วัน: 16 กุมภาพันธ์ 2026

“ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน

“ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน แฉกลับเคยโดนขู่ฆ่า ล่าสุดเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงประเด็นร้อนที่ถูกเพจดังแฉว่าทำร้ายแฟนสาวคนล่าสุดจนเลือดออกปาก หลังเกิดทะเลาะวิวาทรุนแรงในที่พัก โดยอ้างว่าฝ่ายชายเมาแล้วพยายามออกไปข้างนอกดึก แต่ฝ่ายหญิงห้ามปราม จนบานปลาย

“ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน แฉกลับเคยโดนขู่ฆ่า

ครูไพบูลย์ แสงเดือน เจ้าของค่ายเพลง จ้วดจ้าด สตูดิโอ อดีตสามีของเอ๋ มิรา เน็ตไอดอล และกระต่าย พรรณิภา นักร้องอินดี้ชื่อดัง ได้ออกมาโต้เถียงอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่าไม่เคยใช้ความรุนแรงกับแฟนสาวคนใดเลย วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ครูไพบูลย์เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ แฟนสาวมีอาการคุ้มคลั่ง ตนจึงต้องจับตัวไว้เพื่อความปลอดภัย ภาพที่เห็นตาช้ำนั้นไม่ได้มาจากการตี แต่เกิดจากการรัดฟัดเหวี่ยงขณะดิ้นรน

ไม่มีร่องรอยบาดแผลชัดเจนในวันนั้น แฟนสาวเข้าห้องน้ำนานกว่าปกติ แต่ตนไม่ได้ทำร้าย หากทำจริงคงไม่เรียกคนมาช่วยจับ ตนย้ำว่า “ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน มาโดยตลอด

แฉพฤติกรรมแฟนสาวที่รุนแรง

ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมากว่าปีกว่า ทะเลาะและเลิกกันถึง 10 ครั้ง แฟนสาวเมาแล้วมักใช้ความรุนแรง เคยขู่ฆ่าตน ตบหน้าต่อหน้าศิลปินบนเวที รุนแรงถึงขั้นขโมยปืนขู่ โชคดีที่ใช้ปืนไม่เป็น ตนเลยเก็บปืนไว้ในตู้เซฟ แฟนสาวอ้างป่วยแพนิกต้องกินยา แต่ตนเตือนให้เลิกเพราะกินยาควบคู่ดื่มเหล้าทำให้ฟิวส์ขาดง่าย

ส่วนประเด็นที่แฟนสาวบอกว่าตนเมาแล้วควบคุมตัวเองไม่ได้ นั้นไม่จริง ฝ่ายหญิงต่างหากที่เป็นแบบนั้น ตนดื่มเก่ง อยู่กับสังคมได้ ไม่เคยมีปัญหา เมาแล้วสนุก ไม่เคยพลาดเพราะต้องขับรถ สาเหตุทะเลาะครั้งนี้ แฟนสาวขึ้นบ้านตนแล้วอารมณ์ร้อน มีคลิปที่เธอพยายามเข้าห้องแต่สแกนล็อกไม่ติด ใช้กุญแจเปิดเข้าได้ก็หงุดหงิด ตนเลยหลีกเลี่ยงการปะทะ บอกให้แยกห้องนอน

  • ทะเลาะกันบ่อยถึง 10 ครั้งในปีกว่า
  • แฟนสาวเมาแล้วขู่ฆ่าและตบหน้าต่อหน้าศิลปิน
  • ขโมยปืนขู่ แต่ใช้ไม่เป็น
  • กินยาแพนิกคู่เหล้า ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
  • ครูไพบูลย์ยืนยันไม่ใช้ความรุนแรง เคยมีครอบครัวและลูก

ครูไพบูลย์ย้ำว่าความสัมพันธ์แบบนี้เดี๋ยวเลิกเดี๋ยวคืนดี เพราะตนไม่ใช้กำลัง เราโตกันแล้ว ผ่านชีวิตครอบครัวมา ก่อนคบกันตกลงกันชัด ห้ามทะเลาะ ห้ามรุนแรง แฟนเก่าทุกคนไม่มีประเด็นทำร้ายร่างกาย ขออย่าพาดพิงผู้อื่น

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยเฉพาะเมื่อมีแอลกอฮอล์และยาเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าคู่รักควรสื่อสารอย่างเปิดใจ หากมีสัญญาณรุนแรงควรรีบขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันเหตุร้ายแรง

สุดท้ายแล้ว “ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน แฉกลับเคยโดนขู่ฆ่า เป็นบทเรียนให้คู่รักทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อชีวิตคู่ที่ดีขึ้นนะครับ

ที่มา – “ครูไพบูลย์” โต้คลิปฉาว ยืนยันไม่เคยทำร้ายแฟน แฉกลับเคยโดนขู่ฆ่า

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวสุดฮอตจากวงการการเมืองไทยมาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หัวข้อที่กำลังเป็นกระแสแรงสุดๆ เลยก็คือ “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน เรื่องนี้มาจากปาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีเกษตรฯ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ที่ออกมาเคลียร์ข่าวลือมโนกันยกใหญ่ มาฟังกันว่ามีอะไรบ้าง

“กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส เดินออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างหลังสื่อรอสัมภาษณ์นานครึ่งวัน สยบข่าวที่ว่าพรรคเก็บตัวเงียบหายไปไหน เขาย้ำชัดว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่เริ่มดีลจัดตั้งรัฐบาลกับใครทั้งนั้น ต้องรอให้ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง 95% ก่อนเท่านั้นเองครับ เพื่อนๆ ลองคิดดูสิ ถ้าดีลกันก่อนเวลาก็เหมือนรีบร้อนเกินไป ไม่มีมารยาทการเมืองเลยนะ

ร.อ.ธรรมนัส บอกแบบชิลๆ ว่าจุดยืนพรรคยืนอยู่ตรงนี้แหละ ก้มมองบันไดกระทรวงเกษตรฯ แล้วพูดติดตลกว่า “จุดยืน ก็ยืนอยู่ที่นี่” สไตล์เขาไม่ใช่คนไปออกหน้าสู่ขอเก้าอี้ใคร มีมารยาทพอที่จะนิ่งๆ รอให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นแกนนำจัดการก่อน พรรคอื่นๆ ที่ไปหานายอนุทิน ชิดชอบ หัวหน้าภท. น่ะ เขามองว่าแค่ไปแสดงความยินดี ไม่ใช่ไปเดินเกมรวบพรรคเล็กมาคัดดันอย่างที่ข่าวลือปั่นกัน

จุดยืนพรรคกล้าธรรมชัดเจน รอ ภท. นำ

เมื่อสื่อถามถึงกระแสข่าวว่าภท. อึดอัดที่จะร่วมกับกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามกลับเลยครับว่า “ได้ยินมาจากใคร?” แล้วเปรียบเทียบว่าอย่าโจมตีพรรคอื่น บ้านเก่าอย่างพปชร. ก็มีตัวเสี้ยมเยอะเหมือนกัน ส่วนข่าวภท. อยากได้กระทรวงเกษตรให้ “นางศุภจี สุธรรมพันธุ์” มาบริหารน่ะ เขาบอกว่าเป็นสื่อปั่นเอง ถ้าไม่ได้ยินจากปากเขา หัวหน้าพรรค หรือเลขาฯ ก็ไม่จริงครับ

นักการเมืองสมัยนี้ต้องมีมารยาท ร.อ.ธรรมนัส ย้ำว่ายึดกระทรวงไม่ได้พรุ่งนี้เช้า ถ้าอยู่ต่อก็จะทำนโยบายหาเสียงต่อ แต่ถ้าภท. อยากเอาไปก็ไม่มีปัญหา ขอแค่ทำนโยบายต่อยอดให้ประชาชนประโยชน์ พรุ่งนี้เขาจะประชุมครม. และอาจทานข้าวกับนายอนุทินด้วย สัมพันธ์ยังปึ๊ก ไม่โกรธเคืองกัน ส่วนนายเนวิน ชิดชอบ ขออย่าลากมาเกี่ยว

เตือนสุญญากาศการเมือง ต้องระวัง!

ประเด็นกังวลสุดของ ร.อ.ธรรมนัส คือ “สุญญากาศการเมือง” ถ้าศาลตีว่ากกต. ผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือบัตรเขย่งจนต้องเลือกใหม่ บ้านเมืองจะเดินหน้าไม่ได้ ข้าราชการวางตัวลำบากแน่ แต่พรรคกล้าธรรมพร้อมลุยเลือกตั้งใหม่ คะแนนไม่ลดครับ ต่อมานายเอกราช ช่างเหลา รองหัวหน้าพรรค มาก็ยืนยันสั้นๆ ว่าพรรคต้องเป็นรัฐบาลตามความเห็นสมาชิก

  • สรุปจุดเด่นจากคำพูด ร.อ.ธรรมนัส:
  • ไม่ดีลเก้าอี้ รอ กกต.รับรอง
  • สัมพันธ์อนุทินยังดีมาก
  • นิ่งๆ มีมารยาท รอ ภท.นำ
  • ปัดข่าวปั่นจากสื่อ
  • กังวลสุญญากาศ แต่พร้อมลุยใหม่

สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดแต่ก็น่าติดตามนะครับ พรรคกล้าธรรมแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ ไม่รีบร้อนแย่งชิง แต่อยู่นิ่งๆ รอจังหวะแบบนี้แหละที่ทำให้พรรคดูน่าเชื่อถือ ผมคิดว่าถ้าภท. จัดการได้เร็ว บ้านเมืองเราก็เดินหน้าต่อได้ไม่สะดุด คุณคิดยังไงล่ะ? คอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ หรือแชร์ประสบการณ์การเมืองที่ชอบที่สุด

ติดตามข่าวอัพเดทการเมืองไทยแบบเรียลไทม์ได้ที่บล็อกเราเลยนะครับ อย่าพลาด!

ที่มา – “กล้าธรรม” ลั่นไม่ไปหาใครก่อน ขออยู่นิ่ง ๆ ดู ภท. ตั้งรัฐบาล ปัดดีลพรรคเล็กกดดัน

แรตคลิฟฟ์ แมนยู คำวิจารณ์ผู้อพยพ

ในอีกไม่กี่วัน เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ น่าจะทราบผลจากทีมกฎหมายของสหพันธ์ฟุตบอล (FA) ว่าคำวิจารณ์ผู้อพยพของเจ้าของร่วมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้เกมฟุตบอลเสื่อมเสียหรือไม่ คำพูดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่จุดชนวนการประณามจากรัฐบาลและทั่วโลก

FA อาจตัดสินใจฟ้องร้องข้อหาละเมิดกฎ, ส่งจดหมายเตือนหน้าที่ของมหาเศรษฐีคนนี้ หรือไม่ทำอะไรเลย แต่ไม่ว่ายังไง ผลกระทบจากคำกล่าวที่ว่า UK ถูก ” colonized by immigrants” พร้อมข้อมูลประชากรผิดพลาด จะอยู่ยาวนาน

แม้แรตคลิฟฟ์จะได้เสียงสนับสนุนจากบางฝ่ายที่ชื่นชอบการหยิบยกประเด็น immigration ในสัมภาษณ์ Sky News แต่แมนยูต้องออกแถลงการณ์ที่เหมือนดุเจ้าของร่วมตัวเอง แสดงถึงความตกใจที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และกังวลค่าตอบแทนจากกระแสต่อต้าน

การยืนยันค่านิยม “inclusive and welcoming” ของสโมสร แม้ไม่เอ่ยชื่อแรตคลิฟฟ์ตรงๆ แต่เป็นการตีตัวออกห่างที่ได้รับการอนุมัติจากระดับสูงสุด

ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง แรตคลิฟฟ์ขอโทษ ว่า “เสียใจที่คำพูดทำให้บางคนใน UK และยุโรปไม่พอใจ แต่สำคัญต้องพูดถึง immigration ที่ควบคุมดีเพื่อเศรษฐกิจ”

แรตคลิฟฟ์ แมนยู คำวิจารณ์ผู้อพยพ

แรตคลิฟฟ์เคยชื่นชมตระกูลเกลเซอร์ว่า “คนน nicest บนโลก” ปีที่แล้ว แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดบอกว่าเจ้าของส่วนใหญ่ (70%) ช็อกกับคำพูดเริ่มต้น มองว่าไม่เคารพการเป็นเจ้าของ

เกลเซอร์s – ชาวยิวลิทัวเนียอพยพสู่สหรัฐ – ยังไม่แสดงท่าที แต่สนับสนุนโครงการ inclusive อย่าง All Red All Equal เพื่อสร้างแบรนด์เชิงพาณิชย์ คำพูดนี้อาจทำให้สปอนเซอร์หนี

“บริษัทข้ามชาติต้องการภาพลักษณ์บวก แมนยูขาดสปอนเซอร์อยู่แล้ว ยิ่งแย่” แหล่งข่าวบอก บางคู่ค้าอาจ “วิ่งหนี” โดยเฉพาะหลังเกลเซอร์เพิ่งกังวล รายได้เชิงพาณิชย์

แมนยูไร้พันธมิตรชุดซ้อมตั้งแต่ฤดูกาลก่อน สปอนเซอร์แขนเสื้อหมดสัญญาซัมเมอร์ Marriott ไม่ต่อสัญญา Adidas ลด 10 ล้านปอนด์เพราะไม่เข้ารอบ UCL สองปีติด แต่รายได้เชิงพาณิชย์ยังทำสถิติ 333 ล้านปอนด์ปีที่แล้ว คู่แข่งไล่ตาม

แม้มีแถลงการณ์และคำขอโทษ แต่ผู้บริหารแมนยูยังกังวล อาจต้องพึ่ง UCL ฤดูกาลหน้า

เกลเซอร์ยังถือสิทธิ์ขาย

ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างเกลเซอร์ 6 พี่น้องกับแรตคลิฟฟ์ไม่แน่นอน จากดีลลงทุน 1.25 พันล้านปอนด์ปี 2024 ถ้าเกลเซอร์รับข้อเสนอจากบุคคลที่สาม สามารถบังคับให้แรตคลิฟฟ์ขายหุ้น

แผนสนามใหม่ 100,000 ที่นั่งในโครงการ Trafford 370 เอเคอร์ ต้องพึ่งนักการเมืองท้องถิ่นและชาติ ในม.ค. แอนดี้ เบิร์นแฮม และทอม รอสส์ ชมคณะกรรมการพัฒนาใหม่

แต่ 3 สัปดาห์หลัง ทั้งคู่ประณามคำพูดแรตคลิฟฟ์ เช่นเดียวกับนายกฯ คีร์ สตาร์เมอร์และเรเชล รีฟส์ ที่เคยหนุนโครงการ แม้ไม่ใช้ภาษีสร้างสนาม แต่ขอเงินโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ย้ายเส้นทางรถไฟสินค้าที่เซนต์ เฮเลนส์

คำพูดนี้อาจทำให้เจรจายากขึ้น แต่แมนยูหวังโฟกัสที่ 15,000 บ้านใหม่ 48,000 งาน และมูลค่าหลายพันล้านปอนด์

ผลกระทบต่อแฟนๆ และทีม

ความสัมพันธ์แรตคลิฟฟ์กับแฟนแมนยูเสียหาย ฆูลาม ไฮดาร์ จาก MUMSC บอกคำขอโทษเป็นก้าวแรก อยากประชุมเพื่อรับประกัน “สโมสรต้อนรับคนสีและผู้อพยพ” MUMSC มองคำขอโทษไม่พอ ต้องรับผิดชอบ

ตาม Kick It Out รายงาน discrimination สูงสุดฤดูกาลที่แล้ว แรตคลิฟฟ์เพิ่งโดนประท้วงเรื่องตัดงานขึ้นตั๋ว สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดครั้งหน้าจะต้อนรับยังไง?

ผู้จัดการไมเคิล คาร์ริค จะเจอคำถามครั้งแรก สโมสรและทีมหลากชาติอาจกระทบ แม้ฟอร์มดีหลังแต่งตั้ง แต่ Ineos กำลังลำบาก แรตคลิฟฟ์เตือนอุตสาหกรรมเคมียุโรป “รอดยาก” ที่ทำประชุมแอนต์เวิร์พ สัมภาษณ์กลายเป็นพายุการเมือง

ดราม่านี้ไม่จบง่าย ผลกระทบจริงยังต้องรอ

มุมมอง: แรตคลิฟฟ์ แมนยู คำวิจารณ์ผู้อพยพ สอนให้เจ้าของสโมสรคิดก่อนพูดในยุค global นี้ สนับสนุนทีมด้วยการติดตามข่าว UCL และโครงการสนามใหม่ คุณคิดยังไง คอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยม

ในวันที่การเมืองไทยกำลังร้อนระอุ นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนจับตามอง รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้กางพิมพ์เขียวหรือยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้เห็นชัดเจน โดยมองผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ความมั่นคง เศรษฐกิจ และภาวะผู้นำ ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงในการจัดตั้งรัฐบาลและวางรากฐานประเทศในระยะยาว

นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ

นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ โดยเฉพาะแนวคิดสร้าง “กำแพงความมั่นคง” และการสั่งปิดด่านชายแดน ซึ่งเป็นกระบวนทัศน์แบบดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญกับอธิปไตยเหนือสิ่งอื่น นอกจากนี้ยังมีการประกาศยกเลิก MOU 44 ระหว่างไทย-กัมพูชา ถือเป็น Resource Nationalism หรือการปกป้องทรัพยากรชาติอย่างเข้มข้น แม้จะเสี่ยงกระทบต่อการทูตและเศรษฐกิจชายแดน แต่การดึงตัวสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว มาร่วมทีม แสดงให้เห็นว่ายังคงใช้ผู้เชี่ยวชาญในการประคองสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่ให้ลุกลามถึงขั้นปิดประเทศ

มิติเศรษฐกิจ: ทีมบิ๊กเนมและนโยบายมืออาชีพ

ด้านเศรษฐกิจ นักวิชาการชี้ว่ารัฐบาลอนุทินเปิดตัวทีมเศรษฐกิจระดับแนวหน้า เช่น นายเอกนิติ สมรรถการ นางศุภจี สุนทรานันท และสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เพื่อส่งสัญญาณบวกต่อภาคเอกชนและนักลงทุน ว่าจะบริหารแบบมืออาชีพ ไม่ใช่พึ่งพานโยบายประชานิยมเพียงอย่างเดียว แต่จะปรับโครงสร้างภาษีและฟื้นฟูการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อดึงไทยพ้นจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ยืดเยื้อ วาทศิลป์ที่เน้น “เด็ดขาด-ทำทันที” บ่งบอกว่าพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นหลัก กุมทิศทางประเทศ ไม่ใช่แค่พรรคร่วมรัฐบาล

มิติความมั่นคงและภาวะผู้นำ

สำหรับมิติความมั่นคง นโยบายชาตินิยมนำเศรษฐกิจนี้เน้นปกป้องผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก แต่รศ.ดร.ยุทธพร เตือนว่านโยบายแข็งกร้าวอย่างปิดด่านหรือยกเลิก MOU 44 หากทำไม่ได้จริงหรือก่อแรงเสียดทานระหว่างประเทศมากเกิน อาจกลายเป็นดาบสองคม กลายเป็นจุดอ่อนที่ถูกโจมตีในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่โลกเชื่อมโยงกันสูง

  • จุดแข็ง: สร้างความมั่นใจให้ประชาชนเรื่องอธิปไตยและทรัพยากร
  • จุดอ่อน: เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจชายแดนและการค้า
  • โอกาส: ดึงดูดนักลงทุนด้วยทีมเศรษฐกิจมือโปร
  • อุปสรรค: นโยบายสุดโต่งอาจถูกวิจารณ์จากนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภาวะผู้นำที่นายอนุทินแสดงออกผ่านสารทางการเมือง ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนชัดเจน ในบริบทที่ไทยกำลังเผชิญความท้าทายทั้งภายในและภายนอก เช่น เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า การเมือง分化 และปัญหาชายแดน นักวิชาการมองว่านี่คือพิมพ์เขียวที่ผสมผสานชาตินิยมเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างน่าสนใจ หากบริหารจัดการดี

เพื่อขยายมุมมอง เราสามารถเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้าที่เน้น soft power มากกว่า hard security แต่รัฐบาลอนุทินเลือกยืนหยัดจุดยืนชาตินิยม ซึ่งอาจตอบโจทย์กระแสประชานิยมในสังคมไทยปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการ balance ระหว่างนโยบายภายในและภายนอก รวมถึงการสื่อสารที่ชัดเจนต่อประชาชน

ในท้ายที่สุด นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาลนี้ชี้ให้เห็นโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจไทย หากหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น คุณคิดว่านโยบายชาตินิยมนำเศรษฐกิจนี้จะพาไทยไปสู่จุดไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นักวิชาการวิเคราะห์พิมพ์เขียวรัฐบาล “อนุทิน” เน้นชาตินิยมนำเศรษฐกิจ

“อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส”

การเมืองไทยกำลังร้อนระอุหลังการเลือกตั้ง เมื่อ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ รองนายกฯ โสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนในวันพรุ่งนี้ สิ่งนี้ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่าอาจไม่มีโอกาสพบปะหารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

รายงานเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า การประชุมครม. ในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00 น. ณ ห้อง 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล จะมีนายโสภณเป็นประธานแทนนายอนุทิน ซึ่งเป็นนายกฯ ชั่วคราว สาเหตุนี้อาจมาจากภารกิจอื่นของนายอนุทิน ทำให้พลาดโอกาสพูดคุยเรื่องสำคัญกับ ร.อ.ธรรมนัส รองนายกฯ และรัฐมนตรีเกษตรฯ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม

อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส ในวันพรุ่งนี้

ก่อนหน้านี้ นายไผ่ ลิกค์ เลขาฯ พรรคกล้าธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ประสานกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาฯ พรรคภูมิใจไทยแล้ว พรรคกล้าฯ ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ แต่ยึดผลประโยชน์ชาติและประชาชน นายไผ่ยังคาดว่านายอนุทินกับ ร.อ.ธรรมนัส จะได้คุยเรื่องร่วมจัดตั้งรัฐบาลในการประชุมครม. แต่การมอบหมายให้นายโสภณครั้งนี้อาจทำให้แผนล่าช้า

背景การเมืองหลังเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคหลักที่กำลังเจรจากับพรรคเล็กหลายพรรค รวมถึงพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง การจัดตั้งรัฐบาลต้องรวบรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อความมั่นคง พรรคกล้าฯ ยืนยันไม่มีข้อเรียกร้อง แต่ต้องการบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะด้านเกษตรที่ ร.อ.ธรรมนัส เชี่ยวชาญ

ผลกระทบจากการที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. อาจทำให้การเจรจาต้องเลื่อนไป channel อื่น เช่น การประชุมพรรคหรือพบปะส่วนตัว สิ่งนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนในการจัดตั้งรัฐบาลไทย ที่มักมีปัจจัย surprise หลายอย่าง

ผลกระทบจากการมอบหมายประธานครม.

  • ลดโอกาสพบปะโดยตรงระหว่างหัวหน้าพรรค ทำให้การตกลงล่าช้า
  • พรรคกล้าธรรมต้องรอสัญญาณชัดเจนจากภูมิใจไทย
  • กระทรวงเกษตรฯ อาจยังไม่ยืนยันผู้รับผิดชอบ ส่งผลต่อนโยบายเกษตรกร
  • ไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาลอาจขยายจากกำหนดเดิม
  • เพิ่มความไม่แน่นอนให้ฝ่ายค้านใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะรองนายกฯ มีประสบการณ์ด้านสาธารณสุขจากอดีต จะนำประชุมได้อย่างราบรื่น แต่ประเด็นสำคัญคือการเมืองเบื้องหลัง พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน กำลังพยายามรวบรวมพันธมิตรให้ครบ เพื่อเสนอชื่อนายกฯ จากพรรคตัวเองหรือไม่นั้น ยังต้องรอ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การที่ อนุทิน มอบ โสภณ นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย ธรรมนัส อาจเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่ในบริบทการจัดตั้งรัฐบาล มันบ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์ นายอนุทินอาจเลือกเจรจาผ่านเลขาฯ ก่อน เพื่อวาง position ที่ดีกว่า

สุดท้าย เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยยังคงเข้มข้นและคาดเดาไม่ได้ การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับความยืดหยุ่นของแต่ละพรรค คุณคิดว่ารัฐบาลใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” มอบ “โสภณ” นำประชุม ครม. ส่อไม่ได้คุย “ธรรมนัส” เรื่องจัดตั้งรัฐบาล

รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

ในยุคที่โรคติดต่อยังคงเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชน รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก กลายเป็นข่าวดีสำหรับชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โรงพยาบาลบ้านโป่งร่วมมือกับสาธารณสุขอำเภอ เครือข่าย อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดบริการเอ็กซ์เรย์ปอดเคลื่อนที่ไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดการแพร่กระจายเชื้อ และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน

รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดหนองหญ้าปล้อง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง เดินทางมารับบริการเอ็กซ์เรย์ปอดฟรี เจ้าหน้าที่จากงานป้องกันควบคุมโรค กลุ่มงานเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาลบ้านโป่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. คอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด วัตถุประสงค์หลักคือการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุก ลดการแพร่เชื้อในครอบครัวและชุมชน ลดภาระค่าเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล

รถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่คัดกรองวัณโรค รพ.บ้านโป่ง

นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง กล่าวว่า วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลก ในประเทศไทยพบผู้ป่วยใหม่กว่า 1 แสนรายต่อปี โดยเฉพาะในเขตสุขภาพที่ 4 พบปัญหาวัณโรคดื้อยา (MDR-TB) ที่รักษายากและนานกว่าปกติ การเอ็กซ์เรย์ปอดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจคัดกรอง รถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.ราชบุรี ช่วยให้กลุ่มที่เข้าถึงบริการยาก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้มีรายได้น้อย สามารถตรวจได้ถึงบ้าน หากมีคนในครอบครัวป่วยวัณโรค ควรตรวจทุก 6 เดือน เป็นเวลา 2 ปี

อาการเตือนภัยวัณโรคที่ไม่ควรมองข้าม

สังเกตสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไข้ต่ำๆ ช่วงเย็น เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด หากพบอาการเหล่านี้ รีบตรวจทันที เพราะรักษาฟรีทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี “วัณโรคแฝง” ที่เชื้อหลับใหลในร่างกาย รอวันที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอแล้วกำเริบ ปัจจุบันมียามาตรฐานรักษาหายขาดได้

  • ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์
  • ไข้ต่ำๆ ในช่วงเย็น
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
  • มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค
เจ้าหน้าที่คัดกรองวัณโรค รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย

กลุ่มเสี่ยงหลักในอำเภอบ้านโป่ง

ว่าที่พันตรี ดร.สมภพ ห่วงทอง สาธารณสุขอำเภอบ้านโป่ง เผยว่า อำเภอมีประชากรรวมแฝงจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 130,000 คน เป้าหมายคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเกิน 90% โดยมี อสม. ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงบ้าน หลังตรวจ หากภาพเอ็กซ์เรย์ผิดปกติ เช่น รอยโรคหรือโพรงฝี จะส่งตรวจเสมหะยืนยันและรักษาทันที ทีมสาธารณสุขและ อสม. ดูแลกินยาครบ療程 เพื่อหายขาด

การริเริ่ม รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่ยังป้องกันการระบาดในชุมชน สถิติผู้ป่วยนับแสนรายต่อปีย้ำว่าการตรวจเชิงรุกคือกุญแจสำคัญ หากเราร่วมมือกัน สังคมไทยจะพ้นภัยวัณโรคได้เร็วขึ้น

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการสงสัย รีบตรวจวัณโรควันนี้ ติดต่อโรงพยาบาลบ้านโป่งหรือหน่วยบริการใกล้บ้าน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

ที่มา – รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

หยุดพักรามาเธน พรีเมียร์ลีก กลับมาใหม่

หยุดพักรามาเธน พรีเมียร์ลีก จะถูกนำมาใช้ในฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง โดยพรีเมียร์ลีกและอีเอฟแอลจะหยุดการแข่งขันชั่วคราว เพื่อให้ผู้เล่นมุสลิมสามารถเลิกอดได้อย่างเหมาะสม

เดือนรามาเธนจะเริ่มในวันอังคารนี้ และยาวนานตลอดหนึ่งเดือน ในช่วงเวลานี้ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะงดเว้นอาหารและเครื่องดื่มตั้งแต่ฟ้าย่ำจนถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อแสดงความศรัทธาและความอดทน

ในสหราชอาณาจักร เวลาพระอาทิตย์ตกจะอยู่ระหว่าง 17:00 ถึง 19:00 GMT ทำให้การแข่งขันที่อาจได้รับผลกระทบคือแมตช์วันเสาร์เวลา 17:30 และวันอาทิตย์เวลา 16:30 เท่านั้น

เช่นเดียวกับปีก่อนๆ กัปตันทีมและกรรมการการแข่งขันจะหาจังหวะหยุดพักที่เป็นธรรมชาติ เช่น ระหว่างลูกเตะมุม ลูกฟรีคิก หรือทิ้งเข้าลูก เพื่อให้ผู้เล่นหรือกรรมการมุสลิมได้ดื่มน้ำและกินอาหารเลิกอด โดยจะไม่หยุดกลางเกมที่กำลังดำเนินอยู่

ทีมและกรรมการจะหารือล่วงหน้าเพื่อยืนยันว่าต้องการหยุดพักหรือไม่ และกำหนดเวลาประมาณการไว้

หยุดพักรามาเธน พรีเมียร์ลีก เริ่มต้นอย่างไร

แนวปฏิบัตินี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2021 เมื่อพรีเมียร์ลีกตกลงให้หยุดพักสำหรับผู้เล่นมุสลิม ครั้งแรกเกิดขึ้นในนัดเลสเตอร์ ซิตี้ พบ คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนเมษายน 2021 โดยเกมหยุดชั่วครู่ตอนลูกเตะประตูประมาณนาทีที่ 30 เพื่อให้ เวสลีย์ ฟอฟาน่า จากเลสเตอร์ และ เชคู คูยาเต้ จากพาเลซ ได้เติมพลังด้วยน้ำและเจลพลังงาน

การอดอาหารในรามาเธนเป็นหนึ่งในห้าสะหละดาร์ (เสาหลักของอิสลาม) ที่ช่วยเสริมสร้างความศรัทธาและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ในพรีเมียร์ลีกมีผู้เล่นมุสลิมชื่อดังมากมาย เช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล), วิลเลียม ซาลิบา (อาร์เซนอล), รายัน อาอิต-นูรี (วูล์ฟส์) และ อามัด ดิอัลโล่ (แมนฯ ยูไนเต็ด) ซึ่งหลายคนเลือกอดอาหารเต็มเดือน

ประสบการณ์จากผู้เล่นมุสลิมในพรีเมียร์ลีก

อับดูลาย ดูคูเร่ อดีตผู้เล่นเอฟเวอร์ตัน เล่าว่า “ในพรีเมียร์ลีก คุณทำตามความเชื่อได้อย่างอิสระ พวกเขาไม่เคยขัดขวางศาสนาของคุณ นี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยม” เขาอดอาหารทุกวันโดยไม่ขาด และบอกว่าการฝึกซ้อมปกติ แต่ทีมจะเตรียมอาหารฮาลาลสำหรับนัดเยือน โดยเชฟทำให้ทุกอย่างพร้อมเหมือนอยู่บ้าน

ในปี 2022 ซาดิโอ มาเน่ อดีตดาวยิงลิเวอร์พูล เผยว่าสโมสรปรับตารางฝึกซ้อมเพื่อรองรับผู้เล่นมุสลิมในเดือนรามาเธน ทำให้ทุกคนรู้สึกได้รับการสนับสนุน

นโยบายนี้ไม่เพียงส่งเสริมความหลากหลายทางวัฒนธรรม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของนักกีฬาทุกศาสนา สโมสรต่างๆ ในอังกฤษกำลังก้าวสู่ความเป็นสากลมากขึ้น โดยเฉพาะในลีกที่เต็มไปด้วยผู้เล่นจากทั่วโลก

นอกจากพรีเมียร์ลีกแล้ว ลีกรองอย่างแชมเปี้ยนชิพและลีกวัน ลีกทู ก็จะปฏิบัติตามแนวทางเดียวกัน เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมและเคารพทุกฝ่าย

  • จังหวะหยุดพักที่เหมาะสม: ลูกเตะประตู, ฟรีคิก, ทิ้งเข้า
  • เวลาเลิกอด: 17:00-19:00 GMT
  • ผู้เล่นเด่น: ซาลาห์, ซาลิบา, อาอิต-นูรี
  • ประโยชน์: ส่งเสริม inclusivity ในกีฬา

หยุดพักรามาเธน พรีเมียร์ลีก จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานศาสนากับกีฬาอาชีพ หากคุณเป็นแฟนฟุตบอล ชวนติดตามข่าวสารล่าสุดจากพรีเมียร์ลีกในเดือนรามาเธนนี้ เพื่อเห็นความเคารพที่ลีกมอบให้ผู้เล่นทุกคน

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต. แจงปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก นั่นคือกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต. แจงใน 7 วัน ปม “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งครั้งล่าสุด เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากมีผู้ยื่นคำร้องร้องเรียนว่าการพิมพ์บาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงผู้ลงคะแนนและตัวเลือกที่เลือก ส่อเค้าขัดต่อหลักความลับในการลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ

ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต. แจงใน 7 วัน ปม “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 17.30 น. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ชี้แจงภายใน 7 วัน เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 96 ซึ่งกำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับสุดยอด ไม่สามารถเชื่อมโยงตัวบุคคลกับการเลือกได้

ประเด็นนี้จุดประกายจากคำร้องที่ยื่นเข้ามาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ รวมทั้งสิ้น 12 คำร้อง แต่ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับบาร์โค้ดมี 3 คำร้องหลัก ได้แก่

  • นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ นักกฎหมายชื่อดังที่ติดตามประเด็นเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด
  • นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ
  • ตัวแทนประชาชนที่ขอสงวนชื่อ

ทำไมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งถึงเป็นปัญหา?

หลายคนอาจสงสัยว่าบาร์โค้ดที่พิมพ์บนบัตรเลือกตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ตรวจนับและป้องกันการปลอมแปลง ทำไมถึงถูกตั้งคำถาม เพราะถ้าสามารถถอดรหัสได้ อาจนำไปสู่การรู้ว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนไหนลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครใด ซึ่งขัดหลักพื้นฐานของประชาธิปไตยที่การเลือกตั้งต้องเป็นการแสดงออกอย่างอิสระและลับสุดยอด หากพิสูจน์ได้ว่ามีช่องโหว่นี้ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องใหญ่โต

ขั้นตอนการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน

หลังจากกกต. ส่งคำชี้แจงกลับมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะรวบรวมข้อมูลและเสนอต่อที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อพิจารณา หากเห็นว่ามีมูลจริงและขัดรัฐธรรมนูญ จะส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ถ้าไม่มีมูล ก็จะสั่งยุติเรื่องทันที ปัจจุบันมีผู้ตรวจการแผ่นดิน 2 ท่าน คือ นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และ พล.ต.ท.ยุทธนา สงวนโภคัย ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่วนตำแหน่งที่ 3 อยู่ระหว่างการสรรหา โดยสว. จะพิจารณาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาทางเทคนิค แต่สะท้อนถึงความกังวลของประชาชนต่อระบบเลือกตั้งที่ต้องโปร่งใสและยุติธรรม ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กันที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย หากกกต. ชี้แจงได้ชัดเจนว่าระบบปลอดภัยจริง คงคลายกังวลได้มาก แต่ถ้ามีช่องโหว่ อาจต้องปรับปรุงก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า

จากมุมมองของผม นี่เป็นสัญญาณดีที่หน่วยงานอิสระอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินเข้ามาตรวจสอบ เพราะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมจากเราได้เลย!

ที่มา – ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งหนังสือให้ กกต. แจงใน 7 วัน ปม “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง”

ราชาที่บาดเจ็บ เรอัล จะอันตราย – มูรินโญ่

ราชาที่บาดเจ็บ เรอัล จะอันตราย – มูรินโญ่

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมเบนฟิก้า เตือนว่าทีมเรอัล มาดริด จะกลายเป็น ราชาที่บาดเจ็บ เรอัล จะอันตราย หลังจากแพ้แบบดราม่าให้กับทีมของเขาในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนที่ทั้งสองทีมจะต้องพบกันอีกครั้งในรอบเพลย์ออฟ

เบนฟิก้าคว้าสิทธิ์เข้ารอบเพลย์ออฟด้วยชัยชนะสุดเหลือเชื่อ 4-2 เหนือมาดริดในนัดสุดท้ายของเฟสลีก โดยผู้รักษาประตูอานาโตลีย์ ทรูบิน โขกประตูในนาทีที่ 98 ทำให้ทุกคนตื่นเต้นสุดๆ

ความพ่ายแพ้ในลิสบอนครั้งนั้น ทำให้ยักษ์ใหญ่จากสเปนที่เคยคว้าแชมป์แชมเปียนส์ลีก 15 สมัย ร่วงจากอันดับ 3 ลงมาอยู่อันดับ 9 และหลุดโซนจ automatic qualification

ราชาที่บาดเจ็บ เรอัล จะอันตราย – มูรินโญ่

“พวกเขาบาดเจ็บ และราชาที่บาดเจ็บนั้นอันตรายมาก” มูรินโญ่ อดีตนายใหญ่ของมาดริด กล่าวแบบนี้เลยครับ

“เราจะลงเล่นเลกแรกด้วยศีรษะที่เยือกเย็น ความทะเยอทะยาน และความมั่นใจ เรารู้ดีว่าเราทำอะไรกับราชาแห่งแชมเปียนส์ลีก”

เบนฟิก้า ที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ในลีกพรีเมร่า ลีกา จะเป็นเจ้าภาพเลกแรกที่เอสตาดิโอ ดา ลุซ ในวันอังคารนี้ เวลา 20:00 GMT

ดราม่าประตูโขกของทรูบิน

ทีมโปรตุเกสเกือบตกรอบเพราะกฎประตูได้เสีย แม้จะนำ 3-2 ในวินาทีสุดท้าย แต่ฟรีคิกที่ได้หลังเรอัลเหลือ 9 คน (ราอูล อาซেনซิโอ และโรดรีโก้ โดนแดงในช่วงทดเจ็บ) ทำให้ทรูบิน ผู้รักษาประตูชาวยูเครน โขกบอลผ่านทิโบต์ กูร์ตัวส์ เข้าประตูได้อย่างน่าทึ่ง!

มูรินโญ่ บอกว่าคู่นี้จะ “ยากลำบากมาก ไม่ต้องสงสัย” เขาเสริมว่า “ทรูบินคงไม่ขึ้นไปบุกที่ลุซนะ ผมชินกับแมตช์แบบนี้มาตลอดชีวิต ผู้คนมักคิดว่าต้องได้ผลการแข่งขันแบบนี้ในเลกแรกเพื่อเหตุผลนั้น แต่ผมบอกว่าไม่มีผลลัพธ์ไหนที่แน่นอน 100%”

ชัยชนะครั้งนั้นเป็นสมัยแรกที่มูรินโญ่เอาชนะทีมเก่าของตัวเอง และทำให้เบนฟิก้าเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ แม้จะแพ้ 4 นัดแรกในเฟสลีกก็ตาม

ส่วนเรอัล มาดริด กำลังนำลาลีกา โดยนำบาร์เซโลน่าที่ตามมาเป็นอันดับสองอยู่ 2 แต้ม พวกเขายังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก

การพบกันครั้งนี้ในรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีก จะเป็นแมตช์ที่น่าตื่นเต้นสุดๆ แฟนบอลห้ามพลาด! มูรินโญ่รู้ดีว่าทีมที่บาดเจ็บแบบเรอัล จะเล่นแบบไม่กลัวใคร และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ฟุตบอลสนุก

  • เบนฟิก้า vs เรอัล มาดริด: เลกแรกที่ลุซ
  • เรอัลแพ้ดราม่า 2-4 เดือนที่แล้ว
  • ทรูบิน โขกประตูทองนาที 98
  • มูรินโญ่เตือนเรื่องราชาที่บาดเจ็บ

คุณคิดว่าเบนฟิก้าจะสร้างปาฏิหาริย์ซ้ำได้ไหม? หรือเรอัลจะแก้แค้น? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับเรานะครับ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ