วัน: 16 ธันวาคม 2025

มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส

ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า เหตุการณ์มือปืนยิงหาดบอนได มีแรงจูงใจจากกลุ่มไอซิส โดยผู้ก่อเหตุเดินทางไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

เมื่อวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568 ตำรวจออสเตรเลียได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนไดอันน่าสลดใจ โดยระบุว่ามือปืนสองคนที่ก่อเหตุในเทศกาลฮานุกกะห์ที่หาดบอนได นครซิดนีย์ ซึ่งคร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 15 รายนั้น ได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ก่อนที่จะกลับมาก่อเหตุร้ายดังกล่าว และจากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า การกระทำของพวกเขามีแนวโน้มว่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส

เหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุกราดยิงที่ร้ายแรงที่สุดในออสเตรเลียในรอบเกือบ 30 ปี และขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนอย่างละเอียดในฐานะคดีก่อการร้ายที่มีเป้าหมายไปยังชุมชนชาวยิว

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อันน่าเศร้านี้ยังคงอยู่ที่ 15 ราย นอกเหนือจากมือปืนหนึ่งในสองคนที่ถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ตำรวจได้ระบุชื่อของเขาคือ ซาจิด อัคราม วัย 50 ปี ส่วนลูกชายวัย 24 ปีของเขา นาวีด ซึ่งร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ตำรวจยังเปิดเผยอีกว่า พ่อลูกอัครามได้เดินทางไปยังประเทศฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนวัตถุประสงค์ของการเดินทางครั้งนี้อย่างละเอียด

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของฟิลิปปินส์ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองคนได้เดินทางไปยังกรุงมะนิลา และเดินทางต่อไปยังเมืองดาเวาทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน และเดินทางออกจากประเทศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเกิดเหตุกราดยิงที่หาดบอนได

เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้เป็นพ่อเดินทางโดยใช้หนังสือเดินทางอินเดีย ในขณะที่ลูกชายใช้หนังสือเดินทางออสเตรเลีย และเสริมว่ายังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าพวกเขามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายใดๆ หรือได้รับการฝึกฝนในประเทศฟิลิปปินส์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามมีการเคลื่อนไหวในประเทศฟิลิปปินส์ และมีอิทธิพลในบางพื้นที่ของเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เครือข่ายเหล่านี้จะมีขนาดเล็กลงไปมากแล้วก็ตาม

คริสซี บาร์เร็ตต์ ผู้บัญชาการตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ข้อบ่งชี้เบื้องต้นชี้ไปที่การโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มรัฐอิสลาม และย้ำว่า นี่คือการกระทำของผู้ที่เข้าร่วมกับองค์กรก่อการร้าย ไม่ใช่การกระทำที่เกี่ยวข้องกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

ตำรวจยังกล่าวอีกว่า ในรถยนต์ที่จดทะเบียนในชื่อของ นาวีด อัคราม พบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (IEDs) และธงทำมือ 2 ผืนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มไอซิส ซึ่งในขณะนี้ทางการกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจว่าเขาเข้าสู่เส้นทางแห่งความรุนแรงได้อย่างไร

มือปืนยิงหาดบอนได แรงบันดาลใจจากไอซิส

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ มือปืนยิงหาดบอนได ทำให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการก่อการร้ายที่ยังคงมีอยู่ และความสำคัญของการเฝ้าระวังและการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านภัยคุกคามนี้

มือปืนยิงหาดบอนได กับการเดินทางไปฟิลิปปินส์

การเดินทางไปยังฟิลิปปินส์ของผู้ก่อเหตุ มือปืนยิงหาดบอนได ก่อนเกิดเหตุ ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้ายในภูมิภาค

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและภัยคุกคามของการก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มสุดโต่ง ซึ่งต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว เด็ดขาด และมีประสิทธิภาพจากทุกภาคส่วน

ที่มา – มือปืนยิงหาดบอนได ได้แรงบันดาลใจจากไอซิส ไปฟิลิปปินส์ก่อนลงมือ

ปชช. วุ่น! อดีต สส. ลา แฉพรรคพวกมากลากไป

พรรคประชาชนวุ่นหนัก อดีต สส. ตัดใจลา ก่อนแฉพวกมากลากไป ไม่สนใจคนทำงาน

สถานการณ์ภายในพรรคประชาชนวุ่นหนัก หลัง “บ้านใหญ่” แห่ซบและแย่งชิงพื้นที่ ส.ส. แต่กลับเกิดปัญหาภายใน โดยเฉพาะที่ปราจีนบุรี เมื่ออดีตผู้สมัครออกมาแฉยับถึงการตั้งกลุ่มแบ่งมุ้งและพฤติกรรมพวกมากลากไปที่ไม่สนใจคนทำงาน

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าในการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตของพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งพบว่ามีกลุ่ม “บ้านใหญ่” จากตระกูลการเมืองชื่อดังหลายรายตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลับปั่นป่วนเมื่อเกิดความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะในการคัดเลือกตัวแทนผู้ประสงค์ลงสมัคร ส.ส.

มีบุคคลจากตระกูลดังที่น่าสนใจหลายรายที่เข้ามาจองพื้นที่ ได้แก่ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ (อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม) จองพื้นที่นครราชสีมา เขต 7, นางสาวนัฏฐิกา โล่ห์วีระ จองพื้นที่ชัยภูมิ เขต 1 และนายธนวัช ภูเก้าล้วน จองพื้นที่กระบี่ เขต 1

ถึงกระนั้น พรรคยังมีงานหนักที่ต้องสะสางในอีก 5 เขตเลือกตั้งที่ยังไม่สามารถหาตัวผู้สมัครได้ ได้แก่ ขอนแก่น เขต 7, ชัยนาท เขต 2, ปราจีนบุรี เขต 1, อุดรธานี เขต 6 และที่สำคัญที่สุดคือ พะเยา เขต 1 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นที่แข็งแกร่งของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่พรรคยังไม่สามารถหาผู้สมัครที่แข็งแกร่งพอที่จะลงแข่งได้

ปราจีนบุรีระอุ อดีตผู้สมัครลาออกแฉ พรรคประชาชนวุ่น

ในส่วนของพื้นที่ปราจีนบุรี ส่อแววความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเมื่อนายไพทูรย์ นาคหิรัญ อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ปราจีนบุรี (สมัยพรรคก้าวไกล) ได้โพสต์ประกาศยุติบทบาทกับ “พรรคประชาชน” พร้อมเปิดโปงเบื้องลึกเบื้องหลังที่ทำให้พรรคเสียหายอย่างมาก โดยแฉว่ามีผู้ประสานงานภาคล่อลวงให้ลงสมัครพร้อมชักชวนร่วมลงทุนธุรกิจสุรา (หุ้นลม) แต่เมื่อเกิดปัญหาและเป็นข่าวในช่วงเลือกตั้งซ่อมระยอง กลุ่มหุ้นส่วนกลับเงียบหาย ทิ้งหนี้สินและความเสียหายจากโรงงานให้ตนเองรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

นายไพทูรย์ยืนยันว่าตนพยายามช่วยเหลือ “ส.ส.แจ้” (วุฒิพงศ์ ทองเหลา) ในการตรวจสอบการเรียกรับผลประโยชน์จากโรงงานและการตั้งมุ้งของ NGO/นักเคลื่อนไหวนอกพื้นที่ แต่กลับถูกกลุ่มอำนาจในพรรคใช้พวกมากลากไปและโจมตีด้วยหลักฐานเท็จ พร้อมแฉว่าคนของพรรคทั้งในจังหวัดและภาคตะวันออกพยายามตั้งมุ้งเพื่อเลือกคนของตัวเองขึ้นมา โดยไม่ให้ความสำคัญกับสมาชิกที่ทำงานอย่างแท้จริง จนที่สุดต้องตัดสินใจลาออกพร้อมสมาชิกส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว

นายไพทูรย์กล่าวเพิ่มเติมว่านโยบายของพรรคดีทุกอย่าง แต่คนในพรรคบางกลุ่มอาจเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน พยายามตั้งมุ้งเพื่อเลือกคนของตัวเอง และต้องขอโทษประชาชนกว่า 3.1 หมื่นคะแนนที่มอบความไว้วางใจให้

สรุปได้ว่า ปัญหาภายในพรรคประชาชนวุ่น หนักครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการภายในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพรรคต้องเผชิญกับการเข้ามาของกลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่” ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างอำนาจและการจัดสรรผลประโยชน์ภายในพรรค การลาออกของอดีตผู้สมัคร ส.ส. และการออกมาแฉเบื้องหลัง อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของพรรคในสายตาของประชาชน

การที่พรรคไม่สามารถหาผู้สมัครในบางเขตได้ สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากในการดึงดูดบุคลากรที่มีคุณภาพและมีความพร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พรรคมีฐานเสียงไม่แข็งแกร่งนัก พรรคจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและผู้สนับสนุน และเพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ดังนั้น พรรคประชาชนวุ่น เรื่องนี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่พรรคต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขการทำงานภายใน เพื่อให้พรรคสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ หวังว่าพรรคจะรับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่มา – พรรคประชาชนวุ่นหนัก อดีต สส. ตัดใจลา ก่อนแฉพวกมากลากไป ไม่สนใจคนทำงาน

รู้จัก “ศิริกัญญา ตันสกุล” ว่าที่นายกฯ พรรคประชาชน

ชวนรู้จักประวัติ “ไหม – ศิริกัญญา ตันสกุล” แคนดิเดตนายกฯ หญิงคนเดียวของพรรคประชาชน นักเศรษฐศาสตร์สาว รองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย เลือกตั้ง 2569 คราวนี้ มีลุ้นรัฐบาลพรรคเดียวหรือไม่

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 นับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศแล้ว โดยจะเปิดรับสมัครในช่วงวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 นี้แล้ว หลายพรรคการเมืองทยอยเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคประชาชน ประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายนโยบาย แคนดิเดตลำดับที่ 2 และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ฝ่ายยุทธศาสตร์การเมือง และที่ปรึกษาด้านนโยบาย แคนดิเดตลำดับที่ 3

ประวัติ “ศิริกัญญา ตันสกุล”

สำหรับประวัติของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ชื่อเล่น ไหม เกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2524 อายุ 44 ปี (ณ พ.ศ. 2568) จบการศึกษาระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ระดับปริญญาตรีและโทจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เคยทำงานให้กับสถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future Foundation) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

เส้นทางการเมืองของ ศิริกัญญา ตันสกุล

น.ส.ศิริกัญญา เข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายนโยบาย โดยการชักชวนจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น และลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 15 โดยได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สมัยแรก และยังได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 ด้วย. กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นเวลา 10 ปี จากกรณีกู้ยืมเงินจากนายธนาธร จำนวน 191 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

ในขณะนั้น น.ส.ศิริกัญญา พร้อมด้วย สส.ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจึงย้ายมาสังกัดพรรคก้าวไกล และที่ประชุมพรรคได้เลือกให้เป็นรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล มักมีบทบาทสำคัญ โดยรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล แต่ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ซึ่งในเวลาต่อมา สส. ต่างย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ คือ พรรคประชาชน ซึ่งภายหลังการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งแรกในนามพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ชี้แจงว่าไม่มีความประสงค์ในการรับการเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคแข่งกับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จึงเป็นรองหัวหน้าพรรค และยังคงดูแลฝ่ายนโยบายของพรรคเช่นเดิม

ต่อมาวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 พรรคประชาชนเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เสนอเพียง นายณัฐพงษ์ เพียงคนเดียวในบัญชี แต่ในการเลือกตั้ง 2569 ที่จะถึงนี้ พรรคตัดสินใจเสนอชื่อ 3 คน คือ นายณัฐพงษ์, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และ นายวีระยุทธ ที่เชื่อมั่นว่ามีศักยภาพมากพอ พร้อมกับแสดงวิสัยทัศน์และชูนโยบาย “ไทยไม่เทา – ไทยเท่ากัน – ไทยทันโลก” (อ่านเพิ่มเติม : “ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา-วีระยุทธ” ไม่พลิกโผนั่ง 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน) หลังจากนี้คงต้องลุ้นกันต่อว่าการเลือกตั้งใหญ่ครั้งนี้ พรรคประชาชนจะได้เก้าอี้ตามที่คาดหวังว่าอยากจะเป็นรัฐบาลพรรคเดียวหรือไม่ รวมถึงคดี 44 สส. ที่ยังต้องลุ้นกันต่อ เนื่องด้วย น.ส.ศิริกัญญา และ นายณัฐพงษ์ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย.

เจาะลึกประวัติ ศิริกัญญา ตันสกุล

การก้าวเข้าสู่สนามการเมืองของ ศิริกัญญา ตันสกุล นั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง จากนักเศรษฐศาสตร์ สู่ผู้แทนประชาชน และตอนนี้เป็นถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหญิงเพียงคนเดียวของพรรคประชาชน เส้นทางของเธอจะเป็นอย่างไรต่อไป เป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ประวัติ “ศิริกัญญา ตันสกุล” แคนดิเดตนายกฯ หญิงคนเดียวของพรรคประชาชน

วันนอร์-ทวี จัดทัพ! สู้ศึกเลือกตั้ง “พรรคหลัก”

“พรรคประชาชาติ” ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก”ในระบอบนิติบัญญัติ โว “วันนอร์” ทำหน้าที่สมเกียรติ 2 สมัย

วันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก สำนักงานใหญ่พรรคประชาชาติว่า เมื่อเวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ พร้อมพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายซูการ์โน มะทา เลขาธิการและอดีต สส. ยะลา พร้อม อดีต สส. ของพรรคประชาชาติ และคณะกรรมการบริหารพรรค ประชุมร่วมกัน ในวาระต่างๆ เช่น ประชุมคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. เพื่อหารือสถานการณ์ทางการเมืองและเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้กล่าวขอบคุณ อดีต สส., คณะกรรมการบริหารพรรค และบุคลากรของพรรคที่ทำให้ประชาชนทุกคนรู้ว่า พรรคประชาชาติยังอยู่

ขณะที่ พันตำรวจเอก ทวี กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมพลังในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านทางการเมือง โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชาติ พร้อมประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก” ของประเทศ ซึ่งคำว่าพรรคหลัก ไม่ได้วัดกันที่จำนวนตัวเลขของผู้แทน ที่มีจำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการทำหน้าที่เป็น “หลัก” ในสถาบันนิติบัญญัติตลอด 2 สมัยที่ผ่านมา

“ในระบอบนิติบัญญัติ พรรคประชาชาติ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สส. ของพรรคทุกคน ได้ทำหน้าที่เป็นหลักให้กับฝ่ายนิติบัญญัติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอาจารย์วันนอร์ ที่ทำหน้าที่ประธานสภาฯ อย่างสมเกียรติ” พันตำรวจเอก ทวี กล่าว

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรค มีความจำเป็นต้องคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เพื่อให้การบริหารงานพรรคเป็นไปอย่างต่อเนื่องและถูกกฎหมาย เตรียมพร้อมขับเคลื่อนพรรคสู่สนามเลือกตั้งอย่างเต็มภาคภูมิ ภายใต้อุดมการณ์ “เติบโตด้วยศรัทธา ยั่งยืนเพื่อประชาชน”

พันตำรวจเอก ทวี ยังได้กล่าวปลุกพลังสมาชิกพรรคให้ร่วมกันสร้างพรรคประชาชาติให้เป็น “สถาบันทางการเมือง” ที่ยั่งยืน ข้ามพ้นวัฏจักรเดิมๆ ของการเมืองไทย

พรรคประชาชาติประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก” ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

พรรคประชาชาติภายใต้การนำของ วันนอร์ มะทา และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง ด้วยการประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก” ในระบอบนิติบัญญัติ พวกเขาเน้นย้ำว่า ความเป็น “พรรคหลัก” ไม่ได้อยู่ที่จำนวน ส.ส. เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การทำหน้าที่อย่างมีคุณภาพและเป็นที่พึ่งของประชาชน

อะไรคือความหมายของการเป็น “พรรคหลัก” ในมุมมองของพรรคประชาชาติ

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้อธิบายว่า การเป็น “พรรคหลัก” หมายถึงการทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพในสถาบันนิติบัญญัติ การเป็นปากเสียงให้กับประชาชน และการเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคม พรรคประชาชาติเชื่อมั่นว่า พวกเขามีประสบการณ์และความพร้อมที่จะทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีที่สุด

การปรับโครงสร้างภายในพรรคก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง โดยพรรคประชาชาติกำลังคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

พรรคประชาชาติยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ “เติบโตด้วยศรัทธา ยั่งยืนเพื่อประชาชน” และมุ่งมั่นที่จะสร้างพรรคให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่เข้มแข็งและยั่งยืน สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก” ของพรรคประชาชาติในการเลือกตั้งครั้งหน้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นของพรรคในการที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ และแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ มาร่วมติดตามกันว่า พรรคประชาชาติจะสามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ได้หรือไม่

ที่มา – “วันนอร์-ทวี” จัดทัพพรรคประชาชาติ สู้ศึกเลือกตั้ง 69 ประกาศตัวเป็น “พรรคหลัก” ในระบอบนิติบัญญัติ

ตร.ตรวจเข้มถนน 348 จับผู้นำชุมชนต้องสงสัย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตร.ตรวจเข้มถนน 348 บริเวณจังหวัดสระแก้ว หลังทหารใช้กฎอัยการศึกจับกุม “ผู้นำชุมชนโคกสูง” ที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับส่งข้อมูลให้กัมพูชา ข่าวนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกระแสข่าวที่ว่าผู้นำชุมชนรายดังกล่าวอาจเป็นชาวกัมพูชาที่ถือสัญชาติไทย ซึ่งจุดประกายความสงสัยในกระบวนการออกบัตรประชาชนและการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นำท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการตร.ตรวจเข้มถนน 348 ซึ่งเป็นเส้นทางอรัญประเทศ–โคกสูง–ตาพระยา หลังตรวจพบผู้ต้องสงสัยลักลอบส่งข้อมูลให้กับฝ่ายกัมพูชา โดยผู้ต้องสงสัยรายนี้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลโคกสูง

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของกองกำลังบูรพา โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วัน เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม การจับกุมครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มกำลังในการตั้งจุดตรวจบนถนน 348 ตรวจสอบรถยนต์ทุกคันที่เข้าออกพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมสอบถามเส้นทางและตรวจบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น

นอกจากมาตรการตร.ตรวจเข้มถนน 348 แล้ว ผู้สื่อข่าวยังได้ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ในหมู่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว พบว่ายังมีประชาชนบางส่วนที่ตัดสินใจอาศัยอยู่ในบ้านเรือนของตนเอง แม้สถานการณ์ชายแดนจะยังคงตึงเครียด เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่พวกเขาไม่สามารถทิ้งไว้ได้

นายจีระศักดิ์ อายุ 25 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่เมื่อทราบข่าวเหตุปะทะ จึงรีบเดินทางกลับมาอพยพพ่อแม่และครอบครัวไปยังพื้นที่ปลอดภัย จากนั้นจึงอาสากลับมาเฝ้าบ้านเพียงลำพัง เนื่องจากเป็นห่วงแพะที่เลี้ยงไว้กว่า 25 ตัว ในช่วงที่มีการยิงปะทะอย่างหนัก เขาต้องย้ายแพะออกจากหมู่บ้านไปเลี้ยงไว้กลางทุ่งเพื่อความปลอดภัย

นอกจากความกังวลเรื่องสัตว์เลี้ยงแล้ว ชาวบ้านยังแสดงความเป็นห่วงว่าอาจจะเกิดความไม่สะดวกแก่เจ้าหน้าที่ทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณแนวหน้า ในขณะที่ผู้สื่อข่าวกำลังสัมภาษณ์อยู่นั้น ยังคงได้ยินเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะๆ

ตร.ตรวจเข้มถนน 348

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านในพื้นที่แสดงความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีกระแสข่าวว่าผู้นำชุมชนที่ถูกจับกุมอาจเป็นชาวกัมพูชาที่ถือสัญชาติไทย ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยและคำถามมากมายเกี่ยวกับกระบวนการออกบัตรประชาชนและการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นำท้องถิ่น

ชาวบ้านรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า “เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง หากคนต่างด้าวสามารถเข้ามาเป็นผู้นำชุมชนเหนือหัวคนไทยได้ เรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำอีก” พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐและรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดน

ความคืบหน้าล่าสุด ตร.ตรวจเข้มถนน 348

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประชาชนในพื้นที่ การตร.ตรวจเข้มถนน 348 ในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และการป้องกันการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นภัยต่อประเทศชาติ

สถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีความตึงเครียด และการจับกุมผู้นำชุมชนที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับ ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติของผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทบทวนและปรับปรุงกระบวนการเหล่านี้ให้มีความเข้มงวดและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ตร.ตรวจเข้มถนน 348 หลังทหารใช้กฎอัยการศึก จับ “ผู้นำชุมชน” ต้องสงสัยสายลับกัมพูชา

ยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด มีผลแล้ว!

เฮ! ข่าวดีสำหรับชาวตราด กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ประกาศ ยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด อย่างเป็นทางการแล้ว มีผลบังคับใช้ทันที! หลังจากที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ภัยคุกคามจากภายนอกราชอาณาจักรได้เรียบร้อยแล้ว การยกเลิกครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พลเรือโท อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ลงนามในประกาศยกเลิกการห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศใช้ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดตราด ได้แก่ อำเภอคลองใหญ่ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอแหลมงอบ และอำเภอ บ่อไร่ มีผลตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2568

การตัดสินใจยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด ในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมภัยคุกคามต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พิจารณาเห็นสมควรให้ยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

ทำไมถึงมีการยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด?

เหตุผลหลักในการยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด คือ สถานการณ์ที่เคยเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้ถูกควบคุมและจัดการจนอยู่ในระดับที่น่าพอใจแล้ว นอกจากนี้ การยกเลิกเคอร์ฟิว ยังเป็นการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน รวมถึงเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาในภาพรวม

การประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวมีผลบังคับใช้ทันที ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป นั่นหมายความว่า พี่น้องประชาชนใน 5 อำเภอที่กล่าวมา สามารถเดินทางและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างอิสระ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาอีกต่อไป สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติ รวมถึงช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

แน่นอนว่าการยกเลิกเคอร์ฟิวครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความยินดีให้กับชาวตราดเป็นอย่างมาก พวกเขาต่างตั้งตารอที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ได้ทำมาค้าขาย และได้ท่องเที่ยวพักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิกเคอร์ฟิวแล้ว สิ่งสำคัญคือการที่ทุกคนยังคงต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์กลับไปเลวร้ายลงอีกครั้ง การดูแลรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล การหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง และการรายงานข้อมูลที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคน

หวังว่าการยกเลิกเคอร์ฟิวในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดตราด ให้กลับมาเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – ยกเลิกเคอร์ฟิว 5 อำเภอ จ.ตราด หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว-มีผลทันที

นิวคาสเซิลผีเข้าผีออก ทำฮาว ‘รู้สึกแย่’

เอ็ดดี้ ฮาว ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด กล่าวว่ามันเป็น “ความรู้สึกที่แย่มาก” ที่ไม่รู้ว่าเขาจะได้อะไรจากทีมของเขา

ฮาวคิดว่านิวคาสเซิลได้ “พลิกสถานการณ์” ด้วยชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเดือนพฤศจิกายน และการไม่แพ้ใคร 4 เกมล่าสุด แต่น่าเสียดายที่ความพ่ายแพ้ 1-0 ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาต่อคู่ปรับตลอดกาลอย่างซันเดอร์แลนด์ เป็นเหมือนการเขย่าระบบ

นิวคาสเซิลเล่นได้อย่างน่าผิดหวังหลังจากที่ฮาวส่งทีมของเขาไปเล่นแบบรัดกุมมากกว่าที่จะเล่นแบบกล้าได้กล้าเสียที่สเตเดียมออฟไลต์

ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ที่ 12 ในตารางพรีเมียร์ลีก โดยชนะเกมเยือนในลีกเพียงเกมเดียวตั้งแต่กลางเดือนเมษายน และฮาวก็ดูหงุดหงิดเมื่อประเมินความไม่สอดคล้องกันของทีมของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน

“มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก เพราะเมื่อคุณเข้าสู่เกม คุณต้องการให้ผู้เล่นของคุณลงไปในสนามและมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ในจิตวิญญาณและร่างกายของพวกเขาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นบวก” ฮาวกล่าวเมื่อวันอังคาร

“นั่นคือสิ่งเดียวที่ฉันเคยขอให้ผู้เล่นทำ จากนั้นฉันสนับสนุนความสามารถของพวกเขาเมื่อพวกเขาลงไปในสนามด้วยความคิดนั้นเพื่อส่งมอบผลงานที่ดีจริงๆ”

“มีอยู่สองสามครั้งในฤดูกาลนี้ที่ฉันออกจากเกมโดยไม่แน่ใจในเรื่องนั้น และนั่นคือเรื่องของสภาพจิตใจ นั่นคือการรู้ว่าคุณกำลังเป็นตัวแทนของตัวเองและครอบครัวของคุณเมื่อคุณเข้าสู่สนาม”

“งานของคุณคือทำอย่างดีที่สุด และฉันคิดว่าเราสูญเสียสิ่งนั้นไปเล็กน้อย และขึ้นอยู่กับเราที่จะพยายามหาวิธีที่จะนำกาวนั้นกลับมา”

การใช้ความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในเกมเยือนที่เจ็บปวดเพื่อกลับมาให้ได้กลายเป็นธีมที่เกิดขึ้นประจำสำหรับนิวคาสเซิลในฤดูกาลนี้ หลังจากความพ่ายแพ้ต่อเบรนท์ฟอร์ด, เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และมาร์กเซย ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา และฮาวกล่าวว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการให้ทีมของเขาเป็น

แต่นิวคาสเซิลต้องกลับมารวมตัวกันอย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อทีมของฮาวพบกับฟูแลมในรอบก่อนรองชนะเลิศของคาราบาวคัพที่เซนต์เจมส์พาร์กในวันพุธนี้

บรูโน กิมาไรส์ กัปตันทีมยอมรับว่านิวคาสเซิลจะไม่สามารถ “แก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง” ได้อย่างแท้จริง จนกว่า Tyne-Wear derby ครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม โดยเรียกผลงานของทีมของเขาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “เละเทะ”

ฮาวกล่าวว่าการพูดคุยนอกสนามเป็น “สิ่งสำคัญ” แต่หัวหน้าโค้ชเน้นย้ำว่ามัน “ด้อยความสำคัญเมื่อเทียบกับความตั้งใจที่จะเตรียมตัว”

“ความคิดเห็นของบรูโนถูกต้อง 90% ในตอนแรก” ฮาวกล่าว “ฉันไม่คิดว่าเราเละเทะ ฉันไม่คิดว่าส่วนอื่นๆ ของความคิดเห็นดั้งเดิมของเขานั้นผิด”

“เราไม่ได้เละเทะ เรามีการจัดการที่ดีมาก เราแค่ไม่ได้ส่งมอบผลงานที่เราต้องการ”

“บรูโนเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมสูง และนั่นคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จของเขา นั่นคือเหตุผลที่เขาเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสำหรับเราและผู้นำสำหรับเรา”

“เป็นการทำให้แน่ใจว่าข้อความของเราถูกต้องต่อโลกภายนอก ตอนนี้ความคิดของเราคือเราไม่สามารถส่งผลกระทบต่ออดีตได้ เราทำได้เพียงส่งผลกระทบต่ออนาคต เราต้องทำเช่นนั้นในวันนี้”

นิวคาสเซิลจะต้องทำเช่นนั้นโดยไม่มีแดน เบิร์น กองหลังคนสำคัญ ซึ่งต้องพัก 4-6 สัปดาห์หลังจากซี่โครงหักและปอดทะลุในการแข่งขันดาร์บี

นิวคาสเซิลผีเข้าผีออก ทำฮาว ‘รู้สึกแย่’

นิวคาสเซิลผีเข้าผีออก เป็นปัญหาเรื้อรังที่เอ็ดดี้ ฮาว ต้องเร่งแก้ไขอย่างด่วนที่สุด หากหวังจะพาทีมกลับไปสู่ฟอร์มที่แข็งแกร่งอีกครั้ง การขาดความสม่ำเสมอในการเล่นทำให้ทีมเสียคะแนนสำคัญไปมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมเยือน

ทำไมนิวคาสเซิลผีเข้าผีออกถึงเป็นปัญหาใหญ่?

ความไม่แน่นอนในการเล่นของทีม ส่งผลเสียต่อขวัญกำลังใจของผู้เล่น ทำให้ยากต่อการวางแผนกลยุทธ์ และทำให้แฟนบอลผิดหวัง นอกจากนี้ ยังทำให้ทีมอื่นๆ มองเห็นจุดอ่อนและใช้ประโยชน์จากมันได้ง่ายขึ้น

เพื่อให้นิวคาสเซิลผีเข้าผีออก กลายเป็นอดีต เอ็ดดี้ ฮาว อาจต้องพิจารณาปรับปรุงในหลายด้าน เช่น การเสริมสร้างสภาพจิตใจของผู้เล่น การปรับปรุงแทคติกให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และการสร้างความสมดุลในทีม

แม้จะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่ก็ยังมีเหตุผลให้แฟนๆ นิวคาสเซิลมีความหวัง การมีผู้จัดการทีมอย่างเอ็ดดี้ ฮาว ที่มีความสามารถและทุ่มเท รวมถึงผู้เล่นที่มีคุณภาพ ทำให้ทีมมีศักยภาพที่จะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง

สิ่งสำคัญคือการสนับสนุนให้ทีมมีความอดทนและทำงานหนักต่อไป เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคและกลับไปสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ

ถึงแม้ฟอร์มการเล่นของนิวคาสเซิลจะดูเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่พวกเขายังมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองในเกมคาราบาวคัพที่จะพบกับฟูแลม และหวังว่าพวกเขาจะสามารถพลิกสถานการณ์และสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้

ที่มา – Erratic Newcastle give Howe ‘horrible feeling’

ตรัยวรรธน์ ซัด! ตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม

กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เมื่อ “ตรัยวรรธน์” ออกมาคัดค้านมติของเลขาธิการพรรคประชาชน ที่ตัดสินใจตัดสิทธิในการลงสมัคร สส.ของตนเองในเขตสมุทรปราการ เขต 8 งานนี้เจ้าตัวเตรียมเดินหน้าทวงความยุติธรรมอย่างถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานถึงความคืบหน้าในการคัดสรรผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งแม้ว่าจะมีการคัดสรรผู้สมัคร สส.ครบทั้ง 400 เขตแล้ว และได้มีการประกาศรายชื่อเพื่อให้สมาชิกพรรคสามารถส่งข้อมูลหรือรายงานพฤติการณ์ของผู้สมัคร สส.แต่ละคนได้โดยตรง จนกว่าพรรคจะดำเนินการส่งรายชื่อผู้สมัครในช่วงวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 ที่จะถึงนี้

ล่าสุด นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีต สส.สมุทรปราการ เขต 8 จากพรรค ปชน. ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “เรียน พ่อแม่พี่น้องประชาชน และผู้สนับสนุนที่รักและเคารพทุกท่าน ผม นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีต สส.สมุทรปราการ เขต 8 ขอเรียนว่าผมไม่สามารถยอมรับมติของเลขาธิการพรรคที่ได้ทำการตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม ในครั้งนี้”

ตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้มีมติเสียงส่วนใหญ่ให้นายตรัยวรรธน์ อิ่มใจ เป็นผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 8 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 (เวลา 00.43 น. ของคืนวันที่ 15 ธันวาคม 2568) แต่ในเวลา 12.28 น. ของวันเดียวกัน เลขาธิการพรรคได้โทรศัพท์มาแจ้งกับตนว่าให้ถอนตัวจากการเป็นผู้สมัคร สส. ในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อสอบถามถึงเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงมติของกรรมการบริหารพรรค เลขาธิการพรรคได้อ้างถึงสิทธิการวีโต้จากเลขาธิการพรรคและหัวหน้าพรรคเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนแปลงมติของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดได้

“ตรัยวรรธน์” ซัดเลขาธิการพรรคประชาชน ตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม

นายตรัยวรรธน์ มองว่าการกระทำดังกล่าวไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นการใช้ระบบเผด็จการในการตัดสินพิจารณาตนเอง จึงขอยืนยันด้วยความสัตย์จริงต่อประชาชนที่ให้การสนับสนุนตนมาโดยตลอด ด้วยคะแนนเสียง 46,539 คะแนน จากประชาชนในอำเภอบางบ่อและอำเภอบางเสาธง ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่เป็น สส. เป็นเวลา 2 ปี 7 เดือน ตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นจึงขอเดินหน้าต่อในเส้นทางการเมืองเพื่อทวงสิทธิและคืนความยุติธรรมให้กับตนเอง และไม่ขอยอมรับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น

เรื่องนี้สอนอะไร

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคการเมือง และการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการเมืองได้ การตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม เช่นนี้ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพรรค

  • ความสำคัญของความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการตัดสินใจทางการเมือง
  • ผลกระทบของการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
  • บทบาทของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและพรรคการเมือง

การออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยและการเรียกร้องความเป็นธรรมของนายตรัยวรรธน์ ถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ให้คำนึงถึงความถูกต้องและเป็นธรรมในการดำเนินงาน และรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง

ในกรณีนี้ การถูกตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่านักการเมืองและพรรคการเมืองต้องยึดมั่นในหลักการของธรรมาภิบาล และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ หากขาดซึ่งคุณธรรมและความโปร่งใส ก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการสูญเสียความไว้วางใจจากประชาชนได้

การที่นายตรัยวรรธน์ตัดสินใจที่จะเดินหน้าทวงความยุติธรรม ถือเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่พึงกระทำได้ และเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคมที่จะร่วมกันตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพื่อให้การเมืองไทยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนต่อไป

ที่มา – “ตรัยวรรธน์” ซัดเลขาธิการพรรคประชาชน ตัดสิทธิ์สมัคร สส. ไม่เป็นธรรม

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล: เส้นทางสู่แคนดิเดตนายกฯ

เปิดประวัติ “ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 2569 ที่กำลังจะมาถึง

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 พรรคพลังประชารัฐได้ประกาศรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ 2569 ซึ่งประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศให้วันที่ 27-28 ธันวาคม 2568 เป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง และกำหนดวันเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ประวัติ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2494 ปัจจุบันอายุ 74 ปี ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคฝ่ายเศรษฐกิจ พรรคพลังประชารัฐ เป็นบุตรของ ร้อยตรีถาวร ภูวนาถนรานุบาล และ นางมันทนา ภูวนาถนรานุบาล ธีระชัยสมรสกับนางวรรณพร ภูวนาถนรานุบาล มีบุตร 3 คน คือ ธนพร ภูวนาถนรานุบาล, คณิน ภูวนาถนรานุบาล และฐานิตา ภูวนาถนรานุบาล

การศึกษาของ ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ระดับมัธยมปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เมื่อปี พ.ศ. 2512 ระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก London School of Economics and Political Sciences ประเทศอังกฤษ เมื่อปี พ.ศ. 2517 ต่อจากนั้นได้สำเร็จหลักสูตรประกาศนียบัตรสอบบัญชีชั้นสูง The Fellow of Chartered Accountants สถาบันการสอบบัญชีของประเทศอังกฤษ ในปี 2520 และหลักสูตร Senior Managers in Government ที่ John F. Kennedy School มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2544

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและประกาศนียบัตรสอบบัญชีชั้นสูง ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ได้เข้าปฏิบัติงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2520 โดยเริ่มทำงานด้านกำกับและพัฒนาสถาบันการเงินในช่วงปี พ.ศ. 2534 – 2536 ได้ย้ายไปดูแลงานด้านการบริหารเงินทุนสำรองของประเทศ และในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจไทยปี พ.ศ. 2540 ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ดูแลเรื่องการตรวจสอบและวิเคราะห์ธนาคารพาณิชย์ตามนโยบายเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบสถาบันการเงิน รวมถึงการสั่งระงับการดำเนินกิจการของสถาบันการเงิน 56 แห่ง

ในปี พ.ศ. 2541 ได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยสายนโยบายการเงิน และในปี พ.ศ. 2545 ได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าการเสถียรภาพการเงิน ก่อนที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2546 และต่อวาระการดำรงตำแหน่งอีก 1 สมัย เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2551 โดยได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554

เส้นทางการเมือง

ต่อมาได้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทั่งวันที่ 15 มีนาคม 2566 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี (ในขณะนั้น) และเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ทำการเปิดตัว นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้ง 2569 มีพรรคต่างๆ ทั้งเก่าและใหม่ลงสนามสู้ศึก หลังจากนี้เตรียมจับตาว่าในการเลือกตั้งใหญ่ พรรคการเมืองใดจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใคร ใครจะเป็นผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และจะมีนโยบายอะไรบ้างที่น่าสนใจ เราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะผลการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – ประวัติ “ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล” แคนดิเดตนายกฯ พปชร. สู้ศึกเลือกตั้ง 2569