วัน: 30 พฤศจิกายน 2025

กลาสเนอร์ชี้ พาเลซพลาดโอกาสเสริมทัพ

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ ออกมากล่าวแสดงความผิดหวังที่สโมสรไม่ได้ลงทุนเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเชื่อว่าทีมได้พลาดโอกาสที่จะมีฤดูกาลที่ดีกว่านี้

ย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนก่อน คริสตัล พาเลซ ฉลองแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกด้วยการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเอฟเอ คัพ ความสำเร็จครั้งนั้นทำให้ทีมได้สิทธิ์ไปเล่นในยุโรป แต่พวกเขากลับต้องดิ้นรนอย่างหนักในการรักษาสมดุลระหว่างการแข่งขันในยูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีกและการเล่นในประเทศ

พาเลซไม่ชนะเลยใน 4 เกมพรีเมียร์ลีกหลังจากลงเล่นในเกมยุโรป ซึ่งรวมถึงความพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 คาบ้าน

กลาสเนอร์เชื่อว่าการขาดการลงทุนอย่างจริงจังในทีม หลังจากขาย เอเบเรชี เอเซ่ ให้กับอาร์เซนอล กำลังส่งผลเสียต่อทีม

“เราพลาดโอกาสไปหลายครั้งในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ เพื่อทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับเรา แต่เราจะร่วมมือกันและทำให้มันดีขึ้น” กลาสเนอร์กล่าว

พาเลซได้รับเงินเป็นสถิติสโมสรถึง 60 ล้านปอนด์จากการขายกองหน้าทีมชาติอังกฤษ แต่กลับไม่ได้นำเงินมาลงทุนใหม่

พวกเขาเซ็นสัญญานักเตะถาวร 6 รายและยืมตัวมาอีก 1 ราย โดยรายจ่ายที่มากที่สุดคือ เยเรมี ปิโน่ กองหน้าชาวสเปนที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 26 ล้านปอนด์

“ถ้าคุณได้เล่นฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คุณควรลงทุนไม่ใช่ประหยัด” กลาสเนอร์กล่าวเสริม

“ผมคิดว่าเดือนมกราคมมันสายเกินไป เราจะเล่นไปมากกว่า 50% ของเกมแล้ว ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน และผมไม่ได้พูดอะไร แต่ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะพูดว่าเราพลาดโอกาสที่จะมีฤดูกาลที่ดีกว่านี้ในช่วงซัมเมอร์”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เรายังอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก แต่โอกาสที่จะมีฤดูกาลที่ดีกว่านี้ เราทิ้งมันไปในช่วงซัมเมอร์”

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นข่าวร้ายสำหรับพาเลซ ความพ่ายแพ้ทำให้พวกเขาอยู่อันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก แต่ตามหลังไบรท์ตันอันดับ 5 เพียง 2 คะแนน พวกเขาชนะ 2 แพ้ 2 ในคอนเฟอเรนซ์ลีกและยังอยู่ในเส้นทางลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ ขณะที่ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศคาราบาว คัพ

แต่กลาสเนอร์กังวลว่าตารางการแข่งขันที่แน่นขนัดกำลังส่งผลกระทบ และกลัวว่าความเหนื่อยล้าและการบาดเจ็บจะทำให้ทีมแผ่วปลาย

อิสไมลา ซาร์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่โดดเด่นของพวกเขาในฤดูกาลนี้ โดยทำไป 8 ประตูในทุกรายการ แต่ได้รับบาดเจ็บก่อนพักครึ่งในเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด

กองหน้าชาวเซเนกัลยังเตรียมเดินทางไปรับใช้ชาติในการแข่งขันแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์

“ข้อเท้าของเขาบวมมาก” กลาสเนอร์กล่าวเมื่อถูกถามถึงอาการบาดเจ็บของซาร์ “เรารู้ว่าเราจะขาดเขาไปสักสองสามสัปดาห์ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเราจะขาดเขาไปนานกว่านั้น มันยากเพราะเราไม่มีผู้เล่นแบบเขา”

กลาสเนอร์ชี้ พาเลซพลาดโอกาสเสริมทัพ

แม้ว่าจะไม่ได้เสริมทัพอย่างหนักในช่วงซัมเมอร์ แต่พาเลซก็สามารถรั้งตัว มาร์ค เกฮี กัปตันทีมไว้ได้

กองหลังทีมชาติอังกฤษรายนี้เกือบจะย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูลในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย แต่ดีลมูลค่า 35 ล้านปอนด์ล่มไป โดยมีรายงานว่ากลาสเนอร์ขู่ว่าจะลาออกหากการขายครั้งนี้ได้รับการอนุมัติ

กลาสเนอร์ ซึ่งมีสัญญาจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2026 ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในภายหลัง และกล่าวว่าไม่มี “ความตึงเครียดที่ไม่ดี” กับ สตีฟ Parish ประธานสโมสร เกฮียังหมดสัญญาในเดือนมิถุนายนนี้ และอาจย้ายทีมได้ฟรีหากเขาไม่เซ็นสัญญาใหม่

อนาคตของกลาสเนอร์กับพาเลซ

กลาสเนอร์ชาวออสเตรียมาถึงพาเลซพร้อมชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น หลังจากประสบความสำเร็จในเยอรมนีด้วยการชนะยูโรปาลีกกับไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต และยังคงทำผลงานได้ดีในอังกฤษ มีข่าวว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจในตัวเขาในช่วงซัมเมอร์ เมื่อมีการพิจารณาถึงอนาคตของรูเบน อโมริม ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

เห็นได้ชัดว่ากลาสเนอร์มีแนวคิดของผู้ชนะ แต่รู้สึกว่าถูกขัดขวางด้วยการขาดความลึกซึ้งในทีม

“ความอดทนไม่ใช่สิ่งสำหรับผม เราต้องการประสบความสำเร็จและต้องการชนะในทุกรายการแข่งขัน” กลาสเนอร์กล่าว “สโมสรต้องจัดหาทรัพยากรเพื่อให้สิ่งนี้สำเร็จ เพราะนี่คือความก้าวหน้า และถ้าเราไม่ต้องการความก้าวหน้า ก็หยุดเล่น”

โดยสรุปแล้ว กลาสเนอร์ชี้ว่า พาเลซพลาดโอกาสเสริมทัพ ในช่วงซัมเมอร์ ทำให้ทีมมีขุมกำลังไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในทุกรายการ และอาจส่งผลเสียต่อผลงานของทีมในระยะยาว การลงทุนในตลาดนักเตะครั้งต่อไปจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของสโมสร

หากพาเลซต้องการยกระดับทีม พวกเขาจำเป็นต้องกล้าที่จะลงทุนในผู้เล่นที่มีคุณภาพ เพื่อให้ทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ได้ การรั้งรออาจทำให้ทีมพลาดโอกาสในการพัฒนาและประสบความสำเร็จ

ถึงแม้ว่าทีมจะยังอยู่ในสถานะที่ดี แต่การเสริมทัพที่เหมาะสมจะช่วยให้ พาเลซ สามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ กลาสเนอร์ชี้ พาเลซพลาดโอกาสเสริมทัพ และถึงเวลาที่สโมสรจะต้องพิจารณาอย่างจริงจังถึงการลงทุนเพื่ออนาคต

ที่มา – Palace ‘threw away’ chance of better season with lack of signings – Glasner

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้รัฐ เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิตหาดใหญ่

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เรียกร้องรัฐบาล เร่งฟื้นฟูทำความสะอาดหาดใหญ่ หลังน้ำลด พร้อมเร่งระดมคนค้นหาร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากยังมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วม

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงประจำการพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมทีมงานพรรคประชาชน เพื่อทำภารกิจสำคัญหลังน้ำท่วมใหญ่ เฟสต่อไปก็คือการฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ รวมทั้งเร่งระดมกำลังค้นหาร่างผู้เสียชีวิตและเยียวยาประชาชน

นายณัฐพงษ์ระบุว่า ขณะนี้บ้านเรือนและร้านรวงต่างๆ รวมทั้งโรงงานในสงขลาหลายร้อยแห่งล้วนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ต้องอาศัยน้ำประปาทำความสะอาด การปล่อยน้ำก็ต้องค่อยๆ เพิ่มแรงดันเพื่อป้องกันท่อแตก น้ำประปาจึงค่อยๆ ไหลและยังไม่สามารถใช้ได้ตามปกติ

เฟสฟื้นฟูและทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำท่วมต้องอาศัยอุปกรณ์หลายอย่าง ทั้งถุงดำเพื่อขจัดสิ่งปฏิกูล กองขยะมหาศาลที่กำลังล้นเมือง ต้องอาศัยแรงงานจากนอกพื้นที่จำนวนมากเพื่อเร่งกำจัดขยะที่กำลังเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นในหลายแห่งโดยเฉพาะบริเวณตลาดกิมหยง และต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค ต้องมีการจัดการระบบไฟฟ้า ตรวจสอบโครงสร้างบ้าน ตลอดจนจัดการเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน 

นอกจากเฟสฟื้นฟูพื้นที่แล้ว เฟสที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเร่งระดมสรรพกำลังเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งจากสาเหตุน้ำท่วมและไม่ทราบสาเหตุ รวมถึงเสียชีวิตจากโรคประจำตัวและไม่สามารถเดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ อันเนื่องมาจากสาเหตุน้ำท่วมหนัก ตลอดจนร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกกระแสน้ำพัดมาและถูกเก็บกู้โดยหน่วยกู้ภัยที่สามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ขณะเข้าให้ความช่วยเหลือประชาชนขณะน้ำท่วม 

ปัจจุบันยังมีผู้เสียชีวิตตกค้างอยู่ในบ้านที่ถูกน้ำท่วมอยู่บ้าง ทำให้ตัวเลขที่ทางการรายงานและตัวเลขจากสถานการณ์จริงอาจยังคลาดเคลื่อนกันอยู่ เนื่องจากยังมีการลำเลียงเคสดำ หรือร่างผู้เสียชีวิตเข้าตรวจสอบ รัฐต้องเร่งระดมกำลังเพื่อค้นหาผู้ประสบภัยเพิ่มเติมและเร่งเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตโดยด่วน

นอกจากนี้ เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือการเร่งเยียวยาประชาชนทั้งผู้ประสบภัยที่เป็นประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ

นายณัฐพงษ์ย้ำว่าประเด็นการเยียวยาประชาชนนั้น รัฐต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของเงินช่วยเหลือเยียวยา ค่าครองชีพอื่นๆ เช่น ค่าน้ำ – ค่าไฟ การพักชำระหนี้ การให้กู้ฉุกเฉินแบบปลอดดอกเบี้ย สินเชื่อสำหรับเงินทุนหมุนเวียน ตลอดจนการจัดหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะกลางที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจพื้นที่น้ำท่วมเพื่อคืนวิถีชีวิตปกติของประชาชนโดยเร็ว 

พรุ่งนี้ นายณัฐพงษ์จะเข้าพื้นที่พร้อมทีมงาน เพื่อรวบรวมข้อมูลและเตรียมนำเสนอแผนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ รวมถึงการฟื้นฟูสภาพเมือง มาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย และแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

ทำไมรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิต?

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ครั้งนี้ สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน การที่ “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและจำเป็น เพราะการดำเนินการที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้สูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

นอกจากนี้ การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ภาครัฐควรเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง

“เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่ เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด

ที่มา – “เท้ง ณัฐพงษ์” จี้ รัฐบาลเร่งเก็บกู้-ค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในพื้นที่หาดใหญ่

อนุทิน เยี่ยม รพ.หาดใหญ่ แจกถุงยังชีพ คุยภาษาใต้

นายกรัฐมนตรีให้กำลังใจกำลังพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ รพ.หาดใหญ่ พร้อมสอบถามความเป็นอยู่ชาวบ้าน อนุทิน แจกถุงยังชีพคนหาดใหญ่ยันค่ำ แหลงใต้ถามชาวบ้าน “เป็นคนที่ไหนนิ”

จากนั้นเวลา 20.40 น. วันที่ 30 พ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังโรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมการระบายขยะ ภายหลังน้ำลดร่วมกับ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่มารอให้การต้อนรับ และรายงานสถานการณ์

โดยระหว่างนั้น นายกฯได้พูดคุยกับกำลังพลที่เข้ามาช่วยปฏิบัติหน้าที่บริเวณโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยนายกฯ ได้กล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ พร้อมกล่าวว่า ขอให้กำลังใจกำลังพลทุกนาย ภารกิจนี้เราต้องช่วยกัน และมีความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ พร้อมขอให้ทุกคนมีความปลอดภัย และเจริญ ก่อนจะยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณอีกครั้ง

จากนั้น นายกฯได้เดินออกมาบริเวณหน้าโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อมอบถุงยังชีพ และเครื่องอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนที่มารอรับ พร้อมพูดคุยกับชาวบ้านสอบถามถึงสถานการณ์ความเป็นอยู่

อนุทิน เยี่ยม รพ.หาดใหญ่ แจกถุงยังชีพ คุยภาษาใต้

นายกฯ แจกถุงยังชีพคนหาดใหญ่ยันค่ำ แหลงใต้ถามชาวบ้าน “เป็นคนที่ไหนนิ”

ต่อมาเวลา 21:00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางต่อมาที่วงเวียนน้ำพุหาดใหญ่ เพื่อแจกถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยจำนวนมาก พร้อมกล่าวทักทายประชาชนเป็นภาษาภาคใต้ ว่า “เป็นคนที่ไหนนิ” ซึ่งชาวบ้านได้พูด ว่า “บ้านเดิมอยู่คอน (นครศรีธรรมราช) ซึ่งนายกได้พูดว่าเป็นภาษาใต้กลับว่า อ่ออยู่คอน ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

อนุทิน ชาญวีรกูล เยี่ยม รพ.หาดใหญ่ พร้อมแจกถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

การลงพื้นที่ของนายกอนุทินในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและใส่ใจประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังประสบกับอุทกภัย การมอบถุงยังชีพและการพูดคุยให้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือและฟื้นฟูจิตใจของผู้ประสบภัย

ที่มา – “อนุทิน” เยี่ยม รพ.หาดใหญ่ ตระเวนแจกถุงยังชีพ แหลงใต้คุยกับชาวบ้าน

ศรีลังกาอ่วม! ไซโคลนถล่ม น้ำท่วม ดับ 200+

สถานการณ์ในศรีลังกายังคงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง หลังเผชิญกับภัยพิบัติจากพายุไซโคลนที่ทำให้เกิด น้ำท่วมเมืองหลวง และดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน่าเศร้าใจ ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดทะลุ 200 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบชะตากรรม

พื้นที่ลุ่มต่ำในกรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของประเทศศรีลังกา จมอยู่ใต้น้ำตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของพายุไซโคลนที่พัดกระหน่ำ ทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก และจำนวนผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดอยู่ที่ 212 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 200 ราย

เจ้าหน้าที่ศรีลังกาเผยว่า ความเสียหายในพื้นที่ตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพิ่งจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน หลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถเปิดเส้นทางคมนาคมที่ถูกปิดกั้นด้วยต้นไม้หักโค่นและดินโคลนที่ถล่มลงมาได้ ทำให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยและประเมินความเสียหายได้ละเอียดมากขึ้น

ศรีลังกาอ่วม ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมเมืองหลวง ดับทะลุ 200 ศพ

จากรายงานของศูนย์จัดการภัยพิบัติ (DMC) พบว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 212 คน หลังเผชิญกับฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไซโคลน “ดิตวาห์” นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้สูญหายอีก 218 คน ซึ่งทางการกำลังเร่งค้นหาอย่างเต็มที่

พื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงโคลัมโบยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเคลานีเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ทางการได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

“แม้ว่าพายุไซโคลนจะเคลื่อนผ่านไปแล้ว แต่สถานการณ์ น้ำท่วมเมืองหลวง ยังคงน่ากังวล เนื่องจากฝนที่ตกหนักบริเวณต้นน้ำกำลังไหลบ่าลงมา ทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวแม่น้ำเคลานี” เจ้าหน้าที่จากศูนย์ DMC กล่าว

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐบาลศรีลังกาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยอินเดียเป็นประเทศแรกที่ตอบสนองความช่วยเหลือ และได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน 24 คนในวันอาทิตย์ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และชายที่นั่งรถเข็น ซึ่งติดค้างอยู่ในเมืองค็อตมาเล ที่อยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 90 กิโลเมตร

ความช่วยเหลือจากนานาชาติหลั่งไหลสู่ศรีลังกา หลัง ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมเมืองหลวง

กองทัพอากาศศรีลังการะบุว่า ปากีสถานก็กำลังส่งทีมกู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือเช่นกัน ในขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาประเมินความต้องการเร่งด่วนของศรีลังกา และให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ทางการศรีลังกาคาดการณ์ว่า ระดับน้ำท่วมในเมืองหลวงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 วันจึงจะลดลง ในขณะที่พายุไซโคลนดิตวาห์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นเหนือไปยังประเทศอินเดีย

สถานการณ์ น้ำท่วมเมืองหลวง ในศรีลังกาครั้งนี้ ถือเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างกว้างขวาง ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ความช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย และช่วยฟื้นฟูประเทศให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ในศรีลังกายังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านอาหาร น้ำดื่ม ยา และที่พักพิงชั่วคราว หากท่านใดต้องการร่วมบริจาค สามารถติดต่อหน่วยงานบรรเทาทุกข์ต่างๆ เพื่อส่งความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยได้

ที่มา – ศรีลังกาอ่วม ไซโคลนถล่ม น้ำท่วมเมืองหลวง ดับทะลุ 200 ศพ

สลด! เหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพ

สถานการณ์น่าเศร้าสลด! เหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอินโดนีเซียทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความเสียหายและความสูญเสียอย่างมากในชีวิตและทรัพย์สิน หลายพื้นที่ยังคงเผชิญกับความยากลำบากในการเข้าถึงความช่วยเหลือ

จากรายงานล่าสุด เหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพแล้ว และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บและสูญหายอีกเป็นจำนวนมาก นับเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพ

เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุไซโคลนเซนยาร์ ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวนมากถูกทำลาย ถนนหนทางถูกตัดขาด และประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเพื่อหนีภัย

จำนวนเหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียยังคงเพิ่มขึ้น

สำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย (BNPB) รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 400 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาผู้สูญหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจากสภาพอากาศที่ยังคงเลวร้ายและถนนหนทางที่ถูกตัดขาด

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าประชาชนในบางพื้นที่เริ่มขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม เนื่องจากความช่วยเหลือยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ทางการอินโดนีเซียกำลังพยายามเร่งส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยได้ส่งเรือรบ 2 ลำจากกรุงจาการ์ตาเพื่อนำความช่วยเหลือไปมอบให้ผู้ประสบภัย

สถานการณ์ปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง และมีความเป็นไปได้ที่ยอดผู้เสียชีวิตจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก และการเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ จังหวัดสุมาตราเหนือ สุมาตราตะวันตก และอาเจะห์ ซึ่งมีประชาชนเกือบ 50,000 ครอบครัวที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ทางการกำลังให้ความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัย อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคแก่ผู้ประสบภัย

ความท้าทายในการให้ความช่วยเหลือ

การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากสภาพอากาศที่ยังคงเลวร้าย ถนนหนทางที่ถูกตัดขาด และการขาดแคลนอุปกรณ์และเครื่องมือในการกู้ภัย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ทางการอินโดนีเซียกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

  • จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย
  • แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค
  • ส่งทีมแพทย์และพยาบาลเข้าไปดูแลผู้บาดเจ็บ
  • ค้นหาและกู้ภัยผู้สูญหาย
  • ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย

จากเหตุการณ์เหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแรงกายแรงใจ เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

ที่มา – สลด เหยื่อน้ำท่วมอินโดนีเซียพุ่ง 442 ศพ บาดเจ็บ-สูญหายอีกนับพันคน

ตลาดมกราคมสายเกินไป! คริสตัลพาเลซ





ตลาดมกราคมสายเกินไป! คริสตัลพาเลซ

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ผู้จัดการทีมคริสตัล พาเลซ เชื่อว่าสโมสรควรใช้เงินให้มากกว่านี้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากการแข่งขันในยุโรปของพวกเขา โดยให้เหตุผลว่า ตลาดมกราคมสายเกินไป! ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม

ตลาดมกราคมสายเกินไป! ทางแก้ปัญหาของคริสตัล พาเลซ?

จากรายงานการแข่งขัน คริสตัล พาเลซ แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 กลาสเนอร์แสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการการเงินของสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ลงทุนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ทีมต้องเผชิญกับความท้าทายในการแข่งขัน

สถานการณ์ปัจจุบันของคริสตัล พาเลซ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนระยะยาว และการลงทุนที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่ถูกต้อง การรอจนถึง ตลาดมกราคมสายเกินไป! อาจส่งผลเสียต่อผลงานของทีมในระยะยาว

ทำไมตลาดมกราคมจึงสายเกินไป?

การซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดมกราคมมักมีความท้าทายหลายประการ:

  • นักเตะใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับทีมและแท็คติกใหม่
  • ราคาค่าตัวนักเตะมักสูงขึ้นในช่วงตลาดมกราคม เนื่องจากเป็นช่วงที่ทีมต่างๆ ต้องการเสริมทัพอย่างเร่งด่วน
  • ความพร้อมของนักเตะที่ต้องการอาจมีจำกัด เนื่องจากหลายสโมสรไม่ต้องการปล่อยตัวผู้เล่นหลักในช่วงกลางฤดูกาล

ดังนั้น การวางแผนและดำเนินการซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากมีเวลาให้ผู้เล่นใหม่ปรับตัว และสโมสรมีอำนาจต่อรองมากกว่า

การที่ กลาสเนอร์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการของสโมสร สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของเขาเกี่ยวกับศักยภาพของทีมในการแข่งขันในฤดูกาลนี้ เขามองว่า ตลาดมกราคมสายเกินไป! ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการไม่ลงทุนในช่วงซัมเมอร์

การเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์จะช่วยให้ทีมมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาล และลดความเสี่ยงในการพึ่งพาการซื้อขายนักเตะในช่วงตลาดมกราคม ซึ่งมักมีความไม่แน่นอนและข้อจำกัดต่างๆ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับคริสตัล พาเลซ เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสโมสรอื่นๆ ในการวางแผนการเสริมทัพอย่างรอบคอบ และลงทุนในผู้เล่นที่มีคุณภาพในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและพร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกระดับ

นอกจากนี้ การสื่อสารที่เปิดเผยและตรงไปตรงมาระหว่างผู้จัดการทีมและผู้บริหารสโมสรเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกัน และสามารถตัดสินใจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของทีมฟุตบอลไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการวางแผนที่รอบคอบ, การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ, และการสร้างทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง

ดังนั้นการเสริมทัพนักเตะที่มีคุณภาพตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ‘January window is too late’ – Glasner hits out at frugal Palace

นายกฯ สั่ง! หาดใหญ่ต้องสะอาดใน 14 วัน

นายกรัฐมนตรี ประกาศ 7 วันประชาชนต้องกลับเข้าบ้านได้ ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด เดินหน้ามาตรการเยียวยา ฟื้นฟูเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน

วันที่ 30 พ.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์หลังอุทกภัยในจังหวัดสงขลา โดยระบุว่า วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญที่ได้พบกับผู้แทนภาคเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งภาคการค้า การท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งได้สะท้อนสภาพความเสียหายที่ประชาชนและผู้ประกอบการกำลังเผชิญ พร้อมทั้งร่วมเสนอแนวทางฟื้นฟูในหลายด้าน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในเขตเมืองลดลงเกือบทั้งหมดแล้ว ต้องฟื้นฟูทันที โดยมุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพและสาธารณูปโภคเป็นอันดับแรก ซึ่งเริ่มทยอยดำเนินการแล้ว ทั้งการป้องกันสารปนเปื้อน การควบคุมโรค การจ่ายไฟฟ้า และการฟื้นฟูระบบน้ำประปา ส่วนการทำความสะอาดเมือง นายกรัฐมนตรีได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพ หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อเร่งเก็บขนสิ่งของเสียหายและขยะมูลฝอยออกจากพื้นที่ โดยตั้งเป้าหมายว่า “ภายใน 7 วันประชาชนต้องได้กลับบ้าน และภายใน 14 วันเมืองหาดใหญ่ต้องสะอาด

เคาะมาตรการเร่งด่วน

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ได้รับข้อมูลจำนวนมาก ทั้งจากสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งหลายประเด็นสามารถสั่งการได้ทันที และบางประเด็นจะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการต่อ โดยย้ำว่าการฟื้นฟูครั้งนี้ให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน” พร้อมทั้งครอบคลุมพื้นที่ประสบภัยอื่น ๆ ในภาคใต้ด้วย

ด้านมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการเร่งด่วนหลายส่วน ทั้งการเยียวยาตามระเบียบ 90,000 บาทต่อครัวเรือน การช่วยเหลือซ่อมบ้านผู้สูงอายุไม่เกิน 49,000 บาท และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งเปิดให้ประชาชนกู้เงินฟื้นฟูครัวเรือนละ 100,000 บาท รวมถึงสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยที่ผ่อนชำระภายในหนึ่งปี เพื่อช่วยเริ่มต้นซ่อมแซมทรัพย์สินและกิจการ ขณะที่สำนักงานประกันสังคมจะออกมาตรการสนับสนุนในลักษณะ “คนละครึ่ง” เป็นเวลา 6 เดือนสำหรับผู้ประกันตนกลุ่มต่าง ๆ

ไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า งบประมาณหลักสำหรับการเยียวยาได้รับการอนุมัติแล้ว และได้หารือกับสำนักงบประมาณเพื่อจัดสรรงบเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็น โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีปัญหาติดขัดด้านงบประมาณ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่จากสำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมลงพื้นที่ ต่างเห็นภาพความจำเป็นเร่งด่วนตรงกันทั้งหมด มาตรการที่สามารถอนุมัติได้ภายในวันอังคารที่ 2 ธ.ค.นี้ จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อให้เงินช่วยเหลือและการฟื้นฟูเดินหน้าโดยทันทีเพื่อให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่–สงขลา และพื้นที่อื่นที่ได้รับผลกระทบ กลับมามีชีวิตปกติได้โดยเร็วที่สุด

จัดหาคนขนของเร็วที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการคืนชีวิต คืนความเป็นปกติสุขให้กับประชาชน ส่วนสิ่งที่เป็นอุปสรรคคืองานเปิดกว้างมาก น้ำท่วมไม่มีแล้ว ไฟมาแล้ว น้ำประปาก็เริ่มเข้ามาแล้ว แต่ติดปัญหาคือเรื่องไฟช็อตภายในบ้านเรือน ต้องเร่งให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซ่อมแซมเพื่อจ่ายไฟได้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องขยะมูลฝอยต้องเร่งดำเนินการ เราระดมยานพาหนะและเครื่องจักร จากฝั่งกองทัพ หน่วยงานราชการ และภาคเอกชน พร้อมทั้งอนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายก อบจ. และนายกเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดหาผู้รับจ้างมาขนของออกจากหาดใหญ่ เพื่อให้สิ่งของพ้นจากเมืองหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด

ประชุมครม. เศรษฐกิจวางงบประมาณ

นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เงินเยียวยา 9,000 บาทไม่เพียงพออย่างแน่นอน หรือแม้แต่ 9 หมื่นบาทก็ แต่เราต้องทำตามกฎหมายก่อน ทุกหลังหลังคาเรือนจะได้รับเงินเยียวยา โดยในกฎหมายปภ. มีงบซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 49,000 บาท แต่ต้องทำการสำรวจและตีมูลค่า สิ่งที่กระทรวงการคลังจะเร่งทำ คือ การหาเงินยืม ให้กับประชาชนครัวเรือนละ 1 แสนบาท โดยงบประมาณเยียวยาได้อนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว และในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.68) จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ และวางตัวเลขงบประมาณ ส่วนไหนที่สามารถภายในวันอังคาร (2ธ.ค.68) ก็จะอนุมัติผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องเงินงบประมาณได้มีการพูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้ว ไม่มีอะไรติดขัด

ยอมรับหนักกว่า สึนามิ

“ เมื่อเห็นสภาพเมืองหาดใหญ่แล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด ผมคิดว่ายิ่งกว่าสึนามิ ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนค่าเยียวยาผู้เสียชีวิต รายละ 2 ล้านบาท เป็นไปตามระเบียบอยู่ และพยายามจัดให้ได้มากที่สุด พร้อมปฏิเสธว่าเงินเยียวยาไม่ได้สูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เพราะเคยมีการเยียวยาผู้เสียชีวิต 7 ล้านบาท” นายอนุทินกล่าว

ไม่สน ดราม่า แชทไลน์

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทิน ถึงประเด็นดราม่าแชท LINE ผู้บริหารภายในกระทรวงสาธารณสุขที่ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กโจ๊กนำมาเปิดเผย ว่านายกฯ มองเรื่องคนตายจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่เป็นเรื่องตลก นายอนุทิน ส่ายหน้า พร้อมย้ำว่า “ผมมาทำงาน ผมมาทำงาน” มาทำงานมาช่วยเหลือประชาชน ไม่มีดราม่าอะไร

รอคำยืนยันจากแพทย์ชัดเจนสุด

ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่ากรณีที่บิ๊กโจ๊กออกมาเปิดเผยว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 1000 คน นั้น นายอนุทิน บอกว่า เรื่องนี้มีแพทย์ออกมาพูดแล้วว่าจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเท่าไหร่ คำยืนยันจากแพทย์จะถูกต้องและชัดเจนที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าที่มีคนออกมาโจมตีอาศัยช่วงที่สถานการณ์เป็นแบบนี้มองอย่างไร นายอนุทินบอกว่า “ไม่มองๆ ผมทำงาน”

ส่วนมีอะไรจะฝากไปถึง “บิ๊กโจ๊ก” หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าก่อนบอกว่า ตนทำงานการเมืองมานาน เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องปกติ ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่าแต่ก็ยังมีคนมาจ้องโจมตีแบบนี้ นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “แล้วมาถามอะไรกับผม” ก่อนทิ้งท้ายว่า “นี่คือคนทำงาน ทำงานกันหมด”

นายกฯ สั่ง 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด

มาตรการเร่งด่วนฟื้นฟู หาดใหญ่ต้องสะอาด

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในหาดใหญ่ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้เมืองกลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด การที่นายกรัฐมนตรีขีดเส้นตาย 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ที่มา – นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด ชงมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเข้า ครม.เศรษฐกิจ พรุ่งนี้

อาลัย “พี่โต กู้ภัย” เสียชีวิตหลังช่วยน้ำท่วมใต้

อาลัย “พี่โต กู้ภัย” เสียชีวิตหลังกลับจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมใต้ ยกเป็นตัวอย่างของ “จิตอาสา” อย่างแท้จริง

จากกรณีแฟนเพจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้โพสต์ภาพและข้อความว่า “ฮีโร่เสื้อเขียว” กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอร่วมส่งต่อกำลังใจให้ “พี่โต ฉลามภัย 034” ทีมกู้ชีพฉลามภัย จังหวัดยะลา หลังเกิดอาการหัวใจวายขณะเดินทางกลับจากช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขณะนี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ โรงพยาบาลปัตตานี ซึ่งต่อมาได้มีคนเข้ามาส่งกำลังใจจำนวนมากนั้น

ล่าสุด (30 พ.ย. 68) แฟนเพจ กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้แจ้งข่าวเศร้าว่า ในนามประธานและกรรมการมูลนิธิแม่กอเหนี่ยวยะลา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ นายเชิดพงศ์ ปิยะวรรณางกรู (พี่โต กู้ภัย) กู้ภัย 204 ด้วยรักและอาลัย พี่โต

เช่นเดียวกับ อาสาสมัครกู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะลา ได้โพสต์แสดงความอาลัยว่า เสร็จสิ้นภารกิจของพี่แล้ว ช่วยพี่น้องชาวยะลา – หาดใหญ่ จดจำและระลึกตลอดไป… นายเชิดพงศ์ ปิยะวรรณางกรู (พี่โต กู้ภัย 204) เหตุการณ์น้ำท่วม ปี 68 แบบอย่างของท่าน เป็นที่น่ายกย่องและเชิดชู เป็นตัวอย่างของคำว่า “จิตอาสา” อย่างแท้จริง ท่านได้พบกับที่พักอันสงบสุข ขอให้จิตวิญญาณของท่านพักผ่อนอย่างสงบ

• พวกเราเหล่าอาสาขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัว ปิยะวรรณางกรู มา ณ ที่นี้ด้วย •

การจากไปของ พี่โต กู้ภัย ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการอาสาสมัครกู้ภัยในประเทศไทย พี่โตเป็นบุคคลที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะเกิดภัยพิบัติที่ไหน เรามักจะเห็นพี่โตและทีมงานของเขาเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่เสมอ

อาลัย “พี่โต กู้ภัย” เสียชีวิตหลังช่วยน้ำท่วมใต้

เรื่องราวของพี่โตเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนหันมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากยิ่งขึ้น พี่โตได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีความสุขอย่างแท้จริง แม้ว่าพี่โตจะจากพวกเราไปแล้ว แต่ความดีงามของพี่โตจะยังคงอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ “พี่โต กู้ภัย” เป็นที่รักของทุกคน?

นอกเหนือจากการเป็นอาสาสมัครกู้ภัยที่ทุ่มเทแล้ว พี่โตยังเป็นคนที่ใจดี มีเมตตา และเป็นกันเองกับทุกคน พี่โตมักจะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ที่อยู่ใกล้เสมอ ทำให้ทุกคนรู้สึกอบอุ่นและสบายใจเมื่อได้อยู่กับพี่โต

พี่โตยังเป็นคนที่เสียสละอย่างมาก พี่โตมักจะให้ความสำคัญกับผู้อื่นมากกว่าตนเองเสมอ พี่โตมักจะช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือสิ่งที่ทำให้พี่โตเป็นที่รักและเคารพของทุกคน

พวกเราขอร่วมไว้อาลัยให้กับ พี่โต กู้ภัย ขอให้ดวงวิญญาณของพี่โตไปสู่สุคติ และขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของพี่โตด้วย

พวกเราทุกคนสามารถร่วมกันสานต่อเจตนารมณ์ของพี่โตได้ โดยการช่วยเหลือผู้อื่นและทำประโยชน์เพื่อสังคมให้มากยิ่งขึ้น นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการระลึกถึงพี่โต

ที่มา – อาลัย “พี่โต กู้ภัย” เสียชีวิตหลังกลับจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมใต้

ปรับกฎ? ผู้รักษาประตู ถ่วงเวลา

กฎใหม่กำลังถูกพิจารณา: สั่งพักผู้เล่นหากผู้รักษาประตูเจ็บ เพื่อป้องกันการถ่วงเวลา

แดเนียล ฟาร์เค่ ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด กล่าวหา จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ว่าแกล้งเจ็บเพื่อ “บิดเบือนกฎ” เพื่อให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โค้ชของเขาสามารถส่งคำสั่งใหม่ๆ ให้กับทีมได้

ซิตี้ซึ่งชนะการแข่งขัน 3-2 เป็นผู้นำ 2-1 ในขณะนั้น แต่ลีดส์กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ลีดส์เชื่อว่าซิตี้เป็นทีมล่าสุดที่ใช้กลยุทธ์ที่พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อส่งข้อความลงสนามเมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน

ผู้เล่นในสนามเคยล้มลงเพื่อสร้างช่วงพักนี้ แต่เพื่อพยายามต่อสู้กับปัญหานี้ ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2023/24 พวกเขาได้รับคำสั่งให้อยู่นอกสนามเป็นเวลา 30 วินาที

กลยุทธ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปใช้ผู้รักษาประตูแล้ว เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถถูกบังคับให้ออกจากสนามได้หลังการรักษา

ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านฟุตบอลและเทคนิคของ International Football Association Board ในเดือนตุลาคม มีการหารือเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ เพื่อปรับปรุงการไหลของการเล่นและลดการหยุดชะงัก

กลยุทธ์การใช้การบาดเจ็บของผู้รักษาประตูเพื่อให้โค้ชสามารถพูดคุยกับผู้เล่นได้ถูกพูดถึงอย่างละเอียด

มีการสนับสนุนแนวคิดที่ว่า หากผู้รักษาประตูได้รับการรักษา ทีมจะต้องเสนอชื่อผู้เล่นอีกคนหนึ่งให้ออกไปเป็นเวลา 30 วินาทีแทน ทำให้สอดคล้องกับข้อบังคับสำหรับผู้เล่นคนอื่นๆ

มีการยอมรับว่าบ่อยครั้งที่ผู้รักษาประตูสามารถได้รับบาดเจ็บได้จริงๆ

อีกแนวคิดหนึ่งที่หารือกันคือการห้ามไม่ให้ผู้เล่นไปที่เส้นข้างสนามระหว่างการหยุดชะงัก

เรื่องนี้จะมีการถกเถียงกันต่อไปในการประชุมประจำปีของ Ifab ในวันที่ 20 มกราคม และการเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสนามกำลังได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น

แดนนี เมอร์ฟี ผู้เชี่ยวชาญของ Match of the Day แนะนำว่าผู้ร่างกฎหมายสามารถดำเนินการเพื่อปิดช่องโหว่นี้ได้ในลักษณะนี้

“ฉันคิดว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนแปลงมันได้อย่างรวดเร็ว” เมอร์ฟีกล่าว

“ถ้าผู้รักษาประตูบาดเจ็บ แทนที่จะต้องออกไป ผู้เล่นในสนามคนหนึ่งควรออกไปแทน แล้วมันจะยุติธรรมสำหรับทุกคน มันเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่สร้างความแตกต่างอย่างมาก”

ก่อนหมดชั่วโมง ดอนนารุมม่าล้มลงเพื่อรับการรักษา ทำให้กวาร์ดิโอล่าสามารถเรียกผู้เล่นของเขาไปที่เส้นข้างสนามและออกคำสั่งใหม่ๆ ในช่วงสองนาทีที่เกมหยุด

“ทุกคนรู้ว่าทำไมเขาถึงล้มลง” ฟาร์เค่กล่าว

“มันไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนรู้ ทำไมเขาถึงล้มลงมันชัดเจน มันอยู่ในกฎ มันฉลาด ถ้าฉันชอบมัน? ถ้ามันอยู่ในความรู้สึกของความยุติธรรม? ถ้ามันควรจะเป็นแบบนี้ ฉันจะเก็บไว้กับตัวเอง มันขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่จะหาทางออก”

“ฉันถามเจ้าหน้าที่คนที่สี่ ณ จุดนี้ว่าคุณต้องการทำอะไรหรือไม่ มือของเราถูกผูกไว้”

“ถ้าเราไม่ให้ความรู้แก่ผู้เล่นของเราในด้านฟุตบอลว่าจะต้องทำอย่างไรในเรื่องความยุติธรรมและน้ำใจนักกีฬา และถ้าเราแค่พยายามบิดเบือนกฎ และถึงขั้นแกล้งเจ็บเพื่อทำการพูดคุยกับทีมเพิ่มเติม มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบเป็นการส่วนตัว แต่ถ้ามันอยู่ในกฎ ฉันก็ไม่สามารถบ่นได้”

“มันขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่จะหาทางออก มันอยู่ในความรู้สึกของเกมหรือความยุติธรรมหรือไม่? ฉันคงสงสัย”

เมื่อต้นปีนี้ สตีเวน ชูมัคเกอร์ ผู้จัดการทีมโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ยอมรับอย่างเปิดเผยว่ามีการใช้กลยุทธ์นี้ในทุกระดับของเกม

“มันเป็นกลอุบาย เป็นกลยุทธ์ที่ฆ่าโมเมนตัมของเกมเมื่อฝ่ายตรงข้ามอยู่ด้านบน และถ้าคุณจับเวลาได้ถูกต้อง คุณสามารถส่งผลกระทบต่อเกมได้อย่างแท้จริง และมีโอกาสที่จะดึงทีมของคุณเข้ามา” ชูมัคเกอร์กล่าว

“มันเกิดขึ้นในทุกเกมแล้ว แม้แต่ในแชมเปี้ยนส์ลีก ฉันหัวเราะเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเมื่อดูเกมแชมเปี้ยนส์ลีกเกมหนึ่งและคิดว่า ‘มันไม่ได้อยู่ในอังกฤษเท่านั้น’ ดังนั้นมันจึงเป็นส่วนหนึ่งของเกมไปแล้ว”

**กฎว่าด้วยเรื่อง ผู้รักษาประตู ถ่วงเวลา คืออะไร?**

ตามที่ Ifab ผู้ร่างกฎหมายฟุตบอลกล่าวว่า ผู้เล่นที่ได้รับการประเมินและ/หรือได้รับการรักษาในสนามจะต้องออกจากสนาม เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้:

  • ผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้รักษาประตู

  • ผู้รักษาประตูและผู้เล่นในสนามชนกันและต้องการการดูแล

  • ผู้เล่นจากทีมเดียวกันชนกันและต้องการการดูแล

  • ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บจากการทำฟาวล์ซึ่งผู้กระทำความผิดถูกแสดงใบเหลืองหรือใบแดง

  • มีการให้จุดโทษและผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บจะเป็นผู้เตะ

การเปลี่ยนแปลงกฎ **ผู้รักษาประตู ถ่วงเวลา** จะส่งผลต่อเกมอย่างไร?

การพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงกฎเกี่ยวกับการถ่วงเวลาโดยผู้รักษาประตู บ่งชี้ถึงความพยายามที่จะรักษาสปิริตของเกมและความยุติธรรมในการแข่งขัน หากกฎใหม่ถูกนำมาใช้ จะช่วยลดโอกาสที่ทีมจะใช้ประโยชน์จากการบาดเจ็บ (จริงหรือไม่จริง) เพื่อหยุดเกมและวางแผนกลยุทธ์ใหม่ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม นี่อาจนำไปสู่เกมที่ไหลลื่นมากขึ้น ลดการหยุดชะงักที่ไม่จำเป็น และรักษาโมเมนตัมของการแข่งขันไว้ได้ นอกจากนี้ กฎที่เท่าเทียมกันสำหรับผู้เล่นทุกคนในสนาม (ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูหรือผู้เล่นตำแหน่งอื่นๆ) จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความยุติธรรมของเกม

อย่างไรก็ตาม ก็อาจมีข้อโต้แย้งหรือความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้รักษาประตูที่ได้รับบาดเจ็บจริง ๆ และความจำเป็นในการดูแลทางการแพทย์อย่างทันท่วงที ดังนั้น การพิจารณาอย่างรอบคอบและการทดลองใช้กฎใหม่นี้ในการแข่งขันจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถแก้ไขปัญหาการถ่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ไม่ส่งผลเสียต่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของผู้เล่น

การแก้ไขช่องโหว่ในกฎกติกาเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้เกมฟุตบอลมีความยุติธรรมและสนุกสนานสำหรับทุกคน

ที่มา – Law change considered for keeper tactical timeouts