วัน: 19 กุมภาพันธ์ 2026

สมาชิก อบต.ด่านช้าง เสียชีวิตปริศนา เมียคาดปมเลือกตั้งท้องถิ่น

เกิดเหตุสลดที่ทำให้สมาชิก อบต.ด่านช้าง เสียชีวิตปริศนา บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านโนนทอง หมู่ 3 ตำบลด่านช้าง อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ภรรยาของผู้เสียชีวิตไม่เชื่อว่าเป็นการปลิดชีพตัวเอง แต่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับปมการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้ชาวบ้านและชุมชนเป็นอย่างมาก

สมาชิก อบต.ด่านช้าง เสียชีวิตปริศนา

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 พนักงานสอบสวน สภ.บัวใหญ่ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต จึงรีบประสานงานชุดสืบสวน หน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดบัวใหญ่ แพทย์เวรโรงพยาบาลบัวใหญ่ และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน พบรถกระบะแคปอีซูซุ สีเขียว ทะเบียนชัยภูมิ จอดอยู่ใต้แท็งก์น้ำประปา

สภาพศพและหลักฐานที่พบ

ห่างจากรถประมาณ 10 เมตร พบศพ นายสุเนตร์ พักดี อายุ 69 ปี ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.ด่านช้าง นอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อคอปกลายสีฟ้าขาว เสื้อคลุมสีครีม และกางเกงสแล็กสีน้ำเงิน บริเวณเอวด้านซ้ายมีอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 กระบอก การตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลถูกยิงเข้าที่ขมับขวา 1 นัด มีเลือดไหลออกทางปาก ชาวบ้านใกล้เคียงอย่างนายธนากร เปลี่ยนนอก อายุ 27 ปี เล่าว่า เห็นผู้ตายขับรถออกจากหมู่บ้านตอนเช้า และเพิ่งทราบข่าวตอนบ่าย

นางสำราญ พักดี อายุ 63 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเศร้าโศกว่า ช่วง 10.00 น. มีชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดัง 3 นัด แต่เพิ่งพบศพตอนบ่าย 3 โมง เธอยืนยันว่าไม่มีปัญหาครอบครัว และไม่เชื่อว่าสามีจะฆ่าตัวตาย โดยสามีเคยเล่าให้ฟังว่ามีปัญหาเรื่องการเลือกตั้ง อบต. เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ ที่มีการร้องเรียนต่อ กกต. เกี่ยวกับการบริหารเงินกองทุนหมู่บ้าน

การสืบสวนของตำรวจ

พ.ต.อ.สุรนาท สกลวรรธน์ ผู้กำกับการ สภ.บัวใหญ่ กล่าวว่า เบื้องต้นพบร่องรอยยิงที่ศีรษะและปืนตกข้างลำตัว ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานเพื่อยืนยันว่าเป็นฆาตกรรมหรืออุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนพยานและตรวจวิถีกระสุนอย่างละเอียด

  • พบรถกระบะจอดใต้แท็งก์น้ำ
  • ศพนอนหงายพร้อมปืน .38 ข้างเอว
  • ยิงขมับขวา 1 นัด เลือดไหลปาก
  • ภรรยาชี้ปมเลือกตั้งท้องถิ่น
  • เสียงปืน 3 นัดตอน 10.00 น.
  • ตำรวจรอผลพิสูจน์วิถีกระสุน

เหตุการณ์สมาชิก อบต.ด่านช้าง เสียชีวิตปริศนา นี้ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในวงการการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่นครราชสีมาที่มักมีข้อพิพาทเรื่องเลือกตั้งและกองทุนหมู่บ้าน การเมืองท้องถิ่นในไทย โดยเฉพาะระดับ อบต. มักเผชิญปัญหาความขัดแย้งรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง การทุจริตงบประมาณ หรือการแก้แค้นหลังเลือกตั้ง ชาวบ้านในพื้นที่ต่างกังวลว่าปัญหานี้อาจลุกลาม

จากสถิติในช่วงเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมา พบเหตุรุนแรงหลายครั้งทั่วประเทศ เช่น การยิงกันในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับผลแพ้ชนะ นอกจากนี้ การบริหารกองทุนหมู่บ้านเป็นประเด็นร้อนเสมอ เพราะเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนในชุมชน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองท้องถิ่นต้องโปร่งใสมากขึ้น เพื่อป้องกันความรุนแรง คาดว่าผลการสืบสวนจะคลี่คลายป谜นี้ได้เร็ววัน หากคุณอาศัยในพื้นที่หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น

ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีนี้และข่าวท้องถิ่นอื่นๆ ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – สมาชิก อบต.ด่านช้าง เสียชีวิตปริศนาท้ายหมู่บ้าน เมียคาดปมเลือกตั้งท้องถิ่น

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน เป็นเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียทั่วโลก เมื่อประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เผชิญกับอุบัติเหตุไม่คาดฝันในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวจีน

ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

เหตุการณ์สุดช็อกนี้เกิดขึ้นระหว่างพิธีเฉลิมฉลองตรุษจีนที่วัดแห่งหนึ่งในไต้หวัน โดยประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อกำลังยืนเคียงข้างประธานวัดบนเวที เพื่อแจกซองอั่งเปาสีแดงซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภและความมั่งคั่งให้กับประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก ทันใดนั้น ประธานวัดเกิดอาการหน้ามืดเวียนหัวจากความอ่อนเพลีย ก่อนจะอาเจียนออกมาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ของเหลวบางส่วนกระเด็นไปโดนเสื้อผ้าของผู้นำไต้หวันโดยตรง

รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

จากคลิปวิดีโอที่ถูกลงในโซเชียลมีเดีย บรรยากาศบนเวทีชะงักงันชั่วขณะ เสียงกรี๊ดและความตกใจจากผู้ร่วมงานดังขึ้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทีมแพทย์รีบวิ่งเข้าช่วยเหลือประธานวัดทันที โดยพาไปดูแลเบื้องต้น ขณะที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังคงยืนนิ่ง สงบ และไม่แสดงอารมณ์โกรธเคืองใดๆ ก่อนที่ทีมงานจะจัดการทำความสะอาดและให้กิจกรรมดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น

รายงานจากสื่อไต้หวันระบุว่า ประธานวัดมีอาการป่วยเฉียบพลันจากความเหนื่อยล้าในการเตรียมงานเทศกาล และได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นแล้ว ส่วนประธานาธิบดีไม่ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายใดๆ และสามารถแจกอั่งเปาต่อให้ประชาชนได้ตามกำหนดการ

ความสำคัญของกิจกรรมแจกอั่งเปาในตรุษจีน

เทศกาลตรุษจีนหรือปีใหม่จีน เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับชาวไต้หวัน โดยผู้นำทางการเมืองมักเดินทางไปยังวัดวาอารามสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสักการะพระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแจกซองอั่งเปาที่มีลายเซ็นหรือคำอวยพรพิเศษจากประธานาธิบดีเอง ซองสีแดงเหล่านี้กลายเป็นของขวัญสุดฮิตที่ประชาชนต่อคิวยาวเพื่อรับความเป็นสิริมงคล

  • ประเพณีตรุษจีน: รวมถึงการทำความสะอาดบ้าน กินอาหารมงคล และไหว้พระ
  • บทบาทผู้นำ: สร้างความใกล้ชิดกับประชาชน สะท้อนภาพลักษณ์ที่เข้าถึงได้
  • อั่งเปา: สัญลักษณ์เงินนำโชค มักใส่จำนวนเงินที่เป็นมงคล เช่น 520 หรือ 888
  • กิจกรรมวัด: มีการละเล่น ลิ้มอาหาร และรับพรปีใหม่

เหตุการณ์ ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน นี้ แม้จะดูน่าตกใจ แต่กลับกลายเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความมืออาชีพและความอดทนของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งเลือกที่จะรักษาบรรยากาศแห่งความสุขในเทศกาลไว้ก่อน

ปฏิกิริยาจากสาธารณชนและสื่อ

หลังคลิปแพร่กระจาย ผู้คนจำนวนมากชื่นชมท่าทีสงบของผู้นำ โดยบางคนมองว่าเป็น ‘โชคดี’ ตามความเชื่อตรุษจีนที่ว่าอุบัติเหตุเล็กน้อยนำพาความโชคดีใหญ่หลวง สื่อต่างประเทศอย่าง The Sun ก็รายงานเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ โดยเน้นย้ำถึงวัฒนธรรมที่อบอุ่นของไต้หวัน

นอกจากนี้ เหตุการณ์ยังจุดประกายให้เกิดมีมและคลิปตลกบน TikTok และ Twitter แต่โดยรวมแล้ว มันเสริมภาพลักษณ์ของไล่ ชิงเต๋อ ในฐานะผู้นำที่มั่นคงท่ามกลางสถานการณ์ไม่คาดฝัน

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า แม้ผู้นำจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่ชีวิตก็เต็มไปด้วยเรื่องไม่คาดคิด การรับมือด้วยรอยยิ้มจึงเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ คุณคิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวต่างประเทศที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – ผู้นำไต้หวันช็อก ถูกอ้วกพุ่งใส่เสื้อผ้า ขณะร่วมแจกอั่งเปางานตรุษจีน

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองศิลปินขายดีที่สุดโลก 2025 ครั้งที่ 6

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6 อีกครั้งแล้วที่ซูเปอร์สตาร์สาวเทย์เลอร์ สวิฟต์ ทำลายสถิติของตัวเอง! สหพันธ์อุตสาหกรรมดนตรีนานาชาติ (IFPI) ประกาศให้เธอเป็นศิลปินมียอดขายสูงสุดทั่วโลกในปี 2025 นับเป็นสมัยที่ 6 สะท้อนพลังความนิยมที่ไม่มีวันจางหาย

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

การประกาศผลรางวัล Global Recording Artist of the Year ประจำปี 2025 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดย IFPI ยกย่องเทย์เลอร์ สวิฟต์ ว่าเป็นราชินีแห่งยอดขายดนตรีที่เหนือชั้น ความสำเร็จนี้มาจากกระแสฮอตของอัลบั้มล่าสุด The Life Of A Showgirl ที่พังสถิติยอดขายสัปดาห์แรกสูงสุดในยุคดิจิทัล ตามข้อมูลจาก Billboard ซึ่งรวบรวมตัวเลขจากบริษัทชั้นนำด้านสถิติเพลง

ไม่ใช่แค่อัลบั้มเท่านั้น แต่เทย์เลอร์ สวิฟต์ ยังกวาดทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะสตรีมมิ่งอย่าง Spotify และ Apple Music, ดาวน์โหลดดิจิทัล, ยอดขายแผ่นซีดี และไวนิล รวมถึงบูสต์จากสารคดีทัวร์คอนเสิร์ต The End Of An Era ที่ช่วยขยายฐานแฟนคลับไปทั่วโลก ทำให้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6 อย่างสมศักดิ์ศรี

เส้นทางสู่ชัยชนะครั้งที่ 6 ของเทย์เลอร์ สวิฟต์

ย้อนดูประวัติ เทย์เลอร์เคยคว้ารางวัลนี้ครั้งแรกในปี 2014 ตามด้วย 2019 และต่อเนื่อง 2022-2025 รวม 6 ครั้ง ซึ่งเท่ากับจำนวนที่ศิลปินอื่นๆ ทั้งหมดได้รวมกันในรอบ 10 ปี! IFPI ชี้ว่าความสม่ำเสมอในการสร้างสรรค์ผลงาน ผสานกลยุทธ์การตลาดระดับโลก เช่น การรีคอร์ดอัลบั้มเก่าใหม่ (Taylor’s Versions) และทัวร์ Eras Tour ที่ทำรายได้มหาศาล เป็นกุญแจสำคัญ

วิธีคำนวณของ IFPI ครอบคลุมยอดขายทั้งปีปฏิทินทั่วโลก รวมสตรีมมิง (150 สตรีม = 1 อัลบั้ม), ดาวน์โหลด และแผ่นจริง เพื่อให้สะท้อนความนิยมแท้จริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

  • อัลบั้มเด่น: The Life Of A Showgirl – สูงสุดสัปดาห์แรก
  • ทัวร์คอนเสิร์ต: The End Of An Era – ขยายแฟนใหม่
  • แพลตฟอร์มดิจิทัล: ครองชาร์ต Spotify ทั่วโลก
  • รีคอร์ดเก่า: Taylor’s Versions ยังขายดี

ในปีนี้ อันดับ 2 ตกเป็นของ Stray Kids วงเคป๊อปจากเกาหลีใต้ ที่มาแรงด้วยแฟนด้ามทั่วโลก ส่วนอันดับ 3 คือ Drake แร็ปเปอร์แคนาดา แสดงให้เห็นการแข่งขันดุเดือด แต่เทย์เลอร์ยังเหนือกว่า

ทำไมเทย์เลอร์ สวิฟต์ ถึงครองใจแฟนเพลงทั่วโลก?

นอกจากดนตรีคุณภาพสูง เพลงของเธอมักเล่าเรื่องชีวิตจริงที่เข้าถึงอารมณ์คนฟัง เนื้อเพลงแนว country-pop-alternative ทำให้ครอสโอเวอร์ได้ทุกวัย กลยุทธ์ธุรกิจอย่างการควบคุมลิขสิทธิ์เพลงตัวเอง และการใช้โซเชียลมีเดียเชื่อมต่อแฟนๆ โดยตรง ทำให้ยอดขายพุ่งไม่หยุด

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6 ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากความทุ่มเทและพรสวรรค์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในวงการนี้

สำหรับสวิฟตี้แล้ว ปี 2025 นี้คือปีทองอีกปี! คุณคิดว่าเธอจะทำลายสถิติต่อไปยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวเพลงฮอตๆ เพิ่มเติมจากเรา เพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวของศิลปินดังระดับโลก

ที่มา – เทย์เลอร์ สวิฟต์ ครองตำแหน่งศิลปินขายดีที่สุดโลกปี 2025 เป็นครั้งที่ 6

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เทย์เลอร์ สวิฟต์

รัฐบาลแจงปมเลิกสมาคมฌาปนกิจ ไม่กระทบ 3,839 แห่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงนี้ในโซเชียลมีเดียแชร์กันสนั่นเกี่ยวกับประเด็นเลิกสมาคมฌาปนกิจ จนหลายคนที่เคยจ่ายเงินสมทบไว้เริ่มกังวลใจ กลัวเงินหาย กลัวไม่มีใครช่วยจัดการศพตอนจากไป วันนี้เรามาชี้แจงแบบชัดๆ เป็นกันเอง จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเลยนะครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วสบายใจแน่นอน!

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร มันคือการรวมกลุ่มของชาวบ้านในชุมชน เพื่อช่วยเหลือกันเรื่องจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวเมื่อสมาชิกเสียชีวิต โดยไม่หวังกำไร แบ่งเงินกัน เหมือนกองทุนชุมชนนั่นแหละครับ ปัจจุบันทั่วประเทศมีสมาคมแบบนี้เยอะมากกว่า 4,874 แห่งเลยทีเดียว และยังเหลือที่ดำเนินการปกติอีกกว่า 3,839 แห่ง ไม่ใช่เลิกกันหมดนะ!

เลิกสมาคมฌาปนกิจ ต้องสั่งจากนายทะเบียนท้องที่เท่านั้น

รองโฆษกรัฐบาล นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ ได้ออกมาชี้แจงชัดเจนเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าการเลิกสมาคมฌาปนกิจ ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลกลางจะสั่งได้ง่ายๆ มันต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมาย พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กำหนดให้นายทะเบียนท้องที่ ซึ่งคือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่นั้นๆ เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ

ขั้นตอนการเลิกก็ยุ่งยากหน่อยนะครับ ต้องทำคำสั่งเลิก ปิดประกาศที่สมาคม ส่งให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งอยู่ที่อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม. แล้วค่อยประกาศในราชกิจจานุเบกษา สุดท้ายส่งกลับท้องถิ่นเพื่อแจ้งประชาชน และชำระบัญชีให้เรียบร้อย นายทะเบียนกลางไม่มีอำนาจเลิกเองได้เด็ดขาด!

เหตุผลที่นำไปสู่การเลิกสมาคมฌาปนกิจ มี 3 กรณีหลัก

ตามกฎหมายกำหนดเหตุผลชัดเจน ไม่ใช่เลิกเพราะอยากเลิก ลองดูกันครับ:

  • กรณีที่ 1: ที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกลงมติให้เลิกเอง เพราะอาจเห็นว่าดำเนินการต่อไม่ได้
  • กรณีที่ 2: นายทะเบียนท้องที่สั่งเลิกตามมาตรา 52 เช่น พบการทุจริต สอบสวนแล้วมีหลักฐานชัด หรือดำเนินการไม่อาจไปต่อได้ด้วยเหตุผลอื่นๆ
  • กรณีที่ 3: ศาลสั่งเลิกตามมาตรา 54 หรือถ้านายทะเบียนเพิกเฉย ผู้เสียหายร้องศาลก็สั่งได้

เห็นมั้ยครับ ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ตรวจสอบได้ ไม่ใช่เลิกมั่วซั่ว ดังนั้นข่าวที่แชร์กันว่าสมาคมเลิกหมด ไม่จริงหรอก มีแค่บางแห่งที่ปัญหาจริงๆ เท่านั้น

ทำไมรัฐบาลยืนยันไม่กระทบสมาคมอื่น

จากข้อมูลล่าสุด สมาคมฌาปนกิจทั้งหมดกว่า 4,874 แห่ง มีที่เลิกไปบ้าง แต่เหลือเลิกสมาคมฌาปนกิจที่ยังโอเคอีก 3,839 แห่ง รัฐบาลย้ำชัดว่า การเลิกแห่งใดแห่งหนึ่ง ไม่ลามไปยังแห่งอื่น เพราะแต่ละแห่งอิสระ อยู่ภายใต้การกำกับท้องที่ ดังนั้นถ้าสมาคมของคุณปกติดี ก็ไม่ต้องห่วง เงินสมทบยังอยู่ บริการยังให้ได้ตามปกติ

แต่เพื่อความชัวร์ เพื่อนๆ ควรเช็คกับสมาคมตัวเองบ้างนะครับ ถามคณะกรรมการว่ายังจดทะเบียนอยู่มั้ย มีประกาศอะไรรึเปล่า หรือเช็คกับนายทะเบียนท้องที่ใกล้บ้าน เช่น ที่ว่าการอำเภอ หรือ อบต. ก็ได้ ยิ่งถ้าพบพิรุธอะไร รายงานได้เลย จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาแบบข่าว

ส่วนข้อดีของสมาคมฌาปนกิจนี่ดีมากเลยนะครับ ช่วยลดภาระครอบครัวตอนสูญเสีย ราคาถูกกว่าจ้างเอกชน ยังช่วยเหลือกันในชุมชน สร้างความสามัคคีอีกด้วย ถ้าสมาคมดีๆ ก็ควรสนับสนุนต่อไป

สรุปนะครับ เลิกสมาคมฌาปนกิจเป็นเรื่องเฉพาะราย ไม่ใช่ทั้งระบบ ประชาชนอย่าตื่นตระหนก รัฐบาลดูแลอยู่ ข้อมูลชัดเจนแบบนี้แล้ว ถ้าคุณมีสมาคมที่ใช้อยู่ ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยครับ จะได้ช่วยกันอัพเดทข้อมูลให้เพื่อนๆ หรือถ้ามีข้อสงสัย ถามมาได้ ผมช่วยหาคำตอบให้!

ที่มา – รัฐบาลแจงปมเลิกสมาคมฌาปนกิจ ต้องสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่ ยันไม่กระทบอีกกว่า 3,839 แห่ง

ค่าฝุ่นวันนี้ 19 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 39 พื้นที่

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาเช็กค่าฝุ่นวันนี้ 19 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 39 พื้นที่กันเลยดีกว่าครับ อากาศในกรุงเทพฯ ช่วงนี้เริ่มน่าเป็นห่วงแล้วนะ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ สีส้มเต็มๆ เริ่มกระทบสุขภาพประชาชนแล้ว ใครที่ต้องออกนอกบ้านบ่อยๆ อย่าลืมเตรียมหน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 ไว้ให้พร้อมเลยครับ

ค่าฝุ่นวันนี้ 19 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 39 พื้นที่

จากข้อมูลล่าสุดของศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ค่าเฉลี่ย PM 2.5 อยู่ในช่วง 27.7-50.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ถึง 39 พื้นที่เลยทีเดียวครับ พื้นที่สีส้มแบบนี้หมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และคนที่มีโรคทางเดินหายใจ

รายชื่อ 39 พื้นที่ PM 2.5 เกินมาตรฐานในกทม.

มาดูรายชื่อพื้นที่ที่ค่าฝุ่นพุ่งสูงสุดกันครับ เราจัดเรียงตามลำดับค่า PM 2.5 จากมากไปน้อย:

  1. เขตทวีวัฒนา ทางเข้าสนามหลวง 2: 50.6 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตหนองแขม สามแยกข้างป้อมตำรวจ ถนนมาเจริญ เพชรเกษม 81: 49.7 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า: 48.2 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตปทุมวัน หน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์: 46.7 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่: 46.5 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตราชเทวี ภายในสำนักงานเขตราชเทวี: 45.6 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตหนองจอก หน้าสำนักงานเขตหนองจอก: 45.0 มคก./ลบ.ม.
  8. เขตสัมพันธวงศ์ หน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน): 44.2 มคก./ลบ.ม.
  9. เขตคลองสามวา ภายในสำนักงานเขตคลองสามวา: 44.0 มคก./ลบ.ม.
  10. เขตประเวศ หน้าห้างซีคอนสแควร์: 43.5 มคก./ลบ.ม.
  11. เขตบางคอแหลม ป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก: 43.4 มคก./ลบ.ม.
  12. เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ: 43.4 มคก./ลบ.ม.
  13. เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย: 42.7 มคก./ลบ.ม.
  14. เขตสายไหม ป้ายรถเมล์หน้าสำนักงานเขต: 42.4 มคก./ลบ.ม.
  15. เขตลาดกระบัง หน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล: 42.2 มคก./ลบ.ม.
  16. เขตบางกอกน้อย หน้าสถานีตำรวจรถไฟ: 42.1 มคก./ลบ.ม.
  17. เขตตลิ่งชัน ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ตัดบรมราชชนนี: 42.0 มคก./ลบ.ม.
  18. เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม: 41.9 มคก./ลบ.ม.
  19. เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขต: 41.9 มคก./ลบ.ม.
  20. เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขต: 41.6 มคก./ลบ.ม.
  21. เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขต: 41.4 มคก./ลบ.ม.
  22. เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขต: 40.6 มคก./ลบ.ม.
  23. สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา: 40.6 มคก./ลบ.ม.
  24. เขตลาดพร้าว ภายในสำนักงานเขต: 40.3 มคก./ลบ.ม.
  25. เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หน้าสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจฯ: 40.2 มคก./ลบ.ม.
  26. เขตจตุจักร หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: 39.8 มคก./ลบ.ม.
  27. สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เขตบางกอกน้อย: 39.8 มคก./ลบ.ม.
  28. สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน: 39.8 มคก./ลบ.ม.
  29. เขตดอนเมือง ข้างสำนักงานเขต: 39.5 มคก./ลบ.ม.
  30. สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม: 39.2 มคก./ลบ.ม.
  31. เขตคันนายาว ปากทางถนนสวนสยามตัดรามอินทรา: 39.1 มคก./ลบ.ม.
  32. เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขต: 39.0 มคก./ลบ.ม.
  33. เขตมีนบุรี สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9: 38.8 มคก./ลบ.ม.
  34. เขตวังทองหลาง หน้าปั๊มบางจาก ซ.ลาดพร้าว 95: 38.5 มคก./ลบ.ม.
  35. เขตบางบอน ใกล้ตลาดสุขสวัสดี: 38.4 มคก./ลบ.ม.
  36. เขตบางนา หน้าห้างบิ๊กซีบางนา: 38.4 มคก./ลบ.ม.
  37. เขตพญาไท หน้าแฟลตทหารบก: 38.2 มคก./ลบ.ม.
  38. เขตราษฎร์บูรณะ ภายในสำนักงานเขต: 38.0 มคก./ลบ.ม.
  39. เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขต: 37.9 มคก./ลบ.ม.

ดัชนีคุณภาพอากาศส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพครับ กรมอุตุฯ พยากรณ์ว่าวันนี้กรุงเทพฯ จะมีเมฆบางส่วน ลมใต้พัดมาอาจช่วยระบายฝุ่นได้บ้าง แต่ระหว่าง 19-26 ก.พ. การสะสมฝุ่นมีแนวโน้มลดลงเพราะมีโอกาสฝนตก

ข้อแนะนำป้องกันสุขภาพจาก PM 2.5 ระดับสีส้ม

  • ประชาชนทั่วไป: สวมหน้ากาก N95 หรืออนามัยป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งออกนอกบ้าน ลดกิจกรรมกลางแจ้งหนักๆ สังเกตอาการไอ หายใจติดขัด ระคายเคืองตา
  • กลุ่มเสี่ยง: หลีกเลี่ยง外出 ทำตามคำหมอ ถ้าอาการแย่รีบพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ยังพบจุดความร้อน (hotspot) 1 จุดเมื่อวานที่แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก จากดาวเทียม NASA กำลังตรวจสอบอยู่ครับ PM 2.5 คือฝุ่นละเอียดที่เข้าปอดได้ง่าย ส่งผลต่อหัวใจ ปอด มะเร็งระยะยาว ทางที่ดีติดตามข้อมูลประจำวันจากแอป AirVisual หรือเว็บ กทม. นะครับ

สรุปแล้ว ค่าฝุ่นวันนี้ 19 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 39 พื้นที่ ทำให้เราต้องระมัดระวังมากขึ้น ผมแนะนำให้เช็กพื้นที่ตัวเองทุกเช้า แล้วปรับแผนกิจกรรม ลองใช้เครื่องฟอกอากาศในบ้านด้วยสิ ช่วยได้เยอะ! ติดตามอัปเดตค่าฝุ่นล่าสุดได้ที่บล็อกนี้ทุกวันนะครับ อย่าลืมแชร์ให้เพื่อนๆ ด้วย

ที่มา – ค่าฝุ่นวันนี้ 19 ก.พ. 69 กทม. PM 2.5 เกินมาตรฐาน 39 พื้นที่ เริ่มกระทบสุขภาพ

140 ปี MERCEDES-BENZ กับเรื่องราวพิเศษที่คุณไม่เคยรู้

คุณรู้ไหมว่าเบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของ Mercedes-Benz มีเรื่องราวสุดพิเศษที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน? ในโอกาสครบรอบ 140 ปี MERCEDES-BENZ กับเรื่องราวพิเศษที่คุณไม่เคยรู้ เราจะพาคุณย้อนเวลากลับไปดูจุดเริ่มต้นของแบรนด์รถยนต์หรูระดับโลกนี้ ที่มีหญิงแกร่งชื่อเบอร์ธา เบนซ์ เป็นตัวเอกหลัก!

140 ปี MERCEDES-BENZ กับเรื่องราวพิเศษที่คุณไม่เคยรู้

เบอร์ธา เบนซ์ (เดิมนามสกุลริงเกอร์) เกิดเป็นบุตรสาวคนที่สามในครอบครัวร่ำรวยจากพ่อที่เป็นช่างไม้และนักธุรกิจชื่อดัง คาร์ล ฟรีดริช ริงเกอร์ และแม่ออกุสต์ ฟรีดริช ริงเกอร์ พวกเขาลงทุนให้ลูกๆ ได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน เบอร์ธาเติบโตมาพร้อมความหลงใหลในเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก เรียนโรงเรียนประจำที่พฟอร์ซไฮม์นาน 10 ปี ทำให้เธอมีความทะเยอทะยานสูงมาก

การพบรักกับคาร์ล เบนซ์และการลงทุนครั้งใหญ่

ปี 1869 เบอร์ธาพบคาร์ล เบนซ์ ในงานเลี้ยงของสโมสรไอน์ทรัค คาร์ลเป็นนักประดิษฐ์หนุ่มที่ฝันอยากสร้างรถที่ไม่ต้องใช้ม้า เธอเชื่อมั่นในตัวเขาจนยอมควักเงินเก็บส่วนตัวลงทุน แม้คาร์ลจะล้มเหลวหลายครั้ง สองปีก่อนแต่งงาน เธอยังซื้อหุ้นคืนจากหุ้นส่วนที่ไม่น่าไว้ใจ หลังแต่งงานปี 1872 กฎหมายเยอรมันยุคนั้นทำให้เธอเสียสิทธิ์เป็นนักลงทุน แต่เธอยังช่วยเหลือแบบปฏิบัติ เช่น พันขดลวดทองแดงทำระบบจุดระเบิด

ความสัมพันธ์กับพ่อของเธอก็เข้มข้น พ่ออยากให้แต่งกับคนรวย แต่เธอเลือกคาร์ลที่ยากจน พ่อเคยเขียนในคัมภีร์ครอบครัวว่าเสียดายที่เธอเป็นผู้หญิง ทำให้เบอร์ธาตั้งใจพิสูจน์ตัวเองว่าผู้หญิงเก่งเรื่องเครื่องจักรได้ไม่แพ้ผู้ชาย

การเดินทางประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนโลก

วันที่ 5 สิงหาคม 1888 เบอร์ธาแอบพาลูกชายยูเจน (15 ปี) และริชาร์ด (13 ปี) ขับ Benz Patent Motorwagen คันแรกจากมันน์ไฮม์ไปพฟอร์ซไฮม์ ระยะทาง 106 กม. โดยไม่บอกคาร์ล! เธอทิ้งโน้ตไว้บนโต๊ะ ระหว่างทาง เธอแก้ปัญหาเอง เช่น ใช้สายรัดถุงน่องซ่อมจุดระเบิด ปิ่นปักผมสะเด็นท่อน้ำมัน แวะร้านขายยาซื้อลิโกรอินเป็นเชื้อเพลิง (กลายเป็นปั๊มน้ำมันแรกของโลก) และให้ช่างซ่อมรองเท้าทำผ้าเบรกจากหนัง (เบรกชิ้นแรก!)

การเดินทาง 13 ชั่วโมงนี้พิสูจน์ว่ารถยนต์ใช้งานจริงได้ แม้ต้องเข็นขึ้นเนิน เธอแนะนำคาร์ลเพิ่มเกียร์ 3 และเบรกดีขึ้น ซึ่งนำไปใช้ในรุ่นต่อๆ ไป เส้นทางนี้ยังเป็น "เส้นทางอนุสรณ์เบอร์ธา เบนซ์" จนทุกวันนี้ และเธอเข้าหอเกียรติยศยานยนต์ปี 2016 ร่วมกับคาร์ล

ไทม์ไลน์นวัตกรรม 140 ปี MERCEDES-BENZ

  • 1886: Benz Patent-Motorwagen รถยนต์คันแรกของโลก
  • 1888: การเดินทางไกลครั้งแรกโดยเบอร์ธา
  • 1923: เครื่องยนต์ Supercharger
  • 1936: รถดีเซลคันแรก 260 D
  • 1951: Crumple Zone
  • 1954: Direct Fuel Injection ใน 300 SL
  • 1978: ระบบ ABS ใน S-Class
  • 1981: Airbag และ Seatbelt Tensioner
  • 1995: ESP® ระบบควบคุมการทรงตัว
  • 2002: PRE-SAFE®
  • 2016: Car-to-X Communication
  • 2026: รถไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ใหม่กว่า 40 รุ่น

จาก 140 ปี MERCEDES-BENZ กับเรื่องราวพิเศษที่คุณไม่เคยรู้ เห็นได้ชัดว่าแบรนด์นี้ไม่ได้มาจากผู้ชายคนเดียว แต่มีเบอร์ธาเป็นแรงผลักดันหลัก หญิงแกร่งคนนี้เปลี่ยนมุมมองโลกต่อรถยนต์จากของเล่นเป็นยานพาหนะจำเป็น

นวัตกรรมต่อเนื่องทำให้ Mercedes-Benz ยังนำหน้าคู่แข่ง ลองนึกภาพถ้าไม่มีเบอร์ธา โลกยานยนต์จะเป็นอย่างไร? ถ้าคุณชื่นชอบเรื่องราวแบบนี้ สนับสนุนด้วยการแชร์และติดตามอัปเดต Mercedes-Benz ใหม่ๆ กันนะ!

ที่มา – 140 ปี MERCEDES-BENZ กับเรื่องราวพิเศษที่คุณไม่เคยรู้

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน ถือเป็นมหกรรมวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี สร้างความประทับใจให้ผู้ชมทั่วโลกด้วยการผสมผสานระหว่างประเพณีโบราณและเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้ยอดรับชมทั้งสดและย้อนหลังทะลุ 13,500 ล้านครั้ง!

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

China Media Group (CMG) สื่อยักษ์ใหญ่ของจีน ได้จัดงานกาล่าตรุษจีนปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่สมชื่อเสียง โดยมียอดผู้ชมรวมทุกแพลตฟอร์มสูงถึง 677 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมชมมากขึ้น สะท้อนถึงพลังของวัฒนธรรมตรุษจีนที่เชื่อมโยงคนทุกวัย นอกจากนี้ สื่อต่างประเทศเกือบ 4,000 แห่งทั่วโลกยังนำรายการไปออกอากาศ ทำให้อิทธิพลของงานนี้แผ่ขยายไปไกลทั่วโลก

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026

การผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

การแสดงในงานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 ถูกออกแบบอย่างลงตัว โดยร้อยเรียง “บทเพลงแห่งปีใหม่” ที่อบอุ่นและเปี่ยมพลัง สะท้อนความหวัง สามัคคี และอนาคตอันสดใส เน้นย้ำรากเหง้าวัฒนธรรมจีนผ่านการแสดงเด่นๆ เช่น “ลี่ชุน” ที่สื่อถึงฤดูใบไม้ผลิและพลังชีวิต “เฉลิมเทพบุปผา” ที่พาผู้ชมข้ามกาลเวลา และระบำจากเส้นทางสายไหมโบราณที่หายใจชีวิตด้วยเทคโนโลยี

ปีมะเมียหรือปีม้าถูกหยิบเป็นสัญลักษณ์หลัก ม้าที่แทนพลัง ความกล้าหาญ และการก้าวหน้า ทำให้บทเพลงและการแสดงหลายชุดเต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น

เวทีงานกาล่าตรุษจีน CMG

เทคโนโลยีและมนุษยธรรมที่ลงตัว

เทคโนโลยีเป็นจุดเด่น หุ่นยนต์มนุษย์เต้นรำเคียงศิลปะต่อสู้จีน ผสาน AI กับจิตวิญญาณวัฒนธรรมพันปี บทเพลงเกี่ยวกับอนาคตดิจิทัลและละครสั้นตลกที่สะท้อนชีวิตโซเชียลมีเดีย ยังคงความอบอุ่นด้วยเพลงแม่ลูก มิตรภาพ และการยกย่องแรงงานธรรมดา เกษตรกร นักวิจัย ทหาร

  • เวทีย่อยทั่วประเทศ เพิ่มสีสันตรุษจีน จากเหนือจรดใต้
  • ศิลปินนานาชาติ ร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
  • ยอดวิวพุ่ง สะท้อนวัฒนธรรมจีนที่ทันสมัย

งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 ไม่ใช่แค่งานบันเทิง แต่เป็นกระจกสะท้อนสังคมจีนยุคใหม่ที่ยืนมั่นบนวัฒนธรรมดั้งเดิม เปิดรับเทคโนโลยีและโลกาภิวัตน์ งานนี้พิสูจน์ว่าตรุษจีนคือเทศกาลสากลที่แบ่งปันความสุขได้ทั่วโลก

หากคุณชื่นชอบวัฒนธรรมเอเชีย ลองติดตามคลิปไฮไลท์งานนี้เพื่อสัมผัสพลังด้วยตัวเอง แล้วเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่ด้วยความหวังแบบจีนแท้ๆ!

ที่มา – งานกาล่าตรุษจีน CMG ปี 2026 สุดอลัง ยอดผู้ชมพุ่ง 677 ล้านคน

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตรุษจีน

JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรถยนต์ไฟฟ้า! ปีใหม่จีนหรือตรุษจีนมาแล้ว และ JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน แบบสุดปังเลยนะครับ OMODA & JAECOO ส่งมอบความสุขให้ลูกค้าทุกท่าน ด้วยข้อเสนอพิเศษที่ช่วยให้คุณได้ครอบครองรถ SUV ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมในราคาที่ถูกลงแบบจุใจ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหารถใหม่ในช่วงเทศกาลนี้เลย

JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีนJAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน รถยนต์ไฟฟ้าJAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน โปรตรุษจีนJAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน ข้อเสนอพิเศษ

JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน รายละเอียดเด็ดๆ

มาเจาะลึกกันเลยครับ สำหรับโปรตรุษจีนนี้ มีส่วนลดและอั่งเปาแจกหนักมาก! เริ่มจาก ส่วนลด 5,000 บาท สำหรับ JAECOO 6 EV Long Range 2WD Pro ส่วนรุ่นอื่นๆ อย่าง JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone), JAECOO 6 EV Long Range 2WD, JAECOO 6 EV Long Range 4WD, JAECOO 6T EV Long Range 4WD และ JAECOO 7 SHS Max ได้รับอั่งเปาเพิ่มอีก 500 บาท

เงื่อนไขง่ายๆ จองรถระหว่าง 15 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 15 มีนาคม 2569 เท่านั้นนะครับ ทุกอย่างตามเงื่อนไขบริษัทกำหนด อย่าพลาด!

โปรโมชันพิเศษเพิ่มเติมสำหรับรถไฟฟ้า JAECOO

นอกจากโปรตรุษจีนแล้ว ยังมีของแถมเพียบสำหรับไลน์อัพรถยนต์ไฟฟ้าทุกคัน เช่น Home Charger พร้อมติดตั้ง, สายชาร์จ V-to-L (ยกเว้น JAECOO 5 EV), ประกันภัยชั้น 1 (1 ปี) + พ.ร.บ., AC Portable Charger, พรม OMODA/JAECOO, แอป T-Box (1-5 ปีตามรุ่น), บริการช่วยเหลือ 24 ชม. (5 ปี), และรับประกันรถ 8 ปี/200,000 กม. คุ้มสุดๆ ไปเลย

JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน ราคาพิเศษJAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน รุ่นยอดนิยม

ราคาพิเศษสุดฮอตในช่วง 1-28 กุมภาพันธ์ 2569

  • JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone): 649,000 บาท (จาก 679,000 บาท)
  • JAECOO 6 EV Long Range 2WD Pro: 849,000 บาท (จาก 899,000 บาท)
  • JAECOO 6 EV Long Range 2WD: 949,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)
  • JAECOO 6 EV Long Range 4WD: 1,049,000 บาท (จาก 1,249,000 บาท)
  • JAECOO 6T EV Long Range 4WD: 1,079,000 บาท (จาก 1,099,000 บาท)
  • JAECOO 7 SHS Max: 899,000 บาท (จาก 999,000 บาท)

ราคาเหล่านี้สำหรับจองและออกรถในช่วงนั้นเลยครับ รถ JAECOO แต่ละรุ่นมาพร้อมดีไซน์หรูหรา ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่อยากประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อย่าง JAECOO 7 ที่ spacious สุดๆ หรือ JAECOO 6 ที่เทคโนโลยีล้ำ วิ่งไกลได้ยาวๆ

ทำไมต้องเลือก JAECOO ในช่วงนี้? เพราะนอกจากราคาดีแล้ว ยังได้ของแถมครบ บริการหลังการขายยอดเยี่ยม แถมเป็นแบรนด์จาก Chery ที่เชื่อถือได้ ผมว่าคุ้มมากสำหรับคนที่อยากอัพเกรดเป็นรถ EV

รีบไปโชว์รูมใกล้บ้านหรือติดต่อตัวแทนจำหน่าย OMODA & JAECOO เลยครับ โปร JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน มีจำนวนจำกัด อย่ารอช้า!

ที่มา – JAECOO จัดโปรโมชันลดราคารับตรุษจีน

พบ 2 อสม.คุก ใกล้ชิด มีเชื้อ “ฝีดาษลิง” ราชทัณฑ์คุมเข้ม

พบ 2 อสม.คุก ใกล้ชิด มีเชื้อ “ฝีดาษลิง” ทั้งคู่ ราชทัณฑ์สั่งคุมเข้ม จัดวัคซีนฉีดป้องกัน เป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงนี้ โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคฝีดาษวานร หรือ Mpox ที่กำลังเป็นที่พูดถึง กรมควบคุมโรคได้ออกมาประกาศล่าสุดว่าพบผู้สัมผัสใกล้ชิด 2 รายที่ติดเชื้อแล้ว แต่โชคดีที่อาการไม่รุนแรง สุขภาพโดยรวมยังแข็งแรงดี ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าสถานการณ์ยังอยู่ในขอบเขตที่ควบคุมได้

พบ 2 อสม.คุก ใกล้ชิด มีเชื้อ “ฝีดาษลิง” ทั้งคู่ ราชทัณฑ์สั่งคุมเข้ม จัดวัคซีนฉีดป้องกัน

หลังจากมีรายงานผู้ต้องขังชายวัย 44 ปี เสียชีวิตจากโรคฝีดาษวานรเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กรมควบคุมโรคและกรมราชทัณฑ์ได้เร่งประสานงานทันที ดำเนินมาตรการแยกกักผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในแดนเดียวกัน 32 ราย งดเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง ตรวจวัดไข้ 2 ครั้งต่อวันนาน 21 วัน งดการเยี่ยมญาติชั่วคราว ทำความสะอาดใหญ่ และจัดการขยะติดเชื้ออย่างเคร่งครัด ล่าสุดพบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงรวม 49 ราย โดย 2 รายแรกที่ยืนยันเชื้อคืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำเรือนจำ (อสม.คุก) ที่ดูแลผู้ป่วยช่วงกักตัวใหม่ มีผื่นแดงเล็กน้อยเท่านั้น และเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

พบ 2 อสม.คุก ใกล้ชิด มีเชื้อ “ฝีดาษลิง” ทั้งคู่

นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่าการสอบสวนโรคทำได้ครบถ้วน ผลแล็บยืนยันเชื้อ Mpox ในทั้ง 2 ราย ผู้สัมผัสอื่นๆ กว่า 47 รายกำลังเฝ้าสังเกตอาการ 21 วันตามมาตรฐาน ไม่พบการแพร่กระจายนอกเรือนจำ หน่วยงานทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการระบาดใหญ่

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังส่งวัคซีนป้องกันฝีดาษวานรให้กลุ่มเสี่ยงสูง 25 รายในเรือนจำพิเศษ (ผู้ต้องขัง 21 บุคลากรแพทย์ 4) และอีก 20 รายให้บุคลากรทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ รวม 45 ราย เบื้องต้นไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง พร้อมเตรียมยา Tecovirimat (TPOXX) สำหรับผู้ป่วยอาการหนักที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ สนับสนุนสื่อให้ความรู้ 100 ชุด เพื่อลดความตื่นตระหนก

ด้านการตรวจสิ่งแวดล้อม เก็บตัวอย่าง 10 จุดในเรือนจำ ไม่พบสารพันธุกรรมเชื้อ ยังคงทำความสะอาดต่อเนื่อง ห้องกักตัว จุดสัมผัสต่างๆ สำหรับผู้ต้องขังเสี่ยงที่จะปล่อยตัว แนะนำให้เฝ้าอาการเองและประสานสาธารณสุขท้องถิ่นติดตาม

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้ปรับเยี่ยมญาติเป็นระบบทางไกล ลดเสี่ยง แยกผู้มีอาการเข้าข่าย ตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยง 2 ครั้ง/วัน ผู้ป่วยจำกัดในแดน 6 เฝ้าทุกแดนอย่างใกล้ชิด

โรคฝีดาษวานรคืออะไร และป้องกันอย่างไร

ฝีดาษวานร (Mpox) เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและคนสู่คนผ่านสัมผัสใกล้ชิด ของเหลวร่างกาย ผื่น หายใจใกล้ อาการคือไข้ ปวดเมื่อย ผื่นคันเป็นหนอง อาจรุนแรงในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ในไทยพบผู้เสียชีวิต 1 รายนี้เป็นรายแรกในเรือนจำ

  • หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย
  • สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย
  • ฉีดวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
  • เฝ้าอาการ 21 วันหากสัมผัส

นพ.นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่าทุกอย่างยังควบคุมได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก

สถานการณ์ฝีดาษวานรในเรือนจำนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานรัฐ หากประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน สามารถลดความเสี่ยงได้มาก ติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมควบคุมโรค และปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

ที่มา – พบ 2 อสม.คุก ใกล้ชิด มีเชื้อ “ฝีดาษลิง” ทั้งคู่ ราชทัณฑ์สั่งคุมเข้ม จัดวัคซีนฉีดป้องกัน