่มสารตร์, ด.ต.ธีระ สุขแสวง, ด.ต.วริทธิ์ธร คำแฝง, ด.ต.ประสาร บุญโย, ด.ต.ปณัชพงษ์ ตันติเพิ่มพูนผล และ ด.ต.กิตติศักดิ์ วรรณโค ผบ.หมู่ ตม. นอกจากนี้ยังมีกำลังสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.ร.932 จ.ส.อ.ราชศักดิ์ และ ส.อ.วุฒิพงษ์ จงลือชา รวมทั้ง ร.ต.ยงยุทธ พูลสนอง จากชุด ชปช.2 กกล.บูรพา จากการตรวจสอบพบผู้ต้องหาเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด 7 ราย ได้แก่

  • นายเล จันลา อายุ 42 ปี
  • นายที ไลฮัว อายุ 25 ปี
  • นายวี เทือน อายุ 31 ปี
  • นายงอน สุพอน อายุ 32 ปี
  • นายชีวัน อายุ 23 ปี
  • นายพอล ทาเวย อายุ 27 ปี
  • นางเมือน จันนา อายุ 27 ปี

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกจับกุมที่ 1, 2, 6 และ 7 มีเอกสารหนังสือเดินทาง (Border Pass) ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย ได้แก่ ผู้ถูกจับกุมที่ 3, 4 และ 5 ไม่มีเอกสารใด ๆ แสดงการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าว (กัมพูชา) เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมแจ้งสิทธิของผู้ถูกจับตามกฎหมาย โดยมีล่ามภาษากัมพูชาช่วยแปลให้เข้าใจสิทธิ์ในการให้การ ปรึกษาทนาย และแจ้งญาติ

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจพื้นที่เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองตามแนวชายแดน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยจึงเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย เหตุการณ์จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการเฝ้าระวังตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

เหตุการณ์ จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบเข้าเมืองที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะพยายามอย่างเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม แต่ก็ยังคงมีผู้ที่พยายามเสี่ยงที่จะกระทำผิดกฎหมายอยู่ดี การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อย

ที่มา – จับชาวกัมพูชา 7 ชีวิต ลักลอบเข้าไทยบริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

นราธิวาสป่วน! วางระเบิด อส.ชคต.เรียง ดับ 1

สถานการณ์ความไม่สงบในนราธิวาสยังคงน่าเป็นห่วง ล่าสุดเกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะของ อส.ชคต.เรียง ในพื้นที่อำเภอรือเสาะ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 3 นาย เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบที่ต้องการดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2568 โดย พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถยนต์กระบะของ กองอาสารักษาดินแดนประจำชุดคุ้มครองตำบลเรียง บริเวณริมถนนบ้านบลูกาฮีเล ม.1 ต.บาตง แรงระเบิดส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บและรถยนต์หุ้มเกราะเสียหายอย่างหนัก

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหลุมระเบิดขนาดใหญ่ และซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สหุงต้ม น้ำหนัก 50 กก. นอกจากนี้ยังพบรถยนต์หุ้มเกราะอยู่ในสภาพหงายท้องพังเสียหายทั้งคัน

สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรือเสาะ ทราบชื่อคือ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง ดอฆอ รองหัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลเรียง ซึ่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีก 2 นายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ดับ 1

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ หมู่ใหญ่ไซนูเด็ง พร้อมพวก รวม 4 นาย ได้ขับรถยนต์กระบะทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ปลัดอำเภอ ซึ่งเป็นหัวหน้า ชคต.เรียง ขากลับจากการประชุมสภาสันติสุขที่ อบต.เรียง ขณะเดินทางกลับฐานที่ตั้ง คนร้ายได้จุดชนวนระเบิดที่ฝังไว้ใต้ถนน ทำให้รถยนต์กระบะลอยพลิกคว่ำหลายตลบ

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน ประจำ ชคต.เรียง ได้ระดมกำลังมายังจุดเกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่งโรงพยาบาล

การรักษาความปลอดภัยของ อส.ชคต.เรียง

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและการสนับสนุนอุปกรณ์ที่ทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นความสูญเสียที่น่าเศร้า และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

หน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

การ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเพื่อปกป้องความสงบในพื้นที่เสี่ยงภัย

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น และความสงบสุขจะกลับคืนสู่พื้นที่โดยเร็ววัน

การกระทำที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป และผู้กระทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างทุกฝ่ายเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง

เหตุ ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง เป็นเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ

ที่มา – ป่วนนราธิวาส วางระเบิดรถกระบะหุ้มเกราะ อส.ชคต.เรียง พลีชีพ 1 ศพ เจ็บ 3 นาย

กพช. หนุน “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ลดค่าไฟ!

กพช. ไฟเขียว เห็นชอบกรอบหลักการโครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” มุ่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในท้องถิ่น ลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบกรอบหลักการโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน ที่มีเป้าหมายผลักดันและขับเคลื่อนโครงการไฟฟ้าชุมชน สร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าของประชาชน รูปแบบโครงการจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อแห่ง รวมกำลังการผลิตไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ 

โครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายโอกาสทางพลังงานสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากส่วนกลาง และที่สำคัญคือการลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในระยะยาว โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ในราคาที่เป็นธรรม และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ส่วนการกำหนดขนาดและพื้นที่เป้าหมาย จะพิจารณาจากศักยภาพระบบไฟฟ้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของชุมชน ความพร้อมของที่ดินในพื้นที่ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) อัตราไม่เกิน 2.25 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 25 ปี สัญญาแบบ Non-Firm และเป็นผู้จำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ให้แก่ผู้ใช้ไฟในชุมชนเป้าหมาย การคัดเลือกเอกชนร่วมดำเนินโครงการจะพิจารณาจากความพร้อม ทั้งด้านคุณสมบัติและเทคนิค เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถพัฒนาและดำเนินการได้ตามแผน

“การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะต้องไปดูจุดเชื่อมต่อการรับไฟฟ้า ซึ่งคาดว่ามีหลายพันจุด และเอกชนสามารถเข้าไปร่วมกับชุมชน เพื่อเสนอเข้าร่วมโครงการ โดยต้องเป็นชุมชนที่ขึ้นอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) และจากการคำนวณ จะสามารถทดแทนเป็นค่าไฟฟ้าให้กับชุมชนในพื้นที่ได้ 40-80 สตางค์ต่อหน่วย และจะได้รับตลอดอายุโครงการ 25 ปี ตั้งเป้าหมายว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน พ.ย. นี้”

โครงการ “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการผลิตพลังงาน แต่เป็นโครงการที่สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

โซลาร์ฟาร์มชุมชน คืออะไร?

โครงการ โซลาร์ฟาร์มชุมชน เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการผลิตและใช้พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก และสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่เป็นธรรม และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

ประโยชน์ของโซลาร์ฟาร์มชุมชน

  • ลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนในชุมชน
  • สร้างรายได้ให้กับชุมชนจากการขายไฟฟ้า
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • สร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับท้องถิ่น
  • ลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอก

โครงการนี้จะช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังงานของประเทศ และสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

“โซลาร์ฟาร์มชุมชน” ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ภาครัฐตั้งใจมอบให้กับประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน จับตาดูความคืบหน้าของโครงการนี้กันต่อไปนะครับ

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

ที่มา – กพช. เห็นชอบเดินหน้า “โซลาร์ฟาร์มชุมชน” หนุนสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดภาระค่าไฟฟ้า

ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบ Scammer ร่วมจีน ญี่ปุ่น เกาหลี

นายกฯ เผย ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดประชุมปราบปราม scammer ระดับภูมิภาค ร่วมกับจีน ญี่ปุ่น เกาหลี พาไทยกลับสู่จอเรดาร์โลก พบ World Bank ขอเร่งอนุมัติโครงการสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา-สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 12.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ศูนย์การประชุม KLCC นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (ASEAN Plus Three Summit: APT) ครั้งที่ 28 ว่าในการประชุมสุดยอดอาเซียนในช่วงเช้า ได้แก่ การประชุมสุดยอดอาเซียน – สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 26 และการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) ครั้งที่ 28 โดยไทยยืนยันความร่วมมือในการร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งไทยได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อประสานพลังของภูมิภาคในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้เป็นรูปธรรมและจริงจัง ซึ่งเป็นความร่วมมือกันในระดับนานาชาติ พร้อมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อไป

“รัฐบาลนี้มีอิสระ รัฐมนตรีทุกท่านสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ในเวทีระหว่างประเทศ ไทยก็กลับคืนสู่เวทีโลก ไทยมีความร่วมมือกับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐฯ -ไทย มีการลงนามความร่วมมือ และในเวทีเอเปค ก็จะมีการประชุมทวิภาคีเต็มรูปแบบระหว่างนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ซึ่งจะใช้เวทีเหล่านี้ในการสร้างโอกาสให้เกิดการขยายในภาคต่างๆ ของไทย ทั้งการค้า การลงทุนและความมั่นคง เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงและแข็งแรง ยิ่งขึ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดท้าย

ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบ Scammer ร่วมจีน ญี่ปุ่น เกาหลี

จากนั้น เวลา 15.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง 406 ชั้น 4 ศูนย์ประชุม KLCC กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายกฯ ได้พบหารือกับนายคาร์ลอส เฟลิเป้ ฮารามิโย (Mr. Carlos Felipe Jaramillo) รองประธานธนาคารโลก (World Bank) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง

โดยนายกฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับรองประธานธนาคารโลกฯ ในโอกาสที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง พร้อมขอบคุณธนาคารโลกที่ให้การสนับสนุนไทยเป็นอย่างดี ไทยยืนยันความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank–IMF Annual Meetings) ประจำปี 2569 เชื่อมั่นว่าจะเป็นเวทีส่งเสริมบทบาทและศักยภาพเศรษฐกิจไทย

ขณะที่รองประธานธนาคารโลกฯ ได้แสดงความพร้อมสนับสนุนไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank–IMF Annual Meetings) ประจำปี 2569 ที่กรุงเทพฯ โดยคณะทำงานของธนาคารโลกพร้อมทำงานร่วมกับคณะทำงานฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การประชุมประสบความสำเร็จ

โอกาสนี้ นายกฯ ขอให้รองประธานธนาคารโลกฯ เร่งรัดการพิจารณาอนุมัติโครงการก่อสร้างสะพานขนาดใหญ่ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ช่วยดึงดูดการท่องเที่ยว ลดระยะทางและต้นทุนในการเดินทาง เพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ ส่งเสริมความเชื่อมโยง และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องร่วมกันผลักดันโครงการ Low Carbon City พัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความยั่งยืนด้วย

การที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในการประชุมระดับภูมิภาคเพื่อปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ การร่วมมือกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม scammer ได้ดียิ่งขึ้น

ความสำคัญของการที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบ Scammer

การที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ปราบ Scammer ร่วมกับ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องประชาชนจากความเสียหายทางการเงินและการหลอกลวงออนไลน์ แต่ยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมยังเป็นการแสดงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลาง (Hub) ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาค ซึ่งจะดึงดูดความสนใจและการลงทุนจากต่างประเทศ และส่งผลดีต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญด้านนี้ในประเทศ

การที่ ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบ Scammer ในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป และจะไม่ยอมให้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำผิดอีกต่อไป

การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป การที่ไทยแสดงบทบาทนำในการ ปราบ Scammer ในระดับภูมิภาค จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น และนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

ที่มา – ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพปราบ scammer ร่วมกับจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี

เตือน! อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 เรื่อง อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายนนี้ หลายพื้นที่จะมีฝนเพิ่มขึ้น ดังนั้น เกษตรกรควรเตรียมตัวป้องกันและระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตร

ประกาศเตือน: อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนจะมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนบนตามลำดับ

สาเหตุของอากาศแปรปรวน

สาเหตุหลักของ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย มาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนล่าง ซึ่งจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ดังนั้น ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอากาศแปรปรวน

  • ผลกระทบต่อเกษตรกร: เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
  • ผลกระทบต่อการเดินทาง: เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก
  • อันตรายจากน้ำท่วมขัง: ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้ในบางพื้นที่

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย ที่อาจเกิดขึ้น

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในบริเวณที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ร่ม เสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมพร้อมรับมือกับ อากาศแปรปรวน บริเวณประเทศไทย เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพและปลอดภัยจากผลกระทบของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “อากาศแปรปรวน” บริเวณประเทศไทย มีผลกระทบ 29 ต.ค. – 2 พ.ย.

4-5 กลุ่มยื่นประมูลซื้อ Sheffield Wednesday

ผู้บริหารร่วมของสโมสร Sheffield Wednesday กล่าวว่าพวกเขามีผู้เสนอราคาที่จริงจัง “สี่หรือห้าราย” และสโมสรอาจมีเจ้าของใหม่ภายในสิ้นปีนี้

Kris Wigfield เป็นผู้นำในการค้นหาเจ้าของใหม่หลังจากที่ เดชพล จันศิริ นำสโมสร Championship เข้าสู่กระบวนการบริหารเมื่อวันศุกร์

Wigfield กล่าวว่า Owls ต้องอยู่ในตลาดเป็นเวลา 28 วันภายใต้กฎของ EFL และอ้างว่าพวกเขาได้รับการแสดงความสนใจที่เป็นรูปธรรมแล้ว

เขาบอกกับรายการ Wake Up to Money ของ BBC 5 Live ว่าเขาหวังว่าเจ้าของใหม่จะเข้ามาเซ็นสัญญากับผู้เล่นใหม่ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้

Wigfield กล่าวว่า “เช่นเคย คุณจะได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายที่อาจไม่ตรงตามเกณฑ์ แต่ใช่แล้ว ภายในข้อซักถามมากมายที่เราได้รับ เราคิดว่ามีผู้สนใจสี่หรือห้ารายที่ดูเหมือนของจริง”

“มีเกณฑ์สองข้อที่เจ้าของใหม่ต้องปฏิบัติตามเพื่อเปิดการเจรจาและมีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถยื่นข้อเสนอได้”

“สิ่งแรกคือพวกเขาต้องแสดงให้ผู้บริหารเห็นว่าพวกเขาสามารถทำให้สโมสรฟุตบอลอยู่รอดได้ ดังนั้นพวกเขาต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีเงินทุนเพียงพอที่จะให้ทุนสนับสนุนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”

“และประการที่สอง เราต้องมั่นใจว่าพวกเขาจะผ่านการทดสอบความเหมาะสมของ EFL และถ้าพวกเขาสามารถตอบสนองทั้งสองอย่างได้ เราก็จะเริ่มพูดคุยกับพวกเขาอย่างจริงจัง”

แฟนๆ ได้ระดมทุน 500,000 ปอนด์ตั้งแต่ วันศุกร์

Wigfield หวังว่ากระบวนการขายจะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และกลุ่มหนึ่งอาจมีสถานะผู้เสนอราคารายแรกในเดือนหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะซื้อ Wednesday ให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นปีนี้

“เนื่องจากกฎของ EFL เราต้องทำการตลาดสโมสรเป็นเวลา 28 วัน” เขากล่าว “ดังนั้นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 28 วันก่อนที่เราจะเข้าใกล้สถานะผู้เสนอราคารายแรก”

“ดังนั้นผมหวังว่าภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราอาจจะรู้ว่าใครกำลังจะซื้อสโมสรฟุตบอล”

“จากนั้นหวังว่าข้อตกลงจะสามารถสรุปได้ในปีปฏิทินนี้ เพื่อให้เจ้าของใหม่อยู่ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม หาก EFL อนุญาตให้เจ้าของใหม่ซื้อผู้เล่นได้”

แฟนบอล Wednesday กลับมาหลายพันคนเมื่อวันเสาร์หลังจากที่พวกเขาคว่ำบาตรก่อนหน้านี้ และผู้ชมที่ดีที่สุดของฤดูกาลจำนวน 27,261 คนได้เห็นความพ่ายแพ้ 2-1 ต่อ Oxford ที่ Hillsborough

Wigfield กล่าวว่าผู้สนับสนุนได้ใช้จ่ายเงินไปแล้วกว่า 500,000 ปอนด์สำหรับตั๋วและในร้านค้าของสโมสรเพื่อให้ Owls ดำเนินต่อไปได้

“เราไม่มีเงินเริ่มต้น แต่แฟนๆ ได้ใส่เงินไปแล้วกว่าครึ่งล้านปอนด์ตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ผ่านการซื้อตั๋วและสินค้า” เขากล่าวเสริม

“ดังนั้นการตอบสนองจึงน่าทึ่งมาก แต่ใช่ เราต้องระดมทุนต่อไปเพื่อให้สามารถจ่ายค่าจ้างในวันศุกร์หน้าได้”

“ดังนั้นตั๋วเพิ่มเติมจะเปิดขายสำหรับเกมเหย้าถัดไปในวันนี้ และเราต้องการให้แฟนๆ ซื้อของต่อไป มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างยาก แต่สิ่งที่เราต้องการคือ”

อนาคต Sheffield Wednesday กับ 4-5 กลุ่มที่ยื่นประมูล

สถานการณ์ของ Sheffield Wednesday กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การมี 4-5 กลุ่มยื่นประมูลซื้อ Sheffield Wednesday ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การพิจารณาอย่างรอบคอบถึงศักยภาพและความพร้อมของแต่ละกลุ่มเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าสโมสรจะอยู่ในมือของผู้ที่สามารถนำพาไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน

ทำไม 4-5 กลุ่มยื่นประมูลซื้อ Sheffield Wednesday จึงเป็นข่าวดี?

การมี 4-5 กลุ่มยื่นประมูลซื้อ Sheffield Wednesday แสดงให้เห็นถึงความน่าสนใจของสโมสรในสายตานักลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสที่สโมสรจะได้เจ้าของใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และทรัพยากรที่เหมาะสมในการพัฒนาทีม

การเข้ามาของเจ้าของใหม่ที่มีความพร้อมทางการเงินจะช่วยให้ Sheffield Wednesday สามารถเสริมสร้างทีม, พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก, และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับอนาคต การมี 4-5 กลุ่มยื่นประมูลซื้อ Sheffield Wednesday จึงเป็นโอกาสสำคัญที่สโมสรต้องคว้าไว้

อนาคตของ Sheffield Wednesday ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในการเลือกเจ้าของใหม่ กระบวนการคัดเลือกจะต้องโปร่งใสและคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของสโมสรเป็นสำคัญ

ที่มา – ‘Four or five serious bids’ for Sheffield Wednesday