วัน: 28 มกราคม 2026

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และเหรียญ

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 ราย พร้อมทั้งพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ และเหรียญราชรุจิ รวมทั้งหมด 5 ท่าน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศเรื่องพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย โดยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้น ตริตาภรณ์มงกุฎไทย แก่ พันตรี ปัญญวัชร์ วัชรกาฬ ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม พุทธศักราช 2569 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ยังมีพระบรมราชโองการ ประกาศเรื่องพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 4 แก่นายคมสัน ประณีตทอง ตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม พุทธศักราช 2569

และท้ายสุด พระบรมราชโองการ ประกาศเรื่องพระราชทานเหรียญราชรุจิ ซึ่งมีผู้ได้รับพระราชทานเหรียญรวม 3 ราย ได้แก่

  1. นายกวินวัชร์ วัชรฐิติดิษฐากุล เหรียญราชรุจิทอง
  2. นายนัธฐพร วัชรฐิติดิษฐากุล เหรียญราชรุจิทอง
  3. นายภาสกร มะธุเสน เหรียญราชรุจิทอง

โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม พุทธศักราช 2569

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 ราย

สรุปโดยรวม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญแก่ข้าราชการและบุคคลต่างๆ เพื่อเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ซึ่งการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 รายนี้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

รายละเอียดการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 ราย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยตรง ซึ่งมีการระบุรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผู้ที่ได้รับพระราชทาน ตำแหน่ง และประเภทของเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือเหรียญที่ได้รับอย่างชัดเจน

การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญ ถือเป็นเกียรติอันสูงสุดของข้าราชการและประชาชนชาวไทย เป็นเครื่องแสดงถึงความดี ความชอบ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญต่างๆ จึงเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้รับ เพื่อให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไป

การประกาศเรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 ราย ในราชกิจจานุเบกษา เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายและราชประเพณี เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบโดยทั่วกัน และถือเป็นข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติอีกด้วย

การได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญต่างๆ ไม่เพียงแต่เป็นเกียรติประวัติส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอีกด้วย เพราะแสดงให้เห็นว่า บุคคลในวงศ์ตระกูลได้สร้างคุณงามความดีเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยกย่องจากพระมหากษัตริย์

ดังนั้น การที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญต่างๆ จึงเป็นการแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อข้าราชการและประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ “พ.ต.ปัญญวัชร์” และพระราชทานเหรียญอีก 4 ราย

หมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพง


จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา สายตรวจ สภ.สันกำแพง ถูกคนร้ายยิงขณะเข้าตรวจค้นในพื้นที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุด ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้ออกหมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพงแล้ว

หมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพง

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้มีการทบทวนยุทธวิธีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิบัติงานเป็นคู่ และการปฏิบัติตามยุทธวิธีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

“เรื่องยุทธวิธีของตำรวจ ต้องไปตำหนิต้องไปกำชับทั้ง ภ.จว.เชียงใหม่ และภาค 5 หนึ่งก็คือ การตรวจของรถสายตรวจ มันมีข้อสั่งการในการตรวจอย่างน้อยต้องมี 2 คน ไปคู่จะได้ช่วยกัน อย่างที่สอง การเข้าตรวจจะต้องมียุทธวิธีที่ฝึกมาในการเข้าตรวจค้น ซึ่งมันไม่เป็นไปตามยุทธวิธีทั้ง 2 ส่วน โดยจะต้องมีการแก้ไข” พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 กล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด หมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพง

พนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายวิภาค วงค์วรรณ์ อายุ 36 ปี ในข้อหา พยายามฆ่าเจ้าหน้าที่พนักงานในระหว่างปฏิบัติหน้าที่

ขณะนี้ หมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพง ได้ถูกส่งไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศ และชุดสืบสวนกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะที่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา อายุ 27 ปี สายตรวจ สภ.สันกำแพง กำลังเข้าตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมายบนถนนภายในหมู่บ้านบ้านไร่พัฒนา ม.8 ต.แม่ปูคา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ คนร้ายได้ชักอาวุธปืนจากเอวยิงใส่ แต่โชคดีที่ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ หลบหนีได้ทัน ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ คนร้ายได้ทิ้งรถจักรยานยนต์และหลบหนีไปในความมืด

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตำรวจพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก และยึดรถจักรยานยนต์ของคนร้ายไว้ได้

พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และผู้ก่อเหตุเป็นชาวเขาเผ่าม้ง อยู่ในพื้นที่ ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ผบช.ภ.5 ยังกล่าวถึงเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา ว่า จะมีการกำชับในเรื่องของยุทธวิธีในการปฏิบัติการอีกครั้ง โดยเน้นย้ำว่าในการออกตรวจหรือรถสายตรวจ ควรมีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คน และการเข้าตรวจค้นผู้ต้องสงสัยต้องเป็นไปตามยุทธวิธีที่ฝึกมา

เพื่อเป็นการปลอบขวัญและให้กำลังใจ ส.ต.ต.อภิวัฒน์ มาลา ผบช.ภ.5 จะเรียกเจ้าตัวมาพูดคุยและมอบรางวัลให้ในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.69)

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายต้องเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติตามยุทธวิธีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและประชาชน

ที่มา – หมายจับไล่ล่าหนุ่มม้ง ยิงตำรวจสันกำแพง ขณะเรียกตรวจค้น ผบช.ภ.5 สั่งทบทวนยุทธวิธี

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิด MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้ Pet Family อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำผู้นำอสังหาริมทรัพย์ No.1 Pet Family Residences ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่อย่างแท้จริง ในงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4 โดยได้รับเกียรติจาก “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ร่วมเปิดงาน

บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี และผู้บุกเบิกแนวคิด Pet Family Residences เดินหน้าสานต่อความสำเร็จของอีเวนต์คอมมูนิตี้คนรักสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จัดงาน “MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้คอนเซปต์ “WON-DER-FUU วัน-เดอะ-ฟู” โดยได้รับเกียรติจาก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการส่งเสริมการใช้พื้นที่สาธารณะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองและสัตว์เลี้ยงให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา งาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4 ยิ่งใหญ่สมการรอคอย

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิด MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

สำหรับปีนี้ เมเจอร์ฯ ยกระดับประสบการณ์ภายในงานให้ครอบคลุมทั้งความสนุก การเรียนรู้ และไลฟ์สไตล์ เพื่อให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความหมายตลอดทั้งวัน อาทิ DOG FUN RUN เส้นทางใหม่ที่ออกแบบให้เหมาะกับทุกสายพันธุ์, DOG STARS MEET & GREET พบกับน้องหมาเซเลบริตี้ชื่อดังนำทีมโดยจุ๊มเหม่ง, K-9 HERO SHOW การแสดงจากสุนัขฮีโร่ตัวจริง, บริการฉีด MICROCHIP & HEALTH CHECK, และกิจกรรมอีกมากมายที่เติมเต็มบรรยากาศความสนุกตลอดวัน

กิจกรรมในงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

ภายในงานยังมีช่วงเสวนาพิเศษในหัวข้อ “Fur for the Better Future” โดยคุณเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนและสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยในอนาคต เพื่อสร้างสังคมที่ทุกชีวิตสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจ เกื้อกูล และมีความสุขอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันในการยกระดับคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ อาทิ MAGICLEAN แบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นที่เป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง, BUZZ PETS FOOD แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพที่คัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วโลก และ TIP PET LOVER ประกันภัยสัตว์เลี้ยงจากทิพยประกันภัย ที่ออกแบบความคุ้มครองเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ Pet Parents อย่างรอบด้าน รวมถึงร้านค้าและพาร์ทเนอร์อีกกว่า 40 แบรนด์ที่ร่วมเติมเต็มกิจกรรมภายในงานให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ผู้สนับสนุนงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์กิจกรรมคุณภาพ เพื่อพัฒนาคอมมูนิตี้คนรักสัตว์เลี้ยงให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยซึ่งเข้าใจทุกสมาชิกของครอบครัว ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ภายใต้วิสัยทัศน์ผู้นำ No.1 Pet Family Residences งาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ร่วมเปิดงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

กิจกรรมเด่นในงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4

  • DOG FUN RUN: วิ่งสนุกกับน้องหมา
  • DOG STARS MEET & GREET: พบปะน้องหมาเซเลบ
  • K-9 HERO SHOW: ชมการแสดงสุนัขฮีโร่
  • MICROCHIP & HEALTH CHECK: บริการตรวจสุขภาพและฝังไมโครชิพ

สรุปแล้ว งาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4 เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง และสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่งสำหรับคนรักสัตว์ หากคุณพลาดงานในปีนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ในอนาคต และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Pet Family Residences

ที่มา – “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ” ร่วมเปิดงาน MAJOR DOG DAY ครั้งที่ 4 อีเวนต์น้องหมาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026

PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ชู “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลสู่การลงมือทำจริง เสริมความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC จัดงาน “Data Privacy Day 2026” ภายใต้แนวคิด “Privacy in Action” ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากความเข้าใจ ไปสู่ “การลงมือทำจริง” ในระบบงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันขององค์กรในประเทศ ผ่านกิจกรรมมากมายในงาน พร้อมยกระดับบทบาท PDPC ทำงานรับกับความท้าทายร่วมสมัย ทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และการกำกับดูแลการใช้ AI โดยได้รับเกียรติจาก นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิด

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความไว้วางใจ–ความโปร่งใส–ความรับผิดชอบ โดยเฉพาะในยุคที่บริการดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ อย่าง AI เข้ามามีบทบาทในหลาย ๆ มิติของชีวิต และทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทยได้กลายเป็นทั้ง โอกาส และ ความท้าทาย ของประเทศ – “การผลักดันแนวคิด Privacy in Action จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนทิศทางได้อย่างเหมาะสม เพราะการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ควรหยุดอยู่เพียงในระดับนโยบาย แต่ต้องนำไปสู่การปฏิบัติจริงได้ในระบบงาน ในบริการ และในกระบวนการทำงานของทุกองค์กร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม”

ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในปัจจุบัน คือการพึ่งพาข้อมูลเป็นหลัก ทำให้บริบทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ถูกนำมาใช้งานในวงกว้าง ตั้งแต่การยืนยันตัวตน การเงินดิจิทัล ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไปจนถึงการประยุกต์ใช้ Generative AI – ทำให้ประเด็น Data Privacy จึงไม่ใช่เพียงแค่กฎหมาย แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง โดยในรายงานจาก IBM ระบุว่าค่าเฉลี่ยความเสียหายจากเหตุข้อมูลรั่วไหลทั่วโลกอยู่ที่ 4.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 10% สะท้อนว่าทั่วโลกกำลังมีต้นทุนจากความไม่พร้อมด้านข้อมูลและความปลอดภัย สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ World Economic Forum เผยผลสำรวจแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ คือ AI ถึง 94% ของผู้ตอบแบบสำรวจ และสัดส่วนองค์กรทั่วโลกที่นำกระบวนการประเมินความปลอดภัยของเครื่องมือ AI มาใช้ เพิ่มขึ้นจาก 37% เป็น 64% ภายในปีเดียว

ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่เศรษฐกิจดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และองค์กรทั่วโลกเร่งนำเทคโนโลยีใหม่ รวมถึง AI ไปใช้จริง โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ใช้เป็น แต่ต้อง “ใช้เป็นและไว้วางใจได้” ซึ่งหมายถึงองค์กรต้องมีกรอบกำกับดูแล (Governance) ที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งการใช้ข้อมูล การจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัย และจริยธรรม เพื่อให้การสร้างนวัตกรรมใหม่ ไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสิทธิของประชาชนและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ด้าน พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลส่วนบุคคลได้กลายเป็นรากฐานสำคัญ ทั้งต่อชีวิตของประชาชน ต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล และต่อความมั่นคงของประเทศ ทำให้ความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จะขึ้นอยู่กับความมั่นใจของประชาชนว่าข้อมูลของตนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมมากน้อยแค่ไหน – “ภารกิจของ PDPC จึงเป็นการทำให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่แค่หลักการในหน้ากระดาษ แต่ต้องเป็นกรอบที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และก่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในการทำงานของหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงต้องไม่หยุดอยู่เพียงในระดับความเข้าใจ แต่ต้องถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริงในกระบวนการทำงาน การให้บริการ และการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันของทุกองค์กร”

บทบาทของ PDPC ในปีนี้ จึงเป็นการกำกับดูแล ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเครื่องมือ เพื่อช่วยให้องค์กรยกระดับมาตรฐานการดูแลข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่สอดรับกับความท้าทายร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล (Secure Digital Economy) บนฐานความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของข้อมูลและการกำกับดูแลการใช้ AI (AI Governance) ที่ยึดหลักสิทธิ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบ

อีกทั้ง ภายในงาน Data Privacy Day 2026 ในปีนี้ ยังประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญที่ช่วยทำให้ Privacy in Action กลายเป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นจริง ทั้งในเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ อาทิ

  • ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Building a Data-Driven Nation: The Role of Trust & PDPC’s Vision” ที่เชื่อมบทบาทภาครัฐ-ภาคธุรกิจ ผ่านมิติความไว้วางใจ ในการขับเคลื่อนประเทศสู่ Data-Driven Nation
  • เวทีเสวนา CEO Playbook ที่สะท้อนมุมมองผู้บริหารองค์กรต่อการยกระดับ “Data Governance” ให้เป็นกลยุทธ์องค์กร – เพื่อใช้ข้อมูลและ AI ได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงเชิงกฎหมายและความเสี่ยงต่อชื่อเสียง
  • เวที AI & Privacy ที่วิเคราะห์ทิศทางการกำกับดูแล Generative AI และจริยธรรมข้อมูลในบริบทสากล เพื่อวางกรอบการใช้งาน AI อย่างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและสิทธิ
  • กิจกรรมเสริมสร้างระบบนิเวศด้านความเชื่อมั่น เช่น พิธีมอบรางวัล PDPA Challenge 2025 เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับอุดมศึกษา และพิธีลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อขยายผลการคุ้มครองข้อมูลสู่ภาคเศรษฐกิจจริง
  • ตลอดจนนิทรรศการและการนำเสนอเครื่องมือสนับสนุนด้าน Data Privacy ที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนได้รับทั้ง ความรู้–มุมมอง–เครื่องมือ เพื่อต่อยอดสู่การปฏิบัติในองค์กร

พันตำรวจเอก สุรพงศ์ เปล่งขำ กล่าวทิ้งท้ายว่า PDPC คาดหวังให้งาน Data Privacy Day 2026 เป็นเวทีที่เชื่อมองค์ความรู้–ความร่วมมือ–แนวทางปฏิบัติ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และประชาชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบดิจิทัลไทย และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026

ความสำคัญของ PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026

งาน PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 มีความสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย สอดคล้องกับความท้าทายในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม

การจัดงาน PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 เป็นการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูล สร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ในครั้งนี้ นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่ยุคดิจิทัลอย่างมั่นคง

ที่มา – PDPC เปิดเวที Data Privacy Day 2026 ยกระดับการคุ้มครองข้อมูลสู่การลงมือทำจริง

บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือ?

คดีร้อนแรงที่สังคมจับตา! บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือไม่? พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เร่งเครื่องเต็มสูบ เตรียมสอบปากคำแพทย์ไขปมข้อเท็จจริง พร้อมเดินหน้าต่อคดีสินบนทองคำ 246 บาท ย้ำชัดตำรวจมีอำนาจหน้าที่ งานนี้มีอะไรในกอไผ่ ต้องตามติดชนิดห้ามกระพริบตา!

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรอง ผบ.ตร. ในประเด็นการทำร้ายร่างกายลูกน้อง ซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง

บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง จริงหรือไม่?

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทีมสอบสวนได้ทำการสอบปากคำพยานเพิ่มเติมไปแล้ว 4-5 ราย โดยพยานเหล่านี้ประกอบไปด้วยอดีตข้าราชการตำรวจ, ตำรวจชั้นประทวน และตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งเคยร่วมงานกับทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าถูกทำร้าย และผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำ

“พยานที่มาให้ข้อมูล บางรายให้การว่าเคยเห็นเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย บางรายบอกว่าเคยได้ยินเรื่องราวมาแต่ไม่เห็นด้วยตาตัวเอง ขณะที่บางรายให้การว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าวเลย” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

เมื่อถูกถามว่าพยาน 4-5 รายที่ให้ปากคำนั้น เป็นกลุ่มเดียวกับ 17 คนที่เคยร้องเรียนไปยังสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ตอบว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ และต้องขอตรวจสอบข้อมูลก่อน พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้เร่งดำเนินการสอบปากคำแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทางการแพทย์ให้ครบถ้วน ก่อนที่จะพิจารณาออกหมายเรียกต่อไป

ยังไม่พบรายงานการข่มขู่พยาน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ยังยืนยันว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการข่มขู่ผู้ร้องเรียนแต่อย่างใด

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำ 246 บาท กลับมาให้ตำรวจดำเนินการต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่าสำนวนดังกล่าวได้ถูกส่งมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

“เรายืนยันว่าตำรวจมีอำนาจในการดำเนินการในคดีนี้อย่างแน่นอน และหากระหว่างนี้มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจก็จะทำการเพิ่มเติมลงไปในสำนวนเพื่อให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ทนายความของอดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ไปร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ว่าตำรวจไม่มีอำนาจในการดำเนินการ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ชี้แจงว่าเป็นสิทธิ์ของทนายที่จะดำเนินการ แต่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และคาดว่าหลังจากการประชุมหารือ จะมีความชัดเจนในคดีนี้มากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าคดีนี้จะดำเนินการเช่นเดียวกับคดีอื่นๆ และผู้ร้องได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานแล้ว

สรุปคือ ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งคดี บิ๊กต่อเร่งสอบ “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง และคดีสินบนทองคำ ซึ่งทั้งสองคดีนี้มีความซับซ้อนและมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจอย่างมาก การที่ “บิ๊กต่อ” ลงมาดูแลเอง แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แต่ทั้งนี้ ก็ต้องให้เวลาและพื้นที่ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมที่สุด

ที่มา – บิ๊กต่อ ผบช.ก.จ่อเร่งสอบปากคำแพทย์ คลี่ปมข้อเท็จจริง “บิ๊กโจ๊ก” ทำร้ายลูกน้อง

เตือน! **น้ำทะเลหนุนสูง** เฝ้าระวัง 31 ม.ค. – 4 ก.พ.


สถานการณ์ที่ต้องจับตา! สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกมาเตือนพื้นที่เฝ้าระวัง “น้ำทะเลหนุนสูง” ในช่วงวันที่ 31 มกราคม ถึง 4 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง รวมถึงชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และเส้นทางคมนาคมสำคัญอย่างถนนสุขุมวิท สุขสวัสดิ์ และพระราม 2

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 โดย สทนช. เน้นย้ำให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำทะเลหนุนสูง

สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ที่ต้องเฝ้าระวัง

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในครั้งนี้ มาจากอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูงเอง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดเข้ามา ทำให้ระดับน้ำทะเลโดยรวมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระดับน้ำในแม่น้ำต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับทะเล

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:

  • น้ำท่วมฉับพลัน: บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ และบริเวณแนวเขื่อนชั่วคราวที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
  • ปัญหาการสัญจร: เส้นทางสัญจรหลักอย่างถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2 อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก
  • น้ำเค็มรุกล้ำ: การรุกล้ำของน้ำเค็ม อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำที่ใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำจืด และส่งผลเสียต่อผลผลิตทางการเกษตร

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สทนช. ได้ระบุจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • สมุทรปราการ
  • กรุงเทพมหานคร
  • นนทบุรี
  • ปทุมธานี
  • สมุทรสาคร
  • นครปฐม
  • สมุทรสงคราม

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเหล่านี้ ควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำสำหรับประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน เช่น การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็น และการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง หากไม่จำเป็น
  • ระมัดระวังในการใช้น้ำ เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำจืด

สถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ แต่เราสามารถลดผลกระทบได้ด้วยการเตรียมพร้อมรับมืออย่างเหมาะสม การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – เตือนพื้นที่เฝ้าระวัง “น้ำทะเลหนุนสูง” จับตาน้ำเค็มรุกล้ำ ช่วง 31 ม.ค. – 4 ก.พ.

ตร.ไซเบอร์ยัน! หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่มีใบสั่ง


ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่าหมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง! ปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ขยายผลเครือข่ายเว็บพนันภาคอีสาน กลุ่มวัยรุ่นสร้างตัว “สจ.888” นำไปสู่การออกหมายจับ “สจ.เนย์” นักการเมืองนายทุนใหญ่ ที่ใช้ฟาร์มไก่ชนบังหน้า เพื่อฟอกเงินที่ได้จากเว็บพนันออนไลน์ รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี ได้มีการแถลงปฏิบัติการ “ล้างเล้าไก่ทลายทุนเถื่อน” ซึ่งเป็นการขยายผลเครือข่ายเว็บพนันในภาคอีสาน นำไปสู่การออกหมายจับนักการเมืองนายทุนใหญ่ที่ใช้ฟาร์มไก่ชนบังหน้า โดย พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. และคณะ เป็นผู้แถลง

พ.ต.อ.คัมภีร์ กล่าวว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเดือนมีนาคม 2568 ที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นสร้างตัวที่ใช้ชื่อ “สจ.888” ซึ่งเริ่มต้นจากการทำเว็บพนันหวยออนไลน์ ก่อนจะเข้ามาสู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่น ตำรวจได้สืบสวนและจับกุมอย่างต่อเนื่อง พบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงทางการเงินที่ซับซ้อนกับเว็บไซต์พนันหวยออนไลน์ “Banhuay98” โดยเปิดให้บริการพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ เช่น หวยรัฐบาลไทย, หวยลาว, หวยฮานอย, หวยหุ้นต่างๆ รวมถึงไพ่บาคาร่า, สล็อต, เกมกีฬา และอื่นๆ ตั้งแต่ปี 2555 มีสมาชิกกว่า 10,000 ราย มีทรัพย์สินหมุนเวียนในระบบกว่า 150 ล้านบาทต่อปี ตำรวจได้จับกุมเครือข่ายนี้มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้แล้วหลายสิบล้านบาท

จากการขยายผลการสืบสวนเส้นทางการเงินและทรัพย์สิน พบกลุ่มนายทุนที่อยู่เบื้องหลังคือนายปฐนัญ จันดอน หรือ “สจ.เนย์” อายุ 29 ปี นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดกาฬสินธุ์ และ น.ส.ปริญญา มุกดาสมุทรสาร อายุ 28 ปี ภรรยา ทั้งสองได้เปิดกิจการฟาร์มไก่ชนในพื้นที่ตำบลโคกสะอาด อำเภอฆ้องชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อใช้เป็นฉากหน้าในการนำเงินที่ได้จากการเปิดเว็บพนันออนไลน์มาฟอกเงิน รวมถึงมีการกระจายเงินไปยังบัญชีม้าและเครือข่ายต่างๆ

ตร.ไซเบอร์ยืนยัน หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง

นายปฐนัญได้ผันตัวเป็นนักการเมือง ทำให้เส้นทางการเงินมีความซับซ้อนและถูกทำลายไปบางส่วน เจ้าหน้าที่จึงต้องย้อนตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินตั้งแต่ปี 2562 พบว่าผู้ต้องหาและภรรยายังคงใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีรับเงินจากผู้เล่นพนันโดยตรง โดยบางผู้เล่นได้โอนเงินตรงเข้าไปบัญชีของผู้ต้องหาถึง 100-200 ครั้งต่อเดือน มียอดเงินตั้งแต่หลักสิบถึงพัน ซึ่งพยานหลายรายยอมรับว่าโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อเล่นพนันหวยออนไลน์ในช่วงที่เปิดเป็น “ห้องหวย98” ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีกับผู้เล่นไปแล้ว และมีการยืนยันตัวบุคคลจากหลักฐานภาพถ่ายตรงตามหมายจับ

จากการขยายผลเพิ่มเติม พบว่าในช่วงปี 2562–2566 เครือข่ายดังกล่าวใช้บัญชีของตนเองในการรับและหมุนเวียนเงินพนัน ก่อนจะพัฒนาไปใช้บัญชีม้าในระยะหลัง โดยมีการว่าจ้างนักศึกษาเป็นรายเดือน เดือนละหลักร้อยถึงหลักหมื่น ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรองรับการโอนเงิน รวมถึงเป็นแอดมิน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

พ.ต.อ.คัมภีร์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจได้ขออำนาจศาลออกหมายจับถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกศาลไม่อนุมัติ เนื่องจากยังมีประเด็นเกี่ยวกับการรวบรวมหลักฐานไม่ชัดเจน จึงเสนอแนะให้ตำรวจไปรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนที่จะอนุมัติหมายจับในครั้งที่สอง ซึ่งหลักฐานที่ทำให้ศาลอนุมัติออกหมายจับ คือมีพยานบุคคลที่เป็นผู้เล่นทั้งที่ถูกจับกุม รวมเส้นทางการเงินที่ปรากฏอย่างชัดเจน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”

ทำไมตำรวจถึงยืนยันว่าหมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง?

จากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายปฐนัญเพียงบัญชีเดียว พบมีเงินหมุนเวียนกว่า 90 ล้านบาท ส่วนบัญชีของนางสาวปริญญานั้น พบว่ามีผู้ที่โอนเงินแทงหวย และพักเงิน ซึ่งในส่วนนี้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอีก เนื่องจากมีหลายบัญชี รวมถึงจะมีการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่นเพิ่มเติม

ส่วนจะมีนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนจะเป็น 10 รายชื่อที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ออกมาระบุหรือไม่นั้น ตรงนี้ก็ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน แต่หากพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร จะดำเนินการอย่างไม่ละเว้น ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และไม่มีใบสั่ง

ทั้งนี้ พบข้อมูลว่าผู้ต้องหาสองราย หลบหนีไปตั้งแต่ก่อนออกหมายจับ ทางด้าน จ.หนองคาย ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัว หลังจากนี้จะมีการประสานตำรวจสากลออกหมายแดงต่อไป คาดว่าจะสามารถออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อีกภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่น พร้อมเดินหน้าขยายผลตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของเครือข่ายพนันออนไลน์ และความพยายามในการฟอกเงินผ่านธุรกิจบังหน้า การที่ตำรวจไซเบอร์ยืนยันว่า หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง เป็นการยืนยันถึงความเป็นอิสระในการสืบสวนและดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

ที่มา – ตร.ไซเบอร์ยืนยัน หมายจับ “สจ.เนย์” ไม่ได้มีใบสั่ง เผยเบื้องหลังวัยรุ่นสร้างตัว สจ.888

ราชทัณฑ์ล่าตัว! ตั้งรางวัลนำจับ “น.ช.ตนุภัทร”

กรมราชทัณฑ์ระดมกำลังตำรวจล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษคดียาเสพติดแหกคุกดอยฮาง! พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาทสำหรับผู้แจ้งเบาะแส

ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นักโทษชาย ตนุภัทร จะกา อายุ 38 ปี นักโทษเด็ดขาดในคดียาเสพติด (เมทแอมเฟตามีน) หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮาง สังกัดเรือนจำกลางเชียงราย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังนับยอดนักโทษก่อนเข้าเรือนนอน โดยพบเห็นครั้งสุดท้ายบริเวณกองงานเลี้ยงกระบือ ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมของเรือนจำชั่วคราวฯ

จากการตรวจสอบพบว่า น.ช.ตนุภัทร เพิ่งย้ายมาจากเรือนจำอำเภอฝาง เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพื่อเข้ารับการอบรม “โครงการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย” (หลักสูตร 5 เดือน) เนื่องจากเป็นนักโทษชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษ เจ้าหน้าที่คาดว่าอาจมีแรงจูงใจส่วนตัว หรือต้องการหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติที่คุ้นเคย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกับตำรวจ สภ.แม่ยาว และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมพื้นที่ตามแนวแม่น้ำกก และตั้งจุดตรวจเข้มที่ด่านผาหงษ์ อ.ไชยปราการ เพื่อสกัดกั้นการหลบหนีไปยังภูมิลำเนาใน อ.แม่อาย และ อ.ฝาง

เรือนจำกลางเชียงรายได้ประกาศมอบเงินรางวัลนำจับ 50,000 บาท แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมตัว “น.ช.ตนุภัทร” ได้ ผู้ที่ทราบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ โทร 080-4925695, 063-3986454 หรือสายด่วนตำรวจ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

คำเตือน: ผู้ใดให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือผู้ต้องขังหลบหนี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เส้นทางหลบหนีที่คาดการณ์ของ “น.ช.ตนุภัทร”

รายงานเพิ่มเติมระบุว่า จากข้อมูลผู้ดูแลหลังพ้นโทษและจุดที่พบเห็นล่าสุด คาดว่านักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวดอยฮางไปยังบริเวณหน้าถ้ำตุ๊ปู่ ทางทิศเหนือของลำน้ำกก จากแผนที่ในเอกสารระบุตำแหน่งบ้านของพี่ชาย ซึ่งคาดว่าเป็นจุดหมายปลายทางของ “น.ช.ตนุภัทร” โดยคาดว่าจะหลบหนีขึ้นไปทางทิศเหนือตามลำน้ำกก มุ่งหน้าสู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

เส้นทางเข้าสู่บ้านพี่ชายต้องผ่านห้วยม่วงนอกและห้วยม่วงใน บ้านพักตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ต.แม่นาวาง อ.แม่อาย เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวติดถนนบ้านหล่อทีสอง ใกล้กับบ้านสองชั้น ระหว่างหลบหนี นักโทษได้ขโมยเสื้อผ้าชาวบ้านมาเปลี่ยนเป็นเสื้อสีเทาและกางเกงยีนส์ เพื่ออำพรางตัว

สภ.แม่ยาวได้ประสานงานไปยัง สภ.แม่อาย เพื่อเฝ้าระวังเส้นทางและจุดหมายปลายทางตามแผนที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดแล้ว เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างสุดความสามารถ

การหลบหนีของนักโทษ “น.ช.ตนุภัทร” ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในเรือนจำ และการเฝ้าระวังนักโทษอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังตามล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” อย่างต่อเนื่อง หากท่านใดพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะตรงกับข้อมูลข้างต้น โปรดแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา – ราชทัณฑ์ตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่น ล่าตัว “น.ช.ตนุภัทร” นักโทษแหกคุกดอยฮาง

ทำไม UCL วันพุธเตะพร้อมกัน? มาหาคำตอบกัน!

ทำไมเกมยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายของวันพุธถึงเตะพร้อมกัน?

การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกจะทำการแข่งขันพร้อมกันในวันพุธที่ 28 มกราคม โดยทั้ง 18 คู่จะเริ่มเตะในเวลา 20:00 GMT (หรือ 03:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) เนื่องจากเป็นการสิ้นสุดการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มในรูปแบบใหม่ ซึ่งคล้ายคลึงกับวันสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก

สำหรับหลายทีม รวมถึงทีมจากพรีเมียร์ลีก ยังมีอะไรให้ต้องเล่นอีกมากในวันพุธนี้ ตารางการแข่งขันถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีทีมใดได้เปรียบเสียเปรียบจากการเริ่มเกมในภายหลัง และรู้ว่าพวกเขาต้องทำอะไรเพื่อให้ผ่านเข้ารอบต่อไป

กฎนี้เกิดขึ้นหลังจากเกมรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกปี 1982 ระหว่างเยอรมนีตะวันตกและออสเตรีย ซึ่งทั้งสองทีมรู้ว่าการชนะ 1-0 ของเยอรมันก็เพียงพอที่จะทำให้ทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบเหนือแอลจีเรีย ซึ่งลงเล่นกับชิลีไปแล้วเมื่อวันก่อน

เยอรมนีตะวันตกทำประตูได้ในครึ่งแรก และการที่ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้พยายามมากนักในครึ่งหลัง ทำให้แอลจีเรียยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อฟีฟ่า

ฟีฟ่ากล่าวว่าทีมต่างๆ ไม่ได้ละเมิดกฎใดๆ แต่พวกเขาก็เปลี่ยนโครงสร้างเพื่อให้เกมรอบแบ่งกลุ่มสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลโลกเกิดขึ้นพร้อมกัน

ตารางการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกปัจจุบันถูกนำมาใช้เมื่อรูปแบบลีกใหม่เริ่มขึ้นในฤดูกาล 2024-25

นอกจากนี้ยังทำให้มั่นใจได้ว่าทีมที่อยู่ห่างไกลที่สุดในยุโรปกำลังเล่นเป็นทีมเยือน เพื่อให้ความแตกต่างของเขตเวลาน้อยที่สุด

สโมสรไครัต อัลมาตี้ จากคาซัคสถาน กำลังเล่นเป็นทีมเยือนพบกับอาร์เซนอลที่เอมิเรตส์สเตเดียมในลอนดอน แต่ถ้าเป็นเกมเหย้า จะเริ่มในเวลา 01:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

กรณีคล้ายกันสำหรับสโมสรคาราบักจากอาเซอร์ไบจาน ซึ่งกำลังเล่นเป็นทีมเยือนพบกับลิเวอร์พูล เกมนี้จะเริ่มในเวลา 00:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เกมล่าสุดในสัปดาห์สุดท้ายของการแข่งขันเกิดขึ้นในไซปรัส โดยปาฟอสเล่นกับสลาเวีย ปราก ในเวลา 22:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

แปดทีมอันดับแรกเมื่อสิ้นสุดรอบแบ่งกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมระหว่างอันดับที่ 9 ถึง 24 จะแข่งขันในรอบเพลย์ออฟแบบสองนัด

ทำไม UCL วันพุธเตะพร้อมกัน?

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม

เหตุผลที่ UCL วันพุธเตะพร้อมกัน

เหตุผลหลักที่ **UCL วันพุธเตะพร้อมกัน** คือเพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบของทีมต่างๆ หากบางทีมทราบผลการแข่งขันของทีมอื่นก่อนที่จะลงสนาม ซึ่งอาจส่งผลต่อแทคติกและกลยุทธ์ในการเล่นเกมของพวกเขาได้

ด้วยการเตะพร้อมกัน ทำให้ทุกทีมอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และต้องมุ่งมั่นกับการแข่งขันของตนเองโดยไม่สามารถอ้างอิงผลการแข่งขันของทีมอื่นได้ ทำให้การแข่งขันมีความยุติธรรมและน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ **UCL วันพุธเตะพร้อมกัน** ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ชม เนื่องจากแฟนบอลสามารถติดตามผลการแข่งขันของหลายคู่ไปพร้อมๆ กัน และลุ้นระทึกไปกับสถานการณ์การเข้ารอบที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น การที่ **UCL วันพุธเตะพร้อมกัน** จึงเป็นมาตรการที่สำคัญในการรักษาความยุติธรรมและความน่าสนใจของการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

โดยสรุปแล้ว การที่เกม UCL ในวันพุธเตะพร้อมกันนั้นมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และป้องกันไม่ให้ทีมใดได้เปรียบจากข้อมูลผลการแข่งขันของคู่อื่นๆ ทำให้ทุกทีมต้องสู้เต็มที่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของตนเอง

ที่มา – Why do Wednesday’s Champions League matches kick-off at the same time?