วัน: 16 กุมภาพันธ์ 2026

นายกฯ สักการะ “หลวงปู่ดำ-ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธาของผู้นำบ้านเมืองมาฝากกัน นั่นคือ นายกฯ สักการะ “หลวงปู่ดำ-ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนรู้จักดีเรื่องขอพรการงานและชีวิตการเมือง เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่นี้ เพื่อขอพรเรื่องงาน เลื่อนขั้น เข้ารับราชการ แก้อาถรรพ์ และแก้ชีวิตติดขัด จากนั้นยังต่อด้วยการสักการะรูปเหมือน หลวงปู่ศิลา บริเวณด้านหลังสน.พระราชวังด้วยนะครับ

นายกฯ สักการะหลวงปู่ดำ ตราแผ่นดิน ที่สน.พระราชวังนายกรัฐมนตรีอนุทินกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์

นายกฯ สักการะ “หลวงปู่ดำ-ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง ทำไมถึงศักดิ์สิทธิ์เรื่องงาน?

หลายคนอาจสงสัยว่า หลวงปู่ดำ และ ตราแผ่นดิน ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) พระราชวังคืออะไรกันแน่? สถานที่นี้ตั้งอยู่ในย่านพระราชวังดุสิต เป็นจุดรวมศรัทธาของข้าราชการ นักการเมือง และคนทำงานที่อยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หลวงปู่ดำเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านศรัทธาเรื่องเมตตามหานิยม แก้เคล็ด และช่วยเหลือเรื่องตำแหน่งงาน ส่วนตราแผ่นดินนั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้คนมักมาขอพรให้ชีวิตราบรื่น งานก้าวหน้า ไม่มีอุปสรรค

ประวัติและความหมายของตราแผ่นดิน

ตราแผ่นดินถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยเสวกเอกหม่อมเจ้าประวิช ชุมสายเป็นผู้ออกแบบ สัญลักษณ์ต่างๆ ในตรานี้มีความหมายลึกซึ้ง ดังนี้:

  • พระมหาพิชัยมงกุฎพร้อมดวงรัศมี: สื่อถึงอำนาจและความมั่นคงของราชบัลลังก์
  • ฉัตร 7 ชั้น หรือสัปตปฎลเศวตฉัตร: แสดงถึงพระเกียรติยศสูงสุด
  • ช้างไอยราพต 3 เศียร: สัญลักษณ์แห่งความมงคลและพลัง
  • ช้างเผือก: ความบริสุทธิ์และสิริมงคล
  • กริชคตและกริชตรง: การปกป้องและความยุติธรรม
  • คชสีห์-ราชสีห์ประคองฉัตร: พระราชอำนาจและความเข้มแข็ง
  • พระมหาสังวาลนพรัตนราชวราภรณ์: เครื่องประดับราชสำนักชั้นสูง

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้โปรดเกล้าฯ เปลี่ยนมาใช้เครื่องหมายพระครุฑพ่าห์แทน แต่ตราแผ่นดินยังคงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนไทยนับถือ โดยเฉพาะเรื่องแผ่นดินไทยให้มั่นคงและชีวิตผู้สักการะ

ตราแผ่นดิน สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์รายละเอียดตราแผ่นดิน

หลวงปู่ศิลา ผู้ช่วยเสริมบุญบารมี

หลังจากสักการะหลวงปู่ดำและตราแผ่นดินแล้ว นายกฯ ยังได้กราบรูปหล่อเหมือน พระราชวัชรธรรมโสภณ หรือ หลวงปู่ศิลา สิริจนฺโท ซึ่งเป็นพระสงฆ์เจ้าคุณรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านกรรมฐานและพุทธคุณ รูปเหมือนนี้ตั้งอยู่ด้านหลังสน.พระราชวัง ผู้คนมาขอพรเรื่องสุขภาพ ความสงบ และการปกป้องคุ้มครอง

การที่นายกรัฐมนตรีเลือกมาสักการะที่นี่ แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาในวัฒนธรรมไทยและพลังแห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แม้จะเป็นผู้นำประเทศ แต่ก็ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมโบราณไว้ได้ดีทีเดียว รู้ไหมครับว่าหลายคนที่มาที่นี่ บอกว่าชีวิตดีขึ้นจริงๆ งานเลื่อนขั้น ธุรกิจรุ่งเรือง แก้ปัญหาชีวิตติดขัดได้

หากเพื่อนๆ อยากไปสักการะ ลองเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน และของถวายง่ายๆ ไปไหว้ด้วยใจศรัทธา วิธีไหว้ก็ไม่ยุ่งยาก กราบหลวงปู่ดำก่อน แล้วตราแผ่นดิน จากนั้นหลวงปู่ศิลา อย่าลืมตั้งจิตขอพรชัดเจนนะครับ

ในมุมมองของผม การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ไม่ใช่แค่ขอพร แต่เป็นการเติมพลังใจให้ตัวเองมุ่งมั่นมากขึ้น สุดท้ายแล้วความสำเร็จมาจากการกระทำของเรานั่นเอง คุณล่ะครับ เคยไปสักการะ นายกฯ สักการะ “หลวงปู่ดำ-ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง แบบนี้บ้างไหม? มาคอมเมนต์แชร์ประสบการณ์กันเลย สนับสนุนให้ลองไปพิสูจน์ดูนะ!

ที่มา – นายกฯ สักการะ “หลวงปู่ดำ-ตราแผ่นดิน” ที่ สน.พระราชวัง ต่อด้วยรูปเหมือน “หลวงปู่ศิลา”

วิแกน แต่งตั้ง คาลด์เวลล์ เป็นเฮดโค้ชครั้งที่สอง

วิแกน แต่งตั้ง คาลด์เวลล์ เป็นเฮดโค้ชครั้งที่สอง

วิแกน แต่งตั้ง คาลด์เวลล์ เป็นเฮดโค้ชครั้งที่สอง สโมสรวิแกน แอธเลติก ประกาศแต่งตั้ง แกรี คาลด์เวลล์ วัย 43 ปี กลับมาคุมทีมในตำแหน่งเฮดโค้ชอีกครั้ง หลังจากเคยทำหน้าที่มาก่อนหน้านี้ โดยคาลด์เวลล์เพิ่ง离开จากเอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ที่เขาคุมทัพมาตั้งแต่ปี 2022

คาลด์เวลล์มีความผูกพันกับวิแกนอย่างลึกซึ้ง เขาเคยลงเล่นให้ทีมลาคนี้อาร์ลิงตันเป็นเวลา 6 ฤดูกาล และเคยเป็นผู้จัดการทีมช่วงสั้นๆ 18 เดือนตั้งแต่เดือนเมษายน 2015 การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวเก่าที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลวิแกน

วิแกน แต่งตั้ง คาลด์เวลล์ เป็นเฮดโค้ชครั้งที่สอง: ประวัติและความคาดหวัง

การตัดสินใจของวิแกนในการดึงคาลด์เวลล์กลับมานั้นมาจากฟอร์มการทำงานของเขาที่เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอยู่ในลีกวันเช่นเดียวกัน คาลด์เวลล์นำทีมเอ็กเซเตอร์ไปสู่ผลงานที่น่าพอใจ แม้จะเผชิญความท้าทายหลายประการ การแต่งตั้งครั้งนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับทีมวิแกนที่กำลังต้องการฟื้นฟู

เส้นทางอาชีพของแกรี คาลด์เวลล์

  • เล่นให้วิแกน 6 ฤดูกาล: เป็นกองหลังตัวหลัก สร้างชื่อเสียงในพรีเมียร์ลีก
  • ผู้จัดการทีมวิแกน (2015): คุมทีมช่วงวิกฤต แต่ถูกปลดหลังผลงานไม่ดี
  • เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ (2022-ปัจจุบัน): พัฒนาทีมให้แข็งแกร่งในลีกวัน

ด้วยประสบการณ์ทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช คาลด์เวลล์เข้าใจวัฒนธรรมของวิแกนดี เขาสัญญาว่าจะนำทีมสู้เพื่อเลื่อนชั้นกลับสู่แชมเปี้ยนชิพ

ผลกระทบต่อลีกวันและทีมคู่แข่ง

ข่าว วิแกน แต่งตั้ง คาลด์เวลล์ เป็นเฮดโค้ชครั้งที่สอง สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลลีกวัน เอ็กเซเตอร์ต้องหาโค้ชใหม่ ขณะที่วิแกนได้ผู้รู้จักดีคืนสู่ถิ่น แฟนบอลคาดหวังการเปลี่ยนแปลงในระบบการเล่น โดยคาลด์เวลล์น่าจะเน้นเกมรับที่แข็งแกร่งผสมผสานการบุกที่รวดเร็ว

วิแกนฤดูกาลนี้มีนักเตะดาวรุ่งหลายคน คาลด์เวลล์ซึ่งเคยเป็นกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ จะช่วยพัฒนาพวกเขาได้ดี นอกจากนี้ การย้ายครั้งนี้ยังสะท้อนแนวโน้มของสโมสรลีกทูที่ดึงอดีตนักเตะกลับมาเพื่อสร้างความมั่นคง

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผม การกลับมาของคาลด์เวลล์คือโอกาสทองสำหรับวิแกน หากเขาปรับตัวได้เร็ว ทีมมีสิทธิ์ลุ้นเพลย์ออฟฤดูกาลนี้ ติดตามอัปเดตผลงานของวิแกนและข่าวฟุตบอลลีกวันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ช้างเพชรอุทัยทำร้ายเจ้าของสาหัส โมโหผสมพันธุ์

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจในจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อช้างเพชรอุทัยช้างหนุ่มวัย 19 ปี โมโหสุดขีดจนทำร้ายเจ้าของตัวเองจนสาหัส แถมยังไล่แทงรถยนต์พรุนแตก 2 คัน เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านโนนธาตุ หมู่ 6 ตำบลท่าม่วง อำเภอสตึก ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นและต้องเรียกหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือด่วน

ช้างเพชรอุทัยทำร้ายเจ้าของสาหัส

รายงานจากผู้สื่อข่าวเผยว่า หน่วยกู้ภัยวังกรูดรับแจ้งเหตุช้างคลั่งไล่ทำร้ายคนและรถยนต์ในหมู่บ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็พบช้างเพชรอุทัยกำลังทำลายรถอเนกประสงค์อีซูซุรุ่นมิวเอ็กสีขาว และรถกระบะอีซูซุสีเขียวอย่างบ้าคลั่ง ยังไม่พอ ช้างตัวนี้ยังพยายามไล่ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อีกด้วย สุดท้ายทราบว่าเจ้าของช้างคือ นายสมพร สุดธิโส วัย 35 ปี ซึ่งถูกช้างของตัวเองทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ปอดฉีกขาด ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที

ช้างเพชรอุทัยเป็นช้างเพศผู้ที่ถูกจ้างมาผสมพันธุ์กับช้างเพศเมียในหมู่บ้าน โดยนัดหมายกันที่ชายทุ่ง แต่ระหว่างที่ช้างกำลังวนเวียนเตรียมตัวผสม นายสมพรเจ้าของพยายามเร่งให้รีบ ทำให้ช้างหงุดหงิด โมโหจัด หันกลับมาทำร้ายเจ้าของทันที นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากอาการหวงตัวเมียด้วย ส่งผลให้ช้างคลั่งและอาละวาดหนัก

สาเหตุหลักจากโมโหตอนผสมพันธุ์

จากคำบอกเล่าของนายอุทัย ยีรัมย์ กำนันตำบลท่าม่วง ช้างเพชรอุทัยกำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ขุ่นมัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช้างเพศผู้ตอนต้องผสมพันธุ์ โดยเฉพาะถ้ามีคนเข้าไปกดดันหรือเร่งรัด ช้างเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่และอารมณ์แปรปรวนง่าย โดยเฉพาะในช่วง “ต้อง” (musth) ที่ฮอร์โมนพุ่งพล่าน ทำให้ก้าวร้าวมากขึ้น เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าควานช้างต้องระวังเป็นพิเศษ

ช้างเพชรอุทัยไล่แทงรถพรุน 2 คัน

ไม่ใช่แค่ทำร้ายคนเท่านั้น ช้างเพชรอุทัยยังใช้เขาแทงรถยนต์ทั้งสองคันจนพังยับเยิน แม้แต่ป้ายบอกทางของทางหลวงชนบทยังเสียหายไป 5 ต้น นายณัฐพล มะลิหวล วัย 30 ปี เจ้าของรถกระบะที่มาช่วยเหลือ เล่าว่า ช้างน่าจะเครียดจากคนที่คอยบังคับควบคุมระหว่างผสมพันธุ์ จึงระบายอารมณ์ใส่รถของเจ้าของช้างเมียที่ว่าจ้างมา

เจ้าหน้าที่จากสถานพยาบาลช้าง โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์ รีบเดินทางมาช่วย โดยยิงยาสลบแต่ไม่กล้าใส่โดสหนักเพราะกลัวช้างตาย ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ช้างเพชรอุทัยถึงอ่อนแรง ควานช้างจึงควบคุมตัวได้สำเร็จ โชคดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต แต่รถเสียหายหนักและเจ้าของบาดเจ็บสาหัส

  • เหตุเกิด: บ้านโนนธาตุ ม.6 ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์
  • วันที่: 16 ก.พ. 2569
  • ช้าง: เพชรอุทัย อายุ 19 ปี เพศผู้
  • ความเสียหาย: รถ 2 คัน ป้ายทาง 5 ต้น เจ้าของบาดเจ็บสาหัส

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอันตรายของการเลี้ยงช้างในชุมชน โดยเฉพาะช่วงผสมพันธุ์ ช้างไทยมีวัฒนธรรมผูกพันกับคนมานาน แต่ต้องมีความรู้ในการจัดการอารมณ์สัตว์เหล่านี้ หากละเลยอาจเกิดโศกนาฏกรรมได้ ควนช้างควรได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติม และเจ้าของสัตว์ต้องเข้าใจพฤติกรรมธรรมชาติ

จากประสบการณ์คล้ายๆ กันในอดีต พบว่าช้างเพศผู้มักคลั่งในช่วงนี้เพราะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงผิดปกติ สูงถึง 60 เท่า ทำให้ก้าวร้าวรุนแรง การป้องกันคือหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ ใช้เชือกหรือรั้วกั้น และเรียกผู้เชี่ยวชาญทันที

สุดท้าย เหตุการณ์ช้างเพชรอุทัยนี้เป็นบทเรียนราคาแพง อย่าประมาทกับสัตว์ป่าใหญ่ ถ้าคุณเลี้ยงช้างหรือสนใจข่าวสัตว์ป่า ติดตามบล็อกเราเพื่อเคล็ดลับความปลอดภัยและอัปเดตเหตุการณ์ล่าสุดได้เลย!

ที่มา – “ช้างเพชรอุทัย” ทำร้ายเจ้าของสาหัส โมโหโดนเร่งตอนผสมพันธุ์ ไล่แทงรถพรุน 2 คัน

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้เรามีเรื่องการเมืองสุดฮือฮามาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% พร้อมปูดประเด็นร้อนว่าพรรคเพื่อไทยอาจนั่งเก้าอี้รัฐบาลได้ไม่เกิน 6 เดือนเท่านั้น! เรื่องนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดที่หลายคนยังตั้งคำถามค้างคาใจ มาฟังรายละเอียดกันเลยครับ

“ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100%

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันในนาม ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ถือเทียนเดินตรงเข้าไปยังบริเวณหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การถือเทียนนี้เป็นสัญลักษณ์ชัดเจนครับ เพื่อบ่งบอกว่ากกต. ในสายตาประชาชนคือองค์กรที่ “มืดมน สกปรก และบอดตา” ไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด แม้การเลือกตั้ง สส. จะผ่านไปแล้ว 8 วัน แต่ผลคะแนนที่ประกาศบนเว็บไซต์ยังค้างอยู่ที่ 95% เท่านั้น!

"ทนายอั๋น" ถือเทียนบุก กกต.
ภาพทนายอั๋นถือเทียนหน้าสำนักงาน กกต. (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ทำไมทนายอั๋นถึงจี้ให้เปิดคะแนน 100%?

ทนายอั๋นตั้งคำถามหนักๆ ว่าทำไมกกต. ถึงยังไม่ออกผลเต็ม 100% ทั้งที่คะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งควรวิ่งตรงมาที่เซิร์ฟเวอร์ของกกต. แล้ว เหลืออีก 5% หรือประมาณ 2.5 ล้านคะแนนอยู่ไหน? เป็นคะแนนบัตรเขย่งที่หายไป หรือถูกเอาไป “ตกแต่ง” เพิ่มเติมกันแน่? ทำไมต้องรอถึง 8 วันเต็ม หรือเซิร์ฟเวอร์จริงๆ อยู่ที่ “ซอยรางน้ำ” ไม่ใช่สำนักงานกกต. กันครับ?

เขาเปรียบว่าถ้าการเลือกตั้งเป็นมนุษย์ ก็เหมือนตายไป 8 วันแล้ว ร่างกายผิดรูป ระบุตัวตนไม่ได้! นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลภายนอกเข้าถึงข้อมูลได้ เพราะกกต. ไม่เคยโปร่งใส อธิบายปัญหาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก และยังปิดกั้นไม่ให้ประชาชนหรือสื่อเข้าไปถาม-ตอบในการแถลงข่าวอีกด้วย

  • คะแนนค้าง 95%: ตรวจสอบแล้วแต่ไม่ยอมประกาศเต็ม
  • บัตรเขย่ง 2.5 ล้านใบ: หายไปไหน? ถูกใช้ตกแต่งผลหรือไม่
  • เซิร์ฟเวอร์ลึกลับ: อยู่กกต. จริงหรือซอยรางน้ำ
  • ไม่โปร่งใส: ปิดกั้นสื่อและประชาชน ไม่ให้ถาม

ทนายอั๋นยังย้ำว่า “ทำไมไม่ประกาศ 100% ล่ะ เพราะทุกคะแนนมาถึงแล้ว จะหน่วงเวลาไว้ทำไม?” และยกตัวอย่างกรณีสเปกเตอร์ ซี ที่กกต. เปิดให้สื่อดูได้ แต่ทำไมคะแนนเลือกตั้งไม่ทำแบบนั้นล่ะครับ?

ทนายอั๋นปราศรัยหน้าสำนักงาน กกต.
ทนายอั๋นปราศรัยเรียกร้องความโปร่งใส (ที่มาภาพ: ไทยรัฐ)

ปูดแผนเอาคืน “เพื่อไทย” รัฐบาลอยู่ไม่เกิน 6 เดือน

ที่ร้อนแรงสุดคือ ทนายอั๋นปูดแผนการเมืองลับๆ ว่าการควบคุมผลคะแนนอาจไม่ใช่แค่กกต. แต่มีผู้มีอำนาจสั่งการ และเซิร์ฟเวอร์อาจอยู่ที่อื่น เขาว่าพรรคเพื่อไทยที่กำลังแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีกันสนุกสนาน อาจอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน ก็โดน “เขี่ยออก” แล้วให้ “พรรคกล้าธรรม” กลับมาเสียบแทน! นี่คือการเอาคืนที่เพื่อไทยเคยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล ทำให้เกียรติของเพื่อไทยยับเยิน

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังประกาศจะร้องศาลหลักเมืองในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 และจะตรวจสอบพรรคเพื่อไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น แม้ศาลอื่นๆ จะมองว่าการเลือกตั้งปกติ แต่เขายืนยันว่าประชาชนมองว่า “สกปรกที่สุด”!

ในมุมมองของผมนะครับ เรื่อง “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% นี้สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยจริงๆ ถ้ากกต. โปร่งใสกว่านี้ คงไม่ต้องมีดราม่าแบบนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเริ่มจากความจริงใจ คุณล่ะคิดยังไง? คิดว่าคะแนน 5% นั้นหายไปไหน หรือเพื่อไทยจะอยู่จริงๆ ไม่เกิน 6 เดือน? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ จะได้อัพเดทกันต่อ!

ที่มา – “ทนายอั๋น” บุก กกต. จี้เปิดคะแนน 100% ปูด “เพื่อไทย” อาจเป็นรัฐบาลไม่เกิน 6 เดือน

หนุ่มดัดแปลง “โอ่ง” อบสมุนไพร ดับสลดจากขาดอากาศ

วันนี้เรามาพูดถึงกรณีสุดเศร้าที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดอุดรธานีกันนะครับ หนุ่มเปิดยูทูบดูวิธีดัดแปลง “โอ่ง” เป็นที่อบสมุนไพร เพื่อรักษาอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท แต่สุดท้ายกลับขาดอากาศหายใจเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับคนที่ชอบทำ DIY สุขภาพตามคลิปออนไลน์เลยล่ะ

หนุ่มดัดแปลง “โอ่ง” เป็นที่อบสมุนไพร สุดท้ายจบชีวิตในโอ่งแดง

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านพักใน ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายต้อม วัย 37 ปี ผู้มีอาการป่วยเรื้อรังทั้งปวดหลังจากหมอนรองกระดูกและสะเก็ดเงิน ได้เจาะรูโอ่งแดงขนาดใหญ่ในบ้าน เพื่อดัดแปลงเป็นห้องอบสมุนไพรส่วนตัว ภรรยาเตือนห้ามแล้วแต่เจ้าตัวไม่ฟัง หลังจากนั้นภรรยามาพบศพสามีอยู่ในโอ่ง ปากอ้ากลิ้นจุก ล้อมด้วยผ้าห่ม เตาอั้งโล่ และหม้อนึ่งสมุนไพรอย่างตะไคร้ใบเตย

นางกาน ภรรยาวัย 58 ปี เล่าว่า สองคนเพิ่งอยู่กินด้วยกันได้ไม่ถึง 5 เดือน สามีเหนื่อยจากการให้อาหารไก่ ชวนกันไปอบสมุนไพร แต่เธอไม่สบายเลยหลับไป พอตื่นมาไม่เห็นสามี รีบมาดูที่โอ่งก็พบศพ เธอพยายามช่วยแต่ไม่ไหว ต้องเรียกเพื่อนบ้าน เธอทั้งร้องไห้ทั้งเสียใจ บอกว่าห้ามมาตั้งแต่แรกเพราะดูไม่มาตรฐาน แนะนำให้เลี้ยงปลาดีกว่า แต่สามีดื้อมาก

สาเหตุการเสียชีวิตจากดัดแปลง “โอ่ง” เป็นที่อบสมุนไพร

เภสัชกรสมชาย ชินวานิชย์เจริญ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย และทีมสาธารณสุขลงพื้นที่ตรวจ พบว่าการดัดแปลงผิดหลัก ไม่มีช่องระบายอากาศ พื้นที่จำกัด บวกกับเตาเผา ถ่านผลิตคาร์บอนมอนอกไซด์ ทำให้ขาดออกซิเจน คล้ายรมควันในรถ สมุนไพรเองปลอดภัย แต่การอบแบบนี้เสี่ยงมาก ต้องรอผลชันสูตรยืนยัน แต่เป็นเคสหายากจริงๆ

คุณเภสัชกรยังให้ความรู้เพิ่มว่า การอบสมุนไพรต้องมีระบบระบายอากาศดี อบไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 15 นาที พักให้เหงื่อออกระบายความร้อน สถานที่สาธารณะต้องมีใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทีมจะเพิ่มการให้ความรู้ในชุมชนมากขึ้น

ข้อควรระวังหากอยากอบสมุนไพรแบบปลอดภัย

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย มาดูเคล็ดลับกันครับ:

  • ระบบระบายอากาศ: ต้องมีช่องทางอากาศเข้า-ออกดี อย่าอบในพื้นที่ปิดทึบแบบดัดแปลง “โอ่ง” เป็นที่อบสมุนไพร
  • ระยะเวลา: ไม่เกิน 15 นาทีต่อครั้ง สูงสุด 2 ครั้ง/วัน พักให้ร่างกายเย็นลง
  • เชื้อเพลิง: หลีกเลี่ยงถ่านหรือก๊าซที่ผลิตควันพิษ ใช้ไฟฟ้าหรือไอน้ำดีกว่า
  • ปรึกษาแพทย์: โดยเฉพาะคนป่วยเรื้อรัง อย่าทำตามยูทูบอย่างเดียว
  • สถานที่: ใช้บริการร้านอบสมุนไพรที่มีใบอนุญาต

เหตุการณ์นี้เตือนใจว่าการดูคลิปยูทูบแล้วทำตาม โดยไม่มีความรู้พอ อาจพลิกจากรักษาเป็นภัยได้ แม้สมุนไพรดีต่อสุขภาพ แต่ต้องทำอย่างถูกวิธี

สุดท้ายนี้ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตนะครับ และฝากเตือนทุกท่าน อย่าหลงเชื่อ DIY สุขภาพแบบเสี่ยงๆ ถ้าจะลองอบสมุนไพร ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือไปร้านมาตรฐานดีที่สุด จะได้สุขภาพดีโดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต สุขภาพสำคัญที่สุด ดูแลตัวเองให้ดีนะทุกคน!

ที่มา – หนุ่มเปิดยูทูบดูวิธีดัดแปลง “โอ่ง” เป็นที่อบสมุนไพร สุดท้ายขาดอากาศหายใจดับสลด

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจง กกต.ดำเนินคดี

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ จะมีเหตุการณ์สำคัญที่ทุกคนในแวดวงการเมืองไม่ควรพลาด นั่นคือ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ที่มีปัญหาบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับอีกต่อไป

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เผยถึงปัญหานี้ โดยชี้ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจทำให้คะแนนย้อนกลับไปรู้ได้ว่าใครเลือกใคร ซึ่งขัดกับหลักการเลือกตั้งโดยลับ ขอบคุณนายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ตั้งคำถามเรื่องระเบียบการเก็บบัตรของ กกต. เดิมที กกต. อ้างว่าแยกเก็บบัตรกับต้นขั้วเพื่อความปลอดภัย แต่ระเบียบจริงระบุว่าสุดท้ายต้องนำมารวมกันในหีบบัตรเดียว ทำให้ความลับหายไป

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 10.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือพิจารณากรณีที่ กกต. ดำเนินคดีกับประชาชนที่เข้าร่วมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี เชิญบุคคลสำคัญหลายรายมาชี้แจง ได้แก่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต., ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี, น.ส.คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ หัวหน้าฝ่ายคดีศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจง เพื่อความโปร่งใส

ประเด็นหลักคือระบบบาร์โค้ดที่ถูกวิจารณ์ว่าทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ การเลือกตั้งโดยลับไม่ได้หมายถึงแค่ตอนอยู่ในคูหาเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมถึงการไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ หากรู้ได้ว่าใครเลือกใคร จะเปิดช่องให้เกิดการซื้อเสียง การกดดัน หรือการควบคุมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งจะทำลายความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งทั้งหมด

  • ปัญหาบาร์โค้ด: บัตรเลือกตั้งมีรหัสบาร์โค้ดที่เชื่อมโยงกับผู้ลงคะแนนได้
  • การเก็บบัตร: ระเบียบ กกต. สั่งรวมบัตรกับต้นขั้วในที่สุด
  • ผลกระทบ: ประชาชนที่ร้องเรียนถูกดำเนินคดี แทนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง
  • การประชุม: เพื่อสอบถาม กกต. และปกป้องสิทธิผู้ร้อง

กรณีชลบุรี เขต 1 นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาที่เกิดขึ้น ประชาชนออกมาเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่เพราะสงสัยในผล แต่กลับถูก กกต. ดำเนินคดี ซึ่งอาจเป็นการกลบเกลื่อนปัญหาจริง สว. จึงเข้าแทรกแซงเพื่อตรวจสอบ

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่สัมพันธ์กับประชาธิปไตยของไทย การเลือกตั้งต้องโปร่งใสและลับมิดชิด หากระบบมีช่องโหว่แบบนี้ ประชาชนจะไว้วางใจได้อย่างไร ในอนาคต กกต. ควรปรับปรุงระเบียบให้ชัดเจน เช่น ทำลายบาร์โค้ดก่อนเก็บบัตร หรือแยกหีบอย่างถาวร

นอกจากนี้ ยังมีมุมมองจากนักกฎหมายที่ชี้ว่าการดำเนินคดีกับผู้ร้องอาจขัดรัฐธรรมนูญ ในมาตราเรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงออก การประชุมของ กมธ.ฯ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะหาทางออก

สุดท้ายแล้ว กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ระบบเลือกตั้งดีขึ้น คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามผลการประชุมเพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ ชวนแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตรวจสอบมากขึ้น!

ที่มา – กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สว. เรียก “แสวง” แจงปม กกต. ดำเนินคดีประชาชนร้องนับคะแนนใหม่

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ยันคุยทุกพรรค

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อมีกระแสข่าวลือว่าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ยอมดึงพรรคกล้าธรรม (กธ.) เข้าร่วมรัฐบาล แต่จะให้ไปนั่งฝ่ายค้านแทน ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาปฏิเสธข่าวนี้อย่างชัดเจน สร้างความโล่งใจให้กับนักการเมืองและประชาชนที่ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

“อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน

เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก กรุงเทพฯ หลังจากมีข่าวลือหนาหูเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยยืนยันว่า ไม่จริง ที่จะดีดพรรคกล้าธรรมออกไปเป็นฝ่ายค้าน แม้จะมีกระแสจากนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ที่คาดการณ์ว่าร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และประธานที่ปรึกษาพรรค จะเข้าเฝ้าพูดคุยในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 ก.พ. แต่ฝั่งอนุทินย้ำว่า “ก็ต้องคุยกับทุกพรรคอยู่แล้ว”

การชี้แจงครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของนายอนุทิน ในฐานะผู้นำพรรคภูมิใจไทยที่พยายามรักษาความสัมพันธ์กับทุกพรรคการเมือง เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างราบรื่น พรรคกล้าธรรมซึ่งนำโดยร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นพรรคใหม่ที่กำลังมาแรง มีฐานเสียงจากกลุ่มอนุรักษนิยมและอดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทำให้เป็นที่จับตาว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลฝั่งไหน

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ลูกเรือประมงถูกจับ

นอกจากประเด็นพรรคกล้าธรรมแล้ว นายอนุทินยังถูกถามถึงกรณีทหารกัมพูชาจับกุมลูกเรือประมงชาวไทย ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกชายแดนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยนายกฯ ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และจะรอรับรายละเอียดหลังกลับที่ทำการรัฐบาล ปัญหานี้มักเกิดจากข้อพิพาทเขตแดนทะเลและกฎหมายประมงที่ต่างกันระหว่างสองประเทศ สร้างความเดือดร้อนให้ชาวประมงไทยจำนวนมาก

เพื่อให้เข้าใจบริบทมากขึ้น เรามาดูพัฒนาการการเมืองไทยหลังเลือกตั้งล่าสุดกัน พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทินกำลังเจรจากับหลายพรรคเพื่อรวมพลังจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง ท่ามกลางความแตกแยกของพรรคใหญ่ๆ การที่นายอนุทินยืนยันคุยทุกพรรค รวมถึงกล้าธรรม แสดงถึงกลยุทธ์เปิดกว้าง ไม่ปิดประตูใคร ซึ่งอาจนำไปสู่รัฐบาลผสมที่ครอบคลุมมากขึ้น

  • พรรคกล้าธรรม: ก่อตั้งใหม่ มี ส.ส.จำนวนหนึ่งจากพรรคเก่า
  • จุดเด่น: นโยบายด้านความมั่นคงและเกษตรกรรม
  • บทบาทที่คาดหวัง: รองรับตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญ
  • ปัญหาชายแดน: ไทย-กัมพูชาต้องแก้ไขด้วยการทูต

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การปฏิเสธข่าวลือ “อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ช่วยลดความตึงเครียดในวงการ และเปิดทางให้เกิดการเจรจาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ นอกจากนี้ เรื่องลูกเรือไทยถูกจับยังเป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อน

ติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตทุกวัน และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่?

ที่มา – “อนุทิน” ปัดดีดกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้าน ยันคุยทุกพรรค ยังไม่ได้รับรายงานกัมพูชาจับลูกเรือไทย

ตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

กำลังมองหาผลตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569อยู่ใช่ไหม? วันนี้เรามีข้อมูลผลรางวัลสลากออมทรัพย์จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ครบทุกชุดมาให้ตรวจสอบกันแบบรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาเอง งวดนี้ครอบคลุมชุดสลากยอดนิยมอย่างชุดวิมานเมฆ Plus ปี 2567 ชุดพิมานมาศ Plus ชุดพิมานมาศ Plus Phase 2 ชุดพิมานมาศ ปี 2568 ชุดเกล็ดดาว Plus ชุดพราวพิมาน Plus ปี 2566 ชุดขาลเพิ่มพูน ชุดขาลเพิ่มพูน ปี 2566 และชุดนาคราช ซึ่งประกาศผลรางวัลไปแล้วเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

ตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

สลากออมทรัพย์ ธอส. เป็นการออมเงินที่ทั้งปลอดภัย ได้ดอกเบี้ยสูง และมีโอกาสลุ้นรางวัลใหญ่ทุกเดือน เหมาะสำหรับคนที่อยากออมเงินพร้อมลุ้นโชค งวดนี้ผลรางวัลออกแล้ว ผู้ถือสลากรีบนำเลขสลากตัวเองมาเช็คด่วน! ธอส. ประกาศผลอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน GHB ALL ซึ่งสะดวกมาก สามารถตรวจได้ทุกที่ทุกเวลา

ชุดสลากที่ประกาศผลงวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

นี่คือรายชื่อชุดสลากที่ร่วมรายการในงวดนี้:

  • ชุดวิมานเมฆ Plus ปี 2567
  • ชุดพิมานมาศ Plus
  • ชุดพิมานมาศ Plus Phase 2
  • ชุดพิมานมาศ ปี 2568
  • ชุดเกล็ดดาว Plus
  • ชุดพราวพิมาน Plus ปี 2566
  • ชุดขาลเพิ่มพูน
  • ชุดขาลเพิ่มพูน ปี 2566
  • ชุดนาคราช

สำหรับผลรางวัลรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่นๆ สามารถตรวจสอบเลขที่ถูกรางวัลได้โดยตรงจากเว็บไซต์ธอส. หรือแอป GHB ALL เพื่อความถูกต้องแม่นยำ 100% เพราะบางครั้งอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติม โปรดอย่าลืมตรวจให้ครบทุกชุดที่คุณถืออยู่

วิธีตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดนี้อย่างง่ายดาย

1. ดาวน์โหลดแอป GHB ALL จาก App Store หรือ Google Play
2. ล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชน
3. ไปที่เมนู “ตรวจสลากออมทรัพย์”
4. เลือกงวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วกรอกเลขสลาก
ระบบจะแจ้งผลทันที ถ้าถูกรางวัลจะมีแจ้งเตือนพิเศษด้วยนะครับ

นอกจากนี้ สลากออมทรัพย์ ธอส. ยังมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีฝากประจำทั่วไป โดยชุดละ 50 บาทขั้นต่ำ ซื้อได้ตั้งแต่ 1 ชุดขึ้นไป และออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของเดือน รางวัลใหญ่สูงสุดถึง 100 ล้านบาท! เหมาะสำหรับนักออมเงินทุกระดับ

ข้อดีของการออมเงินด้วยสลากออมทรัพย์ ธอส.

  • ปลอดภัย 100%: รับประกันโดยรัฐบาล
  • ดอกเบี้ยสูง: สูงสุด 3.45% ต่อปี (ขึ้นกับชุด)
  • ลุ้นรางวัลใหญ่: รางวัลที่ 1 สูงลิ่ว
  • ซื้อสะดวก: ผ่านแอปหรือสาขา

หากงวดนี้ยังไม่ถูกรางวัล อย่าเพิ่งท้อ สถิติแสดงว่าผู้ถือสลากยาวๆ มักได้รางวัลใหญ่ในที่สุด แนะนำให้ซื้อสลากงวดต่อไปเพื่อลุ้นต่อ

สรุปแล้ว ตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นเรื่องง่ายมาก เพียงใช้แอป GHB ALL หรือเว็บธอส. ก็รู้ผลทันที ขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีทุกท่าน! และสำหรับคนที่อยากเริ่มออม ลองซื้อสลากชุดใหม่ผ่าน Mobile Application GHB ALL หรือสาขาธนาคารใกล้บ้านวันนี้เลย สนุก ลุ้นรวย ออมง่าย ได้จริง

CTA: พลาดงวดนี้ไม่ได้เรื่อง ซื้อสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดหน้าตอนนี้เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ 100 ล้านบาท! ดาวน์โหลด GHB ALL มาซื้อกันเถอะ

ที่มา – ตรวจสลากออมทรัพย์ ธอส. งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล 174 ล้าน

ว้าว! ข่าวร้อนแรงที่สุดในวงการล็อตเตอรี่ตอนนี้ต้องยกให้เรื่อง เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 กันเลยครับ หลังจากผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศออกมา มีผู้โชคดีถูกรางวัลใหญ่หมายเลข 340563 รวมมูลค่า 174 ล้านบาท จากสลากดิจิทัลทั้งหมด 29 ใบ สุดปังสุดๆ ไปเลย!

สำหรับผลรางวัลเต็มๆ งวดนี้ รางวัลที่ 1 คือ 340563 เลขหน้า 3 ตัว 257 และ 241 เลขท้าย 3 ตัว 578 กับ 169 เลขท้าย 2 ตัว 07 ผู้ที่ถือเลขเหล่านี้เตรียมตัวรวยได้เลยครับ โดยเฉพาะสลากดิจิทัลที่ซื้อผ่านแอปเป๋าตัง ซึ่งข้อมูลจากเพจ Krungthai Care ยืนยันชัดเจนว่ามีผู้ถูกรางวัลที่ 1 รวม 29 ใบ

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล

รายละเอียดการถูกรางวัลของสลากดิจิทัล L6 งวด 16/2/69 นั้นน่าตื่นเต้นมาก มีผู้โชคดีถูก 1 ใบ จำนวน 9 คน และที่เด็ดสุดคือมี 1 คนที่ถูกถึง 20 ใบเลยทีเดียว! นับเป็นเศรษฐีใหม่ที่ปังที่สุดในงวดนี้ รางวัลที่ 1 ใบละ 6 ล้านบาท ดังนั้น 20 ใบก็ 120 ล้านบาทเข้าไปแล้ว บวกกับใบอื่นๆ รวมทั้งหมด 174 ล้านบาท เปลี่ยนชีวิตชั่วข้ามคืนแน่นอน

  • ถูก 1 ใบ: 9 คน (คนละ 6 ล้านบาท)
  • ถูก 20 ใบ: 1 คน (120 ล้านบาท)
  • รวมทั้งหมด: 29 ใบ มูลค่า 174 ล้านบาท

เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล ตรวจยังไง?

ถ้าคุณซื้อสลากดิจิทัลงวดนี้และกำลังลุ้นอยู่ อย่ารอช้า! สามารถตรวจผลและขึ้นรางวัลได้ง่ายๆ ผ่านแอปเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก ที่นี่ ขั้นตอนง่ายมาก

  1. ดาวน์โหลดหรือเปิดแอปเป๋าตัง
  2. เข้าสู่ระบบด้วยบัตรประชาชนหรือ PromptPay
  3. ไปที่เมนู “สลากดิจิทัล”
  4. เลือกตรวจผลรางวัล ระบบจะแสดงทันทีว่าถูกหรือไม่
  5. ถ้าถูก เงินเข้าบัญชีอัตโนมัติหรือขึ้นเงินได้เลย

สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องกลัวสลากปลอม สลากดิจิทัลออกแบบมาเพื่อคนยุคใหม่จริงๆ ครับ

สลากดิจิทัลดีกว่าสลากธรรมดายังไง

สลากดิจิทัลคือสลากกินแบ่งรัฐบาลแท้ๆ ที่ซื้อออนไลน์ผ่านแอปธนาคารพันธมิตร โดยเฉพาะเป๋าตัง ราคาใบละ 80 บาทเท่ากับหน้าร้าน แต่ดีกว่าตรงที่ไม่ต้องออกจากบ้าน ไม่ต้องเสี่ยงเจอเลขแพง และตรวจรางวัลได้ 24 ชม. เริ่มบริการตั้งแต่ปี 2565 เพื่อแก้ปัญหาสลากค้างและเกินราคา ปัจจุบันยอดขายพุ่งทะลุล้านใบต่องวด มีผู้ถูกรางวัลใหญ่หลายรายแล้ว งวดนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าโอกาสรวยมีจริง

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์เจ๋งๆ เช่น เลือกเลขเองได้บางส่วน สุ่มเลข หรือซื้อแบบบุ๊มก็มี ปลอดภัย 100% เพราะเชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารและสำนักงานสลากโดยตรง

สำหรับงวดหน้า หลังวันออกรางวัล สามารถเริ่มซื้อได้ตั้งแต่ 06.00 – 23.00 น. ของวันถัดไป เงื่อนไขเป็นไปตามที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนด อย่าพลาดนะครับ

คิดดูสิครับ จากคนธรรมดาๆ กลายเป็นเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล มีเงิน 174 ล้านแจกจ่าย น่าอิจฉาจริงๆ สถิติงวดก่อนๆ ก็มีรางวัลใหญ่คล้ายๆ กัน แสดงว่าสลากดิจิทัลไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางลัดสู่ความรวยได้เลย

คำแนะนำจากเรา: ถ้าคุณมีสลากงวดนี้ รีบตรวจเลยเดี๋ยวนี้! และสำหรับงวดหน้า ลองหันมาซื้อสลากดิจิทัลดู สะดวก ปลอดภัย โอกาสถูกรางวัลที่ 1 แบบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 สลากดิจิทัล อาจเป็นของคุณก็ได้ เล่นอย่างมีสติ อย่าลงทุนเกินตัวนะครับ สนุกกับการลุ้นรางวัลไปด้วยกัน!

ที่มา – เศรษฐีใหม่ถูกรางวัลที่ 1 “สลากดิจิทัล” งวดวันที่ 16/2/69 รวมเป็นเงิน 174 ล้าน