วัน: 18 ธันวาคม 2025

วิธีดูแลเครื่องดีเซล ยืดอายุใช้งานง่ายๆ

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลนั้นรวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอย่างสม่ำเสมอด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง การตรวจสอบและทำความสะอาดไส้กรองอากาศและไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นประจำ (รวมถึงตัวแยกน้ำ) การรักษาระบบระบายความร้อนให้อยู่ในสภาพดีด้วยระดับน้ำยาหล่อเย็นที่เหมาะสม การตรวจสอบสายพานและท่อต่างๆ และการใส่ใจระบบไอเสีย/การปล่อยมลพิษ ซึ่งทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่ออายุการใช้งานและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาปฏิวัติวงการขนส่งเมื่อมีการนำมาใช้ครั้งแรกในปลายศตวรรษที่ 19 กว่า 100 ปีต่อมา ทุกวันนี้ เครื่องยนต์ดีเซลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ ประสิทธิภาพด้านแรงบิด อัตราสิ้นเปลืองและความทนทาน ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลกลายเป็นระบบขับเคลื่อนที่มีความสำคัญของรถสมัยใหม่ การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน 

1. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด
เรื่องง่ายๆ แต่มักจะถูกละเลยไม่ใส่ใจ น้ำมันเครื่องที่สะอาดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดแรงเสียดทานและระบายความร้อนให้กับชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ดีเซลเมื่อเผาไหม้จะสร้างเขม่าและสิ่งปนเปื้อนมลพิษมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน  ทำให้น้ำมันเครื่องสกปรกเร็ว การรอเวลานานเกินไประหว่างการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง นำไปสู่การสะสมของตะกอน การสึกหรอที่มากขึ้น  ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายของเหลวหล่อลื่นที่อยู่ในคู่มือ ลดระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้สั้นลงหากใช้งานหนักและขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัดบ่อยครั้ง

2. เปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นประจำ
ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นอุปกรณ์ในเครื่องยนต์ดีเซลที่มีความสำคัญ ไส้กรองเชื้อเพลิงดีเซลปกป้องหัวฉีดจากสิ่งสกปรก น้ำ และสิ่งเจือปนอื่นๆ เนื่องจากน้ำมันดีเซล มักจะถูกปนเปื้อนมากกว่าน้ำมันเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซลส่วนใหญ่จึงมีไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงสองตัว การเปลี่ยนไส้กรองตามกำหนดเวลา ช่วยให้เครื่องยนต์ได้รับน้ำมันเชื้อเพลิงที่สะอาดและต่อเนื่อง ป้องกันความเสียหายของหัวฉีดและรักษาประสิทธิภาพการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง

3. ตรวจสอบและล้างทพความสะอาดระบบระบายความร้อน
เครื่องยนต์ดีเซลทำงานที่อุณหภูมิสูงกว่าเครื่องยนต์เบนซินมาก ทำให้ระบบระบายความร้อนทำงานอย่างหนักหน่วง ระบบระบายความร้อนในเครื่องดีเซลจึงมีความสำคัญอย่างมาก  น้ำยาหล่อเย็นเก่าอาจสูญเสียคุณสมบัติในการปกป้อง ทำให้เกิดการกัดกร่อนและคราบตะกรันสะสมภายในหม้อน้ำและช่องทางเดินของเครื่องยนต์ การตรวจสอบระดับน้ำยาหล่อเย็นเป็นประจำ และล้างระบบระบายความร้อยตามระยะเวลาที่เหมาะสม ช่วยป้องกันความร้อนสูงเกินไปและความเสียหายของเครื่องยนต์ที่แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ

4. หมั่นตรวจสอบไส้กรองอากาศ
เครื่องยนต์ดีเซลต้องการอากาศปริมาณมากเพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไส้กรองอากาศที่อุดตันจะจำกัดการไหลของอากาศ ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและประสิทธิภาพการทำงานลดลง หากขับรถในสภาพที่มีฝุ่นมากหรือบนเส้นทางออฟโรด ไส้กรองอากาศต้องเปลี่ยนบ่อยขึ้น การตรวจสอบระหว่างการบำรุงรักษาตามปกติเป็นวิธีที่รวดเร็วในการป้องกันภาระที่ไม่จำเป็นต่อเครื่องยนต์

5.  ตรวจสอบสายพานและท่อต่างๆ ว่าสึกหรอหรือไม่
สายพานและท่ออาจดูไม่สำคัญเท่าหัวฉีดหรือเทอร์โบ แต่สายพานขาดหรือท่อแตกอาจทำให้รถเสียกลางทางได้ เครื่องยนต์ดีเซลสร้างแรงสั่นสะเทือนและความร้อนสูง ซึ่งช่วยเร่งการสึกหรอให้เร็วขึ้น การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยระบุปัญหาเล็กๆ ก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ขณะใช้งาน

6. ดูแลรักษาเทอร์โบชาร์จเจอร์
เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบชาร์จเจอร์ เทอร์โบอาศัยน้ำมันที่สะอาดและการระบายความร้อนที่เหมาะสมในการทำงาน การปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาชั่วครู่หลังจากขับขี่อย่างหนัก ช่วยให้เทอร์โบมีเวลาเย็นตัวลง  ป้องกันการสึกหรอก่อนกำหนด การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยปกป้องแบริ่งของเทอร์โบจากความเสียหาย

7. บำรุงรักษาระบบบำบัดไอเสีย
รถยนต์ดีเซลสมัยใหม่ใช้ระบบบำบัดไอเสีย เช่น ตัวกรองอนุภาคดีเซล (DPF) และระบบลดการเร่งปฏิกิริยาแบบเลือก (SCR) เพื่อลดการปล่อยมลพิษ การละเลยส่วนประกอบเหล่านี้อาจนำไปสู่การอุดตัน การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง และแม้แต่การซ่อมแซมที่มีค่าใช้จ่ายสูง การใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำที่เหมาะสมและการปฏิบัติตามขั้นตอนการฟื้นฟูระบบจะช่วยรักษาระบบบำบัดไอเสียให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรให้ช่างตรวจสอบ เมื่อพบว่าอุดตันหรือเต็มไปด้วยตะกรันเขม่าจากการเผาไหม้เชื้อก็ให้ช่างหรืออู่ หรือศูนย์บริการล้างทำความสะอาดทั้งระบบ 

8. ใส่ใจกับไฟเตือน 
เครื่องยนต์ดีเซลพึ่งพาเซ็นเซอร์และระบบคอมพิวเตอร์หรือ ECU อย่างมากในการจัดการประสิทธิภาพ เมื่อเห็นไฟตรวจสอบเครื่องยนต์หรือไฟเตือนสัญลักษณ์รูปเครื่องยนต์ก็อย่าละเลย การวินิจฉัยตรวจสอบจากช่างที่ชำนาญจะระบุได้อย่างรวดเร็วว่าปัญหาไฟแจ้งเตือนอาจสร้างความเสียหายให้กับเครื่องยนต์หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกวิธี

9. นำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
แม้ว่าจะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอย่างสม่ำเสมอ แต่ช่างเครื่องยนต์ดีเซลมืออาชีพสามารถตรวจพบปัญหาที่อาจมองข้ามไปได้ ตั้งแต่การทดสอบความสมดุลของหัวฉีด ไปจนถึงการตรวจสอบกำลังอัด การทำงานของเทอร์โบ ระบบบำบัดมลพิษ การเติมสารลดไอเสียของเครื่องดีเซล การตรวจสอบเป็นประจำช่วยยืดอายุการใช้งาน. 

การเรียนรู้วิธีดูแลเครื่องดีเซลอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณประหยัดเงินและเวลาได้ในระยะยาว อย่ามองข้ามการบำรุงรักษาตามระยะ เพราะการป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อสายเกินไป

วิธีดูแลเครื่องดีเซล เพื่อยืดอายุการใช้งาน

เคล็ดลับ วิธีดูแลเครื่องดีเซล ที่คุณควรรู้

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ดีเซลเป็นประจำ การรู้วิธีการดูแลรักษาเครื่องยนต์อย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น นี่คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้:

  • ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นเป็นประจำ
  • เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะที่กำหนด
  • ทำความสะอาดไส้กรองอากาศและไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบระบายความร้อน
  • ตรวจเช็คสายพานและท่อต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่

การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ดีเซลอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น อย่าละเลยการดูแลเครื่องยนต์ของคุณ และนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ เพื่อให้รถยนต์ของคุณอยู่กับคุณไปนานๆ

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358   

ที่มา – วิธีดูแลเครื่องดีเซลเพื่อยืดอายุการใช้งาน

เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ กทม. แนวโน้มลดลง

เช้านี้คุณภาพอากาศในกรุงเทพมหานครอยู่ในเกณฑ์ดี โดยค่าเฉลี่ย PM2.5 อยู่ที่ 24.2 มคก./ลบ.ม. ซึ่งไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน และฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง ทำให้ภาพรวมคุณภาพอากาศดีขึ้น หากคุณกำลังวางแผนออกนอกบ้าน อย่าลืม เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ก่อนนะครับ

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 24.2 มคก./ลบ.ม. ซึ่งยังต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม. แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ฝุ่นละอองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ กทม. แนวโน้มลดลง

ถึงแม้ว่าภาพรวมของกรุงเทพมหานครจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีบางเขตพื้นที่ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างสูง ดังนั้นการ เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ที่คุณอยู่อาศัยหรือกำลังจะเดินทางไปจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนและป้องกันตัวเองจากผลกระทบของฝุ่นละอองได้อย่างเหมาะสม

12 อันดับ เขตที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร

ต่อไปนี้เป็น 12 อันดับของเขตที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 07.00 น.

  1. เขตสาทร 36.8 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตบางคอแหลม 30.5 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตบางรัก 30.2 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตปทุมวัน 30.1 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตลาดกระบัง 29.8 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตหนองแขม 29.4 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตพระโขนง 28.4 มคก./ลบ.ม.
  8. เขตประเวศ 28.2 มคก./ลบ.ม.
  9. เขตธนบุรี 28.1 มคก./ลบ.ม.
  10. เขตจตุจักร 28.1 มคก./ลบ.ม.
  11. เขตภาษีเจริญ 27.9 มคก./ลบ.ม.
  12. เขตสัมพันธวงศ์ 27.4 มคก./ลบ.ม.

จากข้อมูลข้างต้น จะเห็นได้ว่าเขตสาทรมีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดในกรุงเทพมหานคร ณ เวลาดังกล่าว ดังนั้นผู้ที่อาศัยหรือเดินทางไปยังเขตนี้ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมและป้องกันตัวเองจากฝุ่น PM 2.5 ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

  • แอปพลิเคชัน AirBKK
  • www.airbkk.com
  • FB: สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.
  • FB: ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร
  • FB: กรุงเทพมหานคร
  • LINE ALERT

นอกจากนี้ หากท่านพบเห็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 สามารถแจ้งเบาะแสผ่านทาง Traffy Fondue เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขต่อไป

การ เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 เป็นประจำ จะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการเดินทาง และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน

สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคุณภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่าลืม เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ก่อนออกจากบ้านทุกครั้งนะครับ

ที่มา – เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 เช้านี้ กทม. มีแนวโน้มลดลง คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี

ทหารกัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษ: จริงหรือ?

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน ล่าสุด มีรายงานว่าทหารกัมพูชาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สโดยอ้างว่าเครื่องบินรบของไทยใช้แก๊สพิษโจมตี ทำให้พวกเขาหายใจไม่ออกและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เรื่องราวดังกล่าวสร้างความตึงเครียดและความกังวลให้กับประชาชนทั้งสองฝั่ง

ทหารกัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษจริงหรือ?

นายกุน ยง ทหารกัมพูชาที่อ้างว่าได้รับผลกระทบ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สขณะนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยกล่าวอ้างว่าเขามีอาการหายใจติดขัด ภายหลังการปฏิบัติการบินของไทย ทหารและตำรวจหลายรายที่รักษาตัวในโรงพยาบาลเดียวกันก็อ้างว่าประสบปัญหาระบบทางเดินหายใจหลังจากเครื่องบินของไทยโปรยสิ่งที่พวกเขาอ้างว่าเป็นของเหลวมีพิษ ทำให้เกิดคำถามว่า ทหารกัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษ เป็นความจริงหรือไม่

กัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษต่อเนื่อง

กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์กล่าวอ้างเกือบทุกวันว่ากองทัพไทยใช้แก๊สพิษในการสู้รบ โดยระบุว่ามีการใช้สารดังกล่าวในพื้นที่ที่นายกุน ยง ประจำการอยู่ กระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่าการใช้แก๊สถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงไม่ได้ระบุชนิดของแก๊ส ไม่ได้นำเสนอหลักฐาน และไม่ได้ระบุว่าได้ยื่นประท้วงต่อองค์กรระหว่างประเทศหรือไม่

ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าไม่สามารถตรวจสอบหรือยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าวได้อย่างอิสระ เนื่องจากโฆษกของกระทรวงกลาโหมและรัฐบาลกัมพูชาไม่รับสายโทรศัพท์

ขณะที่โฆษกกองทัพอากาศไทย พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่ากองทัพอากาศไทยไม่เคยใช้อาวุธเคมีแต่อย่างใด และระบุว่ารายงานดังกล่าวเป็นข่าวปลอมที่มุ่งบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการปฏิบัติการทางทหารของไทย พลอากาศโท จักรกฤษณ์กล่าวว่า “หากเป็นอาวุธเคมีจริง ผู้ที่ได้รับผลกระทบคงไม่ได้มีเพียงอาการหายใจติดขัด แต่อาจเสียชีวิตไปแล้ว”

สถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 40 คน และประชาชนในทั้งสองประเทศต้องอพยพมากกว่า 500,000 คน ถือเป็นการสู้รบที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ การกล่าวอ้างเรื่อง ทหารกัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษ จึงยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับความขัดแย้งนี้

ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

การกล่าวอ้างเรื่องการใช้อาวุธเคมีเป็นประเด็นที่ร้ายแรงและต้องได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม หากมีการใช้อาวุธเคมีจริง จะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนและดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ในขณะเดียวกัน การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดและความเข้าใจผิดระหว่างประเทศ

  • บทบาทของสื่อ: สื่อมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข้อมูลอย่างถูกต้องและเป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงและสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน
  • ความสำคัญของการเจรจา: การเจรจาและการพูดคุยกันด้วยเหตุผลเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ การใช้ความรุนแรงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ยั่งยืน

ข้อควรระวัง: โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนที่จะเชื่อถือ

สุดท้ายนี้ แม้ว่าข้อกล่าวหา ทหารกัมพูชาอ้างไทยใช้แก๊สพิษ ยังคงเป็นข้อถกเถียงที่ยังไม่มีข้อยุติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี เพื่อความสงบสุขของประชาชนทั้งสองฝั่ง

ที่มา – ทหารกัมพูชาใช้สื่อต่างชาติเป็นเครื่องมือ อ้างไทยใช้แก๊สพิษ ทำให้ล้มป่วยจนต้องเข้ารพ.

เตือนภัย! มิจฉาชีพอ้างทวงค่าไฟย้อนหลัง

ระวัง! มิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลัง อาละวาด พุ่งเป้าหลอกลวงผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว อย่าหลงเชื่อกลโกงเหล่านี้!

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า นายอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังเหนือ ได้เข้าตรวจสอบบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังซ้าย หลังได้รับร้องเรียนว่ามีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าเข้าไปขอเก็บค่าไฟฟ้าย้อนหลัง โดยชายดังกล่าวมีพฤติกรรมน่าสงสัย ปิดบังใบหน้า และมีผู้เสียหายหลายรายในอำเภอวังเหนือถูกหลอกแล้ว

จากการสอบถามนางจิราพร คิดอ่าน อายุ 43 ปี และคุณยายอายุ 78 ปี เจ้าของบ้าน ทราบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ช่วงบ่าย ขณะที่คุณยายอยู่บ้านคนเดียว ชายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้ามาบอกให้รีบชำระค่าไฟฟ้าที่ค้างชำระหลายเดือน ทั้งที่บ้านไม่ได้ค้างค่าไฟฟ้าแต่อย่างใด เมื่อคุณยายบอกว่าจะให้ลูกไปจ่าย ชายคนดังกล่าวก็กลับมาอีกครั้งเพื่อทวงถามค่าไฟ ทำให้คุณยายเอะใจและบอกว่าจะให้ลูกไปชำระที่การไฟฟ้าเอง

นายอำเภอวังเหนือได้แจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพัง ให้ระมัดระวังบุคคลแปลกหน้าที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หากมีเหตุการณ์ดังกล่าว ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลัง และให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายทวีวัฒน์ ผลเจริญ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแจ้ห่ม รักษาการผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาควังเหนือ ยืนยันว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังเหนือไม่มีนโยบายส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามทวงหนี้ค่าไฟที่บ้าน และไม่มีนโยบายตัดไฟในวันหยุดราชการหรือวันเสาร์-อาทิตย์ นอกจากนี้ ผู้ใช้ไฟทั้ง 3 รายที่ถูกแอบอ้าง ได้ชำระค่าไฟของเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน 2568 ไปแล้วเมื่อวันที่ 3 และ 4 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

ดังนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจึงไม่มีการติดตามหนี้ที่ชำระแล้วอย่างแน่นอน ขอแจ้งเตือนประชาชนว่าผู้ที่เข้าไปติดต่อทวงหนี้เป็นมิจฉาชีพ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการทวงหนี้ค้างชำระค่าไฟ สามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หมายเลข 054-279106 ในวันทำการ เวลา 08.30 – 16.30 น. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในระบบ อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ และอย่าจ่ายเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อมูล

เตือนภัย มิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลัง

วิธีป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพอ้างทวงค่าไฟ

  • ตรวจสอบข้อมูล: โทรสอบถามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโดยตรง
  • อย่าจ่ายเงินสด: การไฟฟ้าไม่มีนโยบายเก็บเงินสดที่บ้าน
  • แจ้งความ: หากพบพฤติกรรมน่าสงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

มิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลัง มักจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว ดังนั้น การให้ความรู้แก่ผู้สูงอายุเกี่ยวกับกลโกงเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ลูกหลานควรหมั่นพูดคุยและให้คำแนะนำ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

หากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย หรือมีบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าทวงหนี้ ให้รีบแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ

การตระหนักรู้ถึงกลโกง และการป้องกันตนเองอย่างรอบคอบ จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลังได้

ที่มา – เตือนภัย มิจฉาชีพอ้างเป็นจนท.การไฟฟ้าทวงค่าไฟย้อนหลัง พุ่งเป้าบ้านผู้สูงอายุ

สโมสรอังกฤษพร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์ UCL หรือยัง?

สโมสรอังกฤษกำลังมีฤดูกาลที่แข็งแกร่งอีกครั้งในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิง แล้วพวกเขาอยู่ในจุดไหนเมื่อเข้าสู่รอบน็อกเอาต์?

อาร์เซนอล แชมป์เก่า คว้าตำแหน่งทีมวางในรอบเพลย์ออฟ ร่วมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเข้าร่วมเป็นครั้งแรก ด้วยชัยชนะ 3-0 เหนือโอเอช ลูเวน เมื่อวันพุธ

ยูไนเต็ดบันทึกชัยชนะ 1-0 ที่ยูเวนตุส ขณะที่เชลซีทำได้ดีกว่าคู่แข่งในประเทศ พวกเขาผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศโดยอัตโนมัติหลังจากการชนะ 2-1 ที่โวล์ฟสบวร์ก

การจับสลากสำหรับรอบเพลย์ออฟจะมีขึ้นในเวลา 12:00 GMT ของวันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม ขณะที่การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศจะเล่นในวันที่ 24-25 มีนาคม และ 1-2 เมษายน

เชลซีสร้างความประทับใจในการเดินทางสู่รอบแปดทีมสุดท้าย

แคมเปญของเชลซีเริ่มต้นได้อย่างไม่น่าประทับใจเมื่อพวกเขาเสมอกับเอฟซี ทเวนเต้ 1-1 ในเดือนตุลาคม แต่ตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็ดูน่าประทับใจ ทำประตูได้มากมาย และยังคงไม่แพ้ใคร

พวกเขาจบอันดับสามในตารางด้วยชัยชนะสี่ครั้งจากหกครั้ง ทำไป 20 ประตูและเสียเพียงสามประตู – มีเพียงบาร์เซโลน่าเท่านั้นที่เทียบเท่าผลต่างประตูได้

ทีมของโซเนีย บอมปาสเตอร์ ต้องเผชิญกับความปวดใจในยุโรปอย่างมาก บ่อยครั้งจากฝีมือของบาร์เซโลน่า แชมป์สามสมัย ซึ่งเอาชนะพวกเขา 8-2 ในรอบรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่ทีมสิงห์บลูส์เป็นทีมเดียวที่เก็บแต้มจากบาร์เซโลน่าในรอบแบ่งกลุ่มปีนี้ โดยเสมอกัน 1-1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในเดือนพฤศจิกายน

นั่นทำให้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งที่แข็งแกร่งในการคว้าตำแหน่งอัตโนมัติสี่อันดับแรก และพวกเขาก็ฉวยโอกาสนั้นไว้ ด้วยชัยชนะ 6-0 เหนือเซนต์ โพลเทน ตามด้วยชัยชนะครั้งใหญ่ที่โวล์ฟสบวร์กในวันพุธ

เชลซีจะพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรืออาร์เซนอลในรอบก่อนรองชนะเลิศ หากคู่แข่งร่วมชาติของพวกเขาชนะการแข่งขันรอบเพลย์ออฟทั้งสองเลก

พวกเขาไม่สามารถพบกับบาร์เซโลน่าหรือลียง แชมป์ 8 สมัยได้จนกว่าจะถึงรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างน้อย

นอกเหนือจากผลงานที่แข็งแกร่งแล้ว เชลซียังได้รับการสนับสนุนจากการกลับมาของผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองหน้าอย่างแซม เคอร์ และลอเรน เจมส์

ด้วยผู้รักษาประตูมือหนึ่งอย่างฮันนาห์ แฮมป์ตัน ที่เตรียมจะกลับมาหลังช่วงพักเบรกฤดูหนาว ทีมของบอมปาสเตอร์อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่จะไล่ล่าแชมป์ยุโรปที่เข้าใจยาก

การป้องกันแชมป์ดำเนินต่อไปในขณะที่อาร์เซนอลค้นหารูปแบบการเล่น

อาร์เซนอลเริ่มต้นการป้องกันแชมป์ยุโรปด้วยความพ่ายแพ้ต่อลียงยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันนัดเปิดสนามของรอบแบ่งกลุ่ม

พวกเขาแพ้ 3-2 ที่บาเยิร์น มิวนิกในเดือนพฤศจิกายน และผ่านค่ำคืนที่ยากลำบากที่บ้านพบกับเรอัล มาดริด เพื่อเก็บชัยชนะ 2-1 ทำให้ความหวังในการเข้ารอบของพวกเขายังคงอยู่

ชัยชนะ 1-0 ที่ตึงเครียดเหนือเอฟซี ทเวนเต้ ทำให้พวกเขาได้เข้ารอบเพลย์ออฟเป็นอย่างน้อย และพวกเขาผ่อนคลายด้วยชัยชนะ 3-0 เหนือลูเวนในวันพุธเพื่อคว้าอันดับที่ห้า

ไม่ใช่ฤดูกาลที่น่าเชื่อถือแต่อย่างใด และอาร์เซนอลตั้งเป้าที่จะผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อพิจารณาจากฟอร์มที่ตกต่ำและตำแหน่งที่พวกเขาพบตัวเองในเดือนพฤศจิกายน พวกเขาทำได้ดีแล้ว

พวกเขารอการจับสลากในวันพฤหัสบดี (12:00 GMT) เพื่อหาว่าพวกเขาจะเล่นกับแอตเลติโก มาดริด หรือลูเวนในรอบเพลย์ออฟ

หากพวกเขาผ่านเข้ารอบนั้นได้ พวกเขามีเชลซีหรือบาเยิร์น มิวนิก รออยู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ทีมกันเนอร์สของเรเน่ สเลเกอร์ส สร้างสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเมื่อฤดูกาลที่แล้วเมื่อพวกเขาทำให้บาร์เซโลน่าตกตะลึงเพื่อคว้าแชมป์ หลังจากความวุ่นวายในการจัดการทีมก่อนหน้านี้ และพวกเขาจะแสวงหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อสานต่อเส้นทางของพวกเขาในครั้งนี้

ทีมเปิดตัว แมนฯ ยูไนเต็ด เกินความคาดหมาย

เมื่อพิจารณาว่านี่คือฤดูกาลเปิดตัวของยูไนเต็ดในการจับสลากหลักของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิง มาร์ค สกินเนอร์ หัวหน้าโค้ชสามารถพอใจกับความคืบหน้าของทีมของเขาได้

ชัยชนะในบ้าน 2-1 เหนือปารีส แซงต์-แชร์กแมง และชัยชนะ 1-0 ที่ยูเวนตุสเป็นสิ่งที่โดดเด่นในบรรดาชัยชนะทั้งสี่ครั้งที่ยูไนเต็ดคว้ามาได้จากการแข่งขันทั้งหกนัด

เป้าหมายของพวกเขาคือการจบภายใน 12 อันดับแรกเสมอ และการปิดท้ายด้วยตำแหน่งทีมวางในรอบเพลย์ออฟเป็นการจบที่แข็งแกร่งสำหรับรอบแบ่งกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ 3-0 ต่อลียงในเดือนธันวาคมแสดงให้เห็นถึงช่องว่างระหว่างยูไนเต็ดกับทีมชั้นนำของยุโรป ดังนั้นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าจึงรออยู่ข้างหน้า

สกินเนอร์เรียกร้องให้มีการดำเนินการในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม โดยกล่าวว่าเขาต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีมหากยูไนเต็ดต้องการแข่งขันในยุโรปต่อไป

พวกเขาหลีกเลี่ยงการพบกับอาร์เซนอลที่อาจเกิดขึ้นในรอบเพลย์ออฟหลังจากการชนะในตูรินเมื่อวันพุธ และจะต้องเผชิญหน้ากับลูเวนหรือแอตเลติโก มาดริด ในครั้งต่อไป

สกินเนอร์หวังว่าเจสส์ พาร์ค และเอลลา ทูน สองนักเตะทีมชาติอังกฤษคนสำคัญจะยังคงฟิตสมบูรณ์ ขณะที่ฟริดอลินา โรลโฟ แชมป์สองสมัย ซึ่งเคยเล่นในรอบชิงชนะเลิศ 5 ครั้งกับบาร์เซโลนาและโวล์ฟสบวร์ก อดีตสโมสรของเธอ สามารถใช้ประสบการณ์ของเธอเป็นแนวทางให้พวกเขาเดินหน้าต่อไปได้

เบน เฮนส์, เอลเลน ไวท์ และเจน บีตตี กลับมาอีกครั้งสำหรับพอดแคสต์ Women’s Football Weekly อีกฤดูกาล ตอนใหม่จะปล่อยทุกวันอังคารทาง BBC Sounds นอกจากนี้ ยังมีบทสัมภาษณ์และเนื้อหาเพิ่มเติมจาก Women’s Super League และอื่นๆ ได้ที่ ฟีด Women’s Football Weekly

โดยรวมแล้ว สโมสรอังกฤษพร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์ UCL หรือยัง? ตอบได้เลยว่ามีโอกาสดีทีเดียว แต่ก็ต้องดูว่าผลการจับสลากจะเป็นอย่างไร ทีมไหนเจองานเบา งานหนักแค่ไหน และใครจะรักษาฟอร์มเก่งได้ต่อเนื่อง

โอกาสของสโมสรอังกฤษในรอบน็อกเอาต์ UCL

สโมสรอังกฤษพร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์ UCL หรือยัง? คำถามนี้ยังคงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพราะแต่ละทีมก็มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ การเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมก็อาจส่งผลต่อโอกาสของแต่ละทีมได้อีกด้วย

การแข่งขันในรอบน็อกเอาต์ UCL นั้นเข้มข้นและคาดเดาไม่ได้เสมอ เราต้องรอดูกันต่อไปว่า สโมสรอังกฤษพร้อมสำหรับรอบน็อกเอาต์ UCL หรือยัง? และทีมไหนจะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้บ้าง

ที่มา – Are English clubs ready for Champions League knockouts?

นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้ รอบรองฯ EFL Cup

นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แชมป์เก่า จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์ 8 สมัย ในรอบรองชนะเลิศของคาราบาว คัพ

เชลซี จะพบกับ อาร์เซนอล หรือ คริสตัล พาเลซ ในรอบรองชนะเลิศอีกคู่ แต่ต้องรอจนถึงวันอังคารที่ 23 ธันวาคม เพื่อทราบว่าจะเป็นทีมใดจากลอนดอนที่พวกเขาจะได้เผชิญหน้าด้วย

เกมรอบก่อนรองชนะเลิศของอาร์เซนอลกับพาเลซถูกเลื่อนออกไป เพื่อป้องกันไม่ให้ทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ต้องลงเล่นถึง 3 นัดภายใน 5 วัน เนื่องจากการมีส่วนร่วมในยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในวันพฤหัสบดี

การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดแรก จะมีขึ้นในสัปดาห์เริ่มต้นวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยนัดที่สองจะอยู่ในสัปดาห์เริ่มต้นวันที่ 2 กุมภาพันธ์

เชลซีเป็นรองแชมป์ให้กับลิเวอร์พูลในปี 2022 และ 2024 โดยพวกเขาคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายในปี 2015

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันในปี 2021 แต่ไม่สามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้น ขณะที่สาลิกาดง เอาชนะ ลิเวอร์พูล ในเดือนมีนาคม เพื่อคว้าแชมป์ในประเทศรายการแรกในรอบ 70 ปี

Full draw

สรุปผลการจับสลากประกบคู่รอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ

  • เชลซี พบ อาร์เซนอล/คริสตัล พาเลซ
  • นิวคาสเซิล พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้ ใครจะเข้าชิง?

การจับสลากประกบคู่คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ ได้ผลสรุปออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งคู่ที่น่าสนใจที่สุดคงหนีไม่พ้นการพบกันระหว่าง นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้ อย่างแน่นอน โดย นิวคาสเซิล เจ้าบ้านหวังที่จะใช้ความได้เปรียบในการเล่นในบ้านเพื่อสร้างความยากลำบากให้กับทีมเยือนอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ขณะเดียวกัน เชลซี ก็จะต้องรอพบผู้ชนะระหว่าง อาร์เซนอล และ คริสตัล พาเลซ ซึ่งทั้งสามทีมต่างก็มีดีพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวสำหรับทีมสิงห์บลูส์

วิเคราะห์โอกาสเข้ารอบของ นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้

การแข่งขันระหว่าง นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้ ถือเป็นคู่ที่สูสีและยากที่จะคาดเดาผลการแข่งขันได้ ถึงแม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะเป็นทีมที่มีศักยภาพสูง แต่ นิวคาสเซิล ภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว ก็เป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีระบบการเล่นที่ชัดเจน นอกจากนี้ การได้เล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้พวกเขามีโอกาสที่จะเอาชนะทีมเยือนได้

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ก็มีประสบการณ์และความสามารถของผู้เล่นที่เหนือกว่า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ผลการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นและแท็คติกที่ทั้งสองทีมจะนำมาใช้ในวันแข่งขัน

โดยรวมแล้ว นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้ เป็นเกมที่น่าติดตามและคาดเดาผลได้ยาก ซึ่งแฟนบอลทั้งสองทีมคงต้องลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ

ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในรอบรองชนะเลิศ เชื่อว่าคาราบาว คัพ ปีนี้จะเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสนุกสนานอย่างแน่นอน

ที่มา – Newcastle to face Man City in EFL Cup semi-finals

จาเรด ไอแซกแมน ผอ.นาซาคนใหม่!

จาเรด ไอแซกแมน ผู้อำนวยการนาซาคนใหม่ ได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากการเสนอชื่อที่กินเวลานานเกือบปี ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการอวกาศ และสร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะเขาคือพันธมิตรคนสนิทของ อีลอน มัสก์ นั่นเอง

เมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ลงมติอนุมัติการแต่งตั้ง นายจาเรด ไอแซกแมน มหาเศรษฐีนักลงทุน ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา ของสหรัฐฯ ปิดฉากการเสนอชื่อที่วุ่นวาย หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอชื่อเขาเป็น ผอ.นาซา ก่อนที่จะถอนชื่อ และเสนอชื่อใหม่อีกครั้ง

ไอแซกแมน วัย 42 ปี เป็นนักบินเครื่องบินเจ็ตสมัครเล่น ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบินอวกาศที่ไม่ใช่มืออาชีพคนแรก ที่ได้ออกไปปฏิบัติภารกิจนอกยานอวกาศ (Spacewalk) และเขายังเป็นผู้อำนวยการนาซาคนแรกในรอบหลายทศวรรษที่ก้าวเข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยมาจากภาคเอกชนโดยตรง

หลายฝ่ายมองว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการดำรงตำแหน่ง ผอ.นาซา ของ ไอแซกแมน จะถูกตัดสินด้วยบททดสอบสำคัญเพียงอย่างเดียวคือ สหรัฐฯ จะสามารถส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ได้ก่อนประเทศจีนหรือไม่

ทรัมป์ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการให้สหรัฐฯ สร้างฐานที่มั่นถาวรบนดวงจันทร์ เพื่อเปิดทางให้กับการขุดเจาะทรัพยากร และเพื่อใช้เป็นฐานที่ตั้งสำคัญสำหรับการเดินทางต่อไปยังดาวอังคารในอนาคต

อนึ่ง สมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนเสียงท่วมท้น 67 ต่อ 30 เสียง เพื่อยืนยันการแต่งตั้งนายไอแซกแมนให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.นาซา โดยเขาจะเข้ารับตำแหน่งต่อจาก ชอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งทำหน้าที่เป็นรักษาการผู้อำนวยการนาซามาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

เดิมทีนายทรัมป์ประกาศความตั้งใจที่จะเสนอชื่อไอแซกแมนเมื่อเดือนธันวาคม 2567 แต่เขาได้ถอนการเสนอชื่อในเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางความขัดแย้งกับนาย อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของนายไอแซกแมน โดยผู้นำสหรัฐฯ อ้างว่า ต้องตรวจสอบความสัมพันธ์ในอดีตอย่างถี่ถ้วน

นายมัสก์ หนึ่งในผู้บริจาคทางการเมืองรายใหญ่ที่สุดของทรัมป์และประธานบริหารของ SpaceX เคยปรากฏตัวในห้องทำงานรูปไข่เคียงข้างทรัมป์อยู่เป็นประจำ แต่ทั้งคู่ได้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในประเด็นเรื่องการใช้จ่ายของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน นายทรัมป์เสนอชื่อนายไอแซกแมนใหม่อีกครั้ง โดยในระหว่างการพิจารณาเพื่อรับรองตำแหน่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายไอแซกแมนกล่าวว่าเขาพร้อมรับภารกิจของทรัมป์ในการทำเหมืองบนดวงจันทร์ ในขณะที่นานาชาติต่างกำลังแข่งขันกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นผิวดวงจันทร์

“นี่ไม่ใช่เวลาสำหรับการรีรอ แต่เป็นเวลาสำหรับการลงมือทำ เพราะหากเราตามหลัง หรือหากเราทำผิดพลาด เราอาจไม่สามารถไล่ตามได้ทันอีกเลย และผลที่ตามมาอาจเปลี่ยนขั้วอำนาจบนโลกใบนี้ได้” ไอแซกแมนกล่าวต่อสมาชิกวุฒิสภา

ทั้งนี้ นายไอแซกแมนมองว่าการดึงภาคเอกชนเข้ามาแข่งขันกันมากขึ้น คือกุญแจสำคัญในการชิงชัยในศึกชิงอวกาศ

แต่การเปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงพาณิชย์ของเขาอาจทำให้เกิดความขัดแย้งกับนายมัสก์ได้ โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน ไอแซกแมนได้กล่าวชื่นชมการมอบสัญญาจ้างรายใหญ่ให้กับบริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) ของ เจฟฟ์ เบซอส เจ้าของ Amazon ซึ่งเป็นคู่แข่งรายสำคัญของ SpaceX ของ อีลอน มัสก์

เขายังเสนอด้วยว่านาซาควรเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาให้มากขึ้น โดยวางบทบาทให้หน่วยงานนี้เป็น “ตัวทวีคูณศักยภาพทางวิทยาศาสตร์” และว่าเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หากเราใกล้จะบรรลุบางสิ่งที่พิเศษสุด”

จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่

อนาคตของนาซาภายใต้การนำของ จาเรด ไอแซกแมน

การมาของ จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ นั้นเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเขามาจากภาคเอกชนโดยตรง และมีแนวคิดที่สนับสนุนการแข่งขันเชิงพาณิชย์ในอวกาศ ซึ่งอาจนำมาซึ่งนวัตกรรมและความก้าวหน้าใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก็อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งกับบริษัทอวกาศอื่นๆ ได้เช่นกัน

จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนาซา และวงการอวกาศโดยรวม การตัดสินใจและนโยบายของเขา จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของนาซาในอนาคต และส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในอวกาศของโลกอย่างแน่นอน

เชื่อว่าภายใต้การบริหารงานของ จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่ เราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และอาจทำให้สหรัฐฯ กลับมาเป็นผู้นำในด้านอวกาศอีกครั้งก็เป็นได้

ที่มา – จาเรด ไอแซกแมน พันธมิตร อีลอน มัสก์ ได้เป็น ผอ.นาซาคนใหม่

ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ เปิดใจหลังลูกชายถูกจับ

ครอบครัวของ ร็อบ ไรเนอร์ ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังรายนี้และภรรยา ขณะที่ นิก ลูกชายขึ้นศาลครั้งแรกแล้ว

เมื่อวันพุธที่ 17 ธ.ค. 2568 เหล่าทายาทของนาย ร็อบ ไรเนอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ฮอลลีวูดระดับตำนานผู้ล่วงลับ ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก เกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นกับนายไรเนอร์กับภรรยา และเรื่องที่นาย นิก ไรเนอร์ ลูกคนกลางของทั้งคู่ถูกจับกุมตัวในข้อหาฆาตกรรมบิดาและมารดาของตัวเอง

ทั้งนี้ ร่างของสามีภรรยาไรเนอร์ถูกพบเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ธ.ค.) ภายในบ้านพักของพวกเขาในลอสแอนเจลิส ขณะที่นิก ไรเนอร์ ถูกควบคุมตัวในคืนที่เกิดเหตุ และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมเมื่อวันอังคาร (16 ธ.ค.)

“ความสูญเสียที่น่าสยดสยองและสะเทือนใจจากการจากไปของ ร็อบ และ มิเชล ไรเนอร์ พ่อแม่ของเรา เป็นสิ่งที่ไม่มีใครควรต้องประสบพบเจอ” เจค กับ โรมี ไรเนอร์ ลูกชายคนโตกับลูกสาวของร็อบ ไรเนอร์ ระบุในแถลงการณ์ “พวกท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อแม่ แต่ยังเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเราด้วย”

“พวกเราขอขอบคุณสำหรับคำไว้อาลัย ความเมตตา และกำลังใจที่หลั่งไหลเข้ามา ซึ่งเราได้รับไม่เพียงแค่จากครอบครัวและมิตรสหายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนจากทุกสาขาอาชีพด้วย”

พวกเขายังขอให้สังคมให้ความเป็นส่วนตัวและความเคารพต่อครอบครัวของพวกเขา พร้อมทั้งขอให้ คาดเดาเรื่องต่างๆ ด้วยความเห็นอกเห็นใจและอยู่บนหลักความเป็นมนุษย์ “และขอให้ทุกคนจดจำพ่อแม่ของเราในฐานะผู้ที่ใช้ชีวิตได้อย่างยอดเยี่ยมและมอบความรักให้กับผู้อื่นเสมอมา” โดยไม่ได้กล่าวถึงข้อกล่าวหาที่มีต่อนิกผู้เป็นพี่ชายโดยตรง

นิก ไรเนอร์ วัย 32 ปี ได้ปรากฏตัวต่อศาลเป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธ และได้สละสิทธิ์ในการให้การ (ว่ารับสารภาพหรือปฏิเสธ) ต่อข้อหาฆาตกรรมระดับ 1 จำนวน 2 กระทงที่เขาถูกฟ้องร้อง

ในการพิจารณาคดีดังกล่าว อัยการและทีมทนายความฝ่ายจำเลยของนายไรเนอร์เห็นพ้องให้เลื่อนการ ฟ้องให้การ (Arraignment) ออกไปจนถึงวันที่ 7 มกราคม ซึ่งจะเป็นวันที่เขามีโอกาสเข้าให้การต่อศาลอีกครั้ง และจนกว่าจะถึงวันนั้น นิกจะถูกควบคุมตัวอยู่ที่ทัณฑสถาน ทวิน ทาวเวอร์ ในลอสแอนเจลิส

อัยการระบุว่า หากนิกให้การปฏิเสธและถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ขอทัณฑ์บน หรืออาจได้รับโทษประหารชีวิต ซึ่งทางอัยการระบุว่าในขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะมีการเรียกร้องให้นิกมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตหรือไม่

ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ เปิดใจครั้งแรกหลังเหตุฆาตกรรม ลูกชายถูกจับกุม

เรื่องราวของครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ กลายเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจคนทั่วโลก การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักอย่างกะทันหัน ทำให้เกิดความโศกเศร้าและความเจ็บปวดอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม และผู้ต้องสงสัยคือสมาชิกในครอบครัว

สิ่งที่ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ ต้องเผชิญ

การที่ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ เปิดใจครั้งแรกหลังเหตุฆาตกรรม ลูกชายถูกจับกุม แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความจริงอันแสนเจ็บปวด พวกเขาไม่ได้หลีกหนีจากปัญหา แต่เลือกที่จะออกมาพูดถึงความสูญเสียและขอความเป็นส่วนตัวเพื่อจัดการกับความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น

การที่ นิก ไรเนอร์ ลูกชายของ ร็อบ ไรเนอร์ ถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมพ่อแม่ของตัวเอง สร้างความตกตะลึงให้กับสังคมเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้นิกตัดสินใจทำเช่นนั้น และอะไรคือสิ่งที่ครอบครัวต้องเผชิญหลังจากนี้

คดีนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการสอบสวน และยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ เป็นอุทาหรณ์ที่เตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของความรัก ความเข้าใจ และการดูแลซึ่งกันและกันภายในครอบครัว

การสูญเสียพ่อแม่เป็นสิ่งที่ยากจะทำใจได้ ยิ่งเป็นการสูญเสียที่เกิดจากการฆาตกรรม ยิ่งทำให้ความเจ็บปวดนั้นทวีคูณ การที่ครอบครัวออกมาเปิดใจในครั้งนี้ อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาได้ระบายความรู้สึก และเริ่มต้นเยียวยาจิตใจของตัวเอง

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับครอบครัวอย่างมาก แต่เราหวังว่าพวกเขาจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเข้มแข็งอีกครั้ง

ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เราขอส่งกำลังใจให้กับพวกเขา และหวังว่าความจริงจะปรากฏในเร็ววัน

ที่มา – ครอบครัว ร็อบ ไรเนอร์ เปิดใจครั้งแรกหลังเหตุฆาตกรรม ลูกชายถูกจับกุม

เวเนซุเอลาลั่น! ยังส่งออกน้ำมันปกติ แม้ทรัมป์สั่งปิดกั้น

ทางการเวเนซุเอลายืนยันหนักแน่นว่ายังสามารถส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ แม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตผู้นำสหรัฐฯ เคยประกาศปิดล้อมไว้เมื่อนานมาแล้ว สถานการณ์ล่าสุดของเวเนซุเอลาจะเป็นอย่างไร และการส่งออกน้ำมันปกติของเวเนซุเอลาจะดำเนินต่อไปได้นานแค่ไหน?

ถึงแม้จะมีความตึงเครียดกับสหรัฐอเมริกา แต่เวเนซุเอลายังคงยืนกรานว่าการส่งออกน้ำมันดิบของพวกเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปิดล้อม เวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลกดูเหมือนจะไม่แยแสต่อแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น โดยยืนยันว่าการดำเนินงานต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามปกติ

บริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา (PDVSA) ระบุในแถลงการณ์ว่า “ปฏิบัติการส่งออกน้ำมันปกติดิบและผลิตภัณฑ์พลอยได้ยังคงดำเนินไปอย่างปกติ เรือบรรทุกน้ำมันที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของ PDVSA ยังคงเดินเรือด้วยความปลอดภัยอย่างเต็มที่”

ย้อนกลับไป ทรัมป์เคยกล่าวว่าเขากำลังบังคับใช้การปิดล้อมอย่างเบ็ดเสร็จและสมบูรณ์ต่อเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่เดินทางเข้าและออกจากเวเนซุเอลา พร้อมพูดถึงการวางกำลังทหารสหรัฐฯ ในทะเลแคริบเบียน และเตือนว่าเวเนซุเอลาถูกโอบล้อมโดยกองเรือรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของอเมริกาใต้

เวเนซุเอลาลั่น ยังส่งออกน้ำมันปกติ แม้ทรัมป์ประกาศปิดกั้น

ข่าวการปิดล้อมในอดีตส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น แต่เวเนซุเอลายังคงหาทางออกในการส่งออกน้ำมันปกติต่อไปได้ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองและเศรษฐกิจที่ซับซ้อน สหรัฐฯ ได้ยกระดับความเคลื่อนไหวทางทหารในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวโจมตีเวเนซุเอลาว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายข้ามชาติ

รัฐบาลเวเนซุเอลาเชื่อว่าปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดเป็นเพียงฉากบังหน้าเพื่อโค่นล้มนายมาดูโรและเข้ายึดครองทรัพยากรน้ำมันของประเทศ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณกำกวมมาตลอดว่าจะเข้าแทรกแซงในเวเนซุเอลาหรือไม่ แต่เขากล่าวว่าเขาเชื่อว่าเวลาในอำนาจของนายมาดูโรนั้นใกล้จะหมดลงแล้ว

เศรษฐกิจเวเนซุเอลาและการส่งออกน้ำมัน

เศรษฐกิจที่บอบช้ำของเวเนซุเอลาต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันเป็นอย่างมาก กองทัพของเวเนซุเอลาให้การสนับสนุนนายมาดูโรอย่างเหนียวแน่น และกล่าวว่าพวกเขา “ไม่เกรงกลัว” ต่อการข่มขู่ของทรัมป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าพวกเขาไม่เกรงกลัวต่อคำขู่ที่หยาบคายและจองหองของสหรัฐฯ

จีนซึ่งเป็นตลาดหลักสำหรับน้ำมันของเวเนซุเอลา ได้ปกป้องรัฐบาลมาดูโร และคัดค้านการข่มเหงฝ่ายเดียวในทุกรูปแบบ พร้อมสนับสนุนทุกประเทศในการปกป้องอธิปไตยและศักดิ์ศรีของชาติ จีนยังเสริมว่าเวเนซุเอลา “มีสิทธิ์ที่จะพัฒนาความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับประเทศอื่น ๆ อย่างเป็นอิสระ”

สถานการณ์ในเวเนซุเอลายังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่เวเนซุเอลายังสามารถส่งออกน้ำมันได้ตามปกติ ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการรักษาเศรษฐกิจของตนเองไว้

ถึงแม้ว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว แต่ผลกระทบจากการปิดล้อมยังคงมีอยู่ เวเนซุเอลาจะต้องเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้างในการรักษาการส่งออกน้ำมันปกติในอนาคต?

ที่มา – เวเนซุเอลาลั่น ยังส่งออกน้ำมันปกติ แม้ทรัมป์ประกาศปิดกั้น