วัน: 5 กุมภาพันธ์ 2026

สพฐ. สั่งย้ายครูลงโทษ นร. ลุกนั่ง 800 ครั้ง

เหตุการณ์สพฐ. สั่งย้ายครูลงโทษ นร. ลุกนั่ง 800 ครั้งกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการศึกษาไทย หลังจากมีข่าวครูโรงเรียนในจังหวัดลพบุรีสั่งให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาลุกนั่งจำนวนมากถึง 800 ครั้ง จนกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย สพฐ. ไม่รอช้า รีบตั้งกรรมการสอบสวนด่วนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและปกป้องสิทธิเด็กนักเรียน

สพฐ. สั่งย้ายครูลงโทษ นร. ลุกนั่ง 800 ครั้ง

ตามรายงานเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับแจ้งจากสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวทันที จึงมอบหมายให้คณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาลพบุรี (สพม.ลพบุรี) ซึ่งเป็นต้นสังกัดโรงเรียน พบว่ามีการลงโทษจริง จึงมีคำสั่งย้ายครูคนดังกล่าวมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานเขตชั่วคราว จนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น

ขั้นตอนการสอบสวนจากสพฐ.

สพฐ. ยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่ายอย่างครบถ้วน รายงานผลภายใน 7 วัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม สั่งกำชับโรงเรียนทุกแห่งให้ยึดแนวปฏิบัติการลงโทษนักเรียนตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ โดยคำนึงถึงสุขภาพกายและใจของเด็กเป็นหลัก การลงโทษแบบนี้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย และอาจกระทบจิตใจนักเรียนในระยะยาว

เหตุการณ์นี้จุดประกายให้สังคมตั้งคำถามถึงวิธีการลงโทษในโรงเรียนไทย บางครั้งครูอาจตั้งใจดีเพื่อฝึกวินัย แต่หากเกินขอบเขตอาจกลายเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่กำหนดให้การลงโทษต้องเหมาะสม ไม่รุนแรง และส่งเสริมการเรียนรู้

ผลกระทบจากการลงโทษนักเรียนแบบสุดโต่ง

  • สุขภาพกาย: ลุกนั่ง 800 ครั้ง ใช้เวลานานหลายชั่วโมง เสี่ยงปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่ออักเสบ หรือหมดแรงเฉียบพลัน
  • สุขภาพจิต: นักเรียนอาจรู้สึกอับอาย หวาดกลัว ส่งผลต่อสมาธิการเรียนและพัฒนาการทางอารมณ์
  • ภาพลักษณ์โรงเรียน: ข่าวลือแพร่กระจาย ทำให้ผู้ปกครองไม่เชื่อมั่น

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาชี้ว่า ควรใช้วิธีลงโทษเชิงบวก เช่น การให้คำปรึกษา งานบริการชุมชน หรือกิจกรรมเสริมสร้างวินัย แทนการลงโทษทางกาย สพฐ. จึงเร่งอบรมครูทั่วประเทศเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันในอดีต เช่น ครูสั่งนักเรียนวิ่งรอบสนามจนหมดแรง หรือยืนตากแดดนานๆ ซึ่งมักจบด้วยการสอบสวนและย้ายตำแหน่ง เหตุการณ์สพฐ. สั่งย้ายครูลงโทษ นร. ลุกนั่ง 800 ครั้งจึงเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญ

ในมุมมองของผู้เขียน การศึกษาควรเน้นสร้างแรงจูงใจมากกว่ากลัวเกรง ครูคือแบบอย่าง หากใช้วิธีถูกต้องจะช่วยพัฒนาเด็กไทยให้เข้มแข็ง หากคุณเป็นผู้ปกครองหรือครู ลองแชร์ประสบการณ์การลงโทษที่เหมาะสมในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อแลกเปลี่ยนไอเดียกันนะครับ สนับสนุนให้ติดตามข่าวการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – สพฐ. สั่งย้ายครูลงโทษ นร. ลุกนั่ง 800 ครั้ง ตั้งกรรมการสอบด่วน รายงานผลใน 7 วัน

“แอร์กัมพูชา” สั่งซื้อโบอิ้ง 737 MAX 10 ลำ

“แอร์กัมพูชา” สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ล็อตแรก 10 ลำ ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว สายการบินน้องใหม่แห่งชาติกำพูชานี้เพิ่งปิดดีลสุดยิ่งใหญ่กับยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกา บริษัทโบอิ้ง ซึ่งจะช่วยยกระดับฝูงบินและขยายเส้นทางบินให้ครอบคลุมมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

“แอร์กัมพูชา” สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ล็อตแรก 10 ลำ

ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัทโบอิ้งได้ประกาศอย่างเป็นทางการในงานสิงคโปร์ แอร์โชว์ ว่าสายการบินแอร์กัมพูชาได้ทำสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินรุ่น 737-8 MAX จำนวนทั้งสิ้น 20 ลำ โดยเริ่มจากล็อตแรก 10 ลำที่เซ็นสัญญาไปเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ และมีตัวเลือกเพิ่มอีก 10 ลำตามหลัง ดีลนี้ถือเป็นการสั่งซื้อเครื่องบินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอร์กัมพูชา และเป็นครั้งแรกที่สายการบินนี้หันมาซื้อเครื่องบินจากโบอิ้ง

นายแบรด แมคมัลเลน รองประธานอาวุโสฝ่ายการขายและการตลาดเครื่องบินพาณิชย์ของโบอิ้ง กล่าวแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับแอร์กัมพูชาเป็นลูกค้าใหม่ของตระกูล 737 MAX พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในกัมพูชาและภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 และเพิ่งสรุปอย่างเป็นทางการในงานแสดงสินค้าอากาศยานชั้นนำของเอเชีย

ประโยชน์ที่แอร์กัมพูชาจะได้รับจาก Boeing 737 MAX

ทางฝั่งแอร์กัมพูชาเองก็มองว่าการเพิ่มเครื่องบิน 737 MAX เข้าสู่ฝูงบินจะช่วยทั้งแทนที่เครื่องบินรุ่นเก่าและขยายเครือข่ายเส้นทางบิน โดยเฉพาะเส้นทางที่มีความต้องการสูงในเอเชีย เครื่องบินรุ่นนี้มีจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่าเดิมถึง 20% ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสามารถบินได้ไกลถึง 6,480 กิโลเมตร รองรับผู้โดยสารสูงสุด 178 คน เหมาะสำหรับเที่ยวบินระยะกลางที่กำลังมาแรง

  • ความจุผู้โดยสาร: สูงสุด 178 ที่นั่ง
  • พิสัยการบิน: 6,480 กม.
  • ประหยัดเชื้อเพลิง: ลดลง 20% เมื่อเทียบรุ่นเก่า
  • ลดมลพิษ: ลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน แอร์กัมพูชามีฝูงบินเพียง 6 ลำ ให้บริการเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น เวียดนาม อินเดีย ไทย จีน ญี่ปุ่น และฮ่องกง การเพิ่ม 737 MAX จะช่วยตอบสนองความต้องการเดินทางที่พุ่งสูงหลังโควิด-19 โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจในภูมิภาค

บริบททางการค้าและการเจรจาของกัมพูชา

นอกจากนี้ ดีลนี้ยังเป็นผลพวงจากการเจรจาทางการค้าของรัฐบาลกัมพูชากับสหรัฐฯ ที่ช่วยลดอัตราภาษีตอบโต้จากเดิม 49% ลงมาอยู่ที่ 36% และล่าสุดเหลือเพียง 19% ทำให้การซื้อขายสินค้าระหว่างสองประเทศราบรื่นยิ่งขึ้น สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและการบินที่ฟื้นตัว

ที่น่าสนใจคือ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 กันยายน แอร์กัมพูชาเพิ่งเซ็นบันทึกความเข้าใจกับ COMAC ของจีน เพื่อซื้อเครื่องบิน C909 จำนวน 20 ลำ โดยยืนยันคำสั่งซื้อ 10 ลำแล้ว รุ่นนี้เหมาะสำหรับเส้นทางสั้น รองรับผู้โดยสาร 78-97 คน พิสัย 2,225-3,700 กม. แสดงให้เห็นว่าสายการบินกำลังกระจายความเสี่ยงและเลือกเครื่องบินที่เหมาะกับแต่ละเซกเมนต์

การขยายตัวของแอร์กัมพูชาในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับการแข่งขันในตลาดการบินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจกัมพูชาที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤต หากคุณเป็นนักเดินทางหรือนักลงทุนในอุตสาหกรรมการบิน ควรจับตาดูการพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ ที่แอร์กัมพูชาจะเปิดในอนาคต เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของฮับการบินใหม่ในภูมิภาค

ติดตามข่าวสารการบินและเทคโนโลยีล่าสุดได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – “แอร์กัมพูชา” สั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ล็อตแรก 10 ลำ ปิดดีลใหญ่สุดสำหรับสายการบินน้องใหม่

กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตที่ติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด วันนี้เรามีเรื่องสำคัญที่ กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569 มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ ใครที่กำลังสนใจการเมืองไทยช่วงใกล้เลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ห้ามพลาดเด็ดขาด!

กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569

เช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ กำชับให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง (กบห.) และกรรมการบริหารพรรคทุกพรรค ต้องควบคุมและกำกับดูแลสมาชิกพรรค รวมถึงผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคให้เคร่งครัด ไม่ให้กระทำการใดๆ ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม

พูดง่ายๆ เลยนะครับ คือ กกต. กำลังบอกว่าช่วงใกล้เลือกตั้ง 2569 ทุกพรรคต้องเข้มงวดกับลูกทีมตัวเอง ถ้าพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ว่าจะซื้อสิทธิ์ขายเสียง แจกของ จ้างวาน หรืออะไรที่ขัดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ข้อบังคับ หรือระเบียบของ กกต. โทษหนักมาก!

โทษหนักเว้นวรรคการเมือง 20 ปี หากไม่คุมสมาชิก

ถ้า กบห. พรรคละเลย ไม่ทำหน้าที่ควบคุม จะถือว่าฝ่าฝืนโดยตรง ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดพ้นจากตำแหน่งทันที แถมยังห้ามมิให้บุคคลเหล่านั้นดำรงตำแหน่งใดๆ ในพรรคการเมืองเป็นเวลา 20 ปี นับแต่วันพ้นตำแหน่ง นอกจากนี้ยังห้ามยุ่งเกี่ยวกิจกรรมพรรค ห้ามก้าวก่าย แทรกแซง และห้ามมีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัคร ส.ส. หรือตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ด้วย

  • พ้นตำแหน่งทั้งคณะ: กบห. ทุกคนในพรรคนั้น bye bye
  • เว้นวรรค 20 ปี: ห้ามยุ่งการเมืองในพรรคไปเลย 20 ปีเต็ม
  • ห้ามแทรกแซง: ไม่ให้ก้าวก่ายกิจกรรมพรรคหรือช่วยสรรหาผู้สมัคร
  • ผลกระทบพรรค: พรรคอาจอ่อนแอลงเพราะขาดผู้นำชั่วคราว

เห็นภาพชัดเลยใช่ไหมครับ มาตรการนี้เข้มข้นมาก เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคปล่อยปละละเลย จนเกิดทุจริตเลือกตั้งแบบในอดีต

เหตุผลที่ กกต. ออกมาตรการนี้

กกต. หวังให้สมาชิกและผู้บริหารพรรคทุกคนยึดกฎหมาย ระเบียบ ประกาศอย่างเคร่งครัด เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่ได้เต็มที่ เป็นสถาบันทางการเมืองที่แข็งแกร่ง สนับสนุนการพัฒนาประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสำคัญที่สุดคือทำให้การเลือกตั้ง 2569 เป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม ชอบด้วยกฎหมาย

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่องนี้เป็นสัญญาณดีมาก เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมาเรามักเจอข่าวฉาวเรื่องทุจริตบ่อยๆ ถ้าทุกพรรคจริงจังกับการควบคุมสมาชิก ก็น่าจะลดปัญหาได้เยอะ ช่วยยกระดับการเมืองไทยให้โปร่งใสขึ้น ลองนึกภาพเลือกตั้งที่ทุกคนเล่นตามกติกา สนุกและยุติธรรมแค่ไหน

แต่ก็ต้องติดตามดูว่า กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569 แบบนี้ พรรคการเมืองจะปฏิบัติตามจริงหรือเปล่า หรือจะมีใครพลาดโดนโทษหนัก 20 ปี? ช่วงนี้พรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย พปชร. ก้าวไกล ต้องระวังตัวเป็นพิเศษเลย

เพื่อเสริม SEO และให้เพื่อนๆ เข้าใจง่าย ลองดูตัวอย่างพฤติกรรมที่เสี่ยง:

  • แจกเงิน แจกของให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
  • ใช้โซเชียลมีเดียโจมตีคู่แข่งแบบเท็จ
  • จ้างคนไปลงคะแนนหรือข่มขู่
  • ทุจริตในการหาผู้สมัคร

สรุปแล้ว มาตรการนี้คือการเตือนล่วงหน้าให้ทุกฝ่ายเตรียมตัวให้พร้อม ผมเชื่อว่าถ้าทุกพรรคร่วมมือ การเลือกตั้ง 2569 จะเป็น landmark ของการเมืองสะอาดครั้งใหญ่

คุณล่ะคิดยังไงกับ กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569? มีพรรคไหนที่คุณมั่นใจว่าจะทำได้ดีสุด? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองได้อ่านด้วย!

ที่มา – กกต. ส่งสัญญาณเตือนทุกพรรค คุมเข้มช่วงเลือกตั้ง 2569 หากพบทุจริต เว้นวรรคการเมือง 20 ปี

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยแล้ว!

สวัสดีครับชาวไทยทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีสำหรับคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ที่ส่งมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเช้านี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยในฝรั่งเศสที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม ทำให้กระบวนการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยเมื่อไหร่?

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ส่ง บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 2,594 ซอง ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงเมล์การทูต 6 ถุง โดยนายพีรพล พีรานนท์ กงสุลผู้แทน ได้มอบให้กับนางสาวเสาวลักษณ์ รุ่งวัฒนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 1 จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

บัตรเหล่านี้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วในเวลา 06.00 น. เดียวกัน ถือเป็นอัตราส่งคืนสูงถึง 88.84% จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 2,920 ราย ต้องชื่นชมชุมชนไทยในฝรั่งเศสและชมรมต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน ทำให้ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส มาถึงตรงเวลาเพื่อนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ครับ

เตรียมไลฟ์สดนับคะแนนประชามติ

นอกจากนี้ สถานทูตยังเตรียมถ่ายทอดสดการนับคะแนนออกเสียงประชามติ นอกราชอาณาจักร ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่งต่างจากไทยประมาณ 6 ชั่วโมง) สามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy – Paris, France อย่าพลาดนะครับ จะได้เห็นกระบวนการโปร่งใสแบบเรียลไทม์

ทำไมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถึงสำคัญ?

สำหรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ การใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ นอกราชอาณาจักร ถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่แสดงถึงความรักชาติ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน เสียงของเราก็มีน้ำหนักเท่ากับพี่น้องในประเทศ ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตการเมืองไทย โดยเฉพาะประชามติที่อาจส่งผลต่อรัฐธรรมนูญหรือนโยบายสำคัญ หากคุณลงทะเบียนแล้วแต่ส่งบัตรช้า หรือมีปัญหาอะไร ก็ไม่ต้องกังวล เพราะระบบถูกออกแบบมาให้โปร่งใสและยุติธรรม

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ที่ส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเข้ามาเช่นกัน แต่กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างสถานทูตและชุมชนไทย海外 ทำให้ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส กลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกสารทิศ

ไม่ไปใช้สิทธิ? แจ้งเหตุได้ง่ายๆ

หากคุณลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุผลได้ทันที เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ โดยคลิกที่ลิงก์เหล่านี้:

กระบวนการง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลไม่กี่นาที ก็เรียบร้อยครับ

ขั้นตอนการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น มาดูขั้นตอนกันคร่าวๆ นะครับ:

  • ลงทะเบียนล่วงหน้า: ผ่านเว็บ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง
  • รับบัตร: สถานทูตส่งทางไปรษณีย์หรือรับด้วยตัวเอง
  • เติมบัตรและส่งคืน: ใส่ซองลงรหัสยืนยัน ส่งกลับสถานทูตภายในกำหนด
  • สถานทูตรวบรวม: ส่งด้วยเมล์การทูตกลับไทยอย่างปลอดภัย
  • นับคะแนน: ที่ไทยหรือไลฟ์ที่สถานทูต

ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้คนไทย海外มีส่วนร่วมได้เต็มที่ แม้จะอยู่ห่างไกล

สรุปแล้ว บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ที่มาถึงไทยนี้ เป็นสัญญาณดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะโปร่งใสและครอบคลุม ผมเชื่อว่าการมีส่วนร่วมแบบนี้จะนำพาประเทศเราไปข้างหน้าด้วยดี ลองคิดดูสิครับ ถ้าทุกคนร่วมมือ เสียงของเราจะดังยิ่งขึ้น!

CTA: รีบติดตามไลฟ์นับคะแนนวันที่ 8 ก.พ. ทางเฟซบุ๊กสถานทูตปารีส และแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ คนไทยในยุโรปด้วยนะครับ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัวทางการเมือง

ที่มา – บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยแล้ว สถานทูตไลฟ์นับคะแนนประชามติ 8 ก.พ.

ญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่มภาคเหนือ อากาศอุ่นเสี่ยงถล่ม

ญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่ม ในหลายจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ทำให้หิมะที่สะสมหนักจากการตกต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์เริ่มละลาย สร้างความเสี่ยงสูงต่อการถล่ม รัฐบาลญี่ปุ่นจึงออกคำเตือนด่วนเพื่อความปลอดภัยของประชาชน โดยยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 35 รายทั่วประเทศแล้ว

ญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่ม สถานการณ์รุนแรงในภาคเหนือ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกประกาศเตือนภัยอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบหนักจากพายุหิมะยาวนาน พายุนี้ทำให้หิมะตกหนักสะสมหนาเป็นพิเศษ ส่งผลให้การคมนาคมหยุดชะงัก บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นายมาซาโน โอซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวในการแถลงข่าวว่า ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะจากหิมะที่ร่วงหล่นจากหลังคาและหิมะถล่มในพื้นที่ลาดชัน

จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคืออาโอโมริ ซึ่งหิมะสะสมหนากว่า 2 เมตรตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ประชาชนจำนวนมากติดบ้าน โรงเรียนและโรงงานปิดชั่วคราว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อุณหภูมิในอาโอโมริพุ่งสูงถึง 8 องศาเซลเซียส สูงกว่าปกติมาก ทำให้หิมะเปียกชื้นและหนักขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการถล่ม แม้ปริมาณหิมะจะลดลงเหลือต่ำกว่า 1.6 เมตร แต่ถนนยังคงถูกกำแพงหิมะบดบัง สื่อท้องถิ่นเผยภาพประชาชนต้องเดินฝ่าทางแคบที่ขุดผ่านหิมะสูงเท่าตึก 2 ชั้น

ผลกระทบจากญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่มในจังหวัดอื่นๆ

นอกจากอาโอโมริ จังหวัดนีงาตะทางฝั่งทะเลญี่ปุ่นก็พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย โดยหนึ่งรายถูกบ้านถล่มจากน้ำหนักหิมะ อีกรายเสียชีวิตจากโรงรถพังทลาย สถานการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้กองกำลังป้องกันตนเองต้องเข้าช่วยเคลียร์หิมะอย่างเร่งด่วน

  • หิมะสะสมหนักเกิน 2 เมตรในอาโอโมริ ส่งผลให้ประชาชนออกจากบ้านไม่ได้
  • การจราจรเป็นอัมพาต ถนนถูกปิดหลายสาย
  • โรงเรียนและสถานประกอบการหยุดชะงักชั่วคราว
  • อันตรายจากหิมะหล่นจากหลังคาและถล่มลาดชัน

ยอดผู้เสียชีวิตและตัวเลขล่าสุด

ตามข้อมูลจากสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติญี่ปุ่น ตั้งแต่ 20 มกราคม 2569 เป็นต้นมา เหตุหิมะตกหนักคร่าชีวิตประชาชน 35 ราย บาดเจ็บ 393 ราย หลายกรณีเกิดจากการกวาดหิมะบนหลังคาที่ลื่นไถล หรือหิมะถล่มจากตัวบ้าน สำนักงานอุตุนิยมวิทยายังเตือนว่าอากาศหนาวจะกลับมาในช่วงสุดสัปดาห์ อาจนำหิมะตกหนักรอบใหม่มาอีก

วิธีรับมือเมื่อญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่ม

จากประสบการณ์ภัยพิบัติในญี่ปุ่นที่เชี่ยวชาญด้านนี้ ประชาชนควรเตรียมตัวดังนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากหิมะถล่ม

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: อย่าเข้าใกล้หลังคาบ้านหรือภูเขาลาดชันที่มีหิมะหนัก
  • ติดตามประกาศ: ฟังวิทยุหรือแอปเตือนภัยจากรัฐบาลทันที
  • เตรียมอุปกรณ์: เก็บเสบียงอาหาร น้ำ และเครื่องทำความร้อนเผื่อติดบ้านนาน
  • ช่วยเหลือกัน: กวาดหิมะเป็นทีม ใช้เครื่องมือป้องกันการลื่นตก
  • ประกันภัย: ตรวจสอบประกันภัยพิบัติเพื่อความคุ้มครอง

ภัยหิมะถล่มในญี่ปุ่นปีนี้รุนแรงกว่าปกติ อาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พายุ极端ขึ้น สถานการณ์นี้เตือนใจให้ทุกประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่หนาวเย็น ต้องวางแผนรับมือให้ดียิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวภัยพิบัติทั่วโลก สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย

ที่มา – ญี่ปุ่นเตือนภัยหิมะถล่มหลายจังหวัดเสี่ยงทางตอนเหนือ หลังอากาศเริ่มอุ่นอาจทำให้หิมะตกหนักสะสมละลาย

หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพแฮก Snapchat ผู้หญิงนับร้อย

กรณี หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพ แฮกบัญชี Snapchat ผู้หญิงนับร้อย ขโมยภาพเปลือยขายในโซเชียล สร้างความฮือฮาในวงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ เพราะเผยให้เห็นช่องโหว่ที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Snapchat ชายหนุ่มวัย 26 ปีรายนี้ชื่อไคล์ สวารา ได้ยอมรับสารภาพต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในเมืองบอสตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในข้อหาก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ร้ายแรงและการขโมยข้อมูลส่วนบุคคล

หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพ แฮกบัญชี Snapchat ผู้หญิงนับร้อย ขโมยภาพเปลือยขายในโซเชียล

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่สวาราใช้วิธีฟิชชิง (Phishing) ซึ่งเป็นเทคนิคการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาศัยวิศวกรรมสังคม (Social Engineering) เพื่อหลอกลวงผู้ใช้หญิงกว่า 571 คน ให้ส่งรหัสยืนยันความปลอดภัยหรือ security code มาให้ โดยเขาติดต่อเหยื่อผ่านข้อความโดยแสร้งเป็นทีมสนับสนุนของ Snapchat ช่วงเวลาดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างพฤษภาคม 2020 ถึงกุมภาพันธ์ 2021

ผลจากการหลอกลวงนี้ สวาราสามารถเจาะบัญชีได้สำเร็จอย่างน้อย 59 บัญชี นำไปสู่การดาวน์โหลดภาพเปลือยหรือกึ่งเปลือยของเหยื่อจำนวนมาก จากนั้นเขาก็นำภาพเหล่านี้ไปเก็บสะสม โพสต์ขาย หรือแลกเปลี่ยนบนเว็บไซต์อย่าง Reddit และฟอรัมมืดอื่นๆ โดยโฆษณาความสามารถในการแฮกบัญชี Snapchat ของตัวเองอย่างเปิดเผย

ความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ

ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ สวารายังรับจ้างจากสตีฟ เวทเธ อดีตโค้ชกรีฑาของมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น โดยเวทเธจ่ายเงินครั้งละ 50 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้แฮกบัญชีของนักกีฬาหญิงและผู้หญิงที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วย เวทเธถูกตัดสินจำคุก 5 ปีในปี 2024 จากคดีคล้ายกันที่หลอกลวงเหยื่อกว่า 56 คนทั่วประเทศ

ภายใต้ข้อตกลงรับสารภาพ อัยการจะเสนอให้ศาลตัดสินจำคุกสวารา 3 ปี โดยกำหนดอ่านคำพิพากษาวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ทนายความของสวารา ทอดด์ พิวจ์ ระบุว่าลูกความรู้สึกสำนึกผิดและยอมรับผิดต่อครอบครัวและสังคมแล้ว

วิธีการแฮกบัญชี Snapchat ที่ต้องระวัง

เทคนิคที่สวาราใช้คือการส่งข้อความปลอมจาก “Snapchat Support” ขอรหัส 2FA หรือ security code ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ผู้ใช้หลายคนพลาด นอกจากนี้ เขายังใช้ social engineering โดยสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้เหยื่อคลิกตาม

  • ฟิชชิง (Phishing): ข้อความหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลลับ
  • Social Engineering: ใช้จิตวิทยาชักจูงให้กระทำตาม
  • การโฆษณาบริการแฮก: บน Reddit และ Dark Web

กรณี หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพ แฮกบัญชี Snapchat ผู้หญิงนับร้อย ขโมยภาพเปลือยขายในโซเชียล นี้ เตือนใจให้ผู้ใช้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยง โดยเฉพาะบนแอปที่เน้นการแชร์ภาพชั่วคราวอย่าง Snapchat ซึ่งผู้ใช้มักส่งภาพส่วนตัวโดยไม่ระวัง

วิธีป้องกันตัวเองจากแฮกเกอร์

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณสามารถทำตามเคล็ดลับเหล่านี้:

  • เปิดใช้งาน 2FA แบบแอปอย่าง Google Authenticator แทน SMS
  • อย่าเปิดเผยรหัสยืนยันให้ใคร แม้แสร้งเป็น support
  • ตรวจสอบ URL และลิงก์ก่อนคลิก
  • ใช้ VPN และ antivirus ที่ดี
  • อัปเดตแอป Snapchat เสมอเพื่อแพตช์ช่องโหว่

สถิติจากหน่วยงานไซเบอร์ระบุว่าคดีแฮกภาพส่วนตัวเพิ่มขึ้น 30% ในปีที่ผ่านมา โดยเหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงวัยรุ่นและวัยทำงาน การขายภาพนู้ดบนโซเชียลกลายเป็นธุรกิจมืดมูลค่าหลายล้านดอลลาร์

กรณีนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นความชั่วร้ายของมนุษย์ แต่ยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทเทคอย่าง Snapchat ต้องเสริมระบบรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หากคุณเคยเจอข้อความ подозрительный ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อช่วยเตือนผู้อื่น และอย่าลืมกดไลค์ แชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลป้องกันอาชญากรรมไซเบอร์

สุดท้าย หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนว่า ความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์เปราะบางเพียงใด อย่าให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

ที่มา – หนุ่มอิลลินอยส์สารภาพ แฮกบัญชี Snapchat ผู้หญิงนับร้อย ขโมยภาพเปลือยขายในโซเชียล

ตำรวจ ดส. ตามรวบคนขับแท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสารเผลอหลับ

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวที่หลายคนคงได้ยินกันมาบ้างแล้ว นั่นคือกรณีตำรวจ ดส. ตามรวบคนขับแท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสารเผลอหลับ หลังจากผู้เสียหายเรียกรถไปส่งหาเพื่อน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องใช้บริการแท็กซี่ตอนดึกๆ มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร

ตำรวจ ดส. ตามรวบคนขับแท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสารเผลอหลับ

เหตุการณ์สุดสะพรึงนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักศึกษาสาวจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ไปเที่ยวสนุกกับเพื่อนๆ ที่ร้านเหล้าย่านรัชโยธิน หลังจากปาร์ตี้คึกคัก เธอจึงเรียกแท็กซี่คันดังกล่าวเพื่อให้ไปส่งที่ถนนเอกมัย เพื่อไปหาเพื่อนที่รออยู่ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็หลับไปโดยไม่รู้สึกตัว อาจเพราะความเมาและเหนื่อยล้า

ตื่นขึ้นมาอีกทีในช่วงเช้า เวลา 07.00 น. เธอพบว่าตัวเองนอนเปลือยกายอยู่ในโรงแรมม่านรูดย่านคลองตัน! สภาพจิตใจย่ำแย่แน่นอน เธอรีบไปแจ้งความที่สถานีตำรวจคลองตันทันที จากนั้นก็ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งผลตรวจยืนยันว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศจริงๆ ผู้เสียหายไม่ยอมแพ้ เธอขอความช่วยเหลือจากตำรวจนายหนึ่งชื่อ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. เพื่อเร่งรัดให้จับคนร้ายให้ได้

ขั้นตอนการสืบสวนและจับกุมของตำรวจ ดส.

ทีมตำรวจกองกำกับการดุสิต บช.น. ซึ่งอยู่ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. ได้ลงมือสืบสวนทันที พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส. สั่งการให้ พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส. นำชุดปฏิบัติการที่ 1 ไล่ล่า

พวกเขาสืบจนพบตัวคนร้ายชื่อ นายสังวาล วงวิเศษ อายุ 51 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่คันนั้น มีหมายจับจากศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 3 ก.พ. 2569 ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” และ “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

ตำรวจวางแผนอย่างแนบเนียน โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเข้าไปแฝงตัวติดต่อกับผู้ต้องหา สุดท้ายจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้ารัชดาฟิตเนส ถนนรัชดาภิเษก แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 เวลา 21.00 น.

คำให้การของผู้ต้องหา

หลังจากถูกจับ นายสังวาลยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ให้การแก้ตัวว่าวันนั้น “ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิง” จนลงมือทำเรื่องเลวร้ายไป สุดท้าย也被คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

  • ข้อหาหลัก: ข่มขืนผู้ที่ไม่สามารถขัดขืนได้
  • ข้อหาเพิ่ม: ลักทรัพย์กลางคืน (อาจขโมยของมีค่าจากผู้เสียหาย)
  • สถานที่จับกุม: รัชดาภิเษก ดินแดง
  • วันที่เกิดเหตุ: 3 ก.พ. 2569

เคล็ดลับความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารแท็กซี่ โดยเฉพาะสาวๆ

จากเหตุการณ์ตำรวจ ดส. ตามรวบคนขับแท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสารเผลอหลับ นี้ เราควรมีวิธีป้องกันตัวเอง ดังนี้

  • อย่านั่งคนเดียวตอนดึก: ถ้าเมาให้เพื่อนไปส่ง หรือใช้แอปเรียกรถที่มี GPS ติดตาม
  • แจ้งจุดหมายปลายทางชัดเจน: และถ่ายรูปคนขับหรือป้ายทะเบียนไว้
  • อย่าหลับสนิท: พยายามนั่งแถวหน้า หรือคุยกับคนขับเพื่อให้รู้สึกตัว
  • ใช้บริการแท็กซี่ที่เชื่อถือได้: เช่น สีเขียววินแท็กซี่ หรือแอปอย่าง Grab
  • มีนาฬิกาเตือนภัย: หรือแชร์ตำแหน่งกับเพื่อนๆ ผ่านแอป
  • ถ้าถูกลวนลวง: ตะโกนขอความช่วยเหลือทันที หรือกดปุ่มฉุกเฉินในแอป

นอกจากนี้ ยังมีบริการแจ้งเหตุร้ายผ่านแอป “พาฬรบ” ของตำรวจด้วยนะ ช่วยได้เยอะเลย

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ แม้แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ ก็ยังมีคนร้ายแฝงตัว สาวๆ ทุกคนโปรดระวังตัวด้วยนะคะ ส่วนตัวผมคิดว่าการที่ตำรวจ ดส. ลงมือเร็วขนาดนี้ถือว่าดีมาก ยกย่องเลย! ถ้าคุณมีประสบการณ์การนั่งแท็กซี่ที่เคยเสียว หรือมีเคล็ดลับเจ๋งๆ มาแชร์กันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย จะได้ช่วยกันดูแลตัวเองและเพื่อนๆ

ที่มา – ตำรวจ ดส. ตามรวบคนขับแท็กซี่ ขืนใจผู้โดยสารเผลอหลับ หลังเรียกรถไปส่งหาเพื่อน

ประกอบไทย วิ่งไกล 800 กม. ทดสอบ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถไฟฟ้า! วันนี้เรามีเรื่องเด็ดมาบอก กับ ประกอบไทย วิ่งไกล 800 กม. ทดสอบ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric รถซีดานไฟฟ้ากะทัดรัดจากตราดาวที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยสุดๆ แบตเตอรี่ 85 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง และระบบ MB.OS ที่ใช้ AI จาก Microsoft กับ Google ช่วยขับขี่ได้ฉลาดล้ำ ผมไปทดสอบมาเอง วิ่งไกลได้จริงแค่ไหน มาดูกันเลย!

Mercedes-Benz CLA 250+ Electric ประกอบไทย

ประกอบไทย วิ่งไกล 800 กม. ทดสอบ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

Mercedes-Benz CLA 250+ Electric รุ่นนี้ประกอบในไทยเลยนะครับ ทำให้ราคาน่าจะจับต้องได้ คาดว่าปลายเดือนหน้านี้เปิดตัวในมอเตอร์โชว์ ราคาราว 2.1 ล้านบาท ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต ดุดันกว่าเดิม กระจังหน้าดาวเรืองแสง 142 ดวง ไฟหน้า LED คล้ายดาวสามแฉก ล้อ 19 นิ้วลาย aero สุดคูล ค่าสัมประสิทธิ์ Cd 0.21 ลู่ลมสุดๆ ช่วยให้วิ่งไกลได้ถึง 800 กม. ตาม WLTP!

ดีไซน์และมิติตัวรถ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

ตัวรถยาวขึ้น 1 นิ้ว ฐานล้อยาวขึ้น 2 นิ้ว เพื่อใส่แบตเตอรี่ใหญ่ สูงกว้างนิดหน่อย แต่ยังกะทัดรัด เหมาะขับในเมือง ไฟท้าย LED ทอดยาว ลายดาวเหมือนกระจังหน้า ดูหรูหราแบบตราดาวแท้ๆ

ดีไซน์ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

ภายในพรีเมียมและเทคโนโลยี Superscreen

ภายใน CLA ให้ฟีลพรีเมียมสุด หนัง หนังกลับ โลหะ เย็บตะเข็บสวย เบาะสปอร์ตปรับได้ ใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวดน้ำและกระดาษ! จอ Superscreen กว้างครอบแดชบอร์ด จอผู้ขับ 10.3 นิ้ว อินโฟ 14 นิ้ว และจอผู้โดยสารหน้า 14 นิ้ว ดูหนังฟังเพลงได้ (แต่คนขับดูไม่ได้ตอนขับเพื่อความปลอดภัย)

  • MB.OS รุ่น 4 รองรับ 27 ภาษา AI อวาตาร์ พูดได้อังกฤษ เยอรมัน จีน
  • ระบบนำทาง 360 องศา ใช้ Nvidia Supercomputer
  • Drive Assist Pro Level 2++ ขับกึ่งอัตโนมัติได้มั่นใจ
ภายใน Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

สมรรถนะและระยะทางวิ่งไกล 800 กม.

มอเตอร์หลัง 268 แรงม้า 0-100 ใน 6.7 วินาที แม็กซ์ 209 กม./ชม. แบต NMC 85 kWh วิ่ง WLTP 800 กม. ชาร์จ DC 320 kW เพิ่ม 300 กม. ใน 10 นาที! 10-80% ใน 22 นาที ระบบ 800V ชาร์จเร็วปานสายฟ้า เกียร์ 2 สปีด ประหยัดสุดๆ พื้นเรียบ ปั๊มความร้อน ประสิทธิภาพสูง กู้พลังเบรกดีเยี่ยม

ทดสอบจริงบนทางหลวง เงียบ นุ่ม มั่นคง ขับทางไกลสบาย เหมือน Bentley แต่ราคาถูกกว่า 10 เท่า! พวงมาลัยแม่น แต่หนักนิดเพราะน้ำหนักรถเกือบ 2 ตัน

ทดสอบวิ่งไกล Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

ข้อดีเด่นของ CLA 250+ Electric ประกอบไทย

  • ระยะทางไกล: 800 กม. เหมาะทริปยาว จากกรุงเทพถึงเชียงใหม่ชิลๆ
  • ชาร์จเร็ว: 320 kW หยุดน้อยลง ประหยัดเวลา
  • เทคโนโลยี: MB.OS AI ฉลาด ปลอดภัย
  • ราคา: คาด 2.1 ล้าน คุ้มค่า

สรุปแล้ว Mercedes-Benz CLA 250+ Electric คันนี้ตอบโจทย์คนอยากได้รถไฟฟ้าพรีเมียม วิ่งไกล ไม่ต้องกังวลชาร์จบ่อย ประกอบไทยคุณภาพดี ถ้าชอบรถสปอร์ตไฟฟ้า ลองจองรอเลยครับ! ความเห็นผมคือ มันคืออนาคตของซีดานไฟฟ้าไทยแท้ๆ

ที่มา – ประกอบไทย วิ่งไกล 800 กม. ทดสอบ Mercedes-Benz CLA 250+ Electric

ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 20 พื้นที่

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเช็ก ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 กันเลย เพราะสถานการณ์ฝุ่นละอองในกรุงเทพฯ เริ่มน่าเป็นห่วงแล้วนะครับ จากรายงานล่าสุดของศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร พบว่ามีพื้นที่ถึง 20 จุดที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้ม ซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของเราแล้ว ใครที่อาศัยอยู่ในกทม. หรือต้องเดินทางเข้าเมือง อย่าประมาทนะครับ มาดูรายละเอียดกันเลย

ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 พบเกินมาตรฐาน 20 พื้นที่

ข้อมูลประจำวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 อยู่ในช่วง 25.6-48.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ถึง 20 พื้นที่ด้วยกัน ส่วนใหญ่คุณภาพอากาศยังอยู่ในระดับปานกลาง แต่พื้นที่สีส้มเหล่านี้ต้องระวังเป็นพิเศษครับ

รายชื่อ 20 พื้นที่ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน

  • 1. เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล: 48.2 มคก./ลบ.ม.
  • 2. เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า: 47.1 มคก./ลบ.ม.
  • 3. เขตประเวศ ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าซีคอน สแควร์: 44.0 มคก./ลบ.ม.
  • 4. เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์: 43.5 มคก./ลบ.ม.
  • 5. เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81: 43.3 มคก./ลบ.ม.
  • 6. เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: 42.9 มคก./ลบ.ม.
  • 7. เขตคันนายาว บริเวณปากทางถนนสวนสยามตัดกับถนนรามอินทรา: 42.2 มคก./ลบ.ม.
  • 8. เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน บางจาก ซ.ลาดพร้าว 95: 41.6 มคก./ลบ.ม.
  • 9. เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน): 41.1 มคก./ลบ.ม.
  • 10. เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ: 40.3 มคก./ลบ.ม.
  • 11. เขตพระโขนง ภายในสำนักงานเขตพระโขนง: 40.2 มคก./ลบ.ม.
  • 12. เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก: 39.8 มคก./ลบ.ม.
  • 13. เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย: 39.7 มคก./ลบ.ม.
  • 14. เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา: 39.7 มคก./ลบ.ม.
  • 15. เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน: 38.8 มคก./ลบ.ม.
  • 16. เขตบางนา บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี บางนา: 38.8 มคก./ลบ.ม.
  • 17. เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดกับถนนบรมราชชนนี: 38.3 มคก./ลบ.ม.
  • 18. เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ตรงข้ามสำนักงานเขตมีนบุรี: 38.2 มคก./ลบ.ม.
  • 19. เขตดอนเมือง ด้านข้างสำนักงานเขตดอนเมือง: 38.1 มคก./ลบ.ม.
  • 20. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ: 37.6 มคก./ลบ.ม.

เห็นมั้ยครับว่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุดที่เขตลาดกระบังถึง 48.2 เลยทีเดียว ถ้าคุณอยู่พื้นที่เหล่านี้ ควรเช็กอาการตัวเองบ่อยๆ นะ

ข้อแนะนำสุขภาพเมื่อค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 สูง

ระดับสีส้มหมายถึงเริ่มกระทบสุขภาพแล้วครับ สำหรับประชาชนทั่วไป: สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งออกนอกบ้าน, จำกัดเวลากิจกรรมกลางแจ้งหนักๆ, สังเกตอาการอย่างไอ หายใจเหนื่อย ระคายเคืองตา ส่วนกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ คนป่วยทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด และรีบพบแพทย์ถ้ามีอาการผิดปกติ

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าวันนี้มีหมอกบางตอนเช้า อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส การระบายอากาศอ่อน ชั้นบรรยากาศปิด ทำให้ฝุ่นสะสม แต่แนวโน้มวันที่ 6-13 ก.พ. จะดีขึ้นเพราะลมแรงและฝนวันที่ 8-10 ก.พ. ไม่พบจุดความร้อนผิดปกติจากดาวเทียม NASA ด้วย

5 วิธีลดฝุ่น PM 2.5 คุณทำได้วันนี้

  • 1. หมั่นทำความสะอาดบ้านด้วยการเช็ดฝุ่น ไม่กวาด
  • 2. งดเผาขยะ งดจุดธูปเทียน
  • 3. ปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษ
  • 4. ใช้ขนส่งสาธารณะแทนขับรถส่วนตัว
  • 5. ดับเครื่องยนต์ตอนจอดรถ ตรวจสภาพรถไม่ให้ควันดำ

สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กำลังเร่งมาตรการต่างๆ แล้วนะครับ แต่เราช่วยกันได้

เช็กข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ที่:

  • แอปพลิเคชัน AirBKK
  • www.airbkk.com
  • https://greener.bangkok.go.th
  • www.pr-bangkok.com
  • FB: สำนักสิ่งแวดล้อม กทม
  • FB: ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร
  • FB: กรุงเทพมหานคร
  • LINE ALERT

สรุปแล้ว ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 ยังต้องระวัง แต่ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ ด้วยหน้ากากและลดกิจกรรมกลางแจ้ง ก็อยู่รอดได้ครับ ลองดาวน์โหลดแอป AirBKK มาเช็กทุกวัน แล้วแชร์ข้อมูลให้เพื่อนๆ ด้วยนะ ช่วยกันทำให้อากาศกทม. ดีขึ้น!

ความเห็นส่วนตัว: ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปีนี้ดูรุนแรงตั้งแต่ต้นปี การเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ของทุกคนจะช่วยได้มาก ลุ้นให้ฝนมาเร็วๆ ครับ

ที่มา – ค่าฝุ่นวันนี้ 5 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 พบเกินมาตรฐาน 20 พื้นที่ เริ่มกระทบสุขภาพ