วัน: 2 กุมภาพันธ์ 2026

มาสวานฮีเซ่ จะไม่ถูกขายตลาดหน้าหนาว Motherwell ยืนยัน

มาสวานฮีเซ่ จะไม่ถูกขายในตลาดหน้าหนาว แม้จะมีข่าวลือสนใจจาก Anderlecht สโมสร Motherwell ในสกอตติช พรีเมียร์ลีก ยืนยันชัดเจนว่าดาวยิงตัวเก่งรายนี้จะอยู่ช่วยทีมต่อไปในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้

มาสวานฮีเซ่ จะไม่ถูกขายในตลาดหน้าหนาว Motherwell ยืนยัน

Tawanda Maswanhise กองหน้าทีมชาติซิมบับเว วัย 23 ปี กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงในฤดูกาลนี้ ด้วยการยิงไปแล้ว 18 ประตูจากทุกรายการ โดย 13 ประตูมาจากลีกสูงสุดของสกอตแลนด์ ทำให้เขาเป็นดาวยิงสูงสุดของสกอตติช พรีเมียร์ลีกในขณะนี้ Motherwell ที่อยู่อันดับ 4 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูง Celtic และ Rangers อยู่ 5 คะแนน กำลังพยายามลุ้นท็อปทรี และไม่ต้องการเสียผู้เล่นหลักในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้

ผู้จัดการทีม Jens Berthel Askou กล่าวอย่างหนักแน่นหลังเกมที่ Motherwell เอาชนะ Livingston 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดย Maswanhise ยิงคนเดียว 2 ประตู “ผมจะไม่ปล่อยเขาให้ใคร” Askou ระบุชัดเจน และเสริมว่า “เรามีแผนที่เขาจะอยู่กับทีม และเราจะยึดมั่นในแผนนั้น เพราะเขากำลังสร้างคุณค่าให้ทีม”

เหตุผลที่ Motherwell ตัดสินใจไม่ปล่อยตัว

ฟอร์มการเล่นของ Maswanhise ไม่เพียงช่วยให้ทีมเก็บแต้มสำคัญ แต่ยังเพิ่มมูลค่าตัวเขาเองในอนาคต Askou มองว่าการสร้างทีมรอบตัวดาวยิงรายนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งสโมสรและตัวนักเตะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม “มันเป็นเรื่องของการรอสโมสรที่ใช่ในเวลาที่ใช่ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่” โค้ชชาวเดนมาร์กกล่าว

นอกจากนี้ Motherwell ยังมองว่าการเสีย Maswanhise ในตอนนี้จะกระทบหนักต่อเป้าหมายลุ้นแชมป์ยูโรป้า ลีก หรือแม้แต่แชมป์ลีก ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับสโมสรขนาดกลางอย่างพวกเขา การตัดสินใจนี้จึงเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

สถิติสุดเยี่ยมของ Tawanda Maswanhise

  • 18 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลนี้
  • 13 ประตูในสกอตติช พรีเมียร์ลีก (ดาวยิงสูงสุด)
  • ยิง 2 ประตูในชัยชนะเหนือ Livingston ล่าสุด
  • เป็นผู้เล่นทีมชาติซิมบับเว กำลังมาแรงในยุโรป

ข่าวลือจาก Anderlecht ที่สนใจคว้าตัวแบบด่วนในวันเดดไลน์ (เส้นตาย 23:00 GMT วันจันทร์นี้) ไม่ได้ทำให้ Motherwell สะทกสะท้าน พวกเขายืนกรานว่าจะไม่ขายใครในช่วงนี้ โดยเฉพาะดาวยิงที่กำลังพาทีมทะยาน

สำหรับแฟนบอล Motherwell นี่คือข่าวดีที่ทำให้ทีมมีลุ้นมากขึ้นในฤดูกาลนี้ ขณะที่ Maswanhise เองก็มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองต่อไปในลีกที่แข็งแกร่ง ก่อนก้าวสู่สโมสรใหญ่ในอนาคต

ในมุมมองของผม Motherwell ทำถูกแล้วที่ยืนยัน มาสวานฮีเซ่ จะไม่ถูกขายในตลาดหน้าหนาว เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ทีมต้องการเขาเหลือเกิน การเก็บตัวหลักไว้จะช่วยสร้างทีมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ลองติดตามฟอร์มของเขาต่อไป แล้วคุณจะเห็นว่าทำไมเขาถึงเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – Maswanhise will not be sold this window, say Well

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดทรัพย์สินสุพรรณบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับนายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 สุพรรณบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่นจากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ค้าที่มาร่วมต้อนรับอย่างล้นหลาม

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด ของท่านเอง ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำสำคัญของครอบครัวศิลปอาชา ตลาดทรัพย์สินสุพรรณบุรี ต.ท่าพี่เลี้ยง เป็นจุดพักกลางวันที่ผู้คนแน่นขนัด นายวราวุธและทีมงานเดินทักทายพูดคุยอย่างใกล้ชิด ถามไถ่ชีวิตความเป็นอยู่ ขอคะแนนเสียงให้พรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นกันเอง

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด

พื้นที่นี้มีความหมายพิเศษ เพราะเป็นย่านบ้านเก่าของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงแจ่มใส ภรรยา ที่พบรักและสร้างครอบครัวที่นี่ ปัจจุบันญาติๆ ของนายวราวุธยังคงค้าขายอยู่ในบริเวณนี้ ทำให้การหาเสียงครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เหมือนกลับบ้านเกิดจริงๆ ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยังรักเหมือนเดิม เทใจให้พรรคภูมิใจไทยยกครัว”

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ: ชาวบ้านแห่ต้อนรับอบอุ่น

ตลอดการเดินหาเสียง ประชาชนเข้ามาทักทายให้กำลังใจไม่ขาดสาย แม่ค้าพ่อค้าต่างยิ้มแย้ม บอกเล่าเรื่องราวเก่าๆ เกี่ยวกับพ่อบรรหาร และยืนยันการสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอย่างเหนียวแน่น บรรยากาศเป็นกันเอง ทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองกับชาวบ้านสุพรรณบุรี

สุพรรณบุรีเป็นฐานเสียงดั้งเดิมของตระกูลศิลปอาชา นายวราวุธในฐานะลูกชายคนโตของนายบรรหาร จึงมีความผูกพันลึกซึ้ง การกลับมาหาเสียงที่นี่ไม่ใช่แค่ขอคะแนน แต่เป็นการเชื่อมโยงรากเหง้าและสัญญาว่าจะทำงานเพื่อชาวสุพรรณต่อไปให้ดีกว่าเดิม พรรคภูมิใจไทยภายใต้นโยบายที่ชัดเจน เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น สุขภาพ การศึกษา ทำให้ชาวบ้านมั่นใจ

วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ

นอกจากนี้ การลงพื้นที่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ตลาดทรัพย์สินเป็นแหล่งค้าขายเก่าแก่ มีห้องแถวและร้านค้าจำนวนมาก ชาวบ้านเล่าว่าชีวิตค้าขายได้รับผลกระทบจากโควิด แต่ด้วยนโยบายพรรคภูมิใจไทยที่เคยช่วยเหลือ ทำให้เชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนต่อไป

เหตุผลที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับความนิยมในสุพรรณบุรี

  • ความผูกพันครอบครัว: ตระกูลศิลปอาชาทำงานเพื่อชาวสุพรรณมานานหลายสิบปี
  • นโยบายชัดเจน: เน้นแก้ปัญหาชาวบ้าน เช่น ราคาสินค้าเกษตร สุขภาพ
  • การทำงานจริง: มีผลงานที่จับต้องได้ในอดีต
  • ทีมงานเข้มแข็ง: 如 นายสรชัด ที่รู้จักพื้นที่ดี

การหาเสียงแบบนี้ช่วยสร้างความใกล้ชิด สร้างภาพลักษณ์บวกให้พรรค หากคุณกำลังตามข่าวการเมืองสุพรรณบุรี วราวุธ เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณ ย้อนรอยบ้านเกิด คือตัวอย่างที่ดีของการหาเสียงที่ได้ใจชาวบ้าน

สุดท้าย การลงพื้นที่ครั้งนี้ยืนยันฐานเสียงที่เหนียวแน่นของพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปข้างหน้า ชาวบ้านสุพรรณยังคงเทใจให้ “บ้านนี้เลือกยกครัว” ขอให้พรรคทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

คุณคิดอย่างไรกับการหาเสียงครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองท้องถิ่นเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “วราวุธ” เดินตลาดทรัพย์สินสุพรรณฯ ย้อนรอยบ้านเกิด ชาวบ้านร้านค้ายังรับอบอุ่น

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์

ข่าวใหญ่ในวงการฟุตบอลสกอตแลนด์และพรีเมียร์ลีก เมื่อเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์สำหรับนักเตะมิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเบลเยียม อาร์เน่ เอ็งเกลส์ วัย 22 ปี สโมสรน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พยายามคว้าตัวด้วยข้อเสนอครั้งแรก 14 ล้านปอนด์ แต่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ และครั้งที่สองที่เพิ่มเป็น 17 ล้านปอนด์ ก็ยังไม่ผ่านการอนุมัติจากเซลติก

เซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์: เหตุผลอะไร?

เอ็งเกลส์ย้ายมาร่วมทีมเซลติกจากสโมสรออสก์บวร์กในบุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 และกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมทันที เขาลงเล่นไปแล้ว 89 นัดในทุกรายการ ช่วยเซลติกคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ และลีก คัพ ในฤดูกาลที่แล้ว นักเตะรายนี้มีส่วนสำคัญในแดนกลาง ด้วยความสามารถในการครองบอลและสร้างสรรค์เกมที่ยอดเยี่ยม ทำให้เซลติกไม่อยากปล่อยตัวง่ายๆ

หลังจากเซลติกเอาชนะฟอลเคิร์ก 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมชั่วคราว มาร์ติน โอนีลล์ ได้ให้สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมา เมื่อถูกถามถึงข้อเสนอของฟอเรสต์ เขากล่าวว่า “พูดตามตรง ผมไม่รู้เรื่องเลย ถ้ามีจริง คงเสนอมาตอนแข่งขัน และผมอยากให้ปฏิเสธ เว้นแต่จะเป็น 100 ล้านปอนด์ ซึ่งบอร์ดอาจจะตัดสินใจ แต่ผมอยากเก็บเขาไว้” คำพูดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเซลติกในการรักษานักเตะตัวหลัก

ประวัติและฟอร์มของอาร์เน่ เอ็งเกลส์

  • ย้ายจากออสก์บวร์กมาด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์
  • ลงเล่น 89 นัด ช่วยคว้า 2 แชมป์ในฤดูกาลที่แล้ว
  • มิดฟิลด์ตัวรับ-ตัวรุกที่สมบูรณ์แบบ เหมาะกับระบบของเซลติก
  • อายุเพียง 22 ปี มีอนาคตไกลในวงการลูกหนังยุโรป

เซลติกกำลังอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิป โดยอยู่อันดับ 2 ห่างจากฮาร์ทส์ ทีมนำหัวตาราง 6 คะแนน และยังมีโปรแกรมยูโรป้า ลีก เพลย์ออฟในเดือนนี้เช่นกัน ขณะที่ฟอเรสต์ จมอยู่ที่อันดับ 17 ในพรีเมียร์ลีก กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น การเสริมทัพในแนวกลางจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขา

สถานการณ์ของทั้งสองทีมในฤดูกาลนี้

เซลติกภายใต้โอนีลล์ใกล้จะประกาศเซ็นสัญญานักเตะใหม่อีก 2 ราย เพื่อเสริมทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในการลุ้นทุกรายการ ส่วนฟอเรสต์ต้องเผชิญความกดดันมหาศาลในลีกอังกฤษ การยื่นข้อเสนอเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานในการดึงตัวนักเตะคุณภาพจากลีกอื่น แต่เซลติกมองว่าค่าตัวยังไม่สมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับศักยภาพและผลงานของเอ็งเกลส์

ในมุมมองของแฟนบอลเซลติก นี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะเอ็งเกลส์คืออนาคตของทีม และการปล่อยตัวในราคานี้จะเป็นการเสียโอกาสทอง หากฟอเรสต์อยากได้จริง ต้องยื่นเพิ่มอีกหลายเท่าเท่านั้น นอกจากนี้ การแข่งขันในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงมกราคมนี้ กำลังเข้มข้น โดยเฉพาะทีมจากพรีเมียร์ลีกที่มองหานักเตะจากลีกเล็กเพื่อคุ้มค่า

สำหรับแฟนฟุตบอลไทยที่ชื่นชอบเซลติกหรือพรีเมียร์ลีก ข่าวเซลติกปฏิเสธข้อเสนอ 17 ล้านปอนด์ของฟอเรสต์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบริหารทีมที่ฉลาด คุณคิดว่าเอ็งเกลส์ควรย้ายไปฟอเรสต์ไหม? หรือเซลติกควรเก็บไว้ลุ้นยูฟ่า? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Celtic turn down Forest’s £17m bid for Engels

“ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม

ข่าวใหญ่ในวงการตำรวจไทยล่าสุดคือ “ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม ซึ่งเป็นการยกระดับทีมงานเพื่อรับมือกับอาชญากรรมที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นในยุคปัจจุบัน การแต่งตั้งนี้เกิดขึ้นจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อเสริมแกร่งด้านยุทธศาสตร์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมตามนโยบายปีงบประมาณ 2569

“ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยคำสั่งที่ 585/2568 อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 63 แต่งตั้ง พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้านยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 การเคลื่อนไหวนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนงานตำรวจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์ ยาเสพติด และความมั่นคงสาธารณะเป็นภัยร้ายแรง

หน้าที่หลักของ “ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม

ตำแหน่งที่ปรึกษาคนนี้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาระดับสูง เพื่อให้การทำงานเป็นไปตามนโยบาย สรุปหน้าที่หลักได้ดังนี้:

  • ให้ข้อมูลและคำปรึกษา: แก่ ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป้องกันอาชญากรรมปี 2569
  • ประสานงานรวบรวมข้อมูล: ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอข้อเสนอแนะเพื่อการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
  • ถ่ายทอดความรู้: สู่รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหน่วยงานปฏิบัติ เพื่อเสริมศักยภาพการปราบปรามอาชญากรรม
  • ให้คำปรึกษาอื่นๆ: ตามที่ ผบ.ตร. มอบหมาย เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดผลสูงสุด

พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ยาวนานในวงการตำรวจ เคยผ่านตำแหน่งสำคัญหลายแห่ง ทำให้เหมาะสมกับบทบาทนี้ การแต่งตั้งช่วยเติมเต็มช่องว่างในการวางแผนป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก แทนที่จะรอรับมือแบบเดิมๆ

ความสำคัญของยุทธศาสตร์ป้องกันอาชญากรรมในปี 2569

นโยบายการบริหารราชการ สตช. ปี 2569 มุ่งเน้นการป้องกันอาชญากรรมเป็นหลัก โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI และ Big Data มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร รวมถึงการทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงยุติธรรม การมีที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญอย่าง พล.ต.อ.อัคราเดช จะช่วยเร่งรัดการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง ลดอัตราการเกิดอาชญากรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงที่ผ่านมา ไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมที่หลากหลาย เช่น การหลอกลวงออนไลน์ ค้าปืนเถื่อน และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การเสริมทีมงานระดับสูงจึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของ ผบ.ตร. ในการสร้างสังคมปลอดภัย

ผลกระทบและมุมมองต่อสังคม

การเคลื่อนไห้นี้ไม่เพียงเสริมกำลังภายใน สตช. แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่กำลังกังวลกับข่าวอาชญากรรมรุนแรง หากยุทธศาสตร์นี้ประสบความสำเร็จ เราอาจเห็นสถิติอาชญากรรมลดลงในปีหน้า นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของการบริหารงานที่ยืดหยุ่น ใช้บุคลากรเก่งๆ มาช่วยผลักดันนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามผลการปฏิบัติจริง เพราะการป้องกันอาชญากรรมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ตำรวจเท่านั้น ผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และประชาชนต้องช่วยกันรายงานข้อมูลเพื่อป้องกันแต่เนิ่นๆ

ในฐานะนักสังเกตการณ์ สรุปว่าการ “ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากดำเนินการต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับความมั่นคงของชาติได้แน่นอน คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารตำรวจและความมั่นคงจากเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “ผบ.ตร.” เซ็นตั้ง “อัคราเดช” ที่ปรึกษา สตช. งานป้องกันอาชญากรรม

ฟูลแฮมปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันสำหรับวิลสัน

ฟูลแฮมปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันสำหรับวิลสัน กองกลางทีมชาติเวลส์วัย 28 ปี ที่กำลังเป็นที่สนใจของหลายทีมในตลาดนักเตะเดือนมกราคมนี้ สโมสรฟูลแฮมได้ปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันอย่างชัดเจนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ฟูลแฮมปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันสำหรับวิลสัน

แม้ว่าแฮร์รี่ วิลสัน จะเหลือสัญญากับฟูลแฮมจนจบฤดูกาลนี้ และมีโอกาสย้ายทีมแบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์ แต่ทางสโมสรฟูลแฮมยืนกรานว่าจะไม่ปล่อยตัวนักเตะออกจากทีมในเดือนมกราคมนี้ หัวหน้าโค้ชมาร์โก ซิลวา ยังออกมากล่าวอย่างหนักแน่นว่า มีโอกาสเป็นศูนย์ที่วิลสันจะถูกขายในยามนี้

ฟูลแฮมมองว่าการรักษาวิลสันไว้กับทีมเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงผลงานของเขาที่โดดเด่นมาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมแบบยืมตัวจากลิเวอร์พูลในเดือนกรกฎาคม 2021 วิลสันได้ลงเล่นให้ฟูลแฮมไปแล้ว 173 นัด ยิงประตูได้ 34 ลูก และแอสซิสต์อีก 43 ครั้ง ถือเป็นกำลังสำคัญทั้งในลีกและรายการคัพต่างๆ

สถานการณ์สัญญาของแฮร์รี่ วิลสันกับฟูลแฮม

การเจรจาเรื่องต่อสัญญาใหม่ของวิลสันถูกระงับไว้ในขณะนี้ เนื่องจากมีทีมอื่นๆ สนใจ โดยเฉพาะเอฟเวอร์ตันที่ต้องการเสริมทัพกองกลางตัวรุกเพื่อช่วยทีมในสถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้น นอกจากนี้ ตัววิลสันเองก็อยากเห็นความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของมาร์โก ซิลวา กุนซือของทีมที่สัญญาก็จะหมดในซัมเมอร์เช่นกัน ก่อนจะตัดสินใจเซ็นสัญญาฉบับใหม่

เอฟเวอร์ตันที่กำลังเผชิญปัญหาในฤดูกาลนี้ หวังจะได้วิลสันมาเสริมทีมเพื่อเพิ่มความหลากหลายในการบุก แต่ฟูลแฮมซึ่งกำลังลุ้นเลื่อนชั้นกลับพรีเมียร์ลีก ไม่ยอมเสี่ยงปล่อยนักเตะหลักออกจากทีมในช่วงเวลาวิกฤติเช่นนี้ การตัดสินใจนี้ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอลฟูลแฮมเป็นส่วนใหญ่ ที่เห็นว่าวิลสันคือส่วนสำคัญของทีม

ผลงานและบทบาทของวิลสันในทีมฟูลแฮม

วิลสันไม่ใช่แค่นักเตะธรรมดา เขาเป็นดาวเตะทีมชาติเวลส์ที่ได้รับความไว้วางใจจากทีมชุดใหญ่ของเวลส์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยเล่นกับลิเวอร์พูล เขาเคยถูกยืมไปหลายทีมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ก่อนจะมาประสบความสำเร็จกับฟูลแฮม ในแชンピออนชิปฤดที่แล้ว เขายิงและแอสซิสต์ได้อย่างมากมาย ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ

  • ลงเล่นทั้งหมด: 173 นัด
  • ประตู: 34 ลูก
  • แอสซิสต์: 43 ครั้ง
  • ทีมชาติเวลส์: กว่า 50 นัด

นอกจากนี้ วิลสันยังมีจุดเด่นในเรื่องการยิงฟรีคิกและการสร้างสรรค์เกม ที่ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนบอลฟูลแฮม การปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันจึงเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าฟูลแฮมให้ความสำคัญกับอนาคตระยะยาว

ผลกระทบต่อตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม

เหตุการณ์ฟูลแฮมปฏิเสธข้อเสนอจากเอฟเวอร์ตันสำหรับวิลสันนี้ สะท้อนถึงแนวโน้มในตลาดนักเตะช่วงกลางฤดูกาล ที่ทีมหลายทีมไม่อยากเสี่ยงปล่อยตัวหลักออกไป เอฟเวอร์ตันอาจต้องหันไปมองตัวเลือกอื่นๆ เช่น นักเตะฟรีเอเย่นต์หรือยืมตัวจากทีมอื่น ขณะที่ฟูลแฮมจะโฟกัสไปที่การลุ้นแชมป์แชンピออนชิปต่อไป

ในมุมมองของผู้เขียน การตัดสินใจของฟูลแฮมนั้นถูกต้องแล้ว เพราะวิลสันคือกุญแจสำคัญในการพาทีมกลับสู่พรีเมียร์ลีก หากปล่อยไปตอนนี้ อาจกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมทั้งหมด แฟนบอลฟูลแฮมควรติดตามดูว่าการเจรจาสัญญาใหม่จะคืบหน้าไปอย่างไรในช่วงซัมเมอร์นี้

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารฟุตบอลล่าสุดจากเรา!

ที่มา – Fulham reject Everton’s approach for Wilson

หญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น

เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่ทำให้ชาวเน็ตทั่วโลกช็อกกันไปตามๆ กัน เมื่อหญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น ร่างของเธอลอยค้างกลางอากาศนับนาที ก่อนจะถูกช่วยเหลือแต่สุดท้ายไม่รอด วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียด พร้อมบทเรียนสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นกันค่ะ

หญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 ที่รีสอร์ทสกีชื่อดัง Tsugaike Mountain Resort ในจังหวัดนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตในหุบเขาฮาคุบะ นักท่องเที่ยวสาววัย 22 ปี ชื่อบรูก เดย์ (Brooke Day) ชาวออสเตรเลีย กำลังเตรียมตัวลงจากลิฟต์สกี แต่แล้วสายรัดกระเป๋าเป้ของเธอก็ไปเกี่ยวติดกับพนักเก้าอี้ลิฟต์แบบแน่นหนา โดยเฉพาะตัวล็อกสายรัดหน้าอกที่คาดไว้ ทำให้เธอสลัดตัวเองออกไม่ได้ ร่างของเธอจึงถูกลากตามลิฟต์ไป ลอยแขวนค้างกลางอากาศ!

ขั้นตอนการช่วยเหลือหลังหญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น

พนักงานควบคุมลิฟต์เห็นเหตุการณ์ทันที รีบกดปุ่มหยุดฉุกเฉิน แล้วเร่งเข้าช่วยเหลือ นำร่างของเธอลงมา ส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาลด่วน ในตอนนั้นเธออยู่ในอาการหัวใจหยุดเต้น แพทย์พยายามช่วยชีวิตเต็มที่ แต่สุดท้ายเธอก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในวันถัดมา สถานีตำรวจจังหวัดนากาโนะยืนยันข่าวร้ายนี้เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์

ทางรีสอร์ทสั่งหยุดใช้งานลิฟต์สกีตัวนั้นทันที และจะไม่เปิดจนกว่าจะสอบสวนเสร็จสิ้น พร้อมวางมาตรการป้องกันใหม่ นายสึเนโอะ คุโบะ ประธานบริษัท Tsugaike Gondola Lift กล่าวว่า “เรารับผิดชอบเต็มที่ ร่วมมือกับตำรวจ และจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด”

บทเรียนความปลอดภัยจากเหตุหญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น

อุบัติเหตุแบบนี้เตือนใจนักท่องเที่ยวทุกคน โดยเฉพาะที่ชอบแบกกระเป๋าเป้ไปเล่นสกี ญี่ปุ่นเป็นจุดหมายสกีอันดับต้นๆ ของโลก อย่างนากาโนะหรือฮาคุบะ แต่ความสนุกต้องมากับความระมัดระวังนะคะ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ลองดูเคล็ดลับเหล่านี้

  • ตรวจสอบสายรัดกระเป๋าเป้ก่อนขึ้นลิฟต์: ปลดล็อกสายรัดเอวและสายหน้าอกทุกครั้ง โดยเฉพาะก่อนลงจากลิฟต์
  • เลือกกระเป๋าที่เหมาะสม: ใช้กระเป๋าสกีเฉพาะหรือกระเป๋าที่ไม่มีสายรัดหลวมๆ หลีกเลี่ยงกระเป๋าเป้ทั่วไป
  • ฟังคำแนะนำเจ้าหน้าที่: อ่านป้ายเตือนและทำตามกฎรีสอร์ท เช่น ถอดกระเป๋าก่อนขึ้นลงลิฟต์
  • สวมเสื้อผ้าที่ไม่เกี่ยวติด: หลีกเลี่ยงผ้าพันคอหรือของห้อยย้อยที่อาจไปติดเก้าอี้
  • ซื้อประกันการเดินทางครอบคลุมกีฬาฤดูหนาว: เพื่อความอุ่นใจหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

นอกจากนี้ ทางผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสกีแนะนำให้ฝึกการขึ้นลงลิฟต์สกีให้คล่องแคล่ว และไปกับกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที เหตุการณ์หญิงออสเตรเลียดับ สายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่นนี้ แม้จะน่าเศร้า แต่ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกได้

ในมุมมองของเรา ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ แม้รีสอร์ทญี่ปุ่นจะได้มาตรฐาน แต่ความประมาทเล็กน้อยก็อาจนำพาภัยใหญ่ได้ ถ้าคุณเคยไปเล่นสกีที่ญี่ปุ่นหรือมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ จะได้เตือนใจเพื่อนๆ ร่วมทาง หรือมีคำแนะนำเพิ่มเติมไหม? อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้คนที่วางแผนเที่ยวสกีด้วยล่ะ!

ที่มา – นักท่องเที่ยวหญิงออสเตรเลียดับ หลังสายกระเป๋าเป้เกี่ยวลิฟต์สกีที่ญี่ปุ่น ร่างลอยค้างกลางอากาศ

เปิดพิกัดที่รกร้างชลบุรี ประกันสังคม 84.5 ล้าน

วันนี้เรามา เปิดพิกัดที่รกร้างชลบุรี จับพิรุธ “ประกันสังคม” ทุ่มซื้อ 84.5 ล้าน เซอร์ไพรส์ผู้ประกันตน กันเถอะครับ ประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงในโซเชียลเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยนายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ชลบุรี เขต 7 ออกมาแฉข้อมูลสุดช็อกเกี่ยวกับการจัดซื้อที่ดินของสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. เพื่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า whopping 84.5 ล้านบาท แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นที่รกร้างไปซะแล้ว!

เปิดพิกัดที่รกร้างชลบุรี จับพิรุธ “ประกันสังคม” ทุ่มซื้อ 84.5 ล้าน เซอร์ไพรส์ผู้ประกันตน

เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 (หรือ 2026?) นายสหัสวัตโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดข้อมูลโครงการเลขที่ 67089559825 ที่อนุมัติปลายปี 2566 ใช้งบปี 2567 ตั้งงบ 88 ล้าน แต่ซื้อจริง 84.5 ล้านบาท (ต่ำราคากลางแค่ 3.98%) ที่ดิน 5 แปลง รวม 5 ไร่ 1 งาน ในย่านบ้านสวน ชลบุรี

แต่ที่ทำให้ทุกคนอึ้งคือ หลังลงพื้นที่จริง พบว่าที่ดินนี้เข้าซอยลึก ซอกหลืบ ถนนแคบ สวนรถไม่ได้ เหมาะสมตรงไหนกับสำนักงานที่ต้องรองรับผู้ประกันตนนับหมื่นคนในชลบุรี? นี่แหละที่ทำให้เกิดคำถามใหญ่ เงินกองทุนประกันสังคมที่เราจ่ายทุกเดือน ถูกใช้คุ้มค่าจริงหรือ?

พิรุธหลักๆ ในโครงการซื้อที่ดินประกันสังคมชลบุรี

  • ผิดสเปก TOR: เดิมกำหนดต้องติดถนนใหญ่ แต่กลับใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซื้อในซอยลึก แถม TOR หายไปจากเว็บ สปส. แล้ว!
  • ราคาสูงเกินจริง: กรมธนารักษ์ประเมินแค่ 24 ล้าน แต่ซื้อ 84.5 ล้าน ตกตารางวา 40,000 บาท สูงจังสำหรับที่ซอยตัน
  • โครงการชะงักงัน: ผ่านไปปีกว่า ไม่มีก่อสร้าง หญ้าขึ้นรก ทิ้งร้างสนิท

นายสหัสวัตตั้งคำถามถึง สปส. 4 ข้อด้วยนะครับ

  • ทำไมใช้วิธีเฉพาะเจาะจง?
  • จัดซื้อถูกระเบียบไหม?
  • ร้อง ป.ป.ช. หรือ สตง. แล้วหรือยัง?
  • เปิดเผย TOR ที่หายไปหน่อยสิ!

ขณะที่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ทำคลิปสรุป แคปชั่นสุดแซ่บ “เซอร์ไพรส์คร้าบบบบบบบบบบบบ ท่านผู้ประกันตนนนน” คลิปนี้โดนแชร์หนักมาก คอมเมนต์ฮาๆ ล้น เช่น “ขุดเสร็จแล้วอย่าลืมฝังด้วยนะ”, “เหมือนล้างป่าช้า ยิ่งขุดยิ่งเจอ”, “เราเป็นเจ้าของ สร้างบ้านอยู่ได้มั้ย?” เรียกได้ว่าประชาชนตื่นตัวสุดๆ

ตอนนี้ สปส. ยังเงียบ ไม่ชี้แจงในช่องทางประชาสัมพันธ์เลยครับ เราในฐานะผู้ประกันตนที่จ่ายเงินเข้ากองทุน ควรได้คำตอบที่ชัดเจน เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการใช้เงินไม่เป็นธรรม

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่ชลบุรี แต่สะท้อนปัญหาการใช้งบประกันสังคมทั่วประเทศ ถ้าปล่อยไว้ เงินที่เราควรได้สิทธิประโยชน์ อาจไหลลงส้วนแบบนี้ได้นะครับ ทุกคนเคยสงสัยบ้างไหมว่าเงินประกันสังคมไปไหนหมด?

ขยายความเพิ่ม: ที่ดินนี้อยู่ในโซนบ้านสวน ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ commercial zone ที่เหมาะทำสำนักงานใหญ่ ถ้าการตัดสินใจผิดพลาดขนาดนี้ ค่าใช้จ่ายในการย้ายที่ใหม่จะบานปลายแค่ไหน? ผู้ประกันตนชลบุรีกว่า 5 แสนคน ควรรวมตัวเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทันที

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นวิธีการประมูลเฉพาะเจาะจงที่อาจเข้าข่ายไม่โปร่งใส ตาม พรบ.จัดซื้อจัดจ้างฯ ถ้า ป.ป.ช. หรือ สตง. เข้าตรวจ คงมีเรื่องให้ตามต่อยาว

คำแนะนำสำหรับผู้ประกันตน: ติดตามข่าวจากเพจ สหัสวัต และไอซ์ รักชนก รวมถึงตรวจสอบสิทธิประกันสังคมตัวเองให้เรียบร้อย อย่าให้เงินหายไปโดยไม่รู้ตัว ถ้ามีข้อสงสัย สามารถแจ้ง สปส. หรือหน่วยตรวจสอบได้เลยครับ

สุดท้าย เรื่อง เปิดพิกัดที่รกร้างชลบุรี จับพิรุธ “ประกันสังคม” ทุ่มซื้อ 84.5 ล้าน เซอร์ไพรส์ผู้ประกันตน นี้เป็นบทเรียนสำคัญ เรียกร้องความโปร่งใสกันต่อไปนะครับ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกัน!

ที่มา – เปิดพิกัดที่รกร้างชลบุรี จับพิรุธ “ประกันสังคม” ทุ่มซื้อ 84.5 ล้าน เซอร์ไพรส์ผู้ประกันตน

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบ กปน.

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นประเด็นร้อนที่พรรคประชาชนกำลังเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง หลังจากเกิดปัญหามากมายในวันเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงกระทบต่อสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังอาจบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด

ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 พรรคประชาชนได้เตรียมยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นในที่เลือกตั้งกลางนอกเขตและในเขตทั่วประเทศ ปัญหาเหล่านี้ถูกเปิดโปงจากสื่อและประชาชนที่ไปใช้สิทธิ ทำให้เกิดคำถามใหญ่ถึงความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

ปัญหาหลักที่ปชน. ชี้ให้ กกต. สอบสวน

  • กรณีที่ 1: กรรมการประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขต ไม่กรอกข้อมูลจังหวัด เขตเลือกตั้ง หรือรหัสเขตลงในซองบัตรเลือกตั้ง (แบบ ส.ส.5/2) อย่างถูกต้อง เช่น ที่โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จ.สมุทรปราการ หน่วยของผู้มีสิทธิจาก จ.เพชรบูรณ์ กลับกรอกรหัส 57 แทน 67 ซึ่งผิดระเบียบ กกต. ข้อ 200 ส่งผลให้บัตรเลือกตั้งอาจถูกนับผิดเขต สับสนหมายเลขผู้สมัคร และบิดเบือนเจตจำนงประชาชน อาจเข้าข่ายเลือกตั้งไม่สุจริต
  • กรณีที่ 2: ที่เลือกตั้งกลางหลายแห่งใน จ.ชลบุรี เช่น หน่วยวัดพันเสด็จนอก ศาลากลางจังหวัด อาคารโดมโรงเรียนเมืองพัทยา 7 และโรงเรียนสิทธิสุนทร อ.สัตหีบ ไม่มีประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบ่งเขต (แบบ ส.ส.4/14) โดยเฉพาะนางทิพา ปวีณาเสถียร พรรคประชาชน หมายเลข 8 เขต 1 จ.ลำปาง ที่แย่กว่านั้น เมื่อผู้มาเลือกตั้งทวงถาม เจ้าหน้าที่กลับให้ข้อมูลเท็จว่า ผู้สมัครนี้ถูกศาลฎีกาถอนสิทธิ ซึ่งไม่เป็นความจริง

ปัญหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความบกพร่องของเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการ ประธาน กปน. และผู้ช่วย ซึ่งอาจเป็นการทุจริต จงใจละเลย หรือปฏิบัติมิชอบ พรรคประชาชนจึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบทั่วประเทศ หากพบผิดให้สั่งปลดทันทีตามอำนาจที่มี พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2568

นอกจากนี้ พรรคยังขู่หากไม่จัดการ จะร้องทุกข์ดำเนินคดีตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 2561 มาตรา 23, พ.ร.ป.กกต. 2560 มาตรา 69 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายกฎหมายพรรคจะยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเช้าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 08:46 น.

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่ต้องสุจริตและเที่ยงธรรม หากปล่อยไว้ อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประชาธิปไตย การที่ปชน. ออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ ถือเป็นการปกป้องสิทธิประชาชนอย่างแท้จริง ผู้สนใจควรติดตามผลการยื่นหนังสือครั้งนี้ เพราะจะเป็นตัวชี้วัดว่า กกต. จะรับมือปัญหาอย่างจริงจังแค่ไหน

ในมุมมองของเรา การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นด่านทดสอบแรก หากมีปัญหาขนาดนี้ วันเลือกตั้งจริงต้องเข้มงวดยิ่งขึ้น ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมได้โดยรายงานปัญหาผ่านช่องทาง กกต. หรือพรรคที่สนับสนุน เพื่อให้การเลือกตั้งปีนี้เป็นไปด้วยดี

ติดตามข่าวการเมืองและการเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ปชน. เตรียมยื่นหนังสือถึง กกต. 3 ก.พ. เร่งสอบสวน-สั่งปลด กปน. ให้ข้อมูลเท็จวันเลือกตั้งล่วงหน้า

พบศพพระมรณภาพใต้เตียงวัดนครศรี ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

เมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุสะเทือนใจใน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย สร้างความเสียใจแก่พระสงฆ์และชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นการจากไปอย่างกะทันหันของพระภิกษุผู้มีคุณธรรม

พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.ยิ่งยง ช่วยกิจ สว.สอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุพบศพพระภิกษุเสียชีวิตปริศนาภายในกุฏิวัดบัว (โคกสะท้อน) หมู่ 9 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม พ.ต.อ.กิตติชัย ไกรนรา ผกก. ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และมูลนิธิประชาร่วมใจ รีบรุดไปตรวจสอบทันที

ภาพที่เกิดเหตุ พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิพระ ใต้เตียงนอนไม้ พบศพพระอนุชิต หรือพระนุ อิทธคาม อายุ 51 ปี พระลูกวัด นอนเสียชีวิตในชุดสบงจีวรเรียบร้อย สภาพศพมีเลือดไหลจากจมูกและปาก แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายหรือบาดแผลใดๆ การตรวจสอบกุฏิก็ไม่พบร่องรอยการรื้อค้น ทรัพย์สินอย่างโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าปัจจัยยังครบถ้วน

สาเหตุเบื้องต้นจากการชันสูตร

พญ.นศารัตน์ วิจิตรพงศ์จินดา แพทย์เวรนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ระบุว่า ไม่พบความผิดปกติจากการชันสูตร สาเหตุน่าจะมาจากโรคประจำตัว โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับปอดและการไอมาก จากประวัติเคยป่วยเป็นวัณโรค ทำให้เกิดอาการป่วยกะทันหันจนเส้นเลือดในสมองแตก พระอนุชิตน่าจะดิ้นทุรนทุรายก่อนเสียชีวิตใต้เตียง ศพน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 6-8 ชั่วโมง ญาติไม่ติดใจในสาเหตุ แพทย์จะผ่าชันสูตรเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน

ภาพชันสูตร พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย

พระสมบูรณ์ วาทขโม พระลูกวัดเล่าให้ฟังว่า เช้าวันนั้นประมาณ 09.00 น. สังเกตว่าพระอนุชิตไม่ออกมาบิณฑบาตหรือปูอาสนะในวันพระตามปกติ จึงไปตรวจที่กุฏิ พบศพแข็งอืดใต้เตียง ก่อนหน้านั้นเวลา 04.00 น. ยังเห็นพระอนุชิตกวาดลานวัดปกติ ทำให้ทุกคนสงสัยแต่สุดท้ายยอมรับสาเหตุจากโรคประจำตัว

ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ

  • 04.00 น.: พระอนุชิตกวาดขยะลานวัด
  • 09.00 น.: พระลูกวัดสังเกตผิดปกติ
  • 09.30 น.: เจ้าหน้าที่พบศพและชันสูตร
  • ญาติไม่ติดใจ นำศพประกอบพิธี

เหตุการณ์ พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย นี้เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัวอย่างวัณโรคที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เส้นเลือดสมองแตก อาการสำคัญที่ควรระวัง ได้แก่ ไอเรื้อรัง หายใจลำบาก ปวดหัวรุนแรง ชา หรืออ่อนแรงกะทันหัน แม้แต่พระสงฆ์ที่ดูแลจิตใจ ก็ต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรง

ในสังคมไทย พระสงฆ์คือที่พึ่งทางใจ การจากไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านเสียใจและหันมาสนใจการตรวจสุขภาพประจำปีมากขึ้น โดยเฉพาะในวัดที่พระสูงวัยจำนวนมาก ควรมีโครงการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่เข้าวัดเพื่อป้องกันเหตุร้ายแรง

สุดท้าย เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า สุขภาพคือสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสมณเพศหรือฆราวาส ควรตรวจสุขภาพสม่ำเสมอและฟังร่างกายตัวเอง หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่คาดคิด

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นหรือประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ในวัดของคุณด้วยนะครับ

ที่มา – พบศพพระ มรณภาพอยู่ใต้เตียง ภายในกุฏิวัด จ.นครศรีธรรมราช ไม่มีร่องรอยถูกทำร้าย