วัน: 4 พฤศจิกายน 2025

นโยบายนักเตะแอธเลติกบิลเบา พาสู่ความสำเร็จ


นโยบายนักเตะแอธเลติกบิลเบา พาสู่ความสำเร็จ

แอธเลติก บิลเบา สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากแคว้นบาสก์ ประเทศสเปน เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากนโยบายอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือการใช้นักเตะที่เกิดหรือเติบโตในแคว้นบาสก์เท่านั้น นโยบายนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถนำพาความสำเร็จมาสู่สโมสรได้

นโยบายนักเตะแอธเลติกบิลเบา: หัวใจสำคัญของสโมสร

นโยบายการใช้นักเตะบาสก์ของแอธเลติก บิลเบา ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อจำกัดในการเลือกผู้เล่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณและวัฒนธรรมของสโมสรมาตั้งแต่ก่อตั้ง นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความภาคภูมิใจในความเป็นบาสก์และความมุ่งมั่นที่จะรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้ามา

การรักษานโยบายนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และสโมสรต่างๆ ทั่วโลกต่างทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อตัวนักเตะชื่อดังจากทุกสารทิศ แต่แอธเลติก บิลเบา ยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์ของตนเอง และสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ในลาลีกาได้อย่างสูสี

ความสำเร็จของแอธเลติก บิลเบา ภายใต้นโยบายนักเตะบาสก์ แสดงให้เห็นว่าการมีเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นในปรัชญาของตนเอง สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย

เบื้องหลังความสำเร็จ: มากกว่าแค่การจำกัดผู้เล่น

ความสำเร็จของแอธเลติก บิลเบา ไม่ได้มาจากนโยบายนักเตะบาสก์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการวางรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านอื่นๆ อีกด้วย สโมสรให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนอย่างจริงจัง โดยมีศูนย์ฝึกเยาวชน Lezama ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งผลิตนักเตะฝีเท้าดีป้อนให้ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ แอธเลติก บิลเบา ยังมีระบบการ scouting ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำงานอย่างใกล้ชิดกับสโมสรต่างๆ ในแคว้นบาสก์ เพื่อค้นหานักเตะดาวรุ่งที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ สโมสรยังปลูกฝังความรักและความผูกพันในสโมสรให้กับนักเตะเยาวชนตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้พวกเขามีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จกับทีม

การผสมผสานระหว่างนโยบายนักเตะบาสก์ การพัฒนาเยาวชนอย่างจริงจัง และระบบ scouting ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้แอธเลติก บิลเบา สามารถสร้างทีมที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง

  • ทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง: นักเตะส่วนใหญ่เติบโตมาด้วยกัน ทำให้มีความเข้าใจและเข้าขากันเป็นอย่างดี
  • ความมุ่งมั่นและทุ่มเท: นักเตะมีความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนของแคว้นบาสก์ และพร้อมที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อสโมสร
  • การสนับสนุนจากแฟนบอล: แฟนบอลของแอธเลติก บิลเบา มีความรักและความศรัทธาในสโมสรอย่างแรงกล้า และพร้อมที่จะให้กำลังใจทีมเสมอ

ถึงแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับ นโยบายนักเตะแอธเลติกบิลเบา แต่สิ่งที่สโมสรแห่งนี้ได้พิสูจน์ให้เห็น ก็คือ ความสำเร็จที่เกิดจากการยืนหยัดในหลักการ และความเชื่อมั่นในวัฒนธรรมของตนเอง

ในโลกฟุตบอลปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน แอธเลติก บิลเบา เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความยั่งยืนและความภาคภูมิใจในตนเอง

Athletic Club คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการยึดมั่นในปรัชญาของตนเองและการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้ แม้จะไม่ใช่วิธีที่ง่ายที่สุดก็ตาม

ที่มา – How Athletic Club’s unique player policy drives success

Xpeng เปิดโรงงานรถยนต์บินได้แห่งแรกที่กวางตุ้ง

Xpeng Aeroht เดินเครื่อง “โรงงานรถยนต์บินได้” แห่งแรกของโลกที่กวางตุ้ง รองรับออเดอร์ 5,000 คัน มีกำหนดส่งมอบในปี 2026 รถยนต์บินได้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป! มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นที่กวางตุ้ง

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักข่าวซินหัวเปิดเผยว่า เอ็กซ์เผิง แอโรต์ (XPeng Aeroht) บริษัทรถยนต์บินได้ในเครือเอ็กซ์เผิง ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ได้เริ่มต้นการผลิต (ระยะทดลอง) ที่โรงงานอัจฉริยะสำหรับการผลิตรถยนต์บินได้ปริมาณมากแห่งแรกของโลก ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก

สำหรับโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เขตหวงผู่ เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน มีพื้นที่กว่า 120,000 ตารางเมตร และได้ผลิต Land Aircraft Carrier รถยนต์บินได้แบบโมดูลาร์ที่มีอากาศยานไฟฟ้าแบบแยกส่วนเป็นครั้งแรกแล้ว

กำลังการผลิตโมดูลอากาศยานแบบแยกส่วนของโรงงานแห่งนี้อยู่ที่ 10,000 ลำต่อปี ซึ่งระยะแรกจะผลิต 5,000 ลำ ที่นี่จัดเป็นโรงงานผลิตโมดูลอากาศยานแบบแยกส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และจะสามารถประกอบอากาศยานหนึ่งลำในทุก 30 นาที เมื่อดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ นับเป็นความสำเร็จที่น่าจับตามอง

เอ็กซ์เผิง แอโรต์ ได้รับคำสั่งซื้อรถยนต์บินได้เกือบ 5,000 คันแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ โดยมีกำหนดผลิตปริมาณมากและส่งมอบในปี 2026 ใครที่สนใจเตรียมตัวจับจองได้เลย!

รถยนต์บินได้ของเอ็กซ์เผิง แอโรต์ ประกอบด้วยยานพาหนะภาคพื้น 6 ล้อ ซึ่งเปรียบเสมือน “ยานแม่” บวกกับอากาศยานขึ้นบิน-ลงจอดแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า หรือ eVTOL แบบแยกส่วน ซึ่งมีทั้งโหมดอัตโนมัติและโหมดควบคุมด้วยมนุษย์ โดยโหมดอัตโนมัติสามารถวางแผนเส้นทางการบิน และขึ้นบิน-ลงจอดด้วยการสั่งการครั้งเดียว

สำหรับยานพาหนะภาคพื้น 6 ล้อ ซึ่งมีความยาวราว 5.5 เมตร สามารถวิ่งบนถนนสาธารณะด้วยใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรฐานและจอดในพื้นที่ทั่วไป

Xpeng Aeroht เดินเครื่อง “โรงงานรถยนต์บินได้” แห่งแรกของโลกที่กวางตุ้ง

รายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานรถยนต์บินได้แห่งแรกของโลก

โรงงานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงงานผลิตรถยนต์ธรรมดา แต่เป็นโรงงานอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตรถยนต์บินได้แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการทดสอบ ทำให้มั่นใจได้ถึงคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

  • พื้นที่กว้างขวาง: โรงงานมีพื้นที่กว่า 120,000 ตารางเมตร
  • กำลังการผลิตสูง: สามารถผลิตโมดูลอากาศยานได้ถึง 10,000 ลำต่อปี
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: ใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิต

การเปิดตัว “โรงงานรถยนต์บินได้” แห่งแรกของโลกที่กวางตุ้ง ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอนาคตของการเดินทางกำลังจะเปลี่ยนไป รถยนต์บินได้ไม่ใช่แค่ในภาพยนตร์อีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นจริงในเร็ววันนี้

ทำไมต้องรถยนต์บินได้?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องมีรถยนต์บินได้ รถยนต์บินได้มีข้อดีหลายอย่าง เช่น

  • ลดปัญหาการจราจร: สามารถหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดบนท้องถนน
  • ประหยัดเวลา: เดินทางได้รวดเร็วกว่ารถยนต์ทั่วไป
  • เข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก: สามารถเดินทางไปยังพื้นที่ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง

แม้ว่ารถยนต์บินได้ยังมีราคาค่อนข้างสูง แต่คาดว่าในอนาคตราคาจะลดลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ความท้าทายของรถยนต์บินได้

แม้ว่ารถยนต์บินได้จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ เช่น

  • กฎระเบียบ: ยังไม่มีกฎหมายและข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับรถยนต์บินได้
  • ความปลอดภัย: ต้องมีการทดสอบและรับรองความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
  • โครงสร้างพื้นฐาน: ต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้าและพื้นที่ขึ้นลง

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความท้าทายเหล่านี้จะถูกแก้ไขได้ในอนาคต

Xpeng Aeroht เดินเครื่อง “โรงงานรถยนต์บินได้” แห่งแรกของโลกที่กวางตุ้ง แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน และเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอนาคตของการเดินทางกำลังจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เตรียมพบกับยุคของรถยนต์บินได้ที่จะทำให้การเดินทางสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น!

ที่มา – Xpeng Aeroht เดินเครื่อง “โรงงานรถยนต์บินได้” แห่งแรกของโลกที่กวางตุ้ง

ตำรวจไซเบอร์จับเว็บพนันนนทบุรี เงินหมุนเวียน 130 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่าย “LUCASUN 168” เว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี รวบผู้ต้องหา 6 คน ตั้งแต่แอดมิน ยันคนบริหารเว็บไซต์ ลักลอบเปิดมานานกว่า 2 ปี ให้บริการเล่นพนันออนไลน์ หลายรูปแบบ ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 130 ล้านต่อปี

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 นำกำลังทีมสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค. 935, 936/2568

ค้นห้องพัก ชั้น2 อาคารเอ และห้อง ชั้น 5 อาคารบี คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เข้าจับกุมผู้กระทำผิดไว้ได้ รวม 6 ราย ประกอบด้วย นายธนชาติ กาวิละมูล อายุ 20 ปี ชาว จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6336/2568 ทำหน้าที่แอดมิน นายสรยุทธ์ นภาสีคราม อายุ 24 ปี ชาว จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6337/2568 ทำหน้าที่ถอนเงินและบริหารการเงิน นายวิศรุต ละเอื้อย อายุ 22 ปี ชาว จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6339/2568 ทำหน้าที่แอดมิน

นายอีสดานันท์ เบ็ญร่าหีม อายุ 23 ปี ชาว จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6339/2568 ทำหน้าที่แอดมิน นายภูมินทร์ คีรีอภิรักษ์ อายุ 25 ปี ชาว จ.ตาก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6340/2568 ทำหน้าที่แอดมินและบริหารเว็บไซต์ และนายกิตติศักดิ์ เกี๋ยงวงษ์ อายุ 20 ปี ชาว จ.ตาก ทำหน้าที่แอดมิน พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 12 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 1 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 7 ใบ และตู้เซฟ 1 ใบ

พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่า ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.สอท. ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการกวาดล้างปราบปรามกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ การพนันออนไลน์ และการเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นการมอมเมาประชาชนและเยาวชน

โดยตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.2 ตรวจสอบพบเว็บไซต์ “LUCASUN 168” มีสมาชิกผู้เล่นกว่า 600 คน เปิดมานานกว่า 2 ปี มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 130 ล้านต่อปี ลักลอบเปิดให้บริการเล่นพนันออนไลน์ อาทิ หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่า และพนันอื่นๆ อีกหลายชนิด มีรูปแบบการโอนเงินเพื่อเข้าเล่นพนันออนไลน์ผ่านระบบบัญชีธนาคารในประเทศ รูปแบบอัตโนมัติ แจ้งถอนเงินผ่านเว็บไซต์โดยตรง และมีแอดมินของเว็บไซต์ ช่วยเหลือหรือดำเนินการแทนเว็บไซต์ เช่น กรณีปัญหาเกี่ยวกับการสมัคร การทำธุรกรรมทางการเงิน การให้คำแนะนำเชิญชวน ให้เล่นการพนันออนไลน์ในเว็บไซต์ดังกล่าว

อีกทั้งมีการใช้เส้นทางการเงินในรูปแบบเปิดบัญชีธนาคารรองรับการโอนเงินเข้าระบบ ให้ยากต่อการติดตาม มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายเว็บพนันรายนี้ จำนวน 5 ราย ก่อนขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายค้นเป้าหมายและเข้าจับกุมตัวผู้กระทำผิดไว้ได้รวม 6 ราย พร้อมของกลางทั้งหมด

โดยตำรวจดำเนินคดีผู้กระทำผิดทั้งหมดในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

ตำรวจไซเบอร์จับเว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี

การทลายเครือข่าย เว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี ครั้งนี้ ถือเป็นผลงานสำคัญของตำรวจไซเบอร์ ในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี มีผู้เล่นจำนวนมาก การจับกุมครั้งนี้จึงเป็นการตัดวงจรอาชญากรรม และป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อของการพนันออนไลน์เพิ่มขึ้น

ทำไมตำรวจไซเบอร์ถึงจับเว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี?

การพนันออนไลน์เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และสร้างผลกระทบต่อสังคมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สิน อาชญากรรม และการมอมเมาเยาวชน ทางตำรวจจึงต้องดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องประชาชนและสังคมโดยรวม

ผลกระทบของการจับกุมเว็บพนันต่อสังคม

  • ลดปัญหาอาชญากรรม: เว็บพนันมักเป็นแหล่งฟอกเงิน และเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมอื่นๆ การจับกุมจึงช่วยลดปัญหาอาชญากรรมโดยรวม
  • ป้องกันเยาวชน: การพนันเป็นสิ่งไม่ดีสำหรับเยาวชน การปราบปรามเว็บพนันช่วยปกป้องเยาวชนจากอบายมุข
  • สร้างสังคมที่ปลอดภัย: การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ช่วยสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ข้อคิดเกี่ยวกับการพนันออนไลน์

การพนันออนไลน์เป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน และอาจนำไปสู่ปัญหามากมาย การลงทุนและความพยายามในด้านอื่นๆ ที่สร้างสรรค์กว่า จะนำมาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืนมากกว่า

ที่มา – ตำรวจไซเบอร์จับเว็บพนันย่านนนทบุรี ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 130 ล้านต่อปี

MAZDA 2 PRIME: ลากขายสิบกว่าปี แต่ยังน่าใช้ไหม?

Mazda ยังคงทำการตลาดด้วยลูกเล่นที่หลากหลาย โดยปรับปรุงโฉม MAZDA 2 PRIME อย่างต่อเนื่อง ในราคาเริ่มต้น 5 แสนบาท มาพร้อมเครื่องยนต์สกายแอคทีฟจี เบนซิน ระบบความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ระบบเชื่อมต่อโซเชียลมีเดีย เทคโนโลยี Mazda Connect และระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ในราคาเริ่มต้น 529,000 บาท แล้วทำไม MAZDA 2 PRIME ถึงยังน่าใช้อยู่?

Mazda 2 Prime ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร 1,299 ซีซี แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 6 สปีด SkyActiv Drive ผสานเทคโนโลยี SkyActiv G ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mazda ที่ใช้ใน Mazda 2 รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่มองหารถเล็กราคาประหยัด รุ่น Prime จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่ารุ่นดีเซลที่มีราคาสูงถึง 7 แสนบาท

ภายในห้องโดยสารของ Mazda 2 เวอร์ชันประหยัด ยังคงความลงตัวในแบบรถเล็ก เบาะผ้าให้ความรู้สึกสปอร์ต พวงมาลัยและหน้าปัดที่คุ้นเคยจาก Mazda 3 รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น มาตรวัด ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบปุ่มหมุน และจอแสดงผลมัลติฟังก์ชั่น ซุ้มเกียร์ และงานดีไซน์ภายใน ยังคงคล้ายคลึงกับ Mazda 3

ห้องโดยสารเน้นความเรียบง่าย ไม่มีจอภาพ ไม่มีกล้องถอย มีเพียงจอเล็กๆ สำหรับระบบวิทยุและการเชื่อมต่อ Bluetooth ช่องเสียบ USB/A ช่องจ่ายไฟ 12V เบาะหุ้มผ้าที่อาจดูแลรักษายาก พวงมาลัยสามก้านหุ้มไวนิล ปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแบบหมุนที่ใช้งานได้จริง พื้นที่เบาะหลังมีขนาดพอเหมาะกับรถเล็ก มาตรวัดและคันเกียร์ รวมถึงปุ่มโหมดสปอร์ต ออกแบบมาได้ดี

MAZDA 2 PRIME: ลากขายสิบกว่าปี แต่ยังน่าใช้ไหม?

Mazda 2 Prime ให้ความคล่องตัวในการขับขี่ในเมืองที่มีพื้นที่จำกัด ระบบ Auto Start/Stop (i-Stop) จะดับเครื่องยนต์เมื่อรถหยุดนิ่งเพื่อลดมลพิษและประหยัดเชื้อเพลิง อย่างไรก็ตาม ในสภาพอากาศร้อน i-Stop อาจทำงานเพียงชั่วครู่ เครื่องยนต์จะสตาร์ทใหม่โดยอัตโนมัติเมื่ออุณหภูมิในห้องโดยสารสูงขึ้น หากไม่ชอบการทำงานของ i-Stop สามารถปิดระบบได้ด้วยสวิตช์ที่อยู่บริเวณพวงมาลัย

เครื่องยนต์ 1.3 ลิตร SkyActiv G มีอัตราสิ้นเปลืองในการขับทดสอบประมาณ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อย Co2 100 กรัมต่อกิโลเมตร และผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสีย EURO-5 จุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่งในกลุ่ม B-Car และ Eco-Car คือ ระบบส่งกำลังอัตโนมัติทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีด ในขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้เกียร์ CVT นอกจากนี้ ยังมีระบบ i-Stop และ i-ELOOP แต่ Mazda 2 Prime ไม่มี MZR Connect, Center Commander, Active Driving Display, หรือกล้องถอยหลัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีใน Mazda 2 เบนซินรุ่นที่สูงกว่า

MAZDA 2 PRIME มีการขับขี่ที่โดดเด่น พวงมาลัยแม่นยำ การยึดเกาะถนนดี เทคโนโลยี SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS และ G-VECTORING CONTROL ช่วยลดอาการโคลงตัว ความแตกต่างระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลคือ แรงบิดในรุ่นดีเซลที่สูงกว่า และอัตราสิ้นเปลืองที่ต่ำกว่า แต่รุ่นเบนซินมีน้ำหนักเบากว่าเกือบ 200 กิโลกรัม ทำให้สมรรถนะโดยรวมไม่ด้อยกว่ารุ่นดีเซลมากนัก

Mazda 2 Prime มีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น ช่วงล่างที่ดี ท่านั่งที่กระชับ เบาะที่นั่งสบายสำหรับการขับทางไกล คันเร่งไฟฟ้าที่ตอบสนองได้ดี และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร SkyActiv G ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด SkyActiv Drive ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าเทคโนโลยีของรถจะเปิดตัวมานานแล้ว แต่การเปิดตัวรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT ในงาน Japan Mobility Show 2025 แสดงให้เห็นถึงอนาคตของ Mazda 2 ที่อาจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป

โหมดสปอร์ตใน MAZDA 2 PRIME ปรับอัตราทดเกียร์ให้ตอบสนองต่อการขับขี่ที่รวดเร็วขึ้น โดยใช้เกียร์ 1 ถึง 4 เพื่อเน้นแรงบิดสูงสุดในย่าน 1,250-4,000 รอบต่อนาที การออกแบบเครื่องยนต์ขนาดเล็ก 1,299 ซีซี ให้มีสมรรถนะที่เพียงพอ เกิดจากการลดน้ำหนักตัวรถให้เหลือเพียง 1 ตัน ทำให้ Mazda 2 Prime มีความคล่องตัวในการขับขี่

การเลือกใช้เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 6 สปีดยังคงรักษาความสปอร์ตของ Mazda ไว้ เกียร์ SkyActiv Drive ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบกับเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ที่ใช้หัวฉีดไดเรคอินเจคชั่น ฝาสูบแบบใหม่ และเพลาข้อเหวี่ยงที่แข็งแรง กำลัง 93 แรงม้าอาจไม่สูงมากนัก แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่เบา ทำให้ Mazda 2 ตอบสนองต่อการเข้าโค้งได้เป็นอย่างดี

ทำไม MAZDA 2 PRIME ยังน่าใช้อยู่?

ผู้ที่เลือกซื้อ Mazda 2 Prime น่าจะพอใจกับสมรรถนะและอุปกรณ์ที่ได้รับ เมื่อเทียบกับราคา 529,000 บาท เป็นรถที่ขับได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ราคาของรุ่นต่ำสุดเครื่องยนต์เบนซิน เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เป็นรถเล็กที่ไม่มีแม้แต่กล้องถอย แต่ให้การเกาะถนนที่ดีและขับสนุก

มันส์แค่ไหน ดูเส้นทางกันเอาเอง อยากได้ แล้วเอาไปใส่จอใหญ่ๆ เอง กะทะเหล็กครอบฝาพลาสติก มากับยางบ้านๆ แต่เกาะโคตร ผมแกล้งสบัดแบบจงใจในโค้งก็ยังไม่เซ เครื่อง Sky G ออกมาจะ 14 ปีแล้ว อาศัยเบาและมีอัตราทดเกียร์เหมาะสม พวงมาลัยดี ช่วงล่าง ไม่ต้องพูดถึง เพราะแบรนด์นี้บ้าไดนามิกส์อย่างจัด รถก็ลากขายมานานมากแล้ว แต่ยังมันส์เหมือนเดิม สรุป อยากได้เอามาแต่งเล่นจริงๆแหละ.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

MAZDA 2 PRIME อาจไม่ใช่รถที่สมบูรณ์แบบ แต่ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ สมรรถนะที่ดี และความสนุกในการขับขี่ ทำให้ยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ขนาดเล็ก

ที่มา – ลากขายสิบกว่าปี แต่…ยังดีเหมือนเดิม รีวิวทดสอบ MAZDA 2 PROME 5 แสน ทำไมน่าใช้

เพื่อไทยขีดเส้น อนุทิน ปราบสแกมเมอร์ 1 เดือน!

“เพื่อไทย” ขีดเส้น “อนุทิน” 1 เดือน ปราบสแกมเมอร์ ก่อนยุบสภา ให้หยุดสร้างภาพ ต้องขึงขังปฏิบัติจริง จี้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง Prince Group เร็วที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่บางพรรคการเมืองชื่นชมผลการเข้าร่วมประชุมเอเปคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยว่า พรรคเพื่อไทยมีมุมมองแตกต่าง โดยเฉพาะเรื่องมาตรการปราบสแกมเมอร์ที่รัฐบาลประกาศเป็นผู้นำปราบแก๊งสแกมเมอร์ระดับโลก แต่ทำได้เพียงสร้างภาพ ขาดการปฏิบัติจริง ปล่อยให้กลับมาเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ใช้เวทีโลกอย่างอาเซียนและเอเปกผลักดันความร่วมมือเชิงรูปธรรม ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งปราบสแกมเมอร์ใน 30 วัน ก่อนยุบสภา ไม่ต้องรอ 4 เดือน ต่อยอดจากกลไกที่รัฐบาลเพื่อไทยวางไว้คือ 1.ให้รัฐบาลแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ แฉถูกแก๊งสแกมเมอร์เสนอสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือน แลกไม่ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เคยบอกจะสรุปผลสิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา 2.ดำเนินคดีบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวกับบริษัท Prince Group เร็วที่สุด

3. รัฐบาลต้องเอาคืนที่ถูกเหล่าอาชญากรยึดไปคืนให้ประชาชนมากที่สุด ใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระงับบัญชีม้า 4.เดินหน้าความร่วมมือปราบสแกมเมอร์ 3 ฝ่าย ไทย-จีน-กัมพูชา พัฒนาจากโมเดลความร่วมมือ ไทย-จีน-เมียนมา ที่รัฐบาลเพื่อไทยริเริ่มไว้ และมาตรการตัดไฟ ตัดเน็ต ตัดการขนน้ำมัน เข้มงวดปิดกั้นเส้นทางธรรมชาติทางชายแดนด้วย รัฐบาลต้องหยุดเล่นการเมืองบนความมั่นคงของชาติ ถึงเวลาต้องทำจริง ไม่ใช่สร้างภาพตามกระแส

เพื่อไทยขีดเส้น อนุทิน ปราบสแกมเมอร์ 1 เดือน

พรรคเพื่อไทยออกมาขีดเส้นตายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เร่งดำเนินการปราบสแกมเมอร์ภายใน 1 เดือนก่อนที่จะมีการยุบสภา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติจริงมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group อย่างรวดเร็วที่สุด

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้แถลงถึงประเด็นดังกล่าว โดยแสดงความเห็นต่างจากพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ชื่นชมผลงานการเข้าร่วมประชุมเอเปคของนายอนุทิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปราบสแกมเมอร์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่ารัฐบาลยังขาดความจริงจังในการแก้ไขปัญหา

ข้อเสนอแนะเพื่อเร่งการปราบสแกมเมอร์

พรรคเพื่อไทยได้เสนอแนะแนวทางในการเร่งปราบสแกมเมอร์ โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ให้รัฐบาลแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ถูกแก๊งสแกมเมอร์เสนอสินบน
  • ดำเนินคดีบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Prince Group อย่างรวดเร็ว
  • รัฐบาลต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ถูกยึดไปคืนให้กับประชาชน โดยใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
  • เดินหน้าความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศจีนและกัมพูชา เพื่อปราบสแกมเมอร์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เข้มงวดในการปิดกั้นเส้นทางธรรมชาติทางชายแดน เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงของแก๊งสแกมเมอร์

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดการเล่นการเมืองบนความมั่นคงของชาติ และหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

สถานการณ์การหลอกลวงออนไลน์หรือการสแกมยังคงเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อสังคมไทย การมีมาตรการที่เข้มงวดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมเหล่านี้ การที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาจึงเป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน เพราะการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะส่งผลดีต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว

ที่มา – “เพื่อไทย” ขีดเส้น“อนุทิน” ปราบสแกมเมอร์ 1 เดือน จี้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด

ธรรมนัสปูดมีไลน์แฉเรื่องสลากฯ ไม่อยากทำลาย!

“ธรรมนัส”ปูดมีไลน์แฉเรื่องโควตากองสลากฯ แค่ไม่อยากพูด ยืนยัน 5 เสือถูกทำลายตั้งแต่รัฐประหารปี 57 แล้ว

วันที่ 4 พ.ย.68 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปฏิเสธตอบผู้สื่อข่าว กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งโควตาขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์หายไปจากระบบ

โดยร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า วันนี้เจ็บตา พูดไม่ได้ พร้อมถามว่าทำไมมีจังหวะพอดีที่จะถามตนตลอด ก่อนจะระบุว่าในเรื่องโควตากองสลากตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 กลุ่ม “5 เสือกองสลาก” ถูกทำลายไปหมดแล้ว เป็นอวสานในอาชีพการขายสลาก แต่หลังจากนั้นยังมีการซื้อมาขายไปเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงไม่ทราบเรื่องโควตาสลากและไม่สามารถให้ข้อมูลได้ พร้อมระบุว่า ยังมีไลน์ที่คุยกับน้องบางคนที่ออกมาแฉเรื่องสลาก แต่ไม่อยากจะไปทำลาย

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากมีหลักฐานเหตุใดไม่ดำเนินคดีเด็ดขาด ร้อยเอกธรรมนัส ย้อนถามกลับว่ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ดำเนินคดี แต่ไม่ได้พูดมากกว่า

ธรรมนัสปูดมีไลน์แฉเรื่องสลากฯ แต่ไม่อยากทำลาย

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยกล่าวถึงการมีข้อมูลในลักษณะ “ไลน์แฉ” เกี่ยวกับเรื่องสลาก แต่เลือกที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านั้นออกมา ทำให้เกิดคำถามและความสงสัยในสังคมเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องนี้

ประเด็นที่น่าสนใจ: ธรรมนัสปูดมีไลน์แฉเรื่องสลากฯ

การที่รองนายกรัฐมนตรีออกมากล่าวถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ ย่อมมีนัยสำคัญบางอย่างที่ต้องการสื่อสารไปยังสังคม การที่บอกว่ามีข้อมูลแต่ไม่อยากทำลาย อาจตีความได้หลายแง่มุม เช่น

  • การปกป้องบุคคลที่เกี่ยวข้อง: อาจมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ที่ร้อยเอกธรรมนัสต้องการปกป้อง ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเปิดเผยข้อมูล
  • ความซับซ้อนของปัญหา: เรื่องราวเบื้องหลังอาจมีความซับซ้อนเกินกว่าที่จะเปิดเผยได้ในขณะนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย
  • การส่งสัญญาณไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย: การออกมาพูดเช่นนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการสลาก ให้ตระหนักถึงความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัสยังได้ยืนยันว่ากลุ่ม “5 เสือกองสลาก” ได้ถูกทำลายไปตั้งแต่การรัฐประหารปี 2557 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงการสลากที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การที่ยังคงมีประเด็นเรื่อง “ไลน์แฉ” เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าปัญหาอาจไม่ได้หมดไปอย่างสิ้นเชิง และยังคงมีเรื่องราวที่รอการเปิดเผยอยู่

ประเด็นที่น่าติดตามคือ ทำไมร้อยเอกธรรมนัสถึงไม่อยากทำลาย? การออกมาพูดเช่นนี้จะส่งผลกระทบต่อวงการสลากอย่างไร? และมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้? สิ่งเหล่านี้ยังคงเป็นคำถามที่รอคำตอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

การที่เรื่องราวของ ธรรมนัสปูดมีไลน์แฉเรื่องสลากฯ กลายเป็นข่าว ทำให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในวงการสลาก และต้องการให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้การจำหน่ายสลากเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

สุดท้ายนี้ การออกมาเปิดเผยข้อมูลเพียงบางส่วนของร้อยเอกธรรมนัส ทำให้สังคมต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต และหวังว่าเรื่องราวที่ถูกซ่อนไว้จะถูกเปิดเผยออกมาในที่สุด เพื่อให้เกิดความกระจ่างและความยุติธรรมในสังคม

ที่มา – “ธรรมนัส”ปูดมีไลน์แฉเรื่องสลากฯ แต่ไม่อยากทำลาย ยัน 5 เสือถูกทำลายไปหมดแล้ว

บิ๊กเล็ก มอบ บิ๊กดุลย์ ตรวจสอบโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก

“บิ๊กเล็ก” มอบ “บิ๊กดุลย์” แก้ปัญหาโควตาสลาก องค์การทหารผ่านศึก ยืนยันไม่นิ่งนอนใจ สั่งแก้ไขปัญหาแล้วลั่น บอกฝ่ายค้านไม่ต้องตามหา

วันที่ 4 พ.ย. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก หรือ อผศ. ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า โควตาถูกโอนไปอยู่ในมือบุคคลอื่นว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบในรายละเอียด เพราะในช่วงที่เป็นรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มอบหมายให้พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าไปดูปัญหา และพลโท อดุลย์ ก็เป็นผู้อาสาเข้าไปดูปัญหาในเรื่องนี้ เนื่องจากท่านเป็นผู้มีความรู้ในเรื่องนี้ และ ผอ.อผศ. ก็เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับท่าน

ส่วนจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหรือไม่ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ให้ความสนใจ และฝ่ายค้านกำลังโจมตีเรื่องนี้ พลเอก ณัฐพล ระบุว่า ทางกระทรวงกลาโหมให้ความสนใจ และให้ความสำคัญ ซึ่งตนเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่ประเทศมาเลเซีย ขอให้รอสักนิด เชื่อว่าไม่นาน  หากพบผู้กระทำความผิดจะมีการดำเนินการเช่นไรนั้น พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ต้องแก้ไข ซึ่งหากพบว่า เป็นเจ้าหน้าที่ ก็มีกฎกติกาที่ต้องดำเนินการ ไม่มีใครอยู่เหนือกติกาได้

เมื่อถามย้ำว่า กรณีที่ สส. ฝ่ายค้าน โพสต์เฟซบุ๊กตามหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะมีโอกาสไปพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาหรือไม่ พลเอก ณัฐพล กล่าวว่า ไม่ต้องตาม ยืนยันแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว และได้สั่งการไปแล้ว และพร้อมจะไปพูดคุยหากฝ่ายค้านเชิญมา โดยจะมอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไปชี้แจง เพราะมีความเข้าใจในเรื่องนี้ดี

บิ๊กเล็ก มอบ บิ๊กดุลย์ ตรวจสอบโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก

จากกรณีข่าวร้อนแรงเรื่อง บิ๊กเล็ก มอบ บิ๊กดุลย์ ตรวจสอบโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก ทำให้เกิดความสนใจในวงกว้าง ทั้งในแวดวงการเมืองและประชาชนทั่วไป ประเด็นหลักอยู่ที่การตรวจสอบการจัดสรรโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่มีการร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสและการกระจายโควตาที่ไม่เป็นธรรม

ทำไมเรื่องโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึกถึงสำคัญ?

เรื่องนี้มีความสำคัญเนื่องจากเกี่ยวข้องกับสิทธิและผลประโยชน์ของทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ การจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ทหารผ่านศึกได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง การตรวจสอบโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก จึงเป็นเรื่องที่สังคมควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด

การมอบหมายให้ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของกระทรวงกลาโหมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พลโท อดุลย์ เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและมีความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี การที่ ผอ.อผศ. เป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับท่าน ก็อาจช่วยให้การประสานงานและความร่วมมือเป็นไปได้ด้วยดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความโปร่งใสและเป็นธรรมในการตรวจสอบยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือท่าทีของฝ่ายค้านที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และพร้อมที่จะตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล การที่ สส. ฝ่ายค้านโพสต์เฟซบุ๊กตามหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย

การแก้ไขปัญหาโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และผลประโยชน์ของทหารผ่านศึกเป็นสำคัญ เชื่อว่าปัญหานี้จะสามารถคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีได้

ดังนั้น การตรวจสอบอย่างละเอียดและการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน รวมถึงทหารผ่านศึกเอง และนี่คือจุดเริ่มต้นของการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” มอบ “บิ๊กดุลย์” ตรวจสอบโควตาสลากองค์การทหารผ่านศึก

ชายแดนโคกสูงวันนี้: สถานการณ์ยังสงบ

สถานการณ์บริเวณชายแดน อ.โคกสูง ในวันนี้ยังคงเป็นไปอย่างสงบ กองกำลังบูรพาได้ใช้โดรนในการสำรวจบริเวณชายแดนบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ไม่พบความผิดปกติใดๆ รวมถึงไม่มีทหารกัมพูชาออกมาในลักษณะที่สร้างความกังวลเหมือนเช่นที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศ โดยใช้โดรนบินสำรวจพื้นที่ชายแดน บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับประเทศกัมพูชา การลาดตระเวนนี้มีจุดประสงค์เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและประเมินสถานการณ์ความมั่นคงในภาพรวม

ผลจากการบินสำรวจในช่วงเช้า พบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาออกมาแสดงท่าทีใดๆ ที่เป็นการบันทึกภาพหรือรายงานสถานการณ์ฝั่งไทย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กัมพูชายังคงประจำจุดตามปกติบริเวณเพิงพัก เพื่อปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของตนเอง

ในส่วนของบรรยากาศฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะหมู่บ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือการรวมตัวของประชาชนที่ผิดปกติ ชาวบ้านยังคงดำเนินชีวิตประจำวันตามปกติ

เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพายังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการรายงานความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของสถานการณ์บริเวณชายแดน อ.โคกสูง ช่วงบ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านหนองจานนั้น ยังคงอยู่ในสภาวะที่สงบ ไม่พบเหตุการณ์ผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดความตึงเครียด

ชายแดน อ.โคกสูง สถานการณ์ยังสงบ

ถึงแม้สถานการณ์ชายแดน อ.โคกสูง ในช่วงนี้จะสงบ แต่กองกำลังบูรพาก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด มีการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ การใช้โดรนในการลาดตระเวนทางอากาศเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนที่กว้างขวาง ทำให้สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติได้รวดเร็วและแม่นยำ

การลาดตระเวนทางอากาศบริเวณชายแดน อ.โคกสูง

การลาดตระเวนทางอากาศด้วยโดรนเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดนที่กองกำลังบูรพาใช้เพื่อประเมินสถานการณ์และรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่กัมพูชาบริเวณชายแดนก็เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ถึงแม้ในวันนี้จะไม่มีการบันทึกภาพหรือรายงานสถานการณ์ฝั่งไทยเหมือนเช่นที่ผ่านมา แต่การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

  • การลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง
  • การใช้เทคโนโลยีในการเฝ้าระวัง
  • การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สถานการณ์ที่ชายแดน อ.โคกสูง อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาความมั่นคงของประเทศ

การที่สถานการณ์ในวันนี้ยังคงสงบเป็นผลมาจากความร่วมมือและการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม เราไม่ควรประมาทและควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – ชายแดน อ.โคกสูง สถานการณ์ยังสงบ ไม่พบ “ทหารกัมพูชา” ยืนสอดแนม-ถ่ายรูปฝั่งไทย

หงส์ไทย ชี้แจง ผลิตภัณฑ์ใช้ได้ตามปกติ หลังเก็บล็อตที่มีปัญหาหมดแล้ว

หงส์ไทย ชี้แจง ผลิตภัณฑ์ใช้ได้ตามปกติ ล็อตที่มีปัญหาเก็บหมดแล้ว พร้อมจะดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิตและมาตรฐานโรงงานให้ถูกต้อง

บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตยาดมเจ้าดังยี่ห้อ “หงส์ไทย” ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก บริษัทสมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด-เพจสำนักงานใหญ่ โดยระบุดังนี้

ในฐานะผู้ผลิตยาดม “หงส์ไทย” บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงตามแถลงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดังนี้

  1. สธ. และ อย. ได้ดำเนินการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายอย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคโดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง
  1. สาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากการตรวจพบความผิดปกติในบางตัวอย่างผลิตภัณฑ์ จึงได้มีการขยายผลตรวจสอบไปยังสถานที่ผลิตที่เกี่ยวข้อง
  2. สธ. และกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานการผลิตยาดมสมุนไพรไทยให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น เพื่อคงไว้ซึ่งชื่อเสียงของสินค้าส่งออกของประเทศไทย
  3. สำหรับผู้บริโภคที่สอบถามถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ยาดม “หงส์ไทย” ทาง อย. ยืนยันว่าสามารถใช้ได้ตามปกติ เนื่องจากล็อตที่พบปัญหาได้ถูกเรียกเก็บคืนทั้งหมดแล้ว ส่วนล็อตอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงสามารถใช้ได้อย่างมั่นใจ

บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน และขอยืนยันว่าจะดำเนินการปรับปรุงกระบวนการผลิตและมาตรฐานโรงงานให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการ โดยให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่

หงส์ไทย ชี้แจง ผลิตภัณฑ์ใช้ได้ตามปกติ

ที่มา: https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10004879