วัน: 31 ตุลาคม 2025

รวบ! เครือข่ายบัญชีม้า กดเงินซื้อคริปโตฯ

ตำรวจบุกทลายเครือข่ายบัญชีม้า กลางลานจอดรถห้างดังย่านเพชรเกษม หลังผู้ต้องหากดเงินสด เตรียมนำไปซื้อคริปโตฯ ส่งให้ทุนจีน โดยไม่เคยเจอหน้ากัน ได้ส่วนแบ่งเพียง 1.5-2%

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2568 พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.เพชรเกษม ร่วมกันขยายผลปฏิบัติการ “ยุทธการแหกคอกม้า” ตรวจค้นรถยนต์ Mercedes-Benz C350 e สีขาว บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาเพชรเกษม พบ น.ส.กุสุมาภัสน์ อายุ 36 ปี แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง

ผลการตรวจค้นพบเงินสด 960,000 บาท บรรจุในถุงผ้าสีฟ้า และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จากนั้นได้ทำการตรวจค้นตัว นายธนกฤต อายุ 31 ปี ซึ่งยืนอยู่ใกล้กัน พบเงินสด 500,000 บาท บรรจุในซองเอกสารสีน้ำตาล จึงควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่ สน.เพชรเกษม

จากการตรวจสอบพบว่าทั้งสองคนมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบัญชีม้าที่หลอกลวงผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนจึงทำการอายัดเงินจำนวน 1,406,000 บาท พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

รวบเครือข่ายบัญชีม้า กดเงินสดนำไปซื้อคริปโตฯ โอนให้ทุนจีน ได้ส่วนแบ่ง 1.5-2%

นายธนกฤต ให้การว่า ตนมีหน้าที่พาเจ้าของบัญชีม้าไปกดเงินสดจากตู้ ATM เพื่อนำไปมอบให้ น.ส.กุสุมาภัสน์ ซึ่งจะนำเงินไปซื้อเหรียญ USDT แล้วโอนให้กับชาวจีนที่ไม่เคยรู้จัก โดยได้ส่วนแบ่ง 1.5-2% จากยอดเงินที่หลอกมาได้ และนำไปแบ่งกับทีมงาน

พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า คดีนี้เป็นการขยายผลเพื่อตัดวงจรเครือข่ายบัญชีม้า ที่หลอกลวงผู้เสียหายกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ สน.เพชรเกษม ได้จับกุมผู้ร่วมขบวนการไปแล้ว 2 คน

การกวาดล้างเครือข่ายบัญชีม้า

รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังเร่งกวาดล้างเครือข่ายบัญชีม้าอย่างเด็ดขาด ในกรณีนี้ ตำรวจได้วางแผนทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง และสามารถยึดเงินคืนให้กับผู้เสียหายได้แล้ว 800,000 บาท ซึ่งจะได้ขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

บัญชีม้าเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมเครือข่ายนี้ได้ ถือเป็นความสำเร็จในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชน อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ควรระมัดระวังตนเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การหลอกลวงให้โอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัว

ที่มา – รวบเครือข่ายบัญชีม้า กดเงินสดนำไปซื้อคริปโตฯ โอนให้ทุนจีน ได้ส่วนแบ่ง 1.5-2%

10 อันดับ เลขเด็ด 1/11/68: งวดนี้เลขดังขายดี!

มาแล้ว! 10 อันดับ “เลขเด็ด 1/11/68” ที่พ่อค้าแม่ค้าสลากฯ บอกว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนแทบไม่เหลือ! ใครที่กำลังมองหาเลขนำโชคสำหรับงวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ห้ามพลาดข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้ลงพื้นที่สำรวจแผงลอตเตอรี่ในกรุงเทพฯ และสอบถามจากพ่อค้าแม่ค้าสลากฯ พบว่าบรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นไปอย่างคึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เลขดัง” และ “เลขมงคล” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ปรากฏการณ์ “เลขดังงวดนี้” ที่ขายดีจนเกลี้ยงแผง ทำให้ราคาลอตเตอรี่พุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว! สาเหตุหลักมาจากกระแสความเชื่อและความหวังของนักเสี่ยงโชคที่ต้องการคว้าโอกาสเป็นผู้โชคดีรับทรัพย์ก้อนโต

10 อันดับ เลขเด็ด 1/11/68 ที่ขายดีที่สุด

จากการสำรวจพบว่า 10 อันดับลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลกโซเชียล มีดังนี้:

  • 93
  • 24
  • 09
  • 25
  • 79
  • 21
  • 29
  • 59
  • 53
  • 83

เลขมงคลมาแรง!

นอกจาก “เลขเด็ด 1/11/68” ที่กล่าวมาแล้ว “เลขมงคล” ก็ยังคงเป็นที่ต้องการของนักเสี่ยงโชคอย่างต่อเนื่อง โดยเลขที่ได้รับความนิยม ได้แก่:

12, 73, 10 , 28, 93, 94, 24, 09, 812, 929, 728, 495, 904, 973, 972, 475, 902

สำหรับเลขอื่นๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่:

  • เพชรกล้า เด็กชายนำโชค: 83, 51, 86, 85, 67, 63
  • รัชนก มีโชค: 95, 59, 97, 99, 57, 05, 07, 09
  • แม่ตะเคียน “แม่ศรีมณีทอง” วัดหลวงพ่อจ้อย: 759, 24
  • เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง”: 8, 0, 7, 1
  • เลขปฏิทินจีน: 15, 56, 67, 156, 567
  • หวยไทยรัฐ: 7, 3, 2, 8, 9

อย่าลืมติดตามชม “ถ่ายทอดสดการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ได้ทางไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป หรือตรวจผลสลากฯ ทุกรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์หลังการออกรางวัลเสร็จสิ้น

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และอย่าลืมที่จะสนับสนุนสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างถูกกฎหมาย เพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – 10 อันดับ “เลขเด็ด” 1/11/68 พ่อค้าหวยบอกงวดนี้ “เลขดัง” ขายดีจนไม่มีเหลือแล้ว

กษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ สะสางราชวงศ์

นักวิเคราะห์ชี้ว่าการถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์และการขับออกจากที่ประทับนั้น คือมาตรการขั้นสูงสุดของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่มุ่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ หลังจากกรณีอื้อฉาวที่มีความสัมพันธ์กับเจฟฟรีย์ เอปสตีน ยืดเยื้อมานานหลายปี การตัดสินใจของสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรในการกษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ออกจากฐานันดรศักดิ์ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของราชวงศ์วินด์เซอร์ และสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของกษัตริย์ในการจัดระเบียบภายในองค์กร เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคปัจจุบัน

แหล่งข่าวจากพระราชวังบักกิงแฮมได้ยืนยันเมื่อไม่นานมานี้ว่า เจ้าชายแอนดรูว์จะถูกย้ายออกจากที่พำนัก “Royal Lodge” หลังจากที่ถูกกดดันอย่างหนักจากสาธารณชนและสื่อมวลชน ให้รับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ในอดีตกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรทางเพศชื่อดังระดับโลก

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแอนดรูว์ได้ตัดสินใจที่จะคืนตำแหน่งดยุกแห่งยอร์กในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่มีรายงานเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในบันทึกความทรงจำของ เวอร์จิเนีย จูฟเฟร หนึ่งในผู้ที่เสียหายจากเอปสตีน ซึ่งได้กล่าวอ้างถึงบทบาทของเจ้าชายในเครือข่ายนั้น

อย่างไรก็ตาม พระราชาธิบดีชาร์ลส์ทรงดำเนินการด้วยมาตรการที่รุนแรงกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ด้วยการถอดคำเรียกขาน “เจ้าชาย” ออกจากฐานันดรศักดิ์ของแอนดรูว์ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ได้รับมาตั้งแต่ประสูติในฐานะพระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ศาสตราจารย์ จอร์จ กรอสส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ราชวงศ์จาก King’s College London ได้วิเคราะห์ว่า “สิ่งที่กษัตริย์ชาร์ลส์กำลังทำอยู่นี้ คือการจัดระเบียบภายใน เพื่อไม่ให้เรื่องนี้กลายเป็นภาระระยะยาวของราชวงศ์”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ข่าวอื้อฉาวของเจ้าชายแอนดรูว์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีข่าวลือ การสัมภาษณ์ และการขุดคุ้ยมานานหลายปี การถอดยศครั้งนี้จึงไม่ใช่ระเบิดที่ลงฉับพลัน หากแต่เป็นการสะสางอย่างเด็ดขาดหลังจากปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อมานาน

ศาสตราจารย์กรอสส์ยังกล่าวอีกด้วยว่า แอนดรูว์มีภาพลักษณ์ที่สังคมมองว่าเป็นปัญหามานาน การที่สมเด็จพระราชาธิบดีเลือกใช้มาตรการที่สูงสุดในตอนนี้ นับว่าเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพระองค์ทรงต้องการเริ่มต้นใหม่ เพื่อไม่ให้เงาของเรื่องนี้ตกทอดไปถึงรัชสมัยของเจ้าชายวิลเลียมในอนาคต

นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากกษัตริย์ชาร์ลส์ว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือของสถาบันมากกว่าความสัมพันธ์ภายในครอบครัว

ท่าทีที่แข็งกร้าวของพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ในระยะยาว ในการปกป้องสถาบันกษัตริย์จากผลกระทบที่เกิดจากข่าวฉาวซ้ำซาก และสร้างภาพลักษณ์ของราชวงศ์ที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และอยู่ในกรอบของศีลธรรมสาธารณะ

ในอีกด้านหนึ่ง การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ อาจช่วยเบาแรงเจ้าชายวิลเลียม ซึ่งเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 ให้สามารถสืบทอดราชบัลลังก์ในอนาคตโดยไม่ถูกพัวพันกับรอยด่างของเรื่องราวในอดีต

กษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์

ผลกระทบและความสำคัญของการถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์

การกษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงภายในราชวงศ์ แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของสถาบันกษัตริย์ในสายตาของประชาชน การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกษัตริย์ชาร์ลส์ในการที่จะสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบให้กับราชวงศ์ เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของสังคมในยุคปัจจุบัน

  • การเปลี่ยนแปลงเพื่อความทันสมัย: การกษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับปรุงราชวงศ์ให้มีความทันสมัยและเข้าถึงได้มากขึ้น
  • การรักษาความน่าเชื่อถือ: การกระทำของกษัตริย์ชาร์ลส์มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาระดับความน่าเชื่อถือของสถาบันกษัตริย์ในสายตาของประชาชน
  • การสร้างอนาคตที่มั่นคง: ด้วยการจัดการกับปัญหาในอดีต กษัตริย์ชาร์ลส์กำลังวางรากฐานสำหรับอนาคตที่มั่นคงของราชวงศ์

การตัดสินใจของกษัตริย์ชาร์ลส์ในการที่จะกษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์เป็นเรื่องที่ซับซ้อนและอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งภายในราชวงศ์ แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบันกษัตริย์และสร้างอนาคตที่มั่นคงสำหรับราชวงศ์วินด์เซอร์

ที่มา – นักวิเคราะห์ชี้ กษัตริย์ชาร์ลสถอดยศเจ้าชายแอนดรูว์ หวังสะสางราชวงศ์เพื่อรักษาสถาบัน

บุกคาราโอเกะเถื่อนป่าแดด จัดสาว 15-17 ปี บริการ

เจ้าหน้าที่บุกทลายคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด พบจัดสาวอายุ 15-17 ปี บริการลูกค้า ดำเนินการแจ้งข้อหาตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 22.25 น. วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบเปิดร้านคาราโอเกะ ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด และมีการจัดสาวอายุ 15-17 ปี คอยบริการลูกค้าในพื้นที่อำเภอป่าแดด จึงสั่งการให้นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย และนายขวัญตระกูล หาญกล้า นายอำเภอป่าแดด เปิดปฏิบัติการ “เชียงรายฟ้าใส” เพื่อจัดระเบียบสังคม ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

ต่อมา นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ได้ประสานงานกับ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย นำกำลังเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนเชียงรายที่ 1 อส.ป่าแดดที่ 8 เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดเชียงราย เข้าตรวจสอบร้าน “คันปาก” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่าแงะ อำเภอป่าแดด ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ภายในมีตู้คาราโอเกะจำนวน 6 โต๊ะในห้องโถง และห้องคาราโอเกะ VIP จำนวน 1 ห้อง พบลูกค้ากำลังใช้บริการร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน

จากการตรวจสอบ พบหญิงสาวให้บริการจำนวน 3 คน ในจำนวนนี้มีอายุ 15 ปี จำนวน 1 คน และอายุ 17 ปี จำนวน 1 คน โดยมีนายพิตติรัศมิ์ อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดเชียงราย ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการร้าน จากการตรวจสอบเอกสาร พบว่าทางร้านมีเพียงใบอนุญาตประกอบกิจการวิดีทัศน์ และใบอนุญาตขายสุรา แต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ

บุกคาราโอเกะเถื่อนป่าแดด จัดสาว 15-17 ปี บริการ

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้น ฐาน “ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม และจ้างแรงงานเด็ก” และจะทำการประสานสหวิชาชีพเพื่อทำการคัดแยกเหยื่อผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอป่าแดด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผลกระทบและข้อควรระวังจาก คาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด

กรณีการบุกจับคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด ที่มีการจัดสาวอายุ 15-17 ปี ให้บริการนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการลักลอบเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย และการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมกันแก้ไขอย่างจริงจัง

  • ผลกระทบต่อเยาวชน: การที่เด็กและเยาวชนถูกชักจูงเข้าสู่วงจรสถานบริการผิดกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ทำให้พลาดโอกาสในการศึกษา และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น การติดยาเสพติด การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และการถูกแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ
  • ผลกระทบต่อสังคม: การมีสถานบริการผิดกฎหมายแพร่หลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม ทำให้เกิดปัญหาอาชญากรรม และอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะอบายมุขต่างๆ
  • ข้อควรระวัง: ผู้ปกครองควรให้ความใส่ใจดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด สอดส่องพฤติกรรม และให้ความรู้เกี่ยวกับภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานบริการผิดกฎหมาย

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเปิดสถานบริการผิดกฎหมาย และการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กและเยาวชนได้

สถานการณ์เช่นนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องเยาวชนและสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – บุกคาราโอเกะเถื่อน อ.ป่าแดด จัดสาวอายุ 15-17 ปี บริการ

สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เกาหลีใต้ โดยมีกำหนดพบหารือกับผู้นำแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย หลังประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลง “สงบศึกการค้าชั่วคราว” กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะร่วมการประชุมเอเปกประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีกำหนดการพบปะกับผู้นำหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีสีได้บรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินทางออกจากเกาหลีใต้และไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปกที่จัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน

ในการประชุมเอเปก ซึ่งมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน โดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวเปิดการประชุมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกกำลังทวีความรุนแรง และการค้าการลงทุนกำลังสูญเสียแรงผลักดัน โดยมีนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เป็นผู้แทนของทรัมป์

ความสนใจพุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม และคาดว่านายสีจะจัดการเจรจาครั้งแรกกับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การที่ทาคาอิชิขึ้นมาเป็นผู้นำอาจสร้างความตึงเครียดได้ เนื่องจากมุมมองชาตินิยมและนโยบายความมั่นคงที่แข็งกร้าว ของเธอ

หนึ่งในการดำเนินการแรกของทาคาอิชิหลังเข้ารับตำแหน่งคือการเร่งสร้างแสนยานุภาพทางทหาร เพื่อป้องปรามความทะเยอทะยานด้านอาณาเขตของจีนในเอเชียตะวันออก ขณะที่การควบคุมตัวพลเมืองญี่ปุ่นในจีนและข้อจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่น เช่น เนื้อวัว อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ก็คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุย

สำนักงานนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ยืนยันว่าเขาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อ เริ่มต้นความสัมพันธ์ในวงกว้างกับจีนอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ตกต่ำมานานหลายปี

ทั้งนี้ แคนาดาพยายามลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด เนื่องจากเผชิญกับสงครามการค้าที่รุนแรงกับสหรัฐฯ และต้องการหาตลาดใหม่ โดยจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของแคนาดา อย่างไรก็ตาม ในยุคของอดีตนายกฯ จัสติน ทรูโด มีเหตุการณ์พลเมืองแคนาดาถูกควบคุมตัวและถูกประหารชีวิตในจีน ทั้งยังมีการกล่าวหาว่าจีนเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาอย่างน้อยสองครั้ง นอกจากนั้น จีนประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดต่อการนำเข้าคาโนลาของแคนาดาในเดือนสิงหาคม หลังจากที่แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน

ด้านทำเนียบรัฐบาลไทยระบุว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ หลังจากการลงนามใน “ถ้อยแถลงร่วม” กับกัมพูชา ที่มาเลเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประธานาธิบดีทรัมป์เป็นสักขีพยานในการลงนาม

ทรัมป์ชูตนเองในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพระดับโลก ขณะที่สี จิ้นผิง ได้บอกกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเจรจาและการปรองดองในประเด็นเร่งด่วนต่างๆ

ส่วนนายเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia มีกำหนดจะกล่าวปราศรัยในการรวมตัวของผู้บริหารที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดเอเปก ในช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ แม้ว่าบริษัทของเขาจะกลายเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ประเด็นการขายชิป AI ขั้นสูงของสหรัฐฯ ในจีนดูเหมือนจะ ถกละเลยจากการประชุมสุดยอดระหว่างสีกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา.

สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย

การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น

ทำไมการเจรจาระหว่าง สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย จึงสำคัญ?

  • การฟื้นฟูความสัมพันธ์: การประชุมนี้เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้
  • การแก้ไขปัญหาทางการค้า: เป็นเวทีในการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
  • การกำหนดบทบาทในเวทีโลก: การประชุมนี้จะช่วยกำหนดบทบาทและอิทธิพลของจีนในเวทีโลก

การที่ สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย แสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการสร้างสมดุลทางการทูตและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การประชุมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะหารือ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในอนาคต และการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ

การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบปะกับผู้นำของแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก การเจรจาเหล่านี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเอเปก ทำให้สี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างจีน แคนาดา ญี่ปุ่น และไทย จะเป็นอย่างไรต่อไป? การเจรจาที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงทิศทางในอนาคต และจะเป็นตัวกำหนดบทบาทของจีนในเวทีโลก

ที่มา – สีจิ้นผิงเตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย หลังบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้า “ทรัมป์”

Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA

ANA Group ตัดสินใจยุบแบรนด์ Air Japan เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจ เหลือเพียง ANA และ Peach หวังเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน เพื่อรับมือวิกฤตอุตสาหกรรมการบินโลก

สายการบิน Air Japan ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม ANA Holdings ของญี่ปุ่น ประกาศจะยุติการให้บริการทั้งหมดตั้งแต่เดือนมีนาคม 2026 หลังเปิดดำเนินงานได้ไม่ถึง 2 ปี โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะออกเดินทางจากสิงคโปร์ไปสนามบินนาริตะ ในวันที่ 29 มีนาคม 2026 เวลา 00.55 น.

กลุ่ม ANA ระบุว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างกลยุทธ์แบรนด์ในเครือ โดยจะรวมสายการบินที่มีอยู่จากสามแบรนด์ ได้แก่ ANA, Peach และ Air Japan (ลูกผสม) เหลือเพียงสองแบรนด์หลักคือ ANA และ Peach

โดยแถลงการณ์จาก ANA Group ระบุว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของกลุ่ม ANA ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไรของทั้งกลุ่ม

กลุ่ม ANA ยังอ้างถึงปัจจัยความไม่แน่นอนระดับโลก เช่น สงครามในยูเครน, ความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบิน และสถานการณ์ AOG (Aircraft on Ground) ที่ส่งผลให้เครื่องบิน Boeing 787 บางลำต้องหยุดใช้งานชั่วคราว

ANA Group ระบุเพิ่มเติมว่า เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะโอนเครื่องบินของ Air Japan และบุคลากรทั้งหมดกลับไปอยู่ภายใต้สายการบิน ANA เพื่อขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศในอนาคต

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา Air Japan เพิ่งประกาศแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินระหว่าง สิงคโปร์–โตเกียว (นาริตะ) เป็นเที่ยวบินรายวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ หลังจากได้รับเครื่องบินลำใหม่เข้าประจำฝูงบิน พร้อมโปรโมตตั๋วเที่ยวเดียวราคาพิเศษเริ่มต้นที่ 226 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 5,600 บาท.

Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA

การตัดสินใจยุติการให้บริการของ Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA สร้างความตกใจให้กับหลายคนที่เคยใช้บริการสายการบินนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ชื่นชอบราคาที่เป็นมิตรต่อกระเป๋าเดินทาง

ทำไม Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA?

สาเหตุหลักของการยุติให้บริการของ Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA มาจากการปรับโครงสร้างภายในกลุ่ม ANA Holdings เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันในตลาดการบินที่มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ การรวมแบรนด์เหลือเพียง ANA และ Peach จะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

นอกจากนี้ ปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอนและความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบิน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ANA ตัดสินใจยุบ Air Japan

ผลกระทบต่อผู้โดยสาร

สำหรับผู้ที่ได้จองตั๋วเครื่องบินกับ Air Japan ไว้แล้ว ทางสายการบินจะดำเนินการคืนเงินหรือเปลี่ยนแปลงการเดินทางให้ตามความเหมาะสม ผู้โดยสารควรติดต่อสายการบินโดยตรงเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

อนาคตของการบินราคาประหยัด

แม้ว่า Air Japan จะยุติการให้บริการ แต่ตลาดการบินราคาประหยัดยังคงมีการแข่งขันสูง สายการบินอื่นๆ เช่น Peach Aviation ยังคงให้บริการในเส้นทางที่คล้ายคลึงกัน ทำให้ผู้บริโภคยังมีทางเลือกในการเดินทางราคาประหยัดอยู่

การตัดสินใจของ ANA Group ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญในปัจจุบัน การปรับตัวและเปลี่ยนแปลงเพื่อความอยู่รอดจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกสายการบิน

โดยสรุปแล้ว การที่ Air Japan ยุติบิน มี.ค. 2026 ปิดฉาก ANA เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างภายในองค์กรและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังมีทางเลือกในการเดินทางราคาประหยัดกับสายการบินอื่นๆ ที่ยังคงให้บริการอยู่

ที่มา – Air Japan ประกาศยุติบิน มีนาคม 2026 ปิดฉากสายการบินลูกผสมของ ANA หลังให้บริการได้เพียง 2 ปี

เมียนมาส่งโดรน สังเกตการณ์ทำลายตึกสแกมเมอร์

เมียนมาส่งโดรนสังเกตการณ์ ตรวจสอบการระเบิดอาคารสแกมเมอร์ในพื้นที่เคเคปาร์ค ฝั่งตรงข้าม จ.ตาก ตั้งเป้าทำลายทิ้งกว่า 80 หลัง

เมื่อเวลา 8.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก ว่า ทหารเมียนมาได้ส่งโดรนบินจากค่าย 275 จ.เมียวดี เพื่อสังเกตการณ์ การทำลายอาคารสำนักงานในพื้นที่สแกมเมอร์ออนไลน์ ของทหารกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ในพื้นที่เคเคปาร์ค อ.เมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง

โดยในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ฝ่ายกะเหรี่ยงได้ระเบิดทำลายอาคารสำนักงานถึง 3 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเช้าเวลา 10.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 13.19 น. และช่วงเย็นเวลา 17.20 น. ในครั้งนี้เป็นการเข้าสู่วันที่ 8 ของการทำลาย และไม่มีผลกระทบต่อเขตไทยแต่อย่างใด

แต่จากการสังเกตในฝั่งประเทศไทยพบว่า การระเบิดทุกครั้งจะมีควันไฟสีขาวพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าสูงประมาณ 150-200 เมตรทุกครั้งไป

ทั้งนี้ แหล่งข่าวฝ่ายกะเหรี่ยงแจ้งว่า ฝ่ายเมียนมาจะมีการทำลายพื้นที่เคเคปาร์คไปเรื่อยๆ และมีเป้าหมายระเบิดอาคารทิ้งมากถึง 80 หลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงมีชาวต่างชาติที่หนีการปราบปรามของทหารเมียนมาจากฝั่งเมียนมาเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 มีจำนวน 1,575 คน จากทั้งหมด 28 ประเทศ

เมียนมา ส่งโดรนสังเกตการณ์ การทำลายตึกสแกมเมอร์ ตั้งเป้าระเบิดทิ้งกว่า 80 หลัง

สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมายังคงน่าจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการของทางการเมียนมาในการจัดการกับพื้นที่เคเคปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสแกมเมอร์ออนไลน์ ข้อมูลล่าสุดระบุว่าทางการเมียนมา ส่งโดรนสังเกตการณ์ การทำลายตึกสแกมเมอร์ ตั้งเป้าระเบิดทิ้งกว่า 80 หลัง การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้

ความคืบหน้าล่าสุดของการทำลายตึกสแกมเมอร์

จากรายงานข่าวล่าสุด กระบวนการเมียนมา ส่งโดรนสังเกตการณ์ การทำลายตึกสแกมเมอร์ ตั้งเป้าระเบิดทิ้งกว่า 80 หลัง ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการระเบิดทำลายอาคารสำนักงานในพื้นที่เคเคปาร์คเกิดขึ้นหลายครั้งในแต่ละวัน การดำเนินการดังกล่าวได้รับการยืนยันจากแหล่งข่าวในพื้นที่ และมีการบันทึกภาพควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งสามารถสังเกตได้จากฝั่งประเทศไทย

การทำลายอาคารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่กว่าในการกำจัดโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมาย และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทางการเมียนมาในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนนี้

ผลกระทบต่อประเทศไทย

แม้ว่าการดำเนินการเมียนมา ส่งโดรนสังเกตการณ์ การทำลายตึกสแกมเมอร์ ตั้งเป้าระเบิดทิ้งกว่า 80 หลัง จะเกิดขึ้นในฝั่งเมียนมา แต่ก็มีผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลเข้ามายังฝั่งไทย เพื่อหนีจากการปราบปรามของทหารเมียนมา รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการประสานงานและความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค

การดำเนินการนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทางการเมียนมาในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และหวังว่าความพยายามนี้จะนำไปสู่ความมั่นคงและความสงบสุขในภูมิภาคในที่สุด

ที่มา – เมียนมา ส่งโดรนสังเกตการณ์ การทำลายตึกสแกมเมอร์ ตั้งเป้าระเบิดทิ้งกว่า 80 หลัง

พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum เปิดชมเสาร์นี้!

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ของ พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum ในวันเสาร์นี้! หลังจากใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 20 ปี และเลื่อนกำหนดการเปิดมาหลายครั้ง ในที่สุดพิพิธภัณฑ์ที่ยิ่งใหญ่และอลังการแห่งนี้ก็พร้อมที่จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมแล้ว เตรียมพบกับสมบัติโบราณล้ำค่ากว่า 50,000 ชิ้น รวมถึงสมบัติอันล้ำค่าของกษัตริย์ตุตันคาเมน

พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum หรือ GEM จะเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เกี่ยวกับอารยธรรมอียิปต์โบราณอันรุ่งเรือง และเป็นส่วนสำคัญของแผนการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศอียิปต์

พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้กับพีระมิดกีซาอันยิ่งใหญ่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อุทิศให้กับอารยธรรมเดียว ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุมากมายกว่า 50,000 ชิ้น ซึ่งมากกว่าจำนวนที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสเสียอีก

การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในปี 2005 แต่ต้องหยุดชะงักไปเนื่องจากความไม่สงบทางการเมือง แต่ในที่สุด พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum ก็พร้อมที่จะเปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแล้ว

ไฮไลท์เด่นของพิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum

  • สถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง: พิพิธภัณฑ์ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดังจากไอร์แลนด์ โดดเด่นด้วยผนังกระจกทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ที่สะท้อนภาพพีระมิด
  • รูปสลักของฟาโรห์รามเสสที่ 2: บริเวณโถงทางเข้าต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรูปสลักหินแกรนิตขนาด 11 เมตรของฟาโรห์รามเสสที่ 2
  • บันไดหินขนาดใหญ่: บันไดหินขนาดมหึมา 6 ชั้น นำไปสู่ห้องจัดแสดงหลัก พร้อมวิวพีระมิดกีซาอันงดงาม
  • คอลเลกชันของกษัตริย์ตุตันคาเมน: พบกับสมบัติของกษัตริย์ตุตันคาเมนกว่า 5,000 ชิ้น ที่ถูกนำมาจัดแสดงอย่างครบถ้วนเป็นครั้งแรก
  • เรือสุริยะของฟาโรห์คูฟู: ชมเรือสุริยะอายุกว่า 4,600 ปี ที่เคยใช้โดยกษัตริย์ในชีวิตหลังความตาย

ภายใน พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum มีพื้นที่จัดแสดงถาวรกว่า 24,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยพิพิธภัณฑ์เด็ก ศูนย์การประชุม พื้นที่พาณิชย์ และศูนย์อนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่

โบราณวัตถุมากกว่า 50,000 ชิ้น ถูกนำมาจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์เก่าในจัตุรัสทาห์รีร์ และจากแหล่งโบราณคดีอื่นๆ เช่น สุสานซักการา

รัฐบาลอียิปต์คาดหวังว่าการเปิด พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยว 30 ล้านคนภายในปี 2032

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่โลกแห่งอียิปต์โบราณที่ พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum รับรองว่าคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และได้เรียนรู้เรื่องราวของอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ที่มา – พิพิธภัณฑ์ Grand Egyptian Museum สุดยิ่งใหญ่ เปิดให้ชมเสาร์นี้ อวดสมบัติโบราณกว่า 50,000 ชิ้น

ตม.สุราษฎร์ธานี จับหนุ่มเมียนมา **ช่างตัดผม**

เกิดเหตุการณ์ที่สุราษฎร์ธานี เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ทำการจับกุมหนุ่มชาวเมียนมาที่รับจ้างเป็นช่างตัดผม โดยการปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปใช้บริการ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ ตม.สุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.ท.วัสส์ธนภูมิ กุลจิตติชุติพร รอง ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันจับกุม นายอาว ซอ ทุน อายุ 21 ปี สัญชาติเมียนมา ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ โดยเหตุเกิดที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลบ่อผุด อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งว่ามีชาวเมียนมาลักลอบทำงานเป็นช่างตัดผมในร้านตัดผมแห่งหนึ่ง จึงได้วางแผนเข้าจับกุม โดย ด.ต.ชินศักดิ์ ชินฝั่น ผบ.หมู่ ตม.สุราษฎร์ธานี ได้ปลอมตัวเป็นลูกค้าเข้าไปใช้บริการตัดผม เมื่อเข้าไปในร้านพบว่ามีช่างตัดผมชาวเมียนมาอยู่เพียงคนเดียว ด.ต.ชินศักดิ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทำการจับกุม

จากการสอบสวน นายอาว ซอ ทุน ให้การรับสารภาพว่า ทำงานเป็นช่างตัดผมในร้านดังกล่าวได้ประมาณ 2 เดือน โดยมีเจ้าของร้านเป็นคนไทย และตนเองได้รับค่าจ้างในการตัดผมให้ลูกค้าทั้งชาวเมียนมา ชาวไทย และชาวต่างชาติ ในราคา 200-300 บาท

ทั้งนี้ อาชีพช่างตัดผมเป็นอาชีพที่สงวนไว้สำหรับคนไทยเท่านั้น การที่คนต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพดังกล่าวถือเป็นการแย่งอาชีพของคนไทย เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุม นายอาว ซอ ทุน ในข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของร้านที่เป็นคนไทยต่อไป

ตม.สุราษฎร์ธานี จับหนุ่มเมียนมา รับจ้างเป็นช่างตัดผม

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทำงานของคนต่างด้าวในอาชีพสงวนสำหรับคนไทย

ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ

การลักลอบทำงานของคนต่างด้าวในอาชีพสงวน สร้างผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจในหลายด้าน ดังนี้:

  • แย่งงานของคนไทย ทำให้คนไทยว่างงานมากขึ้น
  • กดค่าแรง ทำให้ค่าแรงของแรงงานไทยลดลง
  • สร้างปัญหาอาชญากรรม
  • ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษี

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา

เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบทำงานของคนต่างด้าวในอาชีพสงวน ควรมีมาตรการดังนี้:

  • เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและจับกุม
  • เพิ่มโทษปรับและจำคุกสำหรับผู้กระทำผิด
  • ส่งเสริมให้คนไทยมีทักษะและความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพสงวน
  • สร้างความตระหนักให้ประชาชนทั่วไปไม่สนับสนุนการจ้างงานคนต่างด้าวในอาชีพสงวน

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมาย และร่วมกันป้องกันปัญหาการลักลอบทำงานของคนต่างด้าว เพื่อรักษาอาชีพสงวนไว้ให้คนไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – ตม.สุราษฎร์ธานี ปลอมตัวเป็นลูกค้า จับหนุ่มเมียนมา รับจ้างเป็นช่างตัดผม