วัน: 7 กุมภาพันธ์ 2026

ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่มรวม 20 ราย-จับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่มรวม 20 ราย-จับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนจับตามอง คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แสดงศักยภาพในการปราบปรามทุจริตเลือกตั้งอย่างเข้มข้น โดยล่าสุดศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครเพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดรวมพุ่งถึง 20 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดซื้อเสียงได้แล้ว 2 รายในจังหวัดเชียงรายและสุราษฎร์ธานี

ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่มรวม 20 ราย-จับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงความคืบหน้าด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง โดย กกต. ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งชุดเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่ทั่วประเทศมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครฝ่ายปกครอง ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และทีม กกต. คอยติดตามผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียง และหัวคะแนนของทุกพรรคการเมือง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงกลางคืนยังตั้งจุดตรวจสกัดทั่วประเทศ เพื่อตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงหลักฐานการซื้อเสียง นอกจากนี้ยังระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและอาวุธปืนที่อาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเชิญบุคคลที่มีข้อมูลมาให้ถ้อยคำ กกต. ยืนยันชัดเจนว่าจะดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ปล่อยทิ้งไว้

รายละเอียดการจับกุมซื้อเสียงใน 2 พื้นที่

ผลงานเด่นที่ กกต. โชว์คือการจับกุมผู้กระทำผิด 2 ราย โดยในจังหวัดเชียงราย พบโพยซื้อเสียงกว่า 100 รายชื่อ มูลค่าเงินกว่า 60,000 บาท ส่วนที่สุราษฎร์ธานี พบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 100 รายในลักษณะเตรียมซื้อเสียง ทั้งหมดกำลังสืบสวนขยายผลร่วมกับตำรวจ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเพิ่ม เช่น สกลนคร และนครศรีธรรมราช โดยส่งชุดข่าวกรองและสืบสวนกว่า 10 ชุดลงพื้นที่หนักขึ้น และรับเรื่องร้องเรียนกว่า 90 เรื่องแล้ว

กรณีตัวอย่างอื่น เช่น ในโซเชียลมีเดียมีการแชร์ภาพกระดานหน้าหน่วยเลือกตั้งที่ติดแผ่นป้ายหาเสียงของนายไผ่ ลิกค์ ผู้สมัคร ส.ส. กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ซึ่ง กกต. ได้ถอดออกและตรวจสอบผู้กระทำผิดทันที

ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร ส.ส. เขตเพิ่ม 2 ราย

ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งรวม 20 ราย ล่าสุดเพิ่ม 2 ราย คือ ร้อยตรีพงศภัค ภูริสิทธิพล หมายเลข 3 พรรคไทยก้าวใหม่ เขต 5 นครราชสีมา และนายณัฐนิพัท กองพัทธนันท์ หมายเลข 8 พรรคไทยสร้างไทย เขต 2 ชลบุรี

สำคัญมาก หากประชาชนกาเบอร์ของผู้สมัครที่ถูกถอน บัตรจะเป็นบัตรเสียทันที รวมถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ด้วย หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น สู้รบชายแดน อุทกภัย ประธานหน่วยสามารถงดลงคะแนนชั่วคราวได้ และ กกต. 400 เขตพร้อมเต็มที่สำหรับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. โดยปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครและพรรคให้ชัดเจนก่อนเปิดหีบ 08.00 น.

  • การป้องกันทุจริต: ชุดเคลื่อนที่เร็วและจุดตรวจกลางคืน
  • พื้นที่เสี่ยง: เชียงราย สุราษฎร์ธานี สกลนคร นครศรีธรรมราช
  • ผลกระทบถอนชื่อ: บัตรเสียหากกาเบอร์ผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ์
  • ความพร้อม: ทุกเขตเลือกตั้งพร้อม 100%

การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต. แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสุจริต ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียงที่เป็นปัญหาเรื้อรังของไทย ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่มรวม 20 ราย-จับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย ถือเป็นสัญญาณดีที่ประชาชนควรสนับสนุน โดยให้ความสำคัญกับการลงคะแนนอย่างมีสติ

สำหรับผู้สนใจ สามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งเพิ่มเติมและตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ กกต. อย่าลืมไปใช้สิทธิ์ในวันพรุ่งนี้เพื่ออนาคตที่โปร่งใส!

ที่มา – ถอนชื่อผู้สมัคร สส. เขต เพิ่มรวม 20 ราย-จับซื้อเสียงได้แล้ว 2 ราย

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส.เกิน 180

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทยกันเลยดีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่ “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ครม. ให้ทีมงานหลักอย่างเอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี นี่มันน่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจสุดๆ กับผลโพลล่าสุด และพร้อมลุยตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจใคร!

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ เมื่อถูกถามถึงผลโพลที่คาดว่าพรรคจะได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่ง รองหัวหน้าพรรคตอบกลับแค่ว่า สาธุ! ฟังดูแล้วเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของสาวกภูมิใจไทยกระแทกตึกเลยทีเดียวครับ

นายอนุทินยังย้ำชัดว่าต้องใจเย็น รอผลเลือกตั้งจริงๆ ก่อน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยเคารพเสียงประชาชนเสมอ ไม่รีบร้อนพูดอะไรล่วงหน้า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการจับขั้ว ส้ม แดง ฟ้า กับ น้ำเงิน แต่คุณอนุทินบอกว่าเห็นแค่น้ำเงินสู้กับส้มแดงฟ้าเมื่อ 2 วันก่อน และน้ำเงินคนเดียวเท่านั้นเอง ฮ่าๆ แบบนี้คือมั่นใจในพรรคตัวเองสุดๆ เลยนะ

ล็อกเก้าอี้ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง

ไฮไลต์อีกเรื่องที่แฟนๆ สนใจคือการประกาศล็อกเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย โดยนายอนุทินชี้ชัดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ครม.ได้ 36 คนรวมนายกฯ ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไร

คุณอนุทินย้ำว่านี่คือเงื่อนไขของพรรค หากได้เป็นหัวขบวน ไม่ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมก่อนหรอก เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำ ฟังดูแล้วทีมงานคู่ใจเหล่านี้คงเตรียมตัวรอจ็อกเก็ตกันแล้วล่ะครับ!

เงื่อนไขจับขั้วรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นายอนุทินบอกว่าต้องรอขั้นตอนรับรองสถานะ ส.ส. ก่อน เพราะนายกฯ ต้องได้รับการขานชื่อในสภา หลังจากนั้นค่อยประสานจับขั้ว ไม่ยากหรอกครับ ตนพูดมาตลอดว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อน แล้วพรรคจะทำตามความต้องการของประชาชนให้ถูกใจที่สุด

ส่วนมิติใหม่ในการจับขั้ว? ไม่มีหรอก ต้องดูจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้วฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก สามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

  • เคารพซึ่งกันและกัน
  • นโยบายไม่เคลือบแคลง ผิดศีลธรรม เช่น กาสิโน
  • ไม่แตะหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • ไม่แก้ ม.112

กรอบเงื่อนไขแคบๆ แต่ชัดเจน พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจเองในคณะบริหารพรรค ไม่ใช่บุคคล

หลังเลือกตั้งประมาณ 20.00-21.00 น. คงรู้ผลชัดเจน แต่คุณอนุทินบอกใจเย็นๆ ก่อน อย่ารีบฟอร์มรัฐบาลเชิญหารือทันที ต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้อง

วิเคราะห์สถานการณ์: พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำได้จริงไหม?

จากผลโพลที่ออกมาแบบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นแกนนำจริงๆ โดยเฉพาะหากได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่งตามที่คาด แต่การเมืองไทยมันพลิกผันได้เสมอนะครับ ต้องรอวันจริงๆ ถึงจะรู้ อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของนายอนุทินครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน เงื่อนไข และนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นหลัก

ในมุมมองของผม การประกาศล็อกเก้าอี้ครม. ล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรวมใจสมาชิกพรรคและสร้างภาพลักษณ์แข็งแกร่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเร่งรีบเกินไป คุณล่ะคิดยังไง?

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจริง คงเห็นการทำงานที่รวดเร็วและฟังเสียงประชาชนมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกพรรคเคารพผลโหวต และเดินหน้าประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าผลเลือกตั้งจะออกมายังไง? พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต คือหัวใจสำคัญของการหาเสียงครั้งนี้ โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พรรคกล้าธรรม ได้ลุยพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างเต็มที่ในวันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง นโยบายเด็ดขาดนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนที่ต้องการความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต

ปวีณา หงสกุล หาเสียงในกทม

“ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นางปวีณา หงสกุล ได้นำทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ขึ้นรถแห่รณรงค์หาเสียงวันสุดท้าย ครอบคลุมพื้นที่สำคัญหลายเขต เช่น มีนบุรี สวนหลวง ประเวศ บางนา และดอนเมือง บรรยากาศคึกคักไปด้วยประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่ออกมาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ทำให้การหาเสียงครั้งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังจากแผ่นดิน

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการช่วยหาเสียงให้นายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ และนายชณทัต รินน์นพคุณ โดยเดินเท้าเข้าตลาดอยู่สะอาด ย่านสวนหลวง พบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง ประชาชนต่างเข้ามาขอถ่ายรูป ให้กำลังใจ และแสดงความสนับสนุนนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของพวกเขา

ปวีณา พบปะประชาชนตลาดอยู่สะอาด

นโยบายเด็ดขาดที่ชูเป็นหลัก

นางปวีณา ย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคกล้าธรรมที่ทำได้จริง โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยในสังคม “ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต เพื่อให้บทลงโทษเด็ดขาดกับอาชญากรรมร้ายแรง เช่น ข่มขืนและฆ่าโหด ซึ่งเทียบเท่ากับการประหารชีวิต นอกจากนี้ยังมีนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดโดยเปลี่ยนมุมมองผู้เสพจาก罪犯เป็นผู้ป่วยที่ต้องบำบัดและฝึกอาชีพ

  • ปราบข่มขืนและฆ่าโหด: บทลงโทษประหารชีวิตทันที เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
  • แก้หนี้นอกระบบ: ผลักดันธนาคารประชาชน ลดดอกเบี้ยสูงและช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
  • ยาเสพติด: บำบัดและฝึกอาชีพให้ผู้เสพ สร้างโอกาสใหม่ในสังคม
  • สวัสดิการผู้สูงอายุและคนพิการ: ยกระดับให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ

นโยบายเหล่านี้ไม่ใช่แค่คำพูด แต่มาจากประสบการณ์จริงของนางปวีณาในการช่วยเหลือสังคมมานานนับสิบปี ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าพรรคกล้าธรรมจะนำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีปัญหาอาชญากรรมและหนี้สินรุมเร้า

ก่อนปิดท้าย นางปวีณาเรียกร้องให้ชาวกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเลือกพรรคที่กล้าทำเพื่อประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายประหารชีวิตผู้ข่มขืนนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดอาชญากรรมเพศ และสร้างสังคมที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ชาวกทม. ทุกคนควรศึกษานโยบายและไปโหวตเพื่ออนาคตที่ดีกว่า!

ที่มา – “ปวีณา” หวังปักธงกล้าธรรมใน กทม. ชูนโยบาย “ข่มขืน” ประหารชีวิต

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮาในวงการเมืองเลย นั่นคือ ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย หลังจากที่มีดราม่าปมซื้อเครื่องบินของ “สุริยะ” ต่อจาก “เบน สมิธ” ซึ่งหลายคนตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับทุนสีเทา รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้ออกมาท้าทายพรรคประชาชนให้แสดงจุดยืนชัดเจน อย่าให้แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” กลายเป็นแค่คำขอคะแนนเสียงเท่านั้นเอง

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร มองว่าหลังเลือกตั้งจบแล้ว การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นขั้นต่อไป ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลกว้างมากเพราะไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก แต่ถ้าพรรคประชาชนได้ที่ 1 ควรเจรจากับภูมิใจไทยก่อนเลย และที่สำคัญ พรรคประชาชนต้องประกาศตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า จะไม่จับมือกับเพื่อไทย เพื่อยืนยันสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ที่เคยชูมาตลอด

ทำไมถึงต้องท้าแบบนี้? เพราะพรรคประชาชนเคยประกาศไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรมแล้ว และแคมเปญนี้เน้นต่อต้านทุนสีเทา การเมืองสะอาด แต่ตอนนี้เพื่อไทยโดนจับตาหนัก จากหลายประเด็น เช่น ข้อครหาเชื่อมโยงทุนสีเทา คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัล และผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ที่ถูกหาว่าเกี่ยวพนันออนไลน์

ปมสุริยะซื้อเครื่องบินจากเบน สมิธ สะเทือนวงการ

ประเด็นร้อนสุดคือกรณี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจาก นายเบน สมิธ ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา และอาจโยงไปถึงเส้นเงินของ “ยิม เลียก” กลุ่มทุนสีเทาใหญ่โต รศ.ธนพร บอกชัด ถ้าพรรคประชาชนอยากยืนยัน “มีเรา ไม่มีเทา” จริง ต้องตัดเพื่อไทยออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่แรก มิฉะนั้นจะถูกมองว่าเป็นแค่กลยุทธ์หาเสียง

  • พรรคประชาชนต้องประกาศจุดยืนชัดเจนก่อนเลือกตั้ง
  • หลีกเลี่ยงพรรคที่มีข้อครหาทุนสีเทา
  • เจรจากับพรรคที่โปร่งใสอย่างภูมิใจไทยก่อน
  • ย้ำแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ให้เป็นจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรม

รศ.ธนพร ยังแซวด้วยว่า ถ้านายสุริยะเป็น “อาเจ็ก” ของนายธนาธร แล้วยังตีมึนร่วมรัฐบาลกัน ประชาชนก็ตั้งคำถามได้เต็มที่ว่า คำขวัญนี้เป็นแค่เครื่องมือขอคะแนนหรือเปล่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดมาก พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการเจรจาและจุดยืนที่ชัดเจน

ส่วนตัวผมคิดว่า การเมืองไทยควรมีจุดยืนต่อต้านทุนสีกเทาให้จริงจังกว่านี้ เพราะปัญหาสแกม พนันออนไลน์ ส่งผลกระทบประชาชนโดยตรง ถ้าพรรคประชาชนทำตามที่ธนพรท้า ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย มันจะเป็นสัญญาณดีให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นภาพชัด คุณล่ะคิดยังไง? พรรคประชาชนจะกล้าประกาศไหม หรือจะเงียบเพื่อโอกาสจัดตั้งรัฐบาล?

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – อย่าให้เป็นแค่คำขอคะแนน “ธนพร” ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา

เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 แนะรีบเข้าคูหาเช้า เสี่ยงฝนฟ้าคะนอง

วันสำคัญของประชาชนไทยกำลังมาถึง นั่นคือวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกคำเตือนและคำแนะนำสำคัญให้กับผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกท่าน เนื่องจากสภาพอากาศในวันดังกล่าวคาดว่าจะแปรปรวน โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่จะมีฝนฟ้าคะนองในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการเดินทางล่าช้าหรือเปียกฝน แนะนำให้รีบเดินทางไปยังคูหาเลือกตั้งตั้งแต่ช่วงเช้า จะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด

เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 แนะรีบเข้าคูหาตั้งแต่ช่วงเช้า เสี่ยงเจอฝนฟ้าคะนองช่วงบ่าย

ข้อมูลจากนายสุรพงษ์ สารปะ ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 69 ระบุว่า ช่วงปลายฤดูหนาวนี้ อากาศมีความแปรปรวนสูง โดยในวันที่ 6-7 ก.พ. 69 อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นและร้อนในตอนกลางวัน แต่มาถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ จะมีมวลอากาศเย็นอากาศเย็นระลอกใหม่จากเหนือแผ่ลงมาปะทะกับมวลอากาศร้อนที่ปกคลุม ทำให้เกิดการรวมตัวของเมฆฝน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเจอฝนฟ้าคะนองในช่วงบ่าย สภาพอากาศแบบนี้อาจนำมาซึ่งฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง หรือแม้แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนจากถนนลื่น

ฝนฟ้าคะนองไม่เพียงทำให้การเดินทางลำบาก แต่ยังอาจทำให้คิวยาวขึ้นหากมีผู้คนหลั่งไหลไปโหวตในช่วงบ่าย ดังนั้น การวางแผนไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่เช้าจะช่วยให้คุณจัดการเวลาได้ดี ลดความเสี่ยง และยังมีเวลากลับมาพักผ่อนหลังจากทำหน้าที่พลเมืองเสร็จสิ้น

พยากรณ์อากาศวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ในแต่ละภาคของประเทศไทย

เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วน มาดูรายละเอียดสภาพอากาศแยกตามภาคกัน

  • ภาคเหนือ: ท้องฟ้ามีเมฆมาก覆盖 อาจมีฝนบางพื้นที่ในช่วงบ่าย อุณหภูมิเย็นสบาย เช้าๆ อาจลงต่ำ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน): ช่วงเช้าอุณหภูมิลดลงเหลือ 15-16 องศาเซลเซียส กลางวันไม่เกิน 30 องศา แต่ต้องระวังลมแรงที่อาจพัดแรง
  • ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล: เสี่ยงฝนฟ้าคะนองสูงสุดในช่วงบ่าย หลังจากที่เช้าอากาศร้อนอบอ้าว
  • ภาคตะวันออก: พื้นที่ระยอง จันทบุรี ตราด ต้องระวังพิเศษ เช้ามีเมฆเป็นลาย แต่บ่ายฝนจะหนักขึ้น
  • ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร นครศรีธรรมราช ลงไปถึงสุราษฎร์ธานี มีฝนฟ้าคะนองกระจายบางแห่ง

เคล็ดลับสำคัญสำหรับการไปโหวตในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ให้ปลอดภัยและสะดวก

นอกจากการเช็คพยากรณ์อากาศแล้ว ยังมีเคล็ดลับอื่นๆ ที่ช่วยให้การไปใช้สิทธิ์ราบรื่น

  • เตรียมเอกสารบัตรประชาชนหรือบัตรเลือกตั้งให้พร้อม ออกเดินทางหลังอาหารเช้าเพื่อหลีกเลี่ยงฝน
  • สวมใส่เสื้อกันฝน ร่มกันลม หรือเสื้อคลุม เตรียมรองเท้าที่กันลื่นและแห้งเร็ว
  • ใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบที่ตั้งคูหาและสภาพจราจรแบบเรียลไทม์ เช่น Google Maps หรือแอปของ กกต.
  • ดาวน์โหลดแอปพยากรณ์อากาศกรมอุตุฯ เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุดระหว่างทาง
  • ไปเป็นกลุ่มครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน เพื่อช่วยเหลือกันหากเจอฝนหรือปัญหาอื่น
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วสูงหากฝนตกหนัก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตของชาติ ทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า ไม่ว่าจะฝนตกหรือแดดออก คุณไม่ควรพลาดโอกาสนี้ ด้วยการวางแผนดีๆ คุณจะสามารถไปใช้สิทธิ์ได้อย่างสบายใจ

สุดท้ายนี้ ขอให้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 เป็นวันที่ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์กันอย่างคึกคัก รีบไปโหวตตั้งแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงฝน และแชร์ข้อมูลนี้ให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ ด้วยนะครับ อนาคตประเทศไทยอยู่ในมือคุณ!

ที่มา – เลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 แนะรีบเข้าคูหาตั้งแต่ช่วงเช้า เสี่ยงเจอฝนฟ้าคะนองช่วงบ่าย

ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกัน พรรคภูมิใจไทย หรือ ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 แล้วนะครับ หลังจากหาเสียงมาอย่างเข้มข้นตลอด 5 สัปดาห์ ทีมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ประกาศยุติกิจกรรมหาเสียงทุกชนิดตั้งแต่ 17.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเตรียมพร้อมสู่วันเลือกตั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้

ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69

ในการแถลงข่าวที่ทำการพรรค นายอนุทินพร้อมทีมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและผู้ช่วยหาเสียง ได้ขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การหาเสียงแบบ “ออร์แกนิค” ครั้งนี้ ทำให้พรรคได้ลงพื้นที่จริงๆ ฟังปัญหาจากชาวบ้านโดยตรง ไม่ใช่แค่เวทีหาเสียง แต่เป็นการพูดคุยแบบใกล้ชิด เห็นได้ชัดว่าประชาชนพึงพอใจกับผลงานของรัฐบาลเดิม โดยเฉพาะนโยบายสุดฮิตอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ที่ทุกคนเอ่ยถึงและเรียกร้องให้มีเฟส 2 ทันทีถ้าภท. ได้กลับมารับผิดชอบ

นายอนุทินยังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าพรรคจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ของวันพรุ่งนี้ คาดว่าผลคะแนนจะเริ่มชัดเจนช่วง 20.00-21.00 น. แกนนำพรรคจะรวมตัวรอฟังผลที่ทำการพรรค พร้อมตอบคำถามสื่อด้วยครับ

เสียงตอบรับ “คนละครึ่งพลัส” ดังกระหึ่ม

นโยบายคนละครึ่งพลัสกลายเป็นจุดขายหลักของภท. เลยครับ เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังลำบากจากโควิดและเงินเฟ้อ ชาวบ้านหลายพื้นที่บอกว่าอยากได้เฟสต่อไป อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งทำทันที เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ทำให้ ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 แบบเต็มๆ

  • การหาเสียงแบบออร์แกนิค: ลงพื้นที่จริง ฟังปัญหาชาวบ้าน 5 สัปดาห์เต็ม
  • ผลงานเด่น: นโยบายคนละครึ่งพลัส ได้รับเสียงเรียกร้องเฟส 2 สูง
  • แผนหลังเลือกตั้ง: เตรียมรวมตัวรอผล รองรับทุกสถานการณ์
  • เชิญชวนโหวต: ออกไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ ผลชัด 20.00 น.

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาเกษตรกร สาธารณสุข และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็น pain point ของประชาชนส่วนใหญ่ การยุติหาเสียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่หยุด แต่เป็นการเตรียมพร้อมสู่ชัยชนะ พวกเราคนไทยควรสนับสนุนพรรคที่ทำผลงานจริงใช่ไหมล่ะครับ

ในมุมมองของผม ภท. มีโอกาสสูงมากในศึกเลือกตั้ง 69 ครั้งนี้ เพราะนโยบายที่จับต้องได้และใกล้ชิดประชาชน ถ้าคุณกำลังลังเล ลองนึกถึงคนละครึ่งที่เคยช่วยเหลือครอบครัวคุณดูครับ

CTA: อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งพรุ่งนี้ แล้วมาติดตามผลอัปเดตที่นี่นะครับ เราจะรายงานทุกความเคลื่อนไหวให้คุณทราบทันที!

ที่มา – ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 จากเสียงตอบรับ “คนละครึ่งพลัส”

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดคึกคักที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย กันเถอะ! ในวันหาเสียงสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แกนนำพรรคประชาชนอย่าง “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, “ทิม” วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศิริกัญญา ตันสกุล ได้ผนึกกำลังขึ้นรถคาราวานหาเสียงทั่วกรุงเทพฯ อ้อนวอนพี่น้องประชาชนให้กาพรรคส้มทั้ง 2 ใบแบบถล่มทลาย เพื่อตั้งรัฐบาลประชาชนที่แท้จริง

คาราวานแบ่งเป็น 2 สายสุดมันส์: สาย “ก่อนอรุณจะรุ่ง” นำโดยเท้งและทิม วิ่งจากฝั่งธน ผ่านกาญจนาภิเษก กัลปพฤกษ์ บรมราชชนนี ตลาดสดธนบุรี พรานนก พุทธมณฑลสาย 4 ไปเยาวราช ส่วนสาย “ปักธงไชย” นำโดยพิธา วิ่งกรุงเทพเหนือ-ตะวันออก จากฉลองกรุง เลียบวารี ตลาดมีนบุรี รามอินทรา ตลาด AC สายไหม เกษตร รัชโยธิน ก่อนบรรจบที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” บรรยากาศตลอดทางอบอุ่นมาก ประชาชนออกมาต้อนรับ โบกมือ ถ่ายรูปแน่นขนัด โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวและสถานีรถไฟฟ้า

คาราวานหาเสียงพรรคประชาชนที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ ทิม-เท้ง

ระหว่างทาง เท้งปราศรัยเชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิ ไม่ต้องเผื่อใจ กาส้มทั้งสองใบเพื่อเปลี่ยนแปลง ทิมเน้นว่านี่โอกาสรอบ 30 ปี สลัดการเมืองอุปถัมภ์เพื่ออนาคตที่ดี ส่วนพิธาเตือนให้ไปโหวตตั้งแต่เช้า 8.00-17.00 น. ช่วยกาเห็นชอบประชามติ และเป็นอาสาเฝ้าหน่วยเลือกตั้งเพื่อความโปร่งใส บอกต่อให้ถล่มทลาย!

ผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย แซว “อยู่ภูมิใจไทย ก็เลือกประชาชนได้”

ฮาแตก! เวลา 14.15 น. ขบวนผ่านหน้าพรรคภูมิใจไทย ถนนพหลโยธิน พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แซวเสียงดัง “สวัสดีพรรคภูมิใจไทย อยู่ภูมิใจไทยก็เลือกประชาชนได้” พิธาขอบคุณสื่อ ชี้ป้าย “มีส้มไม่มีเทา มีเราไม่มีสแกมเมอร์” ที่ติดหน้าพรรค บอกให้แข่งกันเต็มที่ ประชาชนตัดสิน พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล ขอฝากประชาชนกาพรรคประชาชนถล่มทลาย

ขบวนคาราวานผ่านพรรคภูมิใจไทย

5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ประชาชนล้นทะลัก เรียก “นายกฯ เท้ง” ส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม

ไคลแม็กซ์ที่ 16.10 น. ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว! แกนนำปักหลักปราศรัยย่อย ประชาชนแน่นพื้นที่ หน้าห้างและสถานี BTS ล้นกว่าเดิมปี 66 เสียงเชียร์ “นายกฯ เท้ง” ดังลั่น เท้งขอ 20 ล้านเสียง ถล่มทลาย สัญญาทำงานหนักเป็นวัวเป็นควาย เจอกัน 9 ก.พ. ที่ทำเนียบ และทิ้งท้ายสุดน่ารัก “ตี๋ก็รักส้มเหมือนกัน”

ปราศรัยที่ 5 แยกลาดพร้าว
แซวพรรคภูมิใจไทย
ด้อมส้มที่ 5 แยกลาดพร้าวแตก
ประชาชนรอฟังปราศรัย
บรรยากาศคึกคัก
เรียกนายกฯ เท้ง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นพลังประชาชนที่พร้อมเปลี่ยนแปลง หากคุณอยากเห็นการเมืองที่ใสสะอาดเพื่อประชาชน ลุกขึ้นมากาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบพรุ่งนี้เลย! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันถล่มทลายเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

ที่มา – 5 แยกลาดพร้าวแตก ด้อมส้ม รอเจอ “ทิม-เท้ง” ขอมวลชนกาส้ม 2 ใบให้ถล่มทลาย

ตร.แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ งดขายแอลกอฮอล์ 24 ชม. เย็นนี้

วันนี้ (7 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกประกาศสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดย ตร.แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เย็นวันนี้ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่กำลังเที่ยวอยู่ในประเทศไทย อย่าตกใจหากร้านเหล้า บาร์ หรือร้านสะดวกซื้องดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชั่วคราวนะครับ

ตร.แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เย็นวันนี้

พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงข่าวแจ้งให้ทราบว่า มาตรการนี้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันนี้ 7 กุมภาพันธ์ 2569 จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันพรุ่งนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นเวลาเต็ม 24 ชั่วโมงเต็ม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง เช่น การเมาแล้วขับ หรือการทะเลาะวิวาทที่อาจกระทบต่อกระบวนการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 126,000 นาย ประจำการที่หน่วยเลือกตั้งเกือบ 100,000 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยการเลือกตั้ง (ศลต.ตร.) เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2569 และจะดำเนินต่อเนื่องจนถึง 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเน้นเฝ้าระวังการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง การทุจริตเลือกตั้ง และอารักขาการขนส่งหีบบัตรเลือกตั้งให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง

รายละเอียดมาตรการงดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับนักท่องเที่ยว

มาตรการ ตร.แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เย็นวันนี้ ครอบคลุมทุกร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นผับ บาร์ ร้านอาหาร โรงแรม หรือร้านสะดวกซื้อ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักในรีสอร์ทหรือโรงแรมอาจได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้เข้าใจและปฏิบัติตาม

มาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร

  • ระดมกำลังพล 126,000 นาย: คอยรักษาความปลอดภัยหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ
  • ปราบปรามทุจริต: เฝ้าระวังการซื้อสิทธิ์-ขายเสียงอย่างเข้มงวด
  • อารักขาหีบบัตร: ควบคุมการขนส่งให้ปลอดภัย 100%
  • อำนวยความสะดวกจราจร: ตำรวจจราจรช่วยให้ประชาชนไปหน่วยเลือกตั้งได้สะดวก
  • งดแอลกอฮอล์ 24 ชม.: ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุและเหตุวุ่นวาย

ด้วยมาตรการเหล่านี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมั่นใจว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปด้วยดี นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย เพราะตำรวจเพิ่มกำลังในพื้นที่ท่องเที่ยวหลักๆ อย่างพัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ ด้วย หากมีปัญหา สามารถโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชม.

คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงนี้

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา แนะนำให้นักท่องเที่ยววางแผนล่วงหน้า เช่น ดื่มเครื่องดื่มอัดลมหรือน้ำผลไม้แทน สนุกกับกิจกรรมอื่นๆ อย่างช้อปปิ้ง ทัวร์วัด หรือดูไฟล์ม์การ์ตูนไทย ช่วงนี้ถนนโล่งเพราะประชาชนไปเลือกตั้ง อาจเป็นโอกาสดีในการเดินทาง นอกจากนี้ ยังช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนได้มาก เพราะสถิติพบว่าการดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุในไทย

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งต่ออนาคตของประเทศ และมาตรการต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการทำให้ทุกอย่างเรียบร้อย เราเชื่อว่าด้วยความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว การเลือกตั้งจะสำเร็จลุล่วงได้อย่างโปร่งใสและปลอดภัย หากคุณเป็นคนไทย อย่าลืมไปใช้สิทธิ์โหวตด้วยนะครับ มันคือสิทธิ์ของคุณที่สำคัญที่สุด!

สรุปแล้ว มาตรการนี้ไม่เพียงช่วยการเลือกตั้ง แต่ยังทำให้ประเทศไทยปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ที่มา – ตร.แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ งดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เย็นวันนี้

กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้มีข้อมูลสำคัญมากๆ จากกกต. มาแจ้งให้ทุกคนทราบกันก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ พรุ่งนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2567 แล้วนะ กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. และลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วย อย่าพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นอาจโดนปรับหรือติดคุกได้!

กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงาน กกต. ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงข่าวเตรียมความพร้อมให้สื่อมวลชนฟัง โดยย้ำว่าพรุ่งนี้คือวันประวัติศาสตร์ของชาติ ที่เราจะมีทั้งเลือกตั้ง ส.ส. 400 เขต และลงประชามติร่าง รธน. ในวันเดียวกันเลย มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิ์กว่า 52 ล้านคน ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม!

กกต. ชี้แจงชัดๆ ว่า หน่วยเลือกตั้ง ส.ส. กับหน่วยลงประชามติอยู่ในหน่วยเดียวกัน สำหรับคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าหรือประชามติต่างจังหวัดนะครับ ถ้าลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้แต่ไม่ไป ก็เสียสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. แล้ว แต่ยังลงประชามติได้ตามปกติ ส่วนคนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่สำเร็จ ก็ไปโหวตได้ที่หน่วยบ้านตัวเองตามทะเบียนบ้าน

ตรวจสอบข้อมูลก่อนไปโหวต อย่าให้บัตรเสีย!

กกต. แนะนำให้ทุกคนตรวจสอบสถานที่ไปโหวต หมายเลขผู้สมัคร ส.ส. แบ่งเขต และหมายเลขพรรคที่ชอบ รวมถึงคำถามประชามติด้วย อย่าลืมจำให้ดี ป้องกันบัตรเสียที่อาจทำให้เสียสิทธิ์ได้ เอกสารที่ใช้แสดงตนก็ง่ายๆ เลย:

  • บัตรประชาชน
  • ใบขับขี่
  • บัตรประจำตัวผู้พิการ
  • เอกสารราชการอื่นๆ
  • เอกสารดิจิทัล mDocument

ถ้าบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยสีซีดจาง อ่านไม่ออก ไม่ต้องห่วง กกต. จะเอาแผ่นใหม่ไปแปะให้ชัดๆ ในวันโหวตเอง

ห้ามขายเหล้าและหาเสียงเด็ดขาดตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้

อีกเรื่องสำคัญที่กกต. ย้ำซ้ำๆ คือตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้ (7 ก.พ.) จนถึง 18.00 น. วันพรุ่งนี้ ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือเลี้ยงสุราทุกชนิดทั้งประเทศเลยนะครับ ไม่ว่าจะในร้านเหล้า บาร์ หรือแม้แต่ปาร์ตี้ที่บ้าน ถ้าฝ่าฝืนมีโทษหนักตาม พ.ร.บ. เลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง ห้ามหาเสียงทุกอย่างด้วย ไม่ว่าจะดีหรือเสียต่อใคร ก็ผิดหมด!

นอกจากนี้ กกต. ยังขอความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบศึก อย่าให้มีปัญหาเรื่องเมาแล้วทะเลาะกันนะครับ ปีนี้เป็นการเลือกตั้งที่รวม ส.ส. กับประชามติ ถ้าทุกคนไปโหวตเยอะๆ จะช่วยให้ประชาธิปไตยไทยแข็งแกร่งขึ้นมาก

ปัญหาที่อาจเจอ เช่น ไปผิดหน่วยเพราะลงทะเบียนล่วงหน้าไม่ตรงกัน หรือลืมหมายเลขผู้สมัคร แนะนำให้เช็คเว็บ กกต. หรือแอปเลือกตั้งล่วงหน้าเลยดีกว่า สถานที่โหวตอาจเปลี่ยนจากโรงเรียนไปโรงยิมหรือหอประชุมชั่วคราว ตรวจให้ชัวร์!

ส่วนตัวผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะจะกำหนดทิศทางประเทศไปอีกหลายปี อยากเห็นทุกคนตื่นเช้าไปโหวต แม้ฝนจะตกหรือร้อนแค่ไหนก็ตาม มันคือสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองที่ดีครับ

สุดท้าย อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ครอบครัวด้วยนะ ไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ เพื่ออนาคตไทยที่สดใส! ถ้าอ่านแล้วมีคำถาม คอมเมนต์มาถามได้เลยครับ

ที่มา – กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้ห้ามขายเหล้า แจงหน่วยเลือกตั้ง สส.-ลงประชามติ อยู่ในหน่วยเดียวกัน