จับลุงวัย 57 ต้องสงสัยทุจริตเลือกตั้ง รับเงินหัวคะแนน 2,000 ให้ไปกา คนที่ไม่รู้จัก
เหตุการณ์ จับลุงวัย 57 ต้องสงสัยทุจริตเลือกตั้ง รับเงินหัวคะแนน 2,000 ให้ไปกา คนที่ไม่รู้จัก สร้างความฮือฮาใน จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจ สภ.ร่อนพิบูลย์ นำกำลังจับกุมนายสมนึก ช่วยรอด วัย 57 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ พร้อมของกลางเงินสด 2,000 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท 2 ใบ ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหาเลือกตั้งผิดกฎหมายทันที
จับลุงวัย 57 ต้องสงสัยทุจริตเลือกตั้ง รับเงินหัวคะแนน 2,000 ให้ไปกา คนที่ไม่รู้จัก
รายละเอียดเกิดขึ้นช่วงกลางดึก เวลา 23.30 น. ร.ต.อ.วีรพงษ์ ชนะพลชัย รองสวป.สภ.ร่อนพิบูลย์ ได้รับแจ้งว่ามีชาวบ้านพฤติกรรมน่าสงสัยในพื้นที่หมู่ 2 ต.ควนพัง จึงรุดตรวจสอบ พบนายสมนึกกำลังเดินริมถนนในซอยหมู่บ้าน ตรวจค้นตัวพบเงิน 2,000 บาททันที นายสมนึกที่ตกใจสุดขีด ให้การว่าถูกนายเทือง ร่มนวล ชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ติดต่อให้ไปพบที่บ้านท้ายหมู่บ้าน
นายเทืองซึ่งเป็นหัวคะแนน บอกให้นายสมนึกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. เขต 4 นครศรีธรรมราช ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยให้กาเลือกผู้สมัครของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่นายสมนึกไม่เคยรู้จักหน้า แม้แต่เห็นแค่ในป้ายหาเสียงเท่านั้น พร้อมมอบเงิน 2,000 บาทเป็นค่าจ้าง พอเดินออกจากบ้านมาก็โดนตำรวจเรียกตรวจทันที
พฤติกรรมทุจริตเลือกตั้งที่พบในกรณีจับลุงวัย 57
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมนึกยืนยันการให้การเดิมต่อพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.สัญญา กล่อมสุข รองผกก.สอบสวน สภ.ร่อนพิบูลย์ ตำรวจแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรง โทษจำคุกสูงสุด 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท และริบสิทธิ์เลือกตั้ง 10-20 ปี
เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่ยังคงเกิดขึ้นแม้ กกต. จะรณรงค์ปราบปรามอย่างเข้มข้น ในช่วงเลือกตั้งใหญ่ การทุจริตเลือกตั้งมักเกิดในพื้นที่ชนบทอย่างนครศรีธรรมราช ที่มีเครือข่ายหัวคะแนนแพร่หลาย หัวคะแนนจะรับเงินจากผู้สมัคร แล้วกระจายให้ชาวบ้านในอัตรา 1,000-2,000 บาทต่อหัว เพื่อแลกกับคะแนนเสียง
- เงินหัวคะแนนเริ่มต้น 1,000-5,000 บาท ขึ้นกับพื้นที่
- ผู้กระทำผิดมักไม่รู้จักผู้สมัครจริงๆ เหมือนกรณีนี้
- ตำรวจตั้งจุดตรวจเคลื่อนที่ 24 ชม. เพื่อปราบปราม
นอกจากนี้ ตำรวจยังจะขยายผลหาหัวคะแนนตัวจริงคือ “นายเทือง” และผู้สมัครที่เกี่ยวข้อง เพื่อปิดเครือข่ายทั้งหมด สร้างความเชื่อมั่นให้การเลือกตั้งสุจริต
ผลกระทบจากการทุจริตเลือกตั้งในไทย
การทุจริตเลือกตั้งไม่เพียงทำลายประชาธิปไตย แต่ยังส่งผลให้ ส.ส.ที่ได้คะแนนจากเงิน สนใจแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว ชาวบ้านอย่างลุงวัย 57 อาจคิดว่าเงิน 2,000 บาทคุ้ม แต่สุดท้ายถูกจับ ชีวิตพังทั้งครอบครัว จากสถิติปี 2562 พบการซื้อเสียงกว่า 1,000 คดีทั่วประเทศ ส่วนใหญ่ในภาคใต้
เพื่อป้องกัน ประชาชนควรแจ้งเบาะแสทุจริตได้ที่ 1311 สายด่วน กกต. หรือตำรวจท้องที่ อย่าเห็นแก่เงินเล็กน้อยที่แลกกับอนาคตชาติ
เหตุการณ์ จับลุงวัย 57 ต้องสงสัยทุจริตเลือกตั้ง นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่ากฎหมายกำลังจับตาใกล้ชิด หากคุณพบพฤติกรรมน่าสงสัย รายงานทันทีเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ในการเลือกตั้ง คุณคิดเห็นอย่างไร? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง!
ที่มา – จับลุงวัย 57 ต้องสงสัยทุจริตเลือกตั้ง รับเงินหัวคะแนน 2,000 ให้ไปกา คนที่ไม่รู้จัก





















