วัน: 28 พฤศจิกายน 2025

ฮือฮา! พบกรดอะมิโนบนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู

ฮือฮา! นักวิทย์พบ “ทริปโตเฟน” กรดอะมิโนจำเป็นที่ซับซ้อน บนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู หนุนทฤษฎีสารกำเนิดชีวิตบนโลกอาจมาจากอุกกาบาตเมื่อหลายพันล้านปีก่อน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 คณะนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์วิจัยนาซา เผยผลการวิเคราะห์ตัวอย่างหินและฝุ่นจากดาวเคราะห์น้อย “เบ็นนู” (Bennu) ที่ยานโอซิริส-เร็กซ์ (OSIRIS-REx) เก็บกลับมายังโลกในปี 2566 พบหลักฐานชิ้นสำคัญคือ ทริปโตเฟน (Tryptophan) กรดอะมิโนจำเป็นที่มนุษย์ต้องได้รับจากอาหาร และยังเป็นกรดอะมิโนที่ซับซ้อนที่สุดชนิดหนึ่ง โดยถือเป็นครั้งแรกในโลกที่พบทริปโตเฟนในตัวอย่างจากอวกาศ หลังจากก่อนหน้านี้นักวิทย์พบกรดอะมิโนบนอุกกาบาตหลายชนิด รวมถึงบนดาวเคราะห์น้อยริวงู ของญี่ปุ่น แต่ไม่เคยพบทริปโตเฟนมาก่อน

ดร.โฮเซ อาพอนเต นักเคมีดาราศาสตร์จากศูนย์วิจัยนาซา ระบุว่า ทริปโตเฟนบนเบ็นนูคือหลักฐานสำคัญเพราะมันซับซ้อนมาก การพบว่ามันก่อตัวขึ้นเองในอวกาศ อาจหมายความว่า “สูตรการก่อกำเนิดชีวิต” อาจไม่ได้เริ่มบนโลกเท่านั้น แต่ถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่ยุคกำเนิดระบบสุริยะ

ก่อนหน้านี้ จากการตรวจสอบตัวอย่างเบ็นนู นักวิทยาศาสตร์เคยพบกรดอะมิโนที่สิ่งมีชีวิตใช้สร้างโปรตีนมาแล้ว 14 ชนิด พร้อมนิวคลีโอเบส ทั้ง 5 ชนิดที่เป็นส่วนประกอบของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ การพบทริปโตเฟนเพิ่มทำให้ยอดรวมเป็น 15 ชนิดจาก 20 ชนิดที่สิ่งมีชีวิตบนโลกใช้

นักวิจัยชี้ว่า ดาวเคราะห์น้อยเบ็นนูก่อตัวจากเศษอุกกาบาตเมื่อราว 2,000–700 ล้านปีก่อน และมีองค์ประกอบย้อนกลับไปถึงยุคกำเนิดระบบสุริยะเมื่อ 4.5 พันล้านปี โดยมีแหล่งกำเนิดธาตุจากการระเบิดซุปเปอร์โนวาของดาวฤกษ์โบราณ ก่อนถูกหล่อหลอมด้วยความร้อน การชนปะทะ และรังสีจากดวงอาทิตย์

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า เบ็นนูมีสารอย่างแอมโมเนีย และแร่ธาตุหลายชนิด ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างโมเลกุลพื้นฐานของชีวิต ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนตัวต่อสำคัญที่ยังไม่ถูกประกอบเข้าด้วยกัน โดยผลการวิเคราะห์เบื้องต้นยังต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากตัวอย่างที่ใช้มีน้ำหนักเพียง 50 มิลลิกรัม แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าความเป็นไปได้ของการปนเปื้อนจากโลกมีน้อยมาก เพราะตัวอย่างจากเบ็นนูถูกเก็บรักษาในสภาพสมบูรณ์อย่างมาก.

ฮือฮา นักวิทย์พบกรดอะมิโน บนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู หนุนทฤษฎีสารกำเนิดชีวิตบนโลกอาจมาจากอุกกาบาต

การค้นพบกรดอะมิโนบนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนูครั้งนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความฮือฮาในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับที่มาของชีวิตบนโลกของเรา การที่กรดอะมิโนซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตสามารถก่อตัวขึ้นได้ในอวกาศอันไกลโพ้น บ่งชี้ว่ากระบวนการสร้างชีวิตอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนโลกเท่านั้น

แล้วการพบกรดอะมิโนบนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนูสำคัญอย่างไร?

การค้นพบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะ:

  • สนับสนุนทฤษฎี Panspermia: ทฤษฎีนี้เสนอว่าชีวิตอาจแพร่กระจายไปทั่วจักรวาลผ่านอุกกาบาตหรือดาวเคราะห์น้อย การค้นพบกรดอะมิโนบนเบ็นนูเป็นหลักฐานที่หนักแน่นที่สนับสนุนแนวคิดนี้
  • เข้าใจที่มาของชีวิต: ช่วยให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิตเกิดขึ้นได้อย่างไร และอาจนำไปสู่การค้นพบเพิ่มเติมเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชีวิตบนโลก
  • สำรวจความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก: หากองค์ประกอบพื้นฐานของชีวิตสามารถก่อตัวขึ้นในอวกาศได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตอาจมีอยู่ในดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในจักรวาล

การค้นพบ กรดอะมิโนบนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของชีวิต การวิจัยและสำรวจในอนาคตอาจนำไปสู่การค้นพบที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม และเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาลและตัวเราเองไปตลอดกาล.

การค้นพบ กรดอะมิโนบนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเคยเชื่อ และเปิดใจให้กับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่อาจรอเราอยู่ในอนาคต

ที่มา – ฮือฮา นักวิทย์พบกรดอะมิโน บนดาวเคราะห์น้อยเบ็นนู หนุนทฤษฎีสารกำเนิดชีวิตบนโลกอาจมาจากอุกกาบาต

5 ธันวาคม: รัฐบาลจัดกิจกรรมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ

รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในนามรัฐบาลดำเนินการจัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2568 โดยมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดงานอย่างสมพระเกียรติ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเข้าร่วมงานในปีนี้ ลองมาดูกันว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่เราไม่ควรพลาด

รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค.

กิจกรรมที่รัฐบาลเตรียมจัดขึ้นเนื่องในวันสำคัญนี้ ประกอบด้วย:

  1. การจัดพิธีทางศาสนา

1.1 พิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. โดยส่วนกลางจัดพิธี ณ ท้องสนามหลวง พระสงฆ์ จำนวน 189 รูป มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีพร้อมภริยา ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด ในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วไป จัดพิธี ณ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล

1.2 พิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายพระราชกุศล โดยมหาเถรสมาคม มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติดำเนินการแจ้งคณะสงฆ์ วัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ ดำเนินการจัดพิธีดังกล่าว

  1. พิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ

พิธีวางพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 ส่วนภูมิภาคทุกจังหวัดจัดพิธี ณ ศาลากลางจังหวัด ในต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วไป จัดพิธี ณ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุล

  1. กิจกรรมจิตอาสา

ส่วนราชการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติฯ โดยดำเนินการตลอดเดือนธันวาคม 2568

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมใน วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค.

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค. สามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมตัวและวางแผนการเดินทางเข้าร่วมงานได้อย่างเหมาะสม

นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น หลายหน่วยงานยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และกิจกรรมส่งเสริมความรู้ต่างๆ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

การเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค. ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพและรำลึกถึงพระองค์ท่านเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

ดังนั้น อย่าพลาดโอกาสที่จะเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ ที่จัดขึ้นทั่วประเทศ และร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านต่อไป

ปีนี้ อย่าลืมเข้าร่วมกิจกรรมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค. นะคะ

ที่มา – รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ “ในหลวง ร.9” วันชาติและวันพ่อ 5 ธ.ค.

“ชนินทร์” จี้รัฐบาล! เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม

รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลเปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมภาคใต้ให้ชัด อย่าลอยแพผู้เสียชีวิตจากการป่วย เพื่อหวังตัดยอดให้น้อยกว่าความเป็นจริง

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายและสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ล่าสุด นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์การเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมให้มีความชัดเจน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความมั่นใจให้กับครอบครัวผู้ประสบภัย

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงกรณีที่รัฐบาลแถลงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้และเกณฑ์การเยียวยา โดยระบุว่า รัฐบาลแถลงยืนยันผู้เสียชีวิต 85 ราย เป็นผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมเพียง 55 ราย โดยจะทำการเยียวยาศพละ 2 ล้านบาท ซึ่งนายชนินทร์ต้องการให้รัฐบาลแถลงหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อสร้างความสบายใจให้ครอบครัวผู้ประสบเหตุ และไม่ต้องการให้ประชาชนต้องอยู่ในความกังวล

นายชนินทร์ ยังตั้งคำถามถึงความหมายของการเสียชีวิตที่รัฐบาลระบุว่า “เสียชีวิตจากน้ำท่วม” ว่าครอบคลุมถึงเหตุการณ์ลักษณะใดบ้าง เฉพาะการจมน้ำหรือโดนน้ำพัด หรือรวมไปถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงที่อพยพไม่ทัน หรือไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ด้วยหรือไม่ เช่น การหัวใจวาย ไตวาย หรือตรอมใจ ระหว่างติดอยู่ในที่พัก เป็นต้น

ประเด็นสำคัญที่นายชนินทร์หยิบยกขึ้นมา คือ กรณีที่ถูกตัดยอดว่าไม่ได้เสียชีวิตจากน้ำท่วม จะได้รับการเยียวยา 2 ล้านบาทหรือไม่ หรือมีเกณฑ์การช่วยเหลือเยียวยาอื่นๆ อย่างไร พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่า รัฐบาลอาจสรุปยอดผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมน้อยกว่าความเป็นจริง เพื่อลดแรงกระแทกทางการเมือง จนอาจเป็นเหตุให้ครอบครัวผู้ประสบภัยบางกลุ่ม ถูกตัดสิทธิ์การช่วยเหลือเยียวยาที่พึงได้รับ

“เอาข้อเท็จจริงมารายงานกับประชาชนให้ชัดเจนโดยด่วนนะครับ ปัญหาเรื่องการบริหารล้มเหลวของรัฐบาลมีมากแล้ว อย่าซ้ำเติมด้วยปัญหาการสื่อสารล้มเหลว อีกเรื่องเลยครับ” นายชนินทร์กล่าว

“ชนินทร์” กระทุ้งรัฐบาล เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

จากประเด็นข้างต้น นายชนินทร์ต้องการให้รัฐบาลมีความโปร่งใสและชัดเจนในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกณฑ์การเยียวยา เพื่อป้องกันความสับสนและความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ความสำคัญของการเปิดเผยเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมที่ชัดเจน

  • สร้างความเชื่อมั่น: การที่รัฐบาลเปิดเผยเกณฑ์การเยียวยาอย่างชัดเจน จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน ว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ
  • ลดความสับสน: ข้อมูลที่ชัดเจนและครบถ้วนจะช่วยลดความสับสนและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์และขั้นตอนในการขอรับความช่วยเหลือเยียวยา
  • ความเป็นธรรม: การมีเกณฑ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ไม่มีการเลือกปฏิบัติ
  • บรรเทาความเดือดร้อน: การได้รับความช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็วและเหมาะสม จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระทางการเงินของครอบครัวผู้ประสบภัย

การที่นายชนินทร์ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ให้ชัดเจนนั้น ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และสิทธิ์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามข้อเรียกร้อง เพื่อแสดงความรับผิดชอบและความห่วงใยต่อประชาชนอย่างแท้จริง

รัฐบาลควรพิจารณาทบทวนเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ครอบคลุมทุกกรณี เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และควรมีการสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม เพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา

ที่มา – “ชนินทร์” กระทุ้งรัฐบาล เปิดเกณฑ์เยียวยาผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมให้ชัด

NT ชูรถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ

บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ตอกย้ำบทบาทสำคัญด้านโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ ด้วยการนำ “รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ” ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ภัยพิบัติ และภารกิจพิเศษต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นหลักการให้บริการสื่อสารที่ต่อเนื่อง แม่นยำ และเข้าถึงได้ในทุกสภาวะ

NT ชูรถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ

รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ของ NT ได้รับการออกแบบมาเป็นหน่วยสื่อสารเคลื่อนที่ประสิทธิภาพสูง พร้อมสนับสนุนการสื่อสารฉุกเฉินและงานภาคสนามได้อย่างครบวงจร ด้วยคุณสมบัติเด่นมากมาย:

  • ระบบสื่อสารความเร็วสูง: รองรับบริการโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต และโครงข่าย 4G/5G เพื่อให้การเชื่อมต่อข้อมูลสำคัญเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  • เสาส่งสัญญาณเคลื่อนที่ (Mobile Cell on Wheels): ขยายความครอบคลุมของสัญญาณในพื้นที่ที่โครงข่ายปกติอาจได้รับผลกระทบ หรือมีการใช้งานหนาแน่นเป็นพิเศษ
  • ระบบสำรองพลังงานและอุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน: พร้อมปฏิบัติงานต่อเนื่องแม้ในสภาวะไฟฟ้าดับ ด้วยแบตเตอรี่และเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
  • รองรับการสื่อสารภาครัฐ กู้ภัย และหน่วยงานความมั่นคง: ปลอดภัยด้วยระบบเข้ารหัสข้อมูลและมาตรฐานการสื่อสารระดับหน่วยงานรัฐ

ที่ผ่านมา รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ของ NT ได้ลงพื้นที่สนับสนุนการสื่อสารในเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมาย เพื่อให้โครงข่ายสื่อสารไม่สะดุด และประชาชนสามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารในช่วงเวลาวิกฤตได้ ตัวอย่างเช่น การร่วมสนับสนุนการสื่อสารในงานพระราชพิธีและรัฐพิธีสำคัญ เพื่อให้เจ้าหน้าที่และผู้ร่วมงานสามารถใช้บริการสื่อสารได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ยังได้เข้าช่วยเหลือในสถานการณ์วิกฤตต่างๆ อาทิ อุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี รวมถึงพื้นที่น้ำท่วมฉับพลันอื่นๆ โดย NT ได้จัดรถโมบายเพื่อเสริมสัญญาณ รองรับการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัย และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของรถโมบาย DTRS ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ

การมี รถโมบาย DTRS หนุนช่วยภัยพิบัติ ช่วยให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังช่วยให้ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ หรือแจ้งข่าวสารสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและทันเวลา

การปฏิบัติภารกิจของรถโมบาย NT ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “บริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ” ของบริษัท ที่มุ่งเน้นให้โครงข่ายสื่อสารของประเทศพร้อมใช้งานอยู่เสมอ แม้ในสภาวะวิกฤต NT พร้อมที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเคลื่อนที่และระบบสื่อสารฉุกเฉินอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนอย่างเต็มที่

สามารถติดตามข้อมูลรายละเอียด รถโมบายบริการ Digital Trunk Radio Service (DTRS) เพิ่มเติมได้ที่ https://dtrs.ntplc.co.th/

ในยุคที่การสื่อสารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด การมีโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่งและพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง รถโมบาย DTRS ของ NT ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับโครงข่ายสื่อสารของประเทศ และพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก

ที่มา – NT ย้ำบทบาทโทรคมนาคมแห่งชาติ ชูรถโมบาย DTRS หนุนภารกิจช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย

สีรถตามวันเกิด: ก่อนไป Motor Expo 2025

สีรถมงคลตามวันเกิด :  ก่อนไปส่องรถยนต์ ดูโปรโมชั่นในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 พาสำรวจสีรถตามวันเกิดเหมาะกับวันเกิด ขับแล้วดี ขับแล้วรวย แคล้วคลาดปลอดภัย

ทีมไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวมสีมงคลที่ถูกโฉลกกับวันเกิด สำหรับคนที่ต้องการจะเลือกสีรถตามวันเกิดให้เหมาะกับตัวเอง สำหรับสีรถถูกโฉลกกับคนทุกวัน ไม่ว่าจะเกิดวันไหนก็แล้วแต่นั่นก็คือ สีขาว ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์ ความสะอาด และความสมบูรณ์นั่นเอง

สีรถตามวันเกิด: ก่อนไป Motor Expo 2025

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปงาน Motor Expo 2025! นอกจากการมองหารถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดและโปรโมชั่นสุดคุ้มแล้ว การเลือกสีรถที่ถูกโฉลกตามวันเกิดก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ เพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมสิริมงคล ขับขี่ปลอดภัย และนำพาความโชคดีมาให้ วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลสีรถตามวันเกิดมาให้ทุกคนได้เช็กกันก่อนไปงาน

สีรถถูกโฉลกสำหรับคนเกิดวันต่างๆ

มาดูกันเลยว่าสีรถแบบไหนที่เหมาะกับคุณ:

  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันจันทร์
    • เหลืองเข้ม :เสริมความมั่นคงทางการเงิน
    • ขาว ชมพู น้ำเงิน : ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดู ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู
    • เขียว ฟ้า :เสริมอำนาจ วาสนา มีแต่คนนับถือ การงานสำเร็จรุ่งเรือง
    • ม่วงเปลือกมังคุด : ทำอะไรก็ราบรื่น ไร้อุปสรรค
    • ส้ม ทอง :เสริมสิริมงคลให้กับชีวิต
    • สีต้องห้าม : แดง ดำ
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันอังคาร
    • ชมพู : ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดู ทั้งเรื่องการงานและการดำเนินชีวิต
    • เขียว : ขจัดอุปสรรคในการดำเนินชีวิต
    • ม่วงเข้ม แดง น้ำตาล ดำ : เสริมอำนาจ วาสนา บารมีและโชคลาภ ส่งเสริมความเป็นผู้นำ
    • ส้ม ทอง : เสริมสิริมงคลในชีวิต
    • สีต้องห้าม : เหลือง ฟ้า น้ำเงิน
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันพุธกลางวัน
    • เขียว ขาว : เสริมเสน่ห์ ผู้ใหญ่เมตตา ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล
    • ส้ม ทอง ม่วงเข้ม : เสริมสิริมงคล เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี
    • ดำ ทอง เหลือง : ไร้อุปสรรค ไร้ศัตรู คู่แข่ง ชีวิตมีแต่ความราบรื่น
    • ฟ้า : ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
    • น้ำเงิน : มีแต่คนเคารพนับถือ 
    • สีต้องห้าม : แดงแสด ชมพู
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันพุธกลางคืน
    • ดำ : ส่งเสริมหน้าที่การงาน
    • น้ำเงิน ฟ้า ทอง เหลือง : ขจัดอุปสรรค ทำอะไรก็ราบรื่น
    • แดง น้ำตาล : เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี
    • ขาว ชมพู : มีแต่คนนับหน้าถือตา ให้ความไว้วางใจ
    • ม่วงเข้ม : ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน
    • สีต้องห้าม : เขียว ส้ม
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันพฤหัสบดี
    • ขาว น้ำเงิน : มีแต่คนนับหน้าถือตา ให้ความเคารพนับถือ
    • แดง : แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
    • ฟ้า ดำ : เสริมโชคลาภ วาสนา บารมี หน้าที่การงาน
    • เขียว : ผู้ใหญ่เกื้อหนุน
    • ส้ม :เสริมสิริมงคล
    • ทอง เหลือง : ชีวิตมีแต่ความราบรื่น ไร้อุปสรรค
    • สีต้องห้าม : ม่วง ชมพู
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันศุกร์
    • ฟ้า น้ำเงิน ส้ม :เสริมสิริมงคล
    • แดง ทอง : ส่งเสริมหน้าที่การงานดี ก้าวหน้า
    • เหลือง : ผู้ใหญ่เกื้อหนุน
    • ขาว เขียว : มีแต่คนนับหน้าถือตา ให้ความไว้วางใจ
    • ชมพู : แคล้วคลาดจากอันตราย
    • สีต้องห้าม : ดำ ม่วง
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันเสาร์
    • ม่วงเข้ม ชมพู : ผู้ใหญ่เกื้อหนุน อุปถัมภ์ค้ำชู
    • ส้ม ดำ ม่วงเข้ม ฟ้า น้ำเงิน :เสริมสิริมงคลกับชีวิต
    • แดง เขียว :คนรอบข้างเชื่อถือ ไว้วางใจ
    • สีต้องห้าม : เหลือง 
  • สีรถถูกโฉลกกับคนวันอาทิตย์
    • เหลือง ชมพู : ผู้ใหญ่เกื้อหนุน
    • ขาว ครีม : แคล้วคลาด ปลอดภัย
    • ดำ แดง แดงเลือดหมู : เสริมสง่าราศี อำนาจ วาสนา มีแต่คนเคารพนับถือ  
    • ม่วงเปลือกมังคุด เขียว : มีแต่คนไว้วางใจ เมตตา ช่วยอุปถัมภ์ค้ำชู 
    • สีต้องห้าม : ฟ้า น้ำเงิน ส้ม

สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พ.ย.–10 ธ.ค.นี้ ณ อาคารชาลเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

การเลือกสีรถตามความเชื่อเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการขับขี่อย่างปลอดภัยและมีสติ เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณราบรื่นและปลอดภัย

ที่มา – ก่อนไป Motor Expo 2025 สำรวจสีรถตามวันเกิด ขับแล้วดี ขับแล้วรวย

เริ่มแล้ว! ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

ยอดขายรถยนต์ที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าในปีนี้ตัวเลขยอดขายรวมอาจอยู่ที่ 600,000 คัน และล่าสุดกับงานมหกรรมยานยนต์ หรือ Motor EXPO 2025 ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น จีน และยุโรป ต่างเตรียมนำรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวกันอย่างคึกคัก สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงาน ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 มีหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์สันดาปภายในจากหลากหลายแบรนด์

ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

ในส่วนของรถกระบะรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ Toyota Hilux Travo, Volvo XC60 ใหม่, Nissan Serena e-POWER, Isuzu D-MAX และ MU-X รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e หลังจากที่ได้ศึกษาตลาดมาเกือบปี และพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน คาดว่าจะมีการแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 ทำให้รถยนต์ที่เปิดตัวไปแล้ว 1-2 ปี อาจมีการปรับราคาลงอีก 1-2 แสนบาท หรือมากกว่านั้น ซึ่งเคยมีให้เห็นมาแล้วถึง 4-5 แสนบาท รุ่นที่น่าจับตามอง ได้แก่ Avatr 07 รถหรูสำหรับเศรษฐีใหม่ และ Wuling Starlight MPV-Van ที่เน้นจุดเด่นด้านความประหยัด

รถยนต์ไฟฟ้าภายในงาน

  • Avatr 07 SUV ไฟฟ้าพรีเมียม มอเตอร์เดี่ยว/คู่
  • Geely EX2 แฮทช์แบ็กไฟฟ้า
  • Wuling Starlight MPV-Van: รถตู้ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง
  • Jeacoo 5 EV
  • MG IM5
  • BYD Seal 05
  • MINI John Cooper Works EV
  • BMW iX3
  • HONDA eN1 EV
  • ICAR V23:
  • GAC Trumpchi M8 PHEV : รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
  • Xpeng X9: รถตู้ไฟฟ้า
  • Mercedes-Benz  CLA with EQ Technology ซีดานไซล์เล็กรุ่นใหม่ล่าสุดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%
  • Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: SUV ไฟฟ้า 100%
  • Leapmotor B10: SUV ขนาดกลางไฟฟ้า 
  • GWM WEY G9  รถตู้พลังงานผสม Plug-in Hybrid Hi4
  • Toyota bZ4X เอสยูวีไฟฟ้า
  • Toyota Hilux Travo e กระบะไฟฟ้า 
  • Mazda 6e

รถยนต์สันดาป/ไฮบริด

  • Nissan X-Trail e-POWER นำเข้าจากญี่ปุ่น
  • Toyota Hilux Travo: รถกระบะรุ่นใหม่
  • Volvo XC60 ใหม่: SUV ปลั๊กอินไฮบริด ปรับดีไซน์ใหม่
  • Nissan Serena e-POWER: MPV 7 ที่นั่ง
  • Isuzu D-MAX “The One & Only”:
  • MU-X “The Next Peak”: รถยนต์นั่งอเนกประสงค์
  • THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Mazda ในไทย
  • Toyota Yaris Ativ HEV รถยนต์ไฮบริด
  • Subaru Forester 2025 เอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อ 
  • Suzuki Fronx
  • Mitsubishi XFORCE HEV: รถยนต์ไฮบริด
  • GWM TANK 500 ดีเซล
  • GWM TANK 300 ดีเซล
  • Porsche 911 GTS:
  • Porsche 911 Carrera:
  • Honda StepWGN e:HEV:
  • Mazda CX-5
  • Mercedes-Benz V300: รถตู้หรู

เตรียมตัวให้พร้อม ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ที่กำลังจะมาถึง

งาน Motor Expo 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี รอบสื่อมวลชน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 100 บาท

เวลาทำการ:

  • วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์): 12.00 – 22.00 น.
  • วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 11.00 – 22.00 น.

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้ ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 สัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ!

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/         

ที่มา – เริ่มแล้ว ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ

เกิดเหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สร้างความตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่มหานครแองเคอเรจ รัฐอลาสกา แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 โดยไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิแต่อย่างใด

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ได้รายงานรายละเอียดของเหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ ว่าเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.11 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกประมาณ 69 กิโลเมตร บริเวณใกล้เคียงกับเมืองแองเคอเรจ

จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากพื้นที่ซูซิตนาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร หรือราว 108 กิโลเมตรจากตัวเมืองแองเคอเรจ ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ได้ยืนยันแล้วว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ

ซูซาน ลาแฟรนซ์ นายกเทศมนตรีเมืองแองเคอเรจ ได้ออกมากล่าวผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ทีมตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานของเทศบาลได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณะที่สำคัญ

อย่างไรก็ตาม ชาวเมืองบางส่วนได้นำเหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ มาสร้างสีสันบนโลกออนไลน์ โดยเรียกเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้าในปีนี้ว่า “Shakesgiving” แทนคำว่า Thanksgiving เพื่อสื่อถึงแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลดังกล่าว สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสาร

อลาสกาถือเป็นรัฐที่มีความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวสูงที่สุดแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทางธรณีวิทยาสูงของโลกอีกด้วย จากสถิติของ USGS พบว่า รัฐอลาสกามักจะเผชิญกับแผ่นดินไหวระดับแมกนิจูด 7 อยู่เสมอในแต่ละปี

เหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ ในครั้งนี้ ถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่อลาสกาตอนใต้และตอนกลาง นับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ตามรายงานจากสถานีโทรทัศน์ KTUU

อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ

ความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวในอลาสกาสูงแค่ไหน?

จากข้อมูลทางสถิติ พบว่าอลาสกามีความถี่ในการเกิดแผ่นดินไหวสูงมาก โดยมักจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 แมกนิจูดขึ้นไปเกือบทุกปี ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวอยู่เสมอ

แม้ว่าเหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ ในครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือและมีแผนฉุกเฉินจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าเราควรให้ความสำคัญกับการสร้างอาคารที่แข็งแรงและทนทานต่อแผ่นดินไหว การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว และการมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้

เหตุการณ์ อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความไม่แน่นอนของธรรมชาติและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – อลาสกาสะเทือน! แผ่นดินไหว 6.0 เขย่าแองเคอเรจ แรงที่สุดตั้งแต่ปี 2021

ศรีลังกาจมบาดาล: ฝนหนักคร่า 40 ศพ

สถานการณ์น่าเป็นห่วงในศรีลังกา เมื่อเกิดเหตุศรีลังกาจมบาดาลจากฝนตกหนักและดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 40 ศพ และยังคงมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศต้องเผชิญกับอุทกภัยครั้งใหญ่

ศรีลังกาจมบาดาล ฝนตกหนัก ดินถล่ม คร่าชีวิตกว่า 40 ศพ

ทางการศรีลังกาได้เร่งดำเนินการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยเป็นการด่วน และได้สั่งระงับการเดินรถไฟทั่วประเทศชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร การคมนาคมหลายสายถูกตัดขาดเนื่องจากน้ำท่วมสูงและดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความยากลำบากในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพอากาศต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ในขณะที่หน่วยกู้ภัยทางน้ำ ทั้งจากกองทัพเรือและตำรวจ ต่างเร่งระดมเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือและขนย้ายชาวบ้านออกจากพื้นที่อันตรายอย่างต่อเนื่อง

ศูนย์จัดการภัยพิบัติของศรีลังการายงานว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือบริเวณภูเขาที่ใช้ในการปลูกชาในเขตบาดุลลาและนูวารา เอลิยา ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดตอนกลาง ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300 กิโลเมตร บริเวณนี้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 รายจากเหตุการณ์ศรีลังกาจมบาดาลครั้งนี้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 21 รายจากเหตุดินถล่มที่เกิดขึ้นในบริเวณเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเต็มกำลัง ในขณะที่ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 รายได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา

ผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

สถานการณ์ฝนตกหนักยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อ่างเก็บน้ำและแม่น้ำหลายสายมีปริมาณน้ำเกินความจุ ทำให้เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้ น้ำท่วมยังตัดขาดเส้นทางสัญจรในหลายพื้นที่ ส่งผลให้การเดินทางและการขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างยากลำบาก ถนนสายสำคัญที่เชื่อมระหว่างจังหวัดหลายสายถูกปิดเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง

หน่วยงานท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเฝ้าระวังความเสี่ยงของการเกิดดินถล่มเพิ่มเติม ทีมกู้ภัยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อในการค้นหาผู้สูญหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความหวังในการพบผู้รอดชีวิตจะริบหรี่ลงทุกขณะ

สถานการณ์ ศรีลังกาจมบาดาล ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และร่วมมือกันในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การวางแผนผังเมืองที่ดี การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้

ที่มา – ศรีลังกาจมบาดาล ฝนตกหนัก ดินถล่ม คร่าชีวิตกว่า 40 ศพ

ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายประเดิมสนามในฐานะโค้ช

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กล่าวว่าการตัดสินใจให้ชาคีล ลูกชายของเขา ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ ในเกมยูโรปาลีกที่เฟเยนูร์ดพ่ายแพ้ต่อเซลติกนั้น เกิดขึ้นในฐานะ “โค้ช” ไม่ใช่ด้วยความรู้สึกส่วนตัว

กองหน้าวัย 19 ปี ใช้เวลาสองฤดูกาลในอะคาเดมีของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่จะเดินตามรอยเท้าพ่อของเขาด้วยการย้ายไปเฟเยนูร์ดในปี 2017 และเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกกับสโมสรดัตช์ในปี 2022

ย้อนกลับไปในปี 2025 ชาคีลมีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ของเฟเยนูร์ดเป็นครั้งแรกในเกมเอเรอดีวีซีที่พ่ายแพ้ต่อ NEC ไนเมเก้น

สี่วันต่อมาเขาได้ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ โดยลงมาในนาทีที่ 81 ของเกมยูโรปาลีกที่เฟเยนูร์ด แพ้ให้กับเซลติก

“ผมตัดสินใจในฐานะโค้ช ไม่ใช่ในฐานะพ่อ เพราะเราต้องการประตู” โรบิน อดีตกองหน้าอาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดกล่าว

“ชาคีลเป็นผู้เล่นที่สามารถทำประตูได้จากทุกมุม นั่นคือเหตุผลที่ผมส่งเขาลงมา”

“จากมุมมองของพ่อ เมื่อลูกชายของคุณได้ประเดิมสนาม นั่นเป็นช่วงเวลาที่พิเศษเสมอ แต่ผมไม่ได้ยุ่งกับการสนุกกับช่วงเวลานั้น ผมกำลังทำงานเหมือนที่ชาคีลทำ”

วัยรุ่นที่เกิดในลอนดอนไม่มีโอกาสสร้างผลกระทบและมีการยิงเพียงครั้งเดียวในกรอบเขตโทษของเซลติก

เขาลงมาในขณะที่สกอร์อยู่ที่ 2-1 โดยทีมของมาร์ติน โอนีลทำประตูที่สามได้หลังจากเขาลงมาเพียงนาทีเดียว

“วิธีที่ผมมองชาคีลคือเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่น” โรบินกล่าวเสริม “นี่คือสิ่งที่เราทั้งสองตกลงกันเมื่อสองสามปีก่อนเมื่อเราทำงานร่วมกันแล้ว ชาคีลรับมือกับสิ่งนั้นได้ดีมาก ผมก็เช่นกันในความคิดของผม”

“ต่อมาเมื่อเราอยู่บ้านแน่นอนว่าเราจะมีช่วงเวลาที่ดี เราจะภูมิใจในกันและกัน ผมภูมิใจในชาคีลเพราะเหมือนกับผู้เล่นทุกคนที่ได้ประเดิมสนาม มีกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะได้ประเดิมสนาม เขาทำงานหนัก สมควรได้รับ และสำหรับเขา มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ”

ฟาน เพอร์ซี่ ไม่ใช่ผู้จัดการทีมคนแรกที่ให้ลูกชายของเขาประเดิมสนาม บีบีซี สปอร์ต เลือกผู้จัดการทีมคนอื่นๆ และคู่พ่อลูกอื่นๆ ที่เคยเล่นในทีมเดียวกัน

โยฮัน และ จอร์ดี ครอยฟ์

โยฮัน ครอยฟ์ ตำนานชาวดัตช์เป็นหนึ่งในชื่อที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในวงการฟุตบอล เป็นฮีโร่ในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีมกับอาแจ็กซ์และบาร์เซโลนา

จอร์ดี ลูกชายของเขาลงเล่น 54 นัดให้กับยักษ์ใหญ่แห่งสเปนในช่วงที่โยฮันเป็นผู้จัดการทีมบาร์ซ่า และทั้งคู่ออกจากสโมสรในช่วงฤดูร้อนปี 1996

จอร์ดีมีอาชีพที่เหมาะสมตามมาตรฐานทั่วไป และยังเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและ 9 ครั้งให้กับประเทศของเขา แต่ไม่สามารถเทียบเคียงสถานะอันเป็นสัญลักษณ์ของพ่อของเขาได้

“เขาต้องการจากผมต่อหน้าคนอื่น อย่างแน่นอน เขาจะตะโกนใส่ผมและขนก็จะลุกชัน” เขาบอกกับ บีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์ ในปี 2019 เกี่ยวกับการทำงานกับโยฮัน

แฮร์รี่ และ เจมี่ เรดแนปป์

เจมี่ เรดแนปป์ เริ่มต้นและจบอาชีพค้าแข้งภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี่ที่สโมสรต่างๆ โดยลงเล่นให้เขา 38 นัด เขาเติบโตขึ้นมาที่บอร์นมัธภายใต้การคุมทีมของพ่อเมื่ออายุ 16 ปี ก่อนที่จะย้ายไปลิเวอร์พูลในปี 1991 และเมื่ออายุ 31 ปี เข้าร่วมทีมแฮร์รี่ที่เซาแธมป์ตันในปี 2005 แม้ว่าเขาจะแขวนสตั๊ดในอีกหกเดือนต่อมาเนื่องจากอาการบาดเจ็บ

แฮร์รี่ยังคุมทีมแฟรงค์ แลมพาร์ด หลานชายของเขาเมื่อเขาเป็นผู้จัดการทีมเวสต์แฮม

สตีฟ และ อเล็กซ์ บรูซ

อเล็กซ์ บรูซ ลงเล่นมากกว่า (116) ภายใต้การคุมทีมของสตีฟ พ่อของเขา มากกว่าผู้จัดการทีมคนอื่นๆ นั่นคือที่เบอร์มิงแฮมในปี 2005-06 และอีกสามปีต่อมาที่ Hull ในช่วงท้ายอาชีพของเขา

เขายังทำงานในทีมโค้ชของพ่อที่เวสต์บรอมวิช

ซีเนดีน และ เอนโซ & ลูก้า ซีดาน

ซีเนดีน ซีดาน ตำนานสโมสร เคยให้ลูกชายสองคนของเขาเล่นที่เรอัลมาดริด เอนโซ กองกลางลงเล่นหนึ่งนัดในโกปา เดล เรย์ และทำประตูได้ ขณะที่ลูก้า ผู้รักษาประตูลงเล่นสองเกมในลาลีกา

ทั้งคู่ออกจากเรอัลมาดริดก่อนที่ซีเนดีนจะสิ้นสุดวาระที่สองในปี 2021

อเล็กซ์ และ ดาร์เรน เฟอร์กูสัน

ดาร์เรน กองกลางเล่นให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ย้ายไปวูล์ฟส์ในปี 1994 หลังจากเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของพ่อในปี 1992-93

เขาเติบโตมาจากทีมเยาวชนที่โอลด์แทรฟฟอร์ดและได้รับการประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ในปี 1990 โดยลงเล่นทั้งหมด 29 นัด

ดีเอโก้ และ จูเลียโน่ ซิเมโอเน่

จูเลียโน่ ซิเมโอเน่ กองหน้าชาวอาร์เจนติน่า มีช่วงเวลาที่ถูกยืมตัวไปซาราโกซ่าและอลาเบส แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพค้าแข้งของเขาจนถึงตอนนี้ โดยเล่นให้พ่อของเขา ดีเอโก้ ที่แอตเลติโก มาดริด

ดาวเตะวัย 22 ปี ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ในเกมลาลีกากับกรานาดาในเดือนเมษายน 2022 โดยลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 91

แดนนี่ และ เดลีย์ บลินด์

เดลีย์ บลินด์ อดีตกองหลังสารพัดประโยชน์ของ Ajax และ Manchester United เล่นภายใต้การคุมทีมของพ่อของเขา แดนนี่ เมื่อเขาเป็นผู้นำทีมชาติเนเธอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 2015 ถึง 2017

การให้ลูกชายประเดิมสนามเป็นเรื่องที่น่าประทับใจ แต่การที่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายอย่าง ชาคีล ประเดิมสนามในฐานะโค้ชนั้น แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการทำเพื่อทีม

ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายประเดิมสนาม: มากกว่าแค่สายเลือด

การที่ ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายประเดิมสนาม ไม่ได้เกิดจากความสัมพันธ์ทางสายเลือด แต่เกิดจากการพิจารณาตามความสามารถและศักยภาพของลูกชาย นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของฟาน เพอร์ซี่ ในฐานะโค้ช

การตัดสินใจของฟาน เพอร์ซี่ ในการให้โอกาสลูกชายของเขา ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายประเดิมสนาม อาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้จัดการทีมคนอื่นๆ ให้มองข้ามความสัมพันธ์ส่วนตัวและพิจารณาผู้เล่นตามความสามารถอย่างแท้จริง

ในอนาคต เราอาจได้เห็นเรื่องราวที่คล้ายคลึงกันมากขึ้น ฟาน เพอร์ซี่ ให้ลูกชายประเดิมสนาม เมื่อลูกชายของผู้จัดการทีมได้รับการประเมินอย่างเป็นกลางและได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเองในสนาม

ที่มา – Van Persie gives son debut ‘as a coach – not as a dad’