“ธนกร” เหน็บ “ธนาธร” อย่าลืม “พิธา” ทหารมีไว้ทำไม
“ธนกร” ย้อน “ธนาธร” ทำเป็นลืมง่าย ชี้ถ้า “พิธา” เป็นนายกฯ บ้านเมืองคงลุกเป็นไฟ ปมเคยบอกทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร แถมตัดงบซื้อเครื่องบินรบ รถถัง ยุทโธปกรณ์ มั่นใจ “อนุทิน” จัดการเด็ดขาด
วันที่ 14 ธ.ค. 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า หากนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะไม่มาถึงจุดวิกฤตเช่นนี้ว่า ไม่น่าเชื่อว่านายธนาธรอายุยังน้อย แต่กลับหลงลืมได้ขนาดนี้ นายพิธาไม่ใช่หรือที่เป็นคนพูดว่า ทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร นโยบายที่จะลดขนาดกองทัพและจำนวนกำลังพล 30-40% ก็เป็นนโยบายที่ออกมาจากพรรคของนายพิธาไม่ใช่หรือ และการเสนอให้ตัดงบซื้อเครื่องบินรบ รถถัง และยุทโธปกรณ์หลายรายการนั้น ก็ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมที่มาจากพรรคของนายพิธาทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าจะพูดให้ถูกต้องนายธนาธรควรจะบอกว่า ถ้านายพิธาได้เป็นนายกฯ วันนี้บ้านเมืองคงจะลุกเป็นไฟไปแล้วถึงจะถูก
“ผมยังนึกไม่ออกจริงๆ ว่า ถ้าคุณพิธาเป็นนายกฯ ในวันนั้น ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรในวันที่กัมพูชารุกรานเราในวันนี้ การมุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปกองทัพ การลดงบประมาณของกองทัพ และลดกำลังพลทหาร เป็นการแสดงออกชัดเจนว่าคุณพิธารักชาติแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ วันนี้คุณพิธาน่าจะถูกคนทั้งประเทศตบหน้าแทนคำตอบไปแล้วว่า ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตยประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อมั่นในตัวท่านนายกฯ เพราะที่ผ่านมาได้แสดงให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นแล้วว่า เด็ดขาดและจริงจัง ไม่มีอ่อนข้อให้กับใครก็ตามที่คิดจะรุกรานเรา” นายธนกร กล่าว
“ธนกร” เหน็บ “ธนาธร” อย่าลืม “พิธา” เคยบอกทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร
จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และเชื่อมโยงไปยังศักยภาพในการเป็นผู้นำประเทศของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ทำให้นายธนกร วังบุญคงชนะ ออกมาตอบโต้ โดยเน้นย้ำถึงสิ่งที่นายพิธาเคยกล่าวไว้เกี่ยวกับกองทัพ
นายธนกร ชี้ “ธนาธร” ลืมเรื่อง “พิธา” เคยถามทหารมีไว้ทำไม
นายธนกรกล่าวว่า นายธนาธรอาจจะลืมไปว่านายพิธาเองเคยตั้งคำถามว่า ทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดในการลดขนาดกองทัพและงบประมาณทางด้านการทหารของพรรคก้าวไกลในอดีต หากนายพิธาได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศไทยอาจตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่านี้ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านความมั่นคง
นอกจากนี้ นายธนกรยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคก้าวไกลในอดีต ที่มีแนวโน้มที่จะตัดงบประมาณด้านการทหาร ซึ่งรวมถึงการจัดซื้อเครื่องบินรบ รถถัง และยุทโธปกรณ์อื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความพร้อมของกองทัพในการปกป้องประเทศ หาก “ธนาธร” อย่าลืม “พิธา” เคยบอกทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร จริงๆ แล้ว สถานการณ์ปัจจุบันอาจเลวร้ายกว่านี้มาก
นายธนกรยังได้แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันในการจัดการกับสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน โดยเน้นย้ำถึงความเด็ดขาดและความมุ่งมั่นในการปกป้องอธิปไตยของชาติ
การตอบโต้กันระหว่างนักการเมืองทั้งสองท่าน แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทัพและความสำคัญของกองทัพในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ในขณะที่นายธนาธรอาจมองว่าการลดขนาดกองทัพและการปรับปรุงโครงสร้างกองทัพเป็นสิ่งจำเป็น นายธนกลับมองว่าการมีกองทัพที่เข้มแข็งและพร้อมรบเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องประเทศจากภัยคุกคามภายนอก
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงบทบาทของกองทัพในสังคมไทยและงบประมาณที่เหมาะสมในการสนับสนุนกองทัพ การถกเถียงในประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศ “ธนกร” เหน็บ “ธนาธร” อย่าลืม “พิธา” เคยบอกทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร และส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของรัฐบาลในอนาคต
ดังนั้น การที่นายธนกรออกมาตอบโต้และเน้นย้ำถึงคำพูดเก่าๆ ของนายพิธา จึงเป็นการตอกย้ำถึงความแตกต่างทางความคิดและเป็นการเตือนสติประชาชนให้พิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศอย่างรวดเร็ว
ในท้ายที่สุด การรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยและการจัดสรรงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านความมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ที่มา – “ธนกร” เหน็บ “ธนาธร” อย่าลืม “พิธา” เคยบอกทหารมีไว้ทำไม จะไปรบกับใคร















