วัน: 27 ธันวาคม 2025

ลูกๆ โชต้า นำทีมไว้อาลัยก่อนเกมลิเวอร์พูล-วูล์ฟส์

ลิเวอร์พูล และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ร่วมกันไว้อาลัยให้แก่ ดีโอโก้ โชต้า ในวันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่แอนฟิลด์ เมื่อทั้งสองอดีตทีมของเขามาพบกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การเสียชีวิตของเขา

กองหน้าชาวโปรตุเกสวัย 28 ปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในสเปนเมื่อเดือนกรกฎาคม พร้อมกับ อังเดร ซิลวา น้องชายวัย 25 ปีของเขา

โชต้าย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล ในปี 2020 หลังจากอยู่กับ วูล์ฟส์ เป็นเวลาสามฤดูกาล

ดีนิส และ ดัวร์เต้ ลูกชายสองคนจากทั้งหมดสามคนของเขา เข้าร่วมกับมาสคอตประจำวันแข่งขันในสนามก่อนเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์

ลูกชายของโชต้า พร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวรุ่นเยาว์คนอื่นๆ นำทีม ลิเวอร์พูล ออกจากอุโมงค์ เดินนำหน้ากัปตันทีม เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

รูเต้ คาร์โดโซ่ ภรรยาของโชต้า ก็มาร่วมงานด้วย

ป้ายผ้าที่มีข้อความว่า ‘ดีโอโก้ โชต้า อยู่ในใจเราตลอดไป’ ถูกชูขึ้นที่อัฒจันทร์ฝั่งเดอะค็อปก่อนเริ่มเกม

เสียงร้องเพลง “ดีโอโก้, ดีโอโก้, ดีโอโก้” ดังกระหึ่มจากแฟนบอล วูล์ฟส์ ในฝั่งทีมเยือน ก่อนที่ทุกคนในสนามแอนฟิลด์จะยืนขึ้นและปรบมือขณะที่ผู้สนับสนุน ลิเวอร์พูล ร้องเพลงเพื่อเป็นเกียรติแก่โชต้าในนาทีที่ 20

สโมสรจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้ยกเลิกการใช้เสื้อหมายเลข 20 ของโชต้าหลังจากการเสียชีวิตของเขา

เมื่อวันศุกร์ ผู้เล่นและทีมงานของ วูล์ฟส์ ได้วางพวงหรีดไว้อาลัยนอกสนามแอนฟิลด์เพื่อรำลึกถึงอดีตกองหน้าของพวกเขา ซึ่งย้ายมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาลจากแอตเลติโก มาดริด ในปี 2017 และทำไป 44 ประตูจากการลงสนาม 131 นัด

โชต้าทำไป 65 ประตูจากการลงสนาม 182 นัดให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2025 หัวหน้าโค้ช อาร์เน สล็อต กล่าวว่าเขาหวังว่าความรักที่โชต้าได้รับจะนำมาซึ่ง “ความสบายใจ” ให้กับครอบครัวของเขา

สล็อตกล่าวว่า “การหวนรำลึกถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาจุดประกายอารมณ์ที่ผันผวน แต่เป็นเรื่องปกติในช่วงเวลานี้ของปีที่จะมองย้อนกลับไปถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้น”

“การทำเช่นนั้นทำให้ผมคิดถึงครอบครัวของ ดีโอโก้ โชต้า เป็นพิเศษในช่วงคริสต์มาสแรกที่พวกเขาจะไม่มีเขา”

“มันไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะบอกพวกเขาว่าพวกเขาควรจะมองหาความสบายใจจากที่ไหน – หากเป็นไปได้ – แต่ผมหวังได้เพียงว่าความรู้สึกของความรักและความเสน่หาที่ ดีโอโก้ ยังคงสร้างขึ้นจะนำมาซึ่งความสบายใจให้กับพวกเขา”

ลูกๆ โชต้า นำทีมไว้อาลัยก่อนเกมลิเวอร์พูล-วูล์ฟส์

การสูญเสีย ดีโอโก้ โชต้า ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการฟุตบอล เขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถ เป็นขวัญใจของแฟนบอล และเป็นบุคคลที่น่ารักทั้งในและนอกสนาม

ความทรงจำของ ดีโอโก้ โชต้า จะคงอยู่ในใจแฟนบอลตลอดไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ในเกมระหว่างลิเวอร์พูลและวูล์ฟส์เป็นเครื่องยืนยันถึงความรักและความเคารพที่ผู้คนมีต่อ ลูกๆ โชต้า และครอบครัวของเขา การที่ ลูกๆ โชต้า ได้นำทีมลิเวอร์พูลลงสู่สนามเป็นการแสดงออกถึงความกล้าหาญและความเข้มแข็ง พวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน

การไว้อาลัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ว่าโชต้าจะจากไปแล้ว แต่ความทรงจำของเขายังคงอยู่ และความรักของแฟนบอลที่มีต่อเขาก็ไม่มีวันจางหาย

ความสามัคคีและความเสียใจที่แสดงออกมาโดยทั้งสองสโมสรและแฟนบอลแสดงให้เห็นถึงพลังของกีฬาในการนำผู้คนมารวมกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเสียชีวิตของ ดีโอโก้ โชต้า ได้สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล แต่การไว้อาลัยที่แอนฟิลด์แสดงให้เห็นว่าความทรงจำของเขาจะยังคงอยู่ต่อไป

ลูกๆ โชต้า ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญในการนำทีมลิเวอร์พูลลงสู่สนาม การกระทำของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคน และแสดงให้เห็นว่าความรักและความทรงจำสามารถเอาชนะความเศร้าโศกได้

การไว้อาลัยครั้งนี้จะเป็นที่จดจำไปอีกนาน และจะเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการให้เกียรติและรำลึกถึงผู้ที่จากไป

เกมฟุตบอลเป็นมากกว่าแค่เกม มันเป็นชุมชน เป็นความสามัคคี และเป็นความทรงจำ การไว้อาลัยให้แก่ดีโอโก้ โชต้า เป็นเครื่องยืนยันถึงสิ่งเหล่านี้

ลูกๆ โชต้า จะเป็นกำลังใจให้คุณพ่อบนสรวงสวรรค์แน่นอน

ที่มา – Jota’s children lead tributes before Liverpool v Wolves

มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว เจ็บ 15 ราย

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญในโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เมื่ออดีตลูกจ้างได้ก่อเหตุ มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึง 15 ราย แรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้คาดว่ามาจากความแค้นส่วนตัวที่ถูกรังแก

รายงานข่าวจากต่างประเทศระบุว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นอดีตพนักงานของโรงงาน ได้ถูกจับกุมหลังจากใช้มีดทำร้ายผู้คนไป 8 ราย นอกจากนี้ เขายังได้สาดสารเคมีที่เชื่อว่าเป็นน้ำยาฟอกขาว ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 7 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 ธันวาคม 2568) ในโรงงานผลิตยางรถยนต์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น ผู้ก่อเหตุอ้างว่า เขาถูกเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งกลั่นแกล้งมาโดยตลอด

สำนักงานดับเพลิง “ฟุจิซัน นันโตะ” ได้ออกมาแถลงว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลรวมทั้งหมด 8 ราย หลังจากชายคนดังกล่าวใช้มีดไล่แทงผู้คนภายในโรงงานของบริษัท “โยโกฮามะ รับเบอร์” (Yokohama Rubber Co.) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมิชิมะ จังหวัดชิซุโอกะ ทางทิศตะวันตกของกรุงโตเกียว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสำนักข่าว Associated Press ว่า ในบรรดาผู้ที่ถูกแทงนั้น มี 5 รายที่อาการค่อนข้างสาหัส อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว ยังไม่มีการเปิดเผยเพิ่มเติมในขณะนี้

ตำรวจประจำจังหวัดชิซุโอกะได้ระบุชื่อผู้ก่อเหตุว่า คือ นายมาซากิ โอยามะ อดีตพนักงานของบริษัท โยโกฮามะ รับเบอร์ วัย 38 ปี ซึ่งถูกเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางมาถึงและจับกุมตัวเขาในข้อหาพยายามฆ่า โดยเป้าหมายหลักในการทำร้ายร่างกายของเขาคือ พนักงานชายวัย 28 ปีของโรงงานแห่งนี้ ซึ่งนายโอยามะอ้างว่าเป็นคนที่กลั่นแกล้งเขามาโดยตลอด

หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง “อาซาฮี” ได้รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า ผู้ต้องสงสัยได้พกมีดเดินป่า (survival knife) และสวมใส่สิ่งที่มีลักษณะคล้ายหน้ากากป้องกันแก๊สพิษในขณะที่ก่อเหตุ มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว

หน่วยดับเพลิงได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดด้วยน้ำยาฟอกขาวอีก 7 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา

มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว เจ็บ 15 ราย

แรงจูงใจในการก่อเหตุ มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว คืออะไร?

แรงจูงใจเบื้องต้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดการณ์ไว้คือ ความแค้นส่วนตัวที่ผู้ก่อเหตุถูกรังแกจากเพื่อนร่วมงาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ต่อไป

  • พิจารณาถึงความรุนแรงของเหตุการณ์
  • ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
  • ผลกระทบต่อจิตใจของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาว ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการกลั่นแกล้งหรือการบูลลี่ (Bully) ในสถานที่ทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ความรุนแรงและการสูญเสียที่คาดไม่ถึงได้ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพซึ่งกันและกัน รับฟังความคิดเห็น และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางร่างกายและจิตใจของพนักงานทุกคน จึงเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ ควรให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – มือมีดแทงผู้คน สาดน้ำยาฟอกขาวใน รง.ญี่ปุ่น เจ็บ 15 ราย แค้นโดนรังแก

แมนฯ ซิตี้มีสภาพจิตใจที่ใช่ เอาชนะฟอเรสต์

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า ทีมของเขามีสภาพจิตใจที่จำเป็นในการกลับมาหลังจากช่วงคริสต์มาส และเอาชนะน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2-1 ได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของนักเตะทุกคนในทีม

แมนฯ ซิตี้มีสภาพจิตใจที่ใช่ เอาชนะฟอเรสต์

เกมกับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไม่ใช่งานง่าย แมนฯ ซิตี้ต้องเจอกับความกดดันอย่างมาก แต่พวกเขาก็สามารถรับมือกับมันได้ดี เป๊ป กวาร์ดิโลาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งในการแข่งขันระดับสูง และชัยชนะครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสิ่งนั้น

กวาร์ดิโลา กล่าวหลังเกมว่า “เรากลับมาด้วยสภาพจิตใจที่ถูกต้อง และเราก็ทำในสิ่งที่ต้องทำ” เขายังกล่าวอีกว่า ทีมของเขาต้อง “ต่อสู้” เพื่อทุกคะแนน และพวกเขาจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะจบฤดูกาล

ความสำคัญของสภาพจิตใจที่แข็งแกร่ง

ในโลกของฟุตบอลอาชีพ สภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าทักษะทางเทคนิค ผู้เล่นที่สามารถรับมือกับความกดดัน มีสมาธิ และมีความมุ่งมั่น จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าผู้เล่นที่มีพรสวรรค์แต่ขาดความแข็งแกร่งทางจิตใจ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของนักกีฬา:

  • ความเชื่อมั่นในตนเอง: ความเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถทำได้
  • การจัดการกับความเครียด: ความสามารถในการควบคุมความเครียดและความวิตกกังวล
  • ความมุ่งมั่น: ความตั้งใจที่จะทำงานหนักและไม่ยอมแพ้
  • การมีสมาธิ: ความสามารถในการจดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้า

การพัฒนาสภาพจิตใจ:

สภาพจิตใจเป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาได้ผ่านการฝึกฝนและการเรียนรู้ เทคนิคต่างๆ เช่น การทำสมาธิ การตั้งเป้าหมาย และการพูดคุยกับนักจิตวิทยาการกีฬา สามารถช่วยให้นักกีฬาพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจได้

ชัยชนะของแมนฯ ซิตี้เหนือฟอเรสต์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า สภาพจิตใจที่แข็งแกร่งสามารถสร้างความแตกต่างได้ แม้ว่าทีมจะต้องเผชิญกับความท้าทาย แต่พวกเขาก็สามารถเอาชนะอุปสรรคและคว้าชัยชนะมาได้ด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตนเอง

การมี “แมนฯ ซิตี้มีสภาพจิตใจที่ใช่ เอาชนะฟอเรสต์” ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มาจากการทำงานหนัก การฝึกฝน และการปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้องจากผู้จัดการทีมและทีมงานเบื้องหลังทุกคน

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬาอาชีพหรือนักกีฬาสมัครเล่น การให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพจิตใจเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณต้องการประสบความสำเร็จในกีฬาที่คุณรัก

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สลด! รถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง ยายดับ คนขับเสพยาบ้า

อุบัติเหตุสลด! รถพ่วงบรรทุกดินเสียหลัก พุ่งชนบ้านเรือนประชาชนริมถนนเพชรบูรณ์ – บ้านน้ำเดื่อ ทำให้บ้านพังเสียหาย 3 หลัง คุณยายวัย 78 ปีเสียชีวิต และมีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 ราย คนขับรถพ่วงรับสารภาพเสพยาบ้ามาก่อนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโคก ได้รับแจ้งเหตุรถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ที่เกิดเหตุอยู่ริมถนนสายเพชรบูรณ์ – บ้านน้ำเดื่อ หมู่ 7 ต.บ้านโคก อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ สภาพด้านหน้าบ้านพังเสียหาย ใกล้กันพบศพ นางหล่อ อายุ 78 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนางหนูเล็ก อายุ 68 ปี ได้รับบาดเจ็บขาหัก ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพชรบูรณ์

ในที่เกิดเหตุพบรถพ่วงทะเบียนเพชรบูรณ์ สภาพด้านหน้าพังเสียหายจอดอยู่กลางบ้าน นอกจากนี้ ยังพบรถยนต์กระบะอีซูซุสีดำ และรถยนต์กระบะโตโยต้าสีบรอนซ์เงิน ได้รับความเสียหายอีกด้วย ทรัพย์สินภายในบ้านเรือนเสียหายเป็นจำนวนมาก

จากการสอบสวน นายประทีป อายุ 45 ปี คนขับรถพ่วง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถบรรทุกดินมาตามปกติ แต่เกิดอาการวูบ ทำให้รถเสียหลักรถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง ชนรถยนต์กระบะ และชนคุณยายที่นั่งอยู่ในบ้านจนเสียชีวิตและบาดเจ็บ นอกจากนี้ รถยังไหลไปชนรถยนต์กระบะอีกคัน และบ้านเรือนที่อยู่ติดกันอีก 2 หลัง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายประทีปไปตรวจปัสสาวะ พบสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเจ้าตัวรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาก่อนหน้านี้ จึงถูกแจ้งข้อหาขับขี่รถขณะเสพยาเสพติด ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต และทรัพย์สินเสียหาย

สภาพความเสียหายจากเหตุการณ์รถพ่วงชนบ้าน

สลด! รถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง ยายดับ คนขับเสพยาบ้า

นางเสงี่ยม (สงวนนามสกุล) เล่าว่า ขณะที่ตนนอนเล่นกับหลานในบ้าน ได้ยินเสียงดังมาก เมื่อหันไปมองก็เห็นรถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง เฉียดจุดที่ตนนอนอยู่กับหลานไปเล็กน้อย รู้สึกตกใจมาก รีบอุ้มหลานออกมา หากรถเบี่ยงมาทางขวาอีกนิด ตนและหลานอาจถูกรถทับได้

ผลกระทบจากอุบัติเหตุ รถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง

เหตุการณ์รถพ่วงพุ่งชนบ้านพังครั้งนี้ สร้างความเสียหายอย่างมาก ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประสบภัย นอกจากความสูญเสียของคุณยายที่เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิตต่อไป

อุบัติเหตุครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงปัญหาการใช้ยาเสพติดในกลุ่มผู้ขับขี่รถบรรทุก ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ใช้รถใช้ถนน และประชาชนทั่วไป การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

  • ผลกระทบต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว: การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักย่อมนำมาซึ่งความโศกเศร้าและความยากลำบากในการปรับตัว
  • ผลกระทบต่อผู้บาดเจ็บ: ผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล และอาจต้องเผชิญกับความพิการหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
  • ผลกระทบต่อทรัพย์สิน: บ้านเรือนและทรัพย์สินที่เสียหายต้องได้รับการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก
รถพ่วงคันที่ก่อเหตุ

เหตุการณ์เศร้าสลดครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นถึงความประมาทและความอันตรายของการเสพยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ขับขี่รถบรรทุก ซึ่งอาจนำมาซึ่งอุบัติเหตุร้ายแรงและการสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับพิษภัยของยาเสพติดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – สลด รถพ่วงพุ่งชนบ้านพัง 3 หลัง ยายวัย 78 ดับ สาหัส 1 คนขับรถเสพยาบ้ามาจริง

คริส วู้ด เข้ารับการผ่าตัด ‘น่าเสียใจและผิดหวัง’

คริส วู้ด กองหน้าของทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เตรียมพักยาวอีกครั้งหลังเข้ารับการผ่าตัด

กองหน้าชาวนิวซีแลนด์รายนี้ไม่ได้ลงสนามตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเนื่องจากปัญหาที่เข่า และยังไม่ได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ ฌอน ไดช์ นับตั้งแต่เข้ามาแทนที่ อังเก้ ปอสเตโคกลู ในตำแหน่งผู้จัดการทีม

ดาวเตะวัย 34 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมที่ ซิตี้ กราวด์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยทำไป 20 ประตูจากการลงเล่น 40 นัด ช่วยให้ทีมคว้าสิทธิ์ไปเล่นในยุโรป

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ เขาได้ลงเล่นน้อยลง โดยวู้ดทำไปเพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 9 นัด

วู้ดไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัดของเขา แต่มีคนเห็นเขาสวมสนับเข่าขณะชมเกมการแข่งขันของฟอเรสต์เมื่อเร็ว ๆ นี้

“คริสต์มาสที่ผมไม่ได้คาดหวัง คุณไม่มีทางรู้ว่าฟุตบอลจะเหวี่ยงอะไรมาให้คุณบ้าง” วู้ดเขียนบนอินสตาแกรม

“จากจุดสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาสู่การต่อสู้และจุดต่ำสุดส่วนตัวในฤดูกาลนี้ คุณต้องพร้อมสำหรับทุกสิ่ง”

“น่าเสียใจและผิดหวังอย่างมากที่ผมจะต้องอยู่ข้างสนามอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้กลับมาแข็งแกร่งและดีขึ้นกว่าเดิม เพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีมทำหน้าที่ที่จำเป็นในพรีเมียร์ลีกและในยุโรป”

การปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของวู้ดคือในเกมสุดท้ายที่ปอสเตโคกลูคุมทีม ซึ่งเป็นการพ่ายแพ้ต่อ เชลซี 3-0 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม

คริส วู้ด เข้ารับการผ่าตัด ‘น่าเสียใจและผิดหวัง’

อาการบาดเจ็บของ คริส วู้ด ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของทีม การขาดหายไปของเขาจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำประตูของทีมอย่างแน่นอน

ผลกระทบต่อทีมจากการผ่าตัด ‘น่าเสียใจและผิดหวัง’ ของ คริส วู้ด

การผ่าตัดของ คริส วู้ด สร้างความกังวลให้กับแฟนบอลและผู้จัดการทีมเป็นอย่างมาก เพราะเขาคือผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุก การขาดหายไปของเขาจะทำให้ทีมต้องปรับแผนการเล่นและหาผู้เล่นคนอื่นมาทดแทน

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จะต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะอุปสรรคนี้และรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีต่อไป แม้ว่า คริส วู้ด จะไม่สามารถลงสนามได้ในขณะนี้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดหายไปของ คริส วู้ด:

  • ประสิทธิภาพในการทำประตูของทีมลดลง
  • ทีมต้องปรับแผนการเล่น
  • ผู้เล่นคนอื่น ๆ ต้องรับภาระมากขึ้น
  • ขวัญกำลังใจของทีมอาจลดลง

ถึงแม้ว่าการขาดหายไปของ คริส วู้ด จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ทีมจะต้องพยายามมองในแง่บวกและใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาผู้เล่นคนอื่น ๆ และสร้างทีมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

การผ่าตัดของ คริส วู้ด เป็นเรื่อง ‘น่าเสียใจและผิดหวัง‘ สำหรับทั้งตัวเขาและสโมสร แต่เราหวังว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมและกลับมาช่วยทีมได้ในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จะต้องหาวิธีปรับตัวและรับมือกับการขาดหายไปของเขาให้ได้ เพื่อให้ทีมยังคงสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในขณะที่ คริส วู้ด พักรักษาตัว ผู้จัดการทีม ฌอน ไดช์ จะต้องมองหาตัวเลือกอื่น ๆ ในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นการให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่ง หรือการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อชดเชยการขาดหายไปของเขา

แฟนบอลของน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ต่างหวังว่า คริส วู้ด จะสามารถกลับมาลงสนามได้โดยเร็ว และกลับมาทำประตูให้กับทีมได้อีกครั้ง

สุดท้ายนี้ การผ่าตัดของ คริส วู้ด เป็นเครื่องเตือนใจว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่แน่นอน และทุกทีมจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเสมอ

เราขอเป็นกำลังใจให้ คริส วู้ด หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และกลับมาสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ อีกครั้ง

ที่มา – ‘Gutting and frustrating’ – Wood undergoes surgery

บิ๊กโจ๊กปฏิเสธข้อกล่าวหาติดสินบน ป.ป.ช. ยึดทอง 120 บาท

จากกรณีข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่จับตา รองเต่าได้ออกมาเปิดเผยว่า “บิ๊กโจ๊ก” ปฏิเสธข้อกล่าวหา หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นเครือข่าย 11 จุด เพื่อหาหลักฐานในคดีติดสินบน ป.ป.ช. เพื่อให้ช่วยเหลือคดีในปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งจากหลักฐานที่พบ มีการตรวจยึดทองคำแท่งประมาณ 120 บาท และเอกสารอื่นๆ อีกจำนวนมากที่ต้องนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ คณะสืบสวนสอบสวนของตำรวจได้ระดมกำลังเข้าตรวจค้น 11 จุด เพื่อหาหลักฐานที่เชื่อมโยงกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. ในข้อหาติดสินบน ป.ป.ช. เป็นทองคำแท่งจำนวน 246 บาท เพื่อแลกกับการให้ช่วยเหลือคดีในปี 2567 ทำให้บิ๊กโจ๊กต้องเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้

บิ๊กโจ๊กปฏิเสธข้อกล่าวหาติดสินบน ป.ป.ช. ยึดทอง 120 บาท

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ในฐานะรองหัวหน้าคณะชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังตรวจค้นหาทรัพย์สินและพยานหลักฐานที่เป็นเอกสารสำคัญต่างๆ รวมทั้งหมด 11 จุด ที่มีความเกี่ยวพันกับคดีการติดสินบน ป.ป.ช. จากการตรวจค้น สามารถตรวจยึดทองคำแท่งได้ประมาณ 120 บาท จากบ้านของนายสมบัติ ธรธรรม รวมถึงเอกสารต่างๆ อีกจำนวนมากจากหลายสถานที่ ซึ่งจะต้องนำมาตรวจสอบอีกครั้ง

บิ๊กโจ๊กให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาติดสินบน

รอง ผบช.ก. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรอง ผบ.ตร. ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ประกอบด้วย ข้อหาร่วมกันเป็นผู้ให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานในตำแหน่งตุลาการ พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี หรือพนักงานสอบสวน เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำใดอันมิชอบด้วยหน้าที่ (จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน 4 หมื่นบาท) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 167 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 176 ฐานร่วมกันให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงานของรัฐ เพื่อจูงใจให้กระทำการ ไม่กระทำการ หรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ ในลักษณะเป็นตัวการร่วมกันกระทำความผิดโดยการแบ่งหน้าที่กันทำ (จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท) โดยบิ๊กโจ๊กได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หลังจากสอบสวนและพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จสิ้น บิ๊กโจ๊กได้เดินทางกลับไปเมื่อกลางดึก นอกจากนี้ นายสมบัติ ธรธรรม ผู้ถูกกล่าวหาอีกราย ก็ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวานนี้เช่นกัน

พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นเมื่อวานนี้ ขณะนี้กำลังให้พนักงานสอบสวน บก.ปปป. บันทึกรวบรวมรายละเอียดว่า ชุดคณะทำงานที่แต่งตั้งมาจาก ตร. นำของกลางที่ตรวจยึดได้มีอะไรบ้างที่นำมามอบให้ แต่เท่าที่ได้รับรายงานพบว่ามีเอกสารจำนวนมาก รวมทั้งทองคำแท่งประมาณ 120 บาทด้วย

ผบก.ปปป. กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หลังแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ พนักงานสอบสวนได้อนุญาตให้กลับได้ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะขอทำคำให้การส่งมาให้ในภายหลัง เช่นเดียวกับนายสมบัติ ที่เจ้าตัวมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อช่วงประมาณ 23.00 น. เมื่อวาน ก่อนจะถูกสอบปากคำพร้อมให้การปฏิเสธ ตำรวจได้ปล่อยตัวไปตอนตี 3 โดยนายสมบัติ จะส่งคำให้การมาภายหลังเช่นกัน

คดีนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อไปถึงข้อเท็จจริงและหลักฐานต่างๆ ที่จะนำไปสู่การตัดสินในอนาคต การติดสินบน ป.ป.ช. เป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความยุติธรรมและความน่าเชื่อถือขององค์กร ดังนั้นการดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

ที่มา – รองเต่า เผย “บิ๊กโจ๊ก” ปฏิเสธข้อกล่าวหา ปมคดีติดสินบน ป.ป.ช. ยึดทองแท่งอีก 120 บาท

ทร. พร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ

กองทัพเรือ ขานรับผลเจรจา GBC แต่ยังคงความพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ ยืนยันปฏิบัติตามผลการเจรจา GBC และให้ความมั่นใจว่าจะคงความพร้อมปกป้องอธิปไตยชายแดนไทยอย่างเต็มขีดความสามารถ

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้มีการเจรจาในกรอบคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) และมีข้อตกลงร่วมกันในการดำเนินมาตรการหยุดยิงภายในวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 น. รวมถึงการลดระดับความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนนั้น

กองทัพเรือได้รับทราบผลการเจรจาดังกล่าว และพร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลไทยอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักการลดการเผชิญหน้าเพื่อรักษาเสถียรภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และสันติภาพในพื้นที่ชายแดนเป็นสำคัญ

ในขณะเดียวกัน พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้มีการวางกำลัง การควบคุมพื้นที่ และการรักษาความมั่นคงในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างรัดกุม พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันและตรวจสอบการกระทำใด ๆ ที่อาจเป็นการละเมิดข้อตกลงหรือกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทย

กองทัพเรือเน้นย้ำว่า มาตรการหยุดยิงดังกล่าว ไม่ใช่การลดความพร้อมทางทหาร แต่เป็นการบริหารสถานการณ์ตามกรอบการทูตและกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกองทัพเรือยังดำรงความพร้อม ทั้งกำลังรบและกำลังสนับสนุนไว้ในพื้นที่ตามเดิม เพื่อเตรียมรับสถานการณ์หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น

พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ฝากถึงประชาชน ขอให้เชื่อมั่นว่ากำลังพลกองทัพเรือทุกนายจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และพร้อมปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติอย่างถึงที่สุด

ทร. ขานรับผลเจรจา GBC แต่ยังคงความพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน การที่กองทัพเรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการปฏิบัติตามผลการเจรจา GBC ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมในการปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชน

ความสำคัญของการเตรียมพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ

  • การปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถเป็นหน้าที่หลักของกองทัพเรือ
  • การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน
  • การแสดงศักยภาพทางทหารช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน

การที่กองทัพเรือยังคงความพร้อมทั้งกำลังรบและกำลังสนับสนุน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความมั่นคงของประเทศ แม้ว่าจะมีการเจรจาและข้อตกลงเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมอยู่เสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป

การปฏิบัติหน้าที่ของกองทัพเรือไม่เพียงแต่เป็นการปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือประชาชนในยามที่เกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ การมีกองทัพที่เข้มแข็งและพร้อมปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นหลักประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ

การที่ผู้บัญชาการทหารเรือออกมาให้ความมั่นใจแก่ประชาชน ถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในกองทัพ การสื่อสารที่ชัดเจนและต่อเนื่องจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจถึงบทบาทและภารกิจของกองทัพเรือได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่กองทัพเรือขานรับผลการเจรจา GBC พร้อมทั้งยังคงความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ จึงเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – ทร. ขานรับผลเจรจา GBC แต่ยังคงความพร้อมปกป้องอธิปไตยไทยเต็มขีดความสามารถ

มาสด้าเก็บยอดจองรถไฟฟ้า Mazda6e ทะลุ 4,000 คัน

มาสด้าโกยยอดจอง รถไฟฟ้า Mazda6e เพิ่มอีก 1,000 คัน ดันยอดจองซื้อรวมทะลุ 4,000 คันไปเป็นที่เรียบร้อย สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่เปี่ยมไปด้วย DNA ของมาสด้าในทุกมิติ ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้าอันเป็นที่เลื่องลือ

รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 เพื่อให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo Design – Soul of Motion แสดงถึงความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทำให้สามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม. พร้อมรองรับ DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% ได้เร็วสูงสุดในเวลาเพียง 15 นาที ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล

“ล่าสุด Mazda6e ได้รับยอดจองสิทธิ์แพ็คเกจเพิ่มอีกกว่า 1,000 สิทธิ์ คาดการณ์ยอดจองแพ็คเกจรวมทะลุเกิน 4,000 สิทธิ์ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี”

สำหรับกิจกรรม Mazda6e Electric Showcase ที่ได้จัดขึ้นไปแล้วใน 8 จังหวัด ประกอบไปด้วย นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธ์, อุดรธานี, หนองคาย, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช ภายในงานฯ ลูกค้าไม่เพียงแต่ได้รับประสบการณ์พิเศษในการสัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e อย่างใกล้ชิดเท่านั้น แต่ยังได้รับฟังบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์เชิงลึกอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม Product Walk-Through โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและทีมงานที่กำกับดูแลด้านผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าโดยตรงจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ซึ่งได้แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมให้รายละเอียดอย่างครบถ้วน ถือเป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาสด้ามุ่งมั่นใส่ใจดูแลเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ตามปรัชญา Joy Drives Lives โดยการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน

ทั้งนี้ มาสด้าได้ขยายโอกาสเพื่อเปิดให้ลูกค้าผู้สนใจ จองรับสิทธิพิเศษภายใต้ Mazda6e Premiere Package ซึ่งประกอบไปด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience และทดลองขับ Premiere Test Drive , การเข้าร่วมงาน Premiere Celebration Event และสิทธิ์รับรถล็อตแรก Premiere Delivery รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท

สำหรับผู้ที่สนใจชม The All-Electric Mazda6e และต้องการจองรับแพ็คเกจพิเศษนี้ หากไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานที่โชว์รูม สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ผ่านช่องทางออนไลน์ได้เช่นกัน

มาสด้าเก็บยอดจองรถไฟฟ้า Mazda6e เพิ่มอีก 1 พันคัน ดันยอดจองซื้อทะลุ 4,000 คัน

ทำไมยอดจองรถไฟฟ้า Mazda6e ถึงพุ่งสูง?

ปัจจัยหลักที่ทำให้ยอดจอง รถไฟฟ้า Mazda6e พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น นอกจากจะเป็นเพราะชื่อเสียงและคุณภาพของแบรนด์มาสด้าที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนานแล้ว การออกแบบที่สวยงาม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ก็เป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ยิ่งไปกว่านั้น การที่มาสด้าให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และการนำเสนอแพ็กเกจสิทธิพิเศษที่คุ้มค่า ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

การที่ รถไฟฟ้า Mazda6e มียอดจองทะลุ 4,000 คัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย และยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปิดรับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ และมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเดินทางในอนาคต

ที่มา – มาสด้าเก็บยอดจองรถไฟฟ้า Mazda6e เพิ่มอีก 1 พันคัน ดันยอดจองซื้อทะลุ 4,000 คัน

สมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง: วันแรกสุดเข้มข้น!

สมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง วันแรกดุเดือดพรรคใหญ่ส่งครบ 3 เขต ปูดหัวคะแนนเริ่มเคลื่อนไหว

บรรยากาศการสมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง วันแรกของการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพัทลุง คึกคักเป็นพิเศษ พรรคใหญ่จัดทัพส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง พร้อมด้วยพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กที่พร้อมลงชิงชัย มีทั้งผู้สมัครหน้าใหม่และหน้าเก่าที่คุ้นเคยสนามเลือกตั้งเป็นอย่างดี ทยอยเดินทางมาลงชื่อสมัครรับเลือกตั้งที่หอประชุมจังหวัดพัทลุง ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 1, 2 และ 3 ทำให้ กกต. ต้องดำเนินการจับสลากเพื่อจัดลำดับก่อน-หลัง และจับหมายเลขผู้สมัคร ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น เสียงเชียร์ดังกึกก้องทั้งภายในและภายนอกอาคาร

การเลือกตั้งครั้งนี้ จังหวัดพัทลุงยังคงเป็นพื้นที่ที่น่าจับตา มีการย้ายพรรคของอดีต สส. และนักการเมืองบ้านใหญ่อย่างเข้มข้น

ศึกชิงเก้าอี้ สส.พัทลุง แต่ละเขตเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่ 1: นางสุพัชรี ธรรมเพชร อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม เปิดศึกกับ น.อ.อธิคุณ คงมี จากพรรคภูมิใจไทย

เขตเลือกตั้งที่ 2: นายณิติศักดิ์ ธรรมเพชร เดิมสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เปลี่ยนมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย เพื่อต่อสู้กับนายวรท เทอดวีระพงศ์ จากพรรคภูมิใจไทย ทำให้สนามเลือกตั้งเขตนี้เข้มข้นอย่างมาก

เขตเลือกตั้งที่ 3: หลังอดีต สส. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจไม่ลงสมัคร และหันไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เปิดทางให้ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม นายจรัล จันทร์แก้ว ลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม เข้ามาท้าชิงในเขตนี้เช่นกัน

ภาพรวมวันแรกของการรับสมัคร พบว่ามีหลายพรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคพลวัต พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม และพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดพัทลุงในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งหลังการสมัครเสร็จสิ้น ผู้สมัครจากแต่ละพรรคต่างลงพื้นที่หาเสียงทันที

นอกจากนี้ กลุ่มพลเมืองพัทลุงได้ออกมารณรงค์ต่อต้านการซื้อเสียงทุกรูปแบบ โดยย้ำว่าการเลือกตั้ง สส.พัทลุง ในหลายสมัยที่ผ่านมา ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของภาคใต้ในประเด็นการซื้อเสียง มีรายงานว่าเริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวของหัวคะแนนในพื้นที่จดรายชื่อและขอเลขบัตรประจำตัวประชาชนจากชาวบ้านแล้ว ทำให้การสมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง ครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากหลายกลุ่ม ทั้งในแง่การแข่งขันทางการเมืองและความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

การสมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง ในครั้งนี้จึงเป็นที่น่าติดตามอย่างยิ่ง ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร และพรรคใดจะสามารถครองใจชาวพัทลุงได้มากที่สุด การแข่งขันที่ดุเดือดและเข้มข้นเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดพัทลุงในเวทีการเมืองระดับชาติ

ที่มา – สมัครเลือกตั้ง สส.พัทลุง วันแรกดุเดือดพรรคใหญ่ส่งครบ 3 เขต ปูดหัวคะแนนเริ่มเคลื่อนไหว