วัน: 28 มกราคม 2026

อินเดียยืนยัน! พบผู้ป่วย “ไวรัสนิปาห์” แค่ 2 ราย

สถานการณ์ ไวรัสนิปาห์ ในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แม้จะมีการยืนยันพบผู้ป่วยเพียง 2 รายตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จากการตรวจติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดเกือบ 200 คน ก็ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข่าวดีที่สร้างความโล่งใจให้กับหลายฝ่าย

อินเดียย้ำ พบผู้ป่วย “ไวรัสนิปาห์” แค่ 2 ราย ควบคุมได้

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 กระทรวงสาธารณสุขอินเดียได้ออกแถลงการณ์ที่สำคัญ โดยระบุว่า ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ได้มีการยืนยันไวรัสนิปาห์ในรัฐเบงกอลตะวันตกเพียง 2 รายเท่านั้น ข้อมูลนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติอินเดีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือในการให้ข้อมูลด้านสาธารณสุข

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียยังได้เน้นย้ำว่า ภายหลังจากการยืนยันผู้ป่วยทั้งสองราย รัฐบาลกลางได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลของรัฐเบงกอลตะวันตกอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวดตามแนวทางมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นการสอบสวนโรคอย่างละเอียด การเฝ้าระวังเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม และการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันผลการติดเชื้อ

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถระบุตัวผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยได้ทั้งหมดจำนวน 196 คน ซึ่งถือเป็นจำนวนที่มากพอสมควร แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจหาเชื้อในกลุ่มผู้สัมผัสนี้ได้อย่างครบถ้วน ผลการตรวจที่ออกมาน่าพอใจอย่างยิ่ง เนื่องจากพบว่าผู้สัมผัสทุกรายไม่มีอาการป่วย และไม่พบการติดเชื้อไวรัสนิปาห์แต่อย่างใด

มาตรการป้องกันและควบคุมไวรัสนิปาห์

กระทรวงสาธารณสุขอินเดียยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ยังคงอยู่ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ยังได้ย้ำว่า มาตรการด้านสาธารณสุขที่จำเป็นทั้งหมดได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสในวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับอาการของโรค วิธีการป้องกัน และการปฏิบัติตัวเมื่อสงสัยว่าตนเองอาจได้รับเชื้อ

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสนิปาห์ในอินเดียครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมและมาตรการรับมือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ และการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการควบคุมโรคติดต่อ การที่อินเดียสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในขณะนี้ ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในการเตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

การที่อินเดียสามารถควบคุมสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นในการจัดการกับความท้าทายด้านสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม การเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดของไวรัสในอนาคต

ที่มา – อินเดียยืนยัน พบผู้ป่วย “ไวรัสนิปาห์” แค่ 2 ราย ในรัฐเบงกอลตต. คุมสถานการณ์ได้ ยังไม่พบระบาดเพิ่ม

ผู้ว่าฯ นครนายก สั่งจับ! ลอบเผาไฟลามทุ่งนับหมื่นไร่

สถานการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ในจังหวัดนครนายกกำลังเป็นที่จับตามอง ล่าสุด ผู้ว่าฯ นครนายก ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนและจับกุมผู้กระทำผิด หลังเกิดเหตุลอบเผาที่ทำให้ไฟลามทุ่งนับหมื่นไร่ สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับพื้นที่เกษตรกรรมและสิ่งแวดล้อม

ผู้ว่าฯ นครนายก สั่งจับ! ลอบเผาไฟลามทุ่งนับหมื่นไร่

เมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วในตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายหน่วยงานต้องระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ไฟได้ลุกลามกินพื้นที่กว้างขวาง และบางส่วนเริ่มเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชน ทำให้ต้องอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย

นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าฯ นครนายก ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวางแผนรับมือกับสถานการณ์ โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัด ปภ.จังหวัด นายอำเภอปากพลี ผู้กำกับ สภ.ปากพลี เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าร่วมประชุม

ในการประชุม ผู้ว่าฯ นครนายก ได้กล่าวว่า เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นเหตุบังเอิญ และอาจมีการวางแผนล่วงหน้า จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกยังได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาช่วยเหลือในการดับเพลิง และขอให้ทุกคนช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ทำการฉีดน้ำในพื้นที่จุดเสี่ยงโดยรอบ และทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟลุกลามไปยังพื้นที่อื่น ๆ นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่เวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดคืน และจะมีการรายงานผลการปฏิบัติงานให้ ผู้ว่าฯ นครนายก ทราบต่อไป

สถานการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เกษตรกรรมและป่าไม้เป็นอย่างมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ การเร่งจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าทางการจะดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขาอย่างเต็มที่

การแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าและทุ่งหญ้าอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการป้องกัน เฝ้าระวัง และดับไฟอย่างรวดเร็ว รวมถึงการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเชื้อเพลิงและการป้องกันไฟป่าให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับผู้กระทำผิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการลอบเผาป่าหรือทุ่งหญ้าอีกต่อไป การสร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงผลกระทบของการเผาต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ในอนาคต

ไฟไหม้ป่าและทุ่งหญ้าไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจึงต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความคิดของคนในสังคม เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม

การที่ ผู้ว่าฯ นครนายก สั่งการให้เร่งจับกุมผู้กระทำผิดในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางการเอาจริงเอาจังกับการแก้ไขปัญหาไฟไหม้ป่าและทุ่งหญ้า และพร้อมที่จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ที่มา – ผู้ว่าฯ นครนายก กำชับ ผกก.ปากพลี จับมือลอบเผา ทำไฟลามทุ่งนับหมื่นไร่

ปชน. ยัน! หมอสุภัทร ยังเป็นผู้สมัคร สส.

พรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันหนักแน่นว่า “หมอสุภัทร” ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. พร้อมเดินหน้าต่อสู้ในทุกวิถีทางหากพบว่าการปลดจากตำแหน่งนั้นไม่เป็นธรรม

จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ออกจากราชการ ซึ่งปัจจุบันท่านได้ลาออกจากราชการเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในนามพรรคประชาชน เขต 2 จังหวัดสงขลา พรรคประชาชนจึงได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว

ปชน. ยัน! หมอสุภัทร ยังเป็นผู้สมัคร สส.

พรรคประชาชนขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า ณ ขณะนี้ “หมอสุภัทร” ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. ของพรรคในจังหวัดสงขลา เขต 2 อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ตราบใดที่ศาลฎีกายังมิได้มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะดังกล่าว

หาก สธ. สั่งปลด หมอสุภัทร ปชน. พร้อมสู้

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังยืนยันอีกว่า หากกระทรวงสาธารณสุขมีคำสั่งให้ “หมอสุภัทร” ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. พ้นจากราชการด้วยเหตุแห่งความผิดทางวินัย พรรคประชาชนและนายแพทย์สุภัทรเอง จะดำเนินการต่อสู้ในทุกช่องทางที่มี ทั้งในกระบวนการภายในของระบบราชการ ในกระบวนการของผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสงขลา และในกระบวนการทางศาลอย่างเต็มที่ โดยจะยึดมั่นในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวางบรรทัดฐานไว้

พรรคประชาชนมีความเห็นว่า หากการออกคำสั่งปลดนายแพทย์สุภัทรออกจากราชการนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความเป็นธรรม และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ออกคำสั่งมีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งให้นายแพทย์สุภัทรได้รับความเสียหาย ไม่สามารถดำรงสถานะเป็นผู้สมัคร สส. ได้ต่อไป พรรคประชาชนและนายแพทย์สุภัทรก็จะต่อสู้จนถึงที่สุด เพื่อรักษาความยุติธรรมในระบบราชการ รักษาสิทธิอันชอบธรรมของนายแพทย์สุภัทร และรักษาสิทธิของประชาชนผู้ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งให้นายแพทย์สุภัทรเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดสงขลา เขต 2

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ “หมอสุภัทร” ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของหลักการและความถูกต้องที่เราต้องรักษาไว้ การปล่อยให้มีการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรม อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม

ดังนั้น การต่อสู้ของพรรคประชาชนและนายแพทย์สุภัทรในครั้งนี้ จึงเป็นการต่อสู้เพื่อรักษาหลักการและความถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมภายใต้กฎหมาย

ที่มา – ปชน. ยืนยัน “หมอสุภัทร” ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส. ลั่นสู้ถึงที่สุดหากถูกปลดไม่เป็นธรรม

สภาลมหายใจฯ แถลง! เหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบ กทม.

สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล หลังพบการลอบเผานาข้าวในจังหวัดนครนายก ส่งผลให้เกิดวิกฤตฝุ่นควันปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 สภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์การเผาพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดนครนายก ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา โดยตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) จำนวนมากผิดปกติ ครอบคลุมพื้นที่เสียหายกว่า 13,000 ไร่ ลักษณะการกระจายตัวของจุดความร้อนบ่งชี้ว่าอาจมีการนัดหมายเพื่อเผาพร้อมกัน และสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลงได้ง่ายๆ

เนื่องจากสภาวะอากาศตามฤดูกาลในปัจจุบัน กระแสลมยังคงพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งหน้าสู่ภาคกลาง ส่งผลให้ฝุ่นควันจากการเผาไหม้ลอยเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยตรง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายลมและมีการระบายอากาศต่ำในช่วงนี้ ทำให้สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

สถานการณ์สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล นี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อันประกอบด้วย:

  • เด็กและเยาวชน
  • สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ
  • ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และกลุ่มคนพิการ
  • ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานหรืออาศัยอยู่ในที่โล่งแจ้ง

นอกจากนี้ ประชาชนอีกนับล้านชีวิตที่ไม่สามารถเข้าถึงอากาศสะอาดได้ จำเป็นต้องเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำถึงความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่ดีและอากาศบริสุทธิ์ในสังคม

ผลกระทบต่อสุขภาพจากเหตุสภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล

การเผาในพื้นที่เกษตรส่งผลให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ การสูดดมฝุ่น PM2.5 ในระยะยาวสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคปอด โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ฝุ่นควันยังส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ยานพาหนะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น

สภาลมหายใจกรุงเทพฯ จึงขอเรียกร้องและสนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เร่งประสานความร่วมมือเพื่อระงับยับยั้งทั้ง “ไฟในทุ่ง” ที่กำลังลุกลาม และ “ไฟแห่งความขัดแย้ง” ที่อาจเป็นต้นตอของปัญหาให้ดับลงโดยเร็วที่สุด เพื่อคืนอากาศบริสุทธิ์และสุขภาวะที่ดีให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต

การแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเผา และหาแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง การส่งเสริมการทำเกษตรแบบปลอดการเผา การให้ความรู้และสนับสนุนเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่เกษตรกร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ล้วนเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาการเผาและคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชน

การที่สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและแก้ไขอย่างจริงจัง เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างอากาศที่ดีขึ้นได้ เริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ขนส่งสาธารณะ การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การปลูกต้นไม้ และการสนับสนุนสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา – สภาลมหายใจกรุงเทพฯ แถลงเรียกร้องเหตุเผานากว่า 13,000 ไร่ กระทบกทม.-ปริมณฑล

กทม. ค่าฝุ่นแดง! เหตุเผาป่า 13,000 ไร่

สถานการณ์ กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง น่าเป็นห่วง! พบ 4 พื้นที่วิกฤต สาเหตุหลักมาจากอากาศปิดและการเผาในจังหวัดใกล้เคียง กินพื้นที่กว่า 13,000 ไร่

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 20.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แจ้งผ่านไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้มีกลุ่มควันจากทางทิศตะวันออกกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพฯ ทำให้ฝุ่น PM2.5 สะสมมากขึ้น และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงค่ำ

ผู้ว่าฯ ชัชชาติอธิบายว่า ปัจจัยสำคัญคือ สภาพอากาศปิดที่ระดับการยกตัวของอากาศต่ำกว่า 2,000 เมตร ซึ่งไม่เอื้อต่อการระบายมลพิษ ประกอบกับการเผาไหม้ครั้งใหญ่ในจังหวัดทางตะวันออกในช่วงบ่าย คิดเป็นพื้นที่ราว 13,000 ไร่ ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดมหึมา ประมาณ 1,700 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับขนาดของกรุงเทพฯ ทั้งหมด!

นอกจากนี้ ลมที่พัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังพัดพาควันเข้าสู่กรุงเทพฯ โดยตรง ทำให้พื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เช่น หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง และคลองสามวา ได้รับผลกระทบก่อนใครเพื่อน ค่าฝุ่นเริ่มสูงขึ้นจนอยู่ในระดับสีแดง ส่วนฝั่งธนบุรียังได้รับผลกระทบน้อยกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม กทม. ได้เสนอความช่วยเหลือในการควบคุมไฟป่าแล้ว แต่ได้รับการยืนยันว่าอุปกรณ์ยังมีเพียงพอ

คาดการณ์ว่า สถานการณ์กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง นี้จะยังคงอยู่ตลอดทั้งคืน เนื่องจากอากาศยังปิดอยู่ แต่คาดว่าจะดีขึ้นในช่วงสายของวันรุ่งขึ้นเมื่อการระบายอากาศดีขึ้น

ทางกรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือจำกัดเวลาให้น้อยที่สุด สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดเวลาในการทำกิจกรรมที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา หากมีอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ

สถานการณ์ล่าสุด (28 มกราคม 2569) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ประจำวันที่ 28 ม.ค. 69 เวลา 07:00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 55.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่ 37.5 มคก./ลบ.ม.

กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง

พื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับในกรุงเทพฯ:

  • 1. เขตหนองจอก 80.8 มคก./ลบ.ม.
  • 2. เขตมีนบุรี 77.3 มคก./ลบ.ม.
  • 3. เขตคลองสามวา 76.5 มคก./ลบ.ม.
  • 4. เขตคันนายาว 76.1 มคก./ลบ.ม.
  • 5. เขตประเวศ 71.7 มคก./ลบ.ม.
  • 6. เขตสายไหม 70.7 มคก./ลบ.ม.
  • 7. เขตลาดกระบัง 69.2 มคก./ลบ.ม.
  • 8. สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 68 มคก./ลบ.ม.
  • 9. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม 66.9 มคก./ลบ.ม.
  • 10. สวนหนองจอก เขตหนองจอก 66.5 มคก./ลบ.ม.
  • 11. เขตบึงกุ่ม 65.9 มคก./ลบ.ม.
  • 12. เขตสะพานสูง 63.6 มคก./ลบ.ม.

ทำไม กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง ถึงน่ากังวล?

สถานการณ์ กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย การสัมผัสกับฝุ่น PM2.5 เป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และมะเร็งปอด เราทุกคนจึงควรตระหนักถึงอันตรายของฝุ่น PM2.5 และร่วมมือกันลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เพื่อให้กรุงเทพฯ กลับมามีอากาศที่สะอาดอีกครั้ง

การแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การลดการเผาในที่โล่ง การใช้พลังงานสะอาด และการส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนได้

ที่มา – กทม. ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสีแดง จากการลอบเผาในจังหวัดใกล้เคียงกว่า 13,000 ไร่

วิกฤต! พิษคลื่นความร้อน ออสเตรเลียอ่วมไฟป่า

ออสเตรเลียกำลังเผชิญวิกฤต พิษคลื่นความร้อน ทุบสถิติ อุณหภูมิพุ่งสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดไฟป่ารุนแรงอย่างน้อย 6 จุดทั่วประเทศ สถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นักดับเพลิงกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

สถานีโทรทัศน์ ABC News รายงานว่า ไฟป่า 2 จุดอยู่ใน “ระดับฉุกเฉิน” หลายชุมชนได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ เฝ้าระวัง หรือหาที่หลบภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเตือนว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยว่า บางพื้นที่ในรัฐวิกตอเรียมีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ แตะ 48.9 องศาเซลเซียส ขณะที่เมลเบิร์นวัดได้ 40 องศาเซลเซียส

คริส ฮาร์ดแมน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก

ขณะนี้ไฟป่าที่แคมเปอร์ดาวน์และออตเวย์สอยู่ในระดับฉุกเฉิน และไฟป่าที่ลาร์ราลีก็น่ากังวลอย่างมาก

เจสัน เฮฟเฟอร์แนน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชนบท (CFA) กล่าวว่า ไฟป่าที่ออตเวย์สอาจทำให้เกิด “ฝนลูกไฟ” ซึ่งสามารถกระเด็นไปติดและก่อให้เกิดไฟไหม้จุดใหม่ลามไปข้างหน้าได้

ยังไม่ทราบความเสียหายจากไฟป่าทั้งหมด แต่อลิสแตร์ เดรย์ตัน รองผู้ควบคุมสถานการณ์ของออสเตรเลีย ระบุว่ามีรายงานว่าบ้านเรือนบางส่วนถูกไฟไหม้

นอกจากรัฐวิกตอเรียที่ห้ามจุดไฟโดยเด็ดขาดแล้ว รัฐเซาท์ออสเตรเลียก็ประกาศเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า “รุนแรงที่สุด” เช่นกัน

นางแคโรไลน์ แมคเอลเนย์ หัวหน้าฝ่ายสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรีย เตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่องนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงมากที่สุด

“ความร้อนจัดอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น เพลียแดดและโรคลมแดด และยังสามารถกระตุ้นภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้”

พิษคลื่นความร้อน: วิกฤตที่ออสเตรเลียต้องเผชิญ

ผลกระทบจากพิษคลื่นความร้อน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเกิดไฟป่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การรับมือกับพิษคลื่นความร้อนและไฟป่า

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควร:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมอพยพหากได้รับคำสั่ง
  • ดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด
  • อยู่ในที่ร่มหรือห้องปรับอากาศ

พิษคลื่นความร้อน เป็นภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

วิกฤต พิษคลื่นความร้อน ที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบนี้ได้ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ที่มา – พิษคลื่นความร้อน ออสเตรเลียรับมือไฟป่ารุนแรง อุณหภูมิพุ่งเฉียด 50 องศา

เซลติกแพ้อุทธรณ์ใบแดง ทรัสตี้: สรุปข่าว

เซลติก (Celtic) แพ้อุทธรณ์กรณีใบแดงของ ออสตัน ทรัสตี้ (Auston Trusty) ในเกมที่เสมอกับ ฮาร์ท ออฟ มิดโลเธียน (Heart of Midlothian) 2-2 ในศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

กองหลังชาวอเมริกัน จะพลาดเกมที่จะเปิดบ้านต้อนรับ ฟัลเคิร์ก (Falkirk) เนื่องจากติดโทษแบน จากเหตุการณ์ที่ไปทำฟาวล์ ปิแอร์ แลนดรี้ คาโบเร่ (Pierre Landry Kabore) กองหน้าของฮาร์ทส ในขณะที่เซลติกนำอยู่ 2-1 ซึ่งตอนแรกผู้ตัดสิน สตีเว่น แม็คลีน (Steven McLean) ได้ให้เพียงใบเหลือง

แต่ VAR (Video Assistant Referee) แนะนำให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ และ แม็คลีน ตัดสินว่า ทรัสตี้ ได้ขัดขวางโอกาสในการทำประตู ทำให้เปลี่ยนจากใบเหลืองเป็นใบแดง

การตัดสินดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการพิจารณาอย่างรวดเร็วของสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์

ฮาร์ทส ทำประตูตีเสมอได้จาก เคลาดิโอ บราก้า (Claudio Braga) และคว้าผลเสมอ ทำให้ยังคงนำหน้าแชมป์เก่าอยู่ 6 แต้ม

มาร์ติน โอนีล (Martin O’Neill) ผู้จัดการทีมเซลติกชั่วคราว ยืนยันว่า ทรัสตี้ ไม่ควรโดนไล่ออก

“ผมดูภาพย้อนหลังแล้ว และต้องบอกว่าผมไม่เห็นด้วย” โอนีล กล่าว

“บางทีผมอาจจะออกไปจากเกมนี้เป็นเวลานาน หรืออ่านกฎผิดไป แต่ประการแรก บอลที่เล่นออกไปนั้นกำลังออกห่างจากประตู และเรามีคนประกบอยู่”

“มันไม่ใช่ใบแดง เรื่องมันผ่านไปแล้ว แต่มันมีส่วนสำคัญอย่างมาก”

เซลติกแพ้อุทธรณ์ใบแดง ทรัสตี้

การตัดสินใจที่เกิดขึ้นในเกมระหว่างเซลติกและฮาร์ทส สร้างความขัดแย้งอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ VAR เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนคำตัดสินจากใบเหลืองเป็นใบแดง หลายฝ่ายมองว่าการทำฟาวล์ของ ทรัสตี้ นั้นไม่ได้เป็นการขัดขวางโอกาสทำประตูที่ชัดเจน เนื่องจากบอลกำลังออกห่างจากประตู และยังมีผู้เล่นของเซลติกคนอื่น ๆ ที่สามารถเข้ามาป้องกันได้ทัน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิจารณาของสมาคมฟุตบอลสกอตแลนด์ได้ยืนยันการตัดสินของ VAR ทำให้ ทรัสตี้ ต้องรับโทษแบน และเซลติกต้องพลาดใช้งานกองหลังคนสำคัญในเกมสำคัญที่จะพบกับฟัลเคิร์ก

ผลกระทบต่อเซลติกจากกรณีเซลติกแพ้อุทธรณ์ใบแดง ทรัสตี้

การขาดหายไปของ ออสตัน ทรัสตี้ ถือเป็นความเสียหายอย่างมากสำหรับเซลติก เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแนวรับ การติดโทษแบนของเขาจะทำให้ทีมต้องปรับเปลี่ยนแผนการเล่น และอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งในเกมรับ

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจของนักเตะในทีมด้วย การที่ทีมต้องเสียเปรียบจากใบแดงที่ไม่สมควร อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจและส่งผลต่อสมาธิในการเล่น

สถานการณ์ล่าสุดทำให้เซลติกต้องเผชิญกับความท้าทายในการรักษาตำแหน่งจ่าฝูง และต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะคู่แข่งในเกมต่อ ๆ ไป

  • การปรับตัวของเซลติก: เซลติกจะต้องหาแนวทางการเล่นใหม่เพื่อชดเชยการขาดหายไปของ ทรัสตี้
  • ความสำคัญของเกมต่อไป: เกมที่จะพบกับฟัลเคิร์กมีความสำคัญอย่างมากสำหรับเซลติกในการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
  • ความกดดันต่อผู้เล่นคนอื่น ๆ: ผู้เล่นคนอื่น ๆ ในทีมจะต้องพยายามยกระดับฟอร์มการเล่นเพื่อช่วยทีมให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้

โดยสรุปแล้ว การที่เซลติกแพ้อุทธรณ์ใบแดงของ ทรัสตี้ ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทีม และส่งผลกระทบต่อการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ เซลติกจำเป็นต้องแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ถึงแม้เซลติกจะแพ้อุทธรณ์ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการคว้าแชมป์ลีกได้ การที่ทีมแสดงสปิริตและความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ต่อไป จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด

ที่มา – Celtic lose appeal against Trusty red card

เกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิก

การแข่งขันสก็อตติช ชาลเลนจ์ คัพ ของอาร์โบรธกับแอร์โดรเนียนส์, การไปเยือนรอบก่อนรองชนะเลิศของเอร์ ยูไนเต็ดที่เซนต์ จอห์นสโตน และสแตรนแรร์พบกับไคลด์ในลีก 2 ได้ถูกเลื่อนออกไป

เกมที่เกย์ฟิลด์ถูกยกเลิกเนื่องจากลมแรง ในขณะที่มีสนามที่เฉอะแฉะไปด้วยน้ำที่แมคเดียร์มิด พาร์คของเซนต์ส และสแตร์ พาร์คของสแตรนแรร์

อีกสองคู่ในรอบก่อนรองชนะเลิศของชาลเลนจ์ คัพ และอีสต์ คิลไบรด์ พบกับ สปาร์ตันส์ในลีก 2 มีกำหนดการแข่งขันในวันอังคาร โดยทุกเกมจะเริ่มในเวลา 19:45 GMT

ควีนส์ พาร์คเป็นเจ้าภาพพบกับเรธ โรเวอร์ส และ สเตนเฮาส์มัวร์ไปเยือนอินเวอร์เนสส์ คาเลโดเนียน ธิสเทิลในถ้วย

สองรายการแข่งขัน SPFL ในวันเสาร์ – ดันดี ยูไนเต็ด พบกับ เซนต์ เมียร์เรน และ มอนโทรส พบกับ ปีเตอร์เฮด – ถูกเลื่อนออกไป

ในขณะเดียวกัน มาเธอร์เวลล์ พบกับ อเบอร์ดีน ในสก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ถูกเลื่อนออกไปหนึ่งวันเป็นวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ โดยจะเริ่มในเวลา 14:30 ตามคำขอของสโมสร

เกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิก

ชาลเลนจ์ คัพ

อาร์โบรธ P-P แอร์โดรเนียนส์

เซนต์ จอห์นสโตน P-P เอร์ ยูไนเต็ด

ลีก 2

สแตรนแรร์ P-P ไคลด์

ผลกระทบของการยกเลิกเกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิก

การยกเลิกเกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิกเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายและสนามที่เต็มไปด้วยน้ำ ส่งผลกระทบต่อตารางการแข่งขันของสโมสรที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเลื่อนการแข่งขันทำให้เกิดความยุ่งยากในการจัดตารางเวลาใหม่ และอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่นของทีม

นอกจากนี้ การยกเลิกการแข่งขันยังส่งผลกระทบต่อแฟนบอลที่ตั้งใจจะเดินทางไปชมเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนบอลที่เดินทางมาจากต่างเมืองหรือต่างประเทศ การยกเลิกในนาทีสุดท้ายอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกและความผิดหวัง

ผลกระทบทางด้านการเงินก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องพิจารณา การยกเลิกการแข่งขันอาจทำให้สโมสรสูญเสียรายได้จากการขายตั๋วและสินค้าที่ระลึก อีกทั้งยังอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดจากการจัดเตรียมสนามและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการแข่งขันใหม่

การวางแผนรับมือกับสถานการณ์เกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิก

สโมสรต่างๆ จำเป็นต้องมีแผนสำรองเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจมีการยกเลิกการแข่งขันเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้ายหรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่ไม่คาดฝัน การวางแผนควรครอบคลุมถึงการแจ้งให้แฟนบอลทราบอย่างรวดเร็ว การจัดการคืนเงินค่าตั๋ว และการจัดตารางการแข่งขันใหม่ที่เหมาะสม

นอกจากนี้ สโมสรควรพิจารณาลงทุนในการปรับปรุงสภาพสนามให้สามารถรองรับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น การติดตั้งระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพและการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการดูแลสนามอาจช่วยลดความเสี่ยงในการยกเลิกการแข่งขันในอนาคต

สรุปเกี่ยวกับเกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิก

การยกเลิกเกมที่ Arbroath, St Johnstone & Stranraer ถูกยกเลิกเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ในวงการฟุตบอล และส่งผลกระทบต่อหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สโมสรต่างๆ จำเป็นต้องเรียนรู้จากประสบการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต การวางแผนอย่างรอบคอบและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญในการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นและรักษาความพึงพอใจของแฟนบอล

ถึงแม้ว่าการยกเลิกเกมจะสร้างความผิดหวัง แต่ก็เป็นโอกาสให้สโมสรได้ทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงาน เพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับแฟนบอล

ที่มา – Games at Arbroath, St Johnstone & Stranraer off

สล็อตยังมองหา ‘สิ่งพิเศษ’ กับลิเวอร์พูล

อาร์เน สล็อต เชื่อว่าทีมลิเวอร์พูลของเขายังสามารถสร้าง ‘สิ่งพิเศษ’ ในฤดูกาลนี้ได้ แต่ปฏิเสธที่จะพูดคุยว่าผลลัพธ์แบบไหนถึงจะเรียกว่า “ยอมรับได้”

ลิเวอร์พูลชนะเพียง 5 จาก 18 เกมพรีเมียร์ลีกหลังสุด ซึ่งนำไปสู่ “เสียงวิพากษ์วิจารณ์” ที่ทำให้ชีวิตของหัวหน้าโค้ชและผู้เล่นของเขาไม่สะดวกสบายนัก

สล็อตกล่าวว่าลิเวอร์พูลอาจต้องดิ้นรนเพื่อ “ปิดเสียง” คำวิจารณ์ เนื่องจากผู้ถือถ้วยรางวัลดูเหมือนจะหลุดออกจากเส้นทางการแข่งขันในประเทศไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม พวกเขายังสามารถคว้าสิทธิ์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมเปียนส์ลีกได้โดยอัตโนมัติ เมื่อพวกเขาพบกับคาราบักในวันพุธนี้

ทีมของสล็อตอาจไปได้ไกลในยุโรป และพวกเขายังคงอยู่ในเอฟเอคัพ

“ถ้าเราสามารถพัฒนาได้ทั้งสองฝั่ง (เกมรุกและเกมรับ) เราจะสามารถทำ ‘สิ่งพิเศษ’ ในฤดูกาลนี้ได้” สล็อตกล่าว

“แต่ถ้าเราพัฒนาได้เพียงฝั่งเดียว มันอาจจะเป็นฤดูกาลที่ยอมรับได้ แต่ไม่มากไปกว่านั้น”

“และถ้าเราไม่สามารถปรับปรุงได้ทั้งสองฝั่ง จะมีเสียงดังมากมายแน่นอน”

เมื่อถูกถามถึงนิยามของฤดูกาลที่ “ยอมรับได้” สล็อตกล่าวว่า “เมื่อคุณเป็นลิเวอร์พูล เป้าหมายคือการคว้าแชมป์ลีก เราทำได้เพียงสองครั้งใน 30 ปีที่ผ่านมา เป้าหมายคือการแข่งขันในทุกรายการที่เราเข้าร่วม”

“นั่นคือเป้าหมายเสมอ แต่ความเป็นจริงคือในช่วงสามปีที่ผ่านมา เราคว้าแชมป์ลีกคัพและแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างละรายการ”

“อะไรคือสิ่งที่ยอมรับได้? ผมมีความคิดเห็นของผม แต่ผมจะไม่บอก”

“โลกภายนอกมีความคิดเห็นของตนเอง อย่างที่เรารู้กัน มีหลายคนพูดถึงเงิน 450 ล้านปอนด์ [ที่ลิเวอร์พูลใช้ไปในช่วงซัมเมอร์] แต่ผู้คนมักจะลืมเงิน 300 ล้านปอนด์ที่เราซื้อเข้ามา”

ลิเวอร์พูลอยู่อันดับที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก และไม่ชนะเลยใน 5 เกมหลังสุด (เสมอ 4 แพ้ 1) ในการแข่งขัน

“ผมคิดว่ามันจะยากมากที่จะทำให้เสียงภายนอกเงียบลงด้วยตำแหน่งที่เราอยู่ในลีก” สล็อตกล่าว “ดังนั้นถึงแม้เราจะชนะไม่กี่เกม แต่ทุกๆ ความพ่ายแพ้หรือผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังจะทำให้เสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง”

“นั่นคือสิ่งที่คุณคาดหวังได้หากคุณเริ่มต้นฤดูกาลอย่างที่เราทำ ไม่ใช่เริ่มต้น แต่ในบางช่วงที่มีความพ่ายแพ้มากมาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะปิดเสียงในสโมสรอย่างนี้ หากคุณไม่ได้แข่งขันเพื่อแชมป์ลีก”

ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลคาดว่าจะเจองานหนักในการเจอกับคาราบัก ซึ่งเคยเสมอกับเชลซีมาแล้วในฤดูกาลนี้

ลิเวอร์พูลอยู่อันดับที่ 4 ในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายของการแข่งขัน โดย 8 อันดับแรกจะได้ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

ความพ่ายแพ้อาจทำให้พวกเขาหลุดออกจากกลุ่ม 8 ทีมนั้น ดังนั้นสล็อตจึงต้องการที่จะทำให้ผู้เล่นของเขาตระหนักถึงความอันตรายของคาราบัก ผู้มาเยือนแอนฟิลด์อยู่อันดับที่ 18 ในตารางคะแนนลีกที่มี 36 ทีม

“มันเป็นผู้เล่นเสมอที่ทำให้เรื่องต่างๆ ยาก พวกเขาเล่นบอลไดเร็กต์และมีความเร็วมาก” สล็อตกล่าวถึงคู่ต่อสู้

“พวกเขามุ่งตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว และมีผู้เล่นที่สบายใจในการครองบอล พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาเป็นทีมที่ดีมาก แม้แต่เชลซีก็ยังเสมอ 2-2 กับพวกเขาได้”

“หากคุณดูแชมเปียนส์ลีกของเราในฤดูกาลนี้ บางสโมสรโชคดีที่ได้เจอกับทีมที่อยู่นอกกลุ่มและอยู่ใน 10 อันดับสุดท้าย เราเล่นเพียงหนึ่งทีมเท่านั้น [ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต] เราทำได้ดีมาก แต่อาจทำให้เรามีปัญหาบ้างในเกมลีก หรือสองเกมต่อมา”

สล็อตยังมองหา ‘สิ่งพิเศษ’ กับลิเวอร์พูล

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไม่น่าจะย้ายไปท็อตแนม และสล็อตยืนยันว่าเขาคาดหวังให้รองกัปตันทีมอยู่กับสโมสรต่อไป

ท็อตแนมและลิเวอร์พูลกำลังเจรจาเรื่องการย้ายทีมของแบ็กซ้ายรายนี้ด้วยค่าตัว 5 ล้านปอนด์ แต่ณ ตอนนี้ลิเวอร์พูลไม่อยู่ในฐานะที่จะขายโรเบิร์ตสัน ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยที่ยังไม่มีตัวแทนแบ็กซ้าย

ลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเรียกตัวคอสตาส ชิมิกาส กลับมาจากการยืมตัวที่โรมาได้

“ร็อบโบ้เป็นส่วนหนึ่งของทีมในเย็นวันพรุ่งนี้ และเขาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรนี้มาหลายปีแล้ว ผมมีความสุขที่มีเขา และเป็นเรื่องดีที่เขาพร้อมใช้งาน” สล็อตกล่าว

เมื่อถูกถามว่าโรเบิร์ตสันจะอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปหรือไม่ สล็อตกล่าวว่า “มันยากที่จะพูดอะไรแน่นอนในโลกที่เราอยู่ แต่ผมคาดหวังว่าเขาจะอยู่”

ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลยังยืนยันว่า โจ โกเมซ จะพลาดเกมกับคาราบักเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่สะโพก หลังจากเขาถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่แพ้บอร์นมัธไป 3-2 เมื่อวันเสาร์ แต่สล็อตยืนยันว่ากองหลังรายนี้จะพักเพียง “ระยะเวลาสั้นๆ” เท่านั้น

อิบราฮิมา โกนาเต้ ยังคงขาดหายไปเนื่องจากการเสียชีวิตในครอบครัว และสล็อตได้ติดต่อกับนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสแล้ว

“เขากำลังมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมหวังและคาดหวังให้เขากลับมาเร็วๆ นี้ แต่เขาไม่พร้อมใช้งานสำหรับวันพรุ่งนี้” สล็อตกล่าว

เมื่อเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นเซ็นเตอร์แบ็กอาวุโสเพียงคนเดียวที่พร้อมใช้งาน สล็อตตั้งใจที่จะส่งกองกลางลงเล่นเคียงข้างกัปตันทีมของเขาในแนวรับ วาตารุ เอ็นโดะ เล่นในตำแหน่งนั้นในเกมที่บอร์นมัธเมื่อวันเสาร์

สิ่งพิเศษที่ลิเวอร์พูลจะทำได้

การที่สล็อตยังคงเชื่อมั่นว่าทีมของเขาสามารถสร้าง ‘สิ่งพิเศษ’ ได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม แม้ว่าผลงานล่าสุดอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็ตาม สิ่งนี้อาจเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ทีมกลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องมีการปรับปรุงทั้งในด้านเกมรุกและเกมรับ เพื่อให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงได้

ที่มา – Slot still eyeing ‘special things’ with Liverpool