วัน: 13 พฤศจิกายน 2025

ออสการ์ขอบคุณแฟน! สำหรับกำลังใจ

ออสการ์ขอบคุณแฟน! สำหรับ ‘ข้อความและคำอธิษฐาน’

ออสการ์ อดีตกองกลางเชลซีและทีมชาติบราซิลอาการทรงตัวในโรงพยาบาลหลังล้มป่วยด้วยปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

ดาวเตะวัย 34 ปี รู้สึกไม่สบายขณะเข้ารับการทดสอบร่างกายก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ที่ศูนย์ฝึกซ้อมของเซาเปาโลเมื่อวันอังคาร

เขากลับมาร่วมทีมเซาเปาโล สโมสรที่เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งในเดือนธันวาคม 2024

สโมสรกล่าวว่า “ออสการ์ มีอาการเปลี่ยนแปลงทางหัวใจ และได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีจากทีมงานของสโมสรและทีมแพทย์จากโรงพยาบาล Einstein Israelita ซึ่งอยู่ในสถานที่เกิดเหตุ”

“จากนั้นผู้เล่นถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้อาการทรงตัวและอยู่ภายใต้การสังเกตอาการเพื่อทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยโรคให้ชัดเจน”

สำนักข่าว Globo ของบราซิลรายงาน, external ว่า ออสการ์ กำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายขณะที่เขาล้มลงและหมดสติไปสองนาที

สื่อดังกล่าวเสริมว่าตอนนี้ ออสการ์ กำลังพิจารณาที่จะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ เขากลับมาร่วมทีมเซาเปาโล ซึ่งมี เอร์นัน เครสโป อดีตกองหน้าเชลซีและอาร์เจนตินาเป็นผู้จัดการทีม ด้วยสัญญา 3 ปี จนถึงปี 2027 หลังจากใช้เวลา 8 ปีเล่นในประเทศจีน

อัพเดทอาการล่าสุดของ ออสการ์

ข่าวการป่วยของ ออสการ์ สร้างความตกใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก อดีตดาวเตะเชลซีรายนี้ถือเป็นผู้เล่นที่มีพรสวรรค์และประสบความสำเร็จอย่างมากในอาชีพค้าแข้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เขาเล่นให้กับเชลซี ซึ่งเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ยูโรปาลีก และลีกคัพ

หลังจากย้ายไปเล่นในประเทศจีน ออสการ์ ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมเซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ไชนีสซูเปอร์ลีกได้อีกด้วย การกลับมายังเซาเปาโลเมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้แฟนบอลชาวบราซิลต่างคาดหวังที่จะได้เห็นเขากลับมาโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ข่าวการป่วยด้วยปัญหาเกี่ยวกับหัวใจทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของเขาในวงการฟุตบอล หลายฝ่ายต่างส่งกำลังใจและคำอธิษฐานให้กับ ออสการ์ ให้หายป่วยและกลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

ทางสโมสรเซาเปาโลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการของ ออสการ์ แต่ยืนยันว่าเขาได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดจากทีมแพทย์ และกำลังอยู่ภายใต้การสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด แฟนบอลและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอลต่างหวังว่าจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับอาการของเขาในเร็วๆ นี้

เราขอเป็นกำลังใจให้ออสการ์หายป่วยไวๆ และกลับมาแข็งแรงโดยเร็วนะครับ! เชื่อว่าแฟนบอลทั่วโลกยังคงให้การสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่

ที่มา – Oscar thanks fans for ‘messages and prayers’

ไทย ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่

กระทรวงการต่างประเทศของไทย ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ยิงปืนยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับกัมพูชา ซ้ำซาก การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก

วันที่ 13 พ.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่ข้อความประณามการกระทำของกัมพูชา ที่ละเมิดการปฏิบัติตามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับกัมพูชา (Joint Declaration) ซ้ำ โดยระบุว่า

1. เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 กัมพูชาได้ละเมิดการปฏิบัติตามถ้อยแถลง (Joint Declaration) ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ด้วยการลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในเขตแดนไทยที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จนเป็นเหตุให้หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพถาวร

2. เป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งที่ในเวลาเพียงสองวันต่อมา ฝ่ายกัมพูชาได้ละเมิด Joint Declaration อีกครั้ง ด้วยการสร้างสถานการณ์ยั่วยุ โดยยิงปืนเข้ามาฝั่งไทยบริเวณชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ทำให้ทหารไทยต้องดำเนินการตอบโต้ เพื่อปกป้องอธิปไตยและป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นไปตามกฎการใช้กำลังและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ

3. ประเทศไทยขอประณามเหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์ข้างต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการละเมิด Joint Declaration แล้ว การลอบวางทุ่นระเบิดเป็นการละเมิดพันธกรณีตามอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) ที่กัมพูชาเป็นรัฐภาคี ซึ่งไทยได้มีหนังสือประท้วงต่อกัมพูชาไปยังญี่ปุ่นในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาฯ และได้ขอให้เวียนหนังสือดังกล่าวให้รัฐภาคีอนุสัญญาฯ ทราบแล้ว พร้อมทั้งมีหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติในเรื่องนี้ด้วย ในขณะที่เหตุการณ์ปะทะกันที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาในดินแดนไทย ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย

4. ประเทศไทยเคารพและดำเนินการต่าง ๆ ตามกฎหมายระหว่างประเทศและกติกาสากล และเป็นไปด้วยความโปร่งใส โดยจัดให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ประเทศไทยมุ่งมั่นปฏิบัติตาม Joint Declaration มาโดยตลอด เพราะเห็นว่าเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยลดความตึงเครียดและปูทางไปสู่สันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายมุ่งประสงค์ แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเป็นผู้ละเมิด Joint Declaration และพยายามสร้างสถานการณ์และข้อมูลเท็จ การกระทำเช่นนี้สะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาที่จะบรรลุสันติภาพร่วมกัน

5. ประเทศไทยขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งสอง และขอเรียกร้องให้กัมพูชาแสดงความรับผิดชอบ ตรวจสอบเหตุการณ์ข้างต้นอย่างโปร่งใส ยุติการกระทำยั่วยุ และหันกลับสู่เส้นทางแห่งสันติภาพ เพื่อลดความตึงเครียดและมิให้เกิดความสูญเสียในอนาคต

ไทย ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ยิงปืนยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงซ้ำซาก

ทำไมไทยถึงประณามกัมพูชาเรื่องนี้?

การที่ประเทศไทยออกมาประณามกัมพูชาอย่างรุนแรง เป็นผลมาจากการกระทำหลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงและความไว้ใจระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตแดนไทยไม่เพียงแต่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย การยิงปืนยั่วยุตามแนวชายแดนยิ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดและอาจนำไปสู่สถานการณ์ที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ประเทศไทยมองว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการละเมิด “Joint Declaration” ซึ่งเป็นข้อตกลงที่มุ่งหวังที่จะสร้างสันติภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ การที่กัมพูชาละเมิดข้อตกลงนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ไทยต้องออกมาแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าวเพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

นอกจากนี้ การลอบวางทุ่นระเบิดยังเป็นการละเมิด “อนุสัญญาออตตาวา” ซึ่งกัมพูชาเป็นภาคี การที่กัมพูชาซึ่งเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว กลับกระทำการที่ขัดต่อพันธกรณีของตนเอง ทำให้ไทยต้องเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การประณามอย่างเป็นทางการ แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงของไทยต่อการกระทำของกัมพูชา ความสัมพันธ์ที่เคยราบรื่นอาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศยังคงต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสันติวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ การเจรจาและการใช้กลไกทางการทูตเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน

สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพซึ่งกันและกัน การปฏิบัติตามข้อตกลง และการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

การที่ประเทศไทยออกมา ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ และยิงปืนยั่วยุอย่างตรงไปตรงมา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ หวังว่ากัมพูชาจะรับฟังและดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

การกระทำของกัมพูชาที่ ไทย ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ นั้น ทำให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน

ดังนั้นทั้งสองประเทศควรกลับมาเจรจาอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน

ที่มา – ไทย ประณาม “กัมพูชา” ลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ยิงปืนยั่วยุ ละเมิดข้อตกลงซ้ำซาก

วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC

การแข่งขันของสกอตแลนด์ที่จะไปเยือนกรีซ และในบ้านกับเดนมาร์ก อาจเป็นตัวกำหนดว่าประเทศนี้จะไปถึงฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 หรือไม่ และคุณสามารถรับชมได้ทาง BBC เท่านั้น

นอกเหนือจากตัวเลือกในการรับชมสดแล้ว คุณยังสามารถฟังการบรรยายทางวิทยุ และติดตามเกมได้ในแอปและเว็บไซต์ BBC Sport

นี่คือทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เพื่อไม่ให้พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญ

วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC

คุณสามารถรับชม กรีซ พบ สกอตแลนด์ ได้ทาง BBC Scotland, BBC Two และ iPlayer ตั้งแต่เวลา 19:15 GMT ในคืนวันเสาร์ ในขณะที่ทีมของสตีฟ คลาร์ก ตั้งเป้าที่จะจัดการแข่งขันที่ผู้ชนะจะได้ทุกอย่างกับเดนมาร์กที่แฮมป์เดนเพื่อชิงตำแหน่งสูงสุดในกลุ่ม C

สตีเวน ทอมป์สัน จะเข้าร่วมโดย นีล แมคแคนน์ และ ลีแอนน์ ไครช์ตัน โดยมี เจมส์ แมคแฟดเดน ร่วมกับ เลียม แมคลอยด์ สำหรับการบรรยาย

สกอตแลนด์ พบ เดนมาร์ก ยังมีให้รับชมทาง BBC Scotland, BBC Two และ iPlayer ตั้งแต่เวลา 19:15 ในวันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน

ช่องทางฟังสด: วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC

คุณสามารถฟัง กรีซ พบ สกอตแลนด์ ได้ทาง BBC Radio Scotland ซึ่งมีให้บริการทางวิทยุ ลำโพงอัจฉริยะ และทาง BBC Sounds

การเตรียมความพร้อมก่อนเกมกับ เคนนี แมคอินไทร์ เริ่มต้นหลัง 18:00

บิลลี่ ดอดด์ส เข้าร่วมกับ อลาสแตร์ ลามอนต์ สำหรับการบรรยาย และวิลลี่ มิลเลอร์ และทอม อิงลิช จะเติมเต็มรายชื่อผู้บรรยายทางวิทยุ

ทีม BBC Radio Scotland จะกลับมาอีกครั้งตั้งแต่ 18:00 ในวันอังคารสำหรับ สกอตแลนด์ พบ เดนมาร์ก

คุณยังสามารถฟังทั้งสองเกมได้ทาง BBC Radio 5 Live และ BBC Radio Nan Gaidheal (บรรยายภาษาเกลิค) ซึ่งทั้งสองช่องทางสามารถฟังได้ทาง BBC Sounds

ติดตามเกมของสกอตแลนด์บน BBC Sport

การถ่ายทอดสดทางทีวีและวิทยุสำหรับการแข่งขันของสกอตแลนด์ทั้งสองเกม สามารถเข้าถึงได้ในแอปและเว็บไซต์ BBC Sport พร้อมกับการบรรยายสด ข้อความ ปฏิกิริยา การวิเคราะห์ และโอกาสที่จะแสดงความคิดเห็นและให้คะแนนผู้เล่น

อย่างที่ทราบกันดีว่า การติดตามข่าวสารและการแข่งขันกีฬาเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับแฟนบอลชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมชาติของตนเองลงทำการแข่งขัน วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC จึงเป็นช่องทางที่สะดวกและเข้าถึงง่ายสำหรับแฟนๆ ที่ต้องการรับชมและติดตามข่าวสารล่าสุด

สำหรับแฟนบอลชาวไทยที่สนใจ วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC นั้นถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะมีการถ่ายทอดสดให้ชมแล้ว ยังมีบทวิเคราะห์และข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

การที่ BBC มีช่องทางที่หลากหลายในการนำเสนอการแข่งขัน ทำให้แฟนบอลสามารถเลือก วิธีติดตามการแข่งขันรอบคัดเลือกของสกอตแลนด์ทาง BBC ได้ตามความสะดวกของตนเอง ไม่ว่าจะรับชมผ่านโทรทัศน์ ฟังวิทยุ หรือติดตามข่าวสารผ่านทางแอปพลิเคชั่น

ดังนั้น หากคุณเป็นแฟนบอลตัวยงของสกอตแลนด์ อย่าลืมติดตามข่าวสารและวิธีการรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทางช่องทางต่างๆ ของ BBC เพื่อไม่ให้พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขันรอบคัดเลือกครั้งนี้

ที่มา – How to follow Scotland’s crucial qualifiers on BBC

สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์ จริงหรือ?

ข่าวใหญ่จากสหรัฐอเมริกา! มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะ สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์ ปิดฉากเหรียญที่อยู่คู่ชาวอเมริกันมานานกว่า 230 ปี สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงลิ่ว แถมมูลค่าทางเศรษฐกิจก็แทบจะไม่มีแล้ว เรื่องนี้สร้างความฮือฮาไม่น้อย และทำให้หลายคนหันมามองถึงคุณค่าของเหรียญเล็กๆ ที่เคยอยู่ในกระเป๋าเรา

เหรียญเพนนีเริ่มผลิตครั้งแรกตั้งแต่ปี 1793 ย้อนไปในยุคนั้น เพนนีหนึ่งเหรียญสามารถซื้อบิสกิต เทียน หรือขนมได้ชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันคุณจะทำอะไรได้ด้วยเงิน 1 เซนต์? คำตอบคือแทบไม่ได้อะไรเลย หลายคนมักจะโยนเหรียญทิ้งไว้ในโหล เก็บสะสม หรือไม่ก็กองรวมๆ กันไว้ในลิ้นชัก ขณะที่ต้นทุนในการผลิตแต่ละเหรียญนั้นสูงถึงเกือบ 4 เซนต์!

แบรนดอน บีช รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้กล่าวในพิธีที่โรงกษาปณ์ฟิลาเดลเฟียว่า “พระเจ้าคุ้มครองอเมริกา และเราสามารถประหยัดเงินภาษีของประชาชนได้ถึง 56 ล้านดอลลาร์” ก่อนที่จะกดปุ่มเพื่อปั๊มเหรียญเพนนีเหรียญสุดท้าย ซึ่งถูกจัดวางอย่างดีเพื่อให้สื่อมวลชนได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก แน่นอนว่าเหรียญชุดสุดท้ายนี้บางส่วนจะถูกนำไปประมูลเพื่อการกุศลอีกด้วย

ถึงแม้ว่าการผลิตจะหยุดลงแล้ว แต่ไม่ต้องกังวล! เหรียญเพนนีหลายพันล้านเหรียญที่ยังหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจนั้นยังสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เหมือนกับเหรียญครึ่งเซนต์ที่ถูกยกเลิกไปในปี 1857 ซึ่งถือเป็นครั้งสุดท้ายที่สหรัฐฯ ตัดสินใจเลิกใช้เหรียญอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยว่า โรงกษาปณ์ส่วนใหญ่ได้หยุดการผลิตเหรียญเพนนีไปตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาแล้ว ในวันสุดท้ายของการปั๊มเหรียญ พนักงานต่างยืนสงบอยู่หน้าเครื่องจักร ราวกับกำลังกล่าวอำลาเพื่อนเก่าที่ทำงานร่วมกันมานาน ก่อนที่จะปรบมือและส่งเสียงเชียร์เมื่อเหรียญสุดท้ายถูกผลิตออกมา

การตัดสินใจ สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์ นั้น เกิดขึ้นจากคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นจนไม่คุ้มค่า “สหรัฐฯ ผลิตเหรียญเพนนีที่มีต้นทุนเกินมูลค่ามานานเกินไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่สิ้นเปลือง!” ทรัมป์ได้ระบุไว้ในโพสต์ออนไลน์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ชาวอเมริกันจำนวนมากก็ยังรู้สึกผูกพันกับเหรียญเพนนี บางคนถือว่าเป็นเหรียญนำโชค หรือเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ ขณะที่ร้านค้าปลีกหลายแห่งเริ่มกังวลในช่วงก่อนที่จะมีการเลิกผลิต เพราะเหรียญเริ่มขาดตลาด และยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะจัดการกับการทอนเงินอย่างไร บางร้านจึงเลือกที่จะปัดเศษราคาลง เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องเสียเปรียบ หรือบางแห่งก็ขอให้ลูกค้านำเหรียญเพนนีมาใช้จ่าย หรือแลกเป็นของรางวัล เช่น เครื่องดื่มฟรี

ฝ่ายที่สนับสนุนการยกเลิกเหรียญเพนนี ให้เหตุผลว่าการ สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์ จะช่วยลดต้นทุนของรัฐบาล ทำให้การชำระเงินรวดเร็วขึ้น และยังสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่ง เช่น แคนาดา ที่ได้ยุติการผลิตเหรียญเพนนีไปตั้งแต่ปี 2012 แล้ว

ธนาคารบางแห่งเริ่มจำกัดการจ่ายเหรียญเพนนี เนื่องจากมีปริมาณมหาศาลที่สะสมอยู่ในระบบ ปัจจุบันเหรียญเพนนีคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของเหรียญทั้งหมดที่ผลิตในโรงกษาปณ์ฟิลาเดลเฟียและเดนเวอร์ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าเหรียญเพนนีจะมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าเหรียญนิกเกิล (5 เซนต์) ที่ใช้เงินถึงเกือบ 14 เซนต์ต่อเหรียญ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเหรียญไดม์ (10 เซนต์) ที่ใช้ต้นทุนเพียง 6 เซนต์ และเหรียญควอเตอร์ (25 เซนต์) ที่ใช้ต้นทุนเกือบ 15 เซนต์ การผลิตเหรียญเพนนีก็ดูจะไม่คุ้มค่าอีกต่อไป

แฟรงก์ โฮลท์ ศาสตราจารย์กิตติคุณแห่งมหาวิทยาลัยฮิวสตัน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เหรียญ ได้กล่าวว่า การเลิกผลิตเหรียญเพนนีถือเป็นการสูญเสียทางวัฒนธรรม “เหรียญเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงตัวตนของเรา เราเลือกที่จะสลักคำขวัญและภาพบุคคลสำคัญลงบนมัน มันคือหลักฐานของประวัติศาสตร์ การเมือง ศิลปะ และอุดมคติของประเทศ”

สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์

ทำไมสหรัฐฯ ถึงหยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์?

คำถามที่หลายคนสงสัยคือทำไมถึงต้องมีการยกเลิกเหรียญที่อยู่คู่ประเทศมานานขนาดนี้ คำตอบหลักๆ ก็คือเรื่องของต้นทุนและความคุ้มค่าในการผลิตนั่นเอง เมื่อไหร่ที่ต้นทุนสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง การยกเลิกก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายประเทศทั่วโลกก็ใช้วิธีการนี้เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

การตัดสินใจครั้งนี้อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวิถีชีวิตของผู้คนไปบ้าง แต่ในระยะยาวแล้ว อาจจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็เป็นได้ แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรกับการ สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญเพนนี 1 เซนต์?

ที่มา – สหรัฐฯ หยุดผลิตเหรียญ “เพนนี” 1 เซนต์ หลังใช้มานาน 230 ปี เหตุต้นทุนพุ่ง-ไร้ค่าทางเศรษฐกิจ

ด่วน! บุกจับ “สันธนะ” กลางกรุง ปมอุ้มรีดค่าไถ่!

เจ้าหน้าที่บุกจับ “สันธนะ” อดีตนายตำรวจสันติบาล กลางกรุง ปมอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน ไปสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ

วันที่ 13 พ.ย. 2568 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกรวบตัว “นายสันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตนายตำรวจสันติบาล กลางกรุงฯ ปมอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน พร้อมคุมตัวไปสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ด่วน! บุกจับ “สันธนะ” กลางกรุง ปมอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน ไปสอบ สน.ทองหล่อ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการสีกากีอีกครั้ง! เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบุกจับ “สันธนะ” อดีตนายตำรวจสันติบาลชื่อดัง กลางใจกรุงเทพมหานคร ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น

การบุกจับ “สันธนะ” ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวอาชญากรรมธรรมดา แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอิทธิพลและอำนาจของผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในอดีต การที่อดีตนายตำรวจระดับสูงถูกจับกุมในข้อหาร้ายแรงเช่นนี้ ย่อมสร้างความสั่นคลอนต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม

รายละเอียดการจับกุม “สันธนะ” และข้อกล่าวหา

ตามรายงานข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบตัวนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาลชื่อดัง ในข้อหาอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อรวบรวมหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ข้อกล่าวหาอุ้มรีดค่าไถ่นั้นเป็นความผิดร้ายแรงที่มีโทษทางอาญาสูง ซึ่งหากนายสันธนะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ และสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

หลังจากถูกจับกุม นายสันธนะถูกควบคุมตัวไปยัง สน.ทองหล่อ เพื่อทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ประชาชน

คดีนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย ว่าจะสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้อย่างเท่าเทียมกันหรือไม่ โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรืออิทธิพลที่ผู้กระทำผิดเคยมี

การจับกุม “สันธนะ” ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมุ่งมั่นที่จะปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจัง และจะไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวลไปได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม

ติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดทุกข้อมูลสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อความเข้าใจและความเชื่อมั่นของท่านที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทย

ที่มา – ด่วน! บุกจับ “สันธนะ” กลางกรุง ปมอุ้มรีดค่าไถ่ชาวไต้หวัน ไปสอบ สน.ทองหล่อ

คอลลัมน์หนุนไม่ไล่ ทรัสตี – ข่าวลือ

หัวหน้าผู้ตัดสินของสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์สนับสนุนการตัดสินใจของ Nick Walsh ที่จะไม่ไล่ Auston Trusty กองหลังของ Celtic ในเกม Premier Sports Cup รอบรองชนะเลิศล่าสุดกับ Rangers Trusty ดูเหมือนจะโดนศีรษะของ Jack Butland ผู้รักษาประตูด้วยเท้า (Sun), external

Joe Lewis อดีตผู้รักษาประตูของ Aberdeen สนับสนุนการสนับสนุนของบอร์ดบริหาร Pittodrie ที่มีต่อ Jimmy Thelin ผู้จัดการทีม (Record), external

และ Lewis สงสัยโอกาสที่ Hearts ผู้นำจะชนะ Scottish Premiership (Record), external

Sebastian Tounekti ปีกของ Celtic ได้ถอนตัวออกจากทีมชาติตูนิเซียก่อนการแข่งขันกระชับมิตรที่จะเกิดขึ้น 3 นัด (Sun), external

Nedim Bajrami กองกลางของ Rangers ไม่พอใจกับบทบาทปัจจุบันของเขาที่ Ibrox Sylvinho หัวหน้าโค้ชของแอลเบเนียกล่าว (Sun), external

คอลลัมน์หนุนไม่ไล่ ทรัสตี – ข่าวลือ

ข่าวลือล่าสุดในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ยังคงร้อนระอุ โดยเฉพาะประเด็นที่ Willie Collum หัวหน้าผู้ตัดสินออกมาสนับสนุนการตัดสินใจของ Nick Walsh ที่ไม่ไล่ Auston Trusty กองหลัง Celtic ออกจากสนามในเกมรอบรองชนะเลิศ Premier Sports Cup ที่พบกับ Rangers การปะทะกันระหว่าง Trusty และ Jack Butland ผู้รักษาประตู Rangers กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเล่นที่อันตราย

ทำไมคอลลัมน์ถึงหนุนการตัดสินใจ?

ถึงกระนั้น Willie Collum กลับออกมาแสดงความเห็นว่า การตัดสินใจของ Nick Walsh เป็นไปตามดุลยพินิจที่เหมาะสม โดยมองว่าจังหวะดังกล่าวไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้โดยตรง แม้ว่าเท้าของ Trusty จะสัมผัสศีรษะของ Butland แต่ก็เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเกมการแข่งขัน

การสนับสนุนดังกล่าวจุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง หลายคนยังคงมองว่าการกระทำของ Trusty สมควรได้รับใบแดง ขณะที่อีกฝ่ายเห็นด้วยกับการตัดสินใจของ Walsh โดยมองว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ

นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์:

  • Joe Lewis อดีตผู้รักษาประตูของ Aberdeen ให้การสนับสนุน Jimmy Thelin ผู้จัดการทีม
  • Lewis แสดงความสงสัยเกี่ยวกับโอกาสที่ Hearts จะคว้าแชมป์ Scottish Premiership
  • Sebastian Tounekti ปีกของ Celtic ถอนตัวจากทีมชาติตูนิเซียเนื่องจากอาการบาดเจ็บ
  • Nedim Bajrami กองกลางของ Rangers ไม่พอใจกับบทบาทปัจจุบันของเขาที่ Ibrox

สถานการณ์ของ Bajrami น่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจาก Sylvinho โค้ชทีมชาติแอลเบเนียออกมาเปิดเผยว่า นักเตะรายนี้ไม่ค่อยมีความสุขนักกับการเล่นในตำแหน่งปัจจุบันกับต้นสังกัด Rangers ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับอนาคตของเขาในทีม

ข่าวลือและสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ยังคงสร้างความตื่นเต้นและความสนใจให้กับแฟนบอลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็น คอลลัมน์หนุนไม่ไล่ ทรัสตี – ข่าวลือ ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง

การตัดสินใจของผู้ตัดสินในสนามเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อนและยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจได้ การสนับสนุนของ Collum ต่อ Walsh แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในดุลยพินิจของผู้ตัดสิน และความพยายามที่จะรักษามาตรฐานในการตัดสินเกมฟุตบอล

คอลลัมน์หนุนไม่ไล่ ทรัสตี – ข่าวลือ ยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไป และจะน่าสนใจว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ตัดสินในอนาคตอย่างไร

ที่มา – Collum backs decision not to send off Trusty – gossip

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยันไม่สั่งอพยพ ปชช. ทหารตรึงกำลัง

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันว่ายังไม่มีคำสั่งอพยพประชาชน แม้จะได้ยินเสียงปืนและเสียงคล้ายระเบิดบริเวณชายแดนกัมพูชา พร้อมทั้งยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทหารยังคงตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา พร้อมด้วย นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เดินทางไปยังบริเวณ ชรบ. ของหมู่บ้านหนองหญ้าแก้ว โดย พ.อ.ชัยณรงค์ ได้พูดคุยกับนางวราภรณ์ ทอง ชาวบ้านที่อพยพเมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) พร้อมให้กำลังใจ

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าฯ สระแก้ว กล่าวว่า ได้มาเยี่ยมชาวบ้านและบัญชาการสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง บังเกอร์หลุมหลบภัยมีความพร้อมรองรับชาวบ้าน ทำให้รู้สึกสบายใจและอุ่นใจที่ทุกอย่างเตรียมพร้อม แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องอพยพ เพียงแต่ให้ประชาชนอยู่ในที่ปลอดภัยใกล้ชุมชน เนื่องจากจังหวัดยังไม่มีคำสั่งอพยพ ต่างจากฝั่งกัมพูชาที่มีการสั่งอพยพไปแล้ว

“รอบนอกเราเตรียมพร้อมทุกด้าน ไม่ต้องห่วงชาวบ้านขวัญกำลังใจดี เพราะมีการลำดับขั้นตอนและการซักซ้อมไว้อย่างดี ทั้งในส่วนของผู้ป่วยติดเตียง และเครื่องอุปโภคบริโภค” นายปริญญา กล่าว

พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (12 พ.ย.) ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่มีเสียงปืนดังขึ้น และเวลาประมาณ 18.55 น. ที่มีเสียงคล้ายระเบิด แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นอาวุธจากฝั่งกัมพูชา เสียงดังกล่าวห่างจากจุดตรวจประมาณ 600 เมตร สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงปกติ แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

“เรื่องความระแวงหรือหวาดกลัวของชาวบ้าน ให้สอบถามจากชาวบ้านเอง แต่ผมเชื่อว่าชาวบ้านมีขวัญกำลังใจดีและเข้าใจสถานการณ์ กำลังพลก็มีขวัญกำลังใจดีเช่นกัน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่” พ.อ.ชัยณรงค์ กล่าว และเสริมว่า พล.ต.เบญจพล ได้แสดงความเป็นห่วงและมาให้กำลังใจลูกน้องและประชาชนเมื่อคืนที่ผ่านมา

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะไม่ทราบว่าทางกัมพูชาจะก่อความวุ่นวายอีกหรือไม่ แต่ก็เตรียมพร้อมอยู่เสมอ ส่วนเรื่องการปักหมุดชั่วคราววันที่ 17 พ.ย.นี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันยังไม่สั่งอพยพประชาชน เจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลัง 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ชายแดนสระแก้วยังคงเป็นที่จับตา แม้จะยังไม่มีการอพยพ แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ยังคงเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนในพื้นที่

สถานการณ์ล่าสุด: ผู้ว่าฯ สระแก้วยันไม่สั่งอพยพ

สถานการณ์ชายแดนสระแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่มีสัญญาณที่บ่งบอกถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น แต่การเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

  • ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

ถึงแม้ว่าสถานการณ์จะยังไม่น่ากังวล แต่การไม่ประมาทและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – ผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันยังไม่สั่งอพยพประชาชน เจ้าหน้าที่ทหารตรึงกำลัง 24 ชั่วโมง

รร.ชายแดนศรีสะเกษเปิดเรียนปกติ รับมือฉุกเฉิน

สถานการณ์ชายแดนศรีสะเกษยังคงต้องเฝ้าระวัง แต่โรงเรียนในพื้นที่ยังคงเปิดเรียนตามปกติ โดยมีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่ ผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันว่าครูและนักเรียนได้ซักซ้อมแผนอพยพเป็นประจำ และมีการจัดเตรียมบังเกอร์ถึง 18 แห่ง เพื่อรองรับสถานการณ์ไม่คาดฝัน นี่คือเรื่องราวของ รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนบ้านภูมิซรอลวิทยา ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชาเพียง 12 กิโลเมตร ยังคงเปิดการเรียนการสอนตามปกติ แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนจะยังคงตึงเครียดและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โรงเรียนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

โรงเรียนบ้านภูมิซรอลวิทยาเคยได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเมื่อปี 2554 บริเวณปราสาทพระวิหาร กระสุนปืนใหญ่จากฝั่งกัมพูชาเคยตกใส่หลังคาอาคารเรียน ทำให้เกิดความเสียหายบางส่วน เหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ครู นักเรียน และชาวบ้านในพื้นที่ต้องเรียนรู้การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

บรรยากาศล่าสุดที่โรงเรียนบ้านภูมิซรอลวิทยาเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อยเดินทางมาเรียนหนังสือตามปกติ โดยมีคณะครูและผู้บริหารคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่มีประกาศหยุดเรียนแต่อย่างใด

นายทศพร คำปลิว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านภูมิซรอลวิทยา กล่าวว่า โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนตามปกติ และนักเรียน ครู ยังคงปฏิบัติงานตามตารางเรียนเดิม แม้โรงเรียนจะอยู่ในพื้นที่ใกล้ชายแดน แต่ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะมีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและการอพยพอยู่เสมอ โดยทำงานร่วมกับทหาร อำเภอ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถอพยพนักเรียนออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยหากเกิดเหตุ

รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน

ผู้อำนวยการโรงเรียนยังกล่าวอีกว่า สภาพจิตใจของครูและนักเรียนยังดีอยู่ ทุกคนเข้าใจสถานการณ์และไม่ตื่นตระหนก หากไม่มีสัญญาณเตือนหรือเสียงปืนใหญ่ดังขึ้น โรงเรียนก็จะยังคงเปิดเรียนตามปกติ แต่ก็มีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา โดยจัดเตรียมหลุมหลบภัยและบังเกอร์ 18 แห่งทั่วบริเวณโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถหลบภัยได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

นอกจากนี้ นักเรียนยังได้รับการฝึกอบรมเรื่องการเอาตัวรอดและการอพยพอยู่เป็นประจำ ทุกคนรู้ว่าหากเกิดเหตุจะต้องไปที่ใดและต้องทำอย่างไรให้ปลอดภัย

ความสำคัญของการเตรียมพร้อมที่ รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน

การที่ รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะให้การศึกษาแก่เด็กๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย การเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความห่วงใยที่โรงเรียนมีต่อครูและนักเรียน

การที่โรงเรียนยังคงเปิดการเรียนการสอนตามปกติ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและชุมชนว่า โรงเรียนสามารถดูแลบุตรหลานของตนได้อย่างปลอดภัย และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การฝึกอบรมและการซักซ้อมแผนเป็นประจำ ช่วยให้ทุกคนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน เป็นเรื่องที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่เสี่ยงภัย การให้ความสำคัญกับการศึกษาควบคู่ไปกับความปลอดภัย จะช่วยให้เด็กๆ สามารถเติบโตและเรียนรู้อย่างมีความสุข แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ที่มา – รร.ชายแดน จ.ศรีสะเกษ ยังเปิดเรียนปกติ เตรียมบังเกอร์ 18 แห่ง รับมือเหตุฉุกเฉิน

อดีตแข้งปีเตอร์โบโร่สานฝันบอลโลกให้ DR คองโก

อดีตแข้งปีเตอร์โบโร่สานฝันบอลโลกให้ DR คองโก

ฟุตบอลนานาชาติอาจดูเหมือนง่าย เกิดและเติบโตในประเทศไหน ก็เล่นให้ประเทศนั้น แต่ในโลกที่เชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น มันไม่ง่ายอย่างนั้นเสมอไป และน้อยคนจะรู้ดีเท่า กาเบรียล ซากัวนี อดีตกองหลังปีเตอร์โบโร่

เขาเกิดที่กินชาซา เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DR คองโก) สมัยที่ประเทศยังชื่อว่าซาอีร์ และย้ายมาอังกฤษตั้งแต่เด็ก หลังแขวนสตั๊ด หนึ่งในงานหลักของเขาคือการช่วยเฟ้นหานักฟุตบอลจากประเทศอื่น ๆ ที่สามารถเล่นให้กับ DR คองโกได้ และพยายามชักชวนพวกเขาเหล่านั้น

มีชาวคองโกพลัดถิ่นจำนวนมากทั่วยุโรป รวมถึงนักฟุตบอลชื่อดังหลายคนที่ย้ายออกจากประเทศไปยุโรปในช่วงสี่ทศวรรษที่ผ่านมา หนีภัยความไม่มั่นคงทางการเมืองและเศรษฐกิจ ทีมชาติชุดล่าสุดมีผู้เล่นมากมายที่เคยเล่นให้กับอังกฤษ ฝรั่งเศส เบลเยียม และสวิตเซอร์แลนด์ในระดับเยาวชน

ในบรรดาผู้เล่นชื่อดังที่เปลี่ยนมาเล่นให้ DR คองโก ได้แก่ อารอน วาน-บิสซาก้า และ โยอัน วิสซ่า ที่เล่นในพรีเมียร์ลีก

ทัพ “Leopards” จะลงเล่นกับแคเมอรูนในวันพฤหัสบดีนี้ ในรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ และยังมีชื่อเข้าร่วมในการแข่งขัน แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ที่จะเริ่มในเดือนหน้า

ซากัวนี ซึ่งพูดได้แปดภาษา เล่าให้ BBC World Service ฟังถึงบทบาทของเขาในฐานะที่ปรึกษาด้านเทคนิคของ DR คองโก

บทบาทที่เริ่มต้นอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ

ซากัวนี วัย 39 ปีย้ายมาอังกฤษตั้งแต่เด็ก และมีอาชีพค้าแข้งกับหลายทีม ทั้งเลย์ตัน โอเรียนท์, ปีเตอร์โบโร่ และจิลลิงแฮม ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2020 เขาลงเล่นให้ DR คองโก 30 นัด โดยมี ยานนิค โบลาซี่ อดีตปีกของคริสตัล พาเลซ เป็นเพื่อนร่วมทีม ซึ่งโบลาซี่เกิดในฝรั่งเศสและเติบโตในอังกฤษ

“มันอาจจะเริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นนักเตะ” ซากัวนีกล่าวถึงบทบาทการค้นหาพรสวรรค์ของเขา “ผมทำมันโดยไม่มีตำแหน่งหรือบทบาท เพราะผมเป็นคนชักชวนให้ ยานนิค โบลาซี่ มาเล่นให้ทีมชาติ ตอนที่เขากำลังมาแรงกับคริสตัล พาเลซ และมีโอกาสที่จะได้เล่นให้กับอังกฤษหรือฝรั่งเศส มันเลยเป็นแบบนี้มาตลอด”

‘ผมหวังว่าจะมีฐานข้อมูล’

โบลาซี่ต้องค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเองเพื่อหาผู้เล่นที่มีศักยภาพ

“ผมหวังว่าจะมีฐานข้อมูล มันจะทำให้งานของผมง่ายขึ้นมาก มันเป็นงานที่หนักมาก คุณต้องค้นคว้าด้วยตัวเอง บางครั้งผมแค่ดูเกม ดูนามสกุล และหาคนที่อาจมีเชื้อสายคองโก แล้วเริ่มขุดคุ้ย พบปะผู้เล่นนอกสนาม และเริ่มพูดคุย”

บทบาทของเขาคือการดูผู้เล่นทีมชาติลงสนาม และบางครั้งนั่นก็เป็นวิธีที่เขาค้นหาผู้เล่นใหม่ ๆ “ผมจับตาดูผู้เล่นที่อยู่ในอังกฤษและฝรั่งเศส ไปดูเกม ดูว่าพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง แล้วส่งรายงานให้ผู้จัดการทีม และในขณะเดียวกัน ผมก็พยายามดูว่าใครกำลังมา ใครกำลังไต่เต้ามาจากทีม U21 ของสโมสรในพรีเมียร์ลีก หรือสโมสรในฝรั่งเศส หรือเบลเยียม แล้วไปดูพวกเขา แล้วพยายามพูดคุยกับพวกเขา และสุดท้ายก็ไปคุยกับพ่อแม่ของพวกเขา”

‘กุญแจสำคัญคือพ่อแม่’

ซากัวนีกล่าวว่าการพูดคุยกับพ่อแม่ของผู้เล่นมักเป็นกุญแจสำคัญ เขายกตัวอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็คขวาของเวสต์แฮม และ อักเซล ตวนเซเบ้ เซ็นเตอร์แบ็คของเบิร์นลีย์ ทั้งคู่เคยเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี รวมถึง โยอัน วิสซ่า กองหน้าของเบรนท์ฟอร์ด

วาน-บิสซาก้า เคยกล่าวว่าเขาต้องการเล่นให้กับอังกฤษ และได้รับการเรียกตัวในปี 2019 แต่ต้องถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ วิสซ่า เกิดและเติบโตในฝรั่งเศส แต่ไม่เคยเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสเลย เขาเล่นให้ DR คองโก ตั้งแต่ปี 2020

“รายนั้น (วิสซ่า) ยากที่สุด” ซากัวนีกล่าว “วาน-บิสซาก้า และแม้แต่ ตวนเซเบ้ ก็ยากมาก เพราะผู้เล่นลังเล 50-50 ผมคิดว่ากุญแจสำคัญคือพ่อแม่ คุณต้องไปเยี่ยมพ่อแม่ พ่อแม่รู้จักผมจากการเป็นกัปตันทีมชาติ DR คองโก มันทำให้การสนทนาง่ายขึ้นเล็กน้อย แล้วเราก็เป็นคนแอฟริกัน เราเป็นมิตรมาก และเราคุยเรื่องอื่น ๆ ผมไปที่นั่นเพื่อคุยเรื่อง วิสซ่า และ วาน-บิสซาก้า แต่สุดท้ายครึ่งหนึ่งของการสนทนาเป็นเรื่องการเมืองและประธานาธิบดี มันเป็นสถานการณ์ที่ผ่อนคลายมาก และสุดท้ายก็เป็นการตัดสินใจของผู้เล่น ผมคิดว่าเมื่อพ่อแม่รู้สึกว่ามันเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับลูกชายของพวกเขา มันทำให้การสนทนาง่ายขึ้นมากเมื่อผมได้คุยกับผู้เล่น”

วาน-บิสซาก้า เพิ่งได้ลงประเดิมสนามให้กับ DR คองโก ในเดือนกันยายน หลังจากไม่สามารถแย่งตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษได้

“ผมมั่นใจว่า วาน-บิสซาก้า หลังจากฤดูกาลที่แล้ว เพราะเขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเวสต์แฮม เขาอาจจะได้อยู่ในทีมชาติอังกฤษ แต่ความจริงที่เขาไม่ได้อยู่ในทีม ผมคิดว่าเป็นกุญแจสำคัญ เช่นเดียวกับ โยอัน ผมคิดว่าความจริงที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในทีมชาติอังกฤษ ช่วยคลี่คลายปัญหาของผมได้มาก”

‘ตอนนี้ผมคิดว่ามันง่ายขึ้นมาก’

ซากัวนีกล่าวว่าจำนวนผู้เล่นที่เกิดในยุโรปในทีม ทำให้การปรับตัวง่ายขึ้นในตอนนี้ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมและมาตรฐานก็สูงกว่าสมัยที่เขาเล่นมาก “ผมจำได้ว่าครั้งแรกที่ผมไปคองโกในปี 2005 เพื่อเล่นให้ทีมชาติ เราทุกคนใส่ชุดฝึกซ้อมของสโมสร ผมใส่ชุดฟูแล่ม และ โลมานา ลัวลัว ใส่ชุดนิวคาสเซิล นั่นแสดงให้เห็นว่าเรามาไกลแค่ไหน ตอนนี้เรามีทุกอย่าง เรามีนักกายภาพบำบัดทุกคน เรามีอุปกรณ์ทั้งหมดที่ผู้เล่นต้องการ”

ซากัวนีกล่าวว่าเขาไปกับผู้เล่นใหม่ ๆ ในทีม DR คองโก ชุดแรกของพวกเขา ภาษาไม่ใช่ข้อกีดขวางใหญ่อีกต่อไป เนื่องจากผู้เล่นจำนวนมากมาจากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส

“เมื่อก่อนผมจะบอกว่าครึ่งหนึ่งของทีมเป็นผู้เล่นที่อยู่ในประเทศ การสื่อสารเป็นเรื่องยากมาก เพราะพวกเขาพูดภาษาท้องถิ่น แต่ตอนนี้ผมคิดว่ามันง่ายขึ้นมาก และผมก็มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่แล้ว เพราะผู้เล่นจำนวนมากเล่นในยุโรป และพวกเขาเล่นในระดับสูงสุด พวกเขาเคยเจอกันมาบ้าง ดังนั้นพวกเขารู้จักกันเล็กน้อย มันง่ายขึ้นมากในตอนนี้ ผู้เล่นจำนวนมากพูดได้อย่างน้อยสองสามภาษา ผมพูดได้แปดภาษา ซึ่งช่วยได้มาก และผมคิดว่าในบทบาทนี้ มันช่วยได้อย่างมาก เพราะผมอาจถูกเรียกตัวให้ไปพูดคุยกับใครบางคนในเยอรมนีในสัปดาห์หน้า และผมจะทำได้ดี ดังนั้นมีข้อดีมากมายที่ผมทำได้ดีสำหรับบทบาทนี้ในแง่ของการสื่อสาร”

ประเทศอื่น ๆ ทำอย่างไร?

DR คองโก ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ใช้วิธีนี้ “เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตูนิเซียและมาลี ก็มีอดีตนักเตะทีมชาติ ทำหน้าที่เดียวกับที่ กาบี้ กำลังทำ” มาเฮอร์ เมซาฮี นักข่าวชาวแอลจีเรียกล่าว “พวกเขาอาจทำแบบนั้น หรือใช้วิธีของแอลจีเรียและโมร็อกโก โดยใช้แมวมองหรือโค้ชที่มีพื้นฐานด้านอะคาเดมี่ และสร้างฐานข้อมูลอย่างแน่นอน ผมรู้ว่าโมร็อกโกใช้แมวมองสี่คน และงานเดียวของพวกเขาคือการสร้างฐานข้อมูลผู้เล่นที่มีเชื้อสายโมร็อกโกในประเทศเหล่านั้น และนั่นคือตอนที่พวกเขาจะติดต่อผู้เล่นตั้งแต่อายุ 16, 17 ปี อัชราฟ ฮาคิมี่ (กัปตันทีมชาติโมร็อกโกที่เกิดในสเปน ซึ่งเล่นให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ได้รับการติดต่อเมื่อเขายังเด็กขนาดนั้น แอลจีเรียมีแมวมองที่เริ่มต้นด้วยการสร้างเพจ Facebook และโพสต์เกี่ยวกับผู้เล่นอายุน้อยทุกวัน และสมาคมฟุตบอลแอลจีเรียก็รับเขาเข้าร่วมทีม”

ผู้เล่นที่เล่นให้กับประเทศของคนรุ่นก่อน แทนที่จะเป็นประเทศที่พวกเขาเติบโตมา ได้แก่ ลูก้า ซีดาน อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชน วัย 27 ปี ลูกชายของ ซีเนดีน ซีดาน ตำนานทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติแอลจีเรียชุดล่าสุด เคปเวิร์ดพึ่งพาชาวพลัดถิ่นอย่างมากในการสร้างทีมที่คว้าตั๋วไปฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก โรแบร์โต้ โลเปส ชาวดับลิน ซึ่งเล่นให้กับแชมร็อก โรเวอร์ส ก็อยู่ในกลุ่มนี้ เขาได้รับการติดต่อจาก รุย อากวาส โค้ชในขณะนั้น ทาง Lindkedin แต่ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าข้อความนั้นเป็นสแปมในภาษาโปรตุเกส ตอนนี้ชายวัย 33 ปีรายนี้ ได้ลงเล่นให้ทีมชาติของพ่อไปแล้ว 38 นัด

กานา ซึ่งก็ได้ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเช่นกัน มีข่าวว่ากำลังพิจารณาเรียกตัว คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ซึ่งทั้งคู่เคยเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นให้อังกฤษ 3 นัดในปี 2019 โดย เอ็นเคเทียห์ ได้ลงเล่น 1 นัดในปี 2023 วิลฟรีด ซาฮา ลงเล่นให้ไอวอรี่โคสต์ 33 นัดระหว่างปี 2017 ถึง 2013 หลังจากเคยเล่นให้อังกฤษ 2 นัด โดยผู้เล่นสามารถเปลี่ยนประเทศที่เล่นได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ

อดีตแข้งปีเตอร์โบโร่สานฝันบอลโลกให้ DR คองโก

การที่อดีตนักเตะอย่างซากัวนีเข้ามามีบทบาทในการเฟ้นหานักเตะเชื้อสายคองโกจากทั่วยุโรป แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกฟุตบอลที่เปิดกว้างมากขึ้น การดึงผู้เล่นที่มีคุณภาพจากต่างแดนเข้ามาเสริมทีมชาติ เป็นกลยุทธ์ที่หลายประเทศนำมาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติ ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะเลือกเล่นให้กับชาติใด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นเอง

ที่มา – The ex-Peterborough man helping World Cup dreams come true