วัน: 2 ธันวาคม 2025

เช็กเลย! สถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2568 ล่าสุด

เช็กสถานะ “เงินเยียวยาน้ำท่วม 2568” อัปเดตล่าสุดผ่านเว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th/ เตรียมรับเงินเยียวยา 9,000 บาท

จากกรณีที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ซึ่งเป็นหน่วยรับงบประมาณและดำเนินการจ่ายช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัย ได้กำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือ “ผู้ประสบภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568” แบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท จะเป็นการจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 4 รูปแบบ ดังนี้

  1. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
  2. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
  3. ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
  4. ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป

ทั้งนี้ ที่อยู่อาศัยประจำดังกล่าวจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยจะต้องมีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ และต้องผ่านการประชาคมหมู่บ้าน และจะต้องผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ก่อนส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ธนาคารออมสินโอนเงินให้ผู้ประสบภัยต่อไป

วิธีลงทะเบียนยื่นคำร้องขอรับ “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ปี 2568

สามารถลงทะเบียนและดำเนินการได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

  1. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th เพื่อแสดงความจำนงขอรับสิทธิ์การเยียวยา โดยหลังจากยืนยันในระบบแล้ว ให้ไปติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือผู้นำชุมชน เพื่อยืนยันการได้รับผลกระทบ
    • คลิกแถบสีเหลือง “แบบคำร้อง ขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในช่วงฤดูฝน 2568”
    • กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน
  2. ยื่นคำร้องด้วยตนเอง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย
    • ดาวน์โหลดแบบคำร้อง (คลิกที่นี่)
    • กรอกเอกสารไปยื่นด้วยตัวเอง ณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัย

เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2568 อัปเดตล่าสุด

สำหรับวิธีการตรวจสอบ “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ปี 2568 จำนวน 9,000 บาท ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะการรับเงินได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. กดเข้าทางเว็บไซต์ https://flood68.disaster.go.th/ เลือกหัวข้อ “ตรวจสอบสถานะการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2568”
  2. กรอกหมายเลขบัตรประชาชน แล้วกด “ตรวจสอบสถานะ”

ตรวจสอบเว็บไซต์ “https://flood68.disaster.go.th” พบยังเข้าไม่ได้

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. 68 พบว่า ทางเว็บไซต์ ยังไม่สามารถใช้งานได้ ขึ้นเพียงหน้าขาว พร้อมข้อความทที่มุมทางซ้ายว่า “Loading…” 

อย่างไรก็ตาม หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

หากคุณเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วม อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วนะคะ หมั่นเช็ก สถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2568 อย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – เช็กสถานะเงินเยียวยาน้ำท่วม 2568 อัปเดตล่าสุด https://flood68.disaster.go.th/

“โสภณ” ยัน ปลดล็อกขายแอลกอฮอล์ก่อนปีใหม่

เตรียมเฮ! “โสภณ” ยืนยัน ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่แน่นอน ย้ำต้องเป็นร้านที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นถึงจะขายได้ ส่วนนั่งดื่มในร้านอาหารทำได้ถึงตี 1 เร่งตั้งเลขาธิการ สทนช. หาคนมีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องการปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติได้มีมติให้ปลดล็อกเวลาจำหน่ายในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. โดยนายโสภณกล่าวว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นซึ่งมีกรอบระยะเวลา 15 วันได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ทันก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน ขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าสบายใจได้เลย

เมื่อถูกถามถึงความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นว่าร้านค้าทุกร้านจะสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ นายโสภณได้ชี้แจงว่า ร้านที่จะสามารถขายได้นั้นจะต้องเป็นร้านที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น. ส่วนการนั่งดื่มในร้านอาหารนั้นสามารถทำได้จนถึงเวลา 01.00 น. สำหรับร้านขายของชำทั่วไปจะสามารถขายได้ก็ต่อเมื่อได้จดทะเบียนการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะเข้าข่ายได้รับการปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่

ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่

นอกจากเรื่องการปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่แล้ว นายโสภณยังได้กล่าวถึงการพิจารณาแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม แต่เนื่องจากสถานการณ์ปัญหาน้ำในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องเร่งพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้โดยเร็ว

ทำไมต้องรีบปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนปีใหม่?

นายโสภณกล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเยียวยา ฟื้นฟู และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งในอนาคตจะต้องมีการวางแผนระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในภาคเหนือ กรุงเทพฯ และภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเยียวยาทั้งด้านทรัพย์สิน สภาพร่างกาย และจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

จากการลงพื้นที่จังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่าสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่การรับมือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ความเสียหายน้อย ซึ่งถือเป็นโมเดลที่ดีที่สามารถนำไปปรับใช้กับการวางแผนระยะยาวได้ โดย สทนช. จะต้องหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานเพื่อวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีรายชื่อผู้ที่เหมาะสมก็ตาม

การตัดสินใจปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านค้าและผู้บริโภคในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ แต่สิ่งสำคัญคือการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม

อย่างไรก็ตาม การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรดื่มแต่พอดี ไม่ควรดื่มจนเกินขอบเขต เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพและสังคมได้

ที่มา – “โสภณ” ยัน ปลดล็อกขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันก่อนปีใหม่ บอกต้องรีบตั้ง เลขาฯ สทนช.

“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ช่วยชาวบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก ล่าสุด ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศปก.กฉ.) ได้รับรายงานว่า การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สามารถจ่ายน้ำประปาในพื้นที่หาดใหญ่ได้แล้วถึง 90% และคาดว่าจะจ่ายได้ครบ 100% ภายในวันพุธที่จะถึงนี้ ข่าวดีนี้มาพร้อมกับการย้ำเตือนจากนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเน้นย้ำให้งดการออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ในการประชุม ศปก.กฉ. เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายภราดรฯ ได้รับรายงานจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ว่ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาไฟฟ้าเพื่อให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ทั้งหมดภายในวันเดียวกัน โดยเฉพาะในพื้นที่สำคัญๆ ได้มีการจ่ายไฟเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดก่อนที่จะจ่ายไฟให้กับบ้านเรือนประชาชนแต่ละหลัง เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากขณะนี้หลายบ้านยังคงมีความชื้นสูง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ฝากความห่วงใยไปยัง กฟภ. ให้พิจารณาถึงความเสี่ยงจากความชื้นในบ้านเรือน และแนะนำให้มีเจ้าหน้าที่เฉพาะรับเรื่องจากประชาชน เพื่อทำการตรวจสอบความปลอดภัยก่อนจ่ายไฟ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น

“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลดภาระชาวบ้าน

ด้านการประปาส่วนภูมิภาค ได้รายงานถึงความคืบหน้าในการจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ประสบภัย โดยขณะนี้สามารถจ่ายน้ำได้แล้วกว่า 90% และคาดว่าจะสามารถจ่ายน้ำได้ 100% ในวันพรุ่งนี้ (3 ธันวาคม) โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งมีทั้งหมด 6 โซน ได้มีการจ่ายทั้งไฟฟ้าและน้ำประปาแล้ว และยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

มาตรการช่วยเหลือ! “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ

ประเด็นสำคัญที่นายภราดรฯ เน้นย้ำคือ การช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงได้กำชับให้ทั้ง กฟภ. และ กปภ. “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ในช่วงนี้ เพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วม การ“ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ถือเป็นมาตรการที่สำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตเช่นนี้

การที่รัฐบาลออกมาตรการ “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความเดือดร้อนของประชาชน และความตั้งใจที่จะช่วยเหลืออย่างจริงจัง มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย ให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ การให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและตรงจุด จะช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

นอกจากการงดออกบิลค่าน้ำค่าไฟแล้ว ยังมีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่ เช่น การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว การแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่ม การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย หน่วยงานต่างๆ กำลังทำงานอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ และความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนการจัดการน้ำที่ดี และการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – “ภราดร” ย้ำ งดออกบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ลดภาระชาวบ้าน ขณะพื้นที่หาดใหญ่จ่ายน้ำประปาแล้ว 90%

คมนาคม ร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม ที่สงขลา

กระทรวงคมนาคมจับมือ 20 แบรนด์ยานยนต์ จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา พร้อมอัดโปรโมชั่นซ่อมฟรีและส่วนลดสูงสุด 40% เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม

กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบก ร่วมกับภาคเอกชนกว่า 20 องค์กร จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 1 โดยระดมทีมช่างเทคนิคจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอาชีวศึกษา ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี พร้อมมอบส่วนลดอะไหล่และค่าแรงสูงสุดถึง 40% รวมถึงบริการรถยก เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและฟื้นฟูการเดินทางของประชาชนให้กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม มีนโยบายเร่งด่วนในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในเรื่องของ “ยานพาหนะ” ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการประกอบอาชีพ กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยมีภารกิจหลักคือการตรวจประเมินความเสียหายฟรี ซ่อมแซมเบื้องต้น และประสานงานส่งต่อรถไปยังศูนย์บริการมาตรฐาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำที่มอบสิทธิพิเศษสำหรับรถที่ประสบภัยน้ำท่วม

สำหรับภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุน ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งจะให้บริการซ่อมแซมเบื้องต้นฟรี

โดย Autobacs: ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ฟรี สำหรับรถยนต์

PTG Energy: สนับสนุนน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron เพื่อให้ทางอาชีวะนำไปใช้บริการประชาชน

ส่วนกลุ่มรถยนต์ ทาง Toyota: มอบส่วนลดอะไหล่และเคมีภัณฑ์ 30% (ถึง 31 ธ.ค. 68), Isuzu / MG / GWM / Suzuki: มอบส่วนลดอะไหล่และค่าแรง 30%

ส่วน Mitsubishi: มอบส่วนลด 30% (อะไหล่/ค่าแรง/เคมีภัณฑ์), ฟรีบริการตรวจเช็กสภาพรอบคันและใต้ท้องรถ

นอกจากนั้นยังมี Honda: ให้ส่วนลดค่าอะไหล่ 30%, ตรวจเช็กฟรี 25 รายการ, มีบริการ Mobile Service นอกจากนี้ Mercedes-Benz: ยังมอบส่วนลดอะไหล่ 30% (1 ธ.ค. 68 – 28 ก.พ. 69), บริการรถยกสำหรับรถในระยะประกัน

นอกจากนี้ ยี่ห้อ BYD ยังมอบส่วนลดอะไหล่ 30% , Nissan: มอบส่วนลดอะไหล่, เคมีภัณฑ์ และน้ำมันหล่อลื่น 30% , Ford: มอบส่วนลดอะไหล่และน้ำมันหล่อลื่น 40% , ฟรีตรวจเช็ก 30 รายการ, บริการยกรถฉุกเฉินฟรี สำหรับรถในระยะประกัน

นอกจากนี้รถยี่ห้อ Mazda: มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุด 35% ค่าแรงสูงสุด 10% (ถึง 16 ก.พ. 69) พร้อมฟรีค่าเคลื่อนย้ายรถไปศูนย์ฯใกล้สุด ส่วน GAC AION: มอบส่วนลดอะไหล่ 30%, ฟรีรถยกไปศูนย์ที่ใกล้ที่สุด, ตรวจเช็กฟรี 49 รายการ

และ BMW / MINI: ฟรีบริการรถยกไปยัง Dealer (ติดต่อ Call Center 1286) , Deepal: มอบส่วนลดอะไหล่ 10%, ตรวจเช็กฟรี 22 รายการ

นายสรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่มรถจักรยานยนต์ ทางบริษัทรถ Honda ยังให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและน้ำมันเฟืองท้ายฟรี, ตรวจเช็กฟรี 10 รายการ (24 พ.ย. – 31 ธ.ค. 68) และจัดกิจกรรมใหญ่ Big Cleaning ซ่อมฟรี (8-14 ธ.ค. 68)

Yamaha: ให้บริการซ่อมบำรุงพร้อมเปลี่ยนอะไหล่และน้ำมันเครื่องฟรี สำหรับรถที่เสียหายจากน้ำท่วม, ตรวจเช็กฟรี 10 รายการ (ถึง 31 ธ.ค. 68)

Suzuki : ให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องฟรี, ส่วนลดอะไหล่สูงสุด 20%, ตรวจเช็กฟรี 20 รายการ , DECO: มอบส่วนลดชิ้นส่วนอะไหล่ 30%, ส่วนลดแบตเตอรี่และมอเตอร์ 20%

นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกได้จัดเตรียมพื้นที่สำหรับรองรับรถยนต์ของผู้ประสบภัยให้นำมาจอดพักได้ฟรี ระหว่างรอการดำเนินการ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 1 (อ.เมืองสงขลา): รองรับรถยนต์ได้จำนวน 50 คัน และสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา แห่งที่ 2 (อ.หาดใหญ่): รองรับรถยนต์ได้จำนวน 20 คัน ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานงานฯ จ.สงขลา โทรสายด่วน 1584 หรือ 074 330 251-2 หรือทาง Facebook : สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา

“การร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรภาคีเครือข่ายของศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ในวันนี้คือเครื่องยืนยันว่า ภาครัฐและเอกชนพร้อมยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน เพื่อให้ทุกครอบครัวกลับมามีรถใช้งานและดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด” อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวทิ้งท้าย

คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม

“คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

โครงการ “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่จังหวัดสงขลา แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ นับเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ

ที่มา – “คมนาคม” จับมือ 20 แบรนด์ยานยนต์ ตั้งศูนย์ประสานงาน “คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม” ที่สงขลา

ตะลึง! พบดอกบัวผุดหายาก ใหญ่สุดในฟิลิปปินส์

นักอนุรักษ์ธรรมชาติในฟิลิปปินส์ได้ค้นพบ ดอกบัวผุดหายาก ที่กำลังเบ่งบานอย่างเต็มที่ในป่าลึกของเขตภูมิทัศน์คุ้มครองอัลลาห์วัลเลย์ และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ มันเป็นดอกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบในพื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้เลยทีเดียว!

เจ้าหน้าที่ภาคสนามจากสำนักงานบริหารพื้นที่คุ้มครอง (PAMO) ได้ทำการบันทึกภาพและวัดขนาดของดอกไม้กาฝากสีแดงเข้มที่มีกลีบดอกหนาถึง 5 กลีบ ซึ่งก็คือ Rafflesia schadenbergiana พบว่ามีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 93 เซนติเมตร หรือประมาณ 3 ฟุต ทำให้มันกลายเป็น ดอกบัวผุดหายาก ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบในพื้นที่อนุรักษ์แห่งนี้

ดอกบัวผุดหายาก

Rafflesia schadenbergiana มีชื่อเล่นน่าขนลุกว่า “ดอกซากศพ” เนื่องจากมีกลิ่นคล้ายเนื้อเน่าอ่อนๆ ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติในการดึงดูดแมลงให้มาช่วยผสมเกสร ดอกไม้ชนิดนี้เป็นพืชปรสิตที่ไม่มีใบ ไม่มีลำต้น และไม่มีรากที่แท้จริง โดยจะอาศัยอยู่ภายในเถาวัลย์สกุล Tetrastigma เท่านั้น ทำให้การพบเจอ ดอกบัวผุดหายาก เป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

การค้นพบครั้งนี้นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นในเขตคุ้มครองเข้มงวด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของงานอนุรักษ์ในพื้นที่ ที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพืชชนิดนี้ ซึ่งมีการกระจายตัวที่จำกัดมาก โดยพบได้เพียงบางส่วนของจังหวัดดาเวา บุคิดนอน และเซาท์โคตาบาโตเท่านั้น

Rafflesia schadenbergiana ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 1882 โดยนักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน ดร.อเล็กซานเดอร์ ชาเดนแบร์ก ใกล้ภูเขาอาโป ก่อนที่จะได้รับการบรรยายลักษณะทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ไฮน์ริช กุสตาฟ อดอล์ฟ เองเลอร์ ในปี 1886

ปัจจุบัน ดอกบัวผุดหายาก Rafflesia schadenbergiana ถูกจัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤต (Critically Endangered – CR) และได้รับการยกย่องว่าเป็นสายพันธุ์ Rafflesia ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ และใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจาก Rafflesia arnoldii ที่พบในอินโดนีเซีย

ดอกบัวผุดหายาก: การค้นพบครั้งใหญ่ในฟิลิปปินส์

ทำไมการค้นพบดอกบัวผุดหายากครั้งนี้ถึงสำคัญ?

  • เป็นการยืนยันถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่คุ้มครอง
  • เน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์เพื่อปกป้องพืชหายากและใกล้สูญพันธุ์
  • สร้างความตระหนักถึงความหลากหลายทางชีวภาพในฟิลิปปินส์
  • อาจนำไปสู่การศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับพืชปรสิตชนิดนี้

การค้นพบ ดอกบัวผุดหายาก ขนาดมหึมาในฟิลิปปินส์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีและเป็นกำลังใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อรักษาสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป และหวังว่าในอนาคตเราจะได้เห็นความพยายามในการอนุรักษ์ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อปกป้อง ดอกบัวผุดหายาก และพืชอื่นๆ ที่เปราะบางเหล่านี้ให้พ้นจากภัยคุกคาม

ที่มา – พบดอกบัวผุดหายาก บานสะพรั่งกลางป่าลึกฟิลิปปินส์ ใหญ่สุดเท่าที่เคยพบในพื้นที่อนุรักษ์

แม่ทำใจไม่ได้! ลูกสาว 4 ขวบ เรือคว่ำหาดใหญ่

หัวอกคนเป็นแม่แทบขาดใจ โพสต์ถึงลูกสาววัย 4 ขวบที่จากไป หลังเกิดเหตุการณ์เรือคว่ำจากน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยลูกสาวหลุดจากมือช่วยเหลือไม่ทัน เจ็บปวดที่ยังจำเสียงเพลงสุดท้ายของลูกได้ดี โซเชียลแห่ให้กำลังใจคุณแม่อย่างล้นหลาม

จากกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลด เมื่อคุณแม่ท่านหนึ่งต้องสูญเสียลูกสาววัย 4 ขวบจากเหตุเรือล่ม น้องได้หลุดจากมือแม่และจมหายไปในกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก แม้จะมีการค้นหาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 วัน แต่สุดท้ายก็พบเพียงร่างที่ไร้วิญญาณ

ล่าสุด คุณแม่ได้โพสต์ข้อความสุดเศร้าผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเรียกน้ำตาจากชาวโซเชียลเป็นอย่างมาก โดยระบุว่า “เสียงสุดท้ายที่มาม๊าได้ยินจากหนูบนเรือ คือเสียงร้องเพลงของแพดเม่ เสียงเล็กๆ ใสๆ ที่ตอนนั้นมาม๊ายังไม่รู้เลยว่ามันจะกลายเป็นเสียงอำลาที่แม่ต้องกอดไว้ในหัวใจไปตลอดชีวิต

See the line where the sky meets the sea? It calls me

And no one knows, how far it goes. If the wind in my sail on the sea stays behind me

One day I’ll know

If I go, there’s just no telling how far I’ll go. 

มาม๊าคิดถึงลูกสุดหัวใจ คิดถึงแบบที่ไม่มีถ้อยคำไหนอธิบายได้ เหมือนหัวใจของแม่ถูกดึงบางส่วนออกไปพร้อมกับหนู เหลือเพียงช่องว่างที่แม้เวลาเท่าไรก็ไม่อาจเติมเต็มได้อีกแล้ว 

ทุกลมหายใจของแม่มีชื่อของหนูอยู่ข้างใน ทุกเช้าแม่ยังเผลอหันไปมองหาตัวเล็กๆ ของแม่ ทุกคืนแขนซ้ายของแม่ยังจำสัมผัสที่หนูชอบมาหนุน และตอนนี้…มันว่างเปล่าจนเจ็บ

แม่คิดถึงรอยยิ้มหนู ฟันเขี้ยว ลักยิ้มสองข้างน่ารักที่สุดในโลก คิดถึงเสียงหัวเราะที่เคยทำให้บ้านทั้งหลังสว่างขึ้นทันที คิดถึงเสียงเรียก “มาม๊า” ที่ตอนนี้แม่ได้ยินแค่ในหัวใจ

บางครั้งแม่ยังได้ยินเพลงสุดท้ายที่หนูร้อง เหมือนหนูยังอยู่ตรงนี้ แต่พอเอื้อมมือออกไป กลับคว้าได้แค่ความว่างเปล่า 

มันเจ็บเหลือเกิน เจ็บแบบที่ไม่เคยรู้ว่าคนเราจะเจ็บได้มากขนาดนี้ เจ็บที่ไม่ได้กอดหนู ไม่ได้ป้อนขนมหนู ไม่ได้รับรอยยิ้มจากหนูหลังเลิกเรียนอีก เหลือแค่รูปถ่ายและความทรงจำ

แม่คิดถึงลูก คิดถึงจนเหมือนหัวใจจะหายไปทั้งดวง คิดถึงจนรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลูกของแม่ แม่อยากให้รู้ว่า แม้หนูจะอยู่ไกลแค่ไหน แม้แม่จะ “ไม่รู้ how far you go” แต่รักของแม่จะตามไปถึงหนูเสมอไม่มีวันหายไปแม้สักวินาทีเดียว

มาม๊าคิดถึงหนูสุดหัวใจ และมาม๊าเจ็บปวดสุดหัวใจจริงๆ”

แม่ยังทำใจไม่ได้ สูญเสียลูกสาว 4 ขวบ หลุดจากมือ ตอนเรือคว่ำ เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่

เรื่องราวความสูญเสียของคุณแม่ท่านนี้ กลายเป็นอุทาหรณ์ให้เราได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน และการมีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าได้

เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่พรากชีวิตลูกน้อย

เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายและความสูญเสียให้กับผู้คนจำนวนมาก ไม่เพียงแต่ทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชีวิตของผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ การสูญเสียลูกสาววัย 4 ขวบของคุณแม่ท่านนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนต้องใส่ใจในความปลอดภัยของเด็กๆ มากยิ่งขึ้น

การป้องกันและเตรียมพร้อมรับมือกับอุทกภัย:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และไฟฉาย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมแผนอพยพ
  • สอนให้เด็กๆ รู้จักวิธีเอาตัวรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • ดูแลเด็กๆ อย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้คลาดสายตา

ข้อคิดจากเหตุการณ์:

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า ชีวิตมีความไม่แน่นอน เราจึงควรใช้ชีวิตทุกวันให้ดีที่สุด และให้ความสำคัญกับคนที่เรารัก ดูแลซึ่งกันและกัน และให้กำลังใจกันในยามยากลำบาก

แม้ว่าความสูญเสียของคุณแม่ท่านนี้จะเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยายได้ แต่เราหวังว่ากำลังใจจากคนรอบข้างและจากสังคม จะช่วยให้คุณแม่สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และขอให้น้องได้ไปสู่สุคติ

การสูญเสียลูกสาว 4 ขวบจากเหตุเรือคว่ำจากน้ำท่วมหาดใหญ่เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับคุณแม่และครอบครัว

ที่มา – แม่ยังทำใจไม่ได้ สูญเสียลูกสาว 4 ขวบ หลุดจากมือ ตอนเรือคว่ำ เหตุน้ำท่วมหาดใหญ่

เช็กลมยางเท่าไหร่ดี? เติมลมยางให้ถูกต้อง ปลอดภัย

แรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย การเติมลมยางให้เหมาะสมตามที่คู่มือรถระบุเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หลายคนอาจละเลยคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อวิ่งไปแล้ว ลมยางอ่อนจะทำให้ยางมีอุณหภูมิสูงขึ้น ยิ่งลมอ่อนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อความเสียหายที่แก้มยาง ซึ่งเป็นส่วนที่รับน้ำหนักรถโดยตรง

ยางที่มีแรงดันลมยางต่ำ ทำให้ควบคุมรถยาก และยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย ก่อนเดินทางไกลทุกครั้ง ควรตรวจเช็กแรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี? และสำหรับการใช้งานทั่วไป ควรตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หากใช้รถกระบะบรรทุกหนัก ควรเช็กแรงดันลมยางให้เหมาะสม โดยใช้ที่วัดความดันลมยางที่ได้มาตรฐาน

ค่าแรงดันลมยางที่เหมาะสม มักระบุไว้บนแผ่นป้ายบริเวณขอบประตูฝั่งคนขับ หรือในคู่มือประจำรถ เพื่อให้ได้ค่าแรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี? ที่แม่นยำ ควรตรวจเช็กขณะที่ยางยังเย็นอยู่ (หลังจากจอดรถมาแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือวิ่งในระยะทางไม่เกิน 1.6 กิโลเมตร ด้วยความเร็วปานกลาง)

แรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี? เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้

การตรวจสอบสภาพยางรถยนต์

นอกจากเรื่องลมยางแล้ว การตรวจสอบสภาพยางโดยรวมก็สำคัญ ดอกยางจะสึกหรอตามการใช้งาน ไม่ควรปล่อยให้ความลึกของร่องดอกยางต่ำกว่า 1.6 มม. สามารถใช้เครื่องวัดความลึก หรือเหรียญบาทในการวัดได้ หากวัดแล้วความลึกเหลือน้อยมาก ควรเปลี่ยนยางทันทีเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน

หากดอกยางสึกไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดจากมุมแคมเบอร์ผิดปกติ การใช้ยางเพียงด้านเดียว เติมลมยางไม่เหมาะสม หรือช่วงล่างและศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง ควรให้ช่างตรวจสอบและแก้ไข

ยางมีรอยแตกที่แก้ม: รอยแตกลายงา รอยแยก หรือรอยบาดที่แก้มยาง อาจเกิดจากการวิ่งบนถนนขรุขระ ใช้ลมยางต่ำ บรรทุกหนัก หรือเสียดสีกับขอบถนน ความร้อนและโอโซนมากเกินไปก็เป็นสาเหตุได้ หากพบรอยแตก ควรให้ช่างตรวจสอบ แต่ถ้าแก้มยางฉีกขาด ควรเปลี่ยนยางใหม่เพื่อความปลอดภัย

ยางปูด ยางบวม: เกิดจากการกระแทกอย่างแรง ตกหลุม หรือชนขอบทาง หากพบยางปูดบวม ควรรีบเปลี่ยนยางทันที เพราะเป็นสัญญาณของความเสียหายภายในโครงสร้างยาง

ยางหอน: การสั่นสะเทือนของยางจนเกิดเสียง อาจเกิดจากความผิดปกติในกลไก เช่น ศูนย์ล้อไม่ได้แนว หรือขอบล้อบิดงอ ควรให้ช่างตรวจสอบและเปลี่ยนยางตามคำแนะนำ

เมื่อขับผ่านถนนลูกรัง หรือถนนขรุขระ ควรลดความเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายต่อยางและศูนย์รถ การตกหลุมบ่อ อาจทำให้ศูนย์ล้อเคลื่อน และยางสึกไม่สม่ำเสมอ

การสลับยาง: เพื่อให้ยางสึกสม่ำเสมอ ควรทำการสลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือตามคำแนะนำในคู่มือรถ

ยางอะไหล่: ควรมีติดรถเสมอ และตรวจสอบลมยางเป็นประจำ เพื่อให้พร้อมใช้งาน

การดูแลรักษายางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใส่ใจเรื่อง แรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี? จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และยืดอายุการใช้งานของยางไปได้อีกนาน อย่าละเลยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อนร่วมทาง

ที่มา – แรงดันลมยาง เติมเท่าไหร่ดี?

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

จับตา “ประภัตร โพธสุธน” เข้าค่ายภูมิใจไทย จริงหรือไม่? สส.สุพรรณบุรี เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา อาจย้ายซบภูมิใจไทย หลังภาพคล้องแขน “อนุทิน-วราวุธ” ถูกเผยแพร่!

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 21.50 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ที่เพิ่งเปิดตัวเตรียมร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า คล้องแขนถ่ายภาพร่วมกับนายประภัตร โพธสุธน สส.สุพรรณบุรี ในฐานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “รักครับ” และอิโมจิรูปหัวใจสีน้ำเงิน

ภาพดังกล่าวจุดประกายคำถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายประภัตร ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด หลังจากที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะผนึกกำลังกับพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งที่จะมาถึง การปรากฏตัวของนายประภัตรในเฟรมเดียวกันกับหัวหน้าพรรคทั้งสอง จึงไม่อาจมองข้ามถึงความเป็นไปได้ที่เขาอาจจะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่านายประภัตรอาจจะไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่น่าจับตามอง สถานการณ์การเมืองในจังหวัดสุพรรณบุรีจึงมีความน่าสนใจและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การตัดสินใจของนายประภัตรจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองของจังหวัด

จับตา “ประภัตร” เข้าภูมิใจไทย จริงหรือ?

การเปิดตัวของนายวราวุธที่พรรคภูมิใจไทยในวันนั้น ยังมาพร้อมกับนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคชาติไทยพัฒนาในการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

ทำไมต้องจับตา “ประภัตร โพธสุธน” ?

นายประภัตร โพธสุธน ถือเป็นนักการเมืองอาวุโสและมีประสบการณ์ยาวนานในวงการการเมืองไทย การตัดสินใจของเขาจึงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับชาติ การจับตาความเคลื่อนไหวของนายประภัตรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด

  • ประสบการณ์ทางการเมืองที่ยาวนาน
  • อิทธิพลในจังหวัดสุพรรณบุรี
  • ความสัมพันธ์กับนักการเมืองระดับชาติ

การที่นายประภัตรอยู่ในสถานะเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้การตัดสินใจของเขามีผลต่อทิศทางของพรรคโดยรวม การที่พรรคชาติไทยพัฒนากำลังจะร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย ยิ่งทำให้นายประภัตรตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์การเมืองมากยิ่งขึ้น

นอกจากประเด็นเรื่องการย้ายพรรค อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการที่นายประภัตรยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองจากหลากหลายพรรค แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์และรักษาเครือข่ายทางการเมืองที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับนักการเมืองในยุคปัจจุบัน

สถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจับตาความเคลื่อนไหวของนักการเมืองสำคัญๆ เช่น นายประภัตร โพธสุธน จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป และคาดการณ์ถึงอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย

การที่นายประภัตร โพธสุธน จะตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่แน่นอนคือการตัดสินใจของเขาจะมีผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – จับตา “ประภัตร” เข้าค่ายภูมิใจไทย หลังคล้องแขนร่วมเฟรม “อนุทิน-วราวุธ”

คนกรุงอ่วม! ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ เกินมาตรฐาน

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! คนกรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับ ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ ที่พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐาน จนเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครถึง 69 แห่ง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครได้รายงานถึงสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยพบว่าค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 50.6 มคก./ลบ.ม. ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. และอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ที่น่ากังวลคือแนวโน้มของฝุ่นละอองที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ ในกรุงเทพฯ เกินมาตรฐาน

จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีถึง 69 พื้นที่ในกรุงเทพฯ ที่ค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน การสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ แสบตา ไอ จาม หรือในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ

12 อันดับ เขตที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด ในกรุงเทพมหานคร

ต่อไปนี้คือ 12 อันดับเขตในกรุงเทพมหานครที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2568):

  1. เขตสาทร 65.8 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตบางรัก 61.7 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตลาดกระบัง 60.1 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตมีนบุรี 59.5 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตหนองแขม 56.8 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตตลิ่งชัน 56.3 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตคลองสามวา 56.2 มคก./ลบ.ม.
  8. เขตราชเทวี 56.1 มคก./ลบ.ม.
  9. เขตปทุมวัน 55.2 มคก./ลบ.ม.
  10. เขตทวีวัฒนา 55 มคก./ลบ.ม.
  11. เขตยานนาวา 54.8 มคก./ลบ.ม.
  12. เขตบางคอแหลม 54.4 มคก./ลบ.ม.

หากท่านอยู่ในบริเวณเหล่านี้ หรือใกล้เคียง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตนเองจาก ฝุ่น PM 2.5 วันนี้

ข้อแนะนำด้านสุขภาพ

เมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ):

  • ประชาชนทั่วไป: ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ควรรีบปรึกษาแพทย์
  • กลุ่มเสี่ยง (เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจ): ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

คาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5

มีการคาดการณ์ว่าระหว่างวันที่ 2-10 ธันวาคม สภาพอากาศโดยรวมจะไม่เอื้ออำนวยต่อการระบายอากาศ ทำให้ฝุ่นละอองมีแนวโน้มที่จะสะสมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 4-6 ธันวาคม อาจมีฝนตกซึ่งจะช่วยลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองได้บ้าง

ถึงเเม้ว่าข้อมูลจากดาวเทียม NASA จะไม่พบจุดความร้อน (hotspot) เพิ่มเติม เเต่เรายังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 วันนี้ อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนควรตระหนักและให้ความสำคัญ และควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันตนเองและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละออง

เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการลดฝุ่น PM 2.5 ได้ เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การบำรุงรักษารถยนต์ให้มีสภาพดี และการงดเผาในที่โล่ง เพื่อช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ กลับมามีอากาศที่บริสุทธิ์อีกครั้ง

ที่มา – คนกรุงอ่วม “ฝุ่น PM 2.5 วันนี้” พุ่งเกินมาตรฐาน เริ่มกระทบต่อสุขภาพ 69 พื้นที่