วัน: 28 พฤศจิกายน 2025

ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม! เหตุไฟไหม้อาคารดับ 128 ศพ

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 8 รายจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมไฟไหม้อาคารพักอาศัยครั้งใหญ่ โดยมีการสอบสวนตั้งแต่ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษา ผู้จัดการโครงการ ผู้รับเหมา ไปจนถึงนายหน้า ขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมากยังคงต้องพักอาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นคืนที่สาม

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน สื่อฮ่องกงรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัยที่หวังฟุกคอร์ท ย่านไทโป ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 128 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกราว 200 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วเมือง

ทางการฮ่องกงเปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 8 ราย ในการสืบสวนครั้งใหญ่ของสำนักงานปราบปรามทุจริต ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา 2 ราย ผู้จัดการโครงการดูแลงานบำรุงรักษา 2 ราย ผู้รับเหมานั่งร้าน 3 ราย และนายหน้า 1 ราย

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุมชาย 3 คนจากบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในข้อหาประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยเสียชีวิต หลังพบว่ามีการใช้วัสดุที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และมีส่วนทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัยครั้งนี้มีความรุนแรงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

เหตุการณ์ไฟไหม้อาคารพักอาศัยที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง เนื่องจากเปลวไฟสามารถลุกลามจากอาคารเดียวกลายเป็นเพลิงไหม้พร้อมกันหลายตึกสูงหลายสิบชั้น ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยที่อาจถูกปล่อยปละละเลยจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้

ด้านรัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศมาตรการเยียวยา โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 720,000 บาท ส่วนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 180,000 บาท ภายในสัปดาห์หน้า

ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม 8 ราย ผู้เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย ยอดตายพุ่ง 128 ศพ สูญหายกว่า 200 คน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การตรวจสอบอาคารเก่าและอาคารที่พักอาศัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

มาตรการความปลอดภัยหลังเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย

  • ตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย: ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย และทางหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้วัสดุกันไฟ: เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายในที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟ
  • ฝึกซ้อมอพยพ: จัดให้มีการฝึกซ้อมอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า: ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

นอกจากนี้ การให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากไฟไหม้ และวิธีการป้องกันตนเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้อีกต่อไป

ที่มา – ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม 8 ราย ผู้เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย ยอดตายพุ่ง 128 ศพ สูญหายกว่า 200 คน

ฮิวส์ – กุนซือประกาศโดนไล่ออกเอง

ไม่ใช่เรื่องปกติที่ผู้จัดการทีมจะประกาศการถูกไล่ออกด้วยตัวเอง แต่นั่นคือเรื่องราวสุดแปลกที่เกิดขึ้นกับ เดวิด ฮิวส์ และ นิวพอร์ต เคาน์ตี้ เมื่อต้นเดือนนี้

ฮิวส์ ยืนยันการจากไปของเขาในการสัมภาษณ์หลังเกมกับ BBC Radio Wales หลังความพ่ายแพ้ 1-0 ของเคาน์ตี้ต่อชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน

ทำให้สโมสรในลีกทูต้องรีบดำเนินการ และต่อมายืนยันการออกจากทีมของฮิวส์ พร้อมกับผู้ช่วยของเขา เวย์น แฮตส์เวลล์

ฮิวส์ บอกกับ Feast of Football podcast ว่าเขาได้รับการแจ้งเรื่องการถูกไล่ออกหลังจบเกม ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เขา “เคารพอย่างเต็มที่”

“ผมต้องให้สัมภาษณ์ และผมคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของผมที่จะบอกให้ผู้คนทราบ” เขากล่าว

“ส่วนที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ไม่ว่าผมจะทำอะไร หรือกำลังทำอะไร ผมพยายามเป็นตัวของตัวเองเสมอ”

ไม่เสียใจ

ฮิวส์ วัย 47 ปี ดูเหมือนจะเป็นคนที่เหมาะสมกับนิวพอร์ต เนื่องจากชื่อเสียงที่น่าประทับใจของเขาในระดับเยาวชน

เขานำทีมอะคาเดมี่ที่คาร์ดิฟฟ์และเซาแธมป์ตัน ก่อนจะเข้าร่วมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2022 แต่ข้อเสนอของงานผู้จัดการทีมชุดใหญ่ครั้งแรกก็เพียงพอที่จะดึงเขาออกจากสโมสรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ฮิวส์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมนิวพอร์ตในเดือนพฤษภาคม แต่ชนะเพียง 3 จาก 16 เกม ทำให้ทีมรั้งท้ายตาราง และมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะตกชั้นจากฟุตบอลลีก

“สำหรับผม การเป็นโค้ชคือการพยายามพัฒนาและเปลี่ยนแปลงผู้คนที่คุณทำงานด้วย ทีม ตัวคุณเอง นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำ และน่าเสียดายที่มันไม่ได้ผลตามที่เราหวังไว้ แต่ผมไม่มีอะไรต้องเสียใจอย่างแน่นอน” ฮิวส์กล่าว

“ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับผู้คนที่มีความสามารถอย่างเหลือเชื่อในการพัฒนา คุณได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากทุกคน และการได้นำสิ่งเหล่านั้นไปปฏิบัติจริง เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกโชคดีมากที่ได้ทำ”

เรื่องราวทั้งหมดที่ แอคคริงตัน

คริสเตียน ฟุคส์ ได้รับมอบหมายความรับผิดชอบในการพานิวพอร์ตหนีตกชั้นในฤดูกาลนี้

อดีตกองหลังเลสเตอร์ ซิตี้ ได้เซ็นสัญญา “ระยะยาว” ในบทบาทผู้จัดการทีมครั้งแรกของเขา

และในขณะที่นิวพอร์ตประกาศการจากไปของฮิวส์ช้าไป พวกเขาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเปิดเผยมากเกินไปเกี่ยวกับคนที่พวกเขาต้องการมาแทนที่เขา

มีรายงานว่า ฟุคส์ อยู่ในฝูงชนในเกมของนิวพอร์ตที่สนามแอคคริงตัน สแตนลีย์ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสังเกตเห็น

“เพื่อนของผมโทรมา… เขาบอกว่าเขาได้รับโทรศัพท์ว่าคริสเตียนได้รับเชิญให้ชมเกม และสโมสรอาจกำลังมองหาการเปลี่ยนแปลง” ฮิวส์กล่าว

“ผมไม่มีปัญหากับมัน ผมสามารถนั่งอยู่ที่นี่แล้วพูดว่า ‘มันน่าขยะแขยง’ แต่มันไม่ใช่ เราชนะไม่มากพอ และประธานมีสิทธิ์ที่จะมองหา”

ฮิวส์ ยังสังเกตเห็นผู้จัดการทีมที่ว่างงานอีกคนบนอัฒจันทร์ในเกมนั้น

“ม้านั่งสำรองที่แอคคริงตันเกือบจะอยู่ในอัฒจันทร์ มีผู้จัดการทีมคนหนึ่ง – ผมจะไม่บอกชื่อเขา – ที่เหมือนกับนั่งอยู่ในม้านั่งสำรอง เขาอยู่ใกล้ผมมาก

“ไม่ได้ให้ความเคารพผม แต่โปรดให้ความเคารพตัวเอง คุณอาจจะกระโดดข้ามกำแพงไปเลย มันทำให้ผมหัวเราะ”

แม้จะมีเหตุการณ์ที่โชคร้ายที่เกิดขึ้นกับฮิวส์ เขากล่าวว่าเขาท่วมท้นไปด้วยการสนับสนุนในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา

“จำนวนคนที่ให้ความช่วยเหลือและโทรศัพท์มาหาผมนั้นยอดเยี่ยมมาก ผมขอบคุณพวกเขาไม่พอ” ฮิวส์กล่าว

เขายังอวยพรให้นิวพอร์ตประสบความสำเร็จ โดยหวังว่าฟุคส์จะสามารถให้ “แรงกระตุ้น” ที่พวกเขาต้องการอย่างมาก

“ผมบอกกับผู้เล่นหลังจากที่ผมได้รับแจ้งว่าผมจะจากไปว่า ‘อย่าเปลี่ยนสิ่งที่คุณเป็น คุณเป็นกลุ่มคนที่ยอดเยี่ยม’” ฮิวส์กล่าวเสริม

“ไม่มีอะไรที่ผมอยากเห็นมากไปกว่าการที่สโมสรประสบความสำเร็จ”

ฮิวส์ ยอมรับว่าตอนนี้เขากำลัง “รออย่างใจจดใจจ่อ” หลังจากไม่ได้ทำงานเป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาอายุ 16 ปี

“ผมรักช่วงสามสี่เดือนที่ผ่านมา… ผมจะกลับไปทำงานด้านการพัฒนาไหม? แน่นอนว่าผมจะทำ ผมไม่เชื่อว่าผมสามารถเลือกสิ่งที่ผมต้องการทำได้”

“ผมรักฟุตบอล ผมรักการเป็นโค้ช และหากมีผู้จัดการทีมที่คิดว่าผมสามารถเพิ่มคุณค่าได้ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่ง และหากมีใครที่คิดว่าผมสามารถเพิ่มคุณค่าในฐานะโค้ชได้ ผมก็จะมีความสุขอย่างเท่าเทียมกัน”

“มันไม่ได้พรากความกระหายหรือความปรารถนาที่ผมมีในการกลับไปเป็นโค้ชและทำงานกับผู้เล่น”

เดวิด ฮิวส์ กับการประกาศโดนไล่ออกเอง

เรื่องราวของ ฮิวส์ – กุนซือประกาศโดนไล่ออกเอง กลายเป็นที่พูดถึงในวงการฟุตบอล

ทำไมต้องเป็น ฮิวส์ – กุนซือประกาศโดนไล่ออกเอง?

การที่ผู้จัดการทีมออกมาประกาศเรื่องการถูกไล่ออกเองนั้น เป็นสิ่งที่หาได้ยากมากๆ ทำให้เรื่องราวของฮิวส์กลายเป็นที่สนใจ

เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบของฮิวส์ แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เป็นใจก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ฮิวส์ – กุนซือประกาศโดนไล่ออกเอง กลายเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้จัดการทีมคนอื่นๆ

ที่มา – Hughes – the manager who announced his own sacking

อุทธรณ์ใบแดง เกย์ เย ไม่สำเร็จ ไร้เหตุผล

สมาคมฟุตบอลปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเอฟเวอร์ตันต่อใบแดงของ อิดริสซา เกย์ เย โดยไม่ให้เหตุผลใดๆ เดวิด มอยส์ กล่าว

เกย์ เย วัย 36 ปี ได้รับใบแดงโดยตรงจากการตบหน้าเพื่อนร่วมทีม ไมเคิล คีน ในเกมที่เอฟเวอร์ตัน ชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันจันทร์

จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูของเอฟเวอร์ตัน เข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน ก่อนที่ผู้ตัดสิน โทนี แฮร์ริงตัน จะไล่ เกย์ เย ออกจากสนามในนาทีที่ 13

บทลงโทษมาตรฐานสำหรับการไล่ออกเนื่องจากการประพฤติรุนแรงคือการแบน 3 นัด ซึ่งหมายความว่า เกย์ เย จะพลาดเกมพรีเมียร์ลีกกับ นิวคาสเซิล, บอร์นมัธ และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์

“เราได้ยื่นอุทธรณ์ [ต่อใบแดง] และคำอุทธรณ์ของเราถูกปฏิเสธ” มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์

“เราไม่ได้รับเหตุผลใดๆ ว่าทำไมถึงถูกปฏิเสธ แต่เราได้ยื่นอุทธรณ์ไปทันที”

เกย์ เย ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในทุกเกมพรีเมียร์ลีกให้กับเอฟเวอร์ตันในฤดูกาลนี้ และมีกำหนดจะเข้าร่วมทีมชาติเซเนกัลสำหรับการแข่งขันแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ในเดือนธันวาคม

มอยส์ ยังไม่มี เมอร์ลิน โรห์ล กองกลางชาวเยอรมัน ซึ่งเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อน ขณะที่อาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายเล็กน้อยทำให้ เซมัส โคลแมน กัปตันทีมต้องพัก ซึ่งถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ท่ามกลางฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บ

แคมเปญพรีเมียร์ลีกของเอฟเวอร์ตันดำเนินต่อไปที่สนามฮิลล์ ดิคกินสัน ในวันเสาร์ เมื่อพวกเขาเป็นเจ้าบ้านต้อนรับนิวคาสเซิล (17:30 GMT)

อุทธรณ์ใบแดง เกย์ เย ไม่สำเร็จ ไร้เหตุผล

การปฏิเสธคำอุทธรณ์ใบแดงของ อิดริสซา เกย์ เย สร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลเอฟเวอร์ตันเป็นอย่างมาก หลายคนมองว่าการตัดสินใจดังกล่าวไม่ยุติธรรมและส่งผลเสียต่อทีมอย่างมากในการแข่งขันที่เหลือ

การไม่มี เกย์ เย ในแดนกลางถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับเอฟเวอร์ตัน เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในการตัดเกมและเชื่อมเกมระหว่างกองหลังและกองหน้า ประสิทธิภาพของเขาเป็นที่ประจักษ์และยากที่จะหาใครมาทดแทนได้ในทีม

ผลกระทบต่อทีมชาติเซเนกัล

นอกจากผลกระทบต่อเอฟเวอร์ตันแล้ว การแบนของ เกย์ เย ยังส่งผลเสียต่อทีมชาติเซเนกัลในการแข่งขันแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ที่จะมาถึงอีกด้วย เขาเป็นกำลังหลักของทีมชาติและเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง การขาดหายไปของเขาจะส่งผลต่อโอกาสในการคว้าแชมป์ของเซเนกัลอย่างแน่นอน

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานและการตัดสินใจของผู้ตัดสินในพรีเมียร์ลีก หลายคนเชื่อว่าใบแดงของ เกย์ เย เป็นการตัดสินที่รุนแรงเกินไป และการปฏิเสธคำอุทธรณ์โดยไม่ให้เหตุผลใดๆ ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจในความโปร่งใสของสมาคมฟุตบอล

เอฟเวอร์ตันจะต้องหาทางรับมือกับการขาดหายไปของ เกย์ เย และปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาผลงานที่ดีต่อไปในพรีเมียร์ลีก ความสามัคคีและความมุ่งมั่นของทีมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเอาชนะอุปสรรคนี้

  • การปรับแผนการเล่นเพื่อทดแทน เกย์ เย
  • การให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่งในการพิสูจน์ตัวเอง
  • การสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีม

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงการฟุตบอลถึงความเหมาะสมของการให้ใบแดงดังกล่าว และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทั้งสโมสรและทีมชาติ

ในท้ายที่สุด เอฟเวอร์ตันและเซเนกัลจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้และพยายามเอาชนะมันให้ได้ การสนับสนุนจากแฟนบอลและความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการก้าวข้ามอุปสรรคนี้ไป

สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าทุกการตัดสินใจในสนามฟุตบอลมีความสำคัญ และส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย การพิจารณาอย่างรอบคอบและการให้เหตุผลที่ชัดเจนในการตัดสินจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นธรรมและความโปร่งใสในวงการกีฬา

ที่มา – Gueye red card appeal rejected with ‘no reason’ given

วอร์ดจวก! การคุกคาม ลิตเติลจอห์น ‘น่ารังเกียจ’

คาร์ลา วอร์ด ผู้จัดการทีมชาติไอร์แลนด์กล่าวว่า การคุกคามที่มีต่อ รูเอชา ลิตเติลจอห์น กองกลาง เป็นสิ่งที่ “น่ารังเกียจ” และ “น่าอับอาย”

ลิตเติลจอห์น ถูกไล่ออกจากสนามในเกมที่ คริสตัล พาเลซ ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ ในลีกคัพ เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากมีปากเสียงกับ ฮันนาห์ เคน

ดาวเตะวัย 35 ปี คว้าคอ เคน และผู้เล่นก็ล้มลงกับพื้นในช่วงครึ่งหลัง

สมาคมฟุตบอลอังกฤษกล่าวว่าโทษแบน 3 นัดตามมาตรฐานสำหรับการประพฤติรุนแรงนั้น “ไม่เพียงพออย่างเห็นได้ชัด” และสามารถขอลงโทษเพิ่มเติมได้หากกรณีนั้น “พิเศษอย่างแท้จริง”

ในการแถลงข่าวก่อนเกมกระชับมิตรแบบปิดกับ ฮังการี ที่สเปน ในวันเสาร์ วอร์ดกล่าวว่า “การแสดงความเกลียดชัง” ที่มีต่อ การคุกคาม ลิตเติลจอห์น บนโซเชียลมีเดีย “เป็นเรื่องน่าอับอาย”

“เธอเป็นมนุษย์คนหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวและน้องสาวของใครบางคน มันไม่โอเค” วอร์ดกล่าว ซึ่งเคยคุมทีม ลิตเติลจอห์น ที่ แอสตัน วิลลา และ เบอร์มิงแฮม ซิตี้

“ฉันมอง รูเอชา และไม่ใช่แค่เพราะฉันมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับเธอ สิ่งที่ฉันเห็นในสัปดาห์นี้บางอย่างมันน่ารังเกียจ”

ในการตอบสนองอย่างเร่าร้อนต่อผลกระทบของการคุกคามบนโซเชียลมีเดีย วอร์ดกล่าวถึงว่าเธอสูญเสียเพื่อนสนิทสองคนในวงการฟุตบอลหญิงได้อย่างไร

วอร์ดเคยคุมทีม แมดดี้ คุสแซค ผู้ล่วงลับ ที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ซึ่งเสียชีวิตเมื่ออายุ 27 ปี ในปี 2023 และรู้จัก แมตต์ เบียร์ด อดีตผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งเสียชีวิตจากการ ฆ่าตัวตาย อย่างน่าเศร้าในเดือนกันยายน

“เราจะได้เรียนรู้เมื่อไหร่ว่าการทำร้ายผู้คนไม่ได้จบลงด้วยดี? ณ จุดไหนที่เราจะเริ่มเรียนรู้?” วอร์ดเสริม

“ฉันสนิทกับ แมดดี้ และเราสูญเสีย แมดดี้ ฉันสนิทกับ เบียร์ดี้ และเราสูญเสียเขา ฉันเบื่อที่จะเห็นมัน ฉันเบื่อที่จะเห็นการสาดโคลนใส่ผู้คน”

วอร์ดเสริมว่าโซเชียลมีเดียกำลัง “แย่ลงและแย่ลง” และเธอไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

“ฉันแค่หวังว่าเมื่อลูกสาวของฉันโตขึ้น มันจะหายไป ฉันคิดว่ามันเป็นสถานที่ที่น่ารังเกียจ” เธอกล่าวเสริม

“ฉันไม่รู้ องค์กรต่างๆ ต้องช่วย และบริษัทโซเชียลมีเดียต้องทำให้ดีขึ้น ฉันคิดว่ามันจะหายไปไหม? ไม่ ฉันคิดว่ามันจะแย่ลงเท่านั้น”

‘ฉันเสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์พลุ่งพล่าน’

ลิตเติลจอห์น ซึ่งพูดข้าง วอร์ด ในงานแถลงข่าว กล่าวว่าเธอ “เสียใจ” กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ฮันนาห์ เคน นักเตะทีมชาติเวลส์ และอารมณ์ของเธอพลุ่งพล่านในสนาม

กองกลางรายนี้มีเวลาจนถึงวันพฤหัสบดีในการตอบสนองต่อข้อกล่าวหาของ FA เกี่ยวกับการประพฤติรุนแรง และคาดว่าจะทราบผลการพิจารณาทางวินัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“เห็นได้ชัดว่าฉันเสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์พลุ่งพล่านในสนาม ฉันเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมและเป็นผู้เล่นที่มีอารมณ์ร่วม” เธอกล่าว

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากจะเป็นในสนาม ดังนั้นฉันจะเรียนรู้จากมันและก้าวไปข้างหน้า

“เห็นได้ชัดว่าฉันทำงานร่วมกับทีมของฉันและหวังว่าทุกอย่างจะได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและได้รับการจัดการอย่างยุติธรรม แต่ฉันไม่สามารถพูดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ในตอนนี้ ฉันไม่ต้องการทำลายกระบวนการนี้”

ลิตเติลจอห์นเสริมว่าเธอรู้สึกขอบคุณที่ได้ทำหน้าที่ในทีมชาติหลังจบเกม และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงโซเชียลมีเดียและความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้

“ฉันถูกรายล้อมไปด้วยคนดีๆ ที่นี่” เธอกล่าวเสริม “พวกเขาช่วยฉันในช่วงสัปดาห์ที่ยากลำบาก และมันดีที่ได้กลับมาใส่เสื้อสีเขียวกับสาวๆ อีกครั้ง

“ฉันได้รับการสนับสนุนมากมาย ฉันมีกลุ่มคนที่แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลังฉัน ดังนั้นมันจึงดีที่พวกเขาส่วนใหญ่ได้เข้ามาตรวจสอบฉัน มันดีมากและฉันก็อยู่ห่างจากโซเชียลมีเดีย”

“มันอาจเป็นเรื่องยากเพราะมันมาเร็วและแรง แต่ฉันเป็นคนที่แข็งแกร่ง เป็นคนที่แข็งแกร่ง และฉันถูกรายล้อมไปด้วยทีมที่แข็งแกร่ง ดังนั้นเราจะไม่เป็นไร”

วอร์ดเสริมว่า ลิตเติลจอห์น เป็นคนที่เธอ “ชื่นชม” ในช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน และเป็น “คนที่แสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผย”

“เธอได้ยอมรับแล้วว่าเป็นช่วงเวลาที่เธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง” วอร์ดกล่าว

“ฟังนะ เราไม่ได้พูดถึงการปกป้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ เรากำลังพูดถึงสิ่งที่ตามมา และเราต้องทำมากขึ้นเพื่อปกป้องผู้เล่น

“พวกเขาเป็นมนุษย์ และพวกเขาต้องการการดูแล”

ทำไม การคุกคาม ลิตเติลจอห์น ถึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

การ การคุกคาม ลิตเติลจอห์น บนโซเชียลมีเดียถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรก การคุกคามทางออนไลน์ไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นและการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ประการที่สอง การกระทำของลิตเติลจอห์นในสนามฟุตบอล แม้ว่าจะไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่สมควรได้รับการตอบโต้ด้วยการคุกคามและความเกลียดชัง

นอกจากนี้ การคุกคามทางออนไลน์มักนำไปสู่ผลกระทบทางจิตใจและสังคมที่รุนแรงต่อผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า ดังนั้น การต่อต้านการคุกคามทางออนไลน์จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกัน

การคุกคาม ลิตเติลจอห์น: ปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไข

เหตุการณ์ การคุกคาม ลิตเติลจอห์น แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมออนไลน์ นั่นคือ การขาดความรับผิดชอบและการเคารพซึ่งกันและกัน การแสดงความเห็นเชิงลบหรือการวิพากษ์วิจารณ์เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและความสุภาพ การคุกคาม การข่มขู่ หรือการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังไม่ควรได้รับการยอมรับ

เพื่อแก้ไขปัญหา การคุกคาม ลิตเติลจอห์น และปัญหาที่คล้ายคลึงกัน เราจำเป็นต้องส่งเสริมการศึกษาและการตระหนักรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการคุกคามทางออนไลน์ นอกจากนี้ บริษัทโซเชียลมีเดียควรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเนื้อหาและการบังคับใช้กฎระเบียบเพื่อป้องกันการคุกคามและการละเมิด

ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคุกคาม

การจัดการกับปัญหาการคุกคามทางออนไลน์ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เราต้องร่วมกันสร้างวัฒนธรรมออนไลน์ที่เคารพซึ่งกันและกัน และส่งเสริมให้ผู้คนมีความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง

ที่มา – Littlejohn abuse ‘disgusting and a disgrace’ – Ward

งานพลุพัทยา 2568 อลังการ นักท่องเที่ยวแน่นหาด

สุดยิ่งใหญ่อลังการ “งานพลุพัทยา 2568” นักท่องเที่ยวเรือนแสนแห่ชมพลุแน่นชายหาด! เปิดฉากสุดเจ๋งด้วย “พลุเฉลิมพระเกียรติพระพันปีหลวง”

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณชายหาดเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ร่วมกับ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา, นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี ร่วมกันเป็นประธานเปิดงาน การแสดงพลุนานาชาติ ประจำปี 2568 (PATTAYA INTERNATIONAL FIREWORKS FESTIVAL 2025) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีมงาน “แสงแห่งความจงรักภักดี สถิตในใจนิรันดร์” (The Light of Eternal Loyalty) โดยมีหน่วยงานต่างๆ พร้อมใจสวมเสื้อผ้าไหมสีดำ เข้าร่วมพิธีเปิดอย่างคับคั่ง

ส่วนบรรยากาศภายในงาน งานพลุพัทยา 2568 มีประชาชนและนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างชาติ เรือนแสน แห่มาจับจองที่นั่งจนเต็มชายหาดเมืองพัทยากันตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้ชายหาดเมืองพัทยาระยะทาง 3.2 กิโลเมตร เต็มไปด้วยผู้คนจนแน่นขนัด

สำหรับในปีนี้มี 5 ประเทศ เข้าร่วมการแสดงพลุ ได้แก่ มาเลเซีย, เยอรมนี, ฟินแลนด์, ฟิลิปปินส์ และ อังกฤษ โดยไฮไลท์ของพลุปีนี้ เป็นการแสดงพลุร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้ชื่อพลุ “น้อมจงรักภักดี สดุดีสมเด็จแม่ของแผ่นดิน” ซึ่งการแสดงพลุในชุดนี้เรียกเสียงฮือฮา เสียงปรบมือ และ สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดง โขน เฉลิมพระเกียรติ ชื่อเรื่อง “ยกรบ พระรามคืนนคร” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม โดยการแสดงโขน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่องค์พระพันปีหลวง ทรงอนุรักษ์ไว้ และ เคยมีพระราชเสาวนีย์ ทรงตรัสไว้ว่า “ถ้าไม่มีใครจะดู ฉันจะดูเอง” โดยภายในงานมีการงดการแสดงคอนเสิร์ต แต่เปลี่ยนมาเป็นวงออร์เคสตรา เล่นเพลงประจำพระองค์ และเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระพันปีหลวง

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศรอบบริเวณการจัดงาน เมืองพัทยาได้จัดให้ประชาชนในพื้นที่มาเปิดบูธให้บริการนักท่องเที่ยวเกือบ 400 ร้านค้า ส่วนด้านการรักษาความปลอดภัย ตำรวจในสังกัด ภ.จว.ชลบุรี, เจ้าหน้าที่ EOD, กรมการปกครอง, เมืองพัทยา และอาสาสมัครกว่า 2,000 นาย มาคอยดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร รวมถึงการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ในบริเวณงาน โดยการจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท.

สรุปไฮไลท์ งานพลุพัทยา 2568

งานพลุพัทยา 2568 ถือเป็นอีเว้นท์ใหญ่ประจำปีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ด้วยการแสดงพลุสุดอลังการจากนานาชาติ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และบรรยากาศที่คึกคักริมชายหาดพัทยา

ทำไมงานพลุพัทยา 2568 ถึงได้รับความนิยม?

  • การแสดงพลุระดับโลกที่ไม่ควรพลาด
  • กิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
  • บรรยากาศริมทะเลที่สวยงาม

สำหรับใครที่พลาด งานพลุพัทยา 2568 ไป ก็ไม่ต้องเสียใจ ปีหน้ายังมีอีกแน่นอน! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสัมผัสประสบการณ์สุดประทับใจไปด้วยกัน

อย่าลืมวางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้า เพื่อให้คุณได้เต็มอิ่มกับ งานพลุพัทยา 2568 อย่างเต็มที่!

ที่มา – งานพลุพัทยา 2568 สุดยิ่งใหญ่อลังการ นักท่องเที่ยวเรือนแสนแห่ชมพลุแน่นชายหาด

ป.ป.ส. แจง! ยาบ้าลอยน้ำ คืออาหารนกเอี้ยง

จากกรณีที่มีคลิปวิดีโอแชร์กันสนั่นโซเชียลเกี่ยวกับ “ยาบ้าลอยน้ำ” ในช่วงน้ำท่วมที่หาดใหญ่ ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยและตื่นตระหนก ล่าสุด ป.ป.ส. ได้ออกมาไขข้อสงสัยแล้วว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่เห็นในคลิปนั้น ไม่ใช่ยาเสพติดอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นเพียง “อาหารนกเอี้ยง” ที่ถูกนำมาใช้สร้างคอนเทนต์เพื่อหวังยอดวิวเท่านั้นเอง

ยาบ้าลอยน้ำ: เรื่องจริงหรือแค่คอนเทนต์?

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า หลังจากที่มีการตรวจสอบอย่างละเอียดจากสำนักงาน ปปส.ภาค 9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าคลิปวิดีโอต้นทางถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

จากการสอบถามไปยังเจ้าของคลิป เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้จัดทำคลิปวิดีโอ “ยาบ้าลอยน้ำ” ดังกล่าวจริง โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างคอนเทนต์และหวังให้มีคนเข้าชมจำนวนมาก และยืนยันว่าสิ่งที่เห็นในคลิปนั้นคืออาหารนกเอี้ยง ไม่ใช่ยาเสพติดอย่างแน่นอน นอกจากนี้ สถานที่ถ่ายทำคลิปก็คือบริเวณซอยบุญพา ตลาดหัวอิฐ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยในวันเดียวกัน ไม่ใช่พื้นที่จังหวัดสงขลาตามที่เข้าใจผิดกัน

ป.ป.ส. เตือน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นตัวอย่างของข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจสร้างความสับสนและทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแชร์ต่อ และหากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด หรือข้อมูลที่น่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังได้ย้ำอีกว่า หน่วยงานรัฐยังคงดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง ทั้งการสืบสวน ติดตาม เฝ้าระวัง และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสังคม เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่

เรื่องราวของ “ยาบ้าลอยน้ำ” ที่กลายเป็นอาหารนกเอี้ยงนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อและแชร์ต่อในโลกออนไลน์ เพราะข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจสร้างความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น การมีสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนที่จะส่งต่อจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งในยุคดิจิทัล

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์ “ยาบ้าลอยน้ำ” ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ บนโลกออนไลน์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการสร้างข่าวปลอม และร่วมกันสร้างสังคมออนไลน์ที่น่าเชื่อถือและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – ป.ป.ส.แจงปม “ยาบ้าลอยน้ำ” ยันไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นอาหารนกเอี้ยง ถูกนำมาสร้างคอนเทนต์

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง ชดเชยความเสียหาย!

“สุดารัตน์” ลุยหาดใหญ่ ชี้ ประชาชนบอบช้ำหนัก ห่วงเรื่องสาธารณสุข ภาระหนี้สินของผู้ประสบภัย จี้รัฐบาลเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพราะความเสียหายเกิดจากรัฐบาลบริหารจัดการผิดพลาด

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า “เหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตเกินหลักร้อย ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้ พรรคไทยสร้างไทยขอส่งกำลังใจให้ทุกครอบครัว และจะลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนกว่าทุกคนจะกลับมายืนได้อีกครั้ง” แม้หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังไม่มีน้ำใช้ ไฟฟ้ามีบางจุด สำหรับความเสียหายที่เหลืออยู่นั้นถือว่าสาหัสมาก ทั้งบ้านเรือน ระบบสาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ รวมถึงสุขภาพกายใจของประชาชนที่ยังต้องการการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุต่อไปว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีหลังจากนี้ คือการเร่งกอบกู้และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ อย่าให้เหมือนที่ผ่านมา เพราะประชาชนต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องติดอยู่ในน้ำ หรือบนหลังคา อดข้าวอดน้ำนานถึง 3-4 วัน การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาลชุดนี้จึงถือว่าสอบตก ประชาชนต้องพึ่งพาอาสาสมัครกู้ภัย จิตอาสา และกำลังทหารเป็นหลักในการช่วยชีวิต ไม่ใช่มหาดไทยที่เป็นหน่วยงานหลัก

สำหรับความผิดพลาดของรัฐบาล คงต้องรอการตรวจสอบหลังเหตุการณ์สงบ แต่ย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยชีวิตประชาชนก่อน พร้อมเสนอให้รัฐบาลเร่งเตรียมแผนจัดการหลังน้ำลดดังต่อไปนี้

1. งานด้านสาธารณสุขเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากสงขลามีโรงพยาบาลทั้งหมด 5 แห่ง ต้องดูแลประชาชนกว่า 700,000 คน มีเตียงรวมกันประมาณ 2,000 เตียง แต่ขณะนี้โรงพยาบาลถูกน้ำท่วมเสียหาย 4 แห่ง คงเหลือที่ใช้การอย่างสมบูรณ์เพียงโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แห่งเดียว ที่ต้องรองรับผู้ป่วยปกติทั่วทั้งจังหวัดและผู้ป่วยจากน้ำท่วม รัฐบาลต้องเร่งดูแลเรื่องบุคลากรให้เพียงพอ และสำหรับโรงพยาบาลที่ถูกน้ำท่วม ต้องเร่งจัดหาเครื่องมือที่เสียหายจากการถูกน้ำท่วมให้กลับมาใช้ได้อย่างปกติโดยเร็ว จากนั้นต้องเตรียมป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดที่เกิดจากขยะที่กองเต็มเมือง รวมทั้งซากสัตว์ ยิ่งในขณะนี้ยังไม่มีน้ำประปาใช้ ที่สำคัญคือการดูแลสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยที่ขณะนี้อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่มากเพราะสิ้นเนื้อประดาตัว

2. การดูแลด้านกายภาพ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา การทำความสะอาดบ้านเรือน การซ่อมแซมบ้านเรือน พาหนะ และเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับผู้ประสบภัย

3. การดูแลเรื่องการเงินและหนี้ ให้กับผู้ประสบภัย ต้องหยุดต้นหยุดดอกเบี้ยให้กับผู้ประสบภัยอย่างน้อย 1 ปีทันที พร้อมเติมเงินใหม่ โดยให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ย 0% เป็นเวลา 1 ปี เพื่อซ่อมแซมร้านค้า และซื้ออุปกรณ์เพื่อเริ่มต้นอาชีพได้ใหม่ รวมทั้งเรื่องการชดเชยที่จะให้บ้านละ 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมโดยแน่นอน ขอให้จ่ายตามความเสียหายจริง เพราะความเสียหายเกิดจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาลเอง

ขณะเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เผยด้วยว่า พรรคไทยสร้างไทยเตรียมเปิดอีก 2 โครงการช่วยเหลือเพิ่มเติมหลังน้ำลด คือ 1. “ไทยสร้างไทยมอบความอบอุ่นให้ผู้ประสบภัย” โดยมอบที่นอน-หมอน-ผ้าห่ม ซึ่งเป็นสิ่งของจำเป็นในขณะนี้ เพราะทุกอย่างแช่น้ำหมด และ 2. โครงการช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะ โดยร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสงขลา เพื่อช่วยผู้ประสบภัย ลดภาระและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมอุปกรณ์และยานพาหนะที่เสียหาย.

หญิงหน่อย จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาน้ำท่วมตามจริง โดยเน้นย้ำว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของภาครัฐเอง การช่วยเหลือที่ล่าช้าและการเยียวยาที่ไม่เพียงพอต่อความเสียหายจริง ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากแสนสาหัส

ทำไมต้องเยียวยาน้ำท่วมตามจริง?

การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง ไม่ใช่แค่การให้เงินช่วยเหลือ แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น รัฐบาลควรพิจารณาถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงกับประชาชนแต่ละราย และให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมและทันท่วงที เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง

การช่วยเหลือควรครอบคลุมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพ การเงิน และสภาพจิตใจ การให้ความช่วยเหลือที่ครบวงจรเท่านั้น ที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยอีกในอนาคต การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการวางแผนการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนกว่าการเยียวยาน้ำท่วมตามจริง เพียงอย่างเดียว

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องหันมาใส่ใจและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจัง การเยียวยาน้ำท่วมตามจริง คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความเชื่อมั่นและความศรัทธาจากประชาชนคืนมา

ที่มา – “หญิงหน่อย” จี้เยียวยาน้ำท่วมตามจริง เหตุความเสียหายเกิดจากรัฐบริหารจัดการผิดพลาด

น้องมุนา สู้มะเร็ง! เรื่องราวร้านโจ๊กแห่งชีวิต

เรื่องราวสุดประทับใจของ “น้องมุนา” เด็กหญิงวัย 10 ขวบ จากกรุงเทพมหานคร ที่ต้องเผชิญความยากลำบากตั้งแต่เด็ก พ่อทิ้งไปตั้งเเต่ยังไม่เกิด อาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้เพียงลำพัง สองแม่ลูกมีร้านโจ๊กเล็กๆ เป็นเหมือนเส้นชีวิตที่หล่อเลี้ยงพวกเธอ น้องมุนาดิ้นรนสู้มะเร็งหวังเพียงได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด นี่คือเรื่องราวของเด็กหญิงตัวเล็กๆ หัวใจแกร่งที่พร้อมทำทุกอย่างเพื่อแม่

“น้องมุนา” วัย 10 ขวบ จาก กรุงเทพมหานคร อาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้เพียงลำพัง หลังจากที่พ่อเลิกลากับแม่ไปมีคนอื่น ซึ่งตอนนั้นแม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังท้องน้องมุนาอยู่ ถึงแม้พอโตขึ้นมาน้องมุนาเคยเจอพ่อด้วยความบังเอิญ แต่กลับไม่เคยพูดคุยกันเลยสักครั้ง ซึ่งทั้ง 2 แม่ลูกต้องดิ้นรนขายโจ๊กอยู่หน้าบ้าน เพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยมีน้องมุนาเป็นลูกมือคอยช่วยทุกอย่าง ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เพื่อมาช่วยแม่เตรียมของทำโจ๊กขายแต่ร้านกลับขายไม่ดี น้องมุนาจึงไปหาสูตรทำไก่เด้งเพื่อเป็นจุดขายของที่ร้าน แม้จะต้องเหนื่อยและลำบากแค่ไหน น้องมุนาไม่เคยท้อ ขอแค่ได้แบ่งเบาภาระแม่ที่ป่วยอยู่

นอกจากความเป็นอยู่ที่ลำบากแล้ว ปัญหาอีกหนึ่งอย่างคือตอนน้องมุนาอายุได้เพียง 7 ขวบ แม่ปวดท้องอย่างหนักถึงขั้นที่คิดว่าไม่รอด เพราะช็อกจนหมดสติ แม่จึงฝากฝังน้องมุนาไว้กับน้า ช่วงนั้นแม่ต้องเข้าออกและนอนโรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง โดยมีน้องมุนาที่คอยเฝ้าไม่ห่าง ทั้งที่ตัวเองยังเด็กอยู่ก็ตาม ที่หนักที่สุดคือน้องมุนาต้องโดนแยกกับแม่ และไปอาศัยอยู่บ้านเพื่อนไม่เจอหน้าแม่นานถึง 4 เดือน พอแม่รักษาตัวจนดีขึ้นแม่จึงตัดสินใจจูงมือพาน้องมุนาไปบ้านเด็กกำพร้า เพื่อไปฝากฝังไว้เพราะกลัวว่าวันหนึ่งตัวเองจะเป็นอะไรไป ซึ่งคำที่แม่พูดกับน้องมุนาอยู่เสมอคือ “หนูต้องเข้มแข็งนะ ต้องอยู่ให้ได้นะลูก” ทุกวันนี้ตัวแม่เองก็พยายามดูแลสุขภาพเพื่อให้อยู่กับน้องมุนาได้อีกนาน ๆ และนอกจากช่วยงานแม่แล้ว น้องมุนายังคอยดูแลแม่ที่ป่วยไม่ห่างและไม่เคยรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เพราะหวังเพียงให้แม่ได้มีชีวิตอยู่กับน้องมุนาไปนาน ๆ นอกจากนี้บ้านที่แม่และน้องมุนาอาศัยอยู่ไม่มีประตูและหน้าต่าง เพราะถูกช่างโกงเงินค่าจ้างและไม่ทำบ้านให้ ทำให้ทั้งคู่ต้องโดนยุงกัดจนป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ทุกวันนี้ทั้งคู่ต้องเผชิญทั้งความยากลำบากและโรคภัย วันนี้น้องมุนาจึงขอมาสู้เพื่อแม่ที่รักสุดหัวใจ เพื่อความเป็นอยู่และร้านโจ๊กที่ดีขึ้น

“เก่งเล็กใจใหญ่ หัวใจนักสู้” ขอส่งเสริมความดีและความเก่งของน้องมุนาที่ถึงแม้จะเดินเข้ารายการมาแต่ตัว แต่มาพร้อมกับหัวใจนักสู้ดวงน้อยที่ขอทำเพื่อสิ่งที่ปรารถนาและมอบชีวิตใหม่ให้กับครอบครัว ติดตามชมได้ในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น.  และยังติดตามรายการกันได้ทุกวันอาทิตย์ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

เรื่องราวของ น้องมุนา สองแม่ลูกกับร้านโจ๊กแห่งชีวิต ดิ้นรนสู้มะเร็งหวังเพียงได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี

น้องมุนา สองแม่ลูกกับร้านโจ๊กแห่งชีวิต ดิ้นรนสู้มะเร็งหวังเพียงได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด

ชีวิตของ น้องมุนา ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรื่องราวของเธอสอนให้เรารู้ว่า ถึงแม้ชีวิตจะยากลำบากแค่ไหน หากเรามีหัวใจที่เข้มแข็งและความรักที่ยิ่งใหญ่ เราก็จะสามารถก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้

อะไรคือแรงผลักดันให้น้องมุนาสู้ชีวิต?

ความรักและความกตัญญูที่มีต่อแม่ คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้น้องมุนาไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ เธอต้องการที่จะดูแลแม่ที่ป่วยให้ดีที่สุด และหวังว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับแม่ไปนานๆ

เรื่องราวของน้องมุนา เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของลูกที่มีต่อแม่ และเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนหันมาใส่ใจและดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุด

  • ความรักและความผูกพันในครอบครัว
  • ความกตัญญูรู้คุณ
  • ความอดทนและไม่ย่อท้อ
  • การรู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่น

เรื่องราวของน้องมุนา ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมที่ยังมีเด็กและครอบครัวอีกมากมายที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขาได้

น้องมุนา สองแม่ลูกกับร้านโจ๊กแห่งชีวิต ดิ้นรนสู้มะเร็งหวังเพียงได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด เป็นเรื่องราวที่ควรค่าแก่การยกย่องและเผยแพร่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนในสังคม

ที่มา – “น้องมุนา” สองแม่ลูกกับร้านโจ๊กแห่งชีวิต ดิ้นรนสู้มะเร็งหวังเพียงได้อยู่ด้วยกันให้นานที่สุด

5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง

ทีมชาติอังกฤษจะปิดฉากปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีด้วยเกมอุ่นเครื่องสองนัด แล้วเราจะได้เห็นอะไรจากการทดลองตัวผู้เล่นและแท็คติกจากผู้จัดการทีม Sarina Wiegman บ้าง?

ทีมสิงโตหญิงจะพบกับจีนในวันเสาร์ (เริ่มเตะ 17:30 GMT) ที่ Wembley ก่อนจะต้อนรับกานาที่ St Mary’s Stadium ในวันอังคาร (19:00 GMT)

นี่เป็นอีกโอกาสที่ Wiegman จะลองผู้เล่นใหม่และผสมผสานรูปแบบใหม่ๆ หลังจากแพ้บราซิลเมื่อเดือนที่แล้วและชนะออสเตรเลีย มีผู้เล่นหน้าใหม่ในทีม เป็นโอกาสสำหรับการเปิดตัวครั้งแรกและมีการหมุนเวียนผู้เล่นเนื่องจากผู้เล่นตัวหลักหลายคนได้รับบาดเจ็บ นี่คือ 5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง

5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง

Keating จะได้ลงเฝ้าเสาหรือไม่?

หนึ่งในผู้ที่ขาดหายไปคือ Hannah Hampton ของ Chelsea ที่มีอาการบาดเจ็บที่ต้นขา ดังนั้นจึงเปิดโอกาสให้ผู้รักษาประตูสำรองที่ไม่มีประสบการณ์ Wiegman ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไร แต่ Khiara Keating ดูเหมือนจะอยู่ในอันดับต้น ๆ

ดาวรุ่งวัย 21 ปี ได้รับเลือกเหนือ Anna Moorhouse วัย 30 ปี เพื่อคว้าแชมป์แรกเมื่อเดือนที่แล้ว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ออกสตาร์ทให้กับทีมนำของลีกอย่าง City ใน WSL ตั้งแต่เดือนกันยายน

ผู้รักษาประตูคนเดียวที่มีให้ Wiegman อีกคนคือ Sophie Baggaley วัย 28 ปี ของ Brighton ซึ่งก็ยังไม่เคยติดทีมชาติ

Keating กล่าวกับ BBC Sport หลังจากเปิดตัวในเกมที่แพ้บราซิล 2-1 ว่า “มีการแข่งขันกันมากกับ Hannah และ Anna และคนอื่นๆ ที่กำลังมา”

“ฉันคิดว่า [การเปิดตัวของฉัน] ก็โอเค การเสียสองประตูตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีที่สุด แต่พวกเราก็กลับมาในฐานะทีมและพยายามที่จะพลิกสถานการณ์”

“ฉันจะไม่มีวันลืมช่วงเวลาที่เดินออกมาที่ Etihad Stadium แม่ของฉันบอกว่ามันถูกเขียนไว้ในดวงดาวแล้ว เพราะฉันมาจากแมนเชสเตอร์”

การหมุนเวียนผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค

อังกฤษยังขาดประสบการณ์ในแนวรับ โดยกัปตันทีม Leah Williamson ยังคงพักฟื้นจากปัญหาที่เข่า และ Alex Greenwood ของ Manchester City ก็หายไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน

Jess Carter ได้พักหลังจาก Gotham FC ชนะการแข่งขัน National Women’s Soccer League Championship รอบชิงชนะเลิศเหนือ Washington Spirit ในขณะที่ Millie Bright กัปตันทีม Chelsea ได้อำลาทีมชาติไปก่อนเกมอุ่นเครื่องในเดือนตุลาคม

Katie Reid วัยรุ่นของ Arsenal ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดล่าสุด แต่ต้องถอนตัวออกไปเมื่อเธอได้รับบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้า

นั่นอาจหมายถึงโอกาสสำหรับ Lotte Wubben-Moy เซ็นเตอร์แบ็คของ Arsenal ที่จะได้ลงเล่นให้กับอังกฤษ

Wubben-Moy กล่าวกับ BBC Radio 5 Live ว่า “ไม่ว่า Leah หรือ Jess จะอยู่หรือไม่ก็ตาม ฉันเป็นคนที่ต้องการที่จะได้รับตำแหน่งของฉัน และฉันไม่ต้องการที่จะทำมันด้วยการล้มคนอื่น”

“ฉันต้องการที่จะผลักดันและแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจของฉันทุกครั้งที่ฉันสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษ”

อาจมีการเปิดตัวสำหรับ Grace Fisk กัปตันทีม Liverpool ที่สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คหรือแบ็คขวา และเคยเล่นในระบบกองหลังสามคนและกองหลังสี่คน

Maya Le Tissier กัปตันทีม Manchester United สร้างความประทับใจในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คในฤดูกาลนี้ ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะได้รับโอกาสในการออกสตาร์ทในตำแหน่งนั้น

Esme Morgan ของ Washington Spirit อาจจับคู่กับ Le Tissier – เหมือนที่เธอเคยทำในเกมล่าสุด – หรือ Wubben-Moy

นี่คือกลุ่มกองหลังที่ไม่มีประสบการณ์ โดยมีเพียง Lucy Bronze (142) และ Niamh Charles (30) ของ Chelsea เท่านั้นที่มีมากกว่า 20 นัดในทีม

Anouk Denton ดาวรุ่งของ West Ham United ได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในเดือนนี้ ในขณะที่ Taylor Hinds ของ Arsenal ได้เปิดตัวในเกมที่พบกับออสเตรเลียในเดือนตุลาคม และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในตำแหน่งแบ็คซ้าย

Wiegman กล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่เรามีในแคมป์ล่าสุดเช่นกัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ มันเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แสดงศักยภาพของตัวเอง”

Kendall สร้างผลงานจากการเปิดตัวที่น่าประทับใจ

ผู้เล่นคนหนึ่งที่ใช้โอกาสของเธอในเกมอุ่นเครื่องครั้งก่อนคือ Lucia Kendall กองกลาง Aston Villa ที่ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมที่ชนะออสเตรเลีย 3-0

ผู้เล่นที่เปิดตัวดูเหมือนจะเล่นได้อย่างสบายใจในระดับนานาชาติ จ่ายบอลได้ดีและโหม่งไปชนคานในครึ่งหลัง

ด้วยการกลับมาของ Grace Clinton และ Jess Park กองกลาง ทำให้มีการแข่งขันมากขึ้นในครั้งนี้ แต่ Kendall หวังว่าจะได้รับโอกาสให้ฉายแสงอีกครั้ง

Kendall กล่าวว่า “มันทำให้ฉันมีความมั่นใจอย่างแน่นอน ฉันรู้สึกว่าฉันสามารถทำได้ในระดับนี้ แต่เป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ และแน่นอนว่ายังตระหนักว่าฉันเป็นผู้เล่นอายุน้อยในกลุ่มนี้”

ดาวรุ่งวัย 21 ปี เล่นเต็ม 90 นาทีในการเปิดตัวของเธอในตำแหน่งกองกลางตัวกลาง โดยเริ่มแรกเล่นร่วมกับ Keira Walsh ก่อนที่เธอจะถูกแทนที่ด้วย Georgia Stanway

Kendall กล่าวว่า “ฉันต้องการที่จะพัฒนาต่อไป ไม่มีอะไรรับประกันเพียงเพราะฉันเล่นไปหนึ่งเกมและทำได้ดี ฉันรู้ว่าฉันต้องทำงานหนักเมื่อกลับไปที่ Aston Villa”

“มันเยี่ยมมากที่ได้อยู่ในสนาม คุณเข้าใจว่าระดับเป็นอย่างไร คุณตระหนักว่ามันเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ แต่คงไม่ใหญ่เท่า WSL ที่มาจาก WSL 2 ที่ฉันทำ”

ยังมีอะไรอีกมากมายเมื่อ Hemp กลับมา

ข่าวดีสำหรับ Wiegman คือการกลับมาของ Lauren Hemp กองหน้า Manchester City ที่ลงเล่นทุกเกมให้อังกฤษใน Euro 2022 และ Euro 2025

แม้ว่าเธอจะอายุเพียง 25 ปี แต่เธอก็เป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากที่สุดเป็นอันดับ 5 ในทีมชุดนี้ โดยมีเพียง Beth Mead, Walsh, Stanway และ Bronze เท่านั้นที่ลงเล่นให้อังกฤษมากกว่า

Hemp ต่อสู้กับอาการบาดเจ็บตลอดทั้งปี โดยเธอได้รับบาดเจ็บที่เข่าอย่างรุนแรงก่อน Euro 2025 และปัญหาที่ข้อเท้าส่งผลเสียต่อการเริ่มต้นฤดูกาลนี้ของเธอ

เธอได้กลับมาอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม สร้างความประทับใจให้กับ Manchester City ในเกมที่พวกเขาเอาชนะ Manchester United 3-0 ในเดือนนี้

Hemp กล่าวว่า “ฉันจะไม่โกหก มันน่าหงุดหงิดจริงๆ เมื่อปีที่แล้วฉันได้รับบาดเจ็บที่เข่าเป็นครั้งแรก และฉันพยายามอย่างเต็มที่ที่จะกลับมาฟิตทัน Euro”

“ฉันหวังว่าจะมีความสม่ำเสมอเมื่อฤดูกาลเริ่มต้นอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่ไม่เป็นเช่นนั้น”

“ฉันต้องการที่จะกลับไปอยู่ในฟอร์มที่ฉันเคยเป็นก่อน Euro และก่อนได้รับบาดเจ็บ มันดีมากที่ได้กลับมาฟิตสำหรับเกมสโมสรสองสามเกมก่อนที่จะกลับไปที่แคมป์ทีมชาติอังกฤษ”

คู่ต่อสู้ที่แตกต่าง – ดังนั้นความคิดใหม่ๆ?

นอกเหนือจากการเปิดตัวแล้ว Wiegman ยังใช้เกมอุ่นเครื่องสองนัดก่อนหน้านี้เพื่อลองความคิดใหม่ๆ เปลี่ยนรูปแบบการเล่น และย้ายผู้เล่นไปอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกัน

เธอได้ลอง Le Tissier ในตำแหน่งแบ็คขวาและเซ็นเตอร์แบ็ค เล่นกับกองหลังสามคน เริ่มต้น Aggie Beever-Jones ของ Chelsea ในตำแหน่งหมายเลข 9 เหนือ Alessia Russo และเปิดตัวให้ Kendall, Keating และ Hinds

เธอรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะทำเช่นเดียวกันกับจีนและกานา ซึ่งเป็นคู่ต่อสู้ที่อังกฤษไม่ค่อยได้พบและอาจตั้งคำถามที่แตกต่างกัน

Wiegman กล่าวว่า “มันดีที่ได้เล่นกับทีมจากทวีปต่างๆ เราทราบดีว่าจีนเป็นทีมที่มีระเบียบวินัยเสมอ พวกเขามีโครงสร้างที่ดีมาก” การรู้ถึง 5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง จะช่วยให้สนุกกับการชมเกม

“พวกเขาสามารถเล่นจากแดนหลังได้ แต่ก็สามารถเล่นได้โดยตรงกว่า เราทราบดีว่าพวกเขาจะพยายามท้าทายเราในด้านแท็คติก”

การติดตาม 5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง จะช่วยให้เราเห็นพัฒนาการของทีมชาติอังกฤษ

โดยสรุปแล้ว, การอุ่นเครื่องเป็นโอกาสที่ดีในการทดลองแผนการเล่น, ให้โอกาสผู้เล่นใหม่, และเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับความท้าทายในอนาคต อย่ามองข้าม 5 สิ่งที่ต้องจับตาในเกมอุ่นเครื่องของทีมสิงโตหญิง

ที่มา – Five things to look out for in Lionesses friendlies