วัน: 5 กุมภาพันธ์ 2026

ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนทางการเมืองที่กำลังเป็นกระแส พรรคประชาชน หรือ ปชน. กำลังปิดท้ายคาราวานหาเสียงอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น ที่กำลังจะเกิดขึ้นเย็นนี้ รับรองว่าสุดมันส์แน่นอน!

ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 คาราวานรถแห่เลือกอนาคตของพรรคประชาชนเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 แล้วนะครับ หลังจากคาราวานสายภาคใต้และภาคเหนือปิดฉากลง สายอื่นๆ ยังลุยต่อแบบเต็มสูบ ทุกที่ที่ไปประชาชนต้อนรับอบอุ่นมาก โบกมือทักทาย แถมยังนำอาหารและน้ำมาให้กำลังใจ เห็นแล้วรู้สึกอบอุ่นใจแทนจริงๆ

ไฮไลต์สำคัญคือคาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” ที่ไปร้อยเอ็ดและมหาสารคาม ก่อนจะรวมพลกับสายอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ” ที่ขอนแก่น เย็นนี้เจอกันใหญ่ที่ตลาดต้นตาล อ.เมือง จ.ขอนแก่น นำทีมโดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 2, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่มาช่วยหาเสียงแบบแท็กทีมสุดปัง!

ปราศรัยขอนแก่น: แท็กทีมใหญ่ดึงใจชาวอีสาน

เวทีนี้ไม่ธรรมดาเลยครับ ปชน. ส่งท้ายคาราวาน ศิริกัญญา พิธา ปิยบุตร ปราศรัยขอนแก่น คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมฟังเพียบ เพราะทีมนำของพรรคประชาชนมาเต็ม ศิริกัญญาพร้อมเสนอนโยบายเด็ดๆ พิธาและปิยบุตรก็มาสร้างพลังบวก ชาวขอนแก่นเตรียมตัวให้พร้อมเลย

ส่วนคาราวานภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง ลุยฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัคร สส. พบปะประชาชนทุกกลุ่ม ประชาชนคนนึงยังตื้นตันบอกว่าติดตามมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ครั้งนี้ขอให้ไปให้ไกล สุดซึ้ง!

คาราวานภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” นำโดยพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และกรุณพล เทียนสุวรรณ เช้าลุยสมุทรสาคร บ่ายเย็นปราศรัยสมุทรสงครามที่ลานหน้าศาลากลาง ร่วมกับพรรณิการ์ วานิช พิจารณ์ย้ำชัด การเลือกตั้ง 2566 ประชาชนให้โอกาสพรรคก้าวไกลแล้ว คราวนี้เลือกปชน. ทั้งสองใบให้ถล่มทลาย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน

  • คาราวานอีสานใต้ “คมแฝก”: ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-ขอนแก่น
  • คาราวานอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ”: รวมปราศรัยใหญ่ขอนแก่น
  • คาราวานตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม”: ธนาธรลุยฉะเชิงเทรา
  • คาราวานกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง”: สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม
  • คาราวานเหนือสุด “รังสิมันต์ โรม”: แม่ฮ่องสอน ครบทั้งสองเขต

ขณะที่รังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค กับเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลุยแม่ฮ่องสอน เช้าเมือง บ่ายแม่สะเรียง ขึ้นรถแห่รอบเมือง ประชาชนแห่ขอถ่ายรูปคึกคักมาก พรรคประชาชนครบ 77 จังหวัดแล้ว ก่อนปิดท้ายใหญ่ที่ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ วันที่ 6 ก.พ.

เห็นภาพรวมแล้ว พรรคประชาชนกำลังมาแรงจริงๆ คาราวานแต่ละสายมีเอกลักษณ์ ชื่อเท่ๆ สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิด การหาเสียงแบบนี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด

คุณคิดยังไงกับการหาเสียงแบบคาราวานนี้? อย่าลืมไปร่วมเวทีปราศรัย หรือติดตามข่าวสารเพื่อใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างมีสติในวันสำคัญนะครับ มันคืออนาคตของเรานี่แหละ!

ที่มา – ปชน. ส่งท้ายคาราวานหาเสียง “ศิริกัญญา-พิธา-ปิยบุตร” แท็กทีมใหญ่ปราศรัยขอนแก่น เย็นนี้

“ศุภมาส” ขอใช้สิทธิด้วยความกลัว ภท.ปักธงกทม.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวกรุงเทพฯ และคนไทยทุกคนที่สนใจการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. กรุงเทพมหานครครั้งนี้ ในโค้งสุดท้ายของการหาเสียง “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ดูแลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม. ของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ออกมาแย้มแผนการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายที่จะจัดขึ้นพรุ่งนี้ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เรียกได้ว่าเป็นการปิดแคมเปญสุดอลังการเลยทีเดียว

“ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ศุภมาส ได้ให้สัมภาษณ์สื่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจและเป็นกันเอง โดยบอกว่าเวทีนี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ใครสะดวกไปให้กำลังใจที่ศิริกิติ์ก็เชิญเลยนะครับ หรือไม่สะดวกก็ดูถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทยและช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้สบายๆ แน่นอนว่าจะมีคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค นำทีมปราศรัย พร้อมด้วยทีมเศรษฐกิจตัวพ่อตัวแม่อย่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคด้วย

ศุภมาสย้ำชัดว่าตอนนี้ไทยกำลังเจอวิกฤติเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ทีมนี้เพิ่งไปประชุมที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มา จะมาเล่าให้ฟังแบบภาค 2 ต่อจากเวทีสวนลุมพินีที่อินโทรปัญหาไปแล้ว พรุ่งนี้จะเฉลยเลยว่าแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะเป็นยังไง ถ้าภท.ได้เป็นรัฐบาลและนายกฯอนุทินนำทีม ทั้งสามคนนี้ก็จะกลับไปนั่งเก้าอี้รองนายกฯ ตำแหน่งเดิม รับประกันความต่อเนื่องในการบริหาร

ทำไมศุภมาสถึงขอให้ออกไปใช้สิทธิด้วย “ความกลัว”

สิ่งที่น่าสนใจคือศุภมาสอ้อนวอนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิ “ด้วยความกลัว” นะครับ ไม่ใช่กลัวแบบงี่เง่า แต่กลัวว่าบ้านเมืองจะเสี่ยง ถ้าไม่มีทีมเศรษฐกิจมืออาชีพมาบริหาร ตอนนี้ประชาชนรู้จักภท.มากขึ้น รักชอบมากขึ้น ต่างจากปี 2566 ชัดเจน เวลาเดินหาเสียงหรือหัวหน้าพรรคไปแบบออร์แกนิก คนมารุมล้อมเพียบ แต่ขอให้ความรักนั้นแปรเป็นคะแนนจริงๆ อย่าเชียร์อยู่บ้าน

เวทีพรุ่งนี้จะไม่พูดแบ่งสีแบ่งฝ่าย แต่เน้นนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคง ไทยต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่เศรษฐกิจโลกและแผนที่ความมั่นคง ไม่เสียดินแดนไปไหนแน่นอน จะบอกชัดว่าหลัง 8 ก.พ. จะทำอะไรบ้าง นอกจากนี้ ศุภมาสยังย้ำว่าไม่ต้องง้อม็อตโต้ “รักชาติ” หรือ “ไม่เลือกเราก็รู้ว่าใครมา” แล้ว ตอนนี้สัปดาห์สุดท้าย พูดแต่เรื่องนโยบาย พิสูจน์แล้วว่าเราทำได้จริง ไม่ใช่สวยปาก

  • คนละครึ่งพลัส: นโยบายที่อยู่ในใจประชาชน ช่วยลดภาระจริง
  • ให้เบ็ดไม่ให้ปลา: สอนวินัยการเงิน สอนหาเงิน เก็บเงินให้อยู่รอด
  • ไม่ประชานิยม: ใช้เงินหาเสียงน้อย ไม่แจกแบบฟุ่มเฟือย
  • ทีมมืออาชีพ: 3-4 เดือนที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่านโยบายสั้นๆ ทำได้ทันที

นโยบายพรรคภูมิใจไทยเน้นปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่พูดสวย ส่วนนโยบายสวยๆ ของพรรคอื่นๆ คล้ายกันหมด แต่ใครทำได้จริงต่างหากที่สำคัญ พรรคนี้สอนประชาชนให้เข้มแข็งทางการเงิน ไม่พึ่งพิงระยะยาว

มั่นใจปักธงกรุงเทพฯ แต่ต้องอาศัยพลังประชาชน

เมื่อถามถึงกทม. ศุภมาสย้ำชัด “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้ แน่นอนว่าจะปักธงได้ แต่จำนวนที่นั่งขึ้นกับว่าประชาชนจะออกมาโหวตเท่าไหร่ ทุกเวทีที่นายกฯอนุทินปราศรัย คนแน่นเวที ภาพชัดเจนว่าปีนี้ต่างจากเดิมมาก

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมากสำหรับกรุงเทพฯ เพราะเป็นเขตที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองไทย พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์ตัวเองผ่านการบริหารจริง ไม่ใช่แค่สัญญา หากคุณกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอย ความมั่นคงชายแดน หรืออนาคตเยาวชน ลองฟังเวทีพรุ่งนี้ดูครับ จะได้เห็นภาพชัดว่าทีมนี้จะพาไทยฝ่าวิกฤติยังไง

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกพรรคและทุกแคนดิเดต แต่ที่สำคัญคือประชาชนต้องออกมาใช้สิทธิให้เต็มที่ เพื่อบ้านเมืองที่มั่นคง เศรษฐกิจโตได้จริง คุณล่ะครับ พร้อมออกไปโหวตเพื่อปักธงกทม.ให้พรรคที่เชื่อถือได้หรือยัง? อย่าปล่อยให้ความกลัวเรื่องอนาคตเป็นจริง ไปช่วยกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าเถอะ!

ที่มา – “ศุภมาส” ขอประชาชนออกไปใช้สิทธิด้วยความกลัว มั่นใจ ภท. ปักธง กทม. ได้

ศาลสั่งถอนชื่อก้องเกียรติ พรรคกล้าธรรม สส.

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อน ๆ มาอัปเดตกันครับ เรื่อง สั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ” พรรคกล้าธรรม ออกจากรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. นครศรีธรรมราช เขต 7 หลังจากมีประวัติคดีลักทรัพย์เมื่อ 20 ปีก่อน เรื่องนี้ศาลฎีกาตัดสินชัดเจน ยกคำร้องอุทธรณ์ของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ทำให้ต้องหลุดจากสนามเลือกตั้งไปเรียบร้อย

สั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ” พรรคกล้าธรรม ออกจากผู้สมัคร สส. ปมโดนคดีลักทรัพย์ 20 ปีก่อน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.พ. 2569 ที่สำนักงาน กกต. มีรายงานว่าศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องของนายก้องเกียรติ ซึ่งเป็นผู้สมัครหมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 โดยยึดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (10) ประกอบ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 (12) ที่ห้ามผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต

รายละเอียดคดีลักทรัพย์ที่เป็นประเด็น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2542 หรือ 20 กว่าปีก่อน นายก้องเกียรติถูกดำเนินคดีที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี คดีหมายเลข 1462/2542 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี คดีแดง 3673/2542 พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท แต่รอลงอาญา 2 ปี และคุมประพฤติ 1 ปี ซึ่งนายก้องเกียรติปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนแล้ว

แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ กกต. ตรวจสอบหลังได้รับร้องเรียนจากประชาชน พบข้อมูลจากตำรวจ ศาล และสำนักงานคุมประพฤติสอดคล้องกัน ข้อมูลในใบสมัคร ส.ส. ชื่อ-นามสกุล บ้านเรือนตรงกับจำเลยเป๊ะ แม้นายก้องเกียรติจะอ้างว่าเอกสารถูกเผา ไม่ยืนยันตัวบุคคลได้ แต่ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานชัดเจน ข้ออ้างเรื่องคดีอาวุธปืนหรือลงโทษจำเลยอื่นไม่รับฟัง

  • ข้อมูลสอดคล้อง: ชื่อ-วันเกิด-ที่อยู่ตรงกับคดี
  • คำพิพากษาชัด: ลักทรัพย์กลางคืน เพียงนายก้องเกียรติคนเดียว
  • ถึงที่สุด: ไม่อุทธรณ์ และปฏิบัติโทษครบ
  • กฎหมายห้าม: ไม่ว่าจะเก่าแค่ไหน ถ้าคุณสมบัติขาด ต้องถอน

ศาลชี้ว่าคำสั่ง กกต. ถอนชื่อชอบด้วยกฎหมาย ทำให้ สั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ” พรรคกล้าธรรม เกิดขึ้นจริง สะท้อนความเข้มงวดของระบบเลือกตั้งไทย ที่ไม่ยอมให้ผู้มีประวัติอาชญากรรมเกี่ยวกับทรัพย์มาลงสมัคร ส.ส. แม้จะห่างเหินมานาน

ผลกระทบต่อพรรคกล้าธรรมและการเลือกตั้ง

พรรคกล้าธรรมเสียผู้สมัครหลักในเขตนี้ อาจต้องปรับแผนด่วน ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 เป็นเขตสำคัญทางใต้ ประชาชนที่นี่ให้ความสนใจข่าวนี้มาก คดีเก่าแต่กฎหมายยังใช้ได้ แสดงว่าระบบตรวจสอบทำงานดี

สำหรับคนทั่วไปอย่างเรา เรื่องนี้เตือนใจว่าการสมัคร ส.ส. ต้องสะอาด 100% แม้คดีเก่าก็อาจตามหลอกหลอน นอกจากนี้ยังเปิดช่องให้ผู้สมัครอื่นมีโอกาสมากขึ้นในการแข่งขัน

ในมุมมองผู้เขียน การตัดสินแบบนี้เป็นธรรมดีแล้ว เพราะ ส.ส. คือตัวแทนประชาชน ต้องมีคุณธรรมจริยธรรมสูง หากมีประวัติลักทรัพย์ แม้รอลงอาญา กฎหมายก็กำหนดชัดเพื่อปกป้องประชาธิปไตย คุณคิดเห็นยังไง ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ หรือติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกนี้เลย!

ที่มา – สั่งถอนชื่อ “ก้องเกียรติ” พรรคกล้าธรรม ออกจากผู้สมัคร สส. ปมโดนคดีลักทรัพย์ 20 ปีก่อน

ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรก

ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรกในโตเกียว แล้ววันนี้! แฟนคลับโปเกมอนทั่วโลกต้องกรี๊ดแน่นอน เพราะนี่คือสวนสนุกธีมโปเกมอนแบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดและแรกสุดบนโลก เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ภายในพื้นที่สวนสนุกโยมิอูริแลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอินางิ กรุงโตเกียว และเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ สวนสนุกแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.6 เฮกตาร์ หรือประมาณ 16.25 ไร่ ทำให้เป็นสถานที่ในฝันสำหรับเทรนเนอร์ทุกวัย

ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรกในโตเกียว: โซนหลักที่ห้ามพลาด

พื้นที่หลักแบ่งออกเป็น 2 โซนสุดมันส์ Pokemon Forest (ป่าโปเกมอน) คือเส้นทางธรรมชาติยาวกว่า 500 เมตร ผู้เข้าชมสามารถสวมบทเทรนเนอร์ ออกสำรวจเนินหญ้า อุโมงค์ และทางหิน พร้อมเจอโปเกมอนกว่า 600 สายพันธุ์ในที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ เหมือนหลุดเข้าไปในเกมจริงๆ ส่วน Sedge Town (เมืองเซดจ์) เป็นเมืองคึกคักที่มีร้านค้าเพียบ เช่น Pokemon Trainers’ Market, Pokemon Center, Poke Mart ช้อปของลิขสิทธิ์พิเศษ ร้านอาหารธีมโปเกมอนอย่างร้านโอนิกิริของพิคาชู และร้านป๊อปคอร์นของคาบิกอน กินเพลิน ช้อปสนุก!

เครื่องเล่นเด็ดในโปเกพาร์ก คันโต

นอกจากโซนเดินเล่น ยังมีเครื่องเล่นสุดฮิต เช่น “ปิก้า ปิก้า พาราไดซ์” (Pika Pika Paradise) เครื่องเล่นธีมพิคาชู ขับเคลื่อนด้วย “พลังงานไฟฟ้าจากโปเกมอน” สนุกสุดเหวี่ยง! Vee Vee Voyage ม้าหมุนกับโปเกมอนยอดนิยมอย่างราพิแดชและอีวุย Sedge Gym สำหรับโชว์และอีเวนต์ประจำวัน และ Pokemon Playhouse พบปะโปเกมอนตัวจริง พาเหรดสุดอลังการ รับรองฟินจนลืมไม่ลง

ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรกในโตเกียว ด้วยระบบตั๋วที่หลากหลาย ตั๋ว Ace Trainer’s Pass ราคา 14,000 เยน (ราว 2,845 บาท) พรีเมียมสุด รวมทุกโซน เครื่องเล่น และที่นั่งจองแสดง แพงกว่า Tokyo Disneyland (7,900 เยน) หรือ USJ (8,900 เยน) แต่คุ้มค่า! Trainer’s Pass เริ่ม 7,900 เยน เข้าอุทยาน จ่ายเพิ่มเครื่องเล่น จองแสดงล่วงหน้า Town Pass 4,700 เยน เข้าแค่ Sedge Town เริ่มขายพฤษภาคม และทุกตั๋วเข้าพื้นที่อื่นโยมิอูริแลนด์ได้

  • ข้อควรรู้: โซน Pokemon Forest ลาดชัน บันได 110 ขั้น ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี หรือผู้เดินไม่ไหว แม้มีผู้ใหญ่ดูแล ห้ามรถเข็นเด็ก/วีลแชร์ เพื่อความปลอดภัย
  • ตั๋วญี่ปุ่นสุ่มล่วงหน้า นักท่องเที่ยวต่างชาติมาก่อนได้ก่อน

ประวัติโปเกมอนเริ่มจากเกม Game Boy ปี 1996 แรงบันดาลใจจากการล่าสัตว์เด็กญี่ปุ่น กลายเป็นปรากฏการณ์โลก อนิเมะ การ์ด Pokemon Go ตอนนี้ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรกในโตเกียว ท่ามกลางท่องเที่ยวพุ่งสูงปี 2025 แม้จีนลดลงจากดราม่าทูต USJ โอซาก้าก็จะเพิ่มโปเกมอนด้วย แสดงถึงความนิยมที่ยังแรง!

ถ้าคุณเป็นแฟนโปเกมอนตัวยง อย่ารอช้า รีบวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น ซื้อตั๋วล่วงหน้าไปสัมผัสประสบการณ์เทรนเนอร์ตัวจริงที่ โปเกพาร์ก คันโต สนุกสุดๆ แน่นอน! หรือถ้ายังไม่ไป ลองเล่น Pokemon Go รอไปก่อน แต่เชื่อเถอะ สวนสนุกจริงๆ มันต่างกันเยอะ

ที่มา – ญี่ปุ่นเปิด “โปเกพาร์ก คันโต” สวนสนุกโปเกมอนถาวรแห่งแรกในโตเกียว

หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่เผยเสียงตอบรับดี นโยบายเลือกตั้ง 2569

ใกล้เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง 2569 แล้วนะครับ วันนี้เรามีข่าวเด่นจาก หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่เผยเสียงตอบรับดี ย้ำนโยบายเลือกตั้ง 2569 การศึกษายาแก้จน กันเลย ดร.เอ้ หรือนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่กรุงเทพฯ เข้มข้นมาก ประชาชนให้การตอบรับดีสุดๆ โดยเฉพาะนโยบายการศึกษาที่ถูกมองว่าเป็นยาแก้จนตัวจริง!

หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่เผยเสียงตอบรับดี ย้ำนโยบายเลือกตั้ง 2569 การศึกษายาแก้จน

เช้าวันที่ 5 ก.พ. 2569 ดร.เอ้เริ่มต้นวันด้วยการหาเสียงที่ตลาดเช้าเคหะทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่-จตุจักร บรรยากาศคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าตลาดสดออกมาต้อนรับเพียบ ทุกคนทักทาย ถ่ายรูปเซลฟี่กันอย่างเป็นกันเอง จากนั้นก็แวะโรงเรียนเคหะทุ่งสองห้องวิทยา 1 พูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครอง ก่อนต่อที่ตลาดประชานิเวศน์ 1 ช่วยนายชญาพัฒน์ โปร่งปรีชา ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 กระแสดีมาก ดร.เอ้บอกเองเลยว่า “เดินตลาดเช้าทุกวัน พ่อค้าแม่ค้าดีใจที่ได้เจอตัวจริง หลายคนบอกเลือกอยู่แล้ว”

ดร.เอ้ หาเสียงตลาดเช้า

ทางด้านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกฯ และประธานพรรค ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ลงช่วยนายกานต์ กิตติอำพน ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 ที่ตลาดเก่าเยาวราช ประชาชนแห่ต้อนรับ บอกอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจใหม่ๆ คุณหญิงกัลยาก็ย้ำหนักแน่นว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษา หากเลือกของเดิม ประเทศไม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน จากนั้นเดินต่อไปสำเพ็ง พบคุณยายแป๋ววัย 78 ขายขนมรถเข็น กอดร้องไห้ อวยพรให้เข้าไปทำงานในสภา น้ำใจแบบนี้ทำให้หาเสียงมีพลังมาก!

นโยบายเด่น: การศึกษายาแก้จนและช่วยเหลือเศรษฐกิจฐานราก

ประชาชนหลายคนสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ การค้าขายติดขัด พรรคไทยก้าวใหม่มีนโยบายชัดเจนช่วยผู้ค้าอิสระและ SME ด้วย

  • กองทุนช่วยเหลือ 20,000 บาท ต่อลมหายใจ ใช้บัตรประชาชนใบเดียว เงื่อนไขเป็นธรรม
  • เปลี่ยนหนี้นอกระบบให้เป็นเงินที่ “หายใจได้” ทำให้เศรษฐกิจฐานรากหมุนต่อ
  • นโยบายการศึกษายาแก้จน ลงทุนพัฒนาการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความจนยั่งยืน ทำได้จริง ทำได้ทันที

นอกจากนี้ นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ยังนำทีมหาเสียงย่านห้วยขวาง-วังทองหลาง ชูลงทุนการศึกษาแก้ปากท้องระยะยาว ในช่วงโค้งสุดท้าย ดร.เอ้เตือนเรื่องการสาดโคลนที่เกิดขึ้นทุกเลือกตั้ง 20 ปีมานี้ ประชาชนเบื่อแล้ว ถ้าเลือกแบบเดิม ประเทศถอยหลัง พรรคไทยก้าวใหม่คือพรรครุ่นใหม่ มืออาชีพ ทำงานจริง โดยเฉพาะการศึกษา รับรองไม่ผิดหวัง

คุณหญิงกัลยา หาเสียงเยาวราช

ส่วนประเด็นเลขาคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) พูดว่าไม่เชื่อมั่นอย่าไปโหวต ดร.เอ้มองบวก ทำให้คนสนใจไปโหวต 8 ก.พ. 2569 มากขึ้น เชิญชวนทุกคนไปใช้สิทธิ เพราะกำหนดอนาคตตัวเองและลูกหลาน และเชื่อมั่นว่ากกต.จะโปร่งใส ตรวจสอบได้

สรุปแล้ว หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่เผยเสียงตอบรับดี ย้ำนโยบายเลือกตั้ง 2569 การศึกษายาแก้จน แบบนี้ ทำให้เห็นว่าพรรคนี้จริงจังกับปัญหาปากท้องและการศึกษา น่าจะเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับคนไทย ถ้าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจริงๆ ลองพิจารณาโหวตพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 กันดูนะครับ

คุณคิดยังไงกับนโยบายนี้? อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ไปโหวตกันเยอะๆ เลย!

ที่มา – หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่เผยเสียงตอบรับดี ย้ำนโยบายเลือกตั้ง 2569 การศึกษายาแก้จน

“พิชัย” ยัน นโยบายเศรษฐีเงินล้าน รัฐได้ภาษีเพิ่ม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาคุยกันแบบชิลๆ เกี่ยวกับ นโยบายเศรษฐีเงินล้าน ที่กำลังเป็นกระแสแรงมากในวงการการเมืองไทย โดยเฉพาะคำยืนยันจาก “พิชัย” นริพทะพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาชี้แจงชัดๆ ว่ามันช่วยให้รัฐบาลเก็บภาษีเพิ่มได้จริง แถมยังดีกว่าหวยใบเสร็จที่ใช้เงินงบประมาณมหาศาลอีกด้วย ถ้าคุณกำลังสงสัยว่านโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้ยังไง มาอ่านกันเลยครับ!

นโยบายเศรษฐีเงินล้าน

นายพิชัยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ Channel News Asia เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานพรรคเพื่อไทย โดยย้ำว่าถึงเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวดีในภาพรวม เช่น ส่งออกปี 2568 โตถึง 12.93% และการลงทุน BOI พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.87 ล้านล้านบาท แต่ประชาชนยังรู้สึกหนักใจเพราะหนี้ครัวเรือนพุ่งเกือบ 90% ของ GDP ดังนั้น นโยบายเศรษฐีเงินล้าน ที่สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน จึงเป็นกลยุทธ์ฉลาดในการกระตุ้นการใช้จ่ายและเก็บภาษี VAT เพิ่มขึ้น 15-20% ต่อปี โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษี เหมือนที่ไต้หวันทำสำเร็จ

เทียบกับนโยบายหวยใบเสร็จของพรรคอื่นที่ต้องใช้งบประมาณเยอะมาก แต่คนอาจไม่ค่อยเข้าใจ พิชัยชี้ว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้าน นี้ประชาชนเข้าใจง่าย โดนใจทันที เพราะใครๆ ก็อยากลุ้นรวยวันละล้าน!

ประโยชน์ของนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ต่อเศรษฐกิจไทย

นอกจากช่วยเก็บภาษีแล้ว นโยบายนี้ยังเชื่อมโยงกับการแก้หนี้ 5 กลุ่มประชาชน เช่น ลูกหนี้รายย่อย SME เกษตรกร ฯลฯ ถ้าแก้หนี้ได้ เศรษฐกิจจะโตกระฉูดจากการส่งออกและลงทุนที่กำลังพุ่งต่อเนื่อง พิชัยมั่นใจว่าถ้าทำต่อเนื่องหลายปี เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแน่นอน

ส่วนค่าจ้างแรงงานที่หลายคนกังวล พรรคเพื่อไทยมีแผนชัด สร้างอุตสาหกรรมมูลค่าสูงให้ไทยเป็นฮับ เช่น:

  • Semiconductors (ชิปเซมิคอนดักเตอร์)
  • PCB และ Electronics
  • EV (รถยนต์ไฟฟ้า)
  • พลังงานสะอาด
  • Data Center และ AI

พออุตสาหกรรมเหล่านี้โต ค่าจ้างจะขึ้นเองตามธรรมชาติ ไทยจะกลายเป็นประเทศรายได้สูง ประชาชนมีรายได้พุ่งปรี๊ด!

พิชัยยันเจรจาสำเร็จ ลดภาษีทรัมป์เหลือ 19%

อีกประเด็นสำคัญ พิชัยยืนยันว่ารัฐบาลเพื่อไทยเคยเจรจาลดภาษีทรัมป์จาก 36% เหลือ 19% เท่าคู่แข่ง ทำให้ส่งออกยังโต เดือน ก.ย. +19% ธ.ค. +16.8% ทั้งปีโต 12.93% ต่อจากปีก่อน +5.4% ขอบคุณข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ที่เหนื่อยมาก โดยเฉพาะที่พิชัยพบ USTR Jamieson Greer ถึง 2 ครั้ง และส.ส.สหรัฐหลายคน

ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐดีมาก พรรคเพื่อไทยมั่นใจเจรจาต่อได้ ลดภาษีลงอีก แถมเคยสำเร็จกับ EFTA แล้ว พิชัยแปลกใจที่ รมว.พาณิชย์ปัจจุบันไปสหรัฐแต่ไม่เจอ USTR หรือไปยุโรปแต่ไม่เจอ EU Commissioner on Trade อย่าง Maros Sejkovic ที่ตัวเองเคยเจอมา

สรุปแล้ว นโยบายเศรษฐีเงินล้าน ไม่ใช่แค่นโยบายลุ้นรวย แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจจริงจัง ช่วยเก็บภาษี แก้หนี้ สร้างงานคุณภาพสูง ในมุมผม นี่คือไอเดียเจ๋งที่ตอบโจทย์คนไทยยุคนี้ ถ้าปรับใช้ได้ดี เศรษฐกิจไทยพุ่งแน่! คุณล่ะคิดยังไง ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันนะครับ จะได้ช่วยกันผลักดันนโยบายดีๆ แบบนี้

ที่มา – “พิชัย” ยัน นโยบายเศรษฐีเงินล้าน รัฐได้ภาษีเพิ่ม ชี้หวยใบเสร็จใช้เงินมากกว่า

พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา ร้องกกต.

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองที่กำลังเป็นกระแส พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยในพื้นที่กาญจนบุรี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการหาเสียงเลือกตั้งที่เข้มข้น โดยมีมติจากกก.บห.พรรคเพื่อไทยให้ร้องเรียนกกต.เพื่อเอาผิดตามกฎหมายเลือกตั้งทันที

พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยฝ่ายกฎหมาย ได้ควงทีม พนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัครส.ส.กาญจนบุรี เขต 5, นายอานนท์ ถนอมวงษ์ หรือ สจ.ตูน อดีตส.อบจ.กาญจนบุรี เขต 2 และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มาจัดแถลงข่าวที่ทำการพรรคเพื่อไทย คลิปเสียงดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย มีเนื้อหาพูดถึงการประกาศศักดาว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้ตั้งรัฐบาลแน่นอน พรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายค้าน ชาวบ้านเลือกแล้วจะไม่ได้งบประมาณ และด่าพรรคภูมิใจไทยว่าใจดำมาก

พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา

นายพนมเล่าว่า คลิปนี้ทำให้ตัวเขาและพรรคเสียหายหนัก เพราะมีชาวบ้านโทรมาถามว่าถ้าเลือกเพื่อไทยจริงๆ จะไม่ได้งบลงพื้นที่เหรอ? มันกระทบคะแนนนิยมชัดเจน ผู้สนับสนุนอาจเปลี่ยนใจไปเลือกคนในคลิปแทน ที่แย่กว่านั้น คู่กรณียังไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตัวเอง แต่เป็น AI สร้างขึ้น ทำให้ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยกุเรื่องหาเสียง

มติ กก.บห.เพื่อไทยร้อง กกต. เอาผิด กม.เลือกตั้ง

สจ.ตูน หรือนายอานนท์ คือคนอัดคลิปเอง! เขาบอกว่าเหตุการณ์เกิดเมื่อ 22 ธันวาคม 2568 ขณะอยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายกอบต.ปิล๊อก มีโทรศัพท์จากเบอร์ที่รู้จักโทรมา ชวนคุย แต่เพราะก่อนหน้ามีข่าวข่มขู่กัน เลยแอบอัดไว้ป้องกันตัว คลิปนี้ยาวชัดเจน นายปรีชายืนยันว่าเป็นเสียงของนายศักดิ์ดา เจ้าของคลิป แต่เจ้าตัวปฏิเสธ

นายชูศักดิ์สรุปว่า คลิปเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา เช่น

  • มาตรา 73: ใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครด้วยเท็จ
  • สัญญาทางการเลือกตั้งว่าจะให้ประโยชน์
  • ทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมพรรค

ที่ประชุมกก.บห.พรรคเพื่อไทยเมื่อ 4 ก.พ. มีมติชัดเจนให้ร้องกกต.ไต่สวนเอาผิด โดยมอบหมายนายนรวิชญ์ไปยื่นเรื่องเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน นอกจากนี้ ยังอาจโยงไปถึงพรรคต้นสังกัด เพราะรู้ว่าสมาชิกทำผิด และเนื้อหาอาจหมิ่นเหมาฐึงมาตรา 112 ทางพรรคกำลังพิจารณาเพิ่ม

แถลงข่าว พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิป

พนมยืนยันไม่กลัว เพราะทำดีเพื่อประชาชน สจ.ตูนยอมรับกลัวแต่ยึดความถูกต้องไว้ก่อน ชาวบ้านในพื้นที่กาญจนบุรีต่างตกใจกับคลิปนี้ บางคนกังวลเรื่องงบประมาณจริงๆ เหตุการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งยังเต็มไปด้วยเกมสกปรก การใช้ AI สร้างคลิปปลอมหรือข่มขู่แบบนี้ ต้องถูกจัดการเพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ใหญ่กว่า การหาเสียงต้องโปร่งใส ไม่ใช่ใส่ร้ายกันเอง ถ้าปล่อยไว้ การเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่ยุติธรรมต่อประชาชน พรรคเพื่อไทยทำถูกแล้วที่ร้องกกต. หวังว่าจะมีบทเรียนให้ทุกพรรค

คุณคิดอย่างไรกับเรื่อง พนม-สจ.ตูน เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “พนม-สจ.ตูน” เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา มติ กก.บห.เพื่อไทยร้อง กกต. เอาผิด กม.เลือกตั้ง

คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่

คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่

ในโลกฟุตบอลที่เต็มไปด้วยการแข่งขันดุเดือด การก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ถือเป็นฝันของนักเตะทุกคน แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้นมีความกดดันมหาศาลที่รออยู่ Josh King กองกลางของฟูแล่ม และ Theo Walcott อดีตปีกทีมชาติอังกฤษ ได้มาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในรายการสัมภาษณ์ของ BBC เกี่ยวกับ คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวข้อที่นักเตะเยาวชนหลายคนกำลังเผชิญ

คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่: เรื่องราวจากสนามจริง

Josh King ที่ปัจจุบันเล่นให้ฟูแล่ม เล่าถึงจุดเริ่มต้นของตัวเองที่ต้องดิ้นรนเพื่อโอกาสในทีมชุดใหญ่ เขาเคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการถูกยืมตัวไปทีมเล็กๆ และต้องพิสูจน์ตัวเองทุกนัด “แรงกดดันมันหนักมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณรู้ว่าทุกคนจับตาดู” King กล่าว ส่วน Theo Walcott ที่เคยแจ้งเกิดกับอาร์เซน่อลตั้งแต่อายุยังน้อย เปิดใจว่าการถูกคาดหวังจากสื่อและแฟนบอลทำให้เขาต้องปรับตัวอย่างหนัก “คุณต้องเรียนรู้ที่จะไม่กลัวความล้มเหลว” Walcott แนะนำ

ทั้งสองคนเน้นย้ำว่า คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องผลงานในสนาม แต่รวมถึงการจัดการจิตใจและชีวิตนอกสนามด้วย King พูดถึงการสูญเสียความมั่นใจหลังจากพลาดโอกาสสำคัญ ขณะที่ Walcott แบ่งปันเคล็ดลับในการสร้างวินัยส่วนตัว เช่น การฝึกซ้อมพิเศษและการพักผ่อนให้เพียงพอ

แรงกดดันหลักที่คิงและวอลค็อตต์เผชิญ

  • ความคาดหวังจากโค้ชและทีมเมท: ทุกการซ้อมต้องเพอร์เฟกต์เพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง
  • สื่อและแฟนบอล: ข่าวลือและวิจารณ์ที่ตามมาทันทีหลังเกม
  • การแข่งขันจากนักเตะใหม่: เยาวชนรุ่นใหม่ที่พร้อมแย่งชิงทุกเมื่อ
  • แรงกดดันจากครอบครัว: ความหวังที่ญาติพี่น้องฝากไว้

จากประสบการณ์เหล่านี้ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับนักเตะรุ่นใหม่ที่อยากรู้จัก คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่ Walcott ยังเล่าถึงช่วงที่เขาเดบิวต์กับทีมชาตอังกฤษตอนอายุ 17 ปี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเติบโตอย่างรวดเร็ว “ผมเรียนรู้ว่าความกดดันคือโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง” เขากล่าว

บทเรียนจากคิงและวอลค็อตต์: วิธีรับมือแรงกดดันทีมชุดใหญ่

นอกจากแชร์เรื่องราวแล้ว ทั้งสองยังให้คำแนะนำ实用มากมาย สำหรับ King การสื่อสารกับโค้ชเป็นกุญแจสำคัญ “อย่ากลัวที่จะถามและขอคำปรึกษา” ส่วน Walcott ย้ำถึงความสำคัญของทีมงานรอบตัว เช่น นักจิตวิทยากีฬาและเพื่อนฝูงที่เข้าใจอาชีพนี้ พวกเขายังพูดถึงการรักษาสมดุลชีวิต โดย Walcott แนะนำให้มีงานอดิเรกนอกฟุตบอลเพื่อคลายเครียด

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ แรงกดดันเหล่านี้ช่วยหล่อหลอมนักเตะให้แข็งแกร่งขึ้น หากจัดการได้ดี นักเตะอย่าง King และ Walcott ก็พิสูจน์แล้วว่าสามารถประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีกและทีมชาติได้ สัมภาษณ์นี้ยังเชื่อมโยงกับข่าวฟูแล่มล่าสุด ที่ King กำลังมีบทบาทสำคัญในทีม

สำหรับแฟนฟุตบอลไทยที่ติดตามพรีเมียร์ลีก การฟังเรื่องราว คิงและวอลค็อตต์กับแรงกดดันทีมชุดใหญ่ จะช่วยให้เข้าใจเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของนักเตะดังได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ทางจิตใจหรือกลยุทธ์ในการเอาชนะอุปสรรค

เคล็ดลับเพิ่มเติมจากสัมภาษณ์

  • ตั้งเป้าหมายระยะสั้นเพื่อลดความกดดัน
  • ฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความมั่นใจ
  • เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น
  • รักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรงเสมอ

สุดท้ายนี้ แรงกดดันคือส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่ความสำเร็จในฟุตบอล ถ้าคุณเป็นนักเตะเยาวชนหรือแฟนบอล ลองนำบทเรียนจากคิงและวอลค็อตต์ไปปรับใช้ดู แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ชมสัมภาษณ์เต็มได้ที่ BBC iPlayer เพื่อรับแรงบันดาลใจเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม.

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับวันเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งใหม่ในปี 2569 ที่กำลังจะเป็นโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง “เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม. อย่างจริงจัง หลังจากที่อาการป่วยของนายพงศ์พล เตมีย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “เกม” ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 7 (ดุสิต-บางซื่อ) พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 1 ดีขึ้นตามที่แพทย์อนุญาต ทำให้สามารถเร่งลงพื้นที่หาเสียงต่อเนื่องได้เต็มที่ ชาวเขต 7 ที่กำลังรอคอยการเมืองที่สุจริตและจริงใจ คงต้องไม่พลาดที่จะติดตามความเคลื่อนไหวครั้งนี้

“เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา “เกม พงศ์พล” ได้กลับมาลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มพลัง โดยเริ่มต้นช่วงเช้าที่หน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ กรุงเทพฯ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความหวังจากประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด การลงพื้นที่ครั้งนี้เน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดย “เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม. เพื่อมาสานต่อแนวคิดที่ว่า “การส่งเสริมการศึกษาไม่ควรเป็นภาระของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง” การเรียนฟรีต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง ทำให้มีการศึกษาแล้วไม่อับจน และไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นี่คือจุดยืนที่ชัดเจนของพรรคสีฟ้า ที่ยืนอยู่ข้างประชาชนและคำนึงถึงอนาคตของลูกหลานเป็นอันดับแรก

นโยบายเด่นที่ตอบโจทย์ชาวเขต 7 กรุงเทพฯ

หลังจากนั้น “เกม พงศ์พล” ได้ต่อยอดการหาเสียงที่บริเวณห้างซูพรีม ซึ่งเป็นจุดที่ไม่ได้มาเยือนหลายวัน แต่ครั้งนี้พร้อมทั้งพลังใจและพลังกายล้นเหลือ ได้พูดคุย รับฟังทุกปัญหา และนำเสนอนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ออกแบบให้ทันสมัย ตอบโจทย์สถานการณ์จริงทั้งในเขต 7 และทั่วประเทศ นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมหลายด้านที่ชาวเขตดุสิต-บางซื่อกำลังเผชิญ เช่น

  • การศึกษาและเยาวชน: เรียนฟรีจริง 100% ลดภาระครอบครัว สร้างโอกาสเท่าเทียม
  • เศรษฐกิจชุมชน: สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น พัฒนาตลาดและห้างสรรพสินค้าให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
  • สาธารณสุข: เพิ่มศูนย์สุขภาพชุมชน ลดเวลารอคอยการรักษา โดยเฉพาะหลังโควิด
  • การคมนาคม: แก้ปัญหาจราจรติดขัดในย่านดุสิต-บางซื่อ สร้างระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ
  • การเมืองสุจริต: ตรวจสอบได้ ใกล้ชิดประชาชน ทำงานจริง ไม่ใช่แค่พูด

เขต 7 กรุงเทพมหานคร ซึ่งครอบคลุมดุสิตและบางซื่อ เป็นพื้นที่ที่มีทั้งย่านราชการ โรงเรียนดัง ห้างสรรพสินค้า และชุมชนเก่าแก่ ปัญหาหลักคือการจราจรหนาแน่น ค่าครองชีพสูง และการเข้าถึงบริการสาธารณะที่ยังไม่ทั่วถึง “เกม พงศ์พล” เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และความทุ่มเท จะสามารถนำพาเขตนี้กลับมาเป็นสีฟ้าของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ด้วยการเมืองที่สุจริต จริงใจ และทำได้จริง

ไม่เพียงแค่นั้น ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ “เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม. ยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการทำงานที่ใกล้ชิดประชาชน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หากได้โอกาสเป็นตัวแทน จะผลักดันงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สวนสาธารณะใหม่ ถนนกว้างขึ้น และศูนย์ฝึกอาชีพสำหรับเยาวชน นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังมีแผนเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้ SME ในพื้นที่เติบโต สอดคล้องกับยุค Thailand 4.0

ชาวเขต 7 ที่เคยประสบปัญหาการเมืองเก่าๆ ที่ไม่โปร่งใส คงเห็นด้วยว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว การเลือก “เกม พงศ์พล” หมายเลข 1 คือการลงทุนในอนาคตที่มั่นคง

สุดท้ายนี้ หากคุณเป็นชาวเขต 7 กรุงเทพฯ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สนับสนุน “เกม พงศ์พล” เพื่อการเมืองที่สุจริตและพัฒนาที่ยั่งยืน ลงคะแนนหมายเลข 1 พรรคประชาธิปัตย์ แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง!

ที่มา – “เกม พงศ์พล” ขอคะแนนเลือกตั้ง 2569 ชาวเขต 7 กทม. เอาการเมืองสุจริต จริงใจ ทำได้