วัน: 2 กุมภาพันธ์ 2026

เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 เกม-พงศ์พล เตมีย์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงให้เห็นถึงความขยันขันแข็งด้วยการ เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด ที่ตลาดสะพานสูง เขตดุสิต-บางซื่อ กรุงเทพฯ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ตี 5 ทำให้ประชาชนในพื้นที่ประทับใจกับการลงพื้นที่ที่แท้จริง

เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงศ์พล เตมีย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เกม” ได้ตื่นแต่เช้ามืดเพื่อลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. เขต 7 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดุสิต ถนนนครชัยศรี และบางซื่อ ตลาดสะพานสูงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะที่นี่คือหัวใจของผู้ค้าขายที่ต้องลุกขึ้นทำงานก่อนฟ้ายังสาง การที่ เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงจังในการรับฟังปัญหาจากประชาชน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 เกมได้ลงพื้นที่ตลาดเดียวกันและได้รับคำแนะนำจากผู้ค้าขายคนหนึ่งว่า “ถ้าอยากพบคนในพื้นที่จริงๆ ต้องมาเช้ากว่านี้” คำพูดนี้ถูกจดจำและนำมาปฏิบัติทันที เช้าวันที่ 1 ก.พ. เวลา 05.00 น. เกมจึงกลับมาอีกครั้ง พูดคุยกับผู้ค้าที่กำลังเตรียมแผงขายของ รับฟังปัญหาชีวิตประจำวัน เช่น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น การจราจรติดขัด และความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขต

ทำไมเกม-พงศ์พลถึงเลือกกลยุทธ์นี้

เกม-พงศ์พลเชื่อว่าการเมืองที่แท้จริงไม่ใช่แค่การปราศรัยบนเวที แต่คือการเดินเข้าไปในชุมชน ฟังเสียงประชาชนอย่างใกล้ชิด ทำจริง และรักษาคำมั่นสัญญา เขามั่นใจว่าเขต 7 จะกลับมาเป็น “สีฟ้า” ของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังจากที่เคยเป็นฐานเสียงที่แข็งแกร่งในอดีต การหาเสียงแบบนี้ช่วยสร้างความศรัทธาให้กับชาวเขต 7 ที่อาจเคยผิดหวังจากนักการเมืองคนอื่นๆ

  • รับฟังปัญหาเช้ามืด: พบผู้ค้าที่ตื่นเช้ากว่าปกติ เพื่อเข้าใจชีวิตจริง
  • ใกล้ชิดประชาชน: ไม่ใช่แค่ถ่ายรูป แต่คุยจริง แก้ปัญหาจริง
  • มั่นใจชัยชนะ: เขต 7 จะกลับเป็นฐานพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
  • ตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่: ขยัน สุภาพ และพร้อมทำงาน

นอกจากตลาดสะพานสูง เกมยังตระเวนพบปะประชาชนในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ประชาชนจะได้ใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนที่มีคุณภาพ การลงพื้นที่แบบนี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มคะแนนเสียง แต่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตยและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในบริบทของการเลือกตั้ง 2569 ที่มีการแข่งขันดุเดือด เขต 7 กทม. ถือเป็นสนามเลือกตั้งที่น่าจับตา เพราะมีทั้งย่านชุมชนเก่าแก่และพื้นที่พัฒนาใหม่ เกม-พงศ์พลได้นำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ เช่น การลดค่าครองชีพ สร้างที่อยู่อาศัยราคาถูก และปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากผู้ประกอบการรายย่อย

การที่เกมเลือกใช้กลยุทธ์ เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างความแตกต่าง มันแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จมาจากการลงมือทำ ไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู ชาวเขต 7 กำลังรอคอยผู้แทนที่เข้าใจและแก้ปัญหาได้จริง

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกท่านในเขต 7 และทั่วกรุงเทพฯ ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 เลือกผู้สมัครที่ขยัน ใกล้ชิดประชาชนอย่างเกม-พงศ์พล เพื่ออนาคตที่ดีกว่า หากคุณอยู่ในเขตนี้ ลองติดตามกิจกรรมหาเสียงเพิ่มเติมและแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – เกม-พงศ์พลใช้ลูกขยัน ลงตลาดหาเสียงเลือกตั้ง 2569 เขต 7 กทม.ตั้งแต่เช้ามืด

อีซัคควร ‘กังวล’ กับฟอร์มเอคิติเก – รูนีย์

อีซัคควร ‘กังวล’ กับฟอร์มของเอคิติเก – รูนีย์ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลหลังจากที่เวย์น รูนีย์ อดีตดาวยิงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ได้ออกความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของอเล็กซานเดอร์ อีซัค ดาวยิงสวีเดนของลิเวอร์พูล

อีซัคควร ‘กังวล’ กับฟอร์มของเอคิติเก – รูนีย์

ฮูโก้ เอคิติเก วัย 23 ปี กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ โดยล่าสุดเขายิงคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ลิเวอร์พูลพลิกกลับมาชนะนิวคาสเซิลที่แอนฟิลด์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมประตูของเขาระเบิดถึง 15 ลูก จากการลงเล่น 32 นัดในทุกรายการฤดูกาลนี้

ฟอร์มการเล่นของดาวยิงชาวฝรั่งเศสนี่สุดยอดจริงๆ เขาเพิ่งย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเริ่มต้น 69 ล้านปอนด์จากไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต และสร้างความเข้าใจที่ลงตัวกับฟลอเรียน วิร์ตซ์ อีกหนึ่งการเสริมทัพราคาแพง 116 ล้านปอนด์จากบาเยิร์น เลเวอร์คูเซ่น ทำให้แนวรุกของลิเวอร์พูลน่ากลัวมากขึ้น

รูนีย์ชี้ว่าความเข้าใจที่กำลังเบ่งบานระหว่างเอคิติเกกับวิร์ตซ์ ทำให้เกิดคำถามใหญ่หลวงว่าอีซัค วัย 26 ปี ที่ย้ายมาจากนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวสถิติอังกฤษ 125 ล้านปอนด์ จะหาที่ทางยังไงเมื่อหายเจ็บขาหักกลับมา อีซัคทำได้แค่ 3 ประตูจาก 16 นัด ก่อนบาดเจ็บหนักในเดือนธันวาคม

ทำไมอีซัคควร ‘กังวล’ กับฟอร์มเอคิติเก

“ถ้าผมเป็นอีซัค ผมคงกังวลมาก ถ้านั่งดูอยู่” รูนีย์กล่าวในรายการ The Wayne Rooney Show ล่าสุดที่ฟังได้ทาง BBC Sounds “อาชีพลิเวอร์พูลของเขายังไม่ค่อยไปด้วยดี แม้ทีมจะจ่ายเงินมหาศาล แต่สองคนนี้ (วิร์ตซ์และเอคิติเก) เข้ากันได้ดีสุดๆ พวกเขาดูเป็นภัยคุกคามจริงจัง”

รูนีย์ยังชมนายแบบที่สองของเอคิติเก โดยเฉพาะประตูที่สองที่เหมือนสไตล์โรมาัริโอ จ่ายบอลด้วยปลายเท้าแบบ 본능적 “เขาคือผู้เล่นที่ผมชอบดู ไม่ใช่เบอร์ 9 หรือ 10 แบบชัดเจน เขาลอยไปทางข้าง ได้บอล ดึงเพื่อนร่วมทีม และยิงประตูได้ มีทุกอย่างจริงๆ”

  • ฟอร์มเอคิติเก: 15 ประตูจาก 32 นัด ฤดูกาลนี้
  • ความเข้าใจกับวิร์ตซ์: สร้างโอกาสและประตูร่วมกันหลายครั้ง
  • อีซัค: ยังไม่ฟิตเต็มร้อยหลังเจ็บยาว ค่าตัวแพงแต่ผลงานยังไม่สมราคา
  • รูนีย์วิเคราะห์: คู่หูเอคิติเก-วิร์ตซ์อาจทำให้อีซัคเสียตำแหน่ง

สถานการณ์นี้สร้าง dilemma ให้ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในการจัดตัวเมื่ออีซัคกลับมา ฟอร์มของเอคิติเกไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้าน ทั้งสปีด การเคลื่อนที่ และจบสกอร์ที่เฉียบคม ทำให้แนวรุกหงส์แดงแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังได้ประโยชน์จากนักเตะใหม่หลายคนที่ปรับตัวเข้ากับระบบได้ดี สถิติยิงประตูรวมของทีมพุ่งสูงขึ้น 20% เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน ทำให้แฟนบอลเริ่มมองว่าการลงทุนมหาศาลนี่คุ้มค่า

สำหรับอีซัค เขาต้องเร่งรีhab และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ มิฉะนั้นฟอร์มเอคิติเกที่กำลังพุ่งอาจทำให้เขานั่งม้านั่งสำรองยาวๆ

คุณคิดว่าอีซัคจะแย่งตำแหน่งคืนได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอัปเดตล่าสุดกับเรา!

ที่มา – Isak should be ‘worried’ by Ekitike form – Rooney

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากำลังเป็นที่จับตามอง หลังเกิดเหตุยิงกระสุน M79 เข้ามาในฝั่งไทย ล่าสุด รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย หากเกิดการยิงยั่วเย้าจงใจจากกัมพูชา โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำชัดว่าประเทศไทยจับตาดูแลชายแดนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพยายามเจรจาเพื่อหยุดยิงอย่างยั่งยืน

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์อันเนื่องมาจากความไม่สงบในเมียนมา โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าร่วม หลังประชุม นายสีหศักดิ์ได้แถลงสถานการณ์ โดยเฉพาะประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุยิง M79 เมื่อค่ำวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา

รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย อย่างชัดเจน โดยระบุว่าประเทศไทยได้มีการพูดคุยในระดับพื้นที่กับกัมพูชาแล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิด แต่หากเป็นการจงใจยิงยั่วเย้า ไทยจะไม่นิ่งนอนใจ รัฐมนตรีฯ ยังย้ำถึงการติดตามการเคลื่อนไหวของกัมพูชา เช่น การเสริมกำลังทหาร ขุดคู หรือรุกล้ำดินแดน ซึ่งไทยจับตาอยู่ตลอดเวลา

ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยจากชายแดนกัมพูชา

นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่าประเทศไทยพยายามหลีกเลี่ยงคำพูดที่อาจยั่วยุ ในที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ก็ได้เตือนกัมพูชาให้ระมัดระวังถ้อยคำ แต่หากเกิดเหตุรุกล้ำหรือยิงจงใจ ไทยจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยของชาติ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ไทยต้องมั่นใจว่าชายแดนปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีการหารือเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกัน เพื่อให้เกิดการหยุดยิงยั่งยืน หากกัมพูชายังคงเสริมกำลัง ไทยก็พร้อมตอบโต้ตามหน้าที่

สถานการณ์เมียนมาและบทบาทของไทย

ในที่ประชุมยังประเมินสถานการณ์หลังเลือกตั้งเมียนมา คาดหวังให้เมียนมาเดินหน้าสู่สันติภาพปรองดอง ไทยซึ่งมีชายแดนติดเมียนมายาวนาน จึงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันสันติภาพ ทั้งด้านผลประโยชน์ชายแดนและความมั่นคง

ไทยวางแผนเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์แบบค่อยเป็นค่อยไป หากมีความคืบหน้า จะนำไปหารืออาเซียนเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ โดยมุ่งแก้ปัญหา:

  • ความมั่นคงชายแดนจากการสู้รบ
  • ปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
  • ปัญหายาเสพติดและมลพิษในแม่น้ำ
  • ฟื้นฟูการค้าชายแดนที่ถูกระงับ

ทั้งหมดนี้เพื่อความสงบสุขตามแนวชายแดน และกำหนดยุทธศาสตร์ชัดเจนในการขับเคลื่อน

ความท้าทายชายแดนไทย-กัมพูชาและเมียนมา

สถานการณ์ชายแดนทั้งสองด้านเป็นความท้าทายใหญ่ของไทย ไม่เพียงแค่ด้านการทหาร แต่รวมถึงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ไทยต้องสมดุลระหว่างการทูตและการปกป้องดินแดน โดย รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการดูแลประชาชนและดินแดน

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามชายแดนครั้งก่อน ไทยเรียนรู้แล้วว่าต้องเข้มแข็งแต่สงบเสงี่ยม การเจรจาผ่านอาเซียนเป็นทางออกที่ดี โดยเฉพาะกับเมียนมาเพื่อสันติภาพภายใน

ในมุมมองผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยต้องเสริมแกร่งระบบเฝ้าระวังชายแดนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โดรนและกล้องวงจรปิด เพื่อลดความเสี่ยง หากคุณเป็นคนไทย คิดว่าประเทศเราควรรับมืออย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองต่างประเทศจากเรา เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – รมว.ต่างประเทศ ลั่นไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย ถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยั่วยุ เผยจับตาชายแดนอยู่ตลอด

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2569 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ฝั่งธนบุรี กรุงเทพฯ ที่คาดว่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้อย่างน้อย 5 คนขึ้นไป แกนนำพรรคอย่าง นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ นายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ได้นำทีมลงพื้นที่หาเสียงอย่างคึกคัก ชูสโลแกนสุดปัง “เลือกฟ้าทะลายโจร” เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชน

ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 ฝั่งธนบุรีจากเสียงตอบรับถล่มทลาย

บรรยากาศการหาเสียงเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 ที่ซอยจรัลสนิทวงศ์ 19 ถึง 35 เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นศิริราช) เต็มไปด้วยความคึกคัก นายเจตน์สฤษฏิ์ เลิศธนนสาร (โจ) ผู้สมัครหมายเลข 8 ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวบ้าน พรรคประชาธิปัตย์เคยครองพื้นที่ฝั่งธนบุรีแบบเต็มแม็กซ์ แต่ 2 สมัยที่ผ่านมาเสียโอกาสไป คราวนี้ ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป เพราะเสียงตอบรับดีเยี่ยม

นายชนินทร์ รุ่งแสง เปิดเผยว่า ประชาชนชื่นชอบนโยบาย “ไทยหายจนด้วยคนทำ” ที่ตอบโจทย์ทุกวัย ไม่ใช่ประชานิยม แต่ยั่งยืน ไม่เป็นภาระประเทศ นอกจากนี้ การกลับมาของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค แม้มีเวลาแค่ 3 เดือน แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ทันตา โดยเฉพาะการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ประชาชนกังวล

  • ประชาชนบอกชัด: เลือกพรรคสีฟ้าเพื่อปราบสแกมเมอร์และทุนเทา
  • สโลแกน “ฟ้าทะลายโจร” กลายเป็นที่พูดถึงทั่วพื้นที่
  • นโยบายสุจริตและพัฒนาบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง

ฝั่งธนบุรีมี 9 เขต ปชป. ประเมินได้เกินครึ่งแน่นอน เพราะฐานเสียงเดิมยังเหนียวแน่น บวกกับกระแสใหม่จากนโยบายที่ตรงใจ ทำให้คู่แข่งต้องเกร็ง

ทำไมปชป.ถึงมั่นใจในพื้นที่ฝั่งธนบุรีเลือกตั้ง 2569

พื้นที่ฝั่งธนบุรีเป็นเขตเก่าแก่ของปชป. ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ชาวบ้านที่นี่ให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์และการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่นโยบายหวือหวา การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หาเสียง แต่เป็นการเชื่อมโยงกับประชาชนจริงๆ ผ่านการพูดคุย การขึ้นรถแห่ และรับฟังปัญหาโดยตรง

นอกจากนโยบายหลักแล้ว ปชป. ยังเน้นเรื่องเศรษฐกิจฐานราก การศึกษา และสาธารณสุข ที่จะช่วยให้คนไทยหลุดพ้นความยากจนอย่างแท้จริง ผู้สมัครแต่ละคนก็มีประสบการณ์ในพื้นที่มาอย่างดี ทำให้ประชาชนมั่นใจที่จะโหวต

ในยุคที่ปัญหาคอร์รัปชันและสแกมระบาด การเลือกพรรคที่ยืนหยัดเรื่องสุจริตจึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด ชาวฝั่งธนบุรีหลายคนบอกว่า “ครั้งนี้เลือกฟ้าทะลายโจร เพื่อบ้านเมืองที่ดีขึ้น”

เลือกตั้ง 2569 ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคะแนนมีค่า หากคุณอยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ลองพิจารณาปชป. ที่พร้อมสู้เพื่อประชาชนตัวจริง อย่าลืมไปใช้สิทธิ์วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม

ที่มา – ปชป.มั่นใจมากเลือกตั้ง 2569 เขตพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ สส. 5 คนขึ้นไป

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย เมื่อ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ โดยนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ โอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือ เอม พร้อมด้วยน.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ในฐานะตัวแทนครอบครัว พวกเขาเดินทางมาพร้อมทนายความประจำตัวอย่างนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความห่วงใย

“โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

หลังจากใช้เวลาอยู่ในเรือนจำประมาณ 1 ชั่วโมง น.ส.พินทองทา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยอัปเดตสถานการณ์สุขภาพของนายทักษิณว่า อาการป่วยเล็กน้อยที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้คุณพ่อได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีการเข้าคอร์สเรียนทำอาหารภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นคอร์สระยะเวลา 10 วัน ไม่ใช่แค่การทำอาหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการอบรมหลายเรื่อง เช่น การวาดรูป เพื่อพัฒนาการทางอารมณ์และสุขภาพจิตของผู้ต้องขังให้ดีขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการดูแลผู้ต้องขังอย่างครบด้านของเรือนจำ

รายละเอียดคอร์สเรียนและพัฒนาการของทักษิณ

คอร์สเรียนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ต้องขังมีกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ โดยน.ส.พินทองทาเล่าว่าคุณพ่อรู้สึกดีกับกิจกรรมเหล่านี้ มันช่วยให้มีเวลาผ่อนคลายและพัฒนาตัวเอง นอกจากสุขภาพที่ฟื้นตัวแล้ว ยังไม่มีข้อความใดฝากถึง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย แม้จะใกล้ช่วงเลือกตั้งใหญ่ก็ตาม น.ส.พินทองทายิ้มรับคำถามและบอกว่า “ยังไม่มีค่ะ”

ส่วนประเด็นร้อนเรื่องการยื่นเอกสารพักโทษในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่านายทักษิณอาจได้รับการพิจารณา น.ส.พินทองทาปฏิเสธที่จะตอบ และขอบคุณกำลังใจจากคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนยกมือไหว้และขึ้นรถกลับ

  • ขั้นตอนการพิจารณาพักโทษ: เรือนจำกำลังรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขังทั้งหมด
  • พิจารณาโดยคณะกรรมการระดับเรือนจำ
  • คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์
  • คณะกรรมการระดับกระทรวงยุติธรรม

ข้อมูลจากเรือนจำกลางคลองเปรมระบุว่า ยังอยู่ในขั้นตอนเบื้องต้นเท่านั้น ต้องผ่านการพิจารณา 3 ระดับเพื่อความโปร่งใส

เหตุการณ์ “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ นี้ สะท้อนถึงความสามัคคีของครอบครัวชินวัตร และการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจากสาธารณชน ในมุมมองของผู้เขียน การพัฒนาตัวเองผ่านคอร์สเรียนในเรือนจำเป็นแนวทางที่น่าชื่นชม ช่วยลดความเครียดและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต หากคุณสนใจข่าวการเมืองอัปเดต ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – “โอ๊ค-เอม” เยี่ยมทักษิณ บอกอาการป่วยดีขึ้น ปัดตอบปมยื่นเอกสารพักโทษ

“Bad Bunny” คว้ารางวัลแกรมมี “อัลบั้มแห่งปี” ครั้งแรกสเปน

“Bad Bunny” คว้ารางวัลใหญ่แกรมมี “อัลบั้มแห่งปี” ครั้งแรกของอัลบั้มเพลงภาษาสเปน สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการดนตรีโลก! ศิลปินชาวเปอร์โตริโกวัย 31 ปีคนนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีลาตินสามารถครองเวทีแกรมมีได้อย่างยิ่งใหญ่

“Bad Bunny” คว้ารางวัลใหญ่แกรมมี “อัลบั้มแห่งปี” ครั้งแรกของอัลบั้มเพลงภาษาสเปน

ในงานประกาศผลรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ ครั้งที่ 68 ซึ่งจัดขึ้นที่นครลอสแอนเจลิส Bad Bunny หรือชื่อจริง เบนิโต โอกาซิโอ ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีจากผลงานชุดที่ 6 “Debí Tirar Mas Fotos” อัลบั้มที่ขับร้องเป็นภาษาสเปนทั้งหมด ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แกรมมีที่อัลบั้มภาษาสเปนล้วนได้รับเกียรติยศสูงสุดนี้ เขาเอาชนะตัวเต็งอย่าง Lady Gaga, Kendrick Lamar และ Sabrina Carpenter ไปได้อย่างน่าทึ่ง

Bad Bunny แสดงอาการตกใจสุดขีดเมื่อพิธีกร Harry Styles ประกาศชื่อเขา ก่อนจะขึ้นเวทีรับรางวัลด้วยน้ำตาคลอ เขากล่าวอุทิศรางวัลนี้ให้ “ทุกคนที่ต้องทิ้งบ้านเกิด ทิ้งแผ่นดิน และประเทศของตนเพื่อมาทำตามความฝัน” คำพูดนี้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของตัวเขาเองในฐานะศิลปินจากเปอร์โตริโกที่เติบโตมาท่ามกลางความท้าทาย

บรรยากาศในงานปีนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยการแสดงจุดยืนทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นนโยบายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ ศิลปินหลายคนรวมถึง Bad Bunny สวมเข็มกลัด “ICE out” เพื่อประท้วงหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของวงการดนตรีในการเรียกร้องความยุติธรรม

ศิลปินอื่นๆ ที่สร้างสีสันใน Grammy ครั้งที่ 68

Olivia Dean คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และกล่าวว่าตัวเองคือหลานสาวของผู้อพยพที่เกิดจากความกล้าหาญ Billie Eilish ผู้ชนะเพลงแห่งปีจาก “Wildflower” ก็เรียกร้องให้ทุกคนสู้ต่อไปและส่งเสียงประท้วง เพราะ “เสียงของประชาชนสำคัญที่สุด”

Kendrick Lamar สร้างสถิติใหม่ด้วยการสะสมแกรมมี่ 27 รางวัล แซงหน้า Jay-Z กลายเป็นแรปเปอร์ที่มีรางวัลมากที่สุด เขาคว้า Best Rap Album จาก “GNX” และ Record of the Year จาก “Luther” ร่วมกับ SZA แต่ช่วงประกาศ Record of the Year เกิดเหตุชุลมุนเมื่อ Cher ลืมอ่านรายชื่อผู้เข้าชิงและเกือบประกาศชื่อ Luther Vandross ผู้ล่วงลับ Kendrick แก้ตัวได้ดีด้วยการสดุดีตำนานบนเวที

ค่ำคืนเริ่มต้นอย่างเร้าใจด้วยโชว์จาก Rosé แห่ง Blackpink และ Bruno Mars ในเพลง “APT.” เวอร์ชั่นร็อคสุดมันส์ Justin Bieber สร้างความฮือฮาด้วยการขึ้นร้อง “Yukon” สวมแค่กางเกงบ็อกเซอร์ ถุงเท้า และกีตาร์ตัวเดียว ขณะที่ Lady Gaga ปรากฏตัวในชุดประดับศีรษะรูปกรงนกอลังการกับเพลง “Abracadabra”

สรุปผลรางวัลสำคัญ Grammy Awards ครั้งที่ 68

  • อัลบั้มแห่งปี: “Debí Tirar Mas Fotos” – Bad Bunny
  • บันทึกเสียงแห่งปี: “Luther” – Kendrick Lamar ร่วมกับ SZA
  • เพลงแห่งปี: “Wildflower” – Billie Eilish O’Connell & Finneas O’Connell (Billie Eilish)
  • ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม: Olivia Dean
  • การแสดงเดี่ยวเพลงป็อปยอดเยี่ยม: “Messy” – Lola Young
  • การแสดงคู่/กลุ่มเพลงป็อปยอดเยี่ยม: “Defying Gravity” – Cynthia Erivo & Ariana Grande
  • อัลบั้มเพลงป็อปยอดเยี่ยม: “Mayhem” – Lady Gaga
  • อัลบั้มแร็พยอดเยี่ยม: “GNX” – Kendrick Lamar
  • การแสดงแร็พยอดเยี่ยม: “Chains & Whips” – Clipse (Pusha T & Malice) ร่วมกับ Kendrick Lamar & Pharrell Williams
  • มิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม: “Anxiety” – Doechii
  • อัลบั้มเพลง Urban ยอดเยี่ยม: Bad Bunny – “Debí Tirar Mas Fotos”
  • การแสดงดนตรีระดับโลกยอดเยี่ยม: Bad Bunny – “Eoo”
  • อัลบั้มเพลงระดับโลกยอดเยี่ยม: “Caetano e Bethania Ao Vivo” – Caetano Veloso และ Maria Bethania
  • เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม: “Golden” จาก “KPop Demon Hunters”

“Bad Bunny” คว้ารางวัลใหญ่แกรมมี “อัลบั้มแห่งปี” ครั้งแรกของอัลบั้มเพลงภาษาสเปน ไม่ใช่แค่ชัยชนะส่วนตัว แต่เป็นสัญญาณว่าดนตรีลาตินและภาษาสเปนกำลังก้าวสู่จุดสูงสุดในวงการสากล ชัยชนะนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรุ่นใหม่ทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ที่มาจากภูมิหลังที่ถูกละเลย คุณชื่นชอบ Bad Bunny หรือมีศิลปินลาตินคนโปรดคนไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้เพื่อฉลองประวัติศาสตร์ดนตรีใบนี้กันเถอะ!

ที่มา – “Bad Bunny” คว้ารางวัลใหญ่แกรมมี “อัลบั้มแห่งปี” ครั้งแรกของอัลบั้มเพลงภาษาสเปน

เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในจังหวัดลำปางกันครับ เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก ซึ่งเป็นกุฏิไม้เก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ภายในวัดม่อนปู่ยักษ์ หรือวัดม่อนสันฐาน ตำบลพระบาท อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง เหตุการณ์นี้สร้างความเสียใจอย่างมากให้กับชาวบ้านและพระสงฆ์ในพื้นที่

เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายพัชระ สิมะเสถียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายธนารัฐ สายเทพ นายอำเภอเมืองลำปาง นายปุณณสิน มณีนันทน์ นายกเทศมนตรีนครลำปาง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายจากเพลิงไหม้ครั้งนี้ ที่กุฏิไม้โบราณซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของวัด ยังคงมีกลุ่มควันไฟปะทุขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

ทีมกู้ภัยสมาคมกู้ภัยลำปาง กู้ภัยสว่างลำปาง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครลำปาง ยังคงฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันไฟปะทุซ้ำ พร้อมเตรียมรถแบ็กโฮเพื่อรื้อถอนซากปรักหักพังและสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด นอกจากนี้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ภายในกุฏิก็กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อดูว่ามีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน

ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้จากไฟไหม้กุฏิโบราณ

นายประสงค์ มานพ อดีตไวยาวัจกรวัด ได้เล่าว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกสะเทือนใจ บางคนถึงกับร้องไห้ เพราะวัดม่อนปู่ยักษ์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมาอย่างยาวนาน หากมีการบูรณะใหม่ก็คงไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสที่ทุ่มเทดูแล บูรณะ และพัฒนาวัดมาตลอด เมื่อกลับมาเห็นสภาพเจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก สร้างความสะเทือนใจให้ทุกคนที่พบเห็น

เบื้องต้นคาดว่าความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้นี้อาจสูงกว่า 200 ล้านบาท หรืออาจประเมินค่าไม่ได้เลย เนื่องจากเป็นโบราณสถานและศิลปกรรมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัดม่อนปู่ยักษ์แห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและศูนย์รวมศรัทธาของชาวลำปาง กุฏิไม้โบราณนี้สร้างด้วยไม้สักคุณภาพสูง ผสมผสานศิลปะแบบล้านนาโบราณ ทำให้เป็นมรดกที่หายากมาก

เรามาดูรายละเอียดผู้มีส่วนร่วมในการรับมือเหตุการณ์นี้กันครับ:

  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง: ลงพื้นที่ตรวจสอบและประสานงานช่วยเหลือ
  • นายอำเภอเมืองลำปาง: ช่วยกำกับดูแลการดับไฟและรื้อซาก
  • นายกเทศมนตรีนครลำปาง: สนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
  • ทีมกู้ภัยท้องถิ่น: ฉีดน้ำป้องกันไฟลุกไหม้ซ้ำ

นอกจากนี้ ยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่อาจได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ทำให้ทุกคนยิ่งกังวล สาเหตุของเพลิงไหม้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่เบื้องต้นเชื่อว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ยังไม่ชัดเจน

เหตุการณ์เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซากนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัดวาอารามโบราณที่เป็นหัวใจของชุมชนไทย การบำรุงรักษาไฟฟ้าและระบบป้องกันไฟไหม้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในอนาคต

ในมุมมองของผม เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่ามรดกวัฒนธรรมของเราต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้ละเลย อาจสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย คุณล่ะคิดอย่างไร? มาช่วยกันอนุรักษ์มรดกไทยด้วยการแบ่งปันเรื่องนี้ และสนับสนุนการบูรณะวัดม่อนปู่ยักษ์กันเถอะครับ ถ้ามีโอกาส ลองแวะไปทำบุญที่วัดนี้ดู สัมผัสความศรัทธาและประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง!

ที่มา – เจ้าอาวาสถึงกับเป็นลม ชักเกร็ง หลังเห็นกุฏิไม้โบราณ ถูกไฟไหม้เหลือแต่ซาก

“อ.เจษฎ์” สับเละ กกต. เลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาดมโหฬาร

วันนี้เรามาพูดถึงดราม่าร้อนๆ ในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่ออ.เจษฎ์ สับเละ กกต.แบบไม่ยั้ง หลังจากเกิดข้อผิดพลาดมโหฬารในการจัดเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครักชาติ เบอร์ 35 ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างดุเดือดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่แค่กลั่นแกล้งพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นความล้มเหลวของระบบทั้งหมดที่กำลังทำลายศรัทธาของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง

อ.เจษฎ์ สับเละ กกต. ชี้ข้อผิดพลาดมโหฬารในเลือกตั้งล่วงหน้า

อ.เจษฎ์ ย้ำชัดๆ ว่าการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครั้งนี้ผิดพลาดหนักมาก ไม่ได้จำกัดแค่พรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ทุกพรรคโดนหางเลขกันหมด “ต้องฝากกรรมการนะครับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านไปเนี่ย ท่านมีความผิดพลาดมาก แล้วไม่ได้เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับเฉพาะบางพรรคนะครับ พี่น้องประชาชนอย่าไปหลงตามว่า มีการทำร้ายพรรคนั้น มีการทำลายคะแนนเสียงพรรคนี้ ไม่ใช่นะครับ ทุกพรรคโดนกันหมดครับ มันเป็นความผิดพลาดของกรรมการ” อ.เจษฎ์ ระบุ

ปัญหาที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่การติดป้ายชื่อผู้สมัครผิด การใช้แผ่นขาวทับชื่อผู้สมัครจนประชาชนสับสน ไปจนถึงการเขียนเลขที่หน้าซองลงคะแนนไม่ถูกต้อง ทำให้การเลือกตั้งวุ่นวายไปหมด สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความไม่รอบคอบของกกต. ที่ไม่พิจารณาให้ถี่ถ้วน

อ.เจษฎ์ สับเละ กกต. เรื่องความปลอดภัยหละหลวมและเงินภาษีสูญเปล่า

  • ความผิดพลาดในการติดป้ายและแผ่นชื่อ: ชื่อผู้สมัครเพี้ยนไปหมด ประชาชนงงหนัก
  • แผ่นขาวทับชื่อ: ทำให้ไม่เห็นชื่อจริง สับสนใหญ่หลวง
  • เขียนเลขซองผิด: แม้จำเป็นต้องเขียน แต่ต้องถูกต้องสิครับ
  • เหตุอุกอาจที่นครศรีธรรมราช: มีคนบุกชิงบัญชีรายชื่อไปดื้อๆ ผู้ตรวจการเลือกตั้งหายไปไหน?
  • เงินภาษีประชาชน: ทุกบาทมาจากหยาดเหงื่อ ถ้าทำพลาดซ้ำซาก บัตรเลือกตั้งสีเขียว สีชมพูกลายเป็นกระดาษไร้ค่า

อ.เจษฎ์ ยังตำหนิเรื่องความปลอดภัยที่หละหลวม โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์บุกชิงบัญชีรายชื่อในนครศรีธรรมราช “แบบนี้ผู้ตรวจการเลือกตั้งอยู่กันที่ไหนครับ” เขาถาม พร้อมเตือนว่าถ้ากกต.ยังทำงานแบบนี้ ประชาชนจะไม่ไว้ใจ ศรัทธาในสภาและพรรคการเมืองจะพังทลาย การพัฒนาประเทศก็ไปต่อไม่ได้

นอกจากนี้ อ.เจษฎ์ ยังพูดถึงบัตรสีเหลืองหรือประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดย批เอกสารกกต.ที่ชี้นำและคำถามสับสน “คำถามแรกก็ไม่สะเด็ดน้ำ ยังไงก็ต้องเสียเงินรอบสองรอบสาม รัฐธรรมนูญแก้รายมาตราได้ แต่ไม่เคยบอกชัด” ทำให้ภาษีประชาชนถูกผลาญไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ปัญหาอ.เจษฎ์ สับเละ กกต.ครั้งนี้ ทำให้เราเห็นชัดว่าการเลือกตั้งต้องโปร่งใสและแม่นยำแค่ไหน มิเช่นนั้นประชาธิปไตยไทยจะสั่นคลอน สุดท้ายอ.เจษฎ์ฝากว่า “กรรมการสำคัญที่สุด ผู้เล่นก็สำคัญ อย่าหลอกลวงประชาชน อย่าผลาญภาษีกันอีกเลยครับ”

มุมมองนี้ชวนคิดนะครับ ถ้ากกต.ไม่ปรับปรุง อนาคตการเมืองไทยจะเป็นยังไง? คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราอยากฟังความเห็นจากทุกท่าน!

ที่มา – “อ.เจษฎ์” สับเละ กกต. จัดเลือกตั้งล่วงหน้า มีข้อผิดพลาดมโหฬาร ชี้เป็นความล้มเหลวของระบบ

“พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ ตกมัน คร่าชีวิต

เกิดเหตุสลดในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อ “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ ที่กำลังตกมัน ได้บุกทำร้ายนักท่องเที่ยวที่มากางเต็นท์พักแรม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ลานกางเต็นท์หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ชญ.4 คลองปลากั้ง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวตื่นตัวกับความอันตรายจากช้างป่าที่ออกหากินใกล้แคมป์ปิ้ง

พลายอ้อยหวาน ช้างป่าเขาใหญ่ กับประวัติสุดอันตราย

“พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ เป็นช้างตัวเมียที่มีชื่อเสียงในทางลบมานาน เนื่องจากเคยก่อเหตุร้ายมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่ตกมัน ซึ่งเป็นอาการทางธรรมชาติของช้างเพศผู้ที่ฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ทำให้ก้าวร้าวและอันตรายยิ่งขึ้น คราวนี้ ช้างตัวนี้บุกเข้ามาตรงลานกางเต็นท์ตอนเช้าตรู่ ประมาณ 05.30 น.

ผู้เสียหายคือ นายจิรัฐชัย จิรพัฒน์บุญญาธร อายุ 69 ปี ชาว ต.ป่าตาล อ.เมืองลพบุรี ที่มากางเต็นท์เที่ยวกับเพื่อนๆ ตื่นเช้ามาเดินออกกำลังกาย แต่ดันเจอ “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ เข้ามาใกล้ๆ ช้างใช้ลำตัวและงวงฟาดร่างอย่างแรง ก่อนกระทืบซ้ำจนเสียชีวิตคาที่ ห่างจากเต็นท์เพียง 20 เมตร นักท่องเที่ยวคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ ทำได้แค่นั่งมองจากในเต็นท์เพราะหวาดกลัว ไม่กล้าออกช่วย

สภาพศพและการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่หลังเหตุ “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ รีบมาถึงพื้นที่พร้อมตำรวจ สภ.วังหมี ขับไล่ช้างออกไปได้สำเร็จ จากนั้นแพทย์โรงพยาบาลวังน้ำเขียวและหน่วยกู้ภัยฮุก 31 เข้าตรวจสอบศพ พบเลือดไหลจากปากจมูก แขนขาหัก บาดแผลเต็มตัว สภาพน่าสยดสยอง

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ กำลังตกมันจริง และมีประวัติร้ายกาจ เคยทำร้ายชาวบ้านตายมาแล้ว 2 ราย นี่เป็นรายที่ 3 แล้ว ช้างตัวนี้มักออกหากินนอกเขตป่าช่วงเช้า-เย็น ทำให้พื้นที่กางเต็นท์เสี่ยงภัยสูง

ทำไมช้างป่าถึงตกมัน และอันตรายอย่างไร

การตกมันของช้างคือช่วงที่ต่อมน้ำร้ายหลังหัวมีของเหลวไหล อันเนื่องจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนพุ่งสูง ช้างจะหงุดหงิด ก้าวร้าว หาอาหารมากขึ้น และบุกพื้นที่มนุษย์บ่อย “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ ก็เข้าสู่ช่วงนี้พอดี ทำให้เกิดโศกนาฏกรรม

  • หลีกเลี่ยงการกางเต็นท์ใกล้แหล่งน้ำหรือทุ่งหญ้า
  • อย่าออกเดินคนเดียวตอนเช้ามืดหรือค่ำ
  • ฟังเสียงเตือนจากเจ้าหน้าที่เสมอ
  • เตรียมไฟฉายและเสียงดังไล่ช้าง
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากเห็นช้าง

อุทยานเขาใหญ่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ต้องเคารพธรรมชาติ นักท่องเที่ยวควรศึกษาข้อมูลก่อนมา เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและสัตว์ป่า

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ช้างป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยง การอยู่ร่วมกันต้องมีขอบเขต ในมุมมองของผม เราควรสนับสนุนโครงการไล่ช้างกลับป่าด้วยเทคโนโลยี เช่น โดรนหรือรั้วไฟฟ้า เพื่อลดความขัดแย้ง ลองแชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวเขาใหญ่ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ นะครับ!

ที่มา – “พลายอ้อยหวาน” ช้างป่าเขาใหญ่ ตกมัน ทำร้ายนักท่องเที่ยวมากางเต็นท์ ดับ 1 ราย