กกต.สุราษฎร์ธานี เร่งตรวจสอบปมโพย ซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท ของพรรคการเมืองใด
วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองท้องถิ่นที่กำลังเป็นที่สนใจของทุกคน นั่นคือกรณี กกต.สุราษฎร์ธานี เร่งตรวจสอบปมโพย ซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท ของพรรคการเมืองใด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ตำรวจบุกตรวจสอบหลังได้รับแจ้งเบาะแสการซื้อสิทธิ์ขายเสียง สร้างความฮือฮาให้กับสังคมเป็นอย่างมาก เพราะเป็นหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ถึงพฤติกรรมไม่โปร่งใสในการเลือกตั้ง
ย้อนกลับไปดูรายละเอียด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.พุนพิน ได้รับแจ้งเหตุว่ามีการซื้อเสียงเกิดขึ้นที่ซอยมุ่งพัฒนา ซอย 1 ตำรวจจึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบทันที ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังหนึ่ง พบชายหญิงประมาณ 5 รายกำลังหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ วิ่งขึ้นรถกระบะสีขาวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ไม่สามารถไล่ทันได้ แต่ในบ้านยังเหลือผู้ต้องสงสัยอีก 4 ราย คือชาย 1 คนและหญิง 3 คน ที่กำลังนั่งอยู่บริเวณโต๊ะไม้หินอ่อนหน้าบ้าน
หลักฐานสำคัญที่ตำรวจยึดได้
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบกระดาษโพยจดรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก โดยระบุรายละเอียดชัดเจน เช่น บ้านเลขที่ เบอร์โทรศัพท์ หน่วยเลือกตั้ง และเขตเลือกตั้ง นี่คือหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการเตรียมการซื้อเสียงอย่างเป็นระบบ พยานทั้ง 4 รายที่ถูกเชิญมาสอบสวนยอมรับว่า ได้รับการติดต่อจากหัวคะแนนของพรรคการเมืองบางพรรค ให้ช่วยจดรายชื่อคนรู้จักและคนสนิท โดยแลกกับค่าจ้างจดรายชื่อคนละ 100 บาท และจะได้รับเงินอีก 1,000 บาทต่อหัวสำหรับผู้ที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจริง
- พยานระบุว่าถูกติดต่อจากหัวคะแนนพรรคการเมือง
- ค่าจ้างจดชื่อ 100 บาทต่อคน
- เงินซื้อเสียง 1,000 บาทต่อหัวที่ไปโหวต
- ทีมที่มารับโพยไม่ใช่คนเดิม แต่แจ้งว่าเป็นทีมงาน
- นัดนำเงินมา 15.00 น. แต่ตำรวจมาถึงก่อน
ต่อมาในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี และนายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมสอบสวนพยานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยง
นายพลัฏฐ์ นิลเนาวรัตน์ ผอ.กกต.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า แม้ในโพยจะไม่ระบุชื่อผู้สมัครหรือพรรคการเมืองโดยตรง แต่ข้อมูลนี้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่จะบันทึกหลักฐานและประสานตำรวจสืบสวนต่อ โดยสอบปากคำผู้ครอบครองโพยทั้ง 4 ราย เพื่อหาตัวผู้บงการที่แท้จริง
ผลกระทบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กรณี กกต.สุราษฎร์ธานี เร่งตรวจสอบปมโพย ซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท ของพรรคการเมืองใด นี้ สะท้อนปัญหาเรื้อรังในการเลือกตั้งท้องถิ่นของไทย การซื้อเสียงถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. พ.ศ. 2561 มาตรา 129 ผู้กระทำผิดอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนาน 10 ปี หรือติดคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในระบบประชาธิปไตย
ในสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ในภาคใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นมักมีปัญหาแบบนี้บ่อยครั้ง ผู้สมัครบางรายใช้เงินทุนมหาศาลเพื่อแลกคะแนน แต่สุดท้ายประชาชนต่างรู้ดีว่าการเลือกตั้งที่แท้จริงต้องมาจากนโยบายและคุณภาพ ไม่ใช่เงินตรา เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ กกต. และตำรวจเข้มงวดยิ่งขึ้น
จากข้อมูลที่ได้ พยานคนหนึ่งเล่าว่า พื้นที่ใกล้เคียงได้รับเงินกันหมดแล้ว จึงรีบสอบถามและนัดตรวจโพย แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่มาทัน ไม่งั้นเงิน 1,000 บาทต่อหัวคงไหลไปแล้ว นี่แสดงให้เห็นถึงเครือข่ายที่ซับซ้อน หัวคะแนน-ทีมงาน-ผู้บงการ
เพื่อป้องกันปัญหานี้ในอนาคต ประชาชนควรตื่นตัว รายงานเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที และเลือกผู้สมัครจากผลงานจริงๆ สุดท้ายแล้ว การเลือกตั้งที่สะอาดจะนำมาซึ่งอนาคตที่ดีของชาติ
คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? มีประสบการณ์เจอการซื้อเสียงบ้างไหม คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ทุกคนตื่นตัวกับปัญหา กกต.สุราษฎร์ธานี เร่งตรวจสอบปมโพย ซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท ของพรรคการเมืองใด ครับ
ที่มา – กกต.สุราษฎร์ธานี เร่งตรวจสอบปมโพย ซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท ของพรรคการเมืองใด

































