“ตรีนุช” สั่งประกันสังคม ช่วยผู้ประสบภัยภาคใต้
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง ล่าสุด นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งออกมาตรการช่วยเหลือนายจ้าง-ผู้ประกันตนประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
มาตรการเร่งด่วนที่ สปส. ดำเนินการคือ การจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ หรือสถานประกอบการจำเป็นต้องหยุดกิจการชั่วคราว โดยผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 180 วัน ซึ่งเป็นเงินจำนวนไม่น้อยที่จะช่วยประคับประคองค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
“ตรีนุช” สั่งการประกันสังคม ช่วยนายจ้าง-ผู้ประกันตนประสบอุทกภัยภาคใต้
สำหรับขั้นตอนการขอรับสิทธิประโยชน์ ผู้ประกันตนสามารถยื่นแบบคำขอพร้อมหนังสือรับรองจากนายจ้างได้ที่สำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 เสียชีวิตจากเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ทายาทจะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นค่าทำศพ 50,000 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย (สำหรับผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 36 เดือน) และเงินบำเหน็จชราภาพ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพและเป็นทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับครอบครัว
ในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 40 หากเสียชีวิต ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 จะได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท ส่วนทางเลือกที่ 3 จะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท พร้อมเงินบำเหน็จชราภาพในทางเลือกที่ 2 และ 3
นอกเหนือจากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนโดยตรง สปส. ยังมีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568-2569) วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่รักษาระดับการจ้างงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขว่าสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนติดต่อกัน และต้องรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ในช่วง 3 ปีแรกของสัญญา
สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
วงเงินสินเชื่อสูงสุดจะแตกต่างกันไปตามขนาดของธุรกิจ ตั้งแต่ 15 ล้านบาท สูงสุดถึง 50 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วง 3 ปีแรก กรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.35 ต่อปี และกรณีไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือใช้บุคคลค้ำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 4.75 ต่อปี
ณ ปัจจุบัน มีสถานประกอบการที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อภายใต้โครงการนี้แล้ว 616 แห่ง รวมวงเงิน 6,270.64 ล้านบาท ซึ่งสามารถช่วยรักษาการจ้างงานลูกจ้างได้กว่า 82,771 คน
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ย้ำว่า สปส. จะยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด และเร่งขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูในทุกด้าน เพื่อให้นายจ้าง-ผู้ประกันตนประสบอุทกภัยภาคใต้ได้รับการคุ้มครองและสามารถกลับคืนสู่ชีวิตปกติโดยเร็วที่สุด
สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้นับเป็นบททดสอบสำคัญของระบบประกันสังคมในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ การดำเนินการอย่างรวดเร็วและทั่วถึงตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจให้กับนายจ้าง-ผู้ประกันตนประสบอุทกภัยภาคใต้
การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเป็นหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานประกันสังคมที่ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
ที่มา – “ตรีนุช” สั่งการประกันสังคม ออกมาตรการช่วยนายจ้าง-ผู้ประกันตนประสบอุทกภัยภาคใต้















