วัน: 16 กุมภาพันธ์ 2026

“ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม. ฟ้องกกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสกันเลยครับ นั่นคือ “ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม. หลังยื่นฟ้อง กกต. เชื่อความยุติธรรมจะปรากฏ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กอย่างเป็นกันเอง แต่หนักแน่น สนับสนุนประชาชนที่กล้าออกมาใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย เพื่อตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. หลังจากมีคนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดไปแล้ว

“ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม. หลังยื่นฟ้อง กกต. เชื่อความยุติธรรมจะปรากฏ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 12.16 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.อ.ทวี ได้โพสต์ข้อความเด็ดๆ ลง เฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “ผู้ใดทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ถือเป็นการกระทำที่กำลังเซาะกร่อนบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและหลักนิติธรรมต้องเสื่อมโทรมลงอย่างรุนแรง” คำพูดนี้สะท้อนถึงความห่วงใยต่อระบบประชาธิปไตยของไทยจริงๆ ครับ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญนัก? เพราะอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การเลือกตั้ง ส.ส. คือกลไกสำคัญที่ประชาชนมอบอำนาจให้ผู้แทน รัฐธรรมนูญมาตรา 3, 83 และ 85 วางหลักชัดเจนว่าการลงคะแนนต้อง โดยตรงและลับ เพื่อปกป้องเสรีภาพและศักดิ์ศรีของทุกคน ถ้าการลงคะแนนไม่ลับ ก็เท่ากับละเมิดสิทธิพื้นฐานไปเลยครับ

ประเด็นกฎหมายที่ถูกยกขึ้นในคดี “ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม.

ผู้ยื่นฟ้องได้ยกประเด็นกฎหมายหลายมาตรา เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าบัตรเลือกตั้งบางใบควรเป็นบัตรเสียหรือไม่ นี่คือประเด็นหลักๆ ที่น่าสนใจ:

  • พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 96 ห้ามทำเครื่องหมายสังเกตในบัตรเลือกตั้ง
  • มาตรา 144 เกี่ยวกับการทำให้บัตรเลือกตั้งเป็นบัตรเสีย
  • มาตรา 23, 149 และ 164 ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเลือกตั้ง
  • ระเบียบ กกต. พ.ศ. 2566 ข้อ 129 และข้อ 174 (2) (7) ที่กำหนดหลักเกณฑ์นับคะแนน

ทั้งหมดนี้เป็นข้อถกเถียงทางกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัย พ.ต.อ.ทวี ย้ำชัดว่าการตรวจสอบคือหัวใจของนิติธรรม ถ้าประชาชนรู้สึกว่าความลับการลงคะแนนถูกกระทบ ก็ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง

พรรคประชาชาติยืนหยัดเคียงข้างประชาชนที่ใช้สิทธิสุจริต พวกเขามั่นใจว่าความจริงจะปรากฏผ่านกระบวนการยุติธรรม และหวังให้ทุกฝ่ายร่วมรักษาเสียงของประชาชนให้ศักดิ์สิทธิ์ต่อไป ในฐานะนักการเมืองที่เคยผ่านประสบการณ์มามาก พ.ต.อ.ทวี จึงกลายเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชนได้ดีทีเดียว

มาขยายความกันหน่อยนะครับ ว่าทำไมการเลือกตั้งลับถึงสำคัญขนาดนี้ ในประเทศประชาธิปไตย การลงคะแนนต้องลับเพื่อป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง การข่มขู่ หรืออิทธิพลจากผู้มีอำนาจ ถ้ามีร่องรอยที่ทำให้รู้ได้ว่าคนลงคะแนนใคร ก็อาจนำไปสู่การทุจริตได้ง่ายๆ ลองนึกภาพดูสิครับ ถ้าคุณกลัวว่าจะถูกตามตัวเพราะเลือกพรรคที่ตัวเองชอบ ก็คงไม่กล้าลงคะแนนจริงๆ จังๆ แน่ๆ

นอกจากนี้ ยังมีตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ในบางประเทศที่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ จนต้องปฏิรูประบบเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น ในไทยเราก็เคยมีกรณีบัตรเสียเยอะในอดีต ซึ่งบางครั้งถูกตั้งคำถามว่ามีเจตนาหรือไม่ ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นโอกาสดีที่จะเคลียร์ประเด็นให้ชัดเจน

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการที่ “ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม. หลังยื่นฟ้อง กกต. เชื่อความยุติธรรมจะปรากฏ นี่คือตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่โปร่งใส นักการเมืองควรสนับสนุนประชาชนตรวจสอบอำนาจ ไม่ใช่ปิดกั้น คุณล่ะครับ คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้? เชื่อมั่นในระบบยุติธรรมไทยแค่ไหน? มาคอมเมนต์แชร์กันด้านล่างเลยนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน!

ที่มา – “ทวี” หนุนประชาชนใช้สิทธิตาม กม. หลังยื่นฟ้อง กกต. เชื่อความยุติธรรมจะปรากฏ

ขึ้นศาลนัดแรก มือปืนกราดยิง “หาดบอนได” เผชิญ 59 ข้อหาหนัก

ขึ้นศาลนัดแรก มือปืนกราดยิง “หาดบอนได” เผชิญ 59 ข้อหาหนัก เป็นข่าวใหญ่ที่ทั่วโลกจับตามอง หลังเหตุกราดยิงสุดโหดที่หาดบอนได ใกล้นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย สร้างความสะเทือนใจให้สังคม โดยนายนาวิด อัคราม วัย 24 ปี ผู้ต้องหาหลัก ได้ปรากฏตัวต่อศาลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากเรือนจำโกลเบิร์น ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูงสุด

ขึ้นศาลนัดแรก มือปืนกราดยิง “หาดบอนได” เผชิญ 59 ข้อหาหนัก

ในวันจันทร์ที่ผ่านมา นายนาวิด อัคราม ได้เข้ารับฟังข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยศาลท้องถิ่นนครซิดนีย์ได้อ่านรายชื่อข้อหาทั้งหมด 59 กระทง ซึ่งรวมถึงข้อหาฆาตกรรม 15 กระทง ข้อหาก่อการร้าย 1 กระทง และข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอย่างรุนแรง การพิจารณาคดีครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 5 นาที โดยผู้ต้องหาตอบรับเพียงคำว่า “ครับ” เมื่อถูกถามถึงคำสั่งคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหาย ซึ่งปิดบังตัวตนของผู้รอดชีวิต ยกเว้นผู้ที่ยินยอมเปิดเผยเอง

รายละเอียดเหตุกราดยิงหาดบอนได

เหตุการณ์น่าสลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ระหว่างงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ของชาวยิวที่หาดบอนได พ่อลูกคู่นายนาวิดและนายซาจิด อัคราม วัย 50 ปี ได้บุกกราดยิง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย รวมถึงแรบไบ 2 คน ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ผู้บาดเจ็บกว่า 40 ราย นายซาจิดถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ ขณะที่นายนาวิดบาดเจ็บสาหัสและถูกคุมตัว

เอกสารศาลเผยว่าพวกเขาวางแผนอย่างรอบคอบหลายเดือน สำรวจจุดเกิดเหตุ 2 วันก่อนลงมือ พบคลิปวิดีโอในโทรศัพท์ที่ทั้งคู่นั่งหน้าธงรัฐอิสลาม ประกาศจูงใจโจมตี “กลุ่มไซออนิสต์” นอกจากนี้ยังมีวิดีโอซ้อมยิงปืนลูกซองและฝึกยุทธวิธีในพื้นที่ชนบทนิวเซาท์เวลส์

  • ข้อหาหลัก: ฆาตกรรม 15 กระทง
  • ก่อการร้าย: 1 กระทง
  • อาวุธปืน: การครอบครองและใช้อาวุธผิดกฎหมาย
  • อื่นๆ: วางแผนโจมตี สร้างความหวาดกลัว

สถานะผู้ต้องหาและนัดศาลหน้า

นายเบน อาร์คโบลด์ ทนายความของนายนาวิด ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจรับสารภาพ เนื่องจากลูกความอยู่ในสภาพ “ยากลำบากและกดดัน” ในเรือนจำ ศาลนัดพิจารณาครั้งต่อไปเดือนเมษายน 2569 เหตุการณ์นี้ถือเป็นการสังหารหมู่เลวร้ายที่สุดในออสเตรเลียรอบเกือบ 30 ปี

ขึ้นศาลนัดแรก มือปืนกราดยิง “หาดบอนได” เผชิญ 59 ข้อหาหนัก สะท้อนถึงความเด็ดขาดของระบบยุติธรรมออสเตรเลียในการรับมือการก่อการร้าย การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขุดคุ้ยเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เตือนใจให้ทุกประเทศเพิ่มมาตรการป้องกันการ radicalize ออนไลน์และเฝ้าระวังอาวุธ คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ขึ้นศาลนัดแรก มือปืนกราดยิง “หาดบอนได” เผชิญ 59 ข้อหาหนัก

กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ขู่กระทรวงเกษตร

การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น พรรคเล็กๆ อย่างกล้าธรรมตกเป็นข่าวใหญ่ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ออกมาให้สัมภาษณ์เด็ดๆ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 โดยยืนยันชัดเจนว่า กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ไม่มีดีลลับหรือต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีกับพรรคภูมิใจไทยตามที่สื่อรายงาน ข่าวลือเหล่านี้เป็นแค่การปั่นกระแสเท่านั้น สิ่งสำคัญตอนนี้คือรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองสถานะ ส.ส. อย่างเป็นทางการก่อน การเมืองต้องเดินตามขั้นตอน ไม่ใช่คาดเดาจากข่าวลือ

กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล: ท่าทีมั่นใจของ ร.อ.ธรรมนัส

ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งมีประวัติยาวนานในวงการเมืองไทย เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดก่อน ได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่า สำหรับพรรคกล้าธรรมแล้ว พื้นที่หรือตำแหน่งไม่ใช่ประเด็นหลัก หัวใจคือ “ความกล้าในการทำงาน” ถ้ากล้าทำ อยู่ที่ไหนก็สำเร็จได้หมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคใหญ่หรือกลุ่มเล็ก พรรคกล้าธรรมเน้นนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่เป็นฐานเสียงสำคัญของประเทศ

ในสถานการณ์ที่พรรคต่างๆ กำลังเจรจาจัดตั้งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวที่พรรคเล็ก รวมตัวเพื่อเจรจากับพรรคภูมิใจไทย โดยยืนยันว่าไม่มีอะไรแบบนั้นทั้งสิ้น ตอนนี้ทุกอย่างต้องรอการรับรองจาก กกต. ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้า การเมืองไทยในช่วงนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ท่าทีของกล้าธรรมแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและไม่ยึดติดกับอำนาจ

ขู่ใครเอากระทรวงเกษตรฯ ไป ถ้าทำไม่ดีเจอกันแน่

จุดเด่นของคำสัมภาษณ์ครั้งนี้คือคำขู่สุดแซ่บต่อผู้ที่อาจครองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แทน ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ถ้าพรรคกล้าธรรมไม่ได้ดูแลกระทรวงนี้ต่อ ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ผู้ที่ได้รับผิดชอบต้องตั้งใจทำงานจริงจัง แก้ปัญหาให้เกษตรกรได้จริง ไม่ใช่แค่พูดสวยๆ แต่ถ้าเอาไปแล้วทำไม่ดี หรือทำไม่ได้ตามที่โป๊ปปากไว้ “เจอดีแน่” คำพูดนี้สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่เผชิญปัญหาหนี้สิน ภัยแล้ง และราคาพืชผลตกต่ำมานาน

ประเด็นสำคัญจากคำสัมภาษณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรรคกล้าธรรม

  • สยบข่าวลือ: ไม่มีดีลลับกับพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเล็กอื่นๆ
  • รอขั้นตอนกฎหมาย: รอ กกต. รับรอง ส.ส. ก่อนเจรจาใดๆ
  • เน้นความกล้า: อยู่พรรคไหนก็ทำงานได้ ถ้ากล้าและตั้งใจ
  • กระทรวงเกษตรฯ: ไม่ยึดติด แต่ขู่ผู้ครองต้องทำดี มิฉะนั้นเจอปัญหา
  • วิสัยทัศน์พรรค: มุ่งแก้ปัญหาเกษตรกรตัวจริง ไม่ใช่แชร์อำนาจ

ประวัติของ ร.อ.ธรรมนัส ทำให้คำพูดนี้มีน้ำหนัก เขาเคยผลักดันนโยบายเกษตรหลายเรื่อง เช่น การปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกร และการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร แม้จะมีดราม่าตัดสิทธิ์นักการเมืองในอดีต แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติยกเลิกแล้ว ทำให้เขากลับมาลุยการเมืองเต็มตัว พรรคกล้าธรรมก่อตั้งใหม่แต่มีจุดยืนชัดเจน มุ่งเป็นทางเลือกให้ประชาชนที่เบื่อการเมืองเก่า

ในมุมกว้าง การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคเล็กมีบทบาทมากขึ้น การเจรจาร่วมรัฐบาลไม่ใช่แค่แบ่งเก้าอี้ แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน กล้าธรรม ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะแสดงถึงการไม่ยึดติด แต่พร้อมทำงานเพื่อชาติ

สุดท้ายแล้ว ความกล้าในการทำงานนี่แหละที่จะเปลี่ยนการเมืองไทยได้จริง คุณเห็นด้วยกับท่าทีของ ร.อ.ธรรมนัส หรือไม่? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และกดแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “กล้าธรรม” ไร้เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ขู่ใครเอากระทรวงเกษตรฯไป ถ้าทำไม่ดีเจอกันแน่

ชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในฟุตบอลสกอตแลนด์เต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะ ชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride ที่กลายเป็นไฮไลท์อันน่าประทับใจจาก BBC Sport แฟนบอลทั่วโลกต่างพากันตามติดผลงานสุดยอดของสามทีมนี้ ไม่ว่าจะเป็น Queen’s Park ใน Scottish Championship, Inverness CT ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรง และ East Kilbride ในระดับลีกล่างที่สร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่หลวง มาดูกันว่าทำไมแมตช์เหล่านี้ถึงน่าชมนัก!

ชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride

Queen’s Park เปิดบ้านอัดคู่แข่งแบบไม่ยั้ง ด้วยสกอร์ที่ขาดลอย ทำให้ทีมขึ้นนำในตาราง Scottish Championship ได้อย่างน่าฟังดู การเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นผสานกับเกมรุกที่ดุดัน โดยเฉพาะประตูจากลูกตั้งเตะที่สวยงาม ทำให้แฟนๆ เฮลั่นอัฒจันทร์ Inverness ก็ไม่แพ้กัน หลังจากเพลย์ออฟรอบก่อนหน้านี้ พวกเขากลับมาท็อปฟอร์ม เอาชนะทีมใหญ่ด้วยการยิงกระจายในครึ่งหลัง East Kilbride ใน Lowland League ก็สร้างประวัติศาสตร์ ด้วยชัยชนะเหนือยอดทีม ทำให้ก้าวขึ้นสู่อันดับต้นๆ ของลีก

ไฮไลท์สำคัญในชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride

ไฮไลท์เด็ดที่ไม่ควรพลาดคือประตูโทนของ Queen’s Park จาก Dom Thomas ที่ล่อหลอกแนวรับได้อย่างสมบูรณ์แบบ Inverness มี Billy Mckay ยิงแฮตทริค สร้างความฮือฮา ส่วน East Kilbride มี Aaron Mason เป็นดาวยิงที่พาทีมคว้าชัย 3-0 ทุกประตูเหล่านี้ถ่ายทอดสดความมันส์แบบจัดเต็ม เหมาะสำหรับแฟนบอลที่ชื่นชอบฟุตบอลสไตล์สกอตติชแท้ๆ

  • Queen’s Park: ชนะ 4-1 เกมรุกไหลลื่น ครองบอลได้ 60%
  • Inverness: ถล่ม 5-2 ยิงครึ่งหลัง 4 ลูกรวด
  • East Kilbride: เฉือน 2-0 ปิดเกมด้วยลูกยิงไกลสุดสวย

นอกจากนี้ การแข่งขันใน Scottish Championship, League 1 และ League 2 ยังมีดราม่าอีกมากมาย เช่น การเปลี่ยนตัวที่พลิกเกม หรือจังหวะ VAR ที่ตัดสินผล นี่คือเหตุผลที่คุณต้อง ชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride เพื่อสัมผัสความเร่าร้อนของลีกสกอตแลนด์ที่ไม่เคยน่าเบื่อ

ทีม Queen’s Park กำลังลุ้นเลื่อนชั้น โดยชัยชนะครั้งนี้ช่วยให้แต้มห่างคู่แข่งถึง 5 คะแนน Inverness เองก็มีเป้าหมายเข้ารอบเพลย์ออฟ ส่วน East Kilbride กำลังกลายเป็นทีมม้ามืดที่น่าจับตามอง ผู้จัดการทีมทั้งสามคนแสดงศักยภาพในการคุมทีมได้อย่างยอดเยี่ยม หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลสกอตแลนด์ อย่าพลาดคลิปไฮไลท์เหล่านี้เด็ดขาด

ฟุตบอลสกอตแลนด์มีเอกลักษณ์ตรงความดุเดือดและบรรยากาศสนามที่เข้มข้น ชมชัยชนะใหญ่ Queen’s Park Inverness East Kilbride แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมลีกนี้ถึงมีเสน่ห์ไม่แพ้พรีเมียร์ลีกอังกฤษ การเล่นแบบทีมเวิร์คและสปิริตนักสู้คือกุญแจสู่ชัยชนะครั้งใหญ่

ในมุมมองของผม ชัยชนะเหล่านี้ไม่ใช่แค่สามแต้ม แต่เป็นจุดเปลี่ยนฤดูกาลที่อาจพาทีมไปสู่ความสำเร็จยิ่งใหญ่ แฟนบอลชาวไทยที่ชื่นชอบฟุตบอลยุโรปควรติดตามต่อไป อย่าลืมแชร์คลิปไฮไลท์ให้เพื่อนๆ และคอมเมนต์บอกว่าทีมไหนเจ๋งสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ผลสลาก N3 งวด 16 ก.พ. 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3

ผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว! ถ้าคุณซื้อสลาก N3 ไว้ รีบมาดู ผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่ ได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาที่ไหนไกล เรารวบรวมผลรางวัลครบทุกประเภท ทั้งเลข 3 ตัวตรง 3 ตัวสลับ เลข 2 ตัวตรง และรางวัลพิเศษ พร้อมเงินรางวัลที่ชัดเจน ตรวจง่ายๆ เพียงเทียบเลขของคุณกับรายการด้านล่าง

สลาก N3 หรือสลากตัวเลข 3 หลัก เป็นสลากที่ออกโดยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ให้รางวัลตอบแทนสูง เหมาะสำหรับคนชอบลุ้นตัวเลขสั้นๆ งวดนี้ผู้โชคดีถูกรางวัลใหญ่เพียบเลยนะ มาดูกันว่าคุณมีชื่อหรือเปล่า

ผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

นี่คือผลรางวัลสลาก N3 งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างเป็นทางการ ตรวจได้ทันที

  • เลขรางวัลสามตรง: 563 (รางวัลละ 3,161 บาท)
  • เลขรางวัลสามสลับหลัก: 356, 365, 536, 635, 653 (รางวัลละ 619 บาท)
  • เลขรางวัลสองตรง: 07 (รางวัลละ 615 บาท)
  • เลขรางวัลพิเศษ: 563000004667 (รางวัลละ 589,295.00 บาท)

ตรวจผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

วิธีตรวจง่ายมาก ถือสลากของคุณมาดูเลขท้าย 3 ตัว ถ้าตรงกับเลขสามตรงคือถูกรางวัลใหญ่ 3,161 บาท ถ้าสลับหลักก็ยังได้ 619 บาท ส่วนเลข 2 ตัวท้ายตรง 07 ได้ 615 บาท รางวัลพิเศษใหญ่สุดถึงเกือบ 6 แสนบาท ถ้าคุณมีเลข 563000004667 ล่ะก็ รวยเลย!

สลาก N3 ออกทุกเดือนควบคู่กับสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้คนเล่นหวยได้ลุ้นรางวัลเพิ่มอีกชุดหนึ่ง เงินรางวัลคำนวณจากยอดขาย ทำให้แต่ละงวดไม่เท่ากัน งวดนี้รางวัลสามตรงสูงถึง 3,161 บาท ถือว่าดีมาก

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569

สำหรับคนที่เล่นหวยรัฐบาลด้วย ผลรางวัลที่ 1 คือ 340563 รางวัลละ 6,000,000 บาท

  • รางวัลเลขหน้า 3 ตัว: 527, 241
  • รางวัลเลขท้าย 3 ตัว: 578, 169
  • รางวัลเลขท้าย 2 ตัว: 07

สังเกตไหมครับ เลขท้าย 2 ตัวของหวยรัฐบาลตรงกับรางวัลสองตรงของ N3 คือ 07 เลย โชคดีทั้งสองชุด!

เคล็ดลับการเล่นสลาก N3: เลือกซื้อจากผู้ขายที่เชื่อถือได้ ตรวจผลทันทีหลังออกเพื่อรับรางวัลไว งวดหน้าอาจลองเลขเด็ดจากฝันหรือสถิติย้อนหลังดู สลาก N3 มีสถิติเลขที่ออกบ่อย เช่น เลขท้าย 07 ออกซ้ำงวดนี้

ประวัติสั้นๆ สลาก N3 เริ่มออกตั้งแต่ปี 2562 เพื่อกระจายรายได้ให้ผู้ค้าสลากรายย่อย รางวัลออกทุกวันที่ 1 และ 16 ของเดือน ร่วมกับหวยรัฐบาล ทำให้เป็นที่นิยมมาก

หากคุณถูกรางวัล แนะนำให้ไปขึ้นรางวัลที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต อย่าลืมเก็บสลากให้ดี รีบตรวจ ผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่ แล้วแชร์ความโชคดีกับเพื่อนๆ ด้วยนะ โชคดีงวดหน้า ลุ้นต่อไป!

สุดท้าย ถ้าคุณพลาดงวดนี้ อย่าท้อ งวดหน้าอาจเป็นคุณ ตรวจหวยย้อนหลังได้ที่นี่

ที่มา – ผลสลาก N3 งวด 16 กุมภาพันธ์ 2569 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

ทำไม WSL ถึงหยุดพัก 4 สัปดาห์

ทำไม WSL ถึงหยุดพัก 4 สัปดาห์

หลังจากจบแมตช์วีคที่ 16 แล้ว ลีกหญิงชั้นนำของอังกฤษอย่าง WSL จะหยุดพักยาวนาน 1 เดือน

แต่ไม่ใช่การหยุดสนิททั้งหมด เพราะนักเตะ ผู้จัดการทีม และแฟนบอลจะหันไปโฟกัสการแข่งขันอื่น ๆ ในช่วงนี้

เช่น อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะลงแข่งเลกสองของรอบเพลย์ออฟแชมเปียนส์ลีกในวันพุธและพฤหัสบดี ขณะที่ 10 จาก 12 ทีมในลีกชั้นนำจะลงเล่นรอบ 5 FA Cup สัปดาห์หน้า

หลังจากนั้น นักเตะหลายคนจะมารวมตัวกับทีมชาติ เพื่อลงแข่งฟีฟ่า เวิลด์คัพ เพลย์ออฟ คัพเอเชีย และแมตช์ทีมชาติอื่น ๆ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตาม การหยุดพักครั้งนี้มาห่างจากช่วงวินเทอร์เบรกแค่ 6 สัปดาห์เท่านั้น BBC Sport จึงมาวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ทำไม WSL ถึงหยุดพัก 4 สัปดาห์

ทำไม WSL ถึงหยุดพัก 4 สัปดาห์? คำถามนี้หลายคนสงสัย เพราะหลังจากกลับมาแข่งขันตั้งแต่วันเสาร์ที่ 10 มกราคม เป็นช่วงที่คับคั่งมาก

มีทั้ง 4 นัดของ WSL, รอบ 4 FA Cup, รอบรองวินเนอร์ส ลีก คัพ, การกลับมาของแชมเปียนส์ลีก และอาร์เซนอลที่ลงแข่งฟีฟ่า แชมเปียนส์ คัพครั้งแรก ทุกอย่างถูกยัดเยียดในตารางที่แน่นขนัด

แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ทีมหัวตารางกับทีมท้ายตารางลงแข่งต่างกันมาก โดยเฉพาะปัญหาความแออัดของตารางสำหรับทีมที่ลุ้นหลายรายการ ซึ่งอาจกระทบสุขภาพนักเตะ

ทีมบ๊วยอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ลงแข่งน้อยที่สุดในฤดูกาลนี้ (19 นัด) และตกรอบเร็วทั้งสองถ้วยในประเทศ ทำให้ตอนนี้ต้องรอถึงเดือนเต็มโดยไม่มีแมตช์อย่างเป็นทางการ

นัดต่อไปของพวกเขาคือเกมสำคัญกับลิเวอร์พูลอันดับ 11 ใน WSL วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม (11:55 GMT)

ตรงข้ามกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่ลงแข่งมากที่สุด (30 นัด) สัปดาห์นี้พวกเขาจะเจอแอตเลติโก มาดริดในแชมเปียนส์ลีกวันพฤหัสบดี (20:00 GMT) แล้วตามด้วยเชลซีใน FA Cup รอบ 5 วันอาทิตย์หน้า (13:30 GMT) ก่อนกลับสู่ WSL กลางเดือนมีนาคม

กราฟด้านล่างแสดงจำนวนนัดที่แต่ละทีมลงแข่ง โดยแถบเขียวคือจำนวนสูงสุดหากชนะทุกนัดในรายการที่เหลือ

ความแตกต่างนี้จะยิ่งชัดเจนฤดูกาลหน้าที่ WSL ขยายเป็น 14 ทีม แต่อาจหมายถึงนัดแข่งเพิ่มขึ้นทั้งลีก

ผลกระทบต่อโมเมนตัมของทีม

อดีตแนวรับทีมชาติอังกฤษ อานิตา อาซานเต้ มองว่าการหยุดพัก 4 สัปดาห์ตอนนี้กระทบโมเมนตัมทีม WSL หนัก

“ผมคิดว่ามีผลแน่ เพราะนักเตะและสต๊าฟต้องการความสม่ำเสมอเพื่อต่อยอดฟอร์มจากนัดหนึ่งสู่นัดถัดไป” เธอกล่าว “การเชื่อมโยงในสนามฝึกซ้อมและการเรียนรู้ off-pitch หายไป ทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด”

ผลกระทบอาจหนักกว่าสำหรับบางทีม โดยอาซานเต้ชี้ว่าช่วยทีมใหญ่

“ทีมใหญ่ที่สควอตด์เสถียรและอยู่ด้วยกันนานกว่าระดับฤดูกาลเดียว จะกลับมาเร็ว แต่ทีมใหม่ไม่อยากเจอเบรกแบบนี้”

แฟนบอลคิดอย่างไรกับการหยุดพัก

อาซานเต้ยังมองว่าการหยุดพักทำร้ายแฟน WSL ทั้งเก่าและใหม่

“สำหรับการตลาดกีฬา เบรก 4 สัปดาห์ยาวเกินไป ขณะที่เกมหญิงยังเติบโต เราเอาไหวเหรอ? ต้องรักษาความต่อเนื่องเพื่อ storytelling ที่ดี มิฉะนั้นกีฬาอื่นจะแย่งซีน”

ความเห็นแฟนผสมผสาน:

  • แคธี่: เบรก WSL เยอะเกินไป ลีกเล็กอยู่แล้ว หลังวินเทอร์เบรก (ที่ยาวไป) ไม่น่าเบรกเร็วขนาดนี้
  • นีอัม: หวังว่าลีกขยายจะมีนัดเพิ่ม ลดเบรก!
  • แดน: ฟุตบอลคือกีฬาฤดูหนาว! เสาร์บ่าย 3 โมง, อังคาร 7:45 น. (อาทิตย์-พุธสำหรับหญิง) อย่ายุ่ง!
  • ทอม: ฤดูกาลหน้าลีก 14 ทีม เบรกอาจสั้นลง สร้างช้า ๆ อย่าให้ผู้เล่นเหนื่อย
  • แมรี่: ตารางแน่นสองคม มีนัดเพิ่มแต่พักจากแรงกดดัน รบกวนฟอร์มลีก สร้างผลลัพธ์ไม่แน่นอน

เบน เฮนส์, เอเลน ไวท์ และเจน บีตตี้ กลับมาพร้อม Women’s Football Weekly พอดแคสต์ เอพีโซดใหม่ทุกวันอังคารบน BBC Sounds รวมสัมภาษณ์และคอนเทนต์ WSL เพิ่มเติม

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

การหยุดพัก 4 สัปดาห์นี้แม้ช่วยพักนักเตะ แต่เสี่ยงทำลายโมเมนตัมลีก คุณคิดว่าควรปรับตารางอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย

กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย โดยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อท้าทายคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวกับการออกแบบ พิมพ์ และใช้บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ทนายยืนยันว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือ QR Code สามารถสืบย้อนกลับไปยังต้นขั้วบัตรและตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ตรงข้ามกับหลักรัฐธรรมนูญ

นรเศรษฐ์ ที่ศาลปกครองกลาง ยื่นฟ้องคำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต

นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย

เหตุผลหลักที่นำไปสู่การยื่นฟ้องครั้งนี้มาจากระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ซึ่งให้อำนาจ กกต. ออกคำสั่งในการออกแบบและใช้บัตรเลือกตั้ง แต่คำสั่งดังกล่าวกลับมีบาร์โค้ดหรือ QR Code ที่เชื่อมโยงข้อมูลได้ ทำให้ละเมิดหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 และกฎหมายการเลือกตั้ง นายนรเศรษฐ์ชี้แจงว่าหากศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งไม่ชอบกฎหมาย การใช้บัตรเลือกตั้งดังกล่าวในการเลือกตั้งทั้งหมดก็จะตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้ต้องเลือกตั้งใหม่ และห้ามใช้บัตรแบบเดิมที่สืบค้นได้

เหตุผลที่คำสั่ง กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

  • ละเมิดความลับการเลือกตั้ง: QR Code หรือบาร์โค้ดช่วยสืบย้อนไปยังต้นขั้วบัตรและชื่อผู้มีสิทธิ ทำให้ทราบว่าผู้ใดเลือกใคร ซึ่งขัดเจนต่อรัฐธรรมนูญ
  • เป็นคำสั่งทางปกครอง: อยู่ในอำนาจศาลปกครองกลางพิจารณา ไม่ใช่เรื่องรัฐธรรมนูญโดยตรง
  • ขอคุ้มครองชั่วคราว: ระงับการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อรอคำวินิจฉัย

ศาลปกครองกลางมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง โดยนายนรเศรษฐ์เตรียมพยานผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบ (ที่มีและไม่มี QR Code) แบบใดที่เสี่ยงต่อการสืบข้อมูล หากศาลเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ คำสั่งอาจออกมาเร็ว

อ้างอิงคำพิพากษาศาลปี 2549 สนับสนุนกรณีนี้

กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายยึดหลักคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดง 607-608/2549 ที่วินิจฉัยว่า หากการลงคะแนนสามารถคาดเดาได้ง่ายว่าผู้ลงคะแนนเลือกใคร การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นความลับ เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ที่ระบุชัด เพียงแค่อยู่ในวิสัยที่ล่วงรู้ได้ ก็ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีคนล่วงรู้จริง เพียงความเป็นไปได้ก็พอ

ประเด็นนี้เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงบัตรเลือกตั้งเพื่อรักษาความลับ ปัจจุบันการเพิ่มเทคโนโลยีอย่าง QR Code เพื่อป้องกันการปลอมแปลง กลับถูกท้าทายว่าอาจสร้างช่องโหว่ใหม่ นำไปสู่ข้อสงสัยในความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การฟ้องร้องครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการเลือกตั้งอย่างอิสระและลับ

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบกว้างขวาง หากศาลรับคำร้อง อาจต้องเลื่อนประกาศผลเลือกตั้ง สร้างความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนปัญหาการเตรียมความพร้อมของ กกต. ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีช่วยได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากศาลวินิจฉัย

  • สั่งยกเลิกคำสั่ง กกต. และห้ามใช้บัตรเลือกตั้งเดิม
  • ต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตที่เกี่ยวข้อง
  • เสริมสร้างมาตรฐานความลับการเลือกตั้งในอนาคต

กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้หน่วยงานรัฐต้องถ่วงดุลระหว่างเทคโนโลยีกับสิทธิพลเมือง คุณผู้อ่านล่ะคิดเห็นอย่างไร หากบัตรเลือกตั้งมี QR Code จริงๆ จะยอมรับได้หรือไม่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยแค่ไหน

สรุปแล้ว นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย เป็นการต่อสู้เพื่อรักษาหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ติดตามพัฒนาการคดีนี้กับเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!

ที่มา – “นรเศรษฐ์” ฟ้องศาลปกครองกลาง คำสั่งให้ออกแบบ-ใช้บัตรเลือกตั้งของ กกต. ไม่ชอบด้วย กม.

ชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช.

ชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช. กลายเป็นภาพสะเทือนใจที่กำลังเป็นกระแสทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อชาวมาเลเซียนับพันคนสวมชุดสีดำสนิท รวมตัวประท้วงอย่างคึกคักใจกลางกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อกดดันให้ทางการดำเนินคดีกับนายอาซัม บากี ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันแห่งมาเลเซีย (MACC หรือ ป.ป.ช. มาเลเซีย) จากกรณีถือครองหุ้นบริษัทเอกชนเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และข้อหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการช่วยเหลือนักธุรกิจยึดกิจการบริษัทอื่น

ชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช.

เหตุการณ์ชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช. เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งประกอบด้วยเยาวชน นักศึกษา องค์กรภาคประชาสังคม นักการเมืองทั้งจากฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ได้นัดรวมตัวกันบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง โดยทุกคนสวมชุดสีดำเพื่อแสดงสัญลักษณ์แห่งความโศกสลดต่อระบบยุติธรรมที่ถูกมองว่าบิดเบี้ยว พวกเขาโบกธงดำ ชูป้ายข้อความประณาม และเดินขบวนจนเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรบนถนนสายหลักชั่วคราว

อมิรา ไอสยา อับดุล อาซิซ นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ปลุกใจฝูงชนว่า “เรามารวมตัวกันเพราะศักดิ์ศรีของกฎหมายและประเทศชาติกำลังถูกล้อเล่น เยาวชนและพลเมืองมาเลเซียจะไม่นั่งเงียบหลับตาอีกต่อไป เราจะเรียกร้องให้จับกุมอาซัม บากี จนกว่าจะสำเร็จ” คำพูดนี้จุดประกายให้ผู้ประท้วงตะโกนลั่น สร้างบรรยากาศตึงเครียดแต่เข้มแข็ง

จำนวนผู้เข้าร่วมและความสำคัญของการประท้วง

หนังสือพิมพ์นิว สเตรท ไทมส์ รายงานว่ามีผู้เข้าร่วมราว 1,000 คน ซึ่งถือเป็นการชุมนุมบนท้องถนนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายราฟิซี รัมลี อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจและสมาชิกพรรคยุติธรรมประชาชน (PKR) ของรัฐบาล กล่าวว่า “ประชาชนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกมาประท้วงซ้ำๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีการดำเนินการกับประธาน MACC” การประท้วงครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความไม่พอใจต่อตัวบุคคล แต่ยังสะท้อนปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในระบบราชการมาเลเซีย ซึ่งเพิ่งผ่านการเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้งภายใต้นายอานวาร์ อิบราฮิม

ข้อกล่าวหาหลักต่อประธาน MACC

สาเหตุหลักที่จุดชนวนให้เกิดการประท้วงมาจากรายงานของบลูมเบิร์ก ซึ่งเปิดโปงเอกสารยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาเลเซีย พบว่านายอาซัม ถือหุ้นในบริษัท Velocity Capital Partner จำนวน 17.7 ล้านหุ้น มูลค่ารวมเกือบ 800,000 ริงกิต (ราว 6.37 ล้านบาท) ซึ่งเกินขีดจำกัดที่กฎหมายข้าราชการปี 1993 และคำสั่งปี 2024 กำหนดไว้ คือไม่เกิน 5% ของทุนจดทะเบียน หรือมูลค่าไม่เกิน 100,000 ริงกิต แล้วแต่จำนวนใดต่ำกว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ MACC ช่วยเหลือนักธุรกิจยึดครองกิจการบริษัทอื่น แม้ทั้งสองฝ่ายจะปฏิเสธก็ตาม

  • ถือครองหุ้นเกินเกณฑ์: 17.7 ล้านหุ้นใน Velocity Capital มูลค่าเกินลิมิตกฎหมาย
  • ใช้อำนาจมิชอบ: ช่วยนักธุรกิจยึดบริษัทคู่แข่ง โดยใช้ตำแหน่งใน MACC
  • ขัดระเบียบข้าราชการ: ละเมิดกฎ 1993 และ 2024 อย่างชัดเจน

การตอบโต้จากนายอาซัม บากี

หลังการประท้วง นายอาซัม บากี ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันความบริสุทธิ์ โดยระบุว่า “ไม่มีความจำเป็นต้องลาพักงาน” เพราะยังไม่ถูกแจ้งข้อหาอาญา เขาเปรียบเทียบตัวเองกับอดีตรัฐมนตรีคลังบางคนที่ยังทำงานต่อแม้ถูกสอบสวน และให้คำมั่นว่าจะร่วมมือเต็มที่กับคณะกรรมการสอบสวนพิเศษและตำรวจ โดยยินดีเปิดเผยเอกสารส่วนตัวอย่างโปร่งใส เช่น รายการเดินบัญชีธนาคาร แต่จะไม่เปิดสู่สาธารณะเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางมิชอบ

MACC เป็นหน่วยงานสำคัญที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อสู้คอร์รัปชันในมาเลเซีย แต่กรณีนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือสั่นคลอน หากไม่มีการดำเนินการที่โปร่งใส อาจนำไปสู่วิกฤตความเชื่อมั่นในรัฐบาลปัจจุบัน การประท้วงครั้งนี้ยังเชื่อมโยงกับกระแสต่อต้านคอร์รัปชันทั่วภูมิภาค รวมถึงในไทยที่ ป.ป.ช. ก็เผชิญแรงกดดันคล้ายกัน

ในมุมมองของผู้เขียน การชุมนุมชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช. แสดงให้เห็นถึงพลังของประชาชนยุคใหม่ที่ใช้โซเชียลมีเดียและการรวมตัวจริงเพื่อตรวจสอบผู้มีอำนาจ ไม่ว่าตำแหน่งสูงส่งเพียงใด หากละเมิดกฎหมายต้องรับผิดชอบ สิ่งนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกประเทศในอาเซียน

คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? ชาวมาเลเซียทำถูกแล้วหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อกระจายข้อมูลให้แพร่หลาย ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ชาวมาเลเซียแต่งดำ ชุมนุมเรียกร้องจับกุมประธาน ป.ป.ช. ปมถือหุ้นบริษัท-ใช้อำนาจมิชอบ

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวร้อนๆ ในแวดวงการเมืองมาอัปเดตกันนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก นั่นคือ สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ซึ่งอาจนำไปสู่การสั่งให้ผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะและต้องจัดใหม่ทั้งหมด! เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด

ผู้ที่ยื่นฟ้องคือ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) บัญชีสำรอง เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 โดยยื่นผ่านระบบงานคดีปกครองอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาลปกครองสูงสุด ฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงาน กกต. และเลขาธิการ กกต. ในข้อหากระทำผิดต่อหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง กรณีพิมพ์รหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้งส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งขัดแย้งกับหลักการลงคะแนนลับและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายอัครวัฒน์ยืนยันว่าการกระทำนี้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อประชาธิปไตย และขอให้ศาลมีคำสั่งดังนี้

  • ประกาศให้บัตรเลือกตั้งทั้งหมดในรอบดังกล่าวเป็นบัตรเสีย ไม่นับคะแนน
  • สั่งให้ กกต. เผาหรือทำลายบัตรเลือกตั้งโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ
  • ลงโทษ กกต. และผู้เกี่ยวข้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2561 ด้วยโทษจำคุกและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
  • สั่งให้ผู้ถูกฟ้องชดใช้ค่าเสียหายจากการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด
  • สั่งหยุดรับรองผลเลือกตั้งชั่วคราว จนกว่าจะมีคำพิพากษา
  • เร่งพิจารณาคดีให้เสร็จก่อนประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการ

ทำไมบาร์โค้ดและ QR Code บนบัตรเลือกตั้งถึงเป็นปัญหาใหญ่?

หลายคนอาจสงสัยว่าบาร์โค้ดนี่มันแค่รหัสอะไร ทำไมถึงวุ่นวายขนาดนี้? คำตอบคือ มันละเมิดหลักการสำคัญของการเลือกตั้ง คือ “การลงคะแนนลับ” ครับ ถ้ามีบาร์โค้ดหรือ QR Code อยู่บนบัตร กรรมการรับรองผลหรือหัวคะแนนสามารถสแกนเพื่อติดตามได้ว่าบัตรใบนั้นลงคะแนนให้ใคร สร้างความหวาดกลัวให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง หากถ่ายรูปบัตรตอนนับคะแนน ก็ตรวจย้อนหลังได้ง่ายๆ นำไปสู่การคุกคามชีวิตหรือเอื้อประโยชน์พวกทุจริต!

ยิ่งไปกว่านั้น กกต. เคยชี้แจงเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าทำเพื่อป้องกันบัตรปลอมและรักษาความปลอดภัย แต่คำถามคือ ทำไมตอนทำประชามติกลับไม่มีบาร์โค้ดเลยล่ะครับ? มันดูเจาะจงเฉพาะเลือกตั้งส.ส. สะท้อนเจตนาที่น่าสงสัยมากๆ นายอัครวัฒน์มองว่านี่คือข้ออ้างฟังไม่ขึ้น และเป็นการทุจริตชัดๆ

ผลกระทบหากศาลรับคำร้อง

ถ้าศาลสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะจริง ประเทศไทยอาจต้องจัดเลือกตั้งส.ส.ใหม่ทั้งประเทศ สร้างความล่าช้าให้กระบวนการทางการเมือง แต่ในทางกลับกัน มันจะเป็นการยืนยันความสำคัญของความโปร่งใสและความยุติธรรมครับ การเลือกตั้งคือหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าบัตรไม่ลับ ประชาชนจะกล้าลงคะแนนตามใจตัวเองจริงๆ เหรอ? เรื่องนี้ยังมีแง่มุมอื่นๆ เช่น ระบบเทคโนโลยีในการเลือกตั้งที่ควรพัฒนาอย่างไรให้ปลอดภัยโดยไม่ละเมิดสิทธิ หรือบทบาทของศาลปกครองในการตรวจสอบหน่วยงานรัฐ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การเลือกตั้งไทยมักมีปัญหาเรื่องทุจริตเสมอ ไม่ว่าจะบัตรอุ้มน้ำหรือการซื้อเสียง ครั้งนี้เรื่องบาร์โค้ดอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

ส่วนตัวผมคิดว่าประชาชนควรติดตามคดีนี้ใกล้ชิด เพราะมันกระทบสิทธิของเราทุกคน ถ้าคุณเห็นด้วยหรือมีมุมมองอื่นๆ ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ ว่าควรทำยังไงให้การเลือกตั้งไทยโปร่งใสยิ่งขึ้น? หรือคุณกลัวเรื่องนี้จริงๆ มั้ย?

ที่มา – สว.สำรอง ร้องศาลปกครองสูงสุด เอาผิด กกต. ปมบาร์โค้ด ขอมีคำสั่งให้ผลเลือกตั้งโมฆะ