วัน: 15 พฤศจิกายน 2025

แมนฯ ซิตี้ครองเกมครึ่งแรกคว้าชัยดาร์บี้

แมนฯ ซิตี้ครองเกมครึ่งแรกคว้าชัยดาร์บี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มสุดยอดในครึ่งแรก คว้าสามแต้มสำคัญเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก ด้วยสกอร์ 3-0 จากประตูของ รีเบคก้า คนัค, คาดิยาห์ ชอว์ และลอว์เรน เฮมป์

แมนฯ ซิตี้ครองเกมครึ่งแรกคว้าชัยดาร์บี้

เกมดาร์บี้แมตช์หญิงที่ทุกคนรอคอยจบลงด้วยชัยชนะอันสวยงามของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนในครึ่งแรก ทำให้พวกเธอสามารถกุมความได้เปรียบและนำไปสู่ชัยชนะในที่สุด

รีเบคก้า คนัค ประเดิมประตูแรกให้กับทีม ตามด้วย คาดิยาห์ ชอว์ และปิดท้ายด้วย ลอว์เรน เฮมป์ ซึ่งแต่ละประตูล้วนมาจากการประสานงานที่ยอดเยี่ยมและการจบสกอร์ที่เฉียบคม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่แข็งแกร่งอย่างมาก

ทำไมแมนฯ ซิตี้ครองเกมครึ่งแรกคว้าชัยดาร์บี้

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าชัยชนะในเกมนี้คือ การครองเกมที่เหนือกว่าอย่างชัดเจนในแดนกลาง พวกเธอสามารถควบคุมจังหวะของเกมและสร้างโอกาสในการทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากนัก

การวางแผนของกุนซือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าทำได้ดีมาก สามารถอ่านเกมและปรับกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม ทำให้ทีมสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมีผู้เล่นที่มีคุณภาพและประสบการณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ทีมสามารถเอาชนะคู่แข่งได้

แน่นอนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เองก็พยายามอย่างเต็มที่ในการสู้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำให้พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้ อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นทีมที่น่ากลัวและมีศักยภาพในการพัฒนาต่อไปในอนาคต

สำหรับแฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชัยชนะในเกมนี้ถือเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ และเป็นกำลังใจสำคัญในการก้าวไปข้างหน้าเพื่อคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ ส่วนแฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คงต้องให้กำลังใจทีมต่อไป และหวังว่าทีมจะสามารถกลับมาแข็งแกร่งได้ในเร็ววัน

สรุป: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมในการเป็นทีมชั้นนำของวีเมนส์ ซูเปอร์ ลีก ชัยชนะในเกมดาร์บี้แมตช์นี้เป็นการยืนยันถึงศักยภาพของทีม และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคต

เกมนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนที่ดี การมีผู้เล่นที่มีคุณภาพ และการทำงานเป็นทีม หากทีมใดทีมหนึ่งขาดสิ่งเหล่านี้ไป ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับสูง

สำหรับวงการฟุตบอลหญิงในประเทศไทย เราสามารถเรียนรู้จากเกมนี้ได้หลายอย่าง ทั้งในเรื่องของการพัฒนาผู้เล่น การวางแผนการเล่น และการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง

ที่มา – City’s dominant first-half display earns them three points in the Manchester derby

“ศุภจี” ย้ำ! ไทยเดินหน้า เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

รมว.พาณิชย์ เผย ไทยพร้อมเดินหน้า เจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้ลุล่วงตามกรอบเวลาเดิม หลังผู้นำสองประเทศหารือเชิงบวก เชื่อมั่นทั้งสองฝ่าย มุ่งหวังให้การเจรจาสัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว เพื่อเสริมเสถียรภาพการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า รัฐบาลไทยพร้อมเดินหน้าการดำเนินงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้ลุล่วงตามกรอบเวลาเดิม

นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ เช่นเดียวกับรัฐบาลทุกประเทศ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ก็ตระหนักถึงความสำคัญของการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้ลุล่วงตามกรอบเวลาเดิม ซึ่งมีน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญเช่นกัน จึงได้เดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของไทยอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถเร่งสรุปผลการเจรจาได้ตามกรอบเวลาเดิม

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งรัดการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาให้บรรลุผลโดยเร็ว พร้อมเดินหน้ามาตรการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเอกชนไทย และเร่งแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงภาษีหรือการส่งผ่านสินค้า (transshipment) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและภาคเอกชนของสหรัฐฯ ว่าไทยดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ไทยเชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งหวังให้การเจรจาสัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ผนวกกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกระทรวงพาณิชย์ไทยและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะช่วยเอื้อต่อการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น

ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของไทย และรัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาความสมดุล ความเชื่อมั่น และความสัมพันธ์ที่ดี พร้อมเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ละเลยการขยายตลาดใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง ผ่านกลยุทธ์เชิงรุกทั้งการเปิดตลาด การจับคู่ธุรกิจ และการส่งเสริมให้ภาคเอกชนใช้ประโยชน์สูงสุดจากผลการเจรจา

ท้ายที่สุด รัฐบาลไทยและกระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าผลักดันการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของภาคการส่งออกของไทย การขยายตลาดใหม่ และการยกระดับศักยภาพสินค้าไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ศุภจี” ยืนยัน ไทยเดินหน้า พร้อมเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้ลุล่วงตามกรอบเวลาเดิม

ทำไมการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ จึงมีความสำคัญ?

การที่ไทยเดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การเจรจาที่ประสบความสำเร็จจะนำมาซึ่งโอกาสมากมายสำหรับผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็นการขยายตลาดส่งออก สร้างงาน และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าก็มีความท้าทายเช่นกัน แต่ด้วยความตั้งใจจริงและความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย เราเชื่อมั่นว่าจะสามารถหาข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้ และจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว

สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมตัว

  • ศึกษาข้อมูลและกฎระเบียบทางการค้าของสหรัฐฯ อย่างละเอียด
  • พัฒนายกระดับคุณภาพสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานสากล
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้าในสหรัฐฯ

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • การเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่
  • การลดอุปสรรคทางการค้า
  • การดึงดูดการลงทุนจากสหรัฐฯ
  • การสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและเตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าที่จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่

ที่มา – “ศุภจี” ยืนยัน ไทยเดินหน้า พร้อมเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ให้ลุล่วงตามกรอบเวลาเดิม

เบรนทรีเซ็นสัญญา เอ็มมานูเอล-โธมัส หลังพ้นโทษ

เบรนทรีเซ็นสัญญา เอ็มมานูเอล-โธมัส หลังพ้นโทษ

สโมสรเบรนทรี ทาวน์ ในเนชันแนลลีก ประกาศเซ็นสัญญาคว้าตัว เจย์ เอ็มมานูเอล-โธมัส เข้าร่วมทีม และใส่ชื่อเขาในทีมที่จะลงแข่งขันกับ ทรูโร ซิตี้ ทันที หลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อห้าเดือนก่อนในข้อหาลักลอบขนยาเสพติด

ประธานสโมสร ลี ฮาร์ดิง กล่าวกับ BBC Essex ว่า อดีตกองหน้าของอาร์เซนอลและอิปสวิช ทาวน์ ได้ “ชดใช้ความผิดต่อสังคมแล้ว” ในขณะที่เขาเซ็นสัญญาที่ไม่เปิดเผยมูลค่า หลังจากช่วงเวลาสั้นๆ กับ AFC Totton

เอ็มมานูเอล-โธมัส วัย 34 ปี รับโทษจำคุกมากกว่า 10 เดือน จาก โทษจำคุกสี่ปี หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานเป็นผู้วางแผนนำเข้ากัญชามูลค่า 600,000 ปอนด์

สตีฟ พิตต์ ผู้จัดการทีมเบรนทรี เปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยกับเอเยนต์ของกองหน้ารายนี้ในขณะที่ เอ็มมานูเอล-โธมัส ยังอยู่ในความควบคุม แต่ “รู้สึกว่าจังหวะเวลายังไม่เหมาะสม”

ทำไมเบรนทรีเซ็นสัญญา เอ็มมานูเอล-โธมัส ?

พิตต์กล่าวว่า “หลังจากที่ได้คุยกับ จิมมี่ บอลล์ ที่ AFC Totton เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน และรู้ว่าเด็กคนนี้กำลังมองหาที่จะย้ายที่อยู่ [ผม] ตัดสินใจที่จะลองดู เจย์”

“ตัวผมและดักส์ (ผู้ช่วยผู้จัดการทีม คาร์ล ดูกุยด์) รู้สึกว่าเขายังมีอะไรอีกมากที่จะนำเสนอ และตั้งตารอที่จะให้เขามีส่วนร่วมในการแสวงหาของเราเพื่ออยู่ในเนชันแนลลีกต่อไป”

เบรนทรีอยู่อันดับที่ 22 ในตารางคะแนน และเป็นเจ้าบ้านต้อนรับคู่แข่งหนีตกชั้นอย่างทรูโรในวันนี้ (15:03 GMT) โดยเอ็มมานูเอล-โธมัส มีชื่อเป็นตัวสำรอง

โอกาสที่สองของ เอ็มมานูเอล-โธมัส

การเซ็นสัญญาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสครั้งที่สองในอาชีพนักฟุตบอลของ เอ็มมานูเอล-โธมัส หลังจากที่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก การกลับมาสู่สนามหญ้าอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะลบล้างอดีต และพิสูจน์ตัวเองในฐานะนักกีฬาอีกครั้งหนึ่ง

แม้ว่าจะมีข้อกังขาเกี่ยวกับเรื่องในอดีต แต่สโมสรเบรนทรี ทาวน์ เล็งเห็นถึงศักยภาพและประสบการณ์ที่ เอ็มมานูเอล-โธมัส สามารถนำมาสู่ทีมได้ การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นความเสี่ยง แต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวนักเตะ และพร้อมที่จะให้โอกาสเขาได้เริ่มต้นใหม่

อนาคตของเบรนทรี

การมาถึงของ เอ็มมานูเอล-โธมัส จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุกของเบรนทรี และเพิ่มตัวเลือกให้แก่ผู้จัดการทีมในการจัดทัพเพื่อสู้ศึกหนีตกชั้น การมีนักเตะที่มีประสบการณ์และความสามารถอย่าง เอ็มมานูเอล-โธมัส จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทีมในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ เอ็มมานูเอล-โธมัส กับเบรนทรี จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกาย ความฟิต และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ การได้รับการสนับสนุนและความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ชก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

การเซ็นสัญญา เบรนทรีเซ็นสัญญา เอ็มมานูเอล-โธมัส หลังพ้นโทษ ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และเป็นเรื่องราวที่สอนให้รู้ว่า แม้จะเคยผิดพลาดในอดีต แต่โอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ก็ยังคงมีอยู่เสมอ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด และมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม

  • ความหวังใหม่: การมาของเอ็มมานูเอล-โธมัส จุดประกายความหวังให้แฟนบอลเบรนทรี
  • การตัดสินใจที่กล้าหาญ: เบรนทรีให้โอกาสนักเตะที่เคยพลาดพลั้ง
  • โอกาสครั้งที่สอง: เอ็มมานูเอล-โธมัสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

การให้โอกาส เอ็มมานูเอล-โธมัส อีกครั้งเป็นการแสดงให้เห็นว่า สังคมยังคงเปิดโอกาสให้คนที่เคยทำผิดพลาดได้กลับตัว และสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้ การสนับสนุนและให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เขาสามารถก้าวข้ามอุปสรรค และกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

ที่มา – Braintree sign Emmanuel-Thomas after jail term

แฮมป์ยิงสุดสวย! แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0

แฮมป์ยิงสุดสวย! แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0

ลอเรน แฮมป์ นักเตะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงประตูสุดสวย ช่วยให้ทีมนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-0 ในศึกฟุตบอลหญิง

ประตูนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘absolute rocket’ หรือจรวดมิสไซล์ เนื่องจากความแรงและความแม่นยำในการยิงของแฮมป์

ไฮไลท์ประตูสุดสวยของแฮมป์

จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อแฮมป์ได้รับบอลบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะตัดสินใจซัดด้วยเท้าขวาเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หมดสิทธิ์ป้องกัน

ประตูนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มความได้เปรียบให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถของลอเรน แฮมป์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในวงการฟุตบอลหญิง

แฮมป์ยิงสุดสวย! แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0 ถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของเกม และเป็นประตูที่แฟนบอลทั่วโลกต่างพูดถึง ด้วยความสวยงามและความสำคัญของประตู ทำให้ประตูนี้กลายเป็นที่จดจำในประวัติศาสตร์ฟุตบอลหญิง

นอกจากประตูสุดสวยของแฮมป์แล้ว เกมนี้ยังมีเรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเป็นทีมเวิร์ค ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของคู่แข่งได้

เกมนี้ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของฟุตบอลหญิง แฟนบอลจำนวนมากต่างให้ความสนใจและติดตามเชียร์ทีมโปรดของตนเองอย่างใกล้ชิด ฟุตบอลหญิงกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพที่จะกลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

ความสำเร็จของลอเรน แฮมป์ และนักเตะหญิงคนอื่นๆ เป็นแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ให้หันมาสนใจและเล่นฟุตบอลมากขึ้น ฟุตบอลหญิงไม่ได้เป็นเพียงกีฬาสำหรับผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเป็นกีฬาที่สร้างความสนุกสนาน ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

การแข่งขันฟุตบอลหญิงในปัจจุบันมีความเข้มข้นและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น ทีมต่างๆ ต่างพัฒนาฝีเท้าและยกระดับการเล่นของตนเอง เพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้ นักเตะหญิงต่างทุ่มเทและฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเอง

ประตูของแฮมป์ในเกมนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของนักเตะหญิง ที่พร้อมจะสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมและสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก แฮมป์ยิงสุดสวย! แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ประตู แต่เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและความก้าวหน้าของฟุตบอลหญิง

เกมฟุตบอลหญิงยังคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเราจะได้เห็นนักเตะหญิงที่มีความสามารถและสร้างสรรค์ผลงานที่น่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นในอนาคต แฟนบอลทั่วโลกต่างตั้งตารอชมการแข่งขันฟุตบอลหญิง และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและเชียร์ทีมโปรดของตนเองอย่างเต็มที่

แฮมป์ยิงสุดสวย! แมนฯ ซิตี้ นำ 3-0 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของฟุตบอลหญิง และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ที่มา – Hemp hits ‘absolute rocket’ to give Man City 3-0 lead

สุรเชษฐ์ ดักคอ อนุทิน ขยายสัมปทานทางด่วนยาว จริงหรือ?

“สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ” ดักคอรัฐบาลอนุทินตั้งท่าขยายสัมปทานทางด่วนข้ามศตวรรษ ลากยาวอีก 22 ปี 5 เดือน หวังเก็บกระสุนเตรียมเลือกตั้งหรือไม่ ยก 4 เหตุผลไม่เห็นด้วย เอาเรื่องลดค่าทางด่วนมาบังหน้า แท้จริงเจตนาเอื้อนายทุน

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวจุดยืนของพรรคประชาชนคัดค้านกรณีที่รัฐบาลมีความพยายามขยายสัญญาสัมปทานโครงการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 ที่ดำเนินการโดยบริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ออกไป จากเดิมจะหมดสัมปทานในปี 2578 ขยายอีก 22 ปี 5 เดือน ไปสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2601

โดยนายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเร็วๆ นี้ว่ากระทรวงคมนาคมเร่งหาแนวทางในการลดค่าทางด่วนทุกเส้นทางภายในสิ้นปี 2568 สูงสุดไม่เกิน 50 บาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ทั้งนี้ไม่รวมโครงการทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่งตนต้องตั้งคำถามว่านี่เป็นข่าวดีหรือข่าวร้าย แม้ได้ค่าทางด่วนถูกลงแต่ต้องแลกด้วยอะไร คุ้มหรือไม่ที่จะแลก เรื่องนี้เป็นของขวัญที่ดีให้ประชาชนหรือเป็นภาระของลูกหลานในอนาคตจนมากเกินควรกันแน่

ความพยายามขยายสัมปทานทางด่วนนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2562 โดยแบ่งเป็น 2 ก้อน ก้อนแรกคือขณะนั้นสัญญาทางด่วนขั้นที่ 2 ใกล้จะหมดสัญญาสัมปทาน แต่เอกชนมีความพยายามจะขยายสัมปทานออกไป อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลาสัมปทาน มีการฟ้องร้องกันเรื่อยมาระหว่างรัฐกับเอกชน แต่แทนที่จะต่อสู้กันตามกระบวนการปกติในชั้นศาลโดยพิจารณาเป็นรายคดี รัฐบาลในเวลานั้นกลับไม่ทำ กลับนำข้อพิพาทต่างๆ มาเจรจายอมความ โดยให้เอกชนได้ขยายสัญญาสัมปทานเพิ่มไปฟรี ๆ 15 ปี 8 เดือน หรือที่เรียกว่า “ค่าแกล้งโง่” ทำให้สัญญาสัมปทานที่กำลังจะหมดในปี 2563 ขยายไปเป็นปี 2578 โดยขณะนั้นตนในฐานะ สส. พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายค้านและเป็นเสียงข้างน้อยในสภาฯ จึงหยุดเรื่องนี้ไม่สำเร็จ

ก้อนที่สองคือการขยายสัมปทานเพื่อแลกกับการสร้าง Double Deck หรือทางด่วนชั้นที่ 2 บนทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งพวกตนไม่เห็นด้วยเช่นกัน โดยในช่วงปี 2562-2563 รัฐบาลตอนนั้นให้เลื่อนโครงการ Double Deck ไปพิจารณาแยก ต่อมาปี 2567 ในรัฐบาลเพื่อไทย ก็มีการโฆษณาว่าจะให้ของขวัญปีใหม่แก่ประชาชนด้วยการลดค่าทางด่วนเช่นกัน จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ความพยายามในการลดค่าทางด่วนเพื่อขยายสัมปทานแลกกับการสร้าง Double Deck ก็ยังอยู่ เพราะเบื้องหลังเรื่องนี้ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ นายทุนเจ้าเดิมๆ ที่เข้าได้กับทุกรัฐบาลและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง 

โดยในวันแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีการโฆษณาว่าจะลดรายจ่ายให้ประชาชนด้วยการลดค่าผ่านทาง ซึ่งตนได้ตั้งคำถามต่อ รมว.คมนาคม ตั้งแต่วันนั้นว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ได้ต้องการลดราคาทางด่วนให้ประชาชน แต่คือการหาเรื่องขยายสัมปทานทางด่วนยาวใช่หรือไม่ แต่รัฐมนตรีไม่ยอมตอบ แล้ววันนี้เอาเรื่องลดค่าทางด่วน 50 บาทมาบังหน้า แต่ประเด็นที่ไม่ได้ถูกตั้งคำถามเลยคือมีความคุ้มค่าจริงหรือที่เราต้องจ่ายเงินเข้ากระเป๋านายทุนนานขึ้น เพราะถ้าได้ผลประโยชน์ลดลงนายทุนคงไม่ยอมเซ็นแน่

“เรื่องนี้ประชาชนจึงเดือดร้อนไม่รู้ตัว แม้ค่าทางด่วนลดลงบ้างในวันนี้แต่ต้องจ่ายไปอีกนานขึ้นมาก และถือเป็นการแช่แข็งการพัฒนา เพราะรัฐบาลในอนาคตอาจมีนโยบายดีๆ เช่นลดค่าทางด่วนในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งมีรถวิ่งน้อย หรือให้ขึ้นทางด่วนฟรีก็ไม่สามารถทำได้ เพราะติดสัญญาสัมปทานกับเจ้าเดิม โดยไม่มีการแข่งขัน เราจะอยู่กันไปแบบนี้เรื่อยๆ หรือ ผมเชื่อว่ามีเอกชนเจ้าอื่นที่อยากเข้ามาแข่งขัน และรัฐอาจได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าปัจจุบันด้วย”

นายสุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า หลักการของสัมปทานคือสัมปทานหมดแล้วควรหมดเลย การขยายออกไปยิ่งเอื้อให้เอกชนได้กำไรเกินควร ยกตัวอย่างเช่นในปีแรกๆ ของการก่อสร้างทางด่วน เอกชนก็ต้องกู้เงินและเป็นผู้แบกค่าใช้จ่ายหลัก แต่ปีต่อๆ มาเมื่อคนใช้ทางด่วนมากขึ้นและรายจ่ายค่าซ่อมบำรุงของเอกชนคงที่ ในปีต่อๆ ไปกำไรจะยิ่งมากขึ้น ดังนั้น หากรัฐตกลงกับเอกชนให้หากำไรได้ที่ 30 ปีก็ควรจบตามนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือหาเหตุจะขยายสัมปทานทางด่วนยาวไปถึงปี 2601 

“ค่าผ่านทางวันนี้ถูกหรือแพงเกินไป เป็นเรื่องที่พูดคุยกันได้ แต่ที่รัฐไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ก็เพราะติดเงื่อนไขในสัญญาสัมปทาน ต้องตั้งคำถามว่าผู้บริหารการทางพิเศษฯ ชงเรื่องนี้เพื่อใคร ใครเป็นคนแต่งตั้งผู้บริหารการทางฯ และสิ่งที่กำลังดันกันอยู่นี้ เพื่อประชาชนหรือเพื่อนายทุนกันแน่”

นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า โดยสรุปจุดยืนพรรคประชาชนคัดค้านเรื่องนี้ด้วยเหตุผล 4 ข้อ

1. ไม่คุ้มค่า: ประชาชนจ่ายถูกลงนิดหน่อย แต่ต้องจ่ายลากยาวข้ามศตวรรษ

2. ไม่โปร่งใส: เมื่อกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ที่ตนเป็นประธาน พยายามขอข้อมูลในรายละเอียดของโครงการ Double Deck หน่วยงานก็ไม่ให้ บอกว่าต้องรอ ครม. อนุมัติก่อน แต่ถึงวันนั้นจะมีประโยชน์อะไร เพราะถ้า ครม. อนุมัติไปแล้ว รัฐบาลใหม่เข้ามาก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว เพราะถ้าไปยกเลิก รัฐก็ต้องเสียค่าโง่ 

“ผมได้ข้อมูลจากข้าราชการ ว่ามีวาระลับในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันจี้ถามทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ว่าในวันนั้นมีวาระเรื่องขยายสัมปทานทางด่วนยาวอยู่ด้วยหรือไม่ แล้วมติคืออะไร เพราะถ้าหลุดจากบอร์ด PPP มาได้ ทางก็ฉลุยเข้า ครม. ได้เลย” 

3. ไม่ได้ดีจริง: โครงการ Double deck ไม่ได้แก้ปัญหารถติด หรือต่อให้ใครคิดว่าโครงการนี้ดีจริงก็ควรรอให้หมดสัมปทานก่อนแล้วเปิดประมูลให้มีการแข่งขัน  อีกทั้งโครงการนี้ มูลค่าการลงทุนราว 34,800 ล้านบาท เป็นการสร้างทางด่วนชั้นที่สองคร่อมทางด่วนขั้นที่สอง ไม่ได้ลงสู่พื้นราบโดยตรง โครงการนี้จึงเป็นเหมือนการเพิ่มพื้นที่จอดรถบนอากาศ ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหารถติดบนทางด่วน และการลงทุนก็แพงมาก เฉลี่ยกิโลเมตรละ 2,047 ล้านบาท สูงกว่างบลงทุนของ อบจ. ทั้งจังหวัดด้วยซ้ำ

4. ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลนี้: นี่มันรัฐบาล 4 เดือน ไม่ควรเจรจาซุปเปอร์ดีลแสนล้านอันนำมาซึ่งผลผูกพันต่อคนรุ่นหลังไปอีกแสนนาน ประเด็นนี้สำคัญต่อความชอบธรรมทางการเมือง การตัดสินใจดีลใหญ่เช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ เพราะรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลตาม MOA จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 แต่กำลังคิดจะสร้างภาระให้ประชาชนไปถึงปี 2601 รัฐบาลควรเอาเหตุผล ตัวเลข ข้อเท็จจริงมาเปิดเผยและถกเถียงให้ตกผลึกก่อน แล้วให้รัฐบาลหน้าที่มีความชอบธรรมทางการเมืองมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เป็นผู้ตัดสินใจ

ข้อเสนอของพรรคประชาชน คือรัฐบาลต้องหยุดหาเรื่องขยายสัมปทานไปเรื่อย เน้นแก้ปัญหารถติดให้ถูกจุด ไม่จำเป็นต้องรีบทำ Double Deck แต่ควรรอให้หมดสัมปทานก่อนแล้วค่อยคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น อาจเปลี่ยนระบบการเก็บเงินบนทางด่วนเป็นแบบ Distance-based วิ่งใกล้จ่ายน้อย วิ่งไกลจ่ายมาก หรือ Time-dependent กล่าวคือช่วงกลางคืนคนใช้ทางด่วนน้อยอยู่แล้ว อาจให้ใช้ทางด่วนฟรีหรือเก็บราคาถูกเพื่อให้ประชาชนสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นโดยรัฐไม่ได้เสียอะไรเพิ่มเลย ซึ่งทั้งหมดนี้ทำไม่ได้เลยถ้ายังขยายสัมปทานให้เอกชนเจ้าเดิมอยู่แบบนี้

“เรายังมีหลายทางเลือกที่ทำได้โดยไม่ต้องเอื้อนายทุน รัฐบาลอย่าเร่งอนุมัติเรื่องใหญ่เพื่อเก็บกระสุนไปเลือกตั้ง เรื่องที่ผูกพันเป็นภาระยาวนานเช่นนี้ ต้องรอรัฐบาลหลังการเลือกตั้งมาตัดสินใจ โดยช่วงเลือกตั้ง ควรให้แต่ละพรรคนำเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาเพื่อมาแข่งขันกัน แล้วให้ประชาชนเลือก“

สุรเชษฐ์เตือน! อนุทินจ่อขยายสัมปทานทางด่วนยาว จริงหรือ?

ทำไมถึงต้องจับตาการขยายสัมปทานทางด่วนยาว?

การขยายสัมปทานทางด่วนยาวอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว หากรัฐบาลเร่งรีบอนุมัติโครงการโดยไม่พิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ อาจเป็นการสร้างภาระให้กับคนรุ่นหลังและจำกัดโอกาสในการพัฒนาประเทศในอนาคต

ที่มา – “สุรเชษฐ์” ดักคอ “อนุทิน” จ่อขยายสัมปทานทางด่วนยาว หวังเก็บกระสุนเตรียมเลือกตั้งหรือไม่

เลขเด็ดคำชะโนด: โค้งสุดท้าย ส่องเลขดัง 16/11/68

นักเสี่ยงโชคไม่ควรพลาด! โค้งสุดท้ายกับการตามหา เลขเด็ดคำชะโนด สำหรับงวด 16/11/68 ที่กำลังจะมาถึง หลายคนแห่ไปขอพรและส่องเลขเด็ดจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้

เลขเด็ดคำชะโนด งวด 16/11/68: ส่องขันน้ำมนต์พ่อจ้ำ

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากเกาะคำชะโนดวังนาคินทร์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา ที่บ้านโนนเมือง อุดรธานี พบว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาจากทั่วสารทิศเพื่อกราบไหว้ขอพรและเสี่ยงโชคลาภ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้วันหวยออก ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ

หลังจากที่นักท่องเที่ยวได้กราบไหว้ขอพรจากพ่อปู่แม่ย่าแล้ว สิ่งที่ไม่พลาดคือการแวะไปยังลานบวงสรวงหน้าเกาะคำชะโนด เพื่อส่องหา เลขเด็ดคำชะโนด จากขันน้ำมนต์ที่พ่อจ้ำทำพิธีบวงสรวงให้แก่ผู้ที่มาตั้งโต๊ะบวงสรวงเปิดทรัพย์รับโชค การส่องเลขจากขันน้ำมนต์ถือเป็นธรรมเนียมที่นักเสี่ยงโชคให้ความสนใจอย่างมาก

หลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวง นักท่องเที่ยวต่างพากันเพ่งมองหยดน้ำตาเทียนในขันน้ำมนต์ บางคนมองเห็นเป็นเลข 7 6 4 และ 2 ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองและโชคของแต่ละคน

เลขธูปมงคลและเลขขายดี

นอกจากขันน้ำมนต์แล้ว เลขธูปนำโชคบนโต๊ะบวงสรวงก็เป็นอีกจุดที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยงวดนี้หลายคนเห็นเป็นเลข 164 และ 461 ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

สำหรับแผงขายลอตเตอรี่บริเวณหน้าเกาะคำชะโนด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าเลขมงคลที่ขายดีหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันแรกๆ คือเลข 39 และ 93 แสดงให้เห็นถึงความนิยมของเลขชุดนี้ในกลุ่มนักเสี่ยงโชค

  • สรุปเลขเด็ดที่ได้จากคำชะโนดงวด 16/11/68
  • เลขจากขันน้ำมนต์: 7, 6, 4, 2 (แล้วแต่มุมมอง)
  • เลขจากธูปมงคล: 164, 461
  • เลขขายดี: 39, 93

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณา และขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคงวดนี้!

สำหรับใครที่กำลังมองหา เลขเด็ดคำชะโนด เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวด 16/11/68 นี้ อย่าลืมพิจารณาข้อมูลที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการเสี่ยงโชค!

ที่มา – โค้งสุดท้าย เลขเด็ดคำชะโนด ส่องขันน้ำมนต์พ่อจ้ำ เลขธูปมงคล เสี่ยงโชคงวด 16/11/68

ฟังรายการ: Off the Ball สดจาก Radio Scotland

เตรียมพบกับ Off the Ball รายการกีฬาสุดฮิตจาก Radio Scotland! หากคุณเป็นแฟนกีฬาทั้งหลาย ไม่ควรพลาดรายการนี้ที่จะมาพร้อมกับข่าวสาร บทวิเคราะห์ และความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับวงการกีฬา

ฟังรายการ: Off the Ball

Off the Ball เป็นรายการวิทยุที่นำเสนอข่าวสารและประเด็นต่างๆ ในโลกกีฬาด้วยมุมมองที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร ตั้งแต่ฟุตบอล บาสเก็ตบอล ไปจนถึงกีฬาอื่นๆ อีกมากมาย คุณจะได้พบกับช่วงสัมภาษณ์สุดพิเศษ การวิเคราะห์เกมอย่างเจาะลึก และการแสดงความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา

ทำไมคุณถึงควร ฟังรายการ: Off the Ball?

  • รับฟังข่าวสารกีฬาล่าสุด: ไม่พลาดทุกการอัปเดตในวงการกีฬา
  • บทวิเคราะห์เจาะลึก: เรียนรู้และเข้าใจเกมกีฬามากยิ่งขึ้น
  • ความคิดเห็นที่น่าสนใจ: ฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและหลากหลาย
  • ความบันเทิง: สนุกไปกับช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสาระและความบันเทิง

นอกจากนี้ รายการ Off the Ball ยังเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอคำถามต่างๆ ทำให้รายการมีความน่าสนใจและเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น หากคุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนคนรักกีฬา อย่าลืมติดตามรายการนี้

สถานีวิทยุ Radio Scotland เตรียมพร้อมที่จะนำเสนอรายการกีฬาที่เข้มข้น หลากหลาย และเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นแฟนกีฬาระดับฮาร์ดคอร์ หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นสนใจกีฬา รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง

Off the Ball: มากกว่าแค่รายการกีฬา

สิ่งที่ทำให้ Off the Ball แตกต่างจากรายการกีฬาอื่นๆ คือความกล้าที่จะนำเสนอเนื้อหาที่ท้าทายและแตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา หรือการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

อย่าพลาดโอกาสที่จะ ฟังรายการ: Off the Ball สดๆ จาก Radio Scotland และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์กีฬาที่ไม่เหมือนใคร! ติดตามตารางการออกอากาศและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ Radio Scotland

สำหรับแฟนกีฬาทุกท่านที่กำลังมองหารายการที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิง Off the Ball คือตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด! เตรียมตัวรับฟังความคิดเห็นสุดแสบสัน การวิเคราะห์เกมสุดคม และข่าวสารกีฬาที่อัปเดตที่สุด

การมีส่วนร่วมกับรายการนี้ ไม่ใช่แค่การรับฟัง แต่เป็นการร่วมสร้างประสบการณ์กีฬาไปพร้อมๆ กัน

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนกีฬาประเภทใด หรือมีความสนใจในเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับวงการกีฬา Off the Ball พร้อมที่จะเป็นเพื่อนคู่คิดและนำเสนอเนื้อหาที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างแน่นอน!

ที่มา – Listen: Off the Ball

Thairath Poll: ณัฐพงษ์ พรรคประชาชน แต่คนไม่เลือกเยอะ!

ผลสำรวจ Thairath Poll ชี้: ผู้อ่านโหวตให้ “ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” แต่กลุ่มคนที่ไม่เลือกใครเลยกลับมีสัดส่วนสูงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ มาดูกันว่าผลสำรวจนี้บอกอะไรเราบ้าง

ผลสำรวจของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เผยให้เห็นว่า คะแนนความนิยมของณัฐพงษ์อยู่ที่ 31.12 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีกลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจและไม่มีคนเหมาะสมรวมกันสูงถึง 29 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่พรรคประชาชนยังคงนำโด่งด้วยคะแนน 37.01 เปอร์เซ็นต์

ผลสำรวจ Thairath Poll ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์กว่า 36,000 คน ระหว่างวันที่ 4-15 พฤศจิกายน 2568 เกี่ยวกับความนิยมของพรรคการเมืองและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่าคะแนนนิยมในตัวบุคคลและพรรคการเมืองยังคงเทไปที่พรรคประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจและไม่เลือกผู้สมัครคนใดเลยก็ยังมีสัดส่วนสูงอยู่ไม่น้อย

Thairath Poll: ผู้อ่านโหวต “ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” แต่กลุ่มไม่เลือกใคร สูงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์

ณัฐพงษ์นำ แต่กลุ่มคนไม่เลือกก็สูงลิ่ว

ในคำถามที่ถามว่าบุคคลที่คุณสนับสนุนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากผู้ตอบแบบสอบถาม 30,495 คน พบว่า:

  • อันดับ 1: นายณัฐพงษ์ เรื่องปัญญาวุฒิ 31.12 เปอร์เซ็นต์ (9,460 คะแนน)
  • อันดับ 2: นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 11.01 เปอร์เซ็นต์ (3,347 คะแนน)
  • อันดับ 3: พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ 8.86 เปอร์เซ็นต์ (2,693 คะแนน)

สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจมีสัดส่วน 14.92 เปอร์เซ็นต์ (4,537 คะแนน) และกลุ่มที่เห็นว่าไม่มีผู้ที่เหมาะสมอยู่ที่ 14.09 เปอร์เซ็นต์ (4,282 คะแนน) เมื่อรวมสองกลุ่มนี้เข้าด้วยกัน จะมีสัดส่วนสูงถึง 29.01 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากนายณัฐพงษ์

พรรคประชาชนทิ้งห่างเพื่อไทยกว่าเท่าตัว

ในส่วนของคะแนนนิยมพรรคการเมือง จากผู้ตอบ 36,085 คน ผลสำรวจชี้ว่าพรรคประชาชนมีคะแนนนำพรรคอันดับสองอย่างพรรคเพื่อไทยมากกว่าเท่าตัว:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 37.01 เปอร์เซ็นต์ (13,319 คะแนน)
  • อันดับ 2: พรรคเพื่อไทย 15.60 เปอร์เซ็นต์ (5,614 คะแนน)
  • อันดับ 3: พรรคประชาธิปัตย์ 10.36 เปอร์เซ็นต์ (3,727 คะแนน)

ขณะที่กลุ่มยังไม่ตัดสินใจมีสัดส่วนอยู่ที่ 8.52 เปอร์เซ็นต์ (3,066 คะแนน)

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้มีข้อสังเกตด้านประชากรศาสตร์ที่สำคัญ กล่าวคือ กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามมีความเอนเอียงไปในบางพื้นที่และบางกลุ่มอายุอย่างชัดเจน โดยในด้านภูมิภาค ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ 56.69 เปอร์เซ็นต์อาศัยอยู่ในภาคกลาง (รวม กทม. ตะวันออก และตะวันตก) ในขณะที่ภาคอีสานมีสัดส่วน 18.70 เปอร์เซ็นต์

ต่อไปคือด้านอายุ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่ โดยกลุ่มอายุ 46-59 ปี 33.02 เปอร์เซ็นต์ และกลุ่ม 60 ปีขึ้นไป 28.95 เปอร์เซ็นต์ เมื่อรวมกันมีสัดส่วนสูงถึง 61.97 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบทั้งหมด

ผลสำรวจ Thairath Poll: ผู้อ่านโหวต “ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” แต่กลุ่มไม่เลือกใคร สูงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ นี้ แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง และความต้องการตัวเลือกใหม่ๆ ของประชาชน เราจะติดตามสถานการณ์ต่อไปอย่างใกล้ชิด

Thairath Poll: ผู้อ่านโหวต “ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” แต่กลุ่มไม่เลือกใคร สูงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นว่าแม้พรรคประชาชนและคุณณัฐพงษ์จะได้รับความนิยม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ดังนั้น พรรคการเมืองและผู้สมัครทุกคนจึงต้องทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ที่มา – Thairath Poll: ผู้อ่านโหวต “ณัฐพงษ์-พรรคประชาชน” แต่กลุ่มไม่เลือกใคร สูงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์

รวบ! คลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่

ตำรวจบุกจับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขณะกำลังฉีดหน้าให้ลูกค้า! พบใช้บ้านเปิดเป็นศูนย์ความงามโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกค้าส่วนใหญ่บอกกันปากต่อปาก เดือนละ 20 ราย

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช. ประจำ สง.ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.กู้เกียรติ วงษ์พันธ์ ผกก.2 บก.สอท.5 นำกำลังชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.5 พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดสงขลา เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจับกุม น.ส.นันน์ทพิน อายุ 37 ปี พร้อมของกลางจำนวนมาก ทั้งยาเสริมความงาม วิตามิน และอุปกรณ์ทางการแพทย์

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.2 บก.สอท.5 ได้รับแจ้งจากกลุ่มผู้เสียหายที่เคยใช้บริการศูนย์ความงาม “บ้านส้มโอ” ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่าหลังจากใช้บริการที่คลินิกดังกล่าว ซึ่งโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ บางรายมีอาการแพ้ยา และบางรายมีอาการหน้าผิดรูป ตำรวจจึงทำการตรวจสอบและพบว่าศูนย์ความงามแห่งนี้ไม่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และไม่มีใบอนุญาตในการรักษา จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้น ก่อนเข้าจับกุมขณะกำลังให้บริการลูกค้า พร้อมยึดของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน น.ส.นันน์ทพิน ยอมรับว่าใช้บ้านเปิดเป็นศูนย์ความงามมากว่า 2 ปี โดยไม่มีใบอนุญาตใดๆ ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ เป็นของที่ใช้ในการฉีดเสริมความงาม มีลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ยเดือนละ 20 ราย โดยลูกค้าส่วนใหญ่บอกกันปากต่อปาก และติดต่อผ่านทางไลน์

ตำรวจแจ้งข้อหา “ประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต, ดำเนินการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ว่าพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยมิได้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม, ผลิต ขาย หรือนำ หรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งยาแผนปัจจุบัน โดยมิได้รับใบอนุญาต, ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา, ขายเครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับใบอนุญาต หรือไม่ได้รับใบรับแจ้งรายการละเอียดหรือใบรับจดแจ้ง อันเป็นการฝ่าฝืน” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่

เรื่องราวของคลินิกเสริมความงามที่ไม่ได้มาตรฐานนั้น ยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคหลายรายต้องเผชิญกับความเสี่ยงและผลกระทบต่อสุขภาพ การเลือกใช้บริการคลินิกเสริมความงามจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ตรวจสอบใบอนุญาต และศึกษาข้อมูลของแพทย์ผู้ให้บริการอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ความสำคัญของการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนใช้บริการ

การตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนเข้ารับบริการเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้บริการจากคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือจากผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง หรือการตัดสินใจจากราคาที่ถูกเพียงอย่างเดียว อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจได้ การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของแพทย์ รวมถึงรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัย

นอกจากนี้ การพูดคุยกับแพทย์ผู้ที่จะทำการรักษาโดยตรง เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และความคาดหวังที่เป็นจริงได้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การทำความเข้าใจในข้อมูลเหล่านี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง และเตรียมพร้อมรับมือกับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

คดี จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบคลินิกเสริมความงามก่อนตัดสินใจใช้บริการ อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง และควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีของคุณเอง

หากคุณกำลังพิจารณาการทำศัลยกรรมหรือการรักษาความงามใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและทำการวิจัยอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ อย่าปล่อยให้ความอยากสวยทำให้คุณต้องเสี่ยงกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ความสวยงามที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงสุขภาพที่ดีและความมั่นใจในตัวเอง การดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการพึ่งพาการทำศัลยกรรมเพียงอย่างเดียว

สุดท้ายนี้ ขอฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมคลินิกเสริมความงาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขึ้นอีก และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคทุกคน

การ จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ยังคงมีอยู่จริง และความจำเป็นในการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – จับคลินิกเสริมความงามเถื่อน กลางหาดใหญ่ ขณะกำลังฉีดหน้าให้ลูกค้า