วัน: 2 กุมภาพันธ์ 2026

8 ก.พ. เลือกตั้ง 2569 ขั้นตอนและหลักฐานสำคัญ

เพื่อนๆ ครับ ใกล้เข้ามาแล้วนะสำหรับวันสำคัญ เลือกตั้ง 2569 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ กกต. ออกมาชวนทุกคนไปใช้สิทธิ์กันแบบเต็มที่ ทั้งเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ และออกเสียงประชามติด้วย เวลา 08.00-17.00 น. ตรงเป๊ะ อย่าลืมเช็คสิทธิ์ก่อนไปนะครับ!

ตรวจสอบสิทธิเลือกตั้ง สส.

ตรวจสอบสิทธิออกเสียงประชามติ

ขั้นตอนการลงคะแนน เลือกตั้ง 2569 และออกเสียงประชามติ แสดงตน 2 ครั้ง

วันนี้เรามาดูขั้นตอนแบบละเอียดกันเลยครับ เพื่อไม่ให้งงตอนไปถึงหน่วยเลือกตั้ง ขั้นตอนมีทั้งหมด 10 ขั้นตอนใหญ่ๆ แสดงตน 2 รอบเลยนะ เพราะแยกเลือกตั้งกับประชามติ

  1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ: ไปถึงหน่วยแล้ว ดูป้ายหรือแผ่นรายชื่อก่อน ว่าชื่อตัวเองอยู่มั้ย จะได้ไม่เสียเที่ยว
  2. เตรียมหลักฐานแสดงตน: หยิบบัตรประชาชนหรือแอปที่รองรับมาด้วย เดี๋ยวบอกว่าอะไรบ้าง
  3. ยื่นหลักฐานเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง: ให้เจ้าหน้าที่ดู แล้วเซ็นชื่อหรือปั๊มลายนิ้วมือในสมุดเลือกตั้ง สส.
  4. รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ: เซ็นขั้วบัตร รับบัตรสีเขียว (สส. แบ่งเขต) สีชมพู (สส. บัญชีรายชื่อ) แล้วได้หลักฐานคืน
  5. เข้าคูหา: วาดกากบาท X ให้ชัดเจนในช่องที่ต้องการ อย่าลบเลือนนะ
  6. หย่อนบัตร: พับบัตร หย่อนลงหีบด้วยตัวเอง ถูกช่องถูกหีบ!
  7. ยื่นหลักฐานเพื่อประชามติ: แสดงตนรอบสอง เซ็นสมุดประชามติ
  8. รับบัตรประชามติ: บัตรสีเหลือง เซ็นขั้ว ได้คืนหลักฐาน
  9. เข้าคูหาอีกครั้ง: กากบาทในบัตรเหลือง ใช่/ไม่ใช่ ชัดๆ
  10. หย่อนบัตรประชามติและออกจากหน่วย: เสร็จแล้วกลับบ้านแบบภูมิใจ!
ขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง 2569

หลักฐานที่ใช้แสดงตนในการ เลือกตั้ง 2569

หลายคนกังวลเรื่องบัตร หมดอายุหรือเปล่า? ไม่ต้องห่วง กกต. ยืนยันชัดเจน หลักฐานเหล่านี้ใช้ได้หมด

  • บัตรประจำตัวประชาชน: หมดอายุก็โอเค ใช้ได้เลยครับ สะดวกสุด
  • บัตรราชการอื่นๆ: เช่น บัตรข้าราชการ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (ที่ไม่หมดอายุ) ต้องมีรูปและเลข 13 หลัก
  • แอปดิจิทัลจากรัฐ: ThaiD, DLT QR Licence, บัตรคนพิการดิจิทัล หรือแอปรัฐอื่นๆ เปิดโชว์ได้ทันที สมัยใหม่มาก!

เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับ เลือกตั้ง 2569

นอกจากนี้ อย่าลืมกาให้ถูกต้องนะครับ ไม่ขีดฆ่า ไม่ลบ ไม่งั้นบัตรเสีย นับไม่ได้ เสียดายสิทธิ์เปล่าๆ ไปหน่วยให้ตรงเวลา เช้าจะคนน้อย สบายกว่าเย็นแน่นอน และถ้าคุณมีสิทธิ์ทั้งเลือกตั้งและประชามติ ต้องทำครบทั้งคู่นะ ถึงจะสมบูรณ์

ทำไมต้องไป เลือกตั้ง 2569 ล่ะ? เพราะนี่คือโอกาสกำหนดอนาคตประเทศ สส. ที่เราจะได้จะมาทำงานแทนเรา ออกเสียงประชามติก็สำคัญไม่แพ้กัน มันคือเสียงของประชาชนแท้ๆ ไปกันเยอะๆ นะครับ จะได้ไม่เสียชื่อคนไทยรักประชาธิปไตย!

เคล็ดลับจากเรา: แต่งตัวสบายๆ พกน้ำดื่มไปด้วย เผื่อคิวยาว และถ่ายรูปเซลฟี่หน้าหีบได้นะ (แต่ไม่โชว์บัตร) เพื่อระลึกถึงวันประวัติศาสตร์

หลักฐานแสดงตนเลือกตั้ง 2569

สุดท้ายนี้ อย่าลืมเช็คสิทธิ์ล่วงหน้า แล้วไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ในวัน เลือกตั้ง 2569 กันนะครับ! เสียงคุณมีค่า ไปโหวตแล้วชีวิตจะเปลี่ยน ภูมิใจในฐานะประชาชนไทย รีบไปเลย อย่ารอ!

ที่มา – 8 ก.พ. เลือกตั้ง 2569 ย้ำขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ หลักฐานใช้แสดงตน

จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ คดีฆ่าหั่นศพหนุ่มรัสเซีย

คดีฆ่าหั่นศพสุดโหดของ จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ คดีฆ่าหั่นศพ “หนุ่มรัสเซีย” แม่เผยข้อความสุดท้าย กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ ตำรวจบุกจับผู้ต้องสงสัยชาวรัสเซีย 2 คน หลังพบศพเพื่อนร่วมชาติถูกหั่นเป็นชิ้นๆ ฝังไว้หลายจุด หลักฐานสำคัญมาจากกล้องวงจรปิดที่เผยให้เห็นพิรุธใต้เบาะรถมอเตอร์ไซค์ วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดทั้งหมดของคดีนี้กัน

จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ คดีฆ่าหั่นศพ “หนุ่มรัสเซีย” แม่เผยข้อความสุดท้าย

เหตุการณ์สุดน่าหวาดกลัวเกิดขึ้นที่ จ.ชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่พบร่างของนายมิคาอิล เอเมเลียนอฟ ชาวรัสเซียวัย 30 ปี ถูกฆ่าและหั่นศพอย่างโหดร้าย แยกร่างฝังดินทั้งหมด 7 จุด ริมบ่อน้ำในซอยพัฒนาการ 4 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง ผู้ตายหายตัวไปอย่างปริศนา ก่อนส่งข้อความสุดท้ายถึงแม่ว่า ถูกเพื่อนชาวรัสเซียข่มขู่เรื่องหนี้สินกว่า 120,000 ดอลลาร์ หรือราว 3.7 ล้านบาท

หลักฐานวงจรปิดมัดตัวผู้ต้องหา

ตำรวจ สภ.หนองปรือ แกะรอยจนพบหลักฐานเด็ดจากกล้องวงจรปิดในหมู่บ้าน ช่วง 15.18 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมา เผยภาพผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ นายยารอสลาฟ เตมิดอฟ และ นายดมีทรี มัสดาเลฟ ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ แต่สิ่งที่สะดุดตาคือ เบาะรถปิดไม่สนิท คาดว่าซุกชิ้นส่วนศพที่หั่นแล้วไว้ใต้เบาะ เพื่อนำไปฝังอำพรางในป่ารกกว่า 10 ไร่ นี่แหละคือ จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ ที่ทำให้ตำรวจตามจับกุมได้ที่โรงแรมในซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ

หลังขุดศพขึ้นมา ชิ้นส่วนส่วนใหญ่พบแล้ว แต่ส่วนหน้าอกถึงเอวยังหายไป ตำรวจกำลังเร่งค้นหาเพิ่มเติม

ข้อความสุดท้ายที่แม่ได้รับ

แม่ของผู้ตายเล่าผ่านล่ามว่า ลูกชายมาทำธุรกิจที่พัทยา 2 ปี ก่อนเกิดเหตุบอกว่าจะไปเคลียร์ปัญหาธุรกิจกับเพื่อนรัสเซีย 2 คน ลูกส่งโลเคชั่นให้แม่ตลอดทาง จนข้อความสุดท้ายที่ว่า “ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย หากขาดการติดต่อเกิน 2 ชั่วโมง แสดงว่าผมตกอยู่ในอันตราย ให้แม่แจ้งตำรวจได้เลย” หลังจากนั้นสัญญาณก็ดับวูบ คำพูดนี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สะเทือนใจ

มูลเหตุเบื้องหลังคดีเลือดเย็น

ตำรวจคาดมูลเหตุมาจากหนี้ยาเสพติด แม่ผู้ตายได้รับข้อความขู่ภาษารัสเซีย ว่าลูกชายขโมยโคเคนมูลค่า 4 ล้านบาท ถ้าไม่จ่ายจะฆ่าและขายอวัยวะ ปัญหาเงินทอนหนี้ยาเสพติดในชุมชนชาวต่างชาตินี่แหละที่เป็นชนวน

  • ผู้ต้องหา: นายยารอสลาฟ เตมิดอฟ และ นายดมีทรี มัสดาเลฟ ชาวรัสเซีย
  • ข้อหา: ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ซ่อนเร้นอำพรางศพ, กักขังหน่วงเหนี่ยวเรียกค่าไถ่
  • สถานที่จับกุม: โรงแรมซอยสุขุมวิท 71 กรุงเทพฯ
  • ความคืบหน้า: ผู้ต้องหายอมรับรู้จักผู้ตายและมีปัญหาเงิน แต่ยังไม่สารภาพเต็มปาก

พันตำรวจเอก ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ เผยว่ากำลังสอบปากคำเพิ่ม และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จะแถลงคดีเวลา 14.00 น.

คดีนี้เตือนใจเราว่า แม้แต่เพื่อนร่วมชาติในต่างแดนก็อาจกลายเป็นภัยร้ายได้ โดยเฉพาะปัญหายาเสพติดที่มักนำไปสู่โศกนาฏกรรมแบบนี้ การตื่นตัวและแจ้งเบาะแสทันทีจึงสำคัญมาก

คุณคิดเห็นอย่างไรกับคดี จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ คดีฆ่าหั่นศพ “หนุ่มรัสเซีย” แม่เผยข้อความสุดท้าย นี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากเราได้เลย!

ที่มา – จับพิรุธอะไรอยู่ใต้เบาะ คดีฆ่าหั่นศพ “หนุ่มรัสเซีย” แม่เผยข้อความสุดท้าย

“ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร ขอยกจังหวัด 8 ปี

ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง “ยศชนัน” วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ไม่รอช้า บุกพื้นที่สกลนครทันที! วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร ชาวบ้านต้อนรับอย่างอบอุ่น ล้นหลาม คล้องพวงมาลัยลูกประคบสมุนไพร พวงมาลัยตุ๊กตาหมีผ้าย้อมคราม แสดงถึงวัฒนธรรมอีสานอันเข้มข้น

“ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร ขอยกจังหวัด 8 ปี

นี่คือครั้งแรกที่ “ยศชนัน” มาสกลนคร แต่ได้รับการต้อนรับเหมือนลูกหลานบ้านเกิดทันที เขาขอฝากตัวเป็นชาวสกลนครคนหนึ่ง และย้ำว่าพรรคเพื่อไทยสนิทสนมกับผู้สมัคร ส.ส.ทุกคน โดยเฉพาะน.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัครเขต 6 ที่ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงด้วยกัน

“ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร ขอยกจังหวัด 8 ปี

ในการปราศรัย “ยศชนัน” เรียกร้องชัดเจน ขอให้ชาวสกลนครโหวตผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย 7 เขตทั้งจังหวัด และขอเวลาบริหารประเทศเต็มๆ 8 ปี เพื่อ “ยกเครื่องประเทศไทย” ให้เป็นประเทศรายได้สูงที่แท้จริง เขาย้ำว่า 1 เสียง 1 สิทธิ์ สำคัญมาก เพราะจะเลือกนายกฯ ที่เข้าใจปัญหาชาวสกลนครจริงๆ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนเฉลี่ย 200,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่ต้องแก้ทั้งระบบทันทีที่เข้ารับตำแหน่ง

นโยบายเด่นที่ “ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร ขอยกจังหวัด 8 ปี คือ:

  • แก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ เพื่อลดภาระประชาชน
  • ยกเครื่องเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ในพื้นที่อีสาน
  • พัฒนาสกลนคร ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษา เทคโนโลยี และวัฒนธรรม
  • นโยบายเพื่อไทยชัดเจน ไม่ใช่แค่สัญญา แต่พิสูจน์ได้จากอดีต

ปราศรัยยศชนันที่สกลนคร

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เต้นคลิปเสียงหลุด หนุน “ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยเสริมว่า พรรคเพื่อไทยเดินหาเสียงทุกวัน เน้นนโยบาย ไม่สร้างความแตกแยก ตีตราพรรคอื่นรักชาติตัวเดียว เขายกตัวอย่าง “ยศชนัน” ที่ไม่เคยวิวาทะ มีวิสัยทัศน์ พร้อมตั้งรัฐบาลทันที

โจทย์ร้อนที่ถูกหยิบคือ คลิปเสียงหลุด ใครพูดไม่กล้าเอ่ยชื่อ แต่ฟังดู “ใหญ่โตมาก” ขู่ว่าจะปฏิวัติถ้าเลือกพรรคเพื่อไทย มีคนติดคุก อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณัฐวุฒิเหน็บว่านี่คือ “คลิปประกาศศักดา” นายกฯ ปฏิเสธ แต่เขายืนยันเชื่อว่าเสียงจริง การเมืองต้องไม่ใช้อำนาจฉ้อฉล เกาะรถถัง แต่ต้องมาจากคะแนนประชาชนแบบเพื่อไทย

ประชาชนต้อนรับยศชนัน สกลนคร

สกลนครเป็นฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทย การหาเสียงครั้งนี้แสดงพลังอีสานที่รวมกันเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย “ยศชนัน” พร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 30 ของชาวสกลนคร ขอทั้งคนและพรรค เหลืออีกไม่กี่วัน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ชี้ชะตาชาติ

จากมุมมองผู้เขียน การหาเสียงแบบนี้แสดงถึงความมุ่งมั่นของเพื่อไทยในการแก้ปัญหาจริงจัง ไม่ใช่แค่ปากเปล่า สกลนครสมควรได้ตัวแทนที่เข้าใจหนี้สิน เศรษฐกิจท้องถิ่น และอนาคตเยาวชน นโยบายยกเครื่อง 8 ปี ถ้าทำได้จริง จะพลิกโฉมอีสานและประเทศทั้งใบ

คุณพร้อมโหวต “ยศชนัน” หาเสียงสกลนคร ขอยกจังหวัด 8 ปี หรือยัง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ชาวสกลนครรู้ด้วยนะ!

ที่มา – “ยศชนัน” นำเพื่อไทยหาเสียงสกลนคร อ้อนขอผู้สมัครยกจังหวัด พร้อมขออยู่ยาว 8 ปี

“อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย หาเสียงสงขลา

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างคึกคัก เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ส. ลูกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้เสียงจากพี่น้องชาวใต้ โดยเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจกรรมจิบชายามเช้า พูดคุยกับภาคธุรกิจ และปราศรัยใหญ่ในช่วงเย็นนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้สร้างความฮือฮาให้แฟนคลับและประชาชนในพื้นที่อย่างมาก

“อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะผู้บริหารพรรคอย่างนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขต 2 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง รวมถึงผู้สมัครเขต 9 เดินทางมาถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเริ่มกิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

จุดหมายแรกคือร้านฮัจยีสัน ร้านชาชื่อดังใกล้โรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่นี่นายอภิสิทธิ์ได้จิบชาไทยหอมกรุ่น รับประทานข้าวเหนียวไก่ทอดและโรตีอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับตัวแทนภาคธุรกิจในพื้นที่ รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะหลังจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยให้คึกคักยิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศกลับมา

บรรยากาศอบอุ่นเมื่อประชาชนที่ทราบข่าวพากันมาร่วม แฟนคลับตัวยงนำโปสเตอร์ภาพนายอภิสิทธิ์ในชุดสูทจากยุคหาเสียงเลือกตั้งปี 2544 มาขอลายเซ็น ก่อนพาลูกหลานไปโรงเรียน สร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้ทุกคน

อภิสิทธิ์ ล่องใต้โค้งสุดท้าย จิบชาที่หาดใหญ่อภิสิทธิ์ พูดคุยกับภาคธุรกิจสงขลา

เยี่ยมโรงพยาบาลและเดินตลาดใน “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

จากร้านชา นายอภิสิทธิ์เดินข้ามถนนไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เหน็ดเหนื่อยจากการรับมือน้ำท่วมใหญ่ แพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยที่มารอคิวต่างหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก นายอภิสิทธิ์กล่าวให้กำลังใจอย่างอบอุ่น โดยบุคลากรตอบรับว่า “คนใต้ยังไงก็ชอบประชาธิปัตย์” แสดงถึงฐานเสียงอันเหนียวแน่นของพรรคในภาคใต้

เวลา 08.30 น. คณะเดินลงพื้นที่ตลาดกิมหยง ตลาดสดชื่อดังของหาดใหญ่ พ่อค้าแม่ค้าประชาชนแห่กันรุมล้อม ขอถ่ายเซลฟี่ มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยดาวเรือง และร้องเพลงปักษ์ใต้บ้านเรา สร้างสีสันสุดคึกคักจนทางเดินในตลาดแทบลุกเป็นไฟชั่วคราว การหาเสียงแบบใกล้ชิดเช่นนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกเชื่อมั่นในตัวอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์มากยิ่งขึ้น

อภิสิทธิ์ เดินตลาดกิมหยง สงขลาประชาชนต้อนรับอภิสิทธิ์ ล่องใต้แฟนคลับอภิสิทธิ์ หาเสียงสงขลา

ไฮไลต์กิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย

  • จิบชายามเช้า: พูดคุยปัญหาน้ำท่วมและฟื้นเศรษฐกิจหาดใหญ่
  • เยี่ยมโรงพยาบาล: ให้กำลังใจบุคลากรแพทย์ รับคำยืนยันฐานเสียงใต้
  • เดินตลาดกิมหยง: ใกล้ชิดประชาชน เซลฟี่ คล้องมาลัย ร้องเพลง
  • ปราศรัยใหญ่: 18.00 น. หน้าห้างโรบินสัน เทศบาลนครหาดใหญ่

กิจกรรม “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้ายนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้ผู้สมัคร ส.ส.สงขลาเขตต่างๆ ของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่ยังย้ำถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ปัญหาภาคใต้ เช่น การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชายแดนใต้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ยังคงเป็นขวัญใจชาวใต้ด้วยนโยบายที่ชัดเจนและใกล้ชิดประชาชน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การลงพื้นที่ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังคงครองใจคนใต้ได้ดี โดยเฉพาะในสงขลาที่เป็นฐานที่มั่น หากผลการเลือกตั้งออกมาดี อาจช่วยให้พรรคมีที่นั่ง ส.ส. เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง

ติดตามเวทีปราศรัยใหญ่เย็นนี้ เพื่อฟังนโยบายเด็ดๆ จากอภิสิทธิ์และทีมประชาธิปัตย์ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมคนใต้ถึงยังศรัทธา หาเสียงโค้งสุดท้ายแบบนี้ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เพื่ออนาคตที่สดใสของภาคใต้กันเถอะ!

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ล่องใต้โค้งสุดท้าย ช่วยลูกพรรคหาเสียงที่สงขลา เย็นนี้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่

เริ่มแล้ว ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา 27 ประเทศ

ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา เริ่มต้นขึ้นแล้วนะเพื่อนๆ! ชาวทิเบตที่อาศัยกระจายตัวอยู่ใน 27 ประเทศทั่วโลก กำลังออกมาใช้สิทธิลงคะแนนอย่างคึกคัก เพื่อเลือกสมาชิกรัฐสภาพลัดถิ่น ที่จะมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนเสียงและผลประโยชน์ของพี่น้องชาวทิเบตทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้

ข่าวนี้มาจากสำนักข่าวเอพี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 การเลือกตั้งครั้งนี้เริ่มที่เมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของรัฐบาลทิเบตพลัดถิ่น มีการตั้งคูหาเลือกตั้งถึง 309 แห่งเลยทีเดียว และมีเจ้าหน้าที่ดูแลกว่า 1,737 คน เพื่อให้กระบวนการโปร่งใสและเป็นธรรมสุดๆ

ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา ครอบคลุมทั่วโลก

น่าทึ่งมากเลยใช่มั้ย? ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ในอินเดียเท่านั้น แต่แผ่ขยายไปยัง 27 ประเทศ ทั้งในเอเชียและตะวันตก ช่วยให้ชาวทิเบตทุกคนที่หนีภัยทางการเมืองมารักษาถิ่นฐานใหม่ ได้มีส่วนร่วมในประชาธิปไตยของตัวเอง

ประเทศไหนบ้างที่มีคูหาเลือกตั้ง

  • ภูมิภาคเอเชีย: อินเดีย (ฐานหลัก), เนปาล, ภูฏาน
  • ยุโรป: สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และอื่นๆ
  • อเมริกาเหนือ: สหรัฐอเมริกา, แคนาดา
  • อื่นๆ: ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอีกหลายประเทศ

ทั้งหมดนี้เพื่อให้ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี แม้จะอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินทิเบตที่ถูกครอบครอง

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญมาก

เพื่อนๆ รู้มั้ยว่าชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาวัฒนธรรม ประเพณี และสิทธิของชาวทิเบตท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียดกับจีน รัฐสภาพลัดถิ่นนี้จะคอยเป็นกระบอกเสียงในเวทีโลก ต่อสู้เพื่อเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน

รัฐบาลทิเบตพลัดถิ่นที่นำโดยท่านดาไลลามะ (ถึงแม้ท่านจะเกษียณทางการเมืองแล้ว) ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณ มีสมาชิกรัฐสภาราว 43 คน (จากข้อมูลทั่วไป) ที่มาจากการเลือกตั้งแบบนี้ เพื่อกำหนดนโยบาย สนับสนุนชุมชนพลัดถิ่น และรณรงค์เรื่องทิเบต

กระบวนการชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา เป็นยังไง

เริ่มจากลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แล้วไปคูหาใกล้บ้าน ใช้บัตรลงคะแนนแบบลับ ผลจะรวมเพื่อหาผู้แทนแต่ละเขต ทุกอย่าง digital บางส่วนเพื่อความรวดเร็ว แม้ชาวทิเบตจะพลัดถิ่นมานานกว่า 60 ปี แต่ประชาธิปไตยยังแข็งแกร่ง!

นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญรณรงค์ผ่านโซเชียลมีเดีย สอนให้เด็กรุ่นใหม่รู้จักสิทธิของตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่นๆ ที่เผชิญปัญหาคล้ายกัน

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือกผู้แทน แต่เป็นการยืนยันตัวตนของชาวทิเบตว่า เราไม่เคยยอมแพ้ต่อการกดขี่ แม้จะกระจายตัวทั่วโลก แต่หัวใจยังรวมเป็นหนึ่งเดียว

คุณล่ะคิดยังไงกับ ชาวทิเบตพลัดถิ่นเลือกตั้งรัฐสภา ครั้งนี้? มันแสดงให้เห็นถึงพลังของประชาธิปไตยที่แท้จริงเลยนะ ถ้าชอบข่าวแบบนี้ อย่าลืมแชร์และคอมเมนต์บอกความเห็นด้านล่างเลย สนับสนุนสิทธิเสรีภาพทั่วโลกไปด้วยกัน!

ที่มา – เริ่มแล้ว ชาวทิเบตพลัดถิ่นใน 27 ประเทศทั่วโลก ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งรัฐสภาในต่างแดน

“คิม จองอึน” เปิดฟาร์มเรือนกระจกยักษ์ ก่อนประชุมพรรค

ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ข่าวใหญ่จากเกาหลีเหนือกำลังเป็นที่สนใจของทั่วโลก เมื่อ “คิม จองอึน” ทำพิธีเปิด “ฟาร์มเรือนกระจกยักษ์” ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกก่อนการประชุมพรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 จะเริ่มขึ้น โครงการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของผู้นำในการพัฒนาชีวิตประชาชน

“คิม จองอึน” ทำพิธีเปิด “ฟาร์มเรือนกระจกยักษ์” ความสำเร็จก่อนการประชุมพรรคแรงงานครั้งที่ 9

ตามรายงานจากสำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ พิธีเปิดฟาร์มเรือนกระจกแบบผสมซินอุยจู (Sinuiju Combined Greenhouse Farm) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เมืองซินอุยจู ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีเหนือ นี่คือโครงการที่เริ่มวางศิลาฤกษ์เมื่อปีที่แล้ว และเสร็จสิ้นภายในเวลาเพียง 1 ปี ท่ามกลางความท้าทายจากอุทกภัยรุนแรงในฤดูร้อนปี 2567

คิม จองอึน ยกย่องฟาร์มแห่งนี้ว่าเป็น “ฐานแห่งชีวิตใหม่” สำหรับชาวซินอุยจูที่ต้องเผชิญน้ำท่วมซ้ำซากหลายชั่วอายุคน โครงการตั้งอยู่บนเกาะวีฮวา พื้นที่กว้างใหญ่ที่เสียหายหนัก รัฐบาลเกาหลีเหนือจึงให้ความสำคัญสูงสุดในการฟื้นฟู เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

ที่มาของโครงการฟาร์มเรือนกระจกยักษ์

เกาะวีฮวาเคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ แต่ถูกน้ำท่วมทำลายจนแทบไม่เหลือ ฟาร์มเรือนกระจกยักษ์นี้จึงถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้ปลูกพืชได้ตลอดปี โดยไม่ขึ้นกับสภาพอากาศ ทหารและเยาวชนเกาหลีเหนือร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์ผลงานนี้ เพื่อนำเสนอเป็นความสำเร็จในการประชุมพรรคแรงงานครั้งที่ 9 ซึ่งจัดทุก 5 ปี และเป็นเวทีสำคัญทางการเมือง

ประโยชน์ที่คาดหวังจากฟาร์มเรือนกระจก

  • เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร: ปลูกผัก ผลไม้ และพืชเศรษฐกิจได้ตลอด 4 ฤดู ลดการพึ่งพาการนำเข้า
  • ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น: สร้างงานให้ชาวบ้านในซินอุยจูนับพันคน ช่วยลดความยากจน
  • รับมือภัยพิบัติ: เป็นต้นแบบฟาร์มทนน้ำท่วม สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยอื่นๆ ในเกาหลีเหนือ
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์: แสดงศักยภาพการพัฒนาแก่ประชาคมโลก

นอกจากนี้ ฟาร์มยังใช้ระบบน้ำหมุนเวียนและพลังงานทดแทน ลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คิม จองอึน เน้นย้ำว่านี่คือผลจากการสร้างสรรค์ของประชาชนและกองทัพ ซึ่งจะเป็นจุดเด่นในการประชุมพรรคที่กำลังจะมาถึง

บริบทการเมือง: ทำไมต้องรีบเสร็จก่อนประชุมพรรค?

การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สุดในรอบ 5 ปี จะกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ สังคม และการทหารสำหรับปีต่อๆ ไป “คิม จองอึน” ทำพิธีเปิด “ฟาร์มเรือนกระจกยักษ์” ในจังหวะนี้ เพื่อสร้างโมเมนตัมบวก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าพัฒนา แม้เผชิญ санкции จากนานาชาติ โครงการนี้ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ผู้นำในสายตาประชาชน

จากข้อมูล ขนาดฟาร์มครอบคลุมหลายเฮกตาร์ สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอเลี้ยงประชากรท้องถิ่น และอาจขยายไปยังจังหวัดอื่น นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “เศรษฐกิจตัวเอง” (Juche) ที่เกาหลีเหนือยึดมั่น

สุดท้าย โครงการนี้ไม่ใช่แค่ฟาร์ม แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความก้าวหน้าสำหรับเกาหลีเหนือ หากประสบความสำเร็จ อาจจุดประกายโครงการคล้ายๆ กันทั่วประเทศ คุณคิดอย่างไรกับความสำเร็จนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวสารเกาหลีเหนือเพิ่มเติมจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – “คิม จองอึน” ทำพิธีเปิด “ฟาร์มเรือนกระจกยักษ์” ความสำเร็จก่อนการประชุมพรรคแรงงานครั้งที่ 9

“ศุภชัย” ลั่นยินดีฟัง “ษัษฐรัมย์” ไม่ดำเนินคดี

ประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทยและกองทุนประกันสังคมกำลังเป็นที่สนใจของประชาชน ล่าสุด “ศุภชัย” ลั่นยินดีฟัง “ษัษฐรัมย์” หากไม่เจตนาทำภูมิใจไทยเสียหาย จะไม่ดำเนินคดี นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและประธานคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรค ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว สร้างความฮือฮาให้กับสื่อและโซเชียลมีเดีย

“ศุภชัย” ลั่นยินดีฟัง “ษัษฐรัมย์” หากไม่เจตนาทำภูมิใจไทยเสียหาย จะไม่ดำเนินคดี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะกรรมการประกันสังคมประจำสำนักงานประกันสังคม สัดส่วนผู้ประกันตน ออกมาเปิดเผยว่าตนเองกลัวถูกพรรคภูมิใจไทยฟ้องร้อง นายศุภชัยได้ตอบโต้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น โดยย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหากับผู้ประกันตนเลยสักนิด และยังเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการปรับปรุงการทำงานของกองทุนประกันสังคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์สูงสุด

ในช่วง 2 ปีที่นายษัษฐรัมย์อยู่ในตำแหน่งบอร์ดประกันสังคม นายศุภชัยมองว่ามีโอกาสมากพอที่จะผลักดันให้ระบบดีขึ้น หากทำอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยพร้อมร่วมมือและสู้เคียงข้างเพื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแน่นอน แต่ประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่การดำเนินคดี คือการที่นายษัษฐรัมย์กล่าวหาว่าบุคคลในพรรคภูมิใจไทยเป็นต้นตอของการทุจริตในกองทุนประกันสังคม

พรรคภูมิใจไทยต้องปกป้องชื่อเสียงจากข้อกล่าวหาไร้หลักฐาน

นายศุภชัยย้ำชัดว่าพรรคจำเป็นต้องปกป้องตัวเองจากการถูกใส่ร้ายโดยไม่มีพยานหลักฐาน หากมีหลักฐานชัดเจน พรรคพร้อมตรวจสอบและร่วมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทันที “ขอยืนยันว่าท่านไม่ต้องกลัวถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องจริง เว้นแต่เป็นเรื่องไม่จริง ผมพร้อมรับฟัง ถ้าไม่เจตนาจะทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหายก็มาทำความเข้าใจกัน พรรคภูมิใจไทยจะไม่ดำเนินคดี” คำกล่าวนี้สะท้อนถึงความเมตตาและความโปร่งใสของพรรค

กองทุนประกันสังคมเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเหลือแรงงานไทยกว่า 12 ล้านคน ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การว่างงาน ชราภาพ และอื่นๆ พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคที่ให้ความสำคัญกับนโยบายแรงงาน มักผลักดันให้ระบบนี้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เช่น การเพิ่มสิทธิเยี่ยมไข้ การปรับเบี้ยเลี้ยง และปราบปรามการทุจริตในอดีต

  • จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย: สนับสนุนผู้ประกันตนเต็มที่
  • เห็นด้วยการปฏิรูประบบ: ปรับปรุงกองทุนให้ดีขึ้น
  • ปกป้องชื่อเสียง: ดำเนินคดีเฉพาะข้อกล่าวหาไม่มีมูล
  • เปิดรับฟัง: หากไม่เจตนา ไม่ฟ้องร้อง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการทุจริตในกองทุนประกันสังคมที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ประกันตนหลายคนกังวลกับการบริหารจัดการที่อาจไม่โปร่งใส แต่พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง และพร้อมร่วมตรวจสอบหากมีข้อมูลจริง นอกจากนี้ ยังเรียกร้องอย่าปลุกกระแสต่อต้านพรรค เพราะจะไม่ช่วยแก้ปัญหาให้ผู้ประกันตน

บริบทของกองทุนประกันสังคมและบทบาทพรรคการเมือง

กองทุนประกันสังคมก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2513 ภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม ปัจจุบันมีเงินกองทุนสะสมกว่า 3 แสนล้านบาท แต่เคยมีข่าวฉาวโกงหลายครั้ง เช่น คดีเอ็มพีเอสที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง พรรคภูมิใจไทยเคยมี ส.ส. เข้าไปตรวจสอบและผลักดันกฎหมายเพื่อป้องกัน นายศุภชัยในฐานะนักกฎหมายของพรรค จึงมีบทบาทสำคัญในการตอบโต้ข้อกล่าวหา

นายษัษฐรัมย์เองก็เป็นตัวแทนผู้ประกันตนที่ได้รับเลือกจากกลุ่มสหภาพแรงงาน มีประวัติต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานมานาน การเผชิญหน้ากันครั้งนี้จึงเป็นการปะทะระหว่างตัวแทนแรงงานกับตัวแทนพรรคการเมืองที่อ้างสนับสนุนแรงงานเช่นกัน

จากมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง เหตุการณ์ “ศุภชัย” ลั่นยินดีฟัง “ษัษฐรัมย์” หากไม่เจตนาทำภูมิใจไทยเสียหาย จะไม่ดำเนินคดี แสดงให้เห็นถึงการเมืองแบบผู้ใหญ่ที่พร้อมเจรจา แทนการฟ้องร้องแบบหัวชนขวาน ซึ่งอาจช่วยลดความขัดแย้งและนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริง

สุดท้ายแล้ว พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์จุดยืนด้วยการเปิดประตูรับฟัง หากไม่มีเจตนาร้าย จะไม่ดำเนินคดี สิ่งนี้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับพรรคในสายตาแรงงานและผู้ประกันตน คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “ศุภชัย” ลั่นยินดีฟัง “ษัษฐรัมย์” หากไม่เจตนาทำภูมิใจไทยเสียหาย จะไม่ดำเนินคดี

ธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท ก.พ. 69 เช็กสิทธิ MyMo

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! มีข่าวดีมาบอกสำหรับลูกค้าธนาคารออมสินเลยนะครับ เพราะ ธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท เริ่มโอนเข้าบัญชีแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้โครงการสุดพิเศษ “วินัยดี มีเงิน” ที่ธนาคารจัดขึ้นเพื่อมอบความสุขในช่วงปีใหม่ให้กับลูกค้าที่มีวินัยในการชำระหนี้ดีเยี่ยม ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้น รีบเช็กสิทธิ์ด่วนเลยครับ เงินรางวัล 1,000 บาทนี้อาจจะเป็นของคุณ!

โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ดูแลหนี้สินได้ดี โดยเฉพาะคนที่กู้เงินไม่เกิน 200,000 บาท และมีประวัติเครดิตเป๊ะๆ ไม่มีพลาดเลย ธนาคารออมสินอยากให้กำลังใจทุกคนที่พยายามจัดการการเงินให้ดี นำเงินก้อนนี้ไปใช้เสริมสภาพคล่อง ลงทุนทำมาหากิน หรือช้อปปิ้งฉลองปีใหม่ได้ตามใจชอบเลยครับ เป็นมิตรกับประชาชนจริงๆ

คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิโครงการวินัยดี มีเงิน

เพื่อนๆ ที่สงสัยว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ไหม ลองเช็กตามนี้เลยครับ:

  • เป็นลูกหนี้สินเชื่อวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท
  • มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี (จ่ายครบ จ่ายตรงทุกงวด)
  • ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้ หรือมีประวัติตัดหนี้สูญ
  • สถานะหนี้ปัจจุบันปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน)

เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ยากเกินไปสำหรับคนที่มีวินัยการเงินดีๆ ครับ ถ้าคุณตรงตามทุกข้อ แสดงว่ามีสิทธิ์ลุ้นแน่นอน! ต้องกดรับสิทธิ์ผ่านแอป MyMo ภายใน 31 มกราคม 2569 เท่านั้นนะครับ หลังจากนั้นธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตัวเอง (ไม่รวมบัญชีเด็กหรือบัญชีร่วม)

ธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท เช็กสิทธิยังไง?

วิธีเช็กง่ายมาก แค่ใช้แอป MyMo ที่ดาวน์โหลดฟรีทั้ง iOS และ Android ครับ ธนาคารจะแจ้งเตือนผ่าน Notification โดยตรง ถ้าเห็นข้อความ “พิเศษเฉพาะคุณ ออมสินใจดีมอบของขวัญปีใหม่โครงการวินัยดี มีเงิน จำนวน 1,000 บาท กดรับสิทธิ์ ภายใน 31 ม.ค. 69” แสดงว่าคุณโชคดี! กดรับสิทธิ์ทันที แล้วรอรับเงินเดือนกุมภาพันธ์ได้เลย

ขั้นตอนตรวจสอบสิทธิ ธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท ผ่านแอป MyMo

  1. เปิดแอป MyMo และล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัว
  2. เช็กในส่วนแจ้งเตือน (Notification) หรือเมนูโปรโมชั่น
  3. ถ้ามีข้อความแจ้งสิทธิ์ ให้กด “รับสิทธิ์” ทันที
  4. รอการโอนเงินเข้าบัญชีภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569
  5. ถ้าไม่เห็นแจ้งเตือน แสดงว่าไม่เข้าเกณฑ์ อย่าเพิ่งท้อ สร้างวินัยใหม่เพื่อลุ้นครั้งหน้า!

ถ้าแอปไม่แจ้งอะไรเลย ไม่ต้องกังวลครับ ลองอัปเดตแอปให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด หรือติดต่อ call center ธนาคารออมสินที่เบอร์ 1359 เพื่อสอบถามเพิ่มเติม บริการดีมากเลยนะครับ

ทำไมโครงการนี้ถึงน่าเข้าร่วม? ประโยชน์ที่คุณจะได้

นอกจากได้เงิน 1,000 บาทฟรีๆ แล้ว โครงการนี้ยังช่วยกระตุ้นให้ทุกคนมีวินัยทางการเงินมากขึ้นครับ ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ การชำระหนี้ตรงเวลาช่วยสร้างคะแนนเครดิตดี สมัครสินเชื่อใหม่ได้ง่ายกว่า สายป่านยาวขึ้น ลองคิดดู ถ้าคุณกู้ 100,000 บาท ชำระดี 3 ปี ได้เงินคืน 1,000 บาท แถมเครดิตสวย เป็น win-win เลย!

ผมเองเคยเป็นลูกค้าออมสิน เคยได้โปรโมชั่นคล้ายๆ นี้ เงินก้อนเล็กๆ แต่ช่วยได้จริง โดยเฉพาะช่วงต้นปีที่ค่าใช้จ่ายเยอะ เอาไปเติมน้ำมันหรือซื้อของกินก็คุ้มแล้วครับ เพื่อนๆ ที่ยังไม่มีบัญชี ลองสมัครสินเชื่อบุคคลหรือกู้ยืมดอกเบี้ยถูกของออมสินดู สร้างวินัยไปด้วยกันนะ

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินยังมีบริการอื่นๆ น่าสนใจ เช่น สินเชื่อดิจิทัล โปรโมชั่นฝากเงินดอกเบี้ยสูง แอป MyMo ใช้งานสะดวก ทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา ถ้าคุณสนใจเรื่องการเงิน ลองติดตามบล็อกนี้เพิ่มเติมได้เลย มีเคล็ดลับเด็ดๆ เยอะ

คำถามยอดนิยม (FAQ) เกี่ยวกับธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท

  • เงินจะโอนวันไหน? ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังกดรับสิทธิ์แล้ว
  • ต้องมีบัญชีอะไร? บัญชีเงินฝากเผื่อเรียกชื่อตัวเอง
  • ถ้าไม่กดรับสิทธิ์ทัน? สิทธิ์จะหมด ไม่มีโอกาสใหม่ในรอบนี้
  • ติดต่อสอบถามไหน? แอป MyMo หรือโทร 1359

สรุปแล้ว โครงการนี้เป็นโอกาสทองสำหรับคนมีวินัยครับ ธนาคารออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท ไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็นกำลังใจให้เดินหน้าต่อ ถ้าคุณยังไม่เช็ก รีบดาวน์โหลดแอป MyMo แล้วเช็กสิทธิ์วันนี้เลย! อาจได้เงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายตามฝัน อย่าลืมแชร์ข่าวดีนี้ให้เพื่อนๆ ที่เป็นลูกค้าออมสินด้วยนะครับ สร้างวินัยการเงินไปด้วยกัน อนาคต 밝าแน่นอน!

ที่มา – ธนาคารออมสิน เริ่มโอนเงินเดือน ก.พ. 69 ใครได้เงิน 1,000 บาท ดูวิธีตรวจสอบสิทธิ

รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้

พรรครวมไทยสร้างชาติ หรือที่รู้จักกันในชื่อ รทสช. กำลังสร้างกระแสฮือฮาด้วยการเตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้ ภายใต้แนวคิด “กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ” ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนชาวไทยจะได้ฟังนโยบายจริงจัง ไม่มีการโกหกหลอกลวง เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง รทสช. เตรียมปล่อยหมัดเด็ดด้วยการแฉความจริงที่คนไทยต้องรู้ โดยงานนี้จัดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานอเวนิว โซน A ชั้น G ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (มาบุญครอง) ฝั่งถนนพระราม 1 ซึ่งเป็นสถานที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่สะดวกต่อการเดินทางสำหรับทุกคน

รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้ จ่อปล่อยหมัดเด็ด

เวทีปราศรัยครั้งนี้ถือเป็นงานที่เข้มข้นที่สุดแห่งปี โดยจะมีการรวมตัวของเหล่าขุนพลคนสำคัญของพรรค ไม่ว่าจะเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 2 นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 3 รวมถึงนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค และคณะผู้บริหาร ผู้สมัคร ส.ส. และสมาชิกพรรค

ไฮไลต์เด็ดของเวทีปราศรัย รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้

ไฮไลต์สำคัญที่สุดคือการขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์ของ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อย้ำนโยบาย “6 เสาหลัก” ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และพลิกโฉมประเทศไทยในทุกมิติ นโยบายเหล่านี้เน้นการทำจริง ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ โดยผู้ร่วมงานจะได้ฟังรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน

  • เสาหลักที่ 1: เศรษฐกิจเข้มแข็ง สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประชาชน
  • เสาหลักที่ 2: ความมั่นคงปลอดภัย ลดอาชญากรรมและภัยคุกคาม
  • เสาหลักที่ 3: การศึกษาและสุขภาพคุณภาพสูงสำหรับทุกคน
  • เสาหลักที่ 4:โครงสร้างพื้นฐานทันสมัย เช่น รถไฟฟ้าและระบบคมนาคม
  • เสาหลักที่ 5: สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ป้องกันภัยพิบัติ
  • เสาหลักที่ 6: การปฏิรูปการเมืองโปร่งใส ปราบคอร์รัปชัน

นอกจากนี้ ยังมีการแฉความจริงในประเด็นร้อนที่คนไทยกำลังกังวล เช่น ปัญหาเศรษฐกิจถดถอย การทุจริต และนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ซึ่ง รทสช. จะนำเสนอทางออกที่ชัดเจนและทำได้จริง

ทำไมเวทีนี้ถึงสำคัญ? ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ประชาชนต้องการฟังข้อเท็จจริงจากพรรคที่พร้อมนำพาประเทศ ไม่ใช่แค่สัญญาเหนื่อยๆ รทสช. แสดงพลังความพร้อมด้วยการรวมตัวผู้นำชั้นนำ เพื่อยืนยันจุดยืนในการก้าวข้ามวิกฤตทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นโควิด เศรษฐกิจ หรือความแตกแยกทางการเมือง

หากคุณเป็นคนไทยที่รักชาติและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง อย่าพลาดเวทีนี้ เพราะนี่คือโอกาสที่จะได้ยินนโยบายที่ “ไม่โกหก” และพร้อมพลิกโฉมประเทศ สามารถเดินทางมาง่ายๆ ด้วย BTS สนามกีฬาแห่งชาติ หรือ MRT สนามไชย เชิญชวนเพื่อนฝูงและครอบครัวมาร่วมกันรับฟังและกำหนดอนาคตประเทศไทย

นอกจากประชาชนแล้ว สื่อมวลชนทุกแขนงก็ได้รับเชิญให้มาร่วม đưaข่าว เพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายถึงทุกคน งานนี้ไม่ใช่แค่ปราศรัย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

สรุปแล้ว รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้ จะเป็นเวทีที่ทรงพลัง ด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย 6 เสาหลัก และการแฉความจริงที่คนไทยต้องรู้ เชิญมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพลิกโฉมประเทศไทยไปด้วยกัน!

เรียกร้องให้คุณ: มาเข้าร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ รทสช. 3 ก.พ. นี้ แล้วแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – รทสช. เตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 3 ก.พ. นี้ จ่อปล่อยหมัดเด็ดโค้งสุดท้าย แฉความจริงที่คนไทยต้องรู้