วัน: 2 ธันวาคม 2025

ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์: เจ้าตัวไม่รู้!

ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาบอกว่าเขาเองก็ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจร่างกายครั้งล่าสุดนี้

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการตรวจ MRI ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่าเป็นการตรวจขั้นสูงบริเวณช่องท้อง ระบบหัวใจ และหลอดเลือด การตรวจนี้มีจุดประสงค์เพื่อการป้องกัน หลังจากที่นายทรัมป์ได้กล่าวกับสื่อว่าเขาไม่ทราบว่าการตรวจ MRI เมื่อเดือนตุลาคมครอบคลุมอวัยวะส่วนใดบ้าง

ในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าการตรวจ MRI ที่ทำในเดือนตุลาคมไม่ใช่การตรวจสมอง และผลการตรวจก็ “สมบูรณ์แบบ” แม้ว่าเขาจะไม่ทราบว่าครอบคลุมส่วนใดของร่างกายบ้าง

“ไม่รู้เลย มันก็แค่ MRI” นายทรัมป์กล่าวเมื่อถูกถามว่าการตรวจครอบคลุมส่วนใดของร่างกาย “ส่วนไหนของร่างกายน่ะหรือ? ไม่ใช่สมอง เพราะผมได้ทำแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจแล้ว และผมทำได้คะแนนเต็ม”

ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าเขาจะเผยแพร่ผลการตรวจ MRI ของตัวเองให้สาธารณชนได้รับทราบ

นายแพทย์ฌอน บาร์บาเบลลา แพทย์ประจำตัวประธานาธิบดี ได้กล่าวในจดหมายลงวันที่ 1 ธันวาคมว่า “เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจการทำงานของร่างกายอย่างครอบคลุมของประธานาธิบดี โดนัลด์ จูเนียร์ ทรัมป์ ได้มีการดำเนินการสร้างภาพขั้นสูง เนื่องจากผู้ชายในช่วงวัยของเขาจะได้รับประโยชน์จากการประเมินสุขภาพ หัวใจ, หลอดเลือด และช่องท้อง อย่างถี่ถ้วน”

“การสร้างภาพนี้มีวัตถุประสงค์เชิงป้องกัน เพื่อระบุปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ, ยืนยันสุขภาพโดยรวม และเพื่อให้แน่ใจว่าท่านยังคงรักษาความมีชีวิตชีวาและการทำงานในระยะยาว” นายแพทย์บาร์บาเบลลากล่าว

นายแพทย์บาร์บาเบลลาระบุว่า การสร้างภาพระบบหัวใจและหลอดเลือดของประธานาธิบดี “เป็นปกติอย่างสมบูรณ์” และการสร้างภาพช่องท้องของเขาก็ “เป็นปกติอย่างสมบูรณ์เช่นกัน”

นางสาวแคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาว ได้อ่านจดหมายของนายแพทย์บาร์บาเบลลาให้ผู้สื่อข่าวฟังในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์

ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ เจ้าตัวบอกไม่รู้

เรื่องราวความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพของประธานาธิบดีทรัมป์ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความโปร่งใสทางการแพทย์ของผู้นำประเทศ การที่เจ้าตัวออกมาบอกว่า ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ แต่ตนเองกลับไม่ทราบรายละเอียดนั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

ทำไมผลตรวจ MRI ของทรัมป์ถึงสำคัญ?

ผลการตรวจสุขภาพของผู้นำประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะบ่งบอกถึงความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่และความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ การที่ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ ว่าปกติ แต่ตัวประธานาธิบดีเองกลับไม่ทราบรายละเอียด ทำให้ประชาชนอาจเกิดความสงสัยในกระบวนการและการสื่อสารข้อมูล

การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพของผู้นำประเทศถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ก็มีความจำเป็นเพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าผู้ที่กำลังบริหารประเทศมีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ การที่ ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส แต่ก็ยังคงมีคำถามที่รอคำตอบอยู่

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศหรือประชาชนทั่วไป การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้เราทราบถึงสถานะสุขภาพของตนเอง และสามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ทันท่วงที ดังนั้นอย่าละเลยการดูแลสุขภาพของตนเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ทำเนียบขาวเผยผลตรวจ MRI ของทรัมป์ เจ้าตัวบอกไม่รู้ตรวจอะไร

เกาหลีใต้จับแฮกเกอร์! แฮกกล้อง IP 120,000 ตัว

ตกใจ! เกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องสงสัย 4 คน ข้อหาแฮกกล้อง IP กว่า 120,000 ตัว ใช้งานผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายต่อเหยื่อจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย ในข้อหาแฮกเข้าระบบกล้อง IP (Internet Protocol camera) ทั้งในบ้านพักส่วนตัวและธุรกิจต่างๆ รวมแล้วกว่า 120,000 กล้อง งานนี้ทำเอาหลายคนถึงกับผวา เพราะผู้ต้องสงสัยได้นำภาพจากกล้องเหล่านั้นไปใช้ในการผลิตสื่อลามกอนาจาร และเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว

ตำรวจเกาหลีใต้แถลงการณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของกล้อง IP ซึ่งเป็นกล้องที่สามารถควบคุมและส่งข้อมูลภาพผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ช่องโหว่ที่ว่านี้รวมถึงการตั้งรหัสผ่านที่ง่ายต่อการคาดเดา ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย

กล้อง IP กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากมีราคาถูกกว่ากล้องวงจรปิดแบบดั้งเดิม และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในบ้านได้ ทำให้สะดวกในการใช้งานเพื่อความปลอดภัย หรือใช้สำหรับเฝ้าดูเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง

สถานที่ที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีในครั้งนี้มีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านส่วนตัว, ห้องคาราโอเกะ, สตูดิโอพิลาทิส และแม้แต่คลินิกของแพทย์นรีเวช!

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน ทำการแฮกโดยลำพัง ไม่ได้มีการร่วมมือหรือสมคบคิดกัน โดยผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่า แฮกกล้องไปถึง 63,000 ตัว และผลิตวิดีโอเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจำนวน 545 รายการ ก่อนจะนำไปขายได้เงินถึง 35 ล้านวอน (ประมาณ 762,400 บาท)

ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกราย ถูกกล่าวหาว่าแฮกกล้องไป 70,000 ตัว และขายวิดีโอ 648 รายการ ได้เงิน 18 ล้านวอน (ราว 392,000 บาท) โดยรวมแล้ว ผู้ต้องสงสัยสองรายนี้เป็นผู้ผลิตวิดีโอถึง 62% ของวิดีโอทั้งหมดที่ถูกโพสต์บนเว็บไซต์เผยแพร่ภาพที่ได้จากการแฮกกล้อง IP 120,000 ตัว ในช่วงปีที่ผ่านมา

ขณะนี้ ทางตำรวจกำลังดำเนินการปิดเว็บไซต์ดังกล่าว และร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ที่ดำเนินการเว็บไซต์นี้ นอกจากนี้ ยังได้จับกุมผู้ที่ต้องสงสัยว่า ซื้อและดูเนื้อหาจากเว็บไซต์ดังกล่าวอีก 3 ราย

นายพัค อู-ฮยอน หัวหน้าฝ่ายสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “การเจาะระบบกล้อง IP 120,000 ตัว และการถ่ายทำอย่างผิดกฎหมาย สร้างความทุกข์ทรมานอย่างใหญ่หลวงต่อเหยื่อ และถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง เราจะกำจัดสิ่งเหล่านี้ด้วยการสืบสวนอย่างเข้มข้น”

“การดูและการครอบครองวิดีโอที่ถ่ายทำอย่างผิดกฎหมายก็เป็นอาชญากรรมร้ายแรงเช่นกัน ดังนั้นเราจะสืบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง” เขากล่าวเสริม

ทางการเกาหลีใต้ได้เข้าพบและแจ้งเตือนเหยื่อในสถานที่ต่างๆ จำนวน 58 แห่ง ให้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเปลี่ยนรหัสผ่าน รวมถึงให้ความช่วยเหลือในการลบและบล็อกเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง และกำลังดำเนินการเพื่อระบุตัวผู้ที่อาจได้รับผลกระทบเพิ่มเติม

เกาหลีใต้จับ 4 แฮกกล้อง IP 120,000 ตัว ใช้ภาพสร้างสื่อลามก

ความเสี่ยงจากการใช้กล้อง IP ที่มีช่องโหว่

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงในการใช้งานกล้อง IP ที่มีช่องโหว่ การตั้งรหัสผ่านที่คาดเดาง่าย หรือการไม่อัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด อาจเป็นช่องทางให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงกล้องของเรา และนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิดได้

วิธีป้องกันกล้อง IP จากการถูกแฮก

  • เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของกล้อง IP ทันทีที่ติดตั้ง โดยใช้รหัสผ่านที่คาดเดายาก และไม่ซ้ำกับรหัสผ่านอื่นๆ ที่คุณใช้
  • อัปเดตเฟิร์มแวร์ของกล้อง IP ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ เพื่อแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
  • ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของกล้อง IP ให้แน่ใจว่ามีการตั้งค่าที่เหมาะสม
  • พิจารณาปิดใช้งานคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นของกล้อง IP
  • ตรวจสอบกิจกรรมของกล้อง IP เป็นประจำ เพื่อตรวจจับกิจกรรมที่น่าสงสัย

เหตุการณ์เกาหลีใต้จับ 4 แฮกกล้อง IP ในบ้าน 120,000 ตัว ใช้ภาพสร้างสื่อลามก นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ใกล้ตัวกว่าที่เราคิด การป้องกันตนเองจากภัยคุกคามเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – เกาหลีใต้จับ 4 แฮกกล้อง IP ในบ้าน 120,000 ตัว ใช้ภาพสร้างสื่อลามก