ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ที่เกาหลีใต้ โดยมีกำหนดพบหารือกับผู้นำแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย หลังประสบความสำเร็จในการบรรลุข้อตกลง “สงบศึกการค้าชั่วคราว” กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ได้ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะร่วมการประชุมเอเปกประจำปีนี้ ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีกำหนดการพบปะกับผู้นำหลายประเทศ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประธานาธิบดีสีได้บรรลุข้อตกลงสงบศึกทางการค้าชั่วคราวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เดินทางออกจากเกาหลีใต้และไม่เข้าร่วมการประชุมเอเปกที่จัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน
ในการประชุมเอเปก ซึ่งมีสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ มุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน โดยประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวเปิดการประชุมว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกกำลังทวีความรุนแรง และการค้าการลงทุนกำลังสูญเสียแรงผลักดัน โดยมีนายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เป็นผู้แทนของทรัมป์
ความสนใจพุ่งเป้าไปที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เนื่องจากผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าร่วม และคาดว่านายสีจะจัดการเจรจาครั้งแรกกับ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจะอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่การที่ทาคาอิชิขึ้นมาเป็นผู้นำอาจสร้างความตึงเครียดได้ เนื่องจากมุมมองชาตินิยมและนโยบายความมั่นคงที่แข็งกร้าว ของเธอ
หนึ่งในการดำเนินการแรกของทาคาอิชิหลังเข้ารับตำแหน่งคือการเร่งสร้างแสนยานุภาพทางทหาร เพื่อป้องปรามความทะเยอทะยานด้านอาณาเขตของจีนในเอเชียตะวันออก ขณะที่การควบคุมตัวพลเมืองญี่ปุ่นในจีนและข้อจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่น เช่น เนื้อวัว อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ก็คาดว่าจะเป็นประเด็นสำคัญในการพูดคุย
สำนักงานนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา ยืนยันว่าเขาจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อ เริ่มต้นความสัมพันธ์ในวงกว้างกับจีนอีกครั้ง หลังความสัมพันธ์ตกต่ำมานานหลายปี
ทั้งนี้ แคนาดาพยายามลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด เนื่องจากเผชิญกับสงครามการค้าที่รุนแรงกับสหรัฐฯ และต้องการหาตลาดใหม่ โดยจีนถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของแคนาดา อย่างไรก็ตาม ในยุคของอดีตนายกฯ จัสติน ทรูโด มีเหตุการณ์พลเมืองแคนาดาถูกควบคุมตัวและถูกประหารชีวิตในจีน ทั้งยังมีการกล่าวหาว่าจีนเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งของแคนาดาอย่างน้อยสองครั้ง นอกจากนั้น จีนประกาศเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดต่อการนำเข้าคาโนลาของแคนาดาในเดือนสิงหาคม หลังจากที่แคนาดาประกาศเรียกเก็บภาษี 100% สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน
ด้านทำเนียบรัฐบาลไทยระบุว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ หลังจากการลงนามใน “ถ้อยแถลงร่วม” กับกัมพูชา ที่มาเลเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมีประธานาธิบดีทรัมป์เป็นสักขีพยานในการลงนาม
ทรัมป์ชูตนเองในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยสันติภาพระดับโลก ขณะที่สี จิ้นผิง ได้บอกกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเจรจาและการปรองดองในประเด็นเร่งด่วนต่างๆ
ส่วนนายเจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia มีกำหนดจะกล่าวปราศรัยในการรวมตัวของผู้บริหารที่จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดเอเปก ในช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ แม้ว่าบริษัทของเขาจะกลายเป็นบริษัทแรกที่มีมูลค่าเกิน 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ประเด็นการขายชิป AI ขั้นสูงของสหรัฐฯ ในจีนดูเหมือนจะ ถกละเลยจากการประชุมสุดยอดระหว่างสีกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา.
สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย
การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น
ทำไมการเจรจาระหว่าง สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย จึงสำคัญ?
- การฟื้นฟูความสัมพันธ์: การประชุมนี้เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้
- การแก้ไขปัญหาทางการค้า: เป็นเวทีในการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
- การกำหนดบทบาทในเวทีโลก: การประชุมนี้จะช่วยกำหนดบทบาทและอิทธิพลของจีนในเวทีโลก
การที่ สี จิ้นผิง เตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย แสดงให้เห็นถึงความพยายามของจีนในการสร้างสมดุลทางการทูตและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การประชุมนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การพบปะหารือ แต่เป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือในอนาคต และการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาคที่กำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ
การที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบปะกับผู้นำของแคนาดา ญี่ปุ่น และไทย ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก การเจรจาเหล่านี้อาจนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมเอเปก ทำให้สี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำที่โดดเด่นและมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างจีน แคนาดา ญี่ปุ่น และไทย จะเป็นอย่างไรต่อไป? การเจรจาที่จะเกิดขึ้นนี้จะเป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงทิศทางในอนาคต และจะเป็นตัวกำหนดบทบาทของจีนในเวทีโลก
ที่มา – สีจิ้นผิงเตรียมถกผู้นำแคนาดา-ญี่ปุ่น-ไทย หลังบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้า “ทรัมป์”