วัน: 8 พฤศจิกายน 2025

“สมศักดิ์” สั่ง ส.ส. สุโขทัยติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

“สมศักดิ์” กำชับ 2 สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใกล้ชิด ยัน ไม่ทิ้งปัญหาน้ำท่วม เผย กำลังเดินหน้าโครงการยมฝั่งขวา ช่วยระบายน้ำมากขึ้น

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยว่า น้ำจากลำน้ำแม่มอก แม่รำพัน ที่ล้นอ่างเก็บน้ำ จากพายุคัลแมกี ทำให้น้ำล้นสปินเวย์เข้าท่วมชุมชน และพื้นที่การเกษตรในหลายจุด ทั้งในอ.ทุ่งเสลี่ยม และอ.เมืองสุโขทัย ส่งผลให้ต้องปิดเส้นทางจราจรในหลายแห่ง โดยผลกระทบระหว่างวันที่ 1-7 พ.ย.68 มีจำนวน 7 อำเภอ 48 ตำบล 311 หมู่บ้าน 11,752 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 27,728 ไร่ ปศุสัตว์ 4,000 ตัว โรงเรียน 14 แห่ง ถนน 70 สาย รวมถึงมีพี่น้องประชาชน เข้ามาแจ้งความเดือดร้อนในเฟซบุ๊กส่วนตัวตนเป็นจำนวนมาก จึงได้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยแก้ปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้อย่างเต็มที่

กำชับ 2 สส. สุโขทัยเกาะติด

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสุโขทัย ส่วนใหญ่อยู่ในเขต 1 และ เขต 3 ตนได้กำชับ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ และ น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 และเขต 3 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ประสานงานร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นการเร่งด่วน ซึ่งตนเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนและพยายามแก้ปัญหาน้ำท่วมจังหวัดสุโขทัยมาโดยตลอด ไม่เคยทอดทิ้งปัญหา โดยล่าสุด ตนก็กำลังผลักดันโครงการยมฝั่งขวา ที่เพิ่งได้รับงบประมาณมา ซึ่งจะช่วยทำให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม สู่ทุ่งรับน้ำปากพระ

ฝากผลักดันจุดพักน้ำ

“เรื่องปัญหาน้ำท่วมสุโขทัย มีมาอย่างยาวนานและปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งแพร่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เป็นพื้นที่รับน้ำของลุ่มน้ำยมก่อนจะถึงภาคกลาง โดยส่วนตัวมองถึงระบบชลประทานในภาพรวม จุดพักน้ำ การเชื่อมโยงแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ซึ่งยังไม่เพียงพอ การศึกษาโครงการมีมากมาย แต่ต้องฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งผลักดันโครงการอย่างจริงจัง รวมถึงการให้การช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรโดยเร่งด่วน นอกจากนั้นยังได้ให้ ส.ส.สุโขทัย ทั้ง 4 เขต ของพรรคเพื่อไทย ประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมเพิ่มประสิทธิภาพชลประทานโดยละเอียด ซึ่งต้องยอมรับว่าในการดำเนินงานนั้นมีขั้นตอนจำนวนมาก กว่าจะได้รับงบประมาณมา ผมจึงได้กำชับให้ศึกษาพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ผลักดันงบให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด“ นายสมศักดิ์ กล่าว

สถานการณ์น้ำท่วม สุโขทัย

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะการผลักดันโครงการยมฝั่งขวา เพื่อช่วยในการระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

โครงการยมฝั่งขวาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม

โครงการยมฝั่งขวา ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่

การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่มา – “สมศักดิ์” กำชับ 2 สส.สุโขทัย ติดตามน้ำท่วมใกล้ชิด เผยกำลังเดินหน้าโครงการยมฝั่งขวา ช่วยระบายน้ำ

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร ไข่ต้ม กล้วย กินพร้อมกับกาแฟได้ไหม

กาแฟ เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมที่หลายคนดื่มเพื่อเพิ่มพลังและความสดชื่น แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิดไม่เหมาะกับการกินพร้อมกับกาแฟ เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร ประเด็นนี้อาจมีหลายคนคิดไม่ถึง โดยเฉพาะคนที่กินอาหารพร้อมกาแฟมาเกือบตลอด และทุกวันนี้ก็ยังมีสุขภาพที่โอเค ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนให้เห็น ทว่าจริง ๆ แล้ว การดื่มกาแฟคู่กับอาหารบางชนิดอาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร ทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพที่หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ความเรื้อรังอาจสร้างโรคให้ร่างกายได้ในที่สุด ดังนั้น ลองมาเช็กกันหน่อยดีกว่าว่า กาแฟห้ามกินกับอะไรพร้อม ๆ กัน จะได้ปรับก่อนป่วย

อาหารที่ไม่ควรกินคู่กับกาแฟ

          อาหารบางชนิดอาจไม่เหมาะที่จะกินพร้อมกับกาแฟทันที เช่น 

ไข่ต้ม 

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

กินกาแฟกับไข่ต้ม เชื่อว่าหลายคนจับคู่อาหารเช้าแบบนี้มาแสนนาน ทว่านับจากนาทีนี้ไปเลี่ยงเลยดีกว่า เพราะคาเฟอีนในกาแฟจะไปจับตัวกับสารซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ในไข่ต้ม ส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย และอาจทำให้เกิดอาการร้อนท้อง ท้องอืด จากการมีแก๊สในกระเพาะมากเกินไปได้ด้วย หากอยากกินไข่คู่กับกาแฟ ควรรับประทานไข่ดาวหรือไข่เจียวแทนดีกว่า

อาหารไขมันสูง 

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

 เพราะในกาแฟที่ไม่ผ่านการกรอง เช่น กาแฟสำเร็จรูป กาแฟชนิดแคปซูล จะมีสารในกลุ่มไดเทอร์พีนที่ส่งผลต่อระดับไขมัน LDL ในเลือดอยู่ เมื่อดื่มกาแฟคู่กับอาหารไขมันสูง เช่น เบคอน เนื้อสัตว์ติดมัน เมนูทอดต่าง ๆ ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น ดังนั้น คนที่มีระดับไขมันในเลือดสูงอยู่แล้วก็ควรเลี่ยงการดื่มกาแฟกับอาหารเหล่านี้ไว้เลย

ถั่วเมล็ดแห้ง 

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

  ถั่วเมล็ดแห้ง หรือธัญพืช เช่น อัลมอนด์ เมล็ดงา ข้าวโอ๊ต จมูกข้าวสาลี ซึ่งเป็นอาหารที่มีธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม ปกติร่างกายก็ดูดซึมธาตุเหล็กชนิดนี้ได้น้อยอยู่แล้ว แต่ถ้าดื่มกาแฟพร้อมอาหารหรือหลังรับประทานถั่วเมล็ดแห้ง สารแทนนินในกาแฟจะยิ่งเข้าไปขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กของร่างกาย ดังนั้น จึงควรกินคนละช่วงเวลากัน เพื่อให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้อย่างเต็มที่

อาหารที่มีสังกะสี (Zinc) สูง 

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

เช่น อาหารทะเลเปลือกแข็ง อาทิ หอยนางรม หรือเนื้อแดง ไข่ นม โฮลเกรน เห็ด เมล็ดพืช มันเทศ มันหวาน รวมไปถึงดาร์กช็อกโกแลต เพราะคาเฟอีนอาจขัดขวางการดูดซึมสังกะสีของร่างกาย

นม และผลิตภัณฑ์จากนม 

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

นมหรือโยเกิร์ตเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูง ซึ่งหากกินคู่กับกาแฟ คาเฟอีนจะทำให้การดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายมีประสิทธิภาพน้อยลง อีกทั้งจะขับแคลเซียมที่ได้จากอาหารออกไปพร้อมกับปัสสาวะ ร่างกายจึงได้รับแคลเซียมน้อยลงไปด้วย

ชา

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

  ชากับกาแฟต่างก็มีทั้งคาเฟอีนและสารแทนนิน ถ้าดื่มพร้อมกัน หรือนำมาผสมกัน ก็เสี่ยงจะได้รับปริมาณคาเฟอีนมากขึ้นได้ ซึ่งการได้รับคาเฟอีนที่มากเกินไปก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

          เพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและเพิ่มความดันโลหิตได้เหมือนกัน จึงอาจทำให้เกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ หากดื่มกาแฟที่ผสมแอลกอฮอล์ หรือดื่มเครื่องดื่มสองชนิดนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน

กินกล้วยกับกาแฟได้ไหม

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

นอกเหนือจากอาหารแล้ว กล้วยกับกาแฟก็เป็นประเด็นที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะในกลุ่มคนลดน้ำหนักที่มักจะกินกาแฟดำกับกล้วยเป็นมื้อเช้า ซึ่งก็สามารถรับประทานได้ตามปกติเลยค่ะ แต่ควรเลือกดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ครีมเทียม ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจากกล้วยก็เพียงพอ

กินกาแฟหลังอาหารกี่นาทีดี

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร

 หากใครรับประทานอาหารที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เช่น อาหารที่มีธาตุเหล็ก อาหารที่มีสังกะสี ถั่ว ไข่ต้ม และอยากดื่มกาแฟต่อ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรรอสัก 2 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหารแล้วค่อยดื่มกาแฟ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาย่อยและดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่กินไปอย่างเต็มที่ ไม่ถูกคาเฟอีนในกาแฟขัดขวางการดูดซึมค่ะ 

          อย่างไรก็ดี อาหารเหล่านี้ก็เป็นเพียงคำแนะนำให้เลี่ยงการกินพร้อมกับกาแฟเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ถึงกับห้ามกินอย่างเด็ดขาดไปเลย เพราะร่างกายแต่ละคนก็มีการตอบสนองต่อคาเฟอีนที่ต่างกัน รวมไปถึงสภาพร่างกายก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้น บางคนอาจไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกติอะไร หรือไปตรวจสุขภาพก็ยังปกติดีอยู่ แต่หากมีโรคประจำตัว หรือกินยา-วิตามินบางตัวเป็นประจำ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรให้ชัดไปเลยดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก : คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์สำนักโภชนาการ กรมอนามัยwebmd.commedicalnewstoday.com

ที่มา: https://health.kapook.com/view279785.html

บิ๊กเล็กลงศรีสะเกษ ตรวจชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งให้กำลังใจทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สวมชุดสนามและเสื้อกั๊ก MoD ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนด้วยตนเอง สร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำฐานปฏิบัติการสำคัญต่างๆ ได้แก่ ฐานปฏิบัติการภูมะเขือ ฐานปฏิบัติการพลาญยาว และฐานปฏิบัติการป้อมปูน ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี

พลเอก ณัฐพล ได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์จาก พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และ พลตรี สมภพ ภาระเวช ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ซึ่งได้รายงานภาพรวมการปฏิบัติการ รวมถึงแนวทางการเฝ้าระวังสถานการณ์บริเวณชายแดน เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของทหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด

บิ๊กเล็กลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ ตรวจความพร้อมกำลังพล

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ให้ความสำคัญกับการพูดคุยและสอบถามความเป็นอยู่ของกำลังพลอย่างใกล้ชิด โดยได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับทหารประจำฐานปฏิบัติการ พร้อมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อใช้สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น

นอกจากนี้ พลเอก ณัฐพล ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสวัสดิการ ขวัญ และกำลังใจของกำลังพลในทุกระดับ โดยกำชับให้หน่วยกำลังรบให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อให้กำลังพลมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงตามแนวชายแดนต่อไป

การลงพื้นที่ตรวจชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนและการให้ความสำคัญกับสวัสดิการของทหารกล้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ การตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจทหารเป็นประจำ จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่กำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ

การปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามแนวชายแดน ถือเป็นภารกิจที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศ การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ทหารเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมควรให้ความสำคัญ เพื่อให้พวกเขามีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติสืบไป

สรุปได้ว่า การลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักเพื่อปกป้องประเทศชาติ รวมถึงการติดตามสถานการณ์และความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” ลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ ตรวจความพร้อมฐานปฏิบัติการ และให้กำลังใจทหาร

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี เดินป่าชมน้ำตกสวย ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เอาใจสายลุย

  น้ำตกโกรกอีดก ที่เที่ยวสระบุรี ชวนไปเที่ยวเดินป่า ศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ตามล่าหาเห็ดแชมเปญสีส้ม ชมความงามของน้ำตกโกรกอีดก ใครเป็นสายแอดเวนเจอร์ต้องไม่พลาด

 จังหวัดสระบุรี นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางของประเทศไทย มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม พวกวัดวาอารามต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติอย่างน้ำตกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นก็คือ น้ำตกโกรกอีดก น้ำตกที่สวยและสูงอีกแห่งหนึ่งในภาคกลาง ถือเป็นที่เที่ยวสุด Unseen ของจังหวัดสระบุรี ที่รอให้นักท่องเที่ยวสายลุยได้บุกป่าฝ่าดงไปสัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ น้ำตกโกรกอีดก สถานที่ท่องเที่ยวสระบุรีให้มากขึ้นกัน

น้ำตกโกรกอีดก สระบุรี

น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ไหน

          น้ำตกโกรกอีดก ตั้งอยู่ที่ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และมีสถานที่เที่ยวใกล้เคียงให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปเช็กอินกันต่ออีกด้วย เช่น น้ำตกหินดาด, น้ำตกเขาแคบ, น้ำตกโกรกฝาผนัง และน้ำตกซับป่าว่าน เป็นต้น

น้ำตกโกรกอีดก ชื่อนี้มีที่มาอย่างไร

 น้ำตกโกรกอีดก มาจากภาษาชาวบ้านที่เรียกกันตามลักษณะภูมิศาสตร์โดยรอบ ซึ่งรายล้อมไปด้วยเทือกเขามากมาย โดยคำว่า โกรก แปลว่า ภูเขา และ ดก แปลว่า เยอะ จึงเป็นที่มาของชื่อ โกรกอีดก นั่นเอง

ระยะทางการเดินไปยังน้ำตกโกรกอีดก

 เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกโกรกอีดก จะเป็นเส้นทางเดินเท้าเข้าไปกลางป่าลึก ระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร เป็นระยะทางไป 4 กิโลเมตร และกลับอีก 4 กิโลเมตร ไม่มีเส้นทางที่ชัดเจน ดังนั้นใครที่ต้องการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก จึงต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคดให้นำทางเข้าไป โดยสภาพเส้นทางมีความเป็นธรรมชาติมาก ต้องผ่านป่า ผ่านลำธาร ซึ่งเส้นทางบางช่วงค่อนข้างอันตราย กระแสน้ำบางจุดก็ค่อนข้างเชี่ยว ในช่วงชั้นที่ 5 ถึงชั้นที่ 7 ทางเดินจะค่อนข้างแคบและชันมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเป็นอย่างมาก

พืชพรรณในน้ำตกโกรกอีดก

         ระหว่างทางเดินขึ้นไปยังน้ำตกโกรกอีดก ยังเต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งมอสส์ เฟิร์น ต้นกะเหรี่ยงยักษ์ที่มีขนาดใหญ่มาก และเห็ดหาชมได้ยากอย่าง เห็ดแชมเปญ ที่จะขึ้นเป็นจำนวนมากเต็มสองข้างทางเฉพาะบริเวณป่าที่มีความชื้นสูง โดยจะมีรูปร่างคล้ายถ้วยแชมเปญ สีส้มสดใส ให้นักท่องเที่ยวได้แวะชมความสวยงามกันตลอดเส้นทาง

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ไฮไลต์ของน้ำตกโกรกอีดก

         น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง มีทั้งหมด 7 ชั้น โดยมีความสูงอยู่ที่ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี และช่วงเวลาที่เหมาะจะมาท่องเที่ยวที่นี่คือ ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนกันยายน เนื่องจากในฤดูฝนจะมีปริมาณน้ำเยอะไหลเต็มหน้าผา เป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาหาชมได้ยาก

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ที่พักของน้ำตกโกรกอีดก

 นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก มักจะเดินทางไป-กลับ หรือไปพักกางเต็นท์ที่ศูนย์ธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ก่อนขึ้นน้ำตกวันรุ่งขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับกางเต็นท์พักแรม ทั้งยังอยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศดีและใกล้ชิดธรรมชาติมาก

สิ่งที่ต้องเตรียมไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก

  • เสื้อผ้า ที่เหมาะกับการเดินป่า มีความคล่องตัว และป้องกันร่างกายได้ดี เช่น กางเกงขายาว หรือกางเกงสามส่วน และเสื้อแขนยาวพร้อมเปียกน้ำ เนื่องจากระหว่างทางต้องผ่านลำธาร มีกิ่งไม้ หินกรวด และแมลงเยอะ 
  • รองเท้า เลือกใส่แบบหุ้มส้นและเปียกน้ำได้ ไม่แนะนำให้ใส่รองเท้าแตะ เพราะเส้นทางไปยังน้ำตกค่อนข้างลื่นและเต็มไปด้วยหินคม
  • อาหารและน้ำดื่ม ควรเติมพลังสำหรับมื้อเช้ามาให้พร้อม และเตรียมอาหารกับน้ำดื่มสำหรับมื้อเที่ยงไปด้วย เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปยังน้ำตกประมาณ 4-5 ชั่วโมงเลยทีเดียว
  • ยาสำหรับทาแผล เนื่องจากทางเดินไปยังน้ำตกเป็นเส้นทางธรรมชาติที่มีความลื่นชัน หินคม และมีแมลง

การเข้าชมน้ำตกโกรกอีดก 2568

          สำหรับใครที่สนใจจะไปพิชิตน้ำตกโกรกอีดก ต้องติดต่อจองคิวผ่านทางเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม ซึ่งมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน สำหรับปี 2568 เปิดให้จองได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Google Form (ลิงก์จะปักหมุดไว้ในเฟซบุ๊ก วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม)

ขั้นตอนการลงทะเบียน

  • เข้า LINK หรือ SCAN QR CODE ไปที่ Google Form
  • กรอกข้อมูลส่วนตัว (1 คน / ฟอร์ม) เพื่อใช้ทำประกันชีวิต ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล, หมายเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์
  • เลือกวันที่ต้องการขึ้นน้ำตก
  • โอนเงิน เข้าบัญชี : ธนาคารกรุงไทย ต้องชื่อกลุ่มเท่านั้น, ชื่อบัญชี: วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม
  • แนบสลิปการโอนเงิน
  • อ่านและยอมรับระเบียบและข้อปฏิบัติ

ค่าบริการ

         กรณีลงทะเบียนจอง
          • คนไทย : 300 บาท / คน
          • ชาวต่างชาติ : 660 บาท / คน

         กรณี walk in (รับไม่เกิน 08.00 น.)
         • คนไทย : 350 บาท / คน
         • ชาวต่างชาติ : 700 บาท / คน

         *** เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงวันจอง

  • เปลี่ยนวันได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
  • ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันขึ้นน้ำตก
  • หากเลยกำหนด จะไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนวันได้ทุกกรณี

การเดินทางไปยังน้ำตกโกรกอีดก

          การเดินทางมาเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางได้หลายวิธี เช่น

  • รถยนต์ส่วนบุคคล เดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) จากนั้นให้เลี้ยวไปทางถนนหมายเลข 2 (เส้นมิตรภาพ) ขับตรงไปแล้วกลับรถตรงสวนมิ่งมงคล และให้ขับไปตามป้าย ทางไปไม่ยากเพราะมีเส้นทางหลักทางเดียว เป็นเส้นทางลาดยางอย่างดี มุ่งหน้าสู่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
  • ขนส่งสาธารณะ นั่งรถโดยสารสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ผ่านเมืองสระบุรี ลงรถที่หน้าวัดทับกวาง หรือศูนย์โยเร ข้ามสะพานลอยมาฝั่งขวามือ เพื่อนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร จะมาถึงที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ น้ำตกเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า และต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อไปยังจุดเริ่มเดินของน้ำตกโกรกอีดก
น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

ช่องทางการติดต่อวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

น้ำตกโกรกอีดก จ.สระบุรี

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวสระบุรีน้ำตกโกรกอีดกก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่าสนใจ เพราะมีทั้งธรรมชาติสวยงาม น้ำตกสูงตระการตา และพืชพรรณนานาชนิด เหมาะกับสายลุยเดินป่า ปีนเขา วันหยุดยาวนี้ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน หรือกำลังมองหากิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ ลองไปตามรอยเที่ยวกันได้เลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสระบุรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์ชะอม

ที่มา: https://travel.kapook.com/view261533.html

ชาวแปดริ้วแห่เชียร์ “หมอนทองวิทยา” ถึงศุภฯ!

ชาวแปดริ้วร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่! ปิดบ้านปิดร้านขึ้นรถบัสกว่า 70 คัน และรถตู้อีกกว่า 60 คัน จากหลากหลายอำเภอในจังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งหน้าสู่สนามศุภชลาศัย เพื่อส่งกำลังใจเชียร์ทีม “หมอนทองวิทยา” อย่างใกล้ชิด ด้าน อ.สกล รับหน้าที่สารถีคนเดิม ขับรถขนความฝันพานักเตะทีมหมอนทองวิทยาไปลุยศึกที่สนามศุภชลาศัย

ศึกฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD 2025 ระหว่างทีมหมอนทองวิทยา พบกับ อบจ.ชัยนาท ณ สนามศุภชลาศัย ซึ่งจะเริ่มทำการแข่งขันในเวลา 16.15 น. ของวันนี้ (8 พ.ย. 68) กำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก หลังจากกระแสไวรัล “รถขนฝัน” ของทีมหมอนทองวิทยา ทีมฟุตบอลม้ามืดจากบางน้ำเปรี้ยว แปดริ้ว ที่สามารถสร้างผลงานเอาชนะทีมดังอดีตแชมป์เก่ามาได้หลายทีม สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ

บรรยากาศช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณหน้าโรงเรียนหมอนทองวิทยา ต.หมอนทอง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจากในพื้นที่และตำบลใกล้เคียงต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อขึ้นรถบัสที่จัดเตรียมไว้ จำนวนกว่า 50 คัน โดยเมื่อเวลา 08.30 น. รถ 6 ล้อขนฝันของทีมนักฟุตบอลหมอนทองได้ออกเดินทางไปก่อนหน้านี้ โดยมี อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมเป็นผู้ขับเช่นเดิม แต่พิเศษกว่าครั้งไหนๆ วันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขี่นำและปิดท้ายขบวนรถขนฝันของเด็กๆ ให้เดินทางถึงสนามศุภชลาศัย กรุงเทพมหานครอย่างปลอดภัย

บรรยากาศที่หน้าโรงเรียนนั้นเต็มไปด้วยความคึกคื้น ร้านค้าบริเวณนั้นต่างพร้อมใจกันปิดร้าน ขนน้ำดื่มขนมขึ้นรถบัส เพื่อตามไปเชียร์ลูกหลานนักฟุตบอลทีมหมอนทองวิทยาถึงขอบสนาม เนื่องจากสถานที่จอดรถภายในโรงเรียนไม่สามารถรองรับรถบัสจำนวนมากได้ ทำให้รถบัสบางส่วนต้องจอดอีกฝั่งถนน และให้ผู้โดยสารเดินข้ามมาขึ้นรถ ก่อนจะออกเดินทางไปพร้อมๆ กัน

จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวนรถบัสจากอำเภอต่างๆ ของจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่พร้อมใจกันเดินทางไปเชียร์น้องๆ อีกประมาณ 20 คัน ยังไม่รวมกลุ่มรถตู้จากอำเภอพนมสารคาม และบางปะกงอีกหลายสิบคัน รวมๆ แล้วคาดการณ์ว่ามีรถบัสออกจากฉะเชิงเทราประมาณ 70 คัน และรถตู้ประมาณ 60 คัน ปลายทางคือสนามศุภชลาศัย เพื่อไปร่วมเชียร์น้องๆ ทีมนักฟุตบอลหมอนทองวิทยา

น.ส. แสงอรุณ บินสอัด อายุ 34 ปี แม่ค้าขายไก่ทอดหน้าโรงเรียน ผู้ที่กำลังเป็นกระแสไวรัล “ตามหาสาวฮิญาบดำ” วันนี้มาในลุคใหม่ ทาหน้าสีเขียวขาวเต็มหน้า ซึ่งเป็นสีประจำโรงเรียน แต่ยังคงใส่ฮิญาบดำ ซ่อนความน่ารักเอาไว้ พร้อมเปิดเผยว่า วันนี้ตนเองปิดร้านตั้งใจไปเชียร์น้องๆ มั่นใจว่าน้องๆ จะคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอน และฝากให้คนไทยทั้งประเทศช่วยส่งกำลังใจเชียร์น้องๆ ทีมหมอนทองวิทยา เพราะน้องๆ แบกความฝันของคนในชุมชนเอาไว้

น.ส.บีญ่า อาราเบีย ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลหมอนทอง สวมมงกุฎดอกไม้ที่มีคำว่าหมอนทอง กำลังขึ้นรถเดินทางไปเชียร์น้องๆ ที่สนาม ก็ได้ฝากเชิญชวนคนไทยให้ร่วมส่งกำลังใจเชียร์น้องๆ ทีมหมอนทองให้ได้รับชัยชนะในวันนี้

ดร.สุเมธ ริดหมัด ประธานมูลนิธิอิสลามฉะเชิงเทรา และเป็นประธานชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทองวิทยา เปิดเผยว่า วันนี้ตนเองรู้สึกภูมิใจและดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นพลังของนักเรียนและประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจเชียร์หมอนทองวิทยา ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ปรารถนาดีต่อหมอนทองวิทยา ซึ่งนักเตะของเราในวันนี้จะสู้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เพื่อนำความสำเร็จกลับมา

น.ส.ชลธิชา นพโสภณ ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา หนึ่งในผู้ประสานงานนำรถบัสมาในครั้งนี้ เปิดเผยว่า อยากเป็นกำลังใจให้น้องๆ นักกีฬาหมอนทองทุกๆ คน น้องๆ มีความตั้งใจ มุ่งมั่น มีระเบียบวินัย และมีความฝัน ซึ่งเชื่อว่าวันนี้ความฝันของน้องๆ จะเป็นจริง และนำความสำเร็จกลับมาให้พี่น้องชาวฉะเชิงเทรา

ขณะที่อาคารโดมโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ได้เตรียมจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ 8X5 เมตร มาติดตั้งไว้ให้ประชาชนที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมเชียร์ที่สนาม มาร่วมส่งกำลังใจ และรับชมการถ่ายทอดสด รวมถึงสถานที่ว่าการอำเภอต่างๆ ก็ได้จัดเตรียมจอไว้ให้รับชมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้าโรบินสันฉะเชิงเทรา และ อบต.ต่างๆ ในพื้นที่บางน้ำเปรี้ยว ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมให้ประชาชนได้ร่วมเชียร์หมอนทองวิทยาอย่างเต็มที่

ชาวแปดริ้วขึ้นรถบัสกว่า 70 คัน หอบกำลังใจเชียร์ “หมอนทองวิทยา” ที่สนามศุภชลาศัย

ทำไมชาวแปดริ้วถึงพร้อมใจเชียร์ “หมอนทองวิทยา” ขนาดนี้?

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคีและความภาคภูมิใจในท้องถิ่น ที่ชาวฉะเชิงเทราร่วมกันส่งแรงใจเชียร์ทีม “หมอนทองวิทยา” อย่างเต็มที่ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร แต่น้ำใจและความมุ่งมั่นของทุกคนที่ร่วมเดินทางไปเชียร์ จะเป็นกำลังใจสำคัญให้นักเตะสู้สุดใจอย่างแน่นอน

ที่มา – ชาวแปดริ้วขึ้นรถบัสกว่า 70 คัน หอบกำลังใจเชียร์ “หมอนทองวิทยา” ที่สนามศุภชลาศัย

“มีเรา ไม่มีเทา” แค่คำหล่อ? พร้อมพงศ์เย้ย อนุทิน!

“พร้อมพงศ์” เย้ย “มีเรา ไม่มีเทา” แค่คำพูดเอาหล่อ เบี่ยงกระแสสร้างคะแนนนิยม  ไม่เชื่อคำพูด “อนุทิน” ยุบสภา 31 มกราคม 69 ต้องฟังหู ไว้หู 

วันที่ 8 พ.ย. 2568 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและมหาดไทย ออกแถลงการณ์ ปฏิเสธกระแสข่าวการยุบสภาฯ หากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยยืนยันจะทำตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนก่อนยุบสภา ประมาณ 31 ม.ค. 2569 ว่า ในทางการเมือง ต้องฟังหู ไว้หู ไม่มีอะไรเป็นไปตามข้อตกลงเป๊ะๆ เหตุการณ์พลิกผันได้ตลอดเวลา ถ้าจะเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง ส่วนตัวติดใจคำพูดนายอนุทิน เคยให้สัมภาษณ์เรื่องลงนามสันติภาพไทยกับกัมพูชา ที่บอกว่า ไม่เคยเสียเปรียบใคร คนถึงไม่ชอบหลายคน คำพูดดังกล่าว ถึงจะเป็นการเจรจากับต่างประเทศ แต่อีกมุมสะท้อนวิธีคิดลึกๆของคนพูดเป็นคนอย่างไร

คำพูดนายกฯ ฟังหู ไว้หู

นอกจากนี้นายอนุทิน เคยบอกจะไม่ร่วมงานกับพรรคก้าวไกลที่ตอนนี้เป็นพรรคประชาชน เพราะแนวทางและอุดมการณ์ไม่ตรงกัน จากที่พูดวันนั้นแล้ววันนี้เป็นอย่างไร การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อไทยและประชาชน จับมือโหวตไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน มีสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก กระเด็นตกเก้าอี้ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ หรืออีกทางบางพรรค ร่วมอุ้มชู ต่อลมหายใจให้เป็นนายกฯต่อไป ล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น ดังนั้นการที่บอกจะไม่ยุบสภาฯก่อนวาระ ฟังได้แต่อย่าเพิ่งเชื่อว่า จะเป็นไปตามนั้น

ชี้ภารกิจเร่งด่วนรัฐบาล

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นายอนุทิน มีภารกิจเร่งด่วนต้องทำ ปราบปรามสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก ทำให้ทั่วโลกและคนไทยเห็นว่า รัฐบาลภูมิใจไทย ไม่ยอมให้สแกมเมอร์มาทำลายประเทศ ทำร้ายลูกหลานคนไทย ลามไปการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ ฟอกเงิน ค้ามนุษย์ จากการหาประโยชน์ของกลุ่มสีเทา ต้องลงมือทำให้เห็นเป็นรูปธรรมเสียที ไม่ใช่แค่โชว์ตัวเลขจากการปราบปรามอย่างเดียว

ขณะที่พรรคส้ม ออกสโลแกนหล่อๆเท่ๆ “มีเรา ไม่มีเทา” ตนไปสภากาแฟได้ยินผู้คนแซว “มีเรา ไม่มีเทา เพราะเรารักสีน้ำเงิน” ใช่หรือไม่ เพราะตั้งแต่ยกมือโหวตนายอนุทิน เป็นนายกฯ ตนเห็นว่าพรรคประชาชนเป็นเด็กดี คอยอยู่รักษาองค์ประชุมในสภา

แขวะ ปชน.อย่าเบี่ยงเป้า

“ไม่อยากเห็นการเบี่ยงเป้า เพื่อสร้างกระแสให้พรรคตัวเอง จากที่เคยเสียรังวัดไปโจมตีการทำงานทหารไทยตอนมีปัญหากับกัมพูชา การไปยกมือโหวตนายอนุทิน หลายปีก่อนเรามีแก๊งปาหินใส่กระจกรถยนต์ ตอนนี้ไม่อยากเห็น แก๊งปาหี่ ไปรับธง รับงานจากใครมา เลือกตรวจสอบแค่บางคน เพราะใครคนนั้นทำธุรกิจเดียวกันเลยไปกระทบกับอีกคน แถมระยะหลังคนๆนี้ชักจะอู้ฟู่ผิดหูผิดตา ภาวนาให้การข่าวที่ได้ยินได้ฟังมามันผิด อยากเห็นการตรวจสอบอย่างมืออาชีพ ผิดว่าตามผิด ถูกว่าตามถูก ถ้าผิดลุยเอาให้สุดซอย เอาข้อมูลมาเปิดในสภาฯ ไปหน่วยงานองค์กรอิสระให้เห็นเป็นตัวอย่าง เดี๋ยวนี้คนตรวจสอบแถลงข่าวรายวันไม่ได้ แต่ต้องมือสะอาดด้วย ไม่อยากเห็นการแบ่งบทกันเล่น ปาหี่ต้มผู้คนไปวันๆ เพื่อเบี่ยงกระแสในอดีต สร้างคะแนนนิยมให้พรรค ให้ตัวเอง” นายพร้อมพงศ์กล่าว

“มีเรา ไม่มีเทา” แค่คำหล่อ จริงหรือ?

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุ แม้จะมีการออกมาปฏิเสธข่าวการยุบสภา แต่หลายฝ่ายยังคงจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดของนักการเมืองที่ต้องฟังหูไว้หู เพราะสถานการณ์อาจพลิกผันได้เสมอ

“มีเรา ไม่มีเทา” กับความน่าเชื่อถือทางการเมือง

ประเด็นที่น่าสนใจคือ สโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความน่าเชื่อถือทางการเมือง การกระทำสวนทางกับคำพูดที่เคยให้ไว้ ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยในจุดยืนและเจตนาที่แท้จริง

การออกมาให้สัมภาษณ์ของนายพร้อมพงศ์ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจในคำพูดของนักการเมือง รวมถึงการตั้งคำถามถึงการทำงานของพรรคการเมืองต่างๆ ที่อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้แก่กันมากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความซับซ้อนและการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและสามารถตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ แม้สโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” จะฟังดูดี แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกระทำที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

ดังนั้น การที่นายพร้อมพงศ์ออกมาเตือนสติถึงการเบี่ยงเป้าเพื่อสร้างกระแส จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและควรนำมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อในสิ่งที่นักการเมืองนำเสนอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลประโยชน์ของประชาชนควรเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่มา – “พร้อมพงศ์” เย้ย “มีเรา ไม่มีเทา” แค่คำพูดเอาหล่อ ไม่เชื่อ “อนุทิน” ยุบสภา 31 มกราคม 69

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ชวนออกเดินทาง สัมผัสอากาศเย็นและธรรมชาติทั่วไทย

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 อากาศเย็นสบายกำลังดี เหมาะกับการออกเดินทางสัมผัสหมอกยามเช้าและวิวสวยทั่วไทย ไม่ว่าจะขึ้นเหนือ ชมทะเลหมอก หรือไปใต้รับลมทะเล

Learn more

          ลมหนาวปลายปีเริ่มพัดมาอีกครั้ง ชวนให้อยากออกเดินทางไปสัมผัสอากาศเย็น ทะเลหมอก และบรรยากาศสุดโรแมนติกที่มีเพียงฤดูกาลนี้เท่านั้นจะมอบให้ หน้าหนาว 2568 นี้ เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม แล้วออกไปค้นหาความสวยงามของธรรมชาติ วิวหลักล้าน และเสน่ห์ของเมืองไทยในมุมที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นกันเถอะ ว่าแต่จะมีที่เที่ยวหน้าหนาว 2568 ที่ไหนน่าสนใจและอยากแนะนำบ้างนั้น รวมรวมลิสต์ไว้ให้แล้ว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

1. ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

          ดอยอินทนนท์ จุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาวจัด โดยเฉพาะบนยอดดอยที่อุณหภูมิอาจลดลงจนเกิดเหมยขาบ (น้ำค้างแข็ง) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาชมความงามของธรรมชาติยามเช้าตรู่ และไม่ควรพลาดการเดินศึกษาธรรมชาติที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ที่มักจะเปิดให้เข้าชมในช่วงนี้ (สำหรับปี 2568 กิ่วแม่ปานเปิดให้เข้าเที่ยวชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 31 พฤษภาคม 2569) หรือจะสักการะพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ซึ่งมีสวนดอกไม้เมืองหนาวที่บานสะพรั่งรอบบริเวณ พร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาจากจุดสูงสุดของประเทศ ก็ประทับใจไม่แพ้กัน

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

2. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน

          หนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของนักท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวที่อยากสัมผัสทะเลหมอกและอากาศเย็นแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ไฮไลต์อยู่ที่จุดชมวิวดอยกิ่วลม ซึ่งสามารถมองเห็นทะเลหมอกขาวโอบล้อมเทือกเขาและยอดดอยเชียงดาวได้อย่างสวยงามในยามเช้า ส่วนตอนกลางวันก็เหมาะแก่การเดินชมสวนไม้ดอกเมืองหนาว หรือนั่งจิบกาแฟชมวิวในโซนกางเต็นท์ที่มองเห็นวิวภูเขาสุดอลังการ ใครที่อยากหนีความวุ่นวาย มาสูดอากาศบริสุทธิ์และเก็บภาพความประทับใจของฤดูหนาวเหนือ แนะนำให้ปักหมุดห้วยน้ำดังไว้ในลิสต์ทริปปีนี้ได้เลย

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

3. ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย

          อยากสัมผัสเสน่ห์ของขุนเขาและวัฒนธรรมจีนยูนนานท่ามกลางอากาศเย็นสบาย แนะนำให้มาเที่ยวดอยแม่สลอง ฟินกับทะเลหมอกยามเช้าที่โอบล้อมหมู่บ้านสันติคีรี ชมไร่ชาที่ปลูกเรียงลดหลั่นตามไหล่เขา และลิ้มรสชาอู่หลงรสละมุนชื่อดังของดอยแม่สลอง พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นเมืองสไตล์จีนยูนนานแท้ ๆ เช่น ขาหมูหมั่นโถว และเกี๊ยวน้ำ นอกจากนี้ยังมีที่พักบรรยากาศสงบพร้อมวิวภูเขาสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติและหมอกหนาวในฤดูกาลที่สวยที่สุดของปี

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

4. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง

          ชวนเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนช่วงหน้าหนาว เติมฟีลกับไฮไลต์บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ไอร้อนที่ลอยขึ้นกระทบกับอากาศเย็นในช่วงเช้าตรู่ จะก่อให้เกิดภาพหมอกขาวนวลปกคลุมทั่วบริเวณ ต้มไข่ออนเซ็น ท่ามกลางธรรมชาติ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกผ่อนคลายด้วยการอาบน้ำแร่ เพื่อสุขภาพในห้องอาบน้ำส่วนตัวหรือบ่อรวม หรือจะเดินเล่นตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ไปยังน้ำตกแจ้ซ้อน ที่มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี ท่ามกลางป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้แจ้ซ้อนเป็นแหล่งพักผ่อนที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความสดชื่น ผ่อนคลาย และหลีกหนีความวุ่นวายในช่วงฤดูหนาว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

5. แพะเมืองผี จังหวัดแพร่

          ที่เที่ยวธรรมชาติชวนอันซีน บอกเลยว่าหน้าหนาวนี่แหละ ช่วยให้การเดินสำรวจพื้นที่เป็นไปอย่างเพลิดเพลินยิ่งขึ้น ตื่นตาตื่นใจกับความมหัศจรรย์ของเสาดินทรายรูปร่างแปลกตา ที่ถูกกัดเซาะโดยธรรมชาติมานานนับล้านปี จนเกิดเป็นแท่งและรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ตามจินตนาการ ซึ่งเป็นฉากหลังที่ยิ่งใหญ่สำหรับการถ่ายภาพที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะสั้น ให้เดินชมความงามของป่าที่รายรอบ และขึ้นไปชมทัศนียภาพอันกว้างไกลของบริเวณแพะเมืองผีได้จาก จุดชมวิวผาผ่อแล ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรณีวิทยาที่น่าค้นหา และควรค่าแก่การมาเยือนในช่วงที่อากาศดีที่สุดของปี

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

6. ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          สำหรับช่วงหน้าหนาวปี 2568 ปางอุ๋ง ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติกที่ได้รับฉายาว่า “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็นจัดจนอุณหภูมิอาจลดลงต่ำมาก โดยมีไฮไลท์คือภาพอันงดงามของไอหมอกที่ลอยเหนือผิวน้ำในอ่างเก็บน้ำยามเช้าตรู่ตัดกับทิวสนสวยงามที่เรียงรายอยู่รอบ ๆ ซึ่งกิจกรรมยอดนิยมที่ไม่ควรพลาดคือการล่องแพไม้ไผ่เพื่อชมบรรยากาศในยามเช้า และการกางเต็นท์นอนรับลมหนาว ชมดาวในยามค่ำคืน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง (*** ปางอุ๋งเปิดให้ท่องเที่ยวพักแรมในช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 เมษายน โดยจะ ปิดรับการท่องเที่ยวและพักแรมเป็นประจำทุกปี)

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

7. อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

          อำเภอหล่มสัก ในช่วงหน้าหนาวปี 2568 เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสอากาศเย็นสบายโดยเฉพาะการเดินทางต่อไปยังสถานที่ยอดนิยมอย่างภูทับเบิกและเขาค้อที่อยู่ไม่ไกล แต่ตัวอำเภอหล่มสักเองก็มีเสน่ห์ที่ไม่ควรพลาดคือการเดินเล่นที่ถนนคนเดินไทหล่ม สัมผัสกับวิถีชีวิตดั้งเดิม ชิมอาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย และชมการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นในบรรยากาศหนาวเย็นยามค่ำคืน นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปชมน้ำตกธารทิพย์ ซึ่งมีน้ำใสไหลเย็นตลอดช่วงฤดูหนาว หรือสายถ่ายภาพและชมวิว สามารถขับรถไปตามเส้นทางหล่มสัก-น้ำหนาว เพื่อแวะชมภูผาแดง ซึ่งเป็นจุดชมวิวอีนซีนริมทาง ก็เป็นอีกประสบการณ์ท่องเที่ยวหน้าหนาวน่าจดจำของอำเภอแห่งนี้

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

8. ภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย

 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สวรรค์ของนักเดินทางสายลมหนาวและคนรักธรรมชาติ ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้มีไฮไลท์สำคัญที่พลาดไม่ได้คือการไปชมทะเลหมอกยามเช้าตรู่พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผาชูธง และการเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง ลานหินปุ่ม และลานหินแตก ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างอย่างน่าอัศจรรย์ นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีถึงต้นปีจะมีการออกดอกบานสะพรั่งของ ทุ่งดอกกระดาษ สีสันสดใส และชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล (แม้ว่าภูลมโลจะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า แต่ตั้งอยู่ฝั่งจังหวัดเลยและพิษณุโลก) เหล่านี้ทำให้ภูหินร่องกล้าเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์ความหนาวเย็น ประวัติศาสตร์ และความงามของดอกไม้ป่าที่ไม่เหมือนใคร

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

9. อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

           อำเภอสังขละบุรี ในช่วงหน้าหนาวถือเป็นจุดหมายปลายทางที่เปี่ยมเสน่ห์ เพราะอากาศจะเย็นสบายกำลังดี ตื่นเช้าไปสัมผัสทะเลหมอกเหนือแม่น้ำบนสะพานอุตตมานุสรณ์ และร่วมตักบาตรยามเช้า กับพระสงฆ์และชาวบ้านในชุดมอญพื้นเมือง พร้อมชมวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวไทยและชาวมอญสองฝั่งแม่น้ำซองกาเลีย นอกจากนี้ ยังสามารถล่องเรือชมวัดใต้น้ำ (วัดวังก์วิเวการามเดิม) ซึ่งจะโผล่พ้นน้ำให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงฤดูแล้ง/หน้าหนาว และเดินทางต่อไปยังเจดีย์พุทธคยาจำลอง เพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นทริปที่ลงตัวสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสอากาศหนาว ชมวิวธรรมชาติที่งดงาม และซึมซับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของดินแดนสามวัฒนธรรม

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

10. เกาะกูด จังหวัดตราด

 เกาะกูด สวรรค์แห่งทะเลตะวันออก เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น ที่น้ำทะเลจะใสราวกับกระจก มีสีฟ้าครามงดงาม หาดทรายขาวละเอียดบริสุทธิ์ และคลื่นลมสงบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อน พลาดไม่ได้กับการเที่ยวชมชายหาดต่าง ๆ เช่น หาดคลองเจ้า และ อ่าวบางเบ้า เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินอันโรแมนติก รวมถึงกิจกรรมทางน้ำอย่างดำน้ำชมปะการังที่หมู่เกาะรัง นอกจากนี้ ธรรมชาติบนเกาะก็ยังคงความเขียวขจีและสมบูรณ์ ทำให้น้ำตกกลางเกาะ เช่น น้ำตกคลองเจ้า และน้ำตกคลองยายกี๋ มีน้ำไหลให้ลงเล่นได้อย่างชื่นใจ ทำให้เกาะกูดเป็นจุดหมายปลายทางที่รวมความงามของทะเล ป่าเขา และความสงบไว้ได้อย่างลงตัวในช่วงฤดูหนาว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

ที่อยู่ : อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด

11. เขาแผงม้า จังหวัดนครราชสีมา

          ตั้งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว ด้ยความที่ตั้งอยู่บนที่สูง ทำให้ช่วงฤดูหนาวอากาศจะเย็นสบายถึงหนาวจัด พลาดไม่ได้กับการตื่นเช้ามาชมทะเลหมอก ที่ปกคลุมทิวเขายามเช้า สามารถชมวิวได้จากจุดกางเต็นท์ของจุดสกัดเขาสูง หรือที่พักสไตล์รีสอร์ตโดยรอบ ที่สำคัญเป็นแหล่งชมฝูงกระทิงป่า ฝูงใหญ่ที่มักออกมาหากินในทุ่งหญ้าโล่งในช่วงเย็นถึงค่ำได้อย่างใกล้ชิดในระยะที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่  ดังนั้น เขาแผงม้าจึงมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ผสมผสานความฟินของการนอนกางเต็นท์รับลมหนาว การชมวิวทะเลหมอกสวยงาม และการชมสัตว์ป่าหายากไว้ในทริปเดียว

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

12. ภูหลวง จังหวัดเลย

          ด้วยเพราะพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงเป็นที่ราบสูงและมีอากาศหนาวเย็นจัดตลอดฤดู โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดอุณหภูมิสามารถลดลงใกล้จุดเยือกแข็งได้เกือบทุกปี ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามคือการเปลี่ยนสีของใบเมเปิล (ก่วมแดง) ให้เป็นสีแดงสดใสทั่วผืนป่าสนและทุ่งหญ้าบริเวณโคกนกกระบา ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก การไปเที่ยวภูหลวงจึงไม่ใช่แค่การเยี่ยมชมสถานที่ แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์ของ “มรกตแห่งอีสาน” แนะนำว่านักศึกษาธรรมชาติโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และไม่อนุญาตให้นำ “รถจักรยาน” เข้าศึกษาธรรมชาติ (*** เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เปิดให้เข้าศึกษาธรรมชาติ ในระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569)

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

13. เขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          อีกหนึ่งจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสกับอากาศเย็นสบายริมทะเลและธรรมชาติ มีไฮไลท์คือการผจญภัยในมิติแสงและเงาที่ถ้ำพระยานคร ถ้ำขนาดใหญ่ที่มีปล่องให้แสงอาทิตย์สาดส่องลงมากระทบกับพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ (แนะนำช่วงเวลา 10.30-12.30 น.) ซึ่งต้องเดินเท้าปีนป่ายขึ้น-ลงเขาแดงและหาดแหลมศาลาเพื่อเข้าชม หรือสำหรับสายชิล สามารถเลือกล่องเรือชมทิวทัศน์คลองเขาแดง ชมทัศนียภาพของเทือกเขาหินปูน หรือจะเยือนบึงบัว (ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ) เพื่อเดินบนสะพานไม้ชมดอกบัวและภูเขาสลับซับซ้อน หรือจะเลือกเดินขึ้นจุดชมวิวเขาแดง เพื่อชมวิวทะเล นากุ้ง และภูเขาสามร้อยยอดแบบพาโนราม่าท่ามกลางลมหนาวที่พัดผ่านอย่างสดชื่น

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568

14. ภูเขาหญ้า จังหวัดระนอง

          หน้าหนาวปีนี้ ที่อยากสัมผัสความงามของธรรมชาติแบบเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร ควรมาเช็กอินที่ภูเขาหญ้า โดดเด่นด้วยภูเขาลูกน้อยใหญ่ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสีทองอร่ามในฤดูหนาว มองดูคล้ายทุ่งสะวันนาในต่างประเทศ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ หรือปิกนิกชมวิวในช่วงอากาศเย็นสบาย ยามเย็นยังสามารถชมพระอาทิตย์ตกท่ามกลางแสงสีทองที่ส่องกระทบเนินหญ้าได้อย่างงดงาม บรรยากาศสงบและลมหนาวพัดเบา ๆ ทำให้ภูเขาหญ้าเป็นอีกมุมพักผ่อนที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของธรรมชาติในฤดูหนาวภาคใต้

ที่เที่ยวหน้าหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง

15. หาดเขาหลัก จังหวัดพังงา

          หนาวนี้ใครอยากเที่ยวทะเล แนะนำที่หาดเขาหลัก เพราะในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น อากาศจะดีเป็นพิเศษ ท้องฟ้าสดใส น้ำทะเลสีคราม ไม่มีมรสุม ทำให้เป็นช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการทำกิจกรรมทางน้ำและการพักผ่อน โดยเฉพาะหาดเขาหลักที่มีบรรยากาศเงียบสงบไม่พลุกพล่าน ชายหาดทรายขาวละเอียดตัดกับโขดหินและต้นสนร่มรื่น และยังสามารถเดินทางไปดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น ทำให้การมาเที่ยวเขาหลักในหน้าหนาวจึงเป็นการผสมผสานระหว่างการพักผ่อนริมหาดที่ผ่อนคลายและการผจญภัยในโลกใต้ทะเลที่สวยงามที่สุด

          หน้าหนาว 2568 นี้ อย่าปล่อยให้ความเย็นผ่านไปเฉย ๆ ชวนคนรู้ใจหรือครอบครัวออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ วิวสวย และอากาศดีทั่วไทย เติมพลังใจให้เต็มก่อนเริ่มปีใหม่กันเถอะ ^ ^ 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ที่มา: https://travel.kapook.com/view296310.html

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง – Huai Nam Dang National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน Chaeson National Parkเฟซบุ๊ก วนอุทยานแพะเมืองผี จังหวัดแพร่ – Phae Mueang Phi Forest Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติ ถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า – Phu Hin Rong Kla National Parkเฟซบุ๊ก กระทิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้าเฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง-จังหวัดเลยเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด – Khao Sam Roi Yot National Parkเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ Khaolak-Lamru National Park

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568 ชมธรรมชาติ ฟ้าใส หมอกบางเต็มภูเขา

  ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568 ฟ้าใส ลมเย็นชวนออกเที่ยวไปสัมผัสธรรมชาติ เดินชมวิวเขียวขจี ดื่มด่ำหมอกบาง ๆ เติมเต็มวันหยุดให้สดชื่นแบบเต็ม ๆ

ปลายฝนต้นหนาว 2568 อีกหนึ่งช่วงเวลาน่าท่องเที่ยว ท่ามกลางบรรยากาศสดชื่นเย็นสบาย ว่าแล้วก็เลยอยากชวนออกไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติที่เริ่มเปลี่ยนสี ฟ้าสดใส หมอกบาง ๆ ล้อมรอบภูเขาและทุ่งหญ้า เป็นช่วงเวลาที่ชวนให้หยุดพักใจ ออกไปชาร์จพลัง และเก็บความประทับใจใกล้เมืองหรือในเส้นทางธรรมชาติสุดชิล

ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

1. ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

          ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ชวนเดินทางขึ้นเหนือเที่ยวม่อนแจ่ม ที่นี่โอบล้อมด้วยขุนเขาและธรรมชาติสีเขียวสดชื่น มองไปทางไหนก็เห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา ยามเช้าเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก ส่วนตอนสายสามารถเดินเล่นในสวนดอกไม้หลากสีสัน แวะจิบกาแฟจากโครงการหลวง หรือเพลิดเพลินกับกิจกรรมสุดชิลอย่างขับรถ ATV, ขี่ม้าชมวิว และนั่งจิบชาในกระโจมกลางหุบเขา ยามค่ำคืนอุณหภูมิลดลงจนสัมผัสลมหนาวได้เต็ม ๆ เหมาะสำหรับกางเต็นท์ ดูดาว หรือพักในที่พักวิวภูเขาสุดฟิน บอกเลยว่าม่อนแจ่มคือที่เที่ยวที่รวมทั้งความสงบ ความสวย และความสุขไว้ครบในที่เดียวจริง ๆ

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

2. ดอยหัวหมด จังหวัดตาก

          ตั้งอยู่ในตำบลอุ้งผาง โดดเด่นด้วยภูเขาโอบล้อมด้วยป่าเขียวขจี ตอนเช้าออกไปยืนชมทะเลหมอก รับลมหนาวบาง ๆ แถมช่วงปลายฝนต้นหนาวนี่ธรรมชาติจะชุ่มฉ่ำ น้ำตกและลำธารเต็มไปด้วยน้ำใส ๆ ใครชอบเดินป่า จะมีเส้นทางให้เดินเล่นผ่านป่าทึบและทุ่งหญ้า เหมาะกับสายชิลหรือสายถ่ายภาพมาก ๆ จุดชมวิวบนยอดเขาจะเห็นวิวภูเขาสลับซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา และถ้าโชคดี ฟ้าใส ๆ ยังเห็นพระอาทิตย์ขึ้นสวย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญ ดอยหัวหมดยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ทำให้ได้ฟีลสงบจริง ๆ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการหนีความวุ่นวาย มาพักผ่อน เติมพลังกับธรรมชาติแบบเต็ม ๆ

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

3. ทุ่งโนนสน จังหวัดพิษณุโลก

          ตั้งอยู่ในอุทายานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่ธรรมชาติเบ่งบานแบบนี้ ทั่วทั้งลานของทุ่งโนนสนจะถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากดอกไม้ป่านานาชนิด เช่น ดุสิตา ม้าวิ่ง กระดุมเงิน กระดุมทอง สร้อยสุวรรณา เขนงนายพราน และกล้วยไม้ดินหลากสายพันธุ์ ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและสายหมอกบางยามเช้า แต่การเดินทางขึ้นทุ่งโนนสนต้องอาศัยความตั้งใจและความพร้อม โดยเริ่มจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.12 (รักไทย) ใช้รถยนต์ประมาณ 6-7 กิโลเมตร และเดินเท้าต่ออีก 9 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง ก่อนจะได้พบกับภาพทุ่งกว้างสุดสายตาและแสงอาทิตย์สีทองที่สาดส่องลงบนป่าสนอย่างอ่อนโยน รับรองสวยติดตรึงตราประทับใจ

ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว ทุ่งโนนสน

4. ดอยฟ้างาม จังหวัดลำปาง

          จุดเช็กอินชมทะเลหมอกสำหรับการมาเยือนในช่วงปลายฝนต้นหนาว (ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป) เพราะเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากความชื้นของเขื่อนกิ่วลม ประกอบกับอากาศที่เริ่มเย็นลง ทำให้เกิด ทะเลหมอกยามเช้าที่ขาวโพลนปกคลุมไปทั่วหุบเขาเบื้องล่าง เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์ของทะเลหมอกและป่าเขาแบบ 360 องศา ได้จากลานกว้างบนยอดดอย โดยดอยฟ้างามถือเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ ยังไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายแคมปิ้งที่ต้องการกางเต็นท์พักค้างคืนเพื่อรอชมแสงแรกของวันและสูดอากาศบริสุทธิ์ในบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดช่วงปลายปี

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

5. น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

          น้ำตกคลองลาน อีกหนึ่งที่เที่ยวจุดหมายน่าประทับใจที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะเป็นช่วงที่น้ำตกซึ่งมีความสูงกว่า 100 เมตร และกว้างถึง 40 เมตร จะมีปริมาณน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากและสวยงามตระการตาที่สุด หลังจากที่ฝนตกหนักมาตลอดฤดู (ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน มักเป็นช่วงที่พีคที่สุด) นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความเขียวชอุ่มของป่าดิบชื้นรอบด้าน อากาศที่เย็นสบายสดชื่น รวมถึงละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพคู่กับ “หินจระเข้กินน้ำ” มุมซิกเนเจอร์ นอกจากนี้ ภายในอุทยานยังมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์พักแรมริมลำธารให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

6. ยอดเขาโมโกจู จังหวัดกำแพงเพชร

           ยอดเขาโมโกจู อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ถือเป็นสวรรค์ของนักผจญภัยในช่วงปลายฝนต้นหนาว (เปิดฤดูกาลประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์) เนื่องจากเป็นช่วงที่อุทยานฯ เปิดให้พิชิตยอดเขาสูงที่สุดในแม่วงก์ซึ่งความน่าสนใจนอกจากจะเป็นที่หมายปองของเหล่าบรรดาสายลุยแล้ว สภาพอากาศหลังสิ้นสุดฤดูมรสุมจะมีความชื้นสูง จึงทำให้พื้นที่ป่ามีความอุดมสมบูรณ์ และมอบโอกาสให้เราได้สัมผัสกับทะเลหมอกเหนือผืนป่าตะวันตกยามเช้า ทั้งยังได้ชม “หินเรือใบ” สัญลักษณ์อันโดดเด่นของยอดเขาแห่งนี้ที่โผล่พ้นทะเลหมอกขึ้นมาอย่างสวยงาม โดยทริปเดินป่าระยะไกลเต็มไปด้วยเส้นทางที่ท้าทายแต่คุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงและต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติที่ยังคงความดิบสมบูรณ์ รอให้ทุกคนได้มาพิสูจน์

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

7. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

          หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่อยากสัมผัสอากาศเย็นและทะเลหมอกสุดอลังการ ท่ามกลางขุนเขาสูงสลับซับซ้อนและวิวกว้างสุดสายตา ในยามเช้า มักมีหมอกขาวลอยอ้อยอิ่งคลอเคลีย ส่วนตอนกลางวันจะได้เห็นท้องฟ้าใสและไร่กะหล่ำปลีเขียวขจีที่ทอดยาวทั่วทั้งภู ยามค่ำคืนอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การกางเต็นท์นอนดูดาวหรือจิบเครื่องดื่มอุ่น ๆ ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายธรรมชาติ หรือคนที่อยากหนีความวุ่นวาย ภูทับเบิกก็ตอบโจทย์ทุกความต้องการของการพักผ่อนอย่างแท้จริง

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

ที่อยู่ : อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

8. บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

          เที่ยววิถีชุมชนที่บ้านนาต้นจั่น สัมผัสกับบรรยากาศของทุ่งนาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามรับฤดูเก็บเกี่ยว สนุกกับกิจกรรมท่องเที่ยวหลากลาย ทั้งปั่นจักรยาน นั่งรถอีแต๊กชมทัศนียภาพรอบหมู่บ้าน นอกจากนี้ อากาศที่เย็นสบายหลังฝนทำให้การขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกยามเช้าที่จุดชมวิวห้วยต้นไฮ เป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด แนะนำให้เข้าพักโฮมสเตย์กับชาวบ้านเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ชิม “ข้าวเปิ๊บ” อาหารพื้นเมืองเลิศรส และชมการทำหัตถกรรมประจำถิ่น “ผ้าหมักโคลน” ทั้งหมดนี้มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่อบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติในแบบฉบับในช่วงฤดูกาลนี้

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

9. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

          หนึ่งในที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาวยอดนิยมช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะการพิชิตเขาพะเนินทุ่ง จุดชม ทะเลหมอกที่สวยงามและใกล้กรุงเทพฯ ที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่ป่าไม้มีความเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำจากฤดูฝนที่ผ่านมา ประกอบกับอากาศที่เริ่มเย็นตัวลงในช่วงเดือนพฤศจิกายน (ซึ่งเป็นช่วงเปิดให้ขึ้นเขาพะเนินทุ่งหลังปิดซ่อมบำรุงในฤดูฝน) ทำให้เกิดปรากฏการณ์ทะเลหมอกสีขาวปกคลุมยอดเขาเบื้องล่างอย่างตระการตาในยามเช้าตรู่ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกกางเต็นท์พักค้างคืนที่จุดกางเต็นท์พะเนินทุ่ง เพื่อรอชมทิวทัศน์อันน่าประทับใจนี้ได้ตั้งแต่แสงแรกของวัน

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

10. หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

          ชวนเที่ยวทะเลช่วงปลายฝนต้นหนาวที่หมู่เกาะสิมิลัน ที่กลับมาเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังปิดช่วงมรสุม (ปี 2568 เปิดวันที่ 15 ตุลาคม เป็นต้นไป) โดยนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงามของธรรมชาติที่ได้รับการฟื้นฟูหลังการปิดเกาะ น้ำทะเลจะกลับมาใสเป็นสีฟ้าคราม หาดทรายขาวละเอียด และใต้ท้องทะเลก็เต็มไปด้วยปะการังที่สดชื่น มีโอกาสเห็นดอกปะการังอ่อนที่กำลังเบ่งบาน แม้สภาพอากาศช่วงต้นฤดูอาจจะต้องลุ้นบ้าง แต่ข้อดีคือได้หลีกเลี่ยงฝูงชนจำนวนมากเมื่อเทียบกับช่วงพีคซีซั่น (ธันวาคม-มีนาคม) และมักจะได้รับราคาแพ็กเกจทัวร์ที่ถูกกว่า ทำให้เป็นช่วงเวลาที่ดีเยี่ยมสำหรับนักดำน้ำและผู้ที่ต้องการสัมผัสสวรรค์แห่งอันดามันที่ยังคงความบริสุทธิ์และเงียบสงบ

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568

11. ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          ชวนลงใต้มาเที่ยวป่าต้นน้ำราด โดดเด่นด้วยน้ำผุดจากภูเขาใสสะอาดราวกับกระจก มีฝูงปลาสีสันสวยงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำ ผ่อนคลาย หรือพายเรือคายักชมธรรมชาติสองข้างทางอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญของชุมชนที่ไหลผ่านหมู่บ้านและคลองต่าง ๆ ก่อนจะไหลลงทะเลอ่าวไทย ทำให้พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าหายาก นักท่องเที่ยวจึงไม่เพียงได้สนุกกับการเล่นน้ำใส ๆ เท่านั้น แต่ยังได้เรียนรู้และสัมผัสธรรมชาติ ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับคนรักธรรมชาติ สายชิล และสายถ่ายรูปที่อยากเก็บภาพสวย ๆ กับวิวป่าเขียว ๆ และน้ำใส ๆ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวน่ามาเช็กอินในช่วงฤดูกาลแบบนี้

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568
  • ที่อยู่ : ตำบลบ้านทำเนียบ อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 
  • เบอร์โทรศัพท์ : 08 0696 1166
  • เฟซบุ๊ก : ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด

12. เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

          โดดเด่นด้วยวิวทะเลอันดามันและแนวหน้าผาหินปูนที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว เมื่ออากาศเย็นสบายและท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกลอยเหนือผืนน้ำ รวมถึงมองเห็นเกาะน้อยใหญ่เรียงรายอย่างสวยงาม รอบ ๆ ยังมีเส้นทางเดินป่าเล็ก ๆ ให้สำรวจและเก็บภาพธรรมชาติ ทั้งต้นไม้เขียวขจีและดอกไม้ป่าที่เบ่งบานในฤดูกาลนี้ บรรยากาศสงบเหมาะกับการผ่อนคลาย ชมวิว ถ่ายรูป หรือเพียงนั่งดื่มด่ำความงดงามของทะเลและขุนเขา ช่วงปลายฝนต้นหนาวจึงเป็นเวลาที่เหมาะที่สุดในการมาสัมผัสเสม็ดนางชีอย่างเต็มอิ่ม

12 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว 2568
  • ที่อยู่ : อำเภอเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

          ปลายฝนต้นหนาว 2568 นี้ เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสดชื่น อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การออกไปเที่ยวพักผ่อนและชาร์จพลัง ใครกำลังมองหาที่เที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติ ฟีลสงบ ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ต้องออกไปเช็กอินสักครั้ง ^ ^ 

ที่มา: https://travel.kapook.com/view295601.html

“ไทยสร้างไทย” ทุบทุนเถื่อน! 6 แนวทางแก้โกง

“ไทยสร้างไทย” ประกาศ สร้างการเมืองสุจริต เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน “สุดารัตน์” ย้ำคนเลวต้องไม่มีที่ยืนในสังคม อยู่ได้ที่เดียวคือ “คุก”

วันที่ 8 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 2568) พรรคไทยสร้างไทยจัดเวทีสัมมนา “ทุบทุนเถื่อน” ณ โรงแรมเจซี เควิน สาทร กรุงเทพฯ โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเจตจำนงทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า พรรคไทยสร้างไทยมีความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการ “สร้างการเมืองสุจริต” เพื่อพาประเทศออกจากหลุมดำ นำการพัฒนาสู่ประเทศ พาประชาชนหลุดพ้นความยากจน

คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศจุดยืนว่า พรรคไทยสร้างไทย “ไม่โกง และจะไม่ปล่อยให้ใครมาโกงชาติบ้านเมือง” พร้อมย้ำว่า “คนเลวต้องไม่มีที่ยืนในสังคมไทย ที่ยืนที่เดียวของคนโกงคือในคุก” เพื่อยืนยันความตั้งใจของพรรคที่จะผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่โปร่งใส และยุติธรรมอย่างแท้จริง พร้อมระบุการโกงคือมะเร็งร้ายที่กัดกินประเทศไทยมานาน จนทำให้ประเทศกลายเป็น “คนไข้ที่กำลังป่วยหนัก ถึงขั้นโคม่า” โดยดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของไทยตกต่ำลงต่อเนื่อง ได้คะแนนเพียง 34 คะแนน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ทุกครั้งที่การโกงเพิ่มขึ้น ความยากจนของประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสการพัฒนา จนต้องติดหล่มเป็นประเทศกำลังพัฒนามาหลายสิบปี

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สังคมไทยและรัฐบาลทั่วโลกเริ่มเอาจริงกับการปราบ “ขบวนการสแกมเมอร์” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหญ่ของระบบทุจริต และกำลังทำลายเศรษฐกิจไทยอย่างน่ากังวล เพราะจากข้อมูลเศรษฐกิจเถื่อนที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ มีมูลค่าสูงถึง 8.7 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 49% ของ GDP ประเทศไทย สูงติดอันดับ 4 ของเอเชีย ตัวเลขความคลาดเคลื่อนสุทธิ หรือเงินที่ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้ ในปี 2566 อยู่ที่ 180,000 ล้านบาท และในปี 2567 พุ่งทะยานขึ้นเป็นกว่า 530,000 ล้านบาท สะท้อนการขยายตัวของทุนสีดำอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติจากการส่งออกทองคำไปกัมพูชามีมูลค่าสูงถึงเดือนละกว่า 10,000 ล้านบาท รวมสิบปี มากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นช่องทางสำคัญของการฟอกเงินข้ามพรมแดน

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุว่า ปรากฏการณ์เหล่านี้คือการปล้นชาติอย่างเป็นระบบ คนไทยถูกโกง ถูกปล้นทรัพยากรไปแล้วหลายแสนล้านบาท ขณะเดียวกันยังทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคส่งออก และซ้ำเติมเศรษฐกิจของประชาชน พรรคไทยสร้างไทยและตนเองจะเดินหน้าอย่างจริงจังในการทำให้ “คนเลวไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทย” พร้อมเรียกร้องให้ประเทศไทย “ทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์” โดยมีผู้นำที่เอาจริงในการปราบโกงเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนและเวียดนาม ที่สามารถจัดการนักการเมืองและข้าราชการทุจริตได้อย่างเด็ดขาด

พรรคไทยสร้างไทย เสนอมาตรการ “ทุบทุนเถื่อน” ด้วยนโยบายการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตดังนี้:

“ไทยสร้างไทย” เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน

  1. เพิ่มโทษประหารชีวิตแก่ผู้กระทำการทุจริตระดับร้ายแรง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง หรือผู้มีอำนาจที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์
  2. จัดทำและแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสร้าง “อำนาจตรวจสอบภาคประชาชน” ให้ประชาชน 50,000 คน เสนอถอดถอนองค์กรอิสระ และศาลรธน. ได้
  3. จัดตั้งองค์กรตรวจสอบการทุจริตภาคประชาชน ทำงานคู่ขนานกับ ป.ป.ช. และ สตง. มีสมาชิกประมาณ 70 คน จากตัวแทนองค์กรวิชาชีพและประชาชนทุกภูมิภาครวมทั้ง กทม. ทำหน้าที่เสมือน สภาประชาชน ตรวจสอบและเสนอเรื่องต่อ ป.ป.ช. สมาชิกเลือกกันเองเป็น คณะกรรมการบริหาร 11 คน เพื่อดำเนินงานและประสานการตรวจสอบ หาก ป.ป.ช. และอัยการเห็นว่าต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมให้ส่งกลับมาตรวจสอบใหม่ และหากทั้งสองหน่วยงานไม่สั่งฟ้อง องค์กรภาคประชาชนฯ มีสิทธิฟ้องคดีเองได้.
  4. พักการใช้หรือระงับกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากินของประชาชนชั่วคราว 3–5 ปี พร้อมทั้งปรับปรุง ยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมายที่ริดรอนเสรีภาพ และขัดขวางการประกอบอาชีพสุจริตของประชาชน
  5. ลดขนาดของระบบราชการอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านจำนวนหน่วยงานและจำนวนเจ้าหน้าที่ โดยดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ คล่องตัว และลดภาระงบประมาณของประเทศ
  6. สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน (โดยเฉพาะ SME) และภาคประชาชน ในการให้บริการสาธารณะและต่อต้านการทุจริตทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ยั่งยืน

ทำไมต้อง “ทุบทุนเถื่อน”?

การดำเนินการเพื่อ “ทุบทุนเถื่อน” ไม่ใช่แค่เรื่องของการปราบปรามการทุจริต แต่เป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทย หากเราสามารถลดการทุจริตและสร้างความโปร่งใสได้ จะส่งผลให้:

  • การลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
  • การแข่งขันทางธุรกิจเป็นธรรมมากขึ้น
  • ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ
  • ประเทศชาติมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คุณหญิงสุดารัตน์เน้นย้ำว่า การ “ทุบทุนเถื่อน” เป็นวาระแห่งชาติที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่โปร่งใสและเป็นธรรมได้

การที่พรรคไทยสร้างไทยผลักดันนโยบาย “ทุบทุนเถื่อน” อย่างจริงจัง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่หยั่งรากลึกในสังคมไทย การทุจริตไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการโกงกิน แต่เป็นการทำลายโอกาสและความหวังของคนไทยทุกคน มาร่วมกันสนับสนุนและผลักดันนโยบายนี้ เพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีกว่าเดิม

ที่มา – “ไทยสร้างไทย” เสนอ 6 แนวทางทุบทุนเถื่อน “สุดารัตน์” ย้ำคนเลวอยู่ได้ที่เดียวคือ “คุก”