วัน: 17 ธันวาคม 2025

ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี


ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี

หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าของอินเตอร์ ไมอามี ได้เซ็นสัญญาขยายเวลาอยู่กับสโมสรในเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ (MLS) ไปอีก 1 ปี หรือจนถึงฤดูกาล 2026

ซัวเรซ ทำไป 17 ประตูและ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 50 นัดในทุกรายการแข่งขันเมื่อปี 2025 โดยมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ไมอามี คว้าแชมป์ MLS Cup เป็นครั้งแรก ด้วยการเอาชนะแวนคูเวอร์ ไวต์แคปส์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อดีตกองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งจะมีอายุครบ 39 ปีในเดือนหน้า ย้ายมาร่วมทีม MLS ก่อนเริ่มฤดูกาล 2024 และได้กลับมาร่วมงานกับเพื่อนร่วมทีมเก่าจากบาร์เซโลนาอย่างลิโอเนล เมสซี, เซร์คิโอ บุสเกตส์ และจอร์ดี อัลบา อีกครั้ง

แม้ว่าบุสเกตส์ และอัลบา สองอดีตนักเตะทีมชาติสเปน จะประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วหลังจากการคว้าแชมป์ MLS Cup แต่ซัวเรซ ตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับไมอามีต่อไป หลังจากสัญญาฉบับเก่าหมดลงช่วงสั้น ๆ ทำให้เขาได้เล่นร่วมกับเมสซี ซึ่งเซ็นสัญญาจนถึงปี 2028 เมื่อเดือนตุลาคม

ตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งในสหรัฐอเมริกา อดีตกองหน้าลิเวอร์พูลอย่างซัวเรซ ซึ่งยังช่วยให้ไมอามีคว้าแชมป์ Supporters’ Shield ในฤดูกาลแรกของเขา ยังคงสร้างประเด็นโต้เถียงอย่างต่อเนื่อง

ซัวเรซ ถูกแบน 9 นัด จากการถ่มน้ำลายใส่ทีมงานของซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส หลังจากการพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ League Cup เมื่อเดือนสิงหาคม

ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) แบน 8 นัดในปี 2011 หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาเหยียดผิว ปาทริซ เอฟรา กองหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ เขายังเคยถูกแบนมาแล้ว 3 ครั้ง – กับอาแจ็กซ์, อุรุกวัย และลิเวอร์พูล – ในข้อหาเดียวกันคือการกัดคู่ต่อสู้

อินเตอร์ ไมอามี ซึ่งมีเดวิด เบ็คแฮม เป็นเจ้าของร่วม ยังได้เซ็นสัญญากับ เซร์คิโอ เรกีลอน อดีตแบ็กซ้ายของท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และเรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัว ในสัปดาห์นี้อีกด้วย

ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี

ทำไมซัวเรซถึงตัดสินใจต่อสัญญากับ อินเตอร์ ไมอามี

การตัดสินใจของ ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง ทั้งความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมทีมอย่างเมสซี รวมถึงความต้องการที่จะประสบความสำเร็จกับสโมสรแห่งนี้ต่อไป นอกจากนี้ การใช้ชีวิตในเมืองไมอามีก็อาจมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจของเขาด้วย

แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นของซัวเรซยังคงเป็นที่ต้องการของทีม แม้ว่าอายุจะมากขึ้นแต่เขาก็ยังคงเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพและสร้างความแตกต่างได้เสมอ การที่ ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี จึงเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลของทีม

การที่ อินเตอร์ ไมอามี ตัดสินใจต่อสัญญากับ ซัวเรซ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในตัวเขาและประสบการณ์ที่เขาสามารถนำมาสู่ทีมได้ ซัวเรซยังคงเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญต่อทีมและสามารถช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จได้

การมีผู้เล่นอย่างซัวเรซในทีม จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นคนอื่น ๆ และช่วยยกระดับการเล่นของทีมได้อีกด้วย แน่นอนว่าการที่ หลุยส์ ซัวเรซ ต่อสัญญา อินเตอร์ ไมอามี 1 ปี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการคว้าแชมป์ให้กับทีมในฤดูกาลหน้า

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจของซัวเรซในการต่อสัญญา ถือเป็นการตัดสินใจที่ win-win ทั้งสองฝ่าย อินเตอร์ ไมอามีได้ผู้เล่นคุณภาพไว้ใช้งานต่อ ส่วนซัวเรซก็ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคยและมีโอกาสประสบความสำเร็จต่อไป

การที่ซัวเรซอยู่ต่อ จะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งในแนวรุก และมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้มากขึ้นในอนาคต

ที่มา – Suarez signs one-year deal to stay at Inter Miami

นายกฯ ปลื้ม นานาชาติร่วมถกต้านสแกมเมอร์

นายกฯ ปลื้มนานาชาติร่วมถกต้านสแกมเมอร์ เผยจีนขอบคุณไทยส่งตัวร้ายกลับประเทศ แซะกัมพูชาเบี้ยวประชุมชี้เห็นเจตนาบางอย่าง

วันที่ 17 ธันวาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังร่วมงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้คือผลสำเร็จจากการที่รัฐบาลไทยเคยอาสาเป็นเจ้าภาพไว้ในเวทีเอเปกและอาเซียน ซึ่งได้รับความร่วมมือดีเกินคาด มีรัฐมนตรีอาวุโสจากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นานาชาติให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก อย่างประเทศโมร็อกโกที่ส่งรัฐมนตรีมาถึง 3 คน ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนส่งนายหลิว จง อี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบสแกมเมอร์มาร่วมด้วย และวันนี้ได้เจอกับนายหลิว จง อี คำแรกที่เขาพูดคือขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความร่วมมืออย่างดี โดยเฉพาะการส่งตัวอาชญากรตัวร้ายๆ กลับไปดำเนินคดีที่จีน ซึ่งในอดีตไม่เคยมีการส่งตัวในลักษณะนี้มาก่อน

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การยึดทรัพย์และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผ่านมา ไม่ได้ทำเพื่อตามกระแสสังคม แต่เป็นการทำลายเครือข่ายคนชั่วที่เชื่อมโยงกันอย่างจริงจัง ส่วนประเด็นที่ประเทศกัมพูชาไม่ส่งตัวแทนมาร่วมประชุม ก็แสดงให้เห็นถึงอะไรบางอย่าง แต่ไทยในฐานะเจ้าภาพไม่ได้กังวล เพราะเราแยกแยะออกระหว่างปัญหาชายแดนกับความร่วมมือสากล และการที่กัมพูชาไม่มาก็ไม่มีผลกระทบต่อการเดินหน้าของไทย เพราะเรามีแผนงานชัดเจนใน “ถ้อยแถลงกรุงเทพฯ” ที่ประกอบด้วย 5P Policy (นโยบาย) Protection (การคุ้มครอง) Prosecution (การฟ้องร้องดำเนินคดี) Partnership (พันธมิตรความร่วมมือ) Prevention (การป้องกัน) ทั้งหมดนี้เป็นการส่งสัญญาณไปทั่วโลกว่า ประเทศไทยเอาจริงกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบ

นายกฯ ปลื้มนานาชาติร่วมถกต้านสแกมเมอร์

จากข่าวที่ท่านนายกฯ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความสำเร็จในการจัดการประชุมนานาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือ สแกมเมอร์นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่กำลังแพร่หลายในปัจจุบัน การที่นานาชาติให้ความสนใจและเข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียงเป็นสัญญาณที่ดีว่าทั่วโลกกำลังตระหนักถึงภัยคุกคามจากสแกมเมอร์และพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ความสำคัญของการร่วมมือระหว่างประเทศในการต้านสแกมเมอร์

การที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น โมร็อกโก จีน หรือชาติอื่นๆ ต่างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แสดงให้เห็นว่าปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก การร่วมมือกันระหว่างประเทศจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามสแกมเมอร์และการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศจีน ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติว่าประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกประเทศในการต่อต้านอาชญากรรมทุกรูปแบบ

นอกจากนี้ นโยบาย 5P ที่รัฐบาลไทยนำมาใช้นั้นเป็นแนวทางที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตั้งแต่การคุ้มครองประชาชน การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด การสร้างพันธมิตรความร่วมมือ การป้องกันอาชญากรรม ไปจนถึงการกำหนดนโยบายที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตรวจจับและป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถเอาชนะสแกมเมอร์ได้

การที่นายกฯ ปลื้มนานาชาติร่วมถกต้านสแกมเมอร์ นั้นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่เรายังต้องทำงานกันต่อไปอย่างหนักเพื่อให้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์หมดไปจากสังคมไทยและสังคมโลก

มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านสแกมเมอร์! หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย อย่าลังเลที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – นายกฯ ปลื้มนานาชาติร่วมถกต้านสแกมเมอร์ เผยจีนขอบคุณไทยส่งตัวร้ายกลับประเทศ

คุณากร ซบกล้าธรรม! อดีต สส.ส้ม นนทบุรี เปิดตัวแล้ว

กล้าธรรมเปิดตัว “คุณากร” อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ลงสมัครบ้านเกิด กทม. “ไผ่ ลิกค์-อนุดิษฐ์” ผงาดคุมเมืองหลวง ลั่นส่งครบทุกเขต หวังปักธง

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ที่พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค พร้อมด้วย นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค เปิดตัวนายคุณากร มั่นนทีรัย อดีต สส.นนทบุรี เขต 6 พรรคประชาชน (ปชน.) ลงสมัคร สส.กทม.เขต 8 ในนามพรรคกล้าธรรม พร้อมกับ ผู้สมัคร สส.กทม. ประกอบด้วย นายณรงค์ชัย เมืองครอง น.ส.ปวริศา คุณาวรนนท์ นายศุข ศักดิ์รงค์เดช นายณัฐดัย หลำแสงกุล นายเสฐียรพงษ์ สำแดงสุข นายเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ นายนรุตม์ชัย บุนนาค

นายไผ่ ลิกค์ กล่าวว่า ตนได้รับความไว้วางใจให้ดูแลการเลือกตั้งพื้นที่ กทม.ร่วมกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม โดยพรรคได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทำงาน รวมถึงนายคุณากร ซึ่งถือเป็นคนรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ทางการเมือง มีแนวทางการทำงานเดียวกันจริงๆ แล้วยังมีผู้สมัคร สส.กทม.อีกหลายคน ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มาทำงานในภาค กทม. และเท่าที่ได้พูดคุย ตนรับประกันว่า ถ้าเปิดตัวมาว้าวแน่นอน เร็วๆ นี้จะเปิดตัว ซึ่งพรรคส่งทุกเขต

ด้านนายคุณากร กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายมาพรรคกล้าธรรมว่า พรรคกล้าธรรม ไม่ได้แค่คิด แต่ลงมือทำเลย ฉะนั้น สิ่งที่อยากทำให้ประชาชนตนก็อยากทำเลย อยากให้ประชาชนไว้วางใจว่าพรรคกล้าธรรม ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ และทำมาดี จึงเป็นแนวคิดที่ทำให้ตนตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรค กล้าธรรม ซึ่งมีอุดมการณ์เดียวกันคือ คิดแล้วทำเลย

เปิดตัว “คุณากร” อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ซบกล้าธรรม เผยอุดมการณ์เดียวกัน “คิดแล้วทำเลย”

การเปิดตัวนายคุณากร มั่นนทีรัย อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมทัพที่สำคัญของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่พรรคตั้งเป้าหมายที่จะส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขต

ทำไม “คุณากร” ถึงเลือกพรรคกล้าธรรม?

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นายคุณากรตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม คืออุดมการณ์ที่ตรงกันในเรื่องของการ “คิดแล้วทำเลย” ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการทำงานที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่พรรคกล้าธรรมมีทีมงานที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์ทางการเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้นายคุณากรเชื่อมั่นว่า พรรคกล้าธรรมจะเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เขาได้ใช้ความรู้ความสามารถในการทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างเต็มที่

การย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรมของ “คุณากร” ไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของตัวเขาเอง แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและนนทบุรีอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคส้มเดิม ที่อาจหันมาให้ความสนใจกับพรรคกล้าธรรมมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งหน้ายังคงเป็นสนามแข่งขันที่เปิดกว้าง และทุกพรรคการเมืองจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อ завоевать ใจประชาชน การเข้ามาของคุณากรจะช่วยให้พรรคกล้าธรรมเข้าถึงประชาชนในพื้นที่นนทบุรีได้มากขึ้นหรือไม่ และการ “คิดแล้วทำเลย” จะเป็นนโยบายที่โดนใจคนกรุงเทพฯ หรือไม่ คงต้องติดตามดูกันต่อไป

การเปิดตัว “คุณากร” อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ที่ซบพรรคกล้าธรรม และประกาศอุดมการณ์ “คิดแล้วทำเลย” เป็นสัญญาณที่น่าสนใจถึงการเปลี่ยนแปลงในวงการการเมืองไทย การตัดสินใจของเขาจะส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร และพรรคกล้าธรรมจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เปิดตัว “คุณากร” อดีต สส.ส้ม นนทบุรี ซบกล้าธรรม เผยอุดมการณ์เดียวกัน “คิดแล้วทำเลย”

นายกฯ มุ่งมั่น! ต้านสแกมเมอร์ ผลักดันแถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ย้ำอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์เป็นภัยคุกคามระดับโลก ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” พรุ่งนี้ ก้าวสำคัญขับเคลื่อนความร่วมมือระดับโลก

เมื่อเวลา 18.30 น. ณ ห้อง Ballroom 1 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษและร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำผู้เข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (International Conference on the Global Partnership against Online Scams) ซึ่งเป็นการประชุมที่ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระหว่างวันที่ 17–18 ธันวาคม 2568 เพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (online scams)

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสกล่าวในงานเลี้ยงรับรองฯ พร้อมขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุมจากทุกภาคส่วน และยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของรัฐบาลไทยในการต่อต้านการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต หรือ online scams โดยการเข้าร่วมของผู้แทนจากหลายภูมิภาคทั่วโลกในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า “อาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ไม่ใช่เพียงปัญหาในระดับภูมิภาคอีกต่อไป หากแต่เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศต้องเผชิญร่วมกัน” และการรวมตัวกันของนานาประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำงานอย่างเป็นเอกภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงประสบการณ์จากการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปคที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำหลายประเทศได้หยิบยกประเด็นปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตขึ้นมาหารืออย่างต่อเนื่อง โดยเห็นพ้องกันว่า ไม่ว่าประเทศจะอยู่ในภูมิภาคใด หรือมีระดับการพัฒนาอย่างไร ประชาชนล้วนตกเป็นเป้าหมายของเครือข่ายอาชญากรรมที่อาศัยช่องว่างของระบบกฎหมายในการแสวงหาประโยชน์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้งต่อมนุษย์และระบบเศรษฐกิจโลก

“ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางร่วมกันของประชาคมโลก ซึ่งไม่มีประเทศใดสามารถแก้ไขได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็งและความร่วมมืออย่างจริงจังระหว่างประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างจริงจังของรัฐบาล โดยกำหนดให้เป็นวาระสำคัญสูงสุดของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก อาทิ การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางและศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงโดยเฉพาะ รวมถึงการยกระดับการประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ เพื่อขจัดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินการอยู่ในอาณาเขตของประเทศไทย

บทเรียนสำคัญจากการหารือในที่ประชุมครั้งนี้ คือ การดำเนินการในระดับชาติที่เข้มแข็งจำเป็นต้องควบคู่ไปกับความร่วมมือในระดับนานาชาติ เนื่องจากเครือข่ายอาชญากรสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามพรมแดน เคลื่อนย้ายเงินได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที และปรับตัวได้เร็วกว่าระบบในประเทศ ดังนั้น การตอบสนองของประชาคมโลกจึงจำเป็นต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิด มีความชาญฉลาด และมีความมุ่งมั่นในระดับเดียวกัน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกจะต้องยกระดับการหารือไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูล การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต พร้อมระบุว่า การประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต และ “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ (Bangkok Joint Statement)” ที่จะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือดังกล่าว

“อาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตเติบโตขึ้นได้จากการขาดความร่วมมือที่เป็นเอกภาพ แต่จะอ่อนแรงลงเมื่อทุกประเทศรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียว โดยประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกประเทศและทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนการหารือในครั้งนี้ให้กลายเป็นความร่วมมือที่ยั่งยืน และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตในระดับโลก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

และทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อเราร่วมมือกัน ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับการหารือในวันนี้ทั้งหมด เพื่อรักษาความร่วมมือและผลลัพธ์ที่แท้จริง และขออวยพรให้มีการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ต่อไปในวันพรุ่งนี้ และขอบคุณมากที่มีงานสำคัญนี้ แม้จะเป็นช่วงเวลานี้ของปี ที่ท่านควรเฉลิมฉลองวันหยุดที่บ้านอย่างมีความสุข เพลิดเพลินกับเทศกาลต่างๆ กรุณามาร่วมกันและประชุมกันในงานสำคัญนี้ และนี่จะแสดงให้ผู้คนที่อยู่ฝ่ายเราทราบว่า เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสนุกสนานในกรุงเทพฯ แต่เรามาที่นี่เพื่อปราบปรามสแกมเมอร์

นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

ความมุ่งมั่นของไทยในการผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

จากสถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างชัดเจนในการต่อต้านสแกมเมอร์ โดยการผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

การประชุมนานาชาติที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นถึงความตระหนักถึงปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่ไม่ใช่เพียงปัญหาเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นภัยคุกคามระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อต่อต้านสแกมเมอร์ อย่างจริงจัง ทั้งในระดับประเทศและการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยจากภัยคุกคามทางออนไลน์

การผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ” เป็นการแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการเป็นผู้นำในการต่อต้านสแกมเมอร์ และสร้างโลกออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ร่วมมือกันเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยจากภัยการหลอกลวงออนไลน์

ที่มา – นายกฯ ยืนยันรัฐบาลไทยมุ่งมั่นต่อต้านสแกมเมอร์ ขอนานาชาติรวมพลังผลักดัน “แถลงการณ์ร่วมกรุงเทพฯ”

ภูมิใจไทยคึกคัก! เปิดตัว สส.กทม.

ภูมิใจไทยยังคึกคัก เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. “ลลิตา-ลลิดา-พงศ์พล-เอกภพ-เขตรัฐ-ฐิติภัสร์” สส.เขต ทั่วประเทศ อย่างต่อเนื่อง

วันที่ 17 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในการเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. ยังคงมาสมัครอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ส่วนของ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ทยอยเดินทางมาสมัครจำนวนมาก ประกอบด้วย น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ นายถนอม อ่อนเกตุพล นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา น.ส.ศิรินันท์ ศิริพานิช น.ส.ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ นางศลิษา สิงหเสนี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ นางลลิตา ฤกษ์สำราญ

นายศุกล กุลสิงห์ นายสุขสันต์ แสงศรี นายรณชัย สังฆมิตรกุล น.ส.กาญจนา ภวัครานนท์ นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ดร.สกุลรัตน์ ทิพย์วรรณงาม น.ส.เจณิสตา เตซะโสภณมณี นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี นายเจริญศักดิ์ มณีรัตนสุบรรณ น.ส.ธัณยาการย์ เตชะพัฒน์สิริ นายศิลปชัย บุญราย นายธนพล ชื่นพาณิชยกุล นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง ดร.อำพล ขำวิลัย นายธนะสิทธิ์ เมธพันธุ์เมือง นายทวนชัย นิยมชาติ ดร.อำพล ขำวิลัย นายพีรสรณ์ จิรพิชิตชัย

ขณะที่ ว่าที่ผู้สมัคร สส.ในภาคต่างๆ และ สส.บัญชีรายชื่อ ได้ทยอยมาสมัครอย่างต่อเนื่อง อาทิ นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือนายกฯ เบี้ยว สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายอภิวัฒน์ จ่าตา ว่าที่ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 5 นายชนกันต์ ทิมาตฤกะ ว่าที่ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 4 ที่ลงแทน นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ผู้เป็นพ่อ

เช่นเดียวกับ นางสาวเบญญา มุ่งเจริญพร ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ เขต 1 ที่ลงแทน นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ผู้เป็นพ่อ ที่สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

ภูมิใจไทยคึกคัก เปิดตัวว่าที่ผู้สัมคร สส.กทม.

พรรคภูมิใจไทยยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยล่าสุดได้ทำการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้าร่วมสมัครเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่พรรคภูมิใจไทยได้รับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทำไมการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. จึงมีความสำคัญ?

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เพราะเป็นการแนะนำตัวผู้สมัครให้ประชาชนในพื้นที่ได้รู้จัก รวมถึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของพรรคในการส่งผู้สมัครที่มีคุณภาพลงชิงชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้

การมีตัวแทนที่ดีในสภามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาพื้นที่และแก้ไขปัญหาของประชาชน การมี สส.ที่เข้าใจความต้องการของประชาชนและสามารถผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ได้ จะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม

พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชน การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. ในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ประชาชนจะได้ทำความรู้จักกับผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนของตนเองในสภา

การตัดสินใจเลือกผู้แทนที่ดีที่สุดคือหน้าที่ของประชาชนทุกคน ขอให้ทุกท่านพิจารณาอย่างถี่ถ้วนถึงนโยบายและความสามารถของผู้สมัครแต่ละท่าน เพื่อเลือกผู้ที่จะสามารถเป็นปากเป็นเสียงแทนท่านได้อย่างแท้จริง อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้งของท่านและออกไปใช้สิทธิ์ในวันเลือกตั้งนะครับ

สำหรับใครที่สนใจติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทย สามารถติดตามได้จากช่องทางต่างๆ ของพรรค

ที่มา – ภูมิใจไทยคึกคัก เปิดตัวว่าที่ผู้สัมคร สส.กทม.

ฝุ่น PM2.5 วันนี้ กทม.-ปริมณฑล เกินมาตรฐาน 5 พื้นที่ เริ่มส่งผลกระทบ

ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 17 ธันวาคม 2568 เวลา 17:00 น. ฝุ่น PM2.5 วันนี้ พบว่า ภาพรวมปริมาณฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่มีบางพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

สรุปสถานการณ์ ฝุ่น PM2.5 วันนี้ แยกตามภูมิภาค

จากการตรวจวัดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก พบรายละเอียดในแต่ละพื้นที่ดังนี้:

  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล : ตรวจพบค่าฝุ่นระหว่าง 20.4 – 45.9 มคก./ลบ.ม. โดยมี 5 พื้นที่ที่เกินค่ามาตรฐาน ได้แก่ จ.นนทบุรี, จ.สมุทรสาคร, กรุงเทพฯ และ จ.สมุทรปราการ
  • ภาคเหนือ : ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี (4.9 – 35.3 มคก./ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก (6.9 – 25.4 มคก./ลบ.ม.)
  • ภาคกลางและตะวันตก : ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง (15.1 – 33.1 มคก./ลบ.ม.)
  • ภาคตะวันออก : ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี (10.2 – 27.7 มคก./ลบ.ม.)
  • ภาคใต้ : คุณภาพอากาศดีมากอย่างต่อเนื่อง (6.2 – 19.8 มคก./ลบ.ม.)

คาดการณ์สถานการณ์ฝุ่น 7 วันข้างหน้า (18 – 24 ธ.ค. 2568)

ศกพ. ระบุว่าในช่วงสัปดาห์หน้ามีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อการสะสมของฝุ่น ดังนี้

  • กทม. และปริมณฑล เฝ้าระวังพิเศษ! มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 20 – 24 ธ.ค. 68
  • ภาคเหนือ แนวโน้มลดลง ในช่วงวันที่ 18 – 19 ธ.ค. 68 แต่ยังต้องเฝ้าระวังบางจุด
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แนวโน้มลดลง ในช่วงวันที่ 18 – 19 ธ.ค. 68
  • ภาคตะวันออก แนวโน้มลดลง ในช่วงวันที่ 18 – 19 ธ.ค. 68
  • ภาคใต้ คุณภาพอากาศดีต่อเนื่อง

คำแนะนำด้านสุขภาพ

เนื่องจากเริ่มมีพื้นที่พบ ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

  • ประชาชนทั่วไป : เฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกัน (หน้ากาก N95) เมื่อออกนอกอาคาร
  • กลุ่มเสี่ยง (เด็ก, ผู้สูงอายุ, หญิงตั้งครรภ์, ผู้มีโรคประจำตัว) : ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ช่องทางการติดตามข้อมูล : ประชาชนสามารถเช็คค่าฝุ่นแบบ Real-time ได้ที่เว็บไซต์ Air4Thai.com หรือ airbkk.com และแอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK เพื่อวางแผนก่อนออกเดินทาง

ที่มา bangkokbiznew

ติดตามข่าวสาร playkhao

กล้าธรรมเปิดตัว! ว่าที่ผู้สมัคร สส.จชต. “ชนนพัฒน์”

พรรคกล้าธรรม (กธ.) เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) อย่างคึกคัก โดยมีชื่อของ “ชนนพัฒน์” เป็นไฮไลท์ พร้อมด้วยภรรยาที่มาร่วมให้กำลังใจ เตรียมเปิดตัวผู้สมัครครบทั้งประเทศ 25 ธันวาคมนี้

กล้าธรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จชต. “ชนนพัฒน์”

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมกันเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคในหลายจังหวัดทั่วประเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและการสนับสนุน

การเปิดตัวครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจดังนี้:

  • จังหวัดนราธิวาส: นายลุตฟี หะยีอีแต, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ, นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ และนายกอเซ็ง แซมะซู
  • จังหวัดปัตตานี: แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา, นายอับดุลบาซิม อาบู, นายมะรูดิง ยาโงะ, นายยูนัยดี วาบา และนายสนิท นาแว
  • จังหวัดยะลา: นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ, นายอับดุลฮาฟิซ หิเล และนายมูฮำหมัดสุกรี บุงา
  • จังหวัดสุรินทร์: นางฟาริดา สุไลมาน
  • จังหวัดพิษณุโลก: นายอาริฟ กุนนาบี
  • จังหวัดกระบี่: นายศรัญญู รักมิตร
  • จังหวัดภูเก็ต: นายทิวัตถ์ สีดอกบวบ และ น.ส.อรทัย เกิดทรัพย์
  • จังหวัดสงขลา: นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว, นายวงศ์วชร ขาวทอง, นายบารมี ขาวทอง และ น.ส.กฤตพร คงเคว็จ ภรรยาของนายชนนพัฒฐ์

ความพร้อมของพรรคกล้าธรรมและ “ชนนพัฒน์” ผู้สมัคร สส.จชต.

ร.อ.ธรรมนัส ย้ำถึงความพร้อมของพรรคกล้าธรรมในการสู้ศึกเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง ไม่มีการแบ่งชนชั้น พร้อมชูว่าที่ผู้สมัคร สส. ที่มีความเข้าใจพื้นที่อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังได้ประกาศกำหนดการเปิดตัวผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตครบทั้งประเทศ 400 คน และผู้สมัครบัญชีรายชื่ออีก 100 คน ในวันที่ 25 ธันวาคม ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา

นายนัจมุดดิน กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังขาดตัวแทนที่แท้จริงของคนในพื้นที่ พร้อมขอบคุณ ร.อ.ธรรมนัส ที่ให้เกียรติชาวไทยมุสลิม และแสดงความเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

แพทย์หญิงเพชรดาว กล่าวถึงปัญหาที่สะสมมายาวนานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคาดหวังว่าพรรคกล้าธรรมจะมีนโยบายที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนที่เชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จชต. “ชนนพัฒน์” และผู้สมัครคนอื่นๆ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมในการเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคในระดับประเทศ การมีส่วนร่วมของบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและความเข้าใจในพื้นที่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันนโยบายและการพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การตัดสินใจส่ง“ชนนพัฒน์” ลงสมัคร สส.จชต. นั้นน่าสนใจ และภรรยาของเขาก็มีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีถึงความตั้งใจจริงในการทำงานเพื่อพื้นที่

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จชต. “ชนนพัฒน์” ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของพรรคกล้าธรรม ในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ที่มา – กธ. เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.จชต. “ชนนพัฒน์” พาภรรยามาด้วย จ่อเปิดครบหมด 25 ธ.ค.

ปชช. เปิดชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต


พรรคประชาชน (ปชช.) เปิดรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. ครบทั้ง 33 เขต ส่วนใหญ่เป็นหน้าเดิมที่คุ้นเคย แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงใน 10 เขต โดยคาดการณ์ว่า “ณัฐชา-รักชนก-ปิยรัฐ” อาจขยับไปลง สส. บัญชีรายชื่อ ในขณะที่ “ชุลพล หลักคำ” จะลงสมัครในลาดกระบังอีกครั้ง เพื่อหวังแก้มือจากการเลือกตั้งครั้งก่อน

ปชช. เปิดชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต ส่วนใหญ่คุ้นหน้า

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่พรรคประชาชนได้ดำเนินการสรรหาและประเมินว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตของพรรคจนครบถ้วนทั้ง 300 เขตทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของกรรมการบริหารพรรค รวมถึงการประเมินจากสมาชิกพรรคและทีมงานจังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งรายชื่อเข้าสมัครรับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้

นอกจากนี้ พรรคฯ ยังได้จัดสัมมนาสำหรับว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตทั้ง 300 คน รวมถึงว่าที่ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่ออีก 100 คน เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านนโยบายและการลงพื้นที่หาเสียง โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม

ล่าสุด มีรายงานว่า รายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้ง 33 เขต ได้ผ่านกระบวนการสรรหาและคัดกรองเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นผู้สมัครคนเดิมที่เคยลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม มี 10 เขตที่ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ได้แก่ เขต 2, 5, 14, 23, 24, 26, 27, 28, 31 และ 33

รายชื่อ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต มีใครบ้าง ไปดูกัน!

  • เขต 1 (พระนคร, ป้อมปราบฯ, สัมพันธวงศ์, ดุสิต, บางรัก): นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์
  • เขต 2 (สาทร, ปทุมวัน, ราชเทวี): นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ (แทน น.ส. ธิษะณา ชุณหะวัณ)
  • เขต 3 (บางคอแหลม, ยานนาวา): นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์
  • เขต 4 (คลองเตย, วัฒนา): นายภัณฑิล น่วมเจิม
  • เขต 5 (ห้วยขวาง, วังทองหลาง): นายปิติกรณ์ บรรณเภสัช (แทน นายเฉลิมชัย กุลาเลิศ)
  • เขต 6 (พญาไท, ดินแดง): นายกันตภณ ดวงอัมพร
  • เขต 7 (บางซื่อ, ดุสิต): น.ส. ภัสริน รามวงศ์
  • เขต 8 (จตุจักร, หลักสี่): นายชยพล สท้อนดี
  • เขต 9 (บางเขน, จตุจักร, หลักสี่): นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์
  • เขต 10 (ดอนเมือง): นายเอกราช อุดมอำนวย
  • เขต 11 (สายไหม): น.ส. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์
  • เขต 12 (สายไหม, บางเขน, ลาดพร้าว): นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ
  • เขต 13 (ลาดพร้าว, บึงกุ่ม): เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข
  • เขต 14 (วังทองหลาง, บางกะปิ): นายก่อเกียรติ ก่อสูงศักดิ์ (แทน น.ส. สิริลภัส กองตระการ)
  • เขต 15 (คันนายาว, บึงกุ่ม): นายวิทวัส ติชะวาณิชย์
  • เขต 16 (คลองสามวา): น.ส. พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์
  • เขต 17 (หนองจอก, คลองสามวา): นายวีรวุธ รักเที่ยง
  • เขต 18 (หนองจอก, มีนบุรี, ลาดกระบัง): นายธีรัจชัย พันธุมาศ
  • เขต 19 (มีนบุรี, สะพานสูง): นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์
  • เขต 20 (ลาดกระบัง): นายชุมพล หลักคำ (ลงสมัครอีกครั้ง)
  • เขต 21 (ประเวศ, สะพานสูง): นายณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์
  • เขต 22 (สวนหลวง, ประเวศ): นายสุภกร ตันติไพบูลย์ธนะ
  • เขต 23 (พระโขนง, บางนา): นายชลธาร ทรัพย์ไพบูลย์เลิศ (แทน นายปิยรัฐ จงเทพ)
  • เขต 24 (ธนบุรี, คลองสาน, ราษฎร์บูรณะ): นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา (แทน นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร)
  • เขต 25 (ทุ่งครุ, ราษฎร์บูรณะ): น.ส. แอนศิริ วลัยกนก
  • เขต 26 (บางขุนเทียน, จอมทอง): นายพงษ์สรณัฐ ทองลี (แทน นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์)
  • เขต 27 (บางขุนเทียน, บางบอน): นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ (แทน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์)
  • เขต 28 (จอมทอง, บางบอน, หนองแขม): น.ส. ชลณัฏฐ์ โกยกุล (แทน น.ส. รักชนก ศรีนอก)
  • เขต 29 (บางแค, หนองแขม): น.ส. ทิสรัตน์ เลาหพล
  • เขต 30 (บางแค, ภาษีเจริญ): นายธัญธร ธนินวัฒนาธร
  • เขต 31 (ตลิ่งชัน, ทวีวัฒนา): นายอนุสรณ์ ธรรมใจ (แทน นายสิริน สงวนสิน)
  • เขต 32 (บางกอกน้อย, บางกอกใหญ่, ภาษีเจริญ, ตลิ่งชัน, ธนบุรี): น.ส. ปวิตรา จิตตกิจ
  • เขต 33 (บางพลัด, บางกอกน้อย): นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ (แทน นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ)

การเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัครในบางเขตอาจสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ใหม่ของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ การจับตาดูผลการเลือกตั้งในเขตที่มีการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพื่อประเมินว่ากลยุทธ์ของพรรคฯ จะประสบความสำเร็จหรือไม่

โดยสรุปแล้ว พรรคประชาชนได้เปิดเผยรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการลงสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง การเปลี่ยนแปลงในบางเขตนั้นน่าสนใจ และต้องติดตามกันต่อไปว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร พรรคประชาชนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รู้จักกับ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต มากยิ่งขึ้น

ที่มา – ปชน.เปิดชื่อว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต – 10 เขต เปลี่ยนตัวผู้สมัครใหม่

อนุทินเรียกถก ครม. เคาะคำถามประชามติ รธน.

“นายกฯ อนุทิน” เรียกถก ครม.นัดพิเศษ เคาะคำถามประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ หลัง กกต. ตีกลับมาให้เลือกมาเพียงคำถามเดียว เหตุ กกต. ไม่มีอำนาจในการเลือก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.นัดพิเศษ) ครั้งที่ 3/2568 ที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระสำคัญเพียงเรื่องเดียว คือ กรณีคำถามประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ได้มีมติส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คำถามคือ 1. “ท่านเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ซึ่งเป็นมติที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม และ 2. “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งเป็นไปตามที่ ครม.กำหนด และเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กกต. ได้มีหนังสือตอบกลับมาที่ ครม. ว่า กกต. ไม่มีอำนาจในการเลือกคำถามประชามติ ครม. ต้องมีมติเลือกเพียงคำถามเดียว แล้วส่งมาให้ กกต. ดำเนินการ ซึ่งในการประชุม ครม.นัดพิเศษ จะหารือกันเพื่อเลือกคำถามเดียว.

อนุทินเรียกถก ครม. เคาะคำถามประชามติ รธน.

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่รัฐบาลชุดปัจจุบันให้ความสำคัญอย่างยิ่ง การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีแบบนัดพิเศษเพื่อพิจารณาเรื่องอนุทินเรียกถก ครม. เคาะคำถามประชามติ รธน. แสดงให้เห็นถึงความเร่งด่วนและความสำคัญของประเด็นนี้

ทำไมต้องเคาะคำถามประชามติใหม่?

การที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตีกลับคำถามประชามติที่ ครม. เสนอมานั้น เป็นเพราะ กกต. มองว่าไม่มีอำนาจในการเลือกคำถาม ดังนั้น ครม. จึงต้องเป็นผู้พิจารณาและเลือกคำถามเดียวที่จะใช้ในการทำประชามติเสียก่อน ซึ่งกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคำถามที่ใช้ในการทำประชามติจะมีผลต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของประเทศในอนาคต

การประชุม ครม. นัดพิเศษในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการตัดสินใจว่าคำถามใดจะถูกนำไปใช้ในการทำประชามติ ซึ่งผลของการทำประชามติก็จะนำไปสู่การตัดสินใจว่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไร การพิจารณาเรื่องอนุทินเรียกถก ครม. เคาะคำถามประชามติ รธน. จึงเป็นขั้นตอนที่ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ ข้อเสนอคำถามประชามติ 2 คำถามที่ ครม. เสนอไปนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และเหตุใด ครม. จึงต้องเลือกเพียงคำถามเดียว ประชาชนควรทำความเข้าใจเนื้อหา รายละเอียด และความแตกต่างของคำถามทั้งสอง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงประชามติที่จะมีขึ้นในอนาคต

ความโปร่งใสและความเข้าใจของประชาชนมีความสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเหตุผลสนับสนุน การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนี้จะช่วยสร้างความชอบธรรมและความยั่งยืนให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับอนุทินเรียกถก ครม. เคาะคำถามประชามติ รธน. อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจอนาคตของประเทศ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและการทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นหน้าที่ของพลเมืองทุกคน มาร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมีประชาธิปไตยที่ยั่งยืนกันเถอะ

ที่มา – “อนุทิน” เรียกถก ครม.นัดพิเศษ เคาะคำถามประชามติ รธน. หลัง กกต. ตีกลับ ให้เลือกแค่ 1