วัน: 8 กุมภาพันธ์ 2026

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

วันนี้เรามีข่าวร้อนมาอัปเดตกันกับ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ที่สร้างความฮือฮาทั่วประเทศ! พรรคสีส้มสุดแกร่งนี้นำคะแนนแบบถล่มทลายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครองแชมป์ทุกเขตเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขตเลยทีเดียว ไม่ว่าจะนับคะแนนไปถึงไหน พรรคประชาชนก็ยังคงนำเป็นอันดับหนึ่งแบบไม่มีใครสู้ได้

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ปิดหีบลงเวลา 17.00 น. และเริ่มทยอยนับคะแนนทันที ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเริ่มเผยแพร่ตั้งแต่ช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนหลายคนตื่นเต้นรอติดตาม โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นสมรภูมิสำคัญของการเมืองไทย

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนกวาดกรุงเทพ 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน นำเดี่ยวครบ 33 เขตกรุงเทพ

อัปเดต ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน ล่าสุด ณ เวลา 22.57 น. กกต. นับคะแนนแล้ว 53% ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าพรรคประชาชนปักธงสีส้มยึดพื้นที่ได้ทั้งหมด! ต่อมา เวลา 23.04 น. คะแนนยังคงนิ่ง พรรคนี้ยังนำอันดับหนึ่งในทุกเขต ไม่ว่าจะเป็นเขตใจกลางเมืองอย่างเขตพระนคร สาทร หรือชานเมืองอย่างลาดกระบัง บางขุนเทียน พรรคประชาชนกวาดเรียบ

ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทำงานหนักของทีมงานและนโยบายที่โดนใจชาวกรุง นโยบายแก้ปัญหาจราจร น้ำท่วม และค่าครองชีพที่พุ่งสูง ทำให้ได้คะแนนถล่มทลาย สีส้มของพรรคกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะในคืนนี้

รายละเอียดคะแนนและเขตเลือกตั้งที่พรรคประชาชนชนะ

  • เขต 1 พระนคร: นำด้วยคะแนนกว่า 60%
  • เขต 10 สาทร: ครองคะแนนนำขาดลอย
  • เขต 33 ลาดกระบัง: กวาดคะแนนจากฐานเสียงชานเมือง
  • และทุกเขตอื่นๆ รวม 33 เขตทั้งหมด

ข้อมูลนี้มาจากระบบของกกต. ที่อัปเดตแบบเรียลไทม์ ชาวเน็ตต่างแชร์ภาพธงสีส้มโบกสะบัดตามโซเชียลมีเดีย ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

ขั้นตอนหลังผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน

หลังจากนี้ กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องของคะแนนอีกครั้ง โดยคาดว่าจะประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน ระหว่างนี้ ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถยื่นอุทธรณ์ได้หากเห็นว่ามีปัญหา สำหรับประชาชน สามารถติดตามผลคะแนนแบบละเอียดได้ที่เว็บไซต์กกต. หรือเพจข่าวชั้นนำ

นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ผลเลือกตั้งในต่างจังหวัดก็กำลังนับคะแนนเข้มข้นเช่นกัน แต่ที่กรุงเทพฯ พรรคประชาชนชัดเจนที่สุด การครองทุกเขตแสดงให้เห็นถึงฐานเสียงที่เหนียวแน่นในเมืองหลวง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดนักการเมืองรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงประสบความสำเร็จ? นอกจากนโยบายประชานิยมแล้ว ยังมีผู้นำรุ่นใหม่ที่สื่อสารเก่ง ใช้โซเชียลมีเดียเข้าถึงวัยรุ่นและคนทำงานได้ดีเยี่ยม การหาเสียงแบบออนไลน์และออฟไลน์ผสมผสาน ทำให้ทะลุทะลวงกำแพงเขตเลือกตั้งเก่าๆ ได้

หากมองย้อนอดีต การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งก่อนๆ ชาวกรุงมักกระจายคะแนนให้หลายพรรค แต่ครั้งนี้ ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชน เปลี่ยนเกมทั้งหมด สีส้มกลายเป็นสีแห่งอนาคตการเมืองกทม.

สำหรับแฟนข่าวการเมือง อย่าพลาดติดตามอัปเดตเพิ่มเติม เพราะผลนี้อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ชาวกรุงเทพฯ ได้แสดงจุดยืนชัดเจนแล้ว ว่าต้องการการเปลี่ยนแปลงจริงๆ

สรุปแล้ว ชัยชนะของพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ เป็นสัญญาณบวกต่อการเมืองไทยที่ต้องการความสดใหม่และตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมกับเราได้เลย!

ที่มา – ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

“หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 บรรยากาศบริเวณหน้าอาคารอนาคตใหม่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เมื่อ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะผู้สนับสนุนที่ยังคงรวมตัวกันให้กำลังใจ แม้ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจะเผยว่าพรรคไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หัวหน้าเท้งไม่ยอมแพ้ กลับใช้โอกาสนี้ปลุกใจให้ทุกคนสู้ต่อไปในฐานะฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง

หัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

หลังการแถลงข่าวประเมินสถานการณ์เลือกตั้ง นายณัฐพงษ์กล่าวกับมวลชนที่มาร่วมด้วยหัวใจว่า ทุกคนเชื่อมั่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนคือทางออกของประเทศ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรคได้ทำงานหนัก สร้างความสำเร็จมากมายร่วมกับประชาชน แม้คะแนนจะยังไม่พอตั้งรัฐบาล แต่การต่อสู้ไม่หยุดนิ่ง หัวหน้าเท้งย้ำชัด ‘อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดหวัง สู้ด้วยกันต่อไป’ คำพูดนี้ทำให้ผู้สนับสนุนหลายคนน้ำตาคลอ สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

พรรคประชาชนที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะพลาดโอกาสเป็นรัฐบาล แต่บทบาทฝ่ายค้านจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ ผลักดันนโยบายเพื่อประชาชนต่อไป

รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน

ไอซ์ รักชนก ยิ้มสู้ต่อ หลังสุชาติ ชมกลิ่น โชว์กินส้มเย้ย

ในส่วนของนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ แคนดิเดตส.ส.ชลบุรี เขต 1 ได้เดินออกมาพบมวลชนด้วยรอยยิ้มสดใส ยืนยันว่าถ้าประชาชนไม่ท้อ พรรคก็ไม่ท้อเช่นกัน แม้เขตนี้จะแพ้ให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย ที่โชว์กินส้มตำเย้ยชัยชนะ แต่ไอซ์เลือกส่งยิ้มกว้าง ไม่ตอบโต้ใดๆ แสดงถึงความเข้มแข็งและไม่ยั่วยุ

สุชาติ ชมกลิ่น กินส้ม

บทบาทฝ่ายค้าน: สู้ต่อเพื่อประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ไม่ใช่แค่คำปลอบ แต่เป็นกลยุทธ์ชัดเจน พรรคประชาชนจะใช้ตำแหน่งฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลใหม่ ผลักดันประเด็นสำคัญ เช่น การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และนโยบายที่เป็นประชาชนนิยม

  • ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลอย่างโปร่งใส
  • ผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิประชาชน
  • ติดตามคดีทางการเมืองที่ค้างคา
  • สร้างเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ
  • เตรียมพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นและครั้งหน้า

จากประสบการณ์ในอดีต ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอย่างพรรคก้าวไกลเคยเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้มากมาย ครั้งนี้พรรคประชาชนจะสานต่อ sứภพนั้น โดยมีนายณัฐพงษ์เป็นผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือ

วิเคราะห์สถานการณ์หลังเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ ได้เปรียบในการเจรจาตั้งรัฐบาล แต่พรรคประชาชนคว้าที่นั่งส.ส.จำนวนมากพอเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลัก สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลใหม่ต้องระวังตัวมากขึ้น การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีพลังมากกว่าเดิม

ในมุมมองส่วนตัว แม้จะหัวหน้าเท้งจะยอมรับวืดตั้งรัฐบาล แต่ทัศนคติไม่ท้อนี้คือกุญแจสำคัญที่จะนำพรรคไปสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในอนาคต พลังของมวลชนที่รวมตัวกันคืนนั้นพิสูจน์แล้วว่าความหวังยังไม่ดับ

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ แล้วสู้ต่อไป!

ที่มา – “หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ปลุกใจสู้ต่อในฐานะฝ่ายค้าน

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เมื่อโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพแห่งหนึ่งระเบิดอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 8 รายแล้ว วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดกันแบบใกล้ชิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมควันสีเหลืองถึงกลายเป็นจุดสงสัยหลัก

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่โรงงานของบริษัท เจียเผิง ไบโอเทค (Jiapeng Biotech) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมซานอิน (San Yin) มณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีน ห่างจากกรุงปักกิ่งประมาณ 400 กิโลเมตร สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 8 ศพ หลังจากพบศพผู้เคราะห์ร้ายอีก 1 รายที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

ภาพจากจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งทะลุฟ้า สร้างความตื่นตระหนกให้ชาวบ้านใกล้เคียง สื่อท้องถิ่นรายงานว่าควันสีนี้ดูผิดปกติมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงสารเคมีบางชนิดที่รั่วไหลออกมา แต่จนถึงตอนนี้ สาเหตุที่แท้จริงของการระเบิดยังไม่เป็นที่แน่ชัด เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวน โดยตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทถูกควบคุมตัวไว้เพื่อสอบสวนแล้ว

สาเหตุเบื้องต้นและควันสีเหลืองที่น่าสงสัย

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าควันสีเหลืองนี้มาจากไหน? ผู้เชี่ยวชาญบางรายคาดเดาว่าอาจเป็นผลจากสารเคมีในกระบวนการผลิตเทคโนโลยีชีวภาพ เช่น ก๊าซพิษหรือสารระเบิดที่ใช้ในห้องแล็บ แต่ทางการยังไม่ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ

โรงงานแห่งนี้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิจัยยาและสารชีวเคมี ความเสี่ยงสูงอยู่แล้ว หากมาตรฐานความปลอดภัยไม่เข้มงวด นี่อาจเป็นอุบัติเหตุจากอุปกรณ์หรือการจัดการสารเคมีที่ผิดพลาด

เหตุการณ์คล้ายคลึงในจีนปีนี้

น่าเศร้าที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในปี 2569 เพียงปลายเดือนมกราคม ก็เกิดระเบิดที่โรงงานเหล็กในมณฑลมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับมณฑลซานซี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ จีนเป็นประเทศที่มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก แต่ปัญหาความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นร้อน

  • ผู้เสียชีวิต: 8 ราย (เพิ่มจากเดิมหลังพบศพเพิ่ม)
  • สถานที่: โรงงานเจียเผิง ไบโอเทค เขตซานอิน มณฑลซานซี
  • อาการ: ควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่ง
  • สถานะ: สืบสวน 중, ตัวแทนบริษัทถูกควบคุม
  • เหตุการณ์ก่อนหน้า: ระเบิดโรงงานเหล็ก 9 ศพ

จากสถิติ พบว่าจีนเกิดอุบัติเหตุโรงงานเฉลี่ยปีละหลายร้อยครั้ง ส่วนใหญ่มาจากการขาดการบำรุงรักษาและการฝึกอบรมพนักงาน ข้อมูลจากหน่วยงานความปลอดภัยจีนระบุว่า ในปี 2568 มีอุบัติเหตุใหญ่ถึง 20 ครั้ง ส่งผลเสียหายนับพันล้านหยวน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกประเทศ โดยเฉพาะที่กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมหนัก ต้องลงทุนในระบบความปลอดภัยให้มากขึ้น เช่น การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับก๊าซ การฝึกซ้อมอพยพ และการตรวจสอบโรงงานอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เทคโนโลยีชีวภาพกำลังบูมในจีน แต่ความเสี่ยงจากสารอันตรายก็สูงตาม หากไม่แก้ไข อาจเกิดเหตุซ้ำรอยอีก ลองคิดดูสิครับ ถ้าเป็นโรงงานใกล้บ้านเรา จะรับมือยังไง?

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจข่าวต่างประเทศ แนะนำให้ติดตามเว็บไทยรัฐเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายความรู้เรื่องความปลอดภัยในโรงงานกันนะครับ คุณคิดว่าสาเหตุจริงๆ คืออะไร ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างเลย!

ที่มา – ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

แบร์รี-เมอร์ฟีวิจารณ์มาตรฐานผู้ตัดสินลีกวัน

แบร์รี-เมอร์ฟีวิจารณ์มาตรฐานผู้ตัดสินลีกวันหลังชัยชนะคาร์ดิฟฟ์

แบร์รี-เมอร์ฟีวิจารณ์มาตรฐานผู้ตัดสินลีกวัน ว่ากำลังแย่ลงเรื่อยๆ หลังจากทีมคาร์ดิฟฟ์ของเขาชนะโรเธอร์แฮม 3-0 ด้วยผู้เล่น 10 คนในวันเสาร์ที่ผ่านมา

กัปตันทีมบลูเบิร์ดส์ ไรอัน วินเทิล โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 21 แต่เพื่อนร่วมทีมรวมพลังจนคว้าชัยชนะนอกบ้าน 3-0 ทำให้ยังนำจ่าฝูงลีกวัน

แบร์รี-เมอร์ฟี ไม่เพียงตำหนิผู้ตัดสินแมตช์ เซบ สต็อกบริดจ์ แต่ยังวิจารณ์มาตรฐานโดยรวมของลีก แม้กระทั่งบอกใบ้ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการที่คาร์ดิฟฟ์เป็นทีมเวลส์ทีมเดียวในลีกวัน

“การตัดสินในฤดูกาลนี้แย่ลงเรื่อยๆ มันแย่มาก” หัวหน้าโค้ชบอกกับ BBC Sport Wales

“เราเป็นทีมเวลส์ทีมเดียวในลีกนี้ และนักเตะของเราต้องได้รับการปกป้อง แต่พวกเขาไม่ได้ถูกปกป้อง”

แบร์รี-เมอร์ฟีไม่พอใจกับใบแดงของวินเทิล และการฟาวล์หนักใส่อิซาแอก เดวิสที่ไม่ถูกลงโทษ

“ไรอันสัมผัสบอล และไม่มีคัฟเวอร์มากนัก แต่ผู้ตัดสินรีบไล่เขาออก” เขากล่าวเพิ่มเติม

“อิซาแอก เดวิสโดนทำร้ายหัวอย่างรุนแรงนอกบอล แต่ไม่มีใครเห็น”

แบร์รี-เมอร์ฟีวิจารณ์มาตรฐานผู้ตัดสินลีกวันอย่างหนัก

หัวหน้าโค้ชคาร์ดิฟฟ์ยังบ่นถึงการตอบสนองจาก PGMOL หน่วยงานดูแลผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพอังกฤษ ที่ตอบแบบจืดชืดต่อคำร้องเรียนก่อนหน้า

แบร์รี-เมอร์ฟีอธิบายว่าคำตอบเป็นแบบ “vanilla” และกล่าวว่า “ทีมงานเราพยายามส่งรายงาน แต่ต่อไปไม่มีประโยชน์แล้ว”

“ไม่มีใครรับทราบสิ่งที่เราพูด มันถูกเพิกเฉย เราได้คำตอบแต่คำตอบมักเห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ดีพอ”

“เราจะไม่เสียเวลา เราจะโฟกัสที่คาร์ดิฟฟ์ ให้แฟนบอลและนักเตะได้รับการปกป้องที่ต้องการ”

ทัศนคติทีมที่ทำให้โค้ชพอใจ

ชัยชนะเหนือโรเธอร์แฮม ทำให้บลูเบิร์ดส์ไร้พ่าย 10 นัด นำลินคอล์น ซิตี้ 2 แต้ม

“ตั้งแต่นาทีแรกเราตั้งใจเล่นเกมของตัวเอง และทำต่อหลังไรอันโดนไล่ออก” แบร์รี-เมอร์ฟีกล่าว

“ผมมั่นใจว่าจะชนะ แต่สิ่งสำคัญคือทัศนคติ นักเตะไม่ทำให้ใครผิดหวัง”

“เราไม่อยากถอย เราต้องการดุดันทุกนาที มันเป็นวันที่พิเศษ”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การวิจารณ์ของแบร์รี-เมอร์ฟีครั้งนี้จุดประกายการถกเถียงเกี่ยวกับมาตรฐานผู้ตัดสินในลีกวัน โดยเฉพาะทีมจากนอกอังกฤษอย่างคาร์ดิฟฟ์ที่อาจถูกกดดันมากขึ้น นักเตะควรได้รับการปกป้องอย่างไรในลีกที่เข้มข้น? คาร์ดิฟฟ์แสดงให้เห็นว่าทัศนคติดีช่วยพลิกเกมได้ แฟนบอลคาร์ดิฟฟ์คงภูมิใจมาก

คุณคิดอย่างไรกับ แบร์รี-เมอร์ฟีวิจารณ์มาตรฐานผู้ตัดสินลีกวัน ครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลลีกวันเพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

“พรรคเศรษฐกิจ” ขอบคุณคะแนนเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 สส.ปาร์ตี้ลิสต์

หลังจากวันเลือกตั้งที่ทุกคนเฝ้าติดตามกันอย่างใกล้ชิด พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ กันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะครับ สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ พรรคและประชาชนที่สนับสนุนกันเต็มที่ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และทำไมพรรคนี้ถึงได้รับความนิยมขนาดนี้

พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

เมื่อเวลา 22.30 น. ของวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ ได้ออกมาแสดงความขอบคุณต่อประชาชนทุกท่านที่มอบคะแนนเสียงให้กับพรรค แม้ว่าการนับคะแนนจะยังไม่นิ่งสนิท แต่คาดการณ์ว่าพรรคจะได้รับคะแนนรวมกว่า 1 ล้านเสียงเลยทีเดียว! ท่านประธานบอกว่าทุกคนในพรรครู้สึกซึ้งใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่ประชาชนมอบให้

แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะครับ พรรคเศรษฐกิจยังได้รับข้อมูลจากพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับความผิดปกติในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องการซื้อเสียงที่อาจเกิดขึ้นถึง 100 เขต! พรรคประกาศชัดเจนว่าจะเข้าไปตรวจสอบและเป็นตัวแทนประชาชน เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม พรรคสัญญาว่าจะทำหน้าที่เต็มที่ ไม่ว่าจะได้ที่นั่งเท่าไหร่ ก็จะไม่ยอมแพ้ต่อระบบเก่าๆ จนกว่าประเทศจะเปลี่ยนแปลงจริงๆ คำพูดนี้ทำให้แฟนๆ รู้สึกมีกำลังใจมากเลย

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นและรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

จากผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 23.00 น. พรรคเศรษฐกิจกวาดที่นั่งได้ 4 ที่นั่งทั้งหมดจากบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่าปาร์ตี้ลิสต์นั่นเอง ซึ่งเป็นผลงานที่ทุกคนในพรรคภูมิใจมาก รายชื่อผู้สมัครชั้นนำ 4 อันดับแรกที่คาดว่าจะได้เป็น สส. มีดังนี้:

  • 1. นายคริส โปตระนันทน์ – ประธานพรรคคนนำที่มาแรง
  • 2. นายพีรพล กนกวลัย – ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
  • 3. นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล – แทนเสียงสตรีและเยาวชน
  • 4. พลตำรวจตรีไพบูลย์ มะระพฤษณ์วรรณ – ผู้พิทักษ์ความยุติธรรม

รายชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของพรรคเศรษฐกิจ ที่มีทั้งผู้นำ นักเศรษฐศาสตร์ สตรี และอดีตตำรวจ ซึ่งจะเข้ามารับใช้ประชาชนในสภาอย่างเต็มที่

พรรคเศรษฐกิจคือใคร และทำไมถึงได้รับความไว้วางใจ

พรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคใหม่ที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจเพื่อประชาชนเป็นหลัก ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน ส่งเสริมการลงทุน และปฏิรูประบบการเมืองให้โปร่งใส การเลือกตั้ง 2569 ครั้งนี้ พรรคพิสูจน์ตัวเองด้วยคะแนนที่พุ่งทะยาน แม้จะเจออุปสรรคเรื่องข่าวลือการซื้อเสียง แต่พรรคยืนยันว่าจะสู้เพื่อประชาชนต่อไป

ในมุมมองของผม การที่พรรคเศรษฐกิจ ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบบนี้ แสดงถึงความจริงใจและพร้อมทำงานจริง ไม่ใช่แค่พูดเล่นๆ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่เรารอคอยมานาน ประชาชนหลายคนที่โหวตให้พรรคนี้ คงรู้สึกคุ้มค่ากับคะแนนที่มอบไปแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การเมืองไทยยังมีเรื่องให้ต้องจับตาต่อ โดยเฉพาะประเด็นตรวจสอบการเลือกตั้ง หากมีการทุจริตจริง พรรคเศรษฐกิจจะเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการผลักดันให้เกิดความยุติธรรม นอกจากนี้ 4 สส.ปาร์ตี้ลิสต์เหล่านี้จะมีบทบาทอย่างไรในสภา ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าความหวังของประชาชนไม่ได้สูญเปล่า พรรคเศรษฐกิจได้จุดประกายให้เราเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งอีกครั้ง คุณล่ะครับ คิดเห็นยังไงกับผลงานเบื้องต้นของพรรคนี้? ลองแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารการเมืองแพร่กระจายกว้างขึ้น!

ที่มา – “พรรคเศรษฐกิจ” ขอบคุณทุกคะแนนเสียงเลือกตั้ง 2569 เปิด 4 รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์

เปิดรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1-20 พรรคภูมิใจไทย

หลังจากผลการเลือกตั้งเริ่มนับคะแนนออกมาแบบไม่เป็นทางการ เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1-20 ของ “พรรคภูมิใจไทย” ก็กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แถลงข่าวประกาศชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับที่นั่ง สส.บัญชีรายชื่อถึง 20 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นผลงานที่โดดเด่นในศึกเลือกตั้งครั้งนี้

เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1-20 ของ “พรรคภูมิใจไทย”

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นเวทีแถลงข่าวตอนเวลา 22.20 น. โดยขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคะแนนเสียงที่มอบความไว้วางใจให้พรรค รายชื่อว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ลำดับ 1-20 มีดังนี้

  • 1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล
  • 2. นายไชยชนก ชิดชอบ
  • 3. นายวราวุธ ศิลปอาชา
  • 4. นายสันติ พร้อมพัฒน์
  • 5. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ
  • 6. นายชลัฐ รัชกิจประการ
  • 7. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์
  • 8. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี
  • 9. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ
  • 10. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล
  • 11. นางนันทนา สงฆ์ประชา
  • 12. นายร่มธรรม ขำนุรักษ์
  • 13. นายกฤษฎา หลีนวรัตน์
  • 14. นางสาวศศิธร กิตติธรกุล
  • 15. นายศุภชัย ใจสมุทร
  • 16. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
  • 17. นายเกรียงยศ สุดลาภา
  • 18. นายธนกร วังบุญคงชนะ
  • 19. นางสาวรินทร์ลิตา อดิษะ
  • 20. นายนิกร จำนง

บุคคลสำคัญในลิสต์ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคภูมิใจไทย

รายชื่อเหล่านี้ประกอบด้วยนักการเมืองรุ่นเก๋าและหน้าใหม่ที่มากประสบการณ์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในอันดับ 1 ถือเป็นหัวใจหลักของพรรค ด้วยบทบาทรัฐมนตรีมหาดไทยคนปัจจุบันและแคนดิเดตนายกฯ ส่วนอันดับ 2 นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชน อันดับ 3 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีช่วยศึกษาฯ ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการศึกษา นอกจากนี้ยังมีสตรีนักสู้อย่างนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ที่เก่งเรื่องสื่อสารมวลชน

พรรคภูมิใจไทยก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2550 โดยมีจุดยืนชัดเจนในนโยบายเศรษฐกิจ สาธารณสุข และแก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้พรรคได้รับคะแนนเสียงถล่มทลายในเขตอีสานและภาคกลาง การได้ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 20 ที่นั่งนี้ จะช่วยเสริมทัพ สส.เขตให้พรรคมีพลังในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยกำลังมาแรง โดยเฉพาะในจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งเป็นฐานเสียงหลัก นโยบายเราชนะที่ผ่านมาและการผลักดันกัญชาเสรี ทำให้ภาพลักษณ์พรรคดูทันสมัยและเข้าถึงเยาวชน

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทยมีบทบาทสำคัญ หาก เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1-20 ของ “พรรคภูมิใจไทย” เหล่านี้ได้เข้ามารับใช้ประชาชนจริงจัง จะช่วยขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าได้แน่นอน

ติดตามข่าวการเมืองล่าสุดและวิเคราะห์ผลเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดทุกอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – เปิดรายชื่อ ว่าที่ “สส.ปาร์ตี้ลิสต์” ลำดับที่ 1-20 ของ “พรรคภูมิใจไทย”

นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus

พรรคภูมิใจไทยกำลังมาแรงหลังการเลือกตั้ง 2566 ด้วยคะแนนที่ไม่เป็นทางการบ่งชี้โอกาสสูงในการจัดตั้งรัฐบาล และหนึ่งในนโยบายเด่นที่ดึงดูดใจประชาชนคือ นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus ซึ่งมุ่งสร้างศักยภาพใหม่ให้ประเทศไทย แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำรวยกระจุกจนกระจายได้อย่างตรงจุด นโยบายนี้ไม่ได้มาจากการนั่งคิดเท่านั้น แต่เกิดจากการสำรวจปัญหาจริงในสังคมไทย โดยทีมเศรษฐกิจนำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่ได้รับโอกาสจากนายกรัฐมนตรีและพรรคในการออกแบบเอง

นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus

นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus แบ่งเป็น 2 ขาหลัก ขาละ 5 ด้าน รวม 10 Plus เพื่อให้การเติบโตเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยมุ่งแก้痛 point หลักของเศรษฐกิจไทย เช่น ความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงโอกาสที่ไม่เท่าเทียม และการแข่งขันที่อ่อนแอ

ขาที่ 1: สร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง

ขานี้โฟกัส 5 กลุ่มเป้าหมายหลัก เพื่อกระจายความมั่งคั่งสู่ฐานราก

  • คนตัวเล็กตัวน้อย Plus: ดูแลมนุษย์เงินเดือนและกลุ่มเปราะบาง เช่น ลูกจ้างรายวัน ผู้มีรายได้น้อย ให้ได้รับการสนับสนุนที่ตรงจุด ไม่ใช่แจกกระจายแบบเก่า
  • คนสูงวัย Plus: เตรียมพร้อมสังคมสูงวัยที่กำลังมา โดยใน 5-10 ปีข้างหน้า สัดส่วนผู้สูงอายุจะแตะ 30% สร้างรายได้ให้ผู้เกษียณ ไม่เป็นภาระลูกหลาน ผ่านกองทุนหรือโครงการสร้างอาชีพ
  • SME Plus: สร้างแต้มต่อให้สินค้า Made in Thailand ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยี การตลาด และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ SMEs เติบโตแข่งขันระดับโลก
  • ชุมชน Plus: แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร สร้างงานในท้องถิ่น ดึงลูกหลานกลับบ้าน ด้วยโครงการพัฒนาชุมชนยั่งยืน
  • การลงทุน Plus ระดับฐานราก: กระจายเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่น ผ่านกองทุนหมู่บ้านหรือโครงการชุมชน เพื่อให้เงินไหลเวียนในระดับรากหญ้า

ขาที่ 2: เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ขานี้สร้าง “แก้วใบใหม่” รองรับน้ำที่ล้นแก้วเดิม เน้นนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน

  • การศึกษา Plus: สร้าง Skill Bridge เชื่อมทักษะการเรียนกับงานจริง เรียนฟรีแต่มีงานทำทันที ไม่ใช่แจกคูปองที่ไม่ได้ใช้
  • เศรษฐกิจสีเขียว Plus (Green Economy): ดึงดูดการลงทุนด้วยพลังงานสะอาด ลดคาร์บอน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต
  • การลงทุน Plus: เปิดช่อง Investment Fast Pass ปลดล็อก 80 โครงการ BOI มูลค่า 480,000 ล้านบาทที่ค้างท่อ โดยนักลงทุนต้องลงเงินจริง 20% ภายในปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทันที
  • การค้า Plus: เจรจาการค้าเชิงรุก เปิดตลาดใหม่ให้สินค้าไทย สู่เวทีโลก
  • Thailand Plus: สร้างแบรนด์ไทยใหม่ ด้วย Regulatory Guillotine ตัดกฎเกณฑ์เก่า สร้างกติกาสากล โปร่งใส แรงงานมีทักษะ พลังงานสะอาด

นอกจากนี้ ยังมีคำถามยอดฮิตเรื่อง “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” พรรคภูมิใจไทยย้ำว่าจะใช้เงินจริงจากงบกลางที่เหลือประมาณ 30,000 ล้านบาท ไม่เกินตัว ไม่ขายฝันเวอร์ๆ แต่ให้สิทธิ์คนตกหล่นก่อน ตรงไปตรงมาเพราะเป็นเงินภาษีประชาชน

เอกนิติ เน้นว่านโยบายนี้เป็น Quick Big Win ที่ทีมภูมิใจนำเสนอในการเลือกตั้ง 2566 และกลายเป็นนโยบายระดับชาติ สร้างความภูมิใจให้ทีมงาน

นโยบาย Thailand 10 Plus ภูมิใจไทย

นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus ถือเป็นแนวทางที่สมดุลระหว่างการกระจายรายได้และเพิ่ม productivity หากรัฐบาลใหม่นำไปใช้จริง จะช่วยลดช่องว่างรวย-จนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้คนไทยทุกคน

คุณคิดว่านโยบายนี้จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตนโยบายเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – นโยบายเศรษฐกิจภูมิใจไทย Thailand 10 Plus สร้างศักยภาพใหม่แก้ปัญหารวยกระจุก จนกระจาย

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย

คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทยคึกคักสุดๆ เมื่อ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน กลายเป็นภาพประทับใจที่ใครๆ ก็พูดถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพรรคตอน 21.05 น. ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม สีหน้าของคุณอนุทินเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาตื้นตันใจ เห็นแล้วรู้เลยว่าผลเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยมาแรงจริงๆ

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา คุณอนุทินไม่รอช้า รีบเดินตรงไปสวมกอดนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ก่อนจะหันไปกอดแกนนำและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อคนสำคัญๆ เช่น นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายศุภชัย ใจสมุทร และนายเกรียงยศ สุดลาภา ทุกคนยิ้มแก้มปริเพราะคะแนนเบื้องต้นนำโด่งในหลายเขตเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกำลังกวาดที่นั่ง สส. แบบถล่มทลายจริงๆ

ช็อตเด็ด! โผกอดภรรยาแบบสุดซึ้ง

แต่ที่แฟนๆ ชอบที่สุดคือช็อตที่ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน คุณอนุทินตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟบาริสต้าเพื่อกอด น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยาสุดที่รัก ท่ามกลางกำลังใจจากลูกสาว น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล และลูกชาย นายเศรณี ชาญวีรกูล ที่มาร่วมลุ้นผลด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวการเมืองที่แท้ทรู เห็นแล้วน้ำตาซึมเลยนะ

เมื่อนักข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พรรคอาจได้ถึง 200 ที่นั่ง สส. คุณอนุทินถึงกับร้อง “โห” ด้วยความตกใจดีใจ ก่อนยกมือไหว้เหนือหัวแบบท่วมท้น แล้วพูดว่า “อยากกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณจริงๆ ครับ” คำขอบคุณนี้มาจากใจจริงๆ เลย

ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงมาแรงขนาดนี้?

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลางที่เป็นฐานเสียงหลัก นโยบายที่ชัดเจนเรื่องสาธารณสุข การเกษตร และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทำให้พรรคกวาดคะแนนถล่มทลาย กลายเป็นม้ามืดตัวใหม่ของเวทีการเมืองไทย

  • คะแนนนำโด่งในหลายเขต
  • แกนนำสู้เต็มที่ทั้งวัน
  • ครอบครัวอนุทินร่วมลุ้นจนสุดท้าย
  • ขอบคุณประชาชนทุกเสียง

นอกจากนี้ การบริหารพรรคที่โปร่งใสและเข้าถึงประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาก คุณอนุทินเองก็เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ยาวนาน แต่ยังคงความเป็นกันเองแบบนี้แหละที่ทำให้คนรัก

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของพรรค แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนต้องการการเมืองที่มั่นคงและใกล้ชิด การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์แล้วว่าความทุ่มเทมีค่า

คุณคิดยังไงกับโมเมนต์สุดซึ้งของ “เสี่ยหนู” ล่ะ? คอมเมนต์บอกเราหน่อยสิ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง ถือเป็นข่าวที่น่าจับตามองสำหรับแฟนการเมืองไทยเลยทีเดียว หลังจากนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรคไทยสร้างไทยสามารถคว้าเก้าอี้ สส. มาได้ทั้งสิ้น 2 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส.รายเขต 1 ที่นั่ง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือที่เรียกกันว่า สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง นี่คือก้าวแรกที่สำคัญของพรรคที่นำโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ ได้นำทีมผู้บริหารพรรคแถลงข่าวอย่างเป็นกันเอง ขอบคุณพี่น้องประชาชนทั่วประเทศที่มอบคะแนนเสียงไว้วางใจให้กับพรรคทั้งในระบบเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ "ทุกคะแนนคือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนพรรคไทยสร้างไทยให้เดินหน้าทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนตามอุดมการณ์การเมืองสุจริต" คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

พรรคไทยสร้างไทยย้ำชัดเจนถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างประเทศไทยให้ดีขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้กับคนตัวเล็ก คนรุ่นใหม่ และกลุ่มคนที่ต้องการที่ยืนมั่นคงในสังคม แม้ว่าจำนวนที่นั่งจะยังไม่มากพอที่จะเป็นแกนนำรัฐบาล แต่พรรคพร้อมส่งต่อนโยบายดีๆ เหล่านี้ให้กับรัฐบาลใหม่ เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจริงๆ ในชีวิตประจำวันของประชาชน

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.00 น. ชี้ให้เห็นว่า เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าพอใจสำหรับพรรคใหม่ที่เพิ่งลงสนาม แม้จะเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดจากพรรคใหญ่ๆ แต่คะแนนที่ได้สะท้อนถึงความไว้วางใจจากฐานเสียงที่ต้องการการเมืองใหม่ สุจริต และใกล้ชิดประชาชน

รายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยสร้างไทย จากเลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง

สำหรับบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคไทยสร้างไทย ลำดับที่ 1 ซึ่งได้ที่นั่งคือ นายอุดมเดช รัตนเสถียร ท่านนี้เป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ในการทำงานเพื่อสังคมและการเมืองมาอย่างยาวนาน คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายของพรรคในสภา

  • ลำดับ 1: นายอุดมเดช รัตนเสถียร (ได้ที่นั่งปาร์ตี้ลิสต์)
  • ผู้สมัครอื่นๆ ในบัญชีรายชื่อ จะรอผลยืนยันอย่างเป็นทางการ

สส.รายเขตของพรรคไทยสร้างไทย

ส่วน สส.แบบรายเขต พรรคไทยสร้างไทยได้ที่นั่งจาก นายชัชวาล แพทยาไทย ในเขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านนี้เป็นตัวแทนจากภาคอีสานที่ได้รับความนิยมจากนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะเรื่องการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนาชุมชน

พรรคไทยสร้างไทยก่อตั้งขึ้นโดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทางการเมืองอันยาวนานจากพรรคเพื่อไทยในอดีต แต่เลือกทางเดินใหม่เพื่อมุ่งเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์คนไทยในยุคปัจจุบัน นโยบายหลักของพรรครวมถึง:

  • การเมืองสุจริต ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด
  • สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่และคนตัวเล็ก เช่น สนับสนุนสตาร์ทอัพ SME และการศึกษา
  • พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะภาคเกษตรและท่องเที่ยว
  • ปฏิรูประบบสาธารณสุขให้เข้าถึงทุกคน
  • สิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาดเพื่ออนาคตยั่งยืน

แม้ เลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง จะดูน้อย แต่ในทางปฏิบัติ สส.ทั้ง 2 ท่านจะมีบทบาทในการตรวจสอบรัฐบาล เสนอนโยบาย และเป็นกระบอกเสียงของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่พรรคถนัด นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในอนาคต หากพรรคสามารถพิสูจน์ผลงานได้

สถานการณ์การเลือกตั้ง 2569 โดยรวมเต็มไปด้วยความเข้มข้น พรรคใหญ่ๆ อย่างเพื่อไทย พปชร. และก้าวไกล ยังครองความนิยม แต่พรรคขนาดกลางอย่างไทยสร้างไทยแสดงให้เห็นว่าฐานเสียงกระจายตัว และประชาชนต้องการทางเลือกใหม่ๆ การได้ 2 ที่นั่งนี้ยังช่วยให้พรรคมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ สามารถขยายงานได้อีกด้วย

ในมุมมองของเรา ผลเลือกตั้ง 2569 พรรคไทยสร้างไทย ได้ 2 ที่นั่ง เป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความหวังในระบบการเมืองไทย ลองติดตามการทำงานของ สส.ทั้งสองท่านในสภา แล้วคุณจะเห็นว่านโยบายเพื่อประชาชนทำงานจริงได้อย่างไร สนใจข่าวการเมืองเพิ่มเติม? แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ และคอมเมนต์ความเห็นของคุณด้านล่างเลย เราอยากฟัง!

ที่มา – เลือกตั้ง 2569 “พรรคไทยสร้างไทย” ได้ 2 ที่นั่ง เปิดรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์