วัน: 30 พฤศจิกายน 2025

รฟท. เปิดประมูลสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ.

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ประกาศเปิดประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยโครงการนี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น

รฟท. ได้เปิดประกาศประกวดราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) สำหรับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ. และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา รวมถึงสถานีเพิ่มเติมอีก 3 สถานี ได้แก่ สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้เผยแพร่ประกาศเอกสารประกวดราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) สำหรับงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ. โดยมีราคากลางค่าก่อสร้างอยู่ที่ 6,064.96 ล้านบาท และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี โดยมีราคากลางค่าก่อสร้างอยู่ที่ 14,729.70 ล้านบาท

รฟท. เปิดประมูลสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ.

โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้รับอนุมัติจาก ครม. เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ให้การรถไฟฯ ปรับกรอบวงเงินโครงการฯ เป็นจำนวน 6,473.98 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน ระยะทางโครงการฯ 8.84 กม. ลักษณะโครงสร้างทางเป็นทางระดับดินทั้งหมด ก่อสร้างทางใหม่ 2 ทาง ความกว้างราง 1.00 เมตร มีสถานี 4 แห่ง ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานีเชียงราก และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

รายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ.

สำหรับพื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟฯ และมีพื้นที่ที่ต้องเวนคืนเพิ่มเติมบางส่วนเพื่อก่อสร้างสถานีและถนนทางเข้า-ออกบริเวณสถานี รวมพื้นที่เวนคืนประมาณ 14 ไร่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินฯ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาได้ภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2569

ส่วนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี ได้รับอนุมัติจาก ครม. เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ให้การรถไฟฯ รวมโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช เป็นโครงการเดียวเพื่อดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นสัญญาเดียว และอนุมัติปรับกรอบวงเงินโครงการฯ เป็นจำนวน 15,176.21 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน ระยะทางโครงการฯ 20.50 กม.

  • ลักษณะโครงสร้างทางเป็นทางยกระดับ 6.67 กม. และทางระดับดิน 13.83 กม.
  • มีสถานี 9 แห่ง ได้แก่ สถานีศิริราช สถานีบางขุนนนท์ สถานีตลาดน้ำตลิ่งชัน สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. สถานีบ้านฉิมพลี สถานีกาญจนาภิเษก สถานีศาลาธรรมสพน์ และสถานีศาลายา
  • พื้นที่ก่อสร้างอยู่ในเขตที่ดินของการรถไฟฯ ทั้งหมดไม่มีการเวนคืนที่ดินแต่อย่างใด

ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 ธันวาคม 2568 และกำหนดเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP) ในวันที่ 29 ธันวาคม 2568 เวลา 09.00 – 12.00 น. หลังจากนั้นจะมีการประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคาของทั้งสองโครงการ และสามารถลงนามสัญญาจ้างได้ภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อมีการลงนามสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว การรถไฟฯ จะมีหนังสือแจ้งให้ผู้รับจ้างเริ่มงาน (NTP) ในเดือน มีนาคม 2569 โดยมีระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน กำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือน กุมภาพันธ์ 2572 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือน มีนาคม 2572 เป็นต้นไป โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ. นี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

โครงการนี้จะช่วยให้การเดินทางจากรังสิตไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตสะดวกสบายยิ่งขึ้น ลดปัญหาการจราจร และเป็นทางเลือกในการเดินทางที่รวดเร็วและปลอดภัยสำหรับนักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไป

ที่มา – รฟท.เปิดประมูล! สร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง รังสิต-มธ. และศิริราช-ศาลายา คาดเสร็จ มี.ค. 72

สลด! ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 3 แม่ลูกดับ

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อเกิด ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ในพื้นที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ทั้งหมดถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิงในสภาพกอดกัน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.สุชาติ สมบูรณ์ สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครอ้อมน้อย เทศบาลตำบลสวนหลวง อบต.ท่าไม้ และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้จากชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารทั้งหมด 8 คน สามารถหนีออกมาได้ 5 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน (สาหัส 1 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน) ถูกนำส่งโรงพยาบาลวิชัยเวชอ้อมน้อยและโรงพยาบาลมหาชัย ส่วนอีก 2 คนที่หนีออกมาได้อย่างปลอดภัยอยู่ในอาการตกใจ

น่าเศร้าที่ยังมีผู้ติดอยู่ในอาคารอีก 3 คน ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ได้แก่ นางสาวธัญญา หาญกล้า อายุ 33 ปี เด็กชายธวัชชัย สระทองพิมพ์ อายุ 7 ขวบ และเด็กหญิงญาธิดา สระทองพิมพ์ อายุ 4 ขวบ ทั้งหมดเสียชีวิตจากเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ในห้องนอนชั้นสองของอาคาร

นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รองผู้ว่าฯ สั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเร่งด่วน

ญาติของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ครอบครัวเช่าอาคารแห่งนี้เพื่อขายก๋วยเตี๋ยวในช่วงเย็นถึงกลางคืน ทำให้ในช่วงกลางวันทุกคนจะพักผ่อนอยู่ในอาคารและปิดประตูสนิท ในขณะเกิดเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ทุกคนกำลังนอนหลับ แม่ลูกทั้งสามคนที่เสียชีวิตนอนอยู่ในห้องนอนและล็อกกุญแจไว้ เพื่อนข้างห้องพยายามทุบประตูเรียก ทำให้คนที่เหลือตื่นและหนีลงมาที่ชั้นล่าง เมื่อเห็นว่าไฟลุกไหม้แล้ว จึงรีบหนีออกมา ไม่สามารถกลับไปช่วยแม่ลูกที่ติดอยู่ในห้องได้

เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเล่าว่า เห็นควันไฟลอยออกมาจากใต้ประตูบานเลื่อนสังกะสี จึงพยายามใช้ค้อนทุบประตูเพื่อเรียกคนข้างใน เมื่อเปิดประตูออกมา ไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วจากบริเวณข้างเครื่องทำน้ำอุ่นที่อยู่ด้านล่างข้างห้องน้ำ แม้จะพยายามใช้ถังดับเพลิงแล้วแต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสามถูกนำส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

ไฟไหม้อาคารพาณิชย์: ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัย มาตรการง่าย ๆ ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไฟไหม้ได้แก่:

  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
  • ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟและเครื่องดับเพลิง
  • มีแผนฉุกเฉินและซักซ้อมการหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ

จะป้องกันตัวจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ได้อย่างไร?

หากเกิดเหตุไฟไหม้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

  • แจ้งเหตุไฟไหม้ไปยังหน่วยงานดับเพลิงทันที
  • หากไฟยังไม่ลุกลาม ให้พยายามดับไฟด้วยเครื่องดับเพลิง
  • หากไม่สามารถดับไฟได้ ให้รีบออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด
  • หากมีควันไฟมาก ให้คลานต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมควัน
  • เมื่อออกจากอาคารได้แล้ว ให้ไปรวมตัวกันในจุดนัดพบที่ปลอดภัย

การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไฟไหม้ล่วงหน้า สามารถช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ อย่าละเลยเรื่องความปลอดภัย และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอัคคีภัย

ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การมีสติและความรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ จะช่วยให้ท่านสามารถเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – สลด ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 3 แม่ลูกถูกไฟคลอก กอดกันดับคากองเพลิง

ใครเห็นโปรดแจ้ง! อบจ.เชียงใหม่ตามหา “หงส์ดำ”

อลหม่าน! อบจ.เชียงใหม่ ประกาศตามหา “หงส์ดำ” สุดน่ารัก 4 ตัว ที่หายตัวไปจากสระน้ำ สร้างความเป็นห่วงให้กับประชาชน ล่าสุดเจ้าหน้าที่พบแล้ว 2 ตัว สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี ส่วนอีก 2 ตัวที่เหลือกำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ใครเห็นโปรดแจ้ง! อบจ.เชียงใหม่ตามหา “หงส์ดำ”

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อ “หงส์ดำ” จำนวน 4 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ได้หายตัวไปจากสระน้ำภายในสวนสาธารณะ อบจ.เชียงใหม่ สร้างความกังวลให้กับผู้ที่พบเห็นและทราบข่าวเป็นอย่างมาก

อบจ.เชียงใหม่ ได้นำฝูงหงส์มาปล่อยเลี้ยงไว้ที่สระน้ำภายในสวนสาธารณะตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 เพื่อสร้างสีสันและบรรยากาศที่สวยงามให้กับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายของประชาชน โดยฝูงหงส์ดังกล่าวประกอบด้วยหงส์ทั้งหมด 14 ตัว แบ่งเป็น “หงส์ดำ” 8 ตัว และหงส์ขาว 6 ตัว ซึ่งกลายเป็นจุดสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมและถ่ายภาพที่สวน อบจ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก

การหายตัวไปของ “หงส์ดำ” ในครั้งนี้ คาดว่ามีสาเหตุมาจากการตื่นคนหรือตื่นเสียง เนื่องจากในช่วงนี้สวน อบจ.เชียงใหม่ ได้มีการจัดงานมนต์เสน่ห์เชียงใหม่ เมืองดอกไม้งาม หรือ Charming Chiangmai Flowers Festival ซึ่งมีผู้คนเดินทางมาเที่ยวชมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้หงส์อาจตกใจและพลัดหลงจากฝูง

ความคืบหน้าการตามหา “หงส์ดำ”

ล่าสุด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้พบ “หงส์ดำ” จำนวน 2 ตัว บริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวน อบจ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหงส์ทั้ง 2 ตัวกลับมาดูแลเรียบร้อยแล้ว และพบว่ามีสุขภาพแข็งแรงดีเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ยังคงเหลือ “หงส์ดำ” อีก 2 ตัวที่ยังไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะพบตัวในเร็วๆ นี้

อบจ.เชียงใหม่ ขอความร่วมมือประชาชน หากท่านใดพบเห็น “หงส์ดำ” ที่มีลักษณะตรงตามที่กล่าวมา โปรดแจ้งเบาะแสให้กับ อบจ.เชียงใหม่ โดยด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำหงส์กลับมาดูแลได้อย่างปลอดภัย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อสัตว์เลี้ยงของ อบจ.เชียงใหม่ และความสำคัญของการดูแลรักษาสัตว์ให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ หวังว่า “หงส์ดำ” ที่เหลืออีก 2 ตัว จะกลับคืนสู่บ้านอย่างปลอดภัยในเร็ววัน

ที่มา – ใครเห็นโปรดแจ้ง อบจ.เชียงใหม่ ประกาศตามหา “หงส์ดำ” 4 ตัว หนีเที่ยว หายไปจากสระ

สาวท้อง 8 เดือน ขอพร “พระเงินพระทอง” ได้เลขเด็ด!

สาวตั้งครรภ์ 8 เดือน เขย่าเซียมซีมงคลขอพร “พระเงินพระทอง” วัดสว่างอารมณ์ ได้เลขเด็ด กลับไปเสี่ยงโชคงวด 1/12/68

วันที่ 30 พ.ย.68 ที่ วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออก 1 วัน มีสาธุชนและนักเสี่ยงโชคเดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดสว่างอารมณ์กันจำนวนมาก โดยเฉพาะที่บริเวณศาลาการเปรียญ สถานที่ประดิษฐานพระเงินพระทอง หรือหลวงพ่อรวย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของวัดสว่างอารมณ์ ที่มีผู้คนต่างศรัทธานำสิ่งของมาแก้บนถวายกันในแต่ละวัน

และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะสังเกตได้ในบริเวณใต้ฐานของพระเงินพระทอง นั้นจะมีโฉนดเอกสารที่ดินจำนวนมาก ที่สาธุชนนักเสี่ยงโชค รวมไปถึงนายหน้าหรือผู้ที่ต้องการค้าขายที่ดินนำมาวางไว้ที่บริเวณใต้ฐานของพระเงินพระทองหรือหลวงพ่อรวย เพื่อให้การอธิษฐานนั้นเกิดความสำเร็จ เนื่องจากจะสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าในแต่ละราย หากผู้ใดที่นำเอกสารโฉนดที่ดินมาวางไว้ใต้ฐานของพระเงินพระทอง แล้วนั้น ส่วนใหญ่มักค้าขายที่ดินได้สำเร็จทุกราย

นางสาวเจี๊ยบ เมขะลา ชาวจังหวัดกาญจนบุรี อาชีพค้าขาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองตั้งครรภ์ได้ 8 เดือนแล้วใกล้คลอดเต็มที จึงได้พาลูกน้อยในครรภ์มากราบขอพรกับพระเงินพระทอง เพื่อขอให้สุขภาพแข็งแรงและขอให้พระเงินพระทอง คุ้มครองลูก ตนเองมาด้วยความศรัทธา และมาเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อแป๊ะหลายปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็จะได้โชคลาภ เดินทางปลอดภัย ครอบครัวมีความสุขจากการขอพร

สำหรับวันนี้ตั้งใจมาเจิมหน้าผากและลงยันต์หลังมือ เปิดฟ้า เปิดดิน เปิดเมืองบาดาล เนื่องจากเคยบนบานกับองค์หลวงพ่อพระเงินพระทองไว้ว่า หากได้จับเงินหมื่นจากการได้โชคจะกลับมาเจิมและลงยันต์หลังมือ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ก่อนเดินทางกลับได้ทำการเขย่าเซียมซีได้หมายเลข 28 และ 17 คาดว่าเป็นเลขเด็ดในรอบนี้ จะนำไปเสี่ยงโชค ก่อนจะเดินไปที่แผงลอตเตอรี่หาเลขเด็ดติดไม้ติดมือกลับบ้าน.

ขอพร “พระเงินพระทอง” วัดสว่างอารมณ์

เรื่องราวของนางสาวเจี๊ยบที่ตั้งครรภ์ 8 เดือนและเดินทางมาขอพรจาก “พระเงินพระทอง” ที่วัดสว่างอารมณ์ กลายเป็นกระแสที่น่าสนใจในกลุ่มนักเสี่ยงโชค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอได้เลขเด็ดจากการเขย่าเซียมซี ทำให้หลายคนต่างจับจ้องและหวังที่จะได้รับโชคลาภตามไปด้วย

เลขเด็ดจากเซียมซี “พระเงินพระทอง”

เลข 28 และ 17 ที่นางสาวเจี๊ยบได้จากการเขย่าเซียมซี ได้กลายเป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว มีผู้คนจำนวนมากต่างหาซื้อลอตเตอรี่ที่มีเลขดังกล่าว เพื่อหวังที่จะได้รับโชคลาภตามความเชื่อและความศรัทธา การที่หญิงตั้งครรภ์มาขอพรและได้เลขเด็ดเช่นนี้ ยิ่งเป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์และความน่าสนใจให้กับเรื่องราวนี้มากยิ่งขึ้น

วัดสว่างอารมณ์เป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมากมาย การเดินทางมาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดแห่งนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงใกล้หวยออกเช่นนี้

นอกจากนี้ การที่สาธุชนนำโฉนดที่ดินมาวางไว้ใต้ฐานพระเงินพระทอง เพื่อขอให้ค้าขายที่ดินได้สำเร็จ ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่น่าสนใจ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและความผูกพันที่ผู้คนมีต่อพระเงินพระทอง

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองเสี่ยงโชคตามเลขเด็ดที่ได้จากพระเงินพระทอง ก็สามารถลองพิจารณาเลข 28 และ 17 ดูได้ แต่อย่าลืมว่าการเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขตและไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อนนะครับ

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อและความศรัทธาเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และไม่ควรยึดติดกับการเสี่ยงโชคมากเกินไป

ที่มา – สาวตั้งครรภ์ 8 เดือน ขอพร “พระเงินพระทอง” เขย่าเซียมซีได้ “เลขเด็ด” ไปลุ้นโชค

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

สถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่คลี่คลาย แต่สิ่งที่ตามมาคือ ปัญหาขยะจำนวนมหาศาล เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์พื้นที่ คาดการณ์ปริมาณขยะสูงถึงแสนตัน ชาวบ้านรวมตัวล่ารายชื่อขับไล่ “นายกแป้น”

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หลังน้ำลดในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลายหน่วยงานระดมกำลังเร่งกำจัดขยะที่ตกค้างทั่วเมือง

ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ ปลัดเทศบาลนครหาดใหญ่ เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์ขยะวันละเกือบหมื่นตัน ประเมินว่าปริมาณขยะในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่มีมากถึงแสนตัน เบื้องต้น ขยะถูกนำมากองรวมกันที่ลานบริเวณแยกสะพานดำ ถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ ก่อนจะขนย้ายไปยังบ่อขยะในตำบลเกาะแก้ว โดยมีรถบรรทุกและรถแบ็กโฮจำนวนมากทำงานอย่างหนัก คาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์ในการจัดการขยะทั้งหมดให้แล้วเสร็จ

สภาพเมืองหาดใหญ่ในปัจจุบัน น้ำประปายังไม่ไหล หรือไหลเป็นบางพื้นที่ ส่วนกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้แล้วบางส่วน คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการทำให้ระบบต่างๆ กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ

สถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในหาดใหญ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น กลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันล่ารายชื่อเพื่อเรียกร้องให้นายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ “นายกแป้น” ลาออกจากตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นอกจากนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อย่างน้อย 134 ราย

หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

ปัญหา หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ กำลังเป็นวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การจัดการขยะจำนวนมหาศาลหลังน้ำท่วมเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ความท้าทายในการจัดการ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่

  • ปริมาณขยะที่มากเกินคาด ทำให้การขนย้ายและกำจัดเป็นไปอย่างล่าช้า
  • การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยบางแห่งยังคงเป็นไปได้ยากลำบาก
  • ขาดแคลนเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการขยะอย่างเพียงพอ
  • ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคจากกองขยะ

นอกจากการจัดการขยะแล้ว การเยียวยาผู้ประสบภัยและฟื้นฟูเมืองก็เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนชาวหาดใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็วที่สุด

สถานการณ์ หาดใหญ่จมกองขยะ! คาดแสนตัน ชาวบ้านล่าชื่อไล่ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะอย่างยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเป็นสิ่งจำเป็น แต่การวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคตนั้นสำคัญยิ่งกว่า

การล่ารายชื่อขับไล่นายกเทศมนตรีสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการบริหารจัดการที่อาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นในการรับฟังเสียงของประชาชนและทำงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

ที่มา – ภูเขาขยะที่หาดใหญ่ คาดมีไม่ต่ำกว่าแสนตัน ชาวบ้านล่ารายชื่อไล่ “นายกแป้น”

อดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์ – ข่าวลือ

มีข่าวลือหนาหูว่า อดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์ กำลังเป็นที่จับตามองของหลายสโมสรในอังกฤษ แม้จะย้ายออกจากทีมไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2024 ด้วยค่าชดเชยก็ตาม นักเตะรายนี้กำลังสร้างชื่อในลีกแชมเปี้ยนชิพ และมีแววว่าจะได้ย้ายไปเล่นในลีกที่ใหญ่กว่าเดิม

คริสตัล พาเลซ และ ฟูแล่ม เป็นสองทีมที่กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ ร็อคโค วาต้า ปีกชาวไอริชวัย 20 ปี ที่เกิดในกลาสโกว์ อย่างใกล้ชิด โดย วัตฟอร์ด ประเมินค่าตัวของอดีตนักเตะเยาวชนของ เซลติก รายนี้ไว้สูงถึง 20 ล้านปอนด์ (อ้างอิงจาก Daily Mail)

ร็อคโค วาต้า เคยลงเล่นเป็นตัวสำรองให้ เซลติก 6 นัด และได้เปลี่ยนเอเยนต์ใหม่ โดยมี “สโมสรในยุโรปแสดงความสนใจแล้ว” (อ้างอิงจาก Fabrizio Romano on X)

มีการคาดการณ์ว่า เวสซัม อาบู อาลี กองหน้าของ โคลัมบัส ครูว์ อาจย้ายตาม วิลฟรีด แนนซี มายัง เซลติก หากการย้ายทีมของผู้จัดการทีมเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ข่าวลือนี้ดูจะไม่สมเหตุสมผลนัก เนื่องจากนักเตะปาเลสไตน์วัย 26 ปีรายนี้ได้รับบาดเจ็บและพักรักษาตัวตั้งแต่เดือนกันยายน (อ้างอิงจาก Football Transfers)

สตีเวน คัลด์เวลล์ อดีตกองหลังทีมชาติสกอตแลนด์ เคยทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์เกมของ โคลัมบัส ครูว์ และแสดงความสงสัยว่าแท็คติกของ วิลฟรีด แนนซี ที่ได้ผลดีในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐอเมริกา จะมีประสิทธิภาพในฤดูหนาวของสกอตแลนด์กับ เซลติก หรือไม่ (อ้างอิงจาก The National On Sunday)

สกอตแลนด์ อาจต้องเผชิญหน้ากับ อาร์เจนตินา แชมป์ฟุตบอลโลก ในเกมกระชับมิตรเดือนมีนาคม ตามรายงานข่าวในประเทศอเมริกาใต้ (อ้างอิงจาก The Herald On Sunday)

ข้อเสนอของ อเบอร์ดีน ที่จะขายสนาม Pittodrie เพื่อปลดล็อกการเจรจาเรื่องสนามกีฬาริมชายหาดแห่งใหม่ ดูเหมือนว่าจะถูกปฏิเสธโดยสภาท้องถิ่น (อ้างอิงจาก Press & Journal)

แฮมิลตัน อคาเดมิคัล กำลังดำเนินการตามแผนกู้ชีพฉุกเฉินเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่การบริหารจัดการ หลังจากที่เจ้าของสโมสร เซเรฟ เซนกิน ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างของพนักงานในเดือนนี้ได้ ทำให้ จอห์น แรนกิน ผู้จัดการทีมลาออก (อ้างอิงจาก The Herald On Sunday)

จอห์น แรนกิน กล่าวว่า เขาลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม แฮมิลตัน อคาเดมิคัล หลังจากถูกบังคับให้ทวงถามค่าจ้างที่ล่าช้าให้กับผู้เล่นของเขา และ “ผมไม่สามารถเป็นหน้าตา” ให้กับปัญหาทางการเงินของสโมสรได้ (อ้างอิงจาก Sunday Mail)

อดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์

ข่าวลือเกี่ยวกับ อดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ที่กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรนั้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนักเตะรายนี้ ร็อคโค วาต้า อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของเซลติก แต่เขาก็ยังคงเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์ และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต

ทำไมอดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์ถึงน่าสนใจ?

หลายสโมสรอาจมองว่าการลงทุนใน อดีตดาวรุ่งเซลติกค่าตัว 20 ล้านปอนด์ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ด้วยอายุเพียง 20 ปี วาต้ายังมีเวลาอีกมากในการพัฒนาฝีเท้า และเขาก็มีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่าง ทั้งความเร็ว ทักษะการเลี้ยงบอล และความสามารถในการทำประตู หากเขาได้รับการฝึกสอนและโอกาสที่เหมาะสม เขาก็สามารถกลายเป็นนักเตะระดับท็อปได้

นอกจากนี้ การที่วาต้าเป็นนักเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ดึงดูดความสนใจจากสโมสรในอังกฤษได้เช่นกัน เนื่องจากนักเตะที่ถือสัญชาติในสหราชอาณาจักร จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่าทำงาน

อย่างไรก็ตาม ค่าตัว 20 ล้านปอนด์ ก็ถือว่าสูงพอสมควรสำหรับนักเตะที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ตัวเองในระดับสูง สโมสรที่สนใจจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าวาต้าคุ้มค่ากับเงินจำนวนนั้นหรือไม่

ไม่ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ ร็อคโค วาต้า เป็นนักเตะที่น่าจับตามอง และเราคงต้องรอดูกันต่อไปว่าเขาจะสามารถพัฒนาตัวเองไปได้ไกลแค่ไหน

ที่มา – Former Celtic prospect valued at £20m – gossip

“ณัฐวุฒิ” ห่วงยุบสภาหนีแก้รัฐธรรมนูญ ถก 2 วันพอมั้ย?

กมธ.แก้รัฐธรรมนูญยังกังวลเรื่องการชิงยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เผยว่ามี 3 ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด แต่เชื่อว่าจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนถึงวาระ 3

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา กล่าวถึงการเปิดประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 2 ในวันที่ 10-11 ธันวาคม ว่าเนื้อหาของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของผู้เสนอคำแปรญัตติกับผู้สงวนคำแปรญัตติ ไม่แน่ใจว่าจะพิจารณาเสร็จใน 2 วันหรือไม่ แต่กมธ.พร้อมที่จะตอบทุกคำถาม คาดว่าจะพิจารณาในวาระ 3 ช่วงวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งก็คือจะเสร็จก่อนช่วงเวลาปีใหม่ อยากให้รัฐบาลส่งสัญญาณถึงประชาชนที่กำลังรอกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเสร็จทันสิ้นปีหรือไม่ เพราะเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับการตั้งคำถามประชามติ

อย่างไรก็ตาม กมธ.ไม่ได้ละเลยปัจจัยทางการเมืองที่มีกระแสข่าวเรื่องการยุบสภาในวันที่ 9 ธันวาคม หรืออาจจะปล่อยให้ผ่านวาระ 2 ไปก่อน แล้วค่อยยุบสภา เหมือนไม่อยากให้รัฐธรรมนูญผ่าน หรือนำเอารัฐธรรมนูญมาเป็นตัวประกันที่ไปเกี่ยวข้องกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมนั้น กมธ.ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์และความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือและการฟื้นฟูเยียวยาความเสียหาย อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมสามารถทำควบคู่กันไปได้

“ณัฐวุฒิ” รับ วง กมธ. ห่วงรัฐบาลชิงยุบสภาหนีแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจถก 2 วันเสร็จไหม

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้มีเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีความเห็นแตกต่างกันอยู่ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. องค์กรร่างรัฐธรรมนูญ กมธ.พิจารณาให้มีหน้าที่เป็นกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ แต่พรรคเพื่อไทยและสว.บางคนอยากให้เป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยมองว่าหากมี ส.ส.ร. จะสร้างความเข้าใจและมีกระบวนการที่ประชาชนเคยเห็นในอดีต
  2. การออกแบบของ กมธ. มีกลไกการรับฟังความคิดเห็นและกลไกร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งสองกลไกมาจากสูตร 20 หยิบ 1 ทำให้ กมธ.หลายคนกังวลว่าจะนำไปสู่ปัจจัยการฮั้วหรือการบล็อกโหวตหรือไม่ ในประเด็นนี้ต้องคำนึงถึงการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วยว่าสภาชุดหน้าหน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่หลักประกันของสูตร 20 หยิบ 1 คืออย่างน้อยทุกฝ่ายจะมีส่วนร่วมในการเสนอชื่อบุคคล
  3. คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าให้เขียนหลักการพื้นฐานหรือเนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญฉบับถัดไปในการจัดทำรัฐธรรมนูญรอบนี้ด้วย ก่อนที่จะถามประชาชน ซึ่งในขณะนี้ร่างของพรรคประชาชนมีการแตกออกมาบ้างแล้วว่าควรจะต้องเขียนเรื่องใดบ้าง

เชื่อว่าไม่ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างไร สมาชิกรัฐสภาก็มุ่งมั่นที่จะสร้างกลไกเพื่อปลดล็อกไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะนำไปสู่การปลดล็อกต่างๆ มองว่าไม่มีประเด็นใดที่จะทำให้ไม่สามารถเดินหน้าจนจบวาระ 3 ได้ ไม่มีปัจจัยใดที่จะขัดขวางการพิจารณา เราพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้น จะน่าเสียดายที่สุดหากมีการยุบสภาก่อนซึ่งจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จทั้งที่ใกล้จะสำเร็จมากที่สุดในรอบ 8-9 ปีที่ผ่านมา

ความกังวลเรื่องยุบสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่นายณัฐวุฒิหยิบยกมานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับการ“ณัฐวุฒิ” รับ วง กมธ. ห่วงรัฐบาลชิงยุบสภาหนีแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจถก 2 วันเสร็จไหม ว่าอาจจะไม่สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี หากมีการยุบสภาเกิดขึ้นก่อน

กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา การที่รัฐบาลอาจตัดสินใจยุบสภาในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องและความคืบหน้าของกระบวนการดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความไม่แน่นอนทางการเมืองเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศ

ที่มา – “ณัฐวุฒิ” รับ วง กมธ. ห่วงรัฐบาลชิงยุบสภาหนีแก้รัฐธรรมนูญ ไม่แน่ใจถก 2 วันเสร็จไหม

วิกฤต! น้ำท่วมอยุธยา นาน 4 เดือน กระทบหนัก

สถานการณ์ น้ำท่วมอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนัก แม้จะผ่านมานานกว่า 4 เดือนแล้ว หลายโรงเรียนเพิ่งเริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมเปิดเรียนอีกครั้ง หลังต้องปิดการเรียนการสอนไปนานเนื่องจาก น้ำท่วมอยุธยา ขณะที่บ้านเรือนและอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำหลายแห่ง ยังคงมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ทำให้ต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า หลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ได้ปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีแล้วก็ตาม แต่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยยังคงสูงอยู่ ประชาชนจำนวนมากยังคงต้องอาศัยอยู่ริมถนน และเมื่อระดับน้ำลดลง โรงเรียนหลายแห่งจึงได้เริ่มทำความสะอาดเพื่อเตรียมเปิดเรียนในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

ปัจจุบัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วมอยุธยา ทั้งหมด 13 อำเภอ จาก 16 อำเภอ รวม 160 ตำบล 1,017 หมู่บ้าน มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนถึง 72,440 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย อำเภอที่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอบางไทร อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน อำเภอบางปะหัน อำเภอบางซ้าย อำเภอบ้านแพรก อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอมหาราช อำเภอนครหลวง และอำเภอวังน้อย ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ ในตำบลบางหลวง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำเริ่มลดลงไปบ้างแล้วกว่า 1 เมตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการและครูต่างเร่งทำความสะอาดอาคารเรียนหลังน้ำลด รวมถึงทาสีโต๊ะนักเรียนและอาคารที่ถูกน้ำท่วม เพื่อลบรอยคราบน้ำ และเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดเรียนในวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2566 หลังจากที่ต้องหยุดเรียนไปนานเนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับอาคารที่อยู่ริมแม่น้ำน้อย ยังคงมีน้ำท่วมสูง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ถนนหนทางยังถูกน้ำตัดขาด ทำให้ต้องจอดรถไว้บนถนน และใช้เรือเป็นหลักในการเดินทาง ซึ่งบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมนานกว่า 4-5 เดือนแล้ว

นายจักรกฤษณ์ สุขเกษม อายุ 41 ปี ครูชำนาญการ สอนวิชาศิลปะ เปิดเผยว่า น้ำเพิ่งลดลงไปมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนจึงได้เร่งบูรณะซ่อมแซม ทาสี และทำความสะอาด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับนักเรียนที่จะมาเรียนในวันจันทร์นี้ โดยจะเริ่มเปิดเรียนสำหรับนักเรียนชั้น ป.1 – ป.6 ก่อน

ส่วนอาคารด้านล่างจะต้องรอให้น้ำลดลงจนหมดก่อน จึงจะสามารถดำเนินการทำความสะอาดได้ คุณครูและนักเรียนก็จะช่วยกัน รวมถึงทางชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันก็จะมาช่วยกันล้างทำความสะอาด ซึ่งอาคารที่ติดริมน้ำนั้น ตอนนี้ยังมีน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร

นายจักรกฤษณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ความรู้สึกเกี่ยวกับ น้ำท่วมอยุธยา ในปีนี้คือ ท่วมหนักมาก เข้าใจว่ามีการระบายน้ำ แต่ปีนี้น้ำท่วมนานและหนักจนกระทบต่อชาวบ้าน นักเรียน และชุมชนเป็นวงกว้าง จึงต้องช่วยเหลือกัน และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก คาดการณ์ว่าสถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังปีใหม่

ทั้งนี้ ชาวบ้านในชุมชน วัด และโรงเรียนอีกหลายแห่งยังคงต้องปิดทำการ เนื่องจากระดับน้ำยังคงล้นตลิ่งและท่วมสูงอยู่ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงไปบ้างแล้วก็ตาม แต่การเดินทางยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถนน โรงเรียน และวัดอีกหลายแห่งยังคงจมอยู่ใต้น้ำ ทำให้การดำรงชีวิตเป็นไปอย่างยากลำบาก

น้ำท่วมอยุธยา

ผลกระทบจากน้ำท่วมอยุธยาที่ยังคงอยู่

สถานการณ์น้ำท่วมที่อยุธยาแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของชุมชนที่ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและมาตรการป้องกันในระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง หวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

ที่มา – “น้ำท่วมอยุธยา” กว่า 4 เดือน กระทบแล้ว 72,440 ครัวเรือน ถนนบางจุดยังถูกตัดขาด

ภคมนคุยตรีนุช: เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าพึ่งอาสาสมัคร

“ภคมนคุยตรีนุช” กลางศูนย์อพยพ จี้ระดมแรงงานนอกพื้นที่เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าหวังพึ่งแค่อาสาสมัคร – หวั่นเยียวยา ม.33 แค่ 6 เดือนไม่พอซ่อมชีวิต

วันที่ 30 พ.ย. 2568 ที่สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่ 12 จังหวัดสงขลา นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและแนวทางปฏิบัติจากหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย แรงงานจังหวัด จัดหางานจังหวัด พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัด และประกันสังคมจังหวัด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงาน 5 เสือแรงงาน ดำเนินงานให้ความช่วยเหลือทุกอย่างโดยเร่งด่วนที่สุด อะไรที่สามารถลดขั้นตอนได้ขอให้ดำเนินการเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้เร็วที่สุด

รมว.แรงงาน กล่าวว่า สำหรับมาตรการเร่งด่วนของกระทรวงแรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีด้วยกันหลายมาตรการ ทั้งการจ้างงานเร่งด่วน วันละ 300 บาท ไม่เกิน 10 วัน จำนวน 4,000 คน เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ผ่านกองทุนผู้ใช้แรงงาน เยียวยาสถานประกอบการและลูกจ้างที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ด่วนที่สุด เงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานนำไปปล่อยกู้ให้ลูกจ้างใช้ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือฟื้นฟูอาชีพ เงินกู้กองทุนความปลอดภัย สำหรับนายจ้างที่สถานประกอบกิจการได้รับความเสียหายหรืออุปกรณ์ไม่มีความปลอดภัย เพื่อนำไปปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์หรือเครื่องจักรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน การจ่ายเงินค่าจ้าง 50% นาน 6 เดือน กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ภัยพิบัติ เงินค่าทำศพ สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 รายละ 50,000 บาท และการให้บริการศูนย์ซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

รมว.แรงงาน กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจ้างงานเร่งด่วน จังหวัดสงขลา จะดำเนินการจ้างงานเร่งด่วนคนในพื้นที่ 16 อำเภอ 120 ตำบล วงเงิน 3.6 ล้านบาท จำนวน 2,400 คน วันละ 300 บาท เบื้องต้น 5 วัน รวมรายได้ คนละ 1,500 บาท

สำหรับในจังหวัดสงขลา มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทั้ง 16 อำเภอ 127 ตำบล สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 10,045 แห่ง ผู้ประกันตนได้รับผลกระทบ 730,599 ราย โดยมีผู้ประกันตนที่เสียชีวิตขณะนี้ที่พิสูจน์ทราบแล้ว จำนวน 5 ราย

ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้ได้นำเครื่องปั่นไฟไปบริการพี่น้องประชาชนที่คลองแห จากนั้นจึงได้มีโอกาสได้พบกับรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มาเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือน้ำท่วม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จึงได้ทวงถามและหารือกับรัฐมนตรีตรีนุช 2 เรื่องใหญ่ คือ

1.เรื่องการฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมทั้งหมด ที่ต้องอาศัยแรงงานคนจำนวนมากในการเข้าฟื้นฟู จะพึ่งพาเฉพาะอาสาสมัครหรือแรงงานในพื้นที่ไม่ได้ เพราะทุกคนก็เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกันทั้งหมด ชีวิตประชาชนแย่พอแล้ว ดังนั้นกระทรวงแรงงานต้องมีการจัดหาแรงงานจากภายนอกเข้ามาโดยเร็วที่สุด ต้องมีการกำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานที่เหมาะสมและเป็นธรรมให้กับแรงงานด้วย เพราะเมืองเสียหายหนักมาก

2. เรื่องการเยียวยาแก่ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ที่ประสบอุทกภัย บ้านพัง ไปทำงานไม่ได้ในช่วงนี้ กระทรวงจะดูแลอย่างไร? ซึ่งรัฐมนตรีแจ้งว่าเบื้องต้นจะมีการเยียวยาผู้ประกันตน ม.33 ประมาณ 6 เดือน ตามอัตราที่ผู้ประกันตนส่งเบี้ยประกันเข้ามาในระบบ ซึ่ง น.ส.ภคมนเสนอว่า อยากให้กระทรวงแรงงานไปหารือกับกระทรวงอื่นๆ ด้วย เพราะ 6 เดือนสำหรับหลายคนอาจไม่พอ

“กรอบเวลา 6 เดือนต้องยืดหยุ่นตามความจริง” อยากให้กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวง พม. (กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ช่วยกันวางกรอบเวลาฟื้นฟูเยียวยาให้ชัดเจนไปในทางเดียวกัน และย้ำไปด้วยว่าผู้ประกันตนในมาตราอื่นก็ต้องมีหลักเกณฑ์เยียวยาออกมาให้ชัดเจน “อย่าแยกกันคิด” รัฐบาลต้องวางกรอบร่วมกัน ประชาชนจะได้ฟื้นตัวแล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าบางคนซ่อมบ้านยังไม่เสร็จ แต่จะไม่ได้รับเงินเยียวยาแล้ว” น.ส.ภคมน กล่าวและว่า ยังได้ขอร้องให้คิดถึงผู้ประกันตนในมาตราอื่นๆ รวมถึงกลุ่มนายจ้าง ที่ได้รับความเสียหายไม่ต่างกันด้วย

น.ส.ภคมน ทิ้งท้ายด้วยว่า ตนยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่และได้พบเจอกับผู้มีอำนาจ รัฐมนตรีหลายกระทรวง หวังว่าการสะท้อนความเดือดร้อนที่ประชาชนได้รับตลอดช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาจะมีประโยชน์และส่งผลให้ระดับผู้นำและผู้มีอำนาจในการตัดสินใจจะสามารถนำเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าวเร่งหารือเพื่อช่วยเหลือประชาชนต่อไป

ภคมนคุยตรีนุช: เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าพึ่งอาสาสมัคร

ทำไม “ภคมนคุยตรีนุช” ถึงสำคัญต่อการฟื้นฟูเมือง?

สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูเมืองและเยียวยาผู้ประสบภัยจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในการนี้ การหารือระหว่าง “ภคมน” และ “ตรีนุช” ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันมาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูต่างๆ ให้เกิดขึ้นจริง

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการหารือ “ภคมนคุยตรีนุช” คือการระดมแรงงานจากภายนอกพื้นที่เพื่อเข้ามาช่วยฟื้นฟูเมือง น.ส.ภคมน เน้นย้ำว่าการพึ่งพาอาสาสมัครหรือแรงงานในพื้นที่เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การดึงแรงงานจากภายนอกมาเสริมทัพจะช่วยให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ น.ส.ภคมน ยังให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเฉพาะผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่อาจต้องเผชิญกับปัญหาบ้านเรือนเสียหายและขาดรายได้ในช่วงฟื้นฟู แม้ว่ากระทรวงแรงงานจะมีมาตรการเยียวยาเบื้องต้น 6 เดือน แต่ น.ส.ภคมน มองว่าอาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัย จึงเสนอให้กระทรวงแรงงานหารือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายระยะเวลาเยียวยาและให้ความช่วยเหลืออย่างครอบคลุม

การหารือ “ภคมนคุยตรีนุช” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายในการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามข้อเสนอต่างๆ ที่ได้หารือกันไว้ยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การฟื้นฟูเมืองและเยียวยาผู้ประสบภัยเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน

ดังนั้น, การติดตามความคืบหน้าของมาตรการช่วยเหลือต่างๆ และการให้ความร่วมมือในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังภัยพิบัติ

ที่มา – “ภคมน” คุย “ตรีนุช” กลางศูนย์อพยพ จี้ระดมแรงงานนอกพื้นที่เร่งฟื้นฟูเมือง อย่าหวังพึ่งแค่อาสาสมัคร