เมื่อพูดถึงเรื่องความรุนแรงในครอบครัว หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เหตุการณ์ล่าสุดที่ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง นำทีมบุกช่วยเหลือหญิงสาววัย 42 ปี ที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายจนเลือดอาบและขังไว้ในห้องบนตึกร้าง ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ จ.ชลบุรี ทำให้ชาวเน็ตและคนในพื้นที่ตื่นตัวกับปัญหาความรุนแรงที่ซ่อนอยู่ในสังคม

ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 1 มกราคม 2569 นายคำไพร เหลาแสน ซึ่งเป็น ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง ได้นำเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ออกตรวจพื้นที่เสี่ยงในซอยจอมเทียน หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนกระทั่งมีชาวบ้านแจ้งว่าพบเสียงผู้หญิงร้องโหยหวนจากตึกอาคารพาณิชย์ร้าง เจ้าหน้าที่ไม่รอช้า รีบขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องพักชั้น 2 ทันที
พอเคาะประตูเรียก มีชายวัย 38 ปี ที่เรียกตัวเองว่านายหมู สามีของผู้เสียหาย เดินมาออกประตูในสภาพถอดเสื้อ แต่เมื่อเปิดเข้าไป เจ้าหน้าที่ถึงกับช็อก เพราะเห็นนางสาวรัศมี วัย 42 ปี นอนอยู่ในสภาพนุ่งกางเกงยีนส์ขาสั้น ไม่สวมเสื้อ ตัวเปื้อนเลือด บาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ เบ้าตาปูดโปน มือยกไหว้ร้องขอความช่วยเหลืออย่างน่าสงสาร

คำให้การของนางสาวรัศมี ผู้เสียหาย
นางสาวรัศมีเล่าว่า เธอถูกนายหมู สามีของตัวเอง ลงมือทำร้ายด้วยการใช้มีดแทงและค้อนทุบที่ศีรษะ ก่อนจับขังไว้ในห้องนั้น ขณะถูกขังยังถูกทุบตีต่อเนื่อง สาเหตุที่สามีอ้างคือเธอนอกใจไปมีชู้กับชายอื่น แต่เธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เจ้าหน้าที่ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง จึงรีบประสานหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ เมืองพัทยา นำตัวส่งโรงพยาบาลพัทยาปัทมาคุณทันที

ด้านนายหมู ผู้ต้องหา ยังอยู่ในสภาพคล้ายคนเมา ให้การว่าทำร้ายเมียเพราะไม่พอใจเรื่องนอกใจ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองประสานตำรวจนครบาลเมืองพัทยาแล้ว มารับตัวไปสอบสวน รอผู้เสียหายหายดีเพื่อให้ปากคำ ก่อนดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายและขังขังตามกฎหมาย
บทเรียนจากเหตุการณ์ของปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง ในการดูแลความปลอดภัยประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างตึกร้างที่มักเป็นแหล่งมั่วสุม ในประเทศไทย ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สถิติจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่ามีผู้เสียหายนับหมื่นรายต่อปี ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก
เพื่อป้องกันปัญหานี้ เราได้รวบรวมสัญญาณเตือนภัยที่ควรระวัง:
- การควบคุมพฤติกรรม: สามีหรือคู่ครองชอบหึงหวงเกินเหตุ ห้ามพบปะใคร
- คำพูดรุนแรง: ใช้คำหยาบคาย ขู่ว่าจะทำร้ายบ่อยๆ
- ประวัติ: เคยทำร้ายร่างกายหรือทรัพย์สินมาก่อน
- แอลกอฮอล์: ดื่มเหล้าบ่อยและอาละวาดเมื่อเมา
หากพบเห็นหรือถูกกระทำ อย่าปล่อยไว้ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เช่น โทร 191 (ตำรวจ), 1300 (กระทรวงพัฒนาสังคม) หรือ 1663 (สายด่วนความรุนแรงต่อเด็ก)
ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความไว้วางใจและการสื่อสารในครอบครัวสำคัญมาก หากปัญหาเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรึกษานักจิตวิทยาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าให้เรื่องเล็กกลายเป็นใหญ่จนเสียใจทีหลัง
CTA: หากคุณชื่นชอบบทความนี้ ช่วยแชร์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องความรุนแรงในครอบครัว และติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเรานะครับ!
ที่มา – ปลัดฝ่ายความมั่นคง อ.บางละมุง บุกช่วยหญิงถูกผัวซ้อมเลือดอาบ ขังในห้องบนตึกร้าง





















