วัน: 28 พฤศจิกายน 2025

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง: ดับ 128 ศพ จับเพิ่ม!

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน่าสลดใจ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 128 ราย และยังมีการจับกุมผู้บริหารเพิ่มอีก 2 รายจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงอาคารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ทำให้ยอดรวมผู้ถูกจับกุมเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ทศวรรษของฮ่องกง

สื่อฮ่องกงรายงานความคืบหน้าของโศกนาฏกรรม ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ที่อาคารที่พักอาศัย “หวังฟุกคอร์ท” ในเขตต่ายโป ว่ายอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 128 ราย ผู้บาดเจ็บ 79 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 200 รายที่ยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก

คณะกรรมการอิสระต่อต้านการทุจริต (ICAC) ได้ขยายผลการสอบสวนและจับกุมกรรมการบริษัท Will Power Architects Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่รับผิดชอบโครงการปรับปรุงอาคารในที่เกิดเหตุเพิ่มอีก 2 คน ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของบริษัท Prestige Construction & Engineering Co Limited ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้าง จำนวน 3 ราย ในข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าคนตายโดยประมาท ทำให้ยอดผู้ถูกจับกุมในคดี ไฟไหม้ตึกฮ่องกง รวมเป็น 5 ราย

ทางการได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือสำหรับผู้สูญหาย 467 กรณี แต่บางกรณีอาจเป็นผลมาจากการสอบถามที่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 39 ราย บาดเจ็บ 35 ราย กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล พบผู้ปลอดภัย 110 ราย และอีก 200 รายยังคงสูญหาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการค้นหาและยืนยันชะตากรรมของผู้สูญหาย

สถานการณ์ของผู้สูญหาย 200 รายยังไม่ชัดเจน โดยมี 80 ศพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้จนจำไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีการใช้วัสดุที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีการใช้โฟมสไตรีนซึ่งเป็นสารไวไฟสูงปิดช่องหน้าต่างลิฟต์ในทุกชั้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วภายในตัวอาคาร นอกจากนั้น วัสดุตาข่ายและผ้าคลุมที่ใช้ภายนอกอาคารเพื่อคลุมนั่งร้านก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเช่นกัน

สำนักงานดับเพลิงฮ่องกงกล่าวว่า เพลิงไหม้เริ่มต้นจากชั้นล่างแล้วลุกลามขึ้นไปยังชั้นบน และยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป อุณหภูมิสูงสุดของไฟสูงถึง 500 องศาเซลเซียส ทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งในบางจุดหลังจากถูกดับลงแล้ว แต่ในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด

ตำรวจจะเริ่มเข้าไปในอาคารหวังฟุกคอร์ทเพื่อรวบรวมหลักฐาน และคาดว่าจะใช้เวลาในการสอบสวนอีก 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า

ในการปฏิบัติการดับเพลิงครั้งนี้ มีการระดมรถดับเพลิง 391 คัน และรถพยาบาล 188 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 2,311 นายเข้าร่วมปฏิบัติการ และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 12 นาย

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการดับเพลิงครั้งนี้ โดยระบุว่าการหย่อนน้ำดับเพลิงทางอากาศไม่มีประสิทธิภาพในการดับไฟภายในอาคาร และยังคงศึกษาวิธีการใช้โดรนในการปฏิบัติการประเภทนี้อยู่ นอกจากนี้ยังพบว่าระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ในอาคารทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

นาย จอห์น ลี กา-ชิว ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบโครงการปรับปรุงอาคารในที่พักอาศัยของรัฐบาลทั้งหมดโดยทันที และยืนยันว่าจะมีการสืบสวนคดีอาชญากรรมครั้งนี้อย่างเข้มข้น

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บและสูญเสียให้น้อยที่สุด

ขณะนี้ ไฟที่ลุกไหม้อาคารทั้ง 7 ใน 8 หลังของโครงการหวัง ฟุก คอร์ท สามารถควบคุมได้แล้ว และยังมีผู้พักอาศัย 56 รายที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง: ยอดดับพุ่งสูง จับเพิ่มอีก!

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง

เหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอและการใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ดับพุ่ง 128 ศพ จับเพิ่มอีก 2 ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงอาคาร

ใจหาย! **หมอสมนึก** ปิดคลินิกมีบุตรยาก

ใจหาย! “นพ.สมนึก วีระนรพาณิช” ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ หลังเปิดให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยากมายาวนานกว่า 18 ปี ทำให้หลายคนที่เคยหวังพึ่งพาบริการของคุณหมอต้องใจหายไปตามๆกัน

วันที่ 28 พ.ย. 68 สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลา หลายจุดเริ่มคลี่คลายหลังระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังต้องรับมือกับการจัดการปัญหาหลังน้ำท่วม ความเสียหายของอาคารบ้านเรือน รถยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องซ่อมแซมและฟื้นฟู

ขณะที่ นพ.สมนึก วีระนรพานิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเจ้าของ คลินิกสูตินรีเวชและมีบุตรยาก นพ.สมนึก วีระนรพาณิช ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวหาดใหญ่ และคนในจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ได้โพสต์ภาพผ่าน เพจเฟซบุ๊ก คลินิก นพ.สมนึก วีระนรพานิช ระบุว่า ปิดคลินิกอย่างถาวรแล้วครับ …18 ปีที่ให้การดูแลรักษาคนที่มีลูกยาก เริ่มบุกเบิกจากศูนย์ จนคนรู้จักทั่วประเทศ…ขอเก็บความภูมิใจไว้กับตัวละกัน #สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่ 68

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความเห็น เศร้าเสียใจเป็นจำนวนมาก อาทิ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ทั้งรักษา ทั้งดูแลและทำคลอด ตั้งแต่ปี 56-58 ลูกชายเป็นหนุ่มน้อย 10 ขวบแล้วค่ะ, ส่งกำลังใจให้คุณหมอนะคะ, ใจหายค่ะ คุณหมอเก่ง และมีความสามารถขอบคุณคุณหมอของน้องแฝด ทำให้บ้านนี้สมหวังได้ลูกแฝดชายหญิง เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ, ใจหายเลยค่ะอาจารย์ ถ้าไม่มีอาจารย์ ก็ไม่มีเด็กผู้หญิงที่ตอนนี้, ฮืออออ ใจหายเลยค่ะหมอ ขอบคุณทุกๆการดูแลและความใส่ใจ, ลูกๆคุณหมอเยอะเลย เป็นกำลังใจให้คุณหมอนะคะ

**หมอสมนึก** ปิดคลินิก: ความหวังของผู้มีบุตรยากสิ้นสุด?

ข่าวการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** สร้างความเสียใจให้กับผู้ที่เคยรับการรักษาและผู้ที่กำลังวางแผนจะมีบุตรเป็นอย่างมาก เพราะคลินิกแห่งนี้ถือเป็นความหวังของหลายๆ ครอบครัวที่ต้องการมีบุตร และชื่อเสียงของคุณหมอสมนึกก็เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ถึงความเชี่ยวชาญในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

ทำไมการปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ถึงเป็นเรื่องใหญ่?

การปิดคลินิกของ **หมอสมนึก** ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปิดตัวของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่เป็นการสูญเสียความหวังของคู่รักหลายคู่ที่ต้องการมีบุตร ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของคุณหมอ ทำให้หลายครอบครัวสมหวังและมีบุตรได้สำเร็จ การปิดคลินิกจึงส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนเป็นอย่างมาก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คลินิก **หมอสมนึก** ประสบความสำเร็จคือความใส่ใจในการดูแลคนไข้แต่ละราย คุณหมอและทีมงานให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทำให้เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ให้กับผู้ที่เข้ารับการรักษา อีกทั้งยังให้คำปรึกษาและให้กำลังใจแก่คู่รักที่กำลังเผชิญกับภาวะมีบุตรยาก ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้ต่อไป

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
  • การดูแลและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
  • เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย
  • อัตราความสำเร็จในการรักษาที่สูง

ถึงแม้ว่าคลินิกจะปิดตัวลง แต่ความรู้และประสบการณ์ที่คุณหมอสมนึกได้สั่งสมมาตลอด 18 ปี จะยังคงเป็นประโยชน์ให้กับวงการแพทย์ต่อไป หวังว่าจะมีแพทย์ท่านอื่นสานต่อเจตนารมณ์ของคุณหมอ ในการช่วยเหลือผู้ที่มีบุตรยาก ให้พวกเขาสมหวังและมีครอบครัวที่อบอุ่นได้ในอนาคต

การปิดคลินิกของคุณหมอสมนึก ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของผู้มีบุตรยาก แต่เราเชื่อว่าความหวังยังคงอยู่ และด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า จะมีหนทางอื่น ๆ ที่จะช่วยให้หลายครอบครัวสมหวังได้ในที่สุด

ที่มา – “หมอสมนึก” ความหวังของผู้มีบุตรยาก ประกาศปิดคลินิกถาวร สังเวยน้ำท่วมหาดใหญ่

ปศุสัตว์ฟื้นฟูใต้! เยียวยา แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

กรมปศุสัตว์เดินหน้าแผนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรใต้ เปิดเกณฑ์เยียวยาความเสียหายปศุสัตว์ เร่งช่วยเหลือเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน–อพยพสัตว์–ส่งทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่

อธิบดีกรมปศุสัตว์เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ 9 จังหวัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเร่งฟื้นฟูอาชีพหลังน้ำลด และเปิดหลักเกณฑ์การเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ปัตตานี สงขลา ตรัง และนราธิวาส โดยมีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 10,961,826 ตัว ประกอบด้วย โค 335,382 ตัว กระบือ 7,354 ตัว สุกร 265,146 ตัว แพะและแกะ 181,057 ตัว และสัตว์ปีก 10,172,887 ตัว ขณะที่แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์เสียหายรวม 7,721.60 ไร่

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสัตว์ตายและสูญหาย 78,721 ตัว ใน 8 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช ปัตตานี สตูล สุราษฎร์ธานี นราธิวาส และสงขลา โดยในจำนวนนี้เป็นโค-กระบือ 1,439 ตัว สุกร 8 ตัว แพะ 98 ตัว แกะ 21 ตัว และสัตว์ปีก 77,155 ตัว

กรมปศุสัตว์ได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทานจำนวน 444,560 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 56,373 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 459 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่

ในส่วนของการเยียวยาความเสียหายด้านปศุสัตว์ ได้สั่งการให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดและสำนักงานปศุสัตว์อำเภอเร่งสำรวจความเสียหายทันทีที่น้ำลดเพื่อจ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรผู้เสียหาย โดยหลักเกณฑ์ได้กำหนดตามประเภทสัตว์เลี้ยงและจำแนก

ตามช่วงอายุและจำนวนสูงสุดที่ให้ความช่วยเหลือต่อรายดังนี้

  • โค อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราชดเชยไม่เกิน 35,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)
  • กระบือ อายุ 2 ปีขึ้นไป อัตราไม่เกิน 39,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 5 ตัว/ราย)
  • สุกร อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)
  • แพะ/แกะ อายุ 30 วันขึ้นไป อัตราไม่เกิน 3,000 บาท/ตัว (ไม่เกิน 10 ตัว/ราย)
  • สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด นกกระทา นกกระจอกเทศ อัตราช่วยเหลือแตกต่างกันตามช่วงอายุและประเภท โดยช่วยเหลือสูงสุด 300–1,000 ตัว/ราย
  • แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ ชดเชยในอัตรา 1,980 บาท/ไร่ ไม่เกิน 30 ไร่/ราย

“ขอให้พี่น้องเกษตรกรชาวใต้มั่นใจว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เราจะอยู่เคียงข้างจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และเกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าว

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ขอให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบมั่นใจว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด หรือผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์อย่างมาก กรมปศุสัตว์จึงเร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในการ ฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือเกษตรกรให้กลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

กรมปศุสัตว์ ลุยฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

การดำเนินการฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน เป็นภารกิจเร่งด่วนที่กรมปศุสัตว์ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีมาตรการช่วยเหลือหลากหลายด้าน เพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

มาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

  • การแจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน: ช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนอาหารสัตว์
  • การอพยพสัตว์เลี้ยง: ลดความเสี่ยงจากการจมน้ำและการเจ็บป่วย
  • การสนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์: ป้องกันโรคระบาดและดูแลสุขภาพสัตว์
  • หน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่: ให้การรักษาและดูแลสัตว์ป่วยในพื้นที่
  • การเยียวยาความเสียหาย: ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงและแปลงหญ้า

กรมปศุสัตว์ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนด้านต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาเลี้ยงสัตว์ได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง การ ฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ครั้งนี้จึงเป็นความหวังของเกษตรกรในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

หากเกษตรกรในพื้นที่ประสบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานปศุสัตว์อำเภอหรือจังหวัดใกล้บ้านท่านได้ทันที

ที่มา – กรมปศุสัตว์ ลุยฟื้นฟูเกษตรกร 9 จังหวัดภาคใต้ เยียวยาความเสียหาย แจกหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน

ฟาร์เก้รู้สึกเหมือนจมกองโคลน | บทวิเคราะห์

การเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลเป็นงานที่ไม่แน่นอน ผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์และมีความรู้เคยอธิบายให้ผมฟังว่าเหมือนกับการอยู่ใน “กองโคลน” ตลอดเวลา

คำพูดของเขาที่อยู่ในใจผมเสมอคือ “คุณมักจะอยู่ในระดับข้อเท้า หัวเข่า หรือจมกองโคลน!”

ในขณะนี้ ดาเนียล ฟาร์เก้ ผู้จัดการทีมลีดส์ อาจจะรู้สึกเหมือนเขาอยู่ในสถานการณ์หลังสุด

ฟาร์เก้ได้รับการยกย่องเมื่อฤดูกาลที่แล้วสำหรับการเลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพ และสำหรับวิธีการที่เขาทำด้วย

ลีดส์มีผู้เล่นที่ในระดับนั้น เล่นฟุตบอลที่เปิดเกมบุกและชนะ และปรัชญาและท่าทีรอบด้านของฟาร์เก้ทำให้เขาได้รับความนิยมจากแฟนๆ มากมาย ไม่เพียงแต่ที่ลีดส์เท่านั้น แต่ในวงการฟุตบอลโดยทั่วไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ เป็นไปอย่างแตกต่างกันมากสำหรับเขาในพรีเมียร์ลีก

‘ทิศทางลมเปลี่ยนไปในหมู่แฟนบอลของเขาเอง’

ฤดูกาลนี้ ภารกิจที่ฟาร์เก้ระบุเองคือการเก็บ 38 แต้ม หรือแต้มต่อเกม ซึ่งเป็นจำนวนที่พิสูจน์แล้วว่าเพียงพอที่จะรักษาสถานะในลีกสูงสุดได้ทุกฤดูกาลตั้งแต่ปี 2011-12

จนกระทั่งถึงความพ่ายแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟาร์เก้ทำตามอัตราส่วนนั้น แต่เขาต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทิศทางลมในหมู่แฟนบอลของเขาเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่จะรู้จัก เพราะเคยผ่านมาด้วยตัวเอง

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้คือเป็นครั้งแรก แม้ว่าในความเห็นของผม ทีมของเขาเล่นได้ดีจริงๆ กับวิลล่า แต่แฟนบอลส่วนหนึ่งกลับแสดงท่าทีในทางลบต่อเขาอย่างมาก

พวกเขาแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกทีมและการเปลี่ยนตัวของเขาอย่างเปิดเผย

ผมได้กล่าวไว้ในคอลัมน์ก่อนหน้านี้ว่าเกมที่ผมรักคือเรื่องของผู้เล่นและผู้สนับสนุน แต่ผมจะแยกแยะตรงนี้

หากแฟนๆ ในโซเชียลมีเดียวิพากษ์วิจารณ์ทีม ผู้จัดการทีม หรือสโมสร มันจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับผลกระทบจากการวิพากษ์วิจารณ์เดียวกันจากผู้สนับสนุนที่ซื้อตั๋วปีและใช้เงินและเวลาที่หามาอย่างยากลำบากในการดูและเดินทางไปกลับทั้งในบ้านและนอกบ้านในทุกสภาพอากาศ

จากประสบการณ์ของผม ผู้สนับสนุนเหล่านี้จำนวนมากมีความเข้าใจและความรู้ที่ดีเกี่ยวกับทีมและผู้เล่นของพวกเขา และมีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ปฏิกิริยาของพวกเขายังมีอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจในสโมสรใดๆ มากกว่ามาก

ดังนั้น หากคุณได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยในสนามกีฬาของคุณเองเหมือนที่ฟาร์เก้เจอในวันอาทิตย์ นั่นหมายความว่าคุณกำลังมีปัญหาและผลการแข่งขันจะต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพรีเมียร์ลีก สถานการณ์ที่ ดาเนียล ฟาร์เก้ เองก็คงทราบดี

ดาเนียล ฟาร์เก้ กับความท้าทายในการคุมทีมในพรีเมียร์ลีก

การนำทีมใดๆ ขึ้นมาจากแชมเปี้ยนชิพสู่พรีเมียร์ลีกถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม

ฟาร์เก้ทำได้สามครั้ง กับนอริช (สองครั้ง) และตอนนี้กับลีดส์ แต่ดังที่ผมได้พบเมื่อผมอยู่ในตำแหน่งนั้นกับสโต๊ค การตามด้วยการทำให้ทีมของคุณอยู่รอดปลอดภัยนั้นยากกว่า 10 เท่า

ผู้เล่นชุดเดิมที่เคยถล่มทีมในแชมเปี้ยนชิพ ตอนนี้พบว่าสิ่งต่างๆ ท้าทายมากขึ้น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ในทางเทคนิค ลีกสูงสุดในยุโรปนั้นไม่หยุดหย่อน และดังที่ลีดส์ได้พบในวันอาทิตย์ที่ผ่านมากับวิลล่า มันไม่ปราณี

อย่างไรก็ตาม ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้จัดการทีมเสมอ อัตราการชนะของฟาร์เก้ในแชมเปี้ยนชิพกับนอริชและลีดส์คือ 55% แต่ในพรีเมียร์ลีกกับทั้งสองสโมสรลดลงเหลือ 15%

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติใดๆ คุณต้องมีบริบท และผมเชื่อว่าคุณต้องพิจารณาว่าเขาจัดการทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นมาใหม่เสมอ มากกว่าทีมที่มีผู้เล่นพรีเมียร์ลีกที่แข็งแกร่ง

การสรรหาผู้เล่น ดังที่เราได้เห็นจากทีมอย่างไบรท์ตัน บอร์นมัธ และเบรนท์ฟอร์ด เป็นสิ่งสำคัญต่อโอกาสที่ผู้จัดการทีมจะฝึกสอนทีมที่ประสบความสำเร็จ

แต่ในปัจจุบัน ผู้จัดการทีมและโค้ชต้องพึ่งพาองค์ประกอบที่แตกต่างกันของสโมสรมากกว่าที่ผมเคยจัดการ การสรรหาผู้เล่นเป็นเพียงหนึ่งในนั้น และคุณต้องทำให้ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน

ลีดส์แต่งตั้งแซม อันเดอร์วูดเป็นผู้อำนวยการฟุตบอลเพียงไม่กี่เดือนก่อนเริ่มฤดูกาล ผมไม่รู้จักแซม แต่เขาอยู่ที่สโมสรมานานกว่าทศวรรษและทำงานมาตั้งแต่การจัดการอะคาเดมี่ไปจนถึงหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการฟุตบอลและตอนนี้คือตำแหน่งนี้

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการมาเยือนพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของเขาในบทบาทนี้ และเขาได้รับมอบหมายงานที่ยิ่งใหญ่ในการกำกับการย้ายทีมและการเลือกเป้าหมายสำหรับทีมชุดใหญ่ คงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะได้เห็นว่าเงิน 100 ล้านปอนด์ที่ใช้ไปกับผู้เล่นใหม่ในช่วงซัมเมอร์ได้ทำให้ทีมดีขึ้นจริงหรือไม่

วิทยาศาสตร์การกีฬาหรือความฟิต และแผนกการแพทย์ก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อดูจากระดับความฟิตของพวกเขาในฤดูกาลนี้ ผมเชื่อว่าลีดส์รับมือได้ดีในด้านนั้น

ในสมัยของผม ผมทำให้แน่ใจว่าผมอยู่ในจุดศูนย์กลางของแง่มุมต่างๆ เหล่านี้ของสโมสร เพราะทั้งหมดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อผลการแข่งขันในวันเสาร์ และได้ส่งผลกระทบจริงๆ

เป็นผู้จัดการทีมที่ต้องเผชิญหน้าและเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์หลังผลการแข่งขันที่ไม่ดี และผมหวังว่าฟาร์เก้จะสามารถควบคุมทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นได้ก่อนเกมสามนัดถัดไปของพวกเขาที่จะพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เชลซี และลิเวอร์พูล

‘ผู้จัดการทีมต้องยืนหยัดหรือล้มลงด้วยการตัดสินใจของตัวเอง’

หนึ่งในความผิดหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมเกี่ยวกับทุกแง่มุมของชีวิต ทั้งในและนอกวงการฟุตบอล คือการที่องค์กรและนักการเมืองปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับความคิดริเริ่มบางอย่างออกมา แล้วศึกษาปฏิกิริยาของสาธารณชนก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่อไปหรือไม่ ผมพบว่ามันขี้ขลาดสวย

การเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลไม่ใช่งานที่คุณควรโค้งคำนับให้กับความคิดเห็นของสาธารณชนแบบนั้น ดังนั้นผมจึงยินดีที่ได้เห็นฟาร์เก้ยืนหยัดกับเบรนเดน แอรอนสันในการเจอกับวิลล่า ในขณะที่ผู้สนับสนุนลีดส์จำนวนมากได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่เชื่อว่าเขาควรอยู่ในทีม

ผู้จัดการทีมคนใดก็ตามที่คุ้มค่ากับเกลือของเขาจะมีความเข้าใจและความเชื่อมั่นในการสนับสนุนการตัดสินใจของตัวเอง

ฟาร์เก้ได้กล่าวว่าเขาจะไม่เลือกผู้เล่นตามแรงกดดันจากสาธารณชน และแม้ว่าทุกคนจะมีมุมมองเกี่ยวกับว่าพวกเขาจะเลือกใครหรือไม่ แต่ผู้จัดการทีมทุกคน ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม จะต้องยืนหยัดหรือล้มลงด้วยการตัดสินใจของตัวเองเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้เล่นแต่ละคน รูปแบบทีม และเอกลักษณ์

ชัยชนะคือทุกสิ่งสำหรับผู้จัดการทีมทุกคน และผมยังไม่เคยเห็นใครส่งทีมลงสนามที่เขาไม่คิดว่าจะสามารถชนะเกมได้ สิ่งที่ฟาร์เก้กำลังทำอยู่คือการเลือกผู้เล่นที่เขาคิดว่าเหมาะสมที่สุดกับทุกสิ่งที่เขากำลังพยายามทำให้สำเร็จ

ทั้งเขาและลีดส์ต่างต้องการชัยชนะ และโดยเร็ว และขอให้พวกเขาทั้งสองประสบความสำเร็จ

ลีดส์เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมพร้อมการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสมควรอยู่ในลีกสูงสุดของเรา และฟาร์เก้ หลังจากที่ได้พบเขามาสองสามครั้ง เป็นคนดี หวังว่าเขาจะสามารถหาวิธีพลิกกระแสความคิดเห็นให้เป็นประโยชน์ต่อเขาได้

‘ชัยชนะซ่อนบาปมากมาย’

หมายเหตุเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อวันจันทร์ที่อิดริสซา เกเย่ของเอฟเวอร์ตันถูกไล่ออกจากการปะทะกับไมเคิล คีน เพื่อนร่วมทีมของเขา

ความคิดเห็นของเดวิด มอยส์ หัวหน้าทีมเอฟเวอร์ตันเกี่ยวกับเรื่องชกต่อยของผู้เล่นของเขาหลังจากนั้นนั้นยอดเยี่ยมมาก โดยกล่าวว่า “มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาใส่ใจ”

เดวิด ทีมของคุณเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้อย่างขาดลอย แต่ถ้าการถูกไล่ออกนั้นทำให้ทีมของคุณแพ้ ผมสงสัยว่าการตอบสนองของคุณต่อผู้เล่นทั้งสองคนจะเป็นอย่างไร!

ชัยชนะซ่อนบาปมากมาย และนั่นก็เป็นกรณีนี้อย่างแน่นอน

ผมต้องจัดการกับสถานการณ์เดียวกันในฐานะผู้จัดการทีมสโต๊คที่เวสต์แฮม ในปี 2008 เมื่อริคาร์โด ฟูลเลอร์และแอนดี้ กริฟฟินมีส่วนร่วมในการทะเลาะวิวาทที่คล้ายกันมาก และเราแพ้เกมในช่วงท้าย

พวกเขาทั้งสองเป็นผู้เล่นที่มีการแข่งขันสูงมากที่ไม่ชอบแพ้ ทันทีที่ริคาร์โดถูกไล่ออก ผมก็ให้คนดูแลชุดกีฬาเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อให้แน่ใจว่าเขาอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และขึ้นรถบัสของทีมก่อนที่เราจะเข้ามาเมื่อจบเกม

ด้วยวิธีนั้น จะไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างพวกเขาในขณะที่อะดรีนาลีนยังคงไหลเวียนจากเกมอยู่ และอารมณ์ก็ร้อนระอุ

ไม่มีทางที่ผมอยากให้ริคและแอนดี้อยู่ในห้องแต่งตัวในเวลาเดียวกัน จนกว่าผมจะสามารถนั่งลงกับพวกเขาส่วนตัวได้

มันทำให้ผมและผู้เล่นทั้งสองมีโอกาสได้สงบสติอารมณ์ และเราก็จัดการทุกอย่างในการฝึกซ้อมในวันรุ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ดาเนียล ฟาร์เก้ ยังคงต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ด้วยคุณภาพของเขาและความมุ่งมั่นของทีม ผมเชื่อว่าเขาสามารถพลิกสถานการณ์และนำพาลีดส์ไปสู่ความสำเร็จได้

ที่มา – ‘Farke probably feels like he is up to his neck in muck’

กต.ตั้งศูนย์ช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมใต้

กระทรวงการต่างประเทศ จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ เผยรับแจ้งจากมิตรประเทศ พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

กระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้โดยเร็ว นอกจากพี่น้องชาวไทยแล้ว ยังมีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้เช่นกัน เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุม กระทรวงการต่างประเทศจึงได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชาวต่างชาติที่ประสบภัยอย่างทันท่วงที ประเทศต่างๆ ที่ได้แสดงความพร้อมให้ความช่วยเหลือ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ จีน โครเอเชีย ฮังการี บังกลาเทศ ภูฏาน แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังได้รับการติดต่อจากมิตรประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และภาคเอกชนต่างประเทศ ที่แสดงความจำนงในการให้ความช่วยเหลือด้านการกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ ซึ่งกระทรวงฯ จะดำเนินการประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของพื้นที่

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

เพื่อให้การช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้จัดตั้ง “ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้” ขึ้น โดยมีหน้าที่หลักในการประสานงานการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ รวมถึงประสานงานกับประเทศต่างๆ ที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือตามความต้องการของพื้นที่

ช่องทางการติดต่อศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติที่ประสบอุทกภัยภาคใต้:

หากคนไทยต้องการความช่วยเหลือจากเหตุอุทกภัยในต่างประเทศ

สำหรับคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในต่างประเทศ สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในประเทศนั้น ๆ ได้ตลอดเวลา หรือติดต่อกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ที่หมายเลขฉุกเฉิน 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านช่องทางไลน์ Thai consular และแอปพลิเคชัน Thai Consular ซึ่งมีเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือในทุกช่องทาง

กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามของรัฐบาลไทยในการแสดงความรับผิดชอบและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ

การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามยากลำบากเป็นสิ่งที่พึงกระทำ และการที่ประเทศไทยได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าและควรได้รับการรักษาไว้

ที่มา – กต. จัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือคนต่างชาติประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

ไฟไหม้โกดังรถหรูนนทบุรี! วอด 50 คัน

เกิดเหตุการณ์น่าเศร้า เมื่อไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ทำให้รถยนต์สุดหรูเสียหายไปกว่า 50 คัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 190 ล้านบาท เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงและเสียใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่รักรถยนต์เป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งเหตุ และรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมสถานการณ์

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าไฟกำลังโหมกระหน่ำโกดังเก็บรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ถนนราชพฤกษ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายพื้นที่ได้ระดมรถน้ำจำนวนมากเพื่อฉีดสกัดไฟอย่างเร่งด่วน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถยนต์หรูและรถยนต์ไฟฟ้าที่จอดเรียงรายอยู่ภายในโกดังถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดประมาณ 50 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์ปอร์เช่ 5 คัน และรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาอีก 45 คัน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 190 ล้านบาท นอกจากนี้ รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลอ้อมเกร็ดก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ไปด้วย 1 คัน

ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าโกดังดังกล่าวใช้เป็นสถานที่จอดและเก็บรักษารถยนต์ของลูกค้าที่รอการตรวจซ่อมจากศูนย์บริการ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในโกดัง ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปติดรถยนต์ที่จอดเรียงรายอยู่เต็มโกดัง

รายละเอียดความเสียหายจากเหตุไฟไหม้โกดังรถหรู

  • รถยนต์ปอร์เช่: 5 คัน
  • รถยนต์ไฟฟ้าเทสลา: 45 คัน
  • รถดับเพลิงเทศบาลตำบลอ้อมเกร็ด: 1 คัน
  • รวมมูลค่าความเสียหาย: ประมาณ 190 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง รวมถึงหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่คาดฝันได้ นอกจากนี้ การมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐานและการฝึกซ้อมดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ไฟไหม้ได้

ที่มา – ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี วอด 50 คัน เสียหาย 190 ล้านบาท

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: แบงก์-ประกัน-มือถือ ร่วมเยียวยา

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ล่าสุด สคบ. ได้ผนึกกำลังกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งธนาคาร, บริษัทประกันภัย, สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เพื่อจัดตั้งทีมช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งดำเนินการเยียวยาอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งเรื่องรถยนต์, ที่อยู่อาศัย และภาระหนี้สิน

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค โดยเฉพาะในภาวะวิกฤตเช่นนี้ จึงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลและกำหนดมาตรการช่วยเหลือเหยื่อน้ำท่วมใต้อย่างครอบคลุมมากที่สุด โดยได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.), สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย, สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย, สมาคมธนาคารไทย, สมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย, สมาคมรถเช่าไทย และ AIS เพื่อให้การช่วยเหลือตรงจุดและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สคบ. ช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้: มาตรการเยียวยาครบวงจร

ที่ประชุมได้นำเสนอข้อมูลและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายด้าน ดังนี้:

มาตรการจาก ธปท.

ธปท. ได้สั่งการให้สถาบันการเงินทั่วประเทศออกมาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่:

  • ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต (สูงสุด 12 เดือน)
  • เพิ่มวงเงินฉุกเฉินสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อดิจิทัล
  • ผ่อนปรนสินเชื่อทุกประเภท (พักชำระหนี้, ลดดอกเบี้ย, ยืดระยะเวลา, ปรับโครงสร้างหนี้)

มาตรการจาก คปภ.

คปภ. กำหนดแนวทางการจ่ายสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์และที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม:

กรณีรถยนต์: แบ่งระดับความเสียหาย 5 ระดับ (A-E) โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ระดับ A (ท่วมพื้นรถ): ค่าซ่อม 8,000-10,000 บาท
  • ระดับ B (ท่วมเบาะ/ระบบไฟฟ้า): ค่าซ่อม 15,000-20,000 บาท
  • ระดับ C (ท่วมถึงล่างคอนโซล): ค่าซ่อม 25,000-30,000 บาท
  • ระดับ D (ท่วมถึงบนคอนโซล): ค่าซ่อม 30,000 บาทขึ้นไป
  • ระดับ E (จมทั้งคัน): คืนทุนประกันเต็มจำนวน (หากค่าซ่อมเกิน 70% ของราคารถ)

กรณีที่อยู่อาศัย:

  • บ้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 20,000 บาท (หากเสียหายมาก เพิ่มอีก 10,000 บาท)
  • ร้านค้า/ห้างร้าน: จ่ายสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท

มาตรการช่วยเหลือรถยนต์และรถจักรยานยนต์

สมาคมเช่าซื้อรถยนต์ไทยและสมาคมเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย เตรียมยกเว้นค่าธรรมเนียม และพักหนี้ 3 เดือน สมาคมรถเช่าไทย เร่งส่งมอบรถทดแทน และงดเรียกค่าเสียหายกับผู้เช่าในพื้นที่ภัยพิบัติ

มาตรการช่วยเหลือด้านการสื่อสารจาก AIS

AIS มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ได้แก่:

  • อินเทอร์เน็ตฟรี 10 GB
  • ยกเว้นค่าบริการ 7 วัน (ทั้งรายเดือนและเติมเงิน)
  • เร่งกู้ระบบสัญญาณในพื้นที่ประสบภัย

การผนึกกำลังของ สคบ. และหน่วยงานต่างๆ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างทันท่วงทีและครอบคลุมทุกด้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นกำลังใจให้เหยื่อน้ำท่วมใต้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ที่มา – สคบ.ผนึก “แบงก์-ประกัน-ไฟแนนซ์-มือถือ” ตั้งทีมช่วยเหยื่อน้ำท่วมใต้ เร่งเยียวยาครบวงจร

อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4: เติมส่วนที่บกพร่อง

“นายกฯ อนุทิน” หอบรัฐมนตรี-สส.ภูมิใจไทย ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รอบที่ 4 ชี้ น้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีท่วมที่เขต 8 พร้อมเติมส่วนที่ขาดตกบกพร่อง ปัดตอบปมมาเฟียในพื้นที่

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ เดินออกจากท่าอากาศยานทหาร กองบิน 6 ดอนเมือง ไปยังอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการฟื้นฟูเยียวยาหลังสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มคลี่คลาย โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรีจะไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทาง ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ ล่าสุด ว่า น้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีส่วนที่ท่วมอยู่ที่เขต 8 ตอนนี้จะเร่งลงไปเตรียมความช่วยเหลือ ส่วนใดที่ขาดตกบกพร่องจะไปเติมเต็มให้เรียบร้อย พร้อมย้ำว่าสถานการณ์เป็นไปในทางที่ดีขึ้น และจะเร่งไปดูพี่น้องประชาชนในหลายที่ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้ตรวจสอบเกี่ยวกับมาเฟียเขต 8 หรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว และเดินไปขึ้นเครื่องทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน เนื่องจากต้องประเมินสภาพพื้นที่อีกครั้ง.

อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4: ความคืบหน้าล่าสุด

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก ล่าสุดนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ลงพื้นที่เป็นครั้งที่ 4 เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การลงพื้นที่ครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด

ในการลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดว่าระดับน้ำได้ลดลงแล้ว แต่ยังมีบางพื้นที่ โดยเฉพาะในเขต 8 ที่ยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมขังอยู่ รัฐบาลจึงเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยมุ่งเน้นการเติมเต็มส่วนที่ยังขาดตกบกพร่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างครอบคลุมและทั่วถึง

การลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 มีเป้าหมายอะไร?

เป้าหมายหลักของการลงพื้นที่ในครั้งนี้คือการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่จริง รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน และมอบความช่วยเหลืออย่างตรงจุด นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย และแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของรัฐบาลที่มีต่อประชาชนในทุกสถานการณ์

  • ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่เกิดขึ้น
  • รับฟังปัญหาและความต้องการของประชาชน
  • มอบความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย
  • สร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน
  • ตรวจสอบความคืบหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่

นอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะมีการศึกษาและวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาน้ำท่วมอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ อนุทินไปหาดใหญ่ รอบ 4 ครั้งนี้ ก็ไม่ได้ราบรื่นเสียทีเดียว เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงประเด็นเรื่องมาเฟียในเขต 8 นายกรัฐมนตรีกลับไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงท่าทีของรัฐบาลต่อประเด็นดังกล่าว

ถึงแม้จะมีประเด็นที่น่าสงสัยเกิดขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ และเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด ประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากทุกภาคส่วน เพื่อให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน การวางแผนผังเมืองที่เหมาะสม และการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อลดความสูญเสียและความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

ที่มา – “อนุทิน” ไปหาดใหญ่ รอบ 4 เติมส่วนที่บกพร่อง ชี้น้ำลดลงแล้ว ปัดตอบปมมาเฟียเขต 8

“ธนกร” ประสาน ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

รมว.อุตสาหกรรม ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ไปช่วยซ่อมรถยนต์ถูกน้ำท่วม

เมื่อเวลา 10.47 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึง การลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมคณะกับนายกรัฐมนตรี ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ตอนนี้หาดใหญ่น้ำลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังทำงานไม่ได้ ต้องลงไปดูเรื่องเยียวยา ซึ่งในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เตรียมให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างไปช่วยซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมด้วย

“ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก รถยนต์และทรัพย์สินต่างๆ ได้รับความเสียหาย รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมจึงได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์ เพื่อส่งทีมช่างผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือในการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

ความร่วมมือจากภาคเอกชนในการ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม

การ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วมในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่สำคัญระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยผู้ประกอบการรถยนต์หลายรายได้ตอบรับการประสานงานและเตรียมส่งทีมช่างพร้อมอุปกรณ์เครื่องมือที่จำเป็นลงพื้นที่ เพื่อให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ให้กับประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือคิดในราคาพิเศษ

ขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือในการซ่อมรถยนต์

สำหรับประชาชนที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตามช่องทางที่กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชาสัมพันธ์ไว้ หรือสามารถติดต่อโดยตรงไปยังศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สำเนาทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่ายความเสียหายของรถยนต์ เพื่อประกอบการพิจารณา

ความสำคัญของการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัย

การให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยจากน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม ทำให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

มาตรการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในอนาคต

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเตรียมความพร้อมและวางแผนรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น การสร้างระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระบายน้ำ การให้ความรู้และฝึกอบรมประชาชนในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการภัยพิบัติ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ

สรุป

สถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย การที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประสานงานกับผู้ประกอบการรถยนต์เพื่อส่งช่างลงใต้ไปช่วยซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วม ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการดำเนินงานเชิงรุกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “ธนกร” ประสานผู้ประกอบการรถยนต์ ส่งช่างลงใต้ ช่วยซ่อมรถถูกน้ำท่วม