วัน: 28 ตุลาคม 2025

“ธรรมนัส” ไม่โกรธ เข้าใจ “ชาดา” บอกพี่น้องร่วมสาบาน

“ธรรมนัส” บอก เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับ “ชาดา” ไม่มีโกรธที่พูดตั้งโจรไปปราบโจร บอก เป็นนักการเมืองต้องยอมรับการตรวจสอบ ลั่น ไม่เล่นการเมืองมากไปกว่าการทำงานให้ชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 28 ตุลาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลถึงกรณีที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และประธานวิปประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นคณะกรรมการปราบปรามสแกมเมอร์ว่า “ตั้งโจรไปปราบโจร” น้อยใจหรือไม่ โดย ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนไม่ได้รู้สึกน้อยใจ ตนไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ เป็นความเข้าใจผิด ตนในฐานะรองนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลทั้งหมด 4 กระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

แต่ในฐานะที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์โดยตำแหน่ง อะไรที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ เราก็ต้องมีการปราบปรามอย่างเอาจริงเอาจัง ส่วนกรณีต่างๆ มาถึงจุดนี้แล้วให้ฟังเรื่องเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา อย่าไปคิดมาก ตนกับนายชาดา รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เป็นพี่น้องร่วมสาบาน ไม่มีคำว่าโกรธในหมู่พี่น้องร่วมสาบาน ตนเข้าใจเจตนาและสไตล์ของนายชาดา ซึ่งเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นเดียวกับตน อะไรที่พูดออกมา ไม่ว่าจะด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา

ผู้สื่อข่าวถามต่อ มองอย่างไรถึงการเชื่อมโยงเรื่องสีเทาที่ถูกโจมตีก่อนการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า “เราเป็นนักการเมือง สิ่งที่ผมย้ำเสมอคือพร้อมถูกตรวจสอบ อยู่ในวงการการเมืองมาตั้งแต่ปี 2562 ผ่านเรื่องหนักๆ มาแล้ว เรื่องที่กำลังเจอทุกวันนี้ เราพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเราบริสุทธิ์ และเราก็จะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด วันหนึ่งหากผมเบื่อการเมืองแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของทายาทคนรุ่นใหม่ที่จะต้องทำหน้าที่แทนผมต่อไป ยืนยันว่ามาทำงานให้ชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน อย่าไปคิดมากกับการเมือง เราไม่เล่นการเมืองมากไปกว่าการทำงาน”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกังวลจะกระทบฐานเสียงหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ฐานเสียงของพรรคกล้าธรรมเกิดจากการทำงานและการตอบโจทย์ประชาชน เป็นสิ่งที่ประชาชนชื่นชอบพรรคกล้าธรรม แล้วเราก็จะทำต่อไป.

“ธรรมนัส” ไม่โกรธ เข้าใจสไตล์ “ชาดา” พูดตั้งโจรปราบโจร บอกเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

จากกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้กล่าวถึงการตั้ง ร.อ.ธรรมนัส เป็นคณะกรรมการปราบปรามสแกมเมอร์ว่า “ตั้งโจรไปปราบโจร” นั้น ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส ได้ออกมาเปิดเผยว่าไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด เนื่องจากเข้าใจในสไตล์การพูดของนายชาดาเป็นอย่างดี ทั้งยังยืนยันถึงความสัมพันธ์อันดีในฐานะพี่น้องร่วมสาบาน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าตนและนายชาดารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ผ่านความทุกข์ความสุขมาด้วยกัน จึงไม่มีคำว่าโกรธเคืองในหมู่พี่น้อง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการทำงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ว่าพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ และจะทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำพร้อมถูกตรวจสอบ

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังได้กล่าวถึงประเด็นการถูกเชื่อมโยงกับเรื่องสีเทาว่า ตนพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ เนื่องจากอยู่ในวงการการเมืองมาตั้งแต่ปี 2562 และผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย พร้อมยืนยันว่าจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและประชาชนต่อไป

ในส่วนของผลกระทบต่อฐานเสียง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ฐานเสียงของพรรคกล้าธรรมมาจากการทำงานและการตอบโจทย์ประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนชื่นชอบ และพรรคจะยังคงมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส และนายชาดา ถือเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย เนื่องจากทั้งคู่ต่างเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ การออกมาแสดงความเข้าใจและไม่ติดใจในคำพูดของนายชาดา จึงเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสอง แม้จะมีประเด็นที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้

อนาคตทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

เรื่องราวของ “ธรรมนัส” ที่ไม่โกรธ เข้าใจสไตล์ “ชาดา” ที่พูดถึงตนเองนั้น แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความเข้าใจในความเป็นนักการเมือง ซึ่งต้องเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์และการตรวจสอบอยู่เสมอ การตอบสนองด้วยความใจเย็นและมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชน ถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นแบบอย่างที่ดี

ที่มา – “ธรรมนัส” ไม่โกรธ เข้าใจสไตล์ “ชาดา” พูดตั้งโจรปราบโจร บอกเป็นพี่น้องร่วมสาบาน

คอหวยสมหวังแก้บน “ไอ้ไข่” ลุ้นเลขเด็ดงวดนี้

คอหวยสมหวัง ถูกลอตเตอรี่หลายหมื่น เดินทางมากราบไหว้แก้บน “ไอ้ไข่” วัดบึงบาประภาสะวัต คลอง 10 จ.ปทุมธานี และไม่พลาดที่จะจับลูกปิงปองเสี่ยงทายขอ “เลขเด็ด” ไปลุ้นโชคอีกงวด

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดบึงบาประภาสะวัต คลอง 10 ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ยังคงคึกคักไปด้วยสายมูและสายบุญที่เดินทางมาขอพร แก้บนกับท้าวเวสสุวรรณ และไอ้ไข่วัดบึงบาฯ กันอย่างต่อเนื่อง หลายคนเดินลูบเก็บพญานาคก่อนขึ้นวิหาร ซึ่งเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ว่าการโกยเกล็ดพญานาคนั้นเข้ากระเป๋าของตน เป็นการเสริมดวงในเรื่องเงินทอง

นางสาวจาริณี พันธ์น้อย นำชุดของเล่นชุดใหญ่ พร้อมด้วยน้ำแดงและเครื่องเซ่นไหว้ มาแก้บน“ไอ้ไข่”วัดบึงบาฯ หลังโชคดีในงวดที่ผ่านมา ถูกรางวัลใหญ่ได้หลายหมื่นบาท

นางสาวจาริณี กล่าวว่าตนเองได้นำรถยนต์มาที่วัดบึงบาฯ เพื่อให้พระครูสุจิตรัตนากร เจ้าคณะอำเภอหนองเสือ เจ้าอาวาสวัดบึงบาประภาสะวัต ทำพิธีเจิมรถเพื่อเป็นสิริมงคล ตนทราบข่าวจากน้องสาวว่าเจิมกับอาจารย์แล้วดี อุ่นใจปลอดภัย เนื่องจากน้องสาวเคยนำรถยนต์มาให้อาจารย์เจิม และเคยประสบอุบัติเหตุชนกับรถ 18 ล้อ จนรถยนต์พังยับ แต่น้องสาวกลับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

เธอจึงนำรถยนต์มาให้อาจารย์เจิมบ้าง เพื่อเป็นสิริมงคล ยึดเหนี่ยวจิตใจให้แคล้วคลาดปลอดภัย หลังจากเจิมรถเสร็จแล้ว ก็ได้เดินขึ้นไปบนวิหารเพื่อขอพรกับ“ไอ้ไข่”วัดบึงบา อธิษฐานขอให้มีโชคลาภ แล้วจะนำเงินมาทำบุญ หลังจากขอพรเสร็จ ก็เดินหาซื้อล็อตเตอรี่แต่ไม่มีเลข 3 ตัวที่ตรงกับเลขป้ายทะเบียนรถ จึงตัดสินใจซื้อแค่เลขท้าย 2 ตัวของป้ายทะเบียนรถแทน

ผลปรากฏว่าหลังจากผลสลากออก เธอถูกรางวัลที่ 4 จำนวน 1 ใบ ได้เงินมาหลายหมื่นบาท จึงนำเงินบางส่วนไปร่วมงานกฐินที่วัดจัดขึ้น และวันนี้จึงเดินทางมาแก้บนดังกล่าว ก่อนกลับได้ล้วงลูกบอลในไหเงินไหทองได้เลข 884 กลับไปลุ้นโชคอีกครั้ง

นายพงษ์พรรณ เพ็ชรภูธร ชาวบ้าน จ.นครนายก กล่าวว่า เขาเดินทางมากราบไหว้“ไอ้ไข่”วัดบึงบาเป็นประจำ เพื่อขอโชคด้านการงานและโชคลาภ ซึ่งทุกครั้งที่มาขอก็จะได้โชคเป็นประจำ โดยเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา เขาได้เดินทางมาขอโชคอีกครั้ง พร้อมกับเข้ากราบไหว้ พระครูสุจิตรัตนากร ดร.(สังวาลย์) เจ้าคณะอำเภอหนองเสือ เจ้าอาวาสวัดบึงบาประภาสะวัต

ท่านได้มอบผ้ายันต์หนุมานหลวงพ่อสังวาลวัดบึงบาฯ รุ่นแรก ให้ เขาจึงนำเลขนำเบอร์ผ้ายันต์ที่เลขท้าย 69 นำไปเสี่ยงโชค ปรากฏว่าถูก 2 ตัวตรงๆ ได้เงินมาหลายหมื่นบาท วันนี้จึงได้มากราบไหว้“ไอ้ไข่”อีกครั้ง พร้อมกับจับลูกปิงปองจากไหเงินไหทองได้เลข 24 นำกลับไปเสี่ยงโชค

คอหวยสมหวัง มาแก้บน “ไอ้ไข่” หยิบลูกปิงปองเสี่ยงทาย “เลขเด็ด” ลุ้นโชคอีกงวด

เลขเด็ดจากไอ้ไข่วัดบึงบาฯ

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณา หากใครสนใจอยากลองเสี่ยงโชคตามคอหวยที่สมหวัง ก็สามารถเดินทางไปกราบไหว้ขอพรและเสี่ยงทายเลขเด็ดจาก “ไอ้ไข่” วัดบึงบาประภาสะวัตได้ หากสมหวังแล้ว อย่าลืมกลับมาแก้บนด้วยนะครับ

ที่มา – คอหวยสมหวัง มาแก้บน “ไอ้ไข่” หยิบลูกปิงปองเสี่ยงทาย “เลขเด็ด” ลุ้นโชคอีกงวด

รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS รถหรูขายดีอันดับ 4

ในปี 2025 Lexus ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์พรีเมียมที่ขายดีเป็นอันดับสี่ของโลก และยังเป็นแบรนด์รถหรูจากเอเชียที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศเยอรมนี ความสำเร็จนี้มาจากความต้องการที่แข็งแกร่งในหลายภูมิภาค ทั้งอเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น จีน และตะวันออกกลาง

ปัจจัยที่ทำให้ Lexus ประสบความสำเร็จนั้นมาจากประสิทธิภาพในการใช้งาน ความทนทาน และความโดนใจลูกค้าทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกาเหนือหรือญี่ปุ่น Lexus ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ด้วยชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือและความหลากหลายของรถยนต์ไฮบริด เมื่อดูจากการจัดอันดับยานยนต์ทั่วโลก Lexus มักจะติดอันดับสี่ในบรรดาแบรนด์รถยนต์พรีเมียม โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ยอดขาย และรายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมรถยนต์

ความต้องการรถยนต์ที่ไม่จุกจิกของลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายของ Lexus

ในปี 2024 Lexus มียอดขายรถยนต์ใหม่ทั่วโลก 821,000 คัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อนหน้า

รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS ครองใจคนทั่วโลก

Lexus RX SUV เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ยอดขายของ Lexus เติบโตอย่างรวดเร็ว RX เป็นรถครอสโอเวอร์หรูที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง และยังคงเป็นรถพรีเมียมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา แม้ว่ายอดขายจะลดลง 3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ก็ยังคงครองตำแหน่งเหนือกว่ารุ่นน้องอย่าง NX

อะไรทำให้ Lexus เป็นที่นิยม?

อัตลักษณ์ของแบรนด์ Lexus สร้างชื่อเสียงบนพื้นฐานของความน่าเชื่อถือ คุณภาพ และเทคโนโลยีไฮบริด เพื่อเป็นอีกทางเลือกนอกเหนือจากแบรนด์หรูอื่นๆ เช่น BMW, Audi และ Mercedes-Benz

ความสำเร็จของ Lexus มาจากหลายปัจจัย ทั้งความน่าเชื่อถือ คุณภาพการผลิต และการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดยานยนต์ระดับบนในภูมิภาคต่างๆ เช่น อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และแคนาดา ซึ่งเป็นตลาดสำคัญ แบรนด์ประสบความสำเร็จในการสร้างภาพลักษณ์ในตลาดรถยนต์พรีเมียม โดยเฉพาะในด้านความน่าเชื่อถือที่สูง ทำให้ได้รับรางวัลและทำตัวเลขยอดขายที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

  • ความน่าเชื่อถือและความเป็นเลิศด้านคุณภาพ: Lexus มีชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือมายาวนาน ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่อง และมีการแก้ไขปัญหาของลูกค้าอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา
  • ความสำเร็จในตลาดโลก: แบรนด์มียอดขายที่แข็งแกร่งในหลายตลาด เช่น อเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และแคนาดา แคนาดาเป็นตลาดใหญ่อันดับ 4 ของโลกสำหรับเล็กซัส
  • การตอบสนองความต้องการของตลาด: Lexus ประสบความสำเร็จในการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของตลาด เช่น การเปิดตัวแบรนด์ในญี่ปุ่นในปี 2005 และการออกแบบรถยนต์ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในยุโรป
  • การพัฒนานวัตกรรม: Lexus พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า
  • ความแข็งแกร่งของตลาดพรีเมียม: แม้จะมีการแข่งขันสูงในตลาดรถยนต์หรู Lexus ก็ยังคงเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มียอดขายสูง และได้รับความนิยมในตลาดรถหรูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

Best-Selling Luxury Cars of 2025

  1. Lexus RX: 52,888 Units
  2. Lexus NX: 38,253 Units
  3. BMW X5: 33,588 Units
  4. Mercedes-Benz GLE: 29,434 Units
  5. Mercedes-Benz GLC: 29,355 Units
  6. BMW X3: 29,029 Units
  7. Buick Envision: 28,737 Units
  8. Lexus TX: 25,147 Units
  9. Cadillac Escalade: 24,375 Units
  10. Audi Q5: 22,914 Units

จากข้อมูลทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า Lexus ยังคงเป็นแบรนด์รถหรูที่แข็งแกร่งและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่น RX ที่ยังคงเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญให้ Lexus ประสบความสำเร็จในตลาดรถยนต์พรีเมียม หากคุณกำลังมองหารถหรูที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพ Lexus คือหนึ่งในตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม และถ้าถามว่า รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS RX นี่แหละคือคำตอบ

การที่ Lexus มียอดขายติดอันดับสี่รถพรีเมี่ยมนั้น แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างแบรนด์และความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อ Lexus หากคุณกำลังสนใจรถยนต์ Lexus ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS แต่ละรุ่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ

รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วยคุณภาพและความน่าเชื่อถือที่สร้างสมมาอย่างยาวนาน ทำให้ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาดรถหรู

ที่มา – รุ่นไหนขายเยอะสุด? LEXUS แบรนด์หรูคู่เศรษฐี ขายดีติดอันดับสี่รถพรีเมี่ยม

ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น เข้าเฝ้าจักรพรรดิฯ พบนายกฯ ทาคาอิจิ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงญี่ปุ่น และเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะเมื่อคืนที่ผ่านมา ก่อนที่เช้าวันนี้จะได้พบกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เพื่อหารือเกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์ และเจรจาความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ

สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้เดินทางถึงสนามบินฮาเนดะ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในเวลาประมาณ 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ประเทศมาเลเซีย

ในค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง ทรัมป์ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ ณ พระราชวังอิมพีเรียล ซึ่งถือเป็นการ ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น ครั้งที่ 4 ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2562 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่เมืองโอซาก้า

ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ 28 ตุลาคม ทรัมป์ได้เข้าพบกับนางซานาเอะ ทาคาอิชิ นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งญี่ปุ่น ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ในกรุงโตเกียว โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง การค้า และแผนการลงทุนของญี่ปุ่นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20 ล้านล้านบาท

ทางด้านผู้นำญี่ปุ่นก็ได้โพสต์ข้อความต้อนรับทรัมป์ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบปะและพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นการเสริมสร้างพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้เผยแพร่ภาพของโตเกียวทาวเวอร์และโตเกียวสกายทรี ที่มีการประดับประดาด้วยไฟสีแดง ขาว และน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีของธงชาติสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ

ภายหลังจากการหารือ ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น ในครั้งนี้ ทรัมป์ได้เดินทางไปยังฐานทัพสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ต่อทหารอเมริกัน โดยเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างทั้งสองประเทศ ก่อนที่จะมีกำหนดการเดินทางต่อไปยังประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเปคภายในสัปดาห์นี้

ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น เข้าเฝ้าจักรพรรดินารุฮิโตะ พบนายกฯ ทาคาอิจิ

การเยือนญี่ปุ่นของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไปจนถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง การเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะเป็นสัญลักษณ์ของการให้เกียรติและความเคารพต่อวัฒนธรรมและประเพณีของญี่ปุ่น ในขณะที่การพบปะกับนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและความท้าทายระดับโลก

ประเด็นสำคัญจากการเยือนญี่ปุ่นของทรัมป์

  • การกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น
  • การหารือเกี่ยวกับความมั่นคง การค้า และการลงทุน
  • การตอกย้ำความสัมพันธ์ทางการทหาร
  • การส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ

โดยรวมแล้ว การ ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น และเป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ญี่ปุ่นแสดงออกถึงการต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่ว่าจะเป็นการประดับไฟสีธงชาติสหรัฐฯ หรือการต้อนรับอย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญที่ญี่ปุ่นให้กับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ

ที่มา – ทรัมป์เยือนญี่ปุ่น เข้าเฝ้าจักรพรรดินารุฮิโตะ พบนายกฯ ทาคาอิจิ กระชับพันธมิตรหารือความร่วมมือศก.

ยี่เป็ง 2568: เชียงใหม่ปรับรูปแบบงาน ขบวนแห่มี!

เทศบาลนครเชียงใหม่ ปรับรูปแบบจัดงาน “ยี่เป็ง 2568” ขบวนแห่กระทงใหญ่มีตามเดิม! เตรียมพบกับงานประเพณีอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง แม้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ขบวนแห่กระทงใหญ่ยังคงเป็นไฮไลท์สำคัญที่ทุกคนรอคอย

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 มีรายงานว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ได้พิจารณาปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2568 โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในหลายๆ ด้าน นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ร่วมกันพิจารณาถึงแนวทางการจัดงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และยังคงรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม

การปรับรูปแบบงาน ยี่เป็ง 2568 ในครั้งนี้ ยังเป็นการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดงานภายใต้แนวคิด “สายธารแห่งพระเมตตา ไหว้สาพระพันปีหลวง ทวยราษฎร์ทั้งปวงล้วนสดุดี ภักดีสถิตในใจนิรันดร์” เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี

ยี่เป็ง 2568: ขบวนแห่กระทงใหญ่ยังคงมีอยู่

สำหรับกิจกรรมที่ยังคงจัดขึ้นในงาน ยี่เป็ง 2568 มีดังนี้:

  • การประกวดกระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทานฯ (งดการแสดงประกอบ)
  • การประกวดการจัดซุ้มประตูป่า
  • การประกวดประดิษฐ์สะเปาล้านนา
  • พิธีขอขมาแม่น้ำปิง
  • การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา
  • การปล่อยกระทงสาย
  • พิธีตั้งธรรมหลวง
  • การประกวดกระทงฝีมือใบตอง-ดอกไม้สด
  • พิธีเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่

ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับ ยี่เป็ง 2568

ในเวลา 09.00 น. ของวันที่ 28 ตุลาคม 2568 เทศบาลนครเชียงใหม่จะมีการประชุมเพื่อสรุปแนวทางการปรับรูปแบบการจัดขบวนกระทงใหญ่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมบูรณ์ที่สุด

ถึงแม้ว่ารูปแบบการจัดงานอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หัวใจสำคัญของประเพณียังคงอยู่ นั่นคือการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวล้านนา และการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อสายน้ำ รวมถึงการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

งาน ยี่เป็ง 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม และการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้งานประเพณีนี้ยังคงเป็นที่น่าจดจำและสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานทุกคน

ดังนั้น อย่าพลาดที่จะมาร่วมสัมผัสบรรยากาศอันงดงามของงานยี่เป็งเชียงใหม่ในปีนี้ มาร่วมกันสืบสานประเพณี และสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกัน!

ที่มา – เทศบาลนครเชียงใหม่ ปรับรูปแบบจัดงาน “ยี่เป็ง 2568” ขบวนแห่กระทงใหญ่มีตามเดิม

การแตกหักนำไปสู่การแยกทางที่รุนแรงของ Rodgers & Celtic

สิบห้านาทีหลังจากที่ Celtic ประกาศข่าวการลาออกที่น่าตกใจของ Brendan Rodgers ผ่านแถลงการณ์สั้นๆ ห้า段落 134 คำ, Dermot Desmond ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ก็ออกมาพร้อมกับความโกรธ

ใน 551 คำ Desmond ได้วิพากษ์วิจารณ์เพื่อนเก่าของเขาอย่างรุนแรง

ชายที่เขาชักชวนให้เข้าร่วมสโมสรเมื่อ Rangers เริ่มมีท่าทีแข็งกร้าวในปี 2016 และต้องการทำให้กลับไปอยู่ในกล่อง และชายที่เขาหันไปหาอีกครั้งหลังจากที่ Ange Postecoglou ย้ายไป Tottenham ในช่วงฤดูร้อนปี 2023

ความรุนแรงของการวิพากษ์วิจารณ์ของ Desmond นั้นมากจนการกลับมาของ Martin O’Neill ที่น่าตกใจเกือบจะกลายเป็นเรื่องรองไปเลย

ยี่สิบปีหลังจากการออกจากสโมสรของเขา และหลังจากชีวิตส่วนใหญ่ของเขาถูกมอบให้กับการปรากฏตัวในที่สาธารณะและการเล่นเพลงฮิตเก่าๆ ของเขาที่ Celtic O’Neill ก็กลับมาอยู่ที่ข้างสนามอีกครั้ง

สำหรับตอนนี้ – และอาจจะอีกสักพัก จากสิ่งที่เขาพูดเมื่อเร็วๆ นี้ O’Neill กระตือรือร้นที่จะได้งานอื่น เขาจะมองว่างานนี้เป็นสุดยอดของขวัญจาก Celtic Gods การกลับไปยังสถานที่ที่เขาได้รับความรุ่งโรจน์และความชื่นชมมากมาย

เขาจะยอมแพ้ง่ายๆ หรือไม่? คุณคงไม่คิดเช่นนั้น Celtic อาจโทรไปสอบถาม Postecoglou แต่ O’Neill จะเป็นยาหม่องสำหรับช่วงเวลานี้

‘ความพยายามอย่างเต็มที่ในการลอบสังหารตัวละคร’

การปรากฏตัวอีกครั้งของ O’Neill – ที่เหนือจริงอย่างที่มันเป็น – สามารถจอดไว้ได้เพราะช่วงเวลาที่น่าทึ่งที่สุดคือวิธีที่ Desmond เขียนถึง Rodgers อย่างโหดร้าย

มันเป็นความพยายามอย่างเต็มที่ในการลอบสังหารตัวละคร การตีตรา Rodgers ว่าเป็นคนที่ไม่น่าไว้วางใจ ผู้กระทำความเท็จ ผู้เผยแพร่ความเท็จ ที่ก่อให้เกิดความแตกแยก ทำให้เข้าใจผิด และยอมรับไม่ได้ “ความปรารถนาของแต่ละบุคคลในการรักษาตนเองโดยเสียค่าใช้จ่ายของผู้อื่น” Desmond เขียน

สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับมารยาทและการทำธุรกิจด้วยความรอบคอบ หากไม่ใช่ความลับอย่างเปิดเผย นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งว่าสิ่งต่างๆ ที่ Celtic กลายเป็นเรื่องผิดปกติได้อย่างไร

Desmond บุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดของสโมสร เคลื่อนไหวในขอบเขต บุคคลสำคัญที่ขาดหายไป ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจครั้งใหญ่ทั้งหมดตามที่เขาต้องการโดยไม่ต้องรับผิดชอบในการพิสูจน์ความถูกต้องในเวทีสาธารณะใดๆ

เขาไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสามัญประจำปีของสโมสร แต่ส่งลูกชาย Ross ไปแทน เขาแทบจะไม่เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ Celtic เลย เว้นแต่จะมีน้ำเสียงเป็นการสรรเสริญ และถึงกระนั้นเขาก็สื่อสารได้ช้า

เขาเป็นที่รู้จักในโอกาสหนึ่งหรือสองครั้งเพื่อปกป้องสโมสรด้วยจดหมายส่วนตัวไปยังองค์กรสื่อ แต่ไม่มีอะไรได้ยินในที่สาธารณะ

มันเป็นอย่างที่เขาต้องการให้เป็น และมันก็เป็นสิ่งที่เขาต่อต้านเมื่อเขาโจมตี Rodgers อย่างเต็มที่ในวันจันทร์

คำสั่งจากสโมสรคือ Rodgers ลาออก แต่เมื่ออ่านคำวิพากษ์วิจารณ์ของ Desmond ทีละบรรทัด คุณต้องสงสัยว่าทำไมเขาถึงปล่อยให้มันดำเนินไปไกลขนาดนี้?

หาก Rodgers มีความผิดในทุกสิ่งที่ Desmond อ้างว่าเขามีความผิด ก็เป็นธรรมที่จะถามว่าทำไมผู้จัดการทีมถึงไม่ถูกไล่ออก?

Desmond กล่าวหาเขาว่าบิดเบือนสิ่งต่างๆ ในที่สาธารณะที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

เขากล่าวว่าคำพูดของเขา “มีส่วนทำให้เกิดบรรยากาศที่เป็นพิษรอบๆ สโมสรและกระตุ้นให้เกิดความก้าวร้าวต่อสมาชิกของทีมผู้บริหารและคณะกรรมการ การล่วงละเมิดบางอย่างที่มุ่งเป้าไปที่พวกเขาและครอบครัวของพวกเขาไม่สมควรได้รับและยอมรับไม่ได้”

ช่างเป็นการกล่าวหาที่ไม่ธรรมดาอะไรเช่นนี้ ทนายความอาจกำลังระดมพลในขณะที่เราพูด

‘ความทะเยอทะยานของ Rodgers ปะทะกับรูปแบบของ Celtic อีกครั้ง’

เมื่อกลับไปสู่ช่วงเวลาที่มีความสุขกว่า พวกเขาแนบแน่นกัน Dermot และ Brendan Rodgers ยกย่อง Desmond ในทุกๆ ด้าน ขอบคุณเขาในทุกโอกาส Brendan เคารพ Dermot และจริงๆ แล้วไม่มีใครอื่น

Desmond เป็นผู้ดึงความร้อนแรงเมื่อ Rodgers กลับมา หลังจาก Postecoglou

มันคือการแต่งตั้งที่ก่อให้เกิดความแตกแยกมากที่สุด การกลับมาของลูกชายที่หายไปสำหรับคนไม่กี่คน หรือตามที่แฟนบอล Celtic คนอื่นๆ จะพูด การกลับมาของคนที่ไร้ยางอายที่ทิ้งพวกเขาไว้ให้ Leicester

Desmond สนับสนุน Rodgers เมื่อเวลาผ่านไป Rodgers ก็ใช้เสน่ห์ เอาชนะ และคว้าแชมป์ และการสงบศึกที่ไม่สบายใจกับแฟนๆ ก็กลับกลายเป็นความรักอีกครั้ง

จะมี – เสมอ – ช่วงเวลาที่ความทะเยอทะยานของ Rodgers มาสัมผัสกับรูปแบบธุรกิจของ Celtic อย่างไรก็ตาม

มันเกิดขึ้นในการจุติครั้งแรกของเขาและเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยมีกระดิ่งดังขึ้นเมื่อปีที่แล้ว Rodgers พูดอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับวิธีที่เชื่องช้าที่ Celtic ดำเนินธุรกิจการซื้อขายของพวกเขา การรอคอยอย่างไม่มีกำหนดเพื่อให้เป้าหมายลงจอด จากนั้นก็ไม่ลงจอด ซึ่งเป็นกรณีบ่อยเกินไปเท่าที่เขาเกี่ยวข้อง

ครั้งแล้วครั้งเล่าเขาพูดถึงความจำเป็นในสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความคล่องตัว” ในตลาด แฟนๆ เห็นด้วยกับเขา

แม้ว่าสโมสรจะทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเป็นประวัติการณ์ในปีปฏิทินให้กับ Arne Engels มูลค่า 11 ล้านปอนด์, Adam Idah มูลค่า 9 ล้านปอนด์ และ Auston Trusty มูลค่า 6 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่มีใครตัดขาดได้จนถึงตอนนี้ โดยที่ Idah ได้ออกไปแล้ว Rodgers ก็ผลักดันให้มากขึ้นเรื่อยๆ และบ่อยครั้งที่เขาทำต่อสาธารณชน

เขาปลูกระเบิดเกี่ยวกับความไม่ลงรอยกันภายในสโมสรแล้วเดินจากไป เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของเขาในการแถลงข่าวครั้งต่อไป เขามักจะลดทอนและเกือบจะขัดแย้งกับสิ่งที่เขาพูด

ไม่มีความสามัคคี? ไม่ ไม่ ทุกคนสอดคล้องกัน เขากล่าว ดูเหมือนว่า Rodgers กำลังเล่นเกมที่อันตราย

เมื่อไม่กี่เดือนก่อนมีเรื่องราวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ามาจากแหล่งข่าวใกล้ชิดกับสโมสร บอกว่า Rodgers กำลังทำลาย Celtic ด้วยการระเบิดต่อสาธารณชนของเขา และแรงจูงใจที่แท้จริงของเขาคือการจัดการกลยุทธ์การออกจากตำแหน่งของเขา

เขาไม่อยากอยู่ที่นั่นและกำลังวางแผนที่จะออกไป นั่นคือน้ำเสียงของเรื่องราว

แฟนๆ โกรธแค้นกับการ แตกหักนำไปสู่การแยกทางที่รุนแรงของ Rodgers & Celtic

แฟนๆ โกรธแค้น พวกเขาเห็นว่าเขาเป็นเหมือนมรณสักขีที่อาจถูกหามออกไปบนโล่ เพราะผู้บริหารของเขาจะไม่สนับสนุนวิสัยทัศน์ของเขาที่จะนำความสำเร็จมาให้

การรั่วไหลนั้นเป็นพิษแน่นอน และมันก็มีจุดมุ่งหมายที่จะทำร้าย Rodgers ซึ่งมันก็ทำ เขาเรียกร้องให้มีการสอบสวนและให้กำจัดผู้กระทำผิด หากมีการสอบสวนแล้วเราก็ไม่ได้ยินอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้

ณ จุดนั้นเป็นที่ชัดเจนว่า Rodgers กำลังสูญเสียการสนับสนุนจากผู้คนที่อยู่เหนือเขา

การบ่นเป็นประจำเกี่ยวกับการซื้อขายตามมาด้วยการเริ่มต้นฤดูกาลที่สิ้นหวัง การออกจากแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างอ่อนแอ ผลงานในประเทศที่แบนราบ กลิ่นอายแห่งความเสื่อมโทรมในอากาศ

มีการเปลี่ยนความผิด เมื่อ Celtic แพ้ Dundee เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน เขาพูดว่า: “คุณไม่สามารถให้กุญแจรถ Honda Civic และขับมันเหมือน Ferrari ได้”

หาก Rodgers พูดอย่างนั้นหลังจากแพ้เกมแชมเปี้ยนส์ลีกนัดใหญ่ มันคงเป็นเรื่องที่น่าโต้แย้งมากพอแล้ว แต่หลังจากแพ้ Dundee ซึ่งมีทรัพยากรน้อยกว่า Celtic เล็กน้อย มันก็น่าอับอายในภายหลัง เขาเพิ่มเป็นสองเท่า

แฟนๆ ที่เริ่มเบื่อหน่ายกับข้อแก้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้ซื้อสิ่งนั้น แต่ถ้ามันเป็นการต่อสู้ระหว่าง Rodgers กับบอร์ดบริหารของ Celtic แล้วในสายตาของพวกเขา Rodgers ก็ยังคงเป็นผู้ชนะอย่างเด็ดขาด

ไม่มีอะไรได้ยินจาก Desmond ตามปกติ แต่เรื่องราวชีวิตทางธุรกิจของเขาบอกเราว่าเขาไม่ชื่นชมคนที่ของเขาที่ทำตัวนอกรีต ความคิดเห็นของ Rodgers โดยความคิดเห็นของ Rodgers หนวดของ Desmond จะต้องเริ่มเต้น

วันจันทร์หลังจากแพ้ Hearts ที่ทำให้ Celtic ตามหลังทีมของ Derek McInnes แปดแต้ม คือจุดจบ Desmond เปิดแล็ปท็อปของเขา ฉับพลัน ไม่ปราณี และน่าตกใจในความเข้มข้นของมัน เขาปลดเปลื้องตัวเอง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าองค์ประกอบของสิ่งที่ Rodgers ทำและพูดนั้นเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เขาบอกเป็นนัยว่าผู้เล่นบางคนกำลังเซ็นสัญญาโดยไม่ได้รับการอนุมัติอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Desmond ปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

เมื่อเร็วๆ นี้เขาบอกว่าเขาไม่เคยมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ มากกว่าที่เขาเป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ความไว้วางใจได้หายไปแล้ว ในทั้งสองทิศทาง

การหย่าร้างเป็นการกระทำที่ฉลาดที่สุด นี่คือการแตกสลายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ น่าอับอายและน่าอับอาย

Rodgers ให้เหตุผลที่ดี แต่ผู้สนับสนุนแม้ว่าจะหันมาหาเขาเล็กน้อยหลังจากการแสดงเมื่อเร็วๆ นี้ ก็สนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ในด้านอื่นๆ

บางคนจะมองว่าเขาเป็นเหยื่อ แกะบูชายัญ ผู้ชายที่มีความกล้าที่จะพูดถึงปัญหาที่สโมสรเผชิญอยู่ และถูกขับไล่ออกไปเพราะมัน ถูกปิดปากและถูก Desmond ทำให้ขายหน้า

มันเป็นการตีความที่มีข้อดี แต่มีสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเลิกราครั้งนี้

ด้วยคำพูดที่รุนแรงของเขา Desmond ได้ทำให้มันเป็นการแยกทางที่เลวร้าย เราจะได้รับคำตอบจาก Rodgers ในเวลา แต่ยุคของเขาจบลงแล้ว ตอนนี้ไม่มีการหวนกลับ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสที่จะได้กล่าวคำอำลาที่เหมาะสม บทสรุปที่น่าเศร้า แต่หลีกเลี่ยงไม่ได้

การแตกหักนำไปสู่การแยกทางที่รุนแรงของ Rodgers & Celtic เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว การที่ การแตกหักนำไปสู่การแยกทางที่รุนแรงของ Rodgers & Celtic นั้นสร้างความเสียหายต่อทุกฝ่าย และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และหวังว่าทุกฝ่ายจะสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์นี้และนำไปปรับใช้ในการทำงานในอนาคต การแตกหักนำไปสู่การแยกทางที่รุนแรงของ Rodgers & Celtic ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกฝ่ายต้องจดจำ

ที่มา – How irretrievable breakdown led to savage separation for Rodgers & Celtic

ตุรกีระทึก! แผ่นดินไหว 6.1 อาคารถล่ม เจ็บ 22

เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.1 แมกนิจูด ที่ประเทศตุรกี ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้า พังถล่มลงมาซ้ำเติมสถานการณ์ เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 22 ราย

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เหตุแผ่นดินไหว 6.1 ครั้งนี้ เกิดขึ้นทางตะวันตกของประเทศตุรกี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น แรงสั่นสะเทือนส่งผลให้อาคารจำนวน 4 หลัง ซึ่งเดิมทีก็อยู่ในสภาพที่ไม่มั่นคงอยู่แล้ว จากผลกระทบของแผ่นดินไหวครั้งก่อน ได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจนพังถล่มลงมา อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ข้อมูลจากสำนักงานจัดการภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉิน (AFAD) ของตุรกี เผยว่า แผ่นดินไหว 6.1 ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22:48 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เมืองซินดีร์กี (Sindirgi) ในจังหวัดบาลิเคเซียร์ (Balikesir) และมีความลึกจากผิวดินประมาณ 5.99 กิโลเมตร

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงอิสตันบูล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น บูร์ซา (Bursa), มานิซา (Manisa) และอิซมีร์ (Izmir) สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในวงกว้าง

นายอาลี เยอร์ลิคายา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของตุรกี แถลงว่า อาคารที่ไม่มีผู้พักอาศัยแล้วอย่างน้อย 3 หลัง และร้านค้าสองชั้นอีก 1 แห่ง ในเมืองซินดีร์กี ได้พังถล่มลงมา เนื่องจากโครงสร้างเดิมของอาคารเหล่านี้ได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้วจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้า

ทางด้านนายอิสมาอิล อุสตาโอกลู ผู้ว่าราชการจังหวัดบาลิเคเซียร์ เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการหกล้มเนื่องจากความตื่นตระหนกในระหว่างเกิดแผ่นดินไหว ขณะที่นายโดกูคาน โคยุนคู ผู้บริหารเขตซินดีร์กี ระบุว่า ในขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมืองซินดีร์กี เคยเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.1 แมกนิจูด มาแล้วเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พื้นที่โดยรอบเมืองบาลิเคเซียร์ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนขนาดเล็กอย่างต่อเนื่อง

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าตุรกี

ผลกระทบจากแผ่นดินไหว 6.1 ต่อตุรกี

  • อาคาร 4 แห่งพังถล่มในเมืองซินดีร์กี
  • ผู้บาดเจ็บ 22 รายจากการหกล้ม
  • แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงอิสตันบูล
  • การประเมินความเสียหายยังคงดำเนินต่อไป

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.1 ในตุรกีครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่ประเทศต้องเผชิญจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบมาก่อน การเสริมสร้างความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐาน และการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าตุรกี อาคารถล่ม 4 แห่ง พบผู้บาดเจ็บแล้ว 22 ราย

มันเดย์ไนท์คลับ: ร็อดเจอร์สลาออก รีวิวพรีเมียร์ลีก

สวัสดีแฟนบอลทุกท่าน! สัปดาห์นี้มีเรื่องราวร้อนๆ ในวงการฟุตบอลมากมายมาอัพเดทกันในรายการมันเดย์ไนท์คลับ! มาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

มันเดย์ไนท์คลับ: ร็อดเจอร์สลาออก, รีวิวพรีเมียร์ลีก

เริ่มต้นสัปดาห์ด้วยข่าวใหญ่ เมื่อเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเซลติก ทำเอาแฟนบอลช็อกไปตามๆ กัน คริส ซัตตัน อดีตกองหน้าของเซลติกจะมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุและการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับทีม งานนี้ห้ามพลาด!

จากนั้นเราจะไปพูดถึงซันเดอร์แลนด์ที่ฟอร์มแรงจนขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ รวมถึงบอร์นมัธที่ยังคงทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง เราจะมาเจาะลึกถึงกลยุทธ์และปัจจัยที่ทำให้ทั้งสองทีมประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ เรายังได้แอนดี้ พาร์สโลว์ โค้ชผู้เชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะมาให้ความรู้และวิเคราะห์เทคนิคต่างๆ ที่ทีมชั้นนำใช้ในการสร้างโอกาสจากลูกเซ็ตพีซ รวมถึงอาร์เซนอลที่ขยายช่องว่างคะแนนนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง จะมีเคล็ดลับอะไรที่น่าสนใจบ้าง รอติดตามกันได้เลย

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของฮาร์ทส์ ที่มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่ไม่ใช่ทีมใหญ่ของสก็อตแลนด์ ที่จะคว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพในรอบ 40 ปี แกรี่ ล็อค อดีตบอสของฮาร์ทส์จะมาร่วมวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในครั้งนี้

สรุปประเด็นสำคัญในมันเดย์ไนท์คลับสัปดาห์นี้:

  • 00:25 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ลาออกจากตำแหน่งกุนซือเซลติก
  • 07:07 แฟรงกี้ ฟรานซิส แฟนบอลซันเดอร์แลนด์ร่วมรายการ
  • 23:51 บอร์นมัธคือเจ้าแห่งการสรรหานักเตะใหม่หรือไม่?
  • 30:51 เจาะลึกเรื่องลูกตั้งเตะกับแอนดี้ พาร์สโลว์
  • 44:46 ฮาร์ทส์จะไปได้ไกลแค่ไหน? แกรี ล็อค ร่วมรายการ
  • 52:33 อาร์เซนอลจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกหรือไม่?

อย่าพลาดชมการวิเคราะห์เกมฟุตบอลแบบเจาะลึกในรายการ “มันเดย์ไนท์คลับ: ร็อดเจอร์สลาออก, รีวิวพรีเมียร์ลีก” ที่จะทำให้คุณไม่พลาดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวในวงการลูกหนัง

หากคุณเป็นแฟนบอลตัวจริง ห้ามพลาดรายการมันเดย์ไนท์คลับ สัปดาห์นี้อย่างเด็ดขาด เพราะเรามีข้อมูลเชิงลึก บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ และแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาทำให้คุณเข้าใจเกมฟุตบอลมากยิ่งขึ้น

และสำหรับใครที่อยากฟังการบรรยายเกม EFL Cup จาก 5 Live / BBC Sounds สามารถติดตามได้ตามวันและเวลาดังนี้:

  • อังคาร 19:45 กริมสบี้ ทาวน์ พบ เบรนท์ฟอร์ด
  • พุธ 19:45 ลิเวอร์พูล พบ คริสตัล พาเลซ

อย่าลืมติดตามฟังรายการ มันเดย์ไนท์คลับ: ร็อดเจอร์สลาออก และอัพเดทข่าวสารฟุตบอลกันอย่างต่อเนื่อง แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า!

ที่มา – Monday Night Club: Rodgers resigns, plus Premier League review

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 เร่งพิสูจน์!

สถานการณ์ความขัดแย้งยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดมีรายงานว่าฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นศพของตัวประกันที่ถูกจับกุมไป โดยขณะนี้ทางการอิสราเอลกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตอย่างละเอียด ในขณะที่การค้นหาร่างตัวประกันที่เหลือยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความหวังและความกังวลของญาติและครอบครัว

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบศพที่ระบุว่าเป็นร่างของตัวประกันรายหนึ่งคืนให้กับอิสราเอลเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกาชาดเป็นตัวกลางในการส่งมอบ กองทัพอิสราเอล (IDF) ได้ยืนยันว่าได้รับศพดังกล่าวแล้ว และกำลังดำเนินการส่งกลับประเทศเพื่อทำการทดสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้อย่างชัดเจนและถูกต้อง

หากการตรวจสอบยืนยันว่าศพที่ได้รับคืนมาเป็นร่างของตัวประกันจริง จะทำให้จำนวนศพตัวประกันที่ฮามาสส่งคืนให้อิสราเอลเพิ่มขึ้นเป็น 16 ราย จากตัวประกันทั้งหมด 28 ราย ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา การคืนศพในครั้งนี้จึงเป็นความคืบหน้าอีกก้าวหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์โดยรวมยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

การส่งมอบศพครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลอิสราเอลได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่จากอียิปต์และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ สามารถเข้าไปในพื้นที่ภายในฉนวนกาซาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เพื่อให้ความช่วยเหลือในการค้นหาร่างตัวประกันที่เสียชีวิตที่ยังคงเหลืออยู่ นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตให้สมาชิกของกลุ่มฮามาสเข้าร่วมให้ข้อมูลในการค้นหาด้วย

ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางอิสราเอลได้กล่าวหากลุ่มฮามาสว่าได้ทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งมีสหรัฐอเมริกา อียิปต์ กาตาร์ และตุรกี เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย เนื่องจากฮามาสยังไม่ได้ดำเนินการส่งคืนร่างของตัวประกันทั้งหมดตามที่ได้ตกลงกันไว้

ทางด้านกลุ่มฮามาสได้ออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยืนยันว่าพวกเขายังคงยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิง แต่ต้องการความช่วยเหลือในการค้นหาร่างของผู้เสียชีวิตที่อาจถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง อันเป็นผลมาจากความเสียหายจากสงครามที่เกิดขึ้นในช่วงสองปีที่ผ่านมา

น.ส.โชช เบโดรเซียน โฆษกรัฐบาลอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์ในช่วงบ่ายวันจันทร์ว่า “กาชาด ทีมเทคนิคจากอียิปต์ และบุคลากรจากฮามาส ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณที่เลยแนว ‘เส้นสีเหลือง’ ของ IDF ในฉนวนกาซา ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของ IDF”

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ทางอียิปต์จะนำอุปกรณ์เพิ่มเติมเข้าไปในพื้นที่ รวมถึงยานพาหนะประเภทรถแทรกเตอร์ หลังจากที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อียิปต์ได้ส่งรถขุดจำนวน 2-3 คัน และรถบรรทุกจำนวนใกล้เคียงกันเข้าไปก่อนหน้านี้แล้ว

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 ราย จริงหรือไม่?

อิสราเอลเร่งตรวจสอบศพที่ฮามาสคืนให้

การที่ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 ราย ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้เสียชีวิตจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อให้ทราบว่าเป็นตัวประกันจริงหรือไม่ และนำไปสู่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความซับซ้อนและเปราะบาง การเจรจาและการไกล่เกลี่ยอย่างต่อเนื่องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อบรรลุข้อตกลงที่ยั่งยืนและนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริงในภูมิภาค

การคืนศพตัวประกันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองฝ่าย เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหา และสามารถสนับสนุนแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมต่อไป

ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 ราย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการหาทางออกอย่างสันติเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้

ที่มา – ฮามาสคืนศพให้อิสราเอลอีก 1 ราย เร่งตรวจสอบว่าใช่ตัวประกันหรือไม่