วัน: 21 กุมภาพันธ์ 2026

กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวใช้อาวุธปืนช่องอานม้า

วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเลยครับ กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลกัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลว่ามีการปะทะใช้อาวุธจริง แต่ทางกองทัพภาคที่ 2 ออกมาชี้แจงทันที ยืนยันว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น ทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยับยั้งชั่งใจสุดๆ และยึดมั่นในกลไกความร่วมมือชายแดนอย่างเคร่งครัด

กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลกัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า

จากเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ กองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ได้โพสต์ชี้แจงกรณีดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่า "ไม่ปรากฏการใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลกัมพูชาตามที่ถูกกล่าวอ้าง" หน่วยทหารในพื้นที่ยึดปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังอย่างเคร่งครัด และพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน นี่คือการแสดงออกถึงความโปร่งใสและรับผิดชอบของทหารไทยเลยครับ

รายละเอียดการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย

กองทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำว่าทุกหน่วยปฏิบัติด้วย ความยับยั้งชั่งใจ สูงสุด เพื่อรักษาบรรยากาศความสงบสุขตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่敏感ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ การเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด สร้างความตึงเครียดไม่จำเป็น และกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองชาติ

  • ไม่มีรายงานการใช้อาวุธปืนใดๆ ต่อฝั่งกัมพูชา
  • ทหารไทยยึดกลไกความร่วมมือชายแดน GBC (General Border Committee) อย่างเคร่งครัด
  • พร้อมเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยกัมพูชา
  • ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ

ช่องอานม้าคือพื้นที่อะไร ทำไมถึงเป็นประเด็น?

ช่องอานม้า หรือที่รู้จักในชื่อ An Ma Pass ตั้งอยู่ในอำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ เป็นช่องเขาธรรมชาติที่เป็นจุดผ่านแดนสำคัญระหว่างไทยกับกัมพูชา พื้นที่นี้เคยมีข้อพิพาทเรื่องเขตแดนมาบ้างในอดีต แต่ปัจจุบันทั้งสองฝ่ายร่วมกันดูแลเพื่อป้องกันการลักลอบและรักษาความสงบ โดยมีด่านตรวจชายแดนไทยประจำการอย่างต่อเนื่อง กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลกัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า จึงเป็นการยืนยันชัดเจนว่าทุกอย่างยังปกติสุข

ในยุคโซเชียลมีเดีย ข่าวปลอมแพร่กระจายเร็วมาก สร้างความสับสนให้ประชาชนและอาจจุดชนวนความขัดแย้งได้ กองทัพภาคที่ 2 จึงรีบออกมาชี้แจงทันที เพื่อไม่ให้ข่าวลือบานปลาย นอกจากนี้ ยังเตือนว่าการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจมีผลกระทบร้ายแรงต่อความมั่นคงชายแดน

ความสำคัญของความร่วมมือชายแดนไทย-กัมพูชา

ไทยและกัมพูชามีประวัติศาสตร์ยาวนานในการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนผ่านกลไกทวิภาคี เช่น JBC (Joint Boundary Committee) และ GBC ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดได้หลายครั้ง เช่น กรณีปราสาทพระวิหารในอดีต การปฏิบัติของทหารไทยในครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ดี แสดงให้เห็นถึงวินัยและความเป็นมืออาชีพ

นอกจากช่องอานม้าแล้ว พื้นที่ชายแดนอื่นๆ อย่างตราด-เกาะกง หรืออุบลราชธานี-พระวิหาร ก็ต้องอาศัยความร่วมมือเช่นกัน หากทุกฝ่ายยึดมั่นในสันติภาพ เราจะมีชายแดนที่สงบสุขต่อไป

สำหรับผมแล้ว การโต้ข่าวแบบนี้ของกองทัพภาคที่ 2 เป็น insight ที่น่าสนใจมาก แสดงให้เห็นว่าทหารไทยไม่ใช่แค่รักษาชายแดน แต่ยังรักษาความจริงและความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านด้วย สุดยอดเลยครับ! ถ้าคุณมีประสบการณ์หรือเห็นข่าวชายแดนแบบนี้ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะ อย่าลืมติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 โต้ข่าวใช้อาวุธปืนต่อกำลังพลกัมพูชา บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า

ตร.ญี่ปุ่นเผย ชาวฟุกุโอกะหายตัวเกือบ 10 คน เชื่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวช็อกจากแดนปลาดิบที่ต้องนำมาแชร์ให้ฟังกันแบบด่วนๆ เลยนะครับ ตร.ญี่ปุ่นเผย ชาวฟุกุโอกะหายตัวเกือบ 10 คน เชื่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงและน่ากลัวมาก เพราะเป็นการหลอกลวงที่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด!

ตร.ญี่ปุ่นเผย ชาวฟุกุโอกะหายตัวเกือบ 10 คน เชื่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

ตามที่ตำรวจจังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา พบว่ามีชาวจังหวัดฟุกุโอกะถึงเกือบ 10 คน ที่เดินทางไปประเทศกัมพูชาในช่วง 2 ปีล่าสุด แล้วขาดการติดต่อไปแบบเงียบๆ ตำรวจเชื่อว่าบางรายอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ชอบหลอกเอาเงินคนญี่ปุ่น

แก๊งเหล่านี้มักใช้กลอุบายโทรศัพท์หลอกลวง โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ธนาคาร หรือแม้แต่ญาติสนิท เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชี ใครที่โชคร้ายถูกจับตัวไปทำงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์ ก็จะถูกบังคับให้โทรหลอกคนอื่นต่อ ถ้าทำไม่ได้ก็โดนทุบตีหรือขังไว้แบบน่าสังเวช

วิธีล่อลวงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ร้ายแรงคือ วิธีชักชวนที่แนบเนียนมาก ชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ถูกหลอกผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook หรือ Line ที่มีประกาศรับสมัครงานรายได้สูงลิ่ว หรือทริปท่องเที่ยวต่างประเทศฟรีๆ พวกเขาคิดว่างานดีเงินโบนัสเพียบ แต่พอไปถึงกัมพูชา ก็ติดกับดักทันที

  • โฆษณางานเงินเดือนสูงผิดปกติ: สัญญาว่าจะได้เงินเดือนหลักแสนเยนต่อเดือน โดยไม่ต้องมีประสบการณ์
  • ทริปฟรีไปต่างประเทศ: ล่อด้วยตั๋วเครื่องบินที่พักฟรี เพื่อไป “สัมภาษณ์งาน”
  • ชักชวนผ่านเพื่อนออนไลน์: ใช้บัญชีปลอมสร้างความน่าเชื่อถือ
  • เน้นคนว่างงานหรืออยากรวยเร็ว: กลุ่มเป้าหมายคือคนที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ

ตำรวจฟุกุโอกะย้ำเตือนประชาชนชาวญี่ปุ่นอย่างหนัก ว่าอย่าหลงเชื่อโฆษณาแบบนี้เด็ดขาด เพราะมันคือช่องทางนำเข้าสู่ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่โหดร้าย

ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ไม่ใช่เรื่องใหม่

จริงๆ แล้ว กัมพูชาเป็นฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มานานหลายปี โดยเฉพาะในเมืองเสียมราฐและพนมเปญ ที่มีศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ บางแห่งถูกจับกวาดล้างแล้วพบชาวต่างชาติจากหลายประเทศ รวมถึงไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ถูกบังคับให้ทำงาน ที่น่ากลัวคือ พวกนี้ไม่ใช่แค่โทรหลอกญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่ยังโจมตีเหยื่อทั่วโลก รวมถึงคนไทยเราด้วย

จากสถิติของตำรวจญี่ปุ่น พบว่าคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ในญี่ปุ่นมีมูลค่าความเสียหายปีละหลายพันล้านเยน และชาวฟุกุโอกะที่หายตัวไปนี่อาจเป็นแค่ส่วน冰山 เพราะบางคนอาจไม่กล้าแจ้งความหรือครอบครัวยังไม่รู้

สัญญาณเตือนภัยที่คุณต้องรู้

เพื่อป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง ลองเช็คดูว่ามีสัญญาณเหล่านี้ไหมครับ

  • ได้รับข้อความชวนงานจากคนไม่รู้จัก โดยสัญญาเงินรวยเร็ว
  • ถูกขอให้ไปต่างประเทศทันทีโดยไม่ต้องเตรียมตัวมาก
  • เว็บไซต์หรือเพจโฆษณาขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีที่อยู่ชัดเจน
  • ถูกกดดันให้ตัดสินใจเร็วๆ โดยไม่ให้เวลาคิด

ถ้าเจอแบบนี้ ให้รีบแจ้งตำรวจหรือหน่วยปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ทันที

คำแนะนำป้องกันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

ในฐานะคนไทยที่อยู่ใกล้ชิดกับปัญหานี้ เราก็ควรระวังตัวด้วยนะครับ เพราะแก๊งพวกนี้ข้ามชาติมาถึงไทยบ่อยๆ แนะนำดังนี้

  1. ตรวจสอบข้อมูลนายจ้างผ่านเว็บไซต์ทางการ เช่น Google หรือกรมแรงงาน
  2. อย่าโอนเงินล่วงหน้าใดๆ ไม่ว่าจะชื่ออะไร
  3. บอกครอบครัวก่อนไปทำงานต่างประเทศเสมอ
  4. ใช้แอปตรวจสอบสายหลอกลวง เช่น Truecaller

สุดท้ายนี้ อย่าลืมว่าความโลภคือจุดอ่อนใหญ่สุดของมนุษย์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์รู้จุดนี้ดี ถ้าได้ยินข้อเสนอที่ “ดีเกินจริง” ให้คิดทบทวนซะ

insights สุดท้าย: เรื่อง ตร.ญี่ปุ่นเผย ชาวฟุกุโอกะหายตัวเกือบ 10 คน เชื่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา เป็นเครื่องเตือนใจว่าโลกออนไลน์มีทั้งโอกาสและกับดัก คุณล่ะครับ เคยเจอโฆษณาหลอกแบบนี้บ้างไหม? ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อป้องกันภัยร่วมกันนะครับ!

ที่มา – ตร.ญี่ปุ่นเผย ชาวฟุกุโอกะหายตัวเกือบ 10 คน เชื่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา

คิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เคลมผลงาน 5 ปี

คิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในวันที่ 2 ของการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ซึ่งถือเป็นเวทีการเมืองสูงสุดของเกาหลีเหนือที่จัดขึ้นทุก 5 ปี ผู้นำสูงสุดคิม จองอึน ได้ทบทวนผลงานที่ผ่านมาและประกาศว่าเป็นการ “เปลี่ยนประเทศครั้งใหญ่” ท่ามกลางความท้าทายมากมาย

คิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เคลมผลงานโดดเด่น

สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ภายใต้การนำของคิม จองอึน พรรคแรงงานยกย่องความสำเร็จในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม กลาโหม และการทูต การประชุมใหญ่เริ่มต้นเมื่อวันพฤหัสบดี และคาดว่าจะยาวนานหลายวัน โดยมีสมาชิกพรรคกว่า 5,000 คนเข้าร่วม

คิม จองอึน ประชุมพรรคแรงงาน

เวทีนี้ไม่เพียงกำหนดทิศทางนโยบายประเทศใน 5 ปีข้างหน้า แต่ยังอาจมีการปรับโครงสร้างผู้นำระดับรอง ซึ่งคิม จองอึน ยังคงกุมอำนาจสูงสุดทั้งพรรคและกองทัพ KCNA ยังระบุว่าคณะกรรมการกลางได้ทบทวนข้อบกพร่องก่อนชูความสำเร็จ แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียดปัญหา แต่เชื่อว่าครอบคลุมผลกระทบจากโควิด-19 และมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ

เคลมผลงาน 5 ปี “เปลี่ยนประเทศครั้งใหญ่” ในด้านต่างๆ

คิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ โดยเน้นย้ำความก้าวหน้าที่เกิดขึ้น นี่คือบางส่วนของความสำเร็จที่ถูกกล่าวถึง:

  • เศรษฐกิจ: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แม้เผชิญ санкции ด้วยนโยบาย “เศรษฐกิจตนเอง” หรือจูเช่
  • กลาโหม: ทดสอบขีปนาวุธขั้นสูง สร้างความมั่นคงชาติตามที่ผู้นำประกาศ
  • การทูต: รักษาความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย และชาติสังคมนิยมอื่นๆ
  • วัฒนธรรมและสังคม: สร้างความสามัคคีประชาชนผ่านการรณรงค์ ideological
  • การเมือง: เสริมสร้างพรรคแรงงานให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

แม้ไม่มีผู้นำต่างชาติมาร่วม แต่มีจดหมายยินดีจากรัสเซีย จีน เวียดนาม และลาว สะท้อนเครือข่ายพันธมิตรที่ยังแน่นแฟ้น

การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ

ความสำคัญและการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์

การประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลไกหลักในการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ นักวิเคราะห์จากช่อง Channel News Asia และสื่อตะวันตกคาดว่า เปียงยางอาจประกาศแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่ พร้อมขบวนพาเหรดทหารแสดงแสนยานุภาพ ท่ามกลางความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งสหรัฐฯ และสถานการณ์ยูเครนที่ดึงดูดความสนใจของรัสเซีย

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เกาหลีเหนือเผชิญความท้าทายหนักหน่วงจากโรคระบาดใหญ่ การขาดแคลนอาหาร และแรงกดดันจาก UN แต่คิม จองอึนกลับเคลมว่าประเทศได้ “เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์สร้างขวัญกำลังใจประชาชนและยืนยันอำนาจภายใน

นอกจากนี้ การประชุมยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ผู้นำรุ่นใหม่ที่สืบทอดจากคิมอิลซุงและคิมจองอิล โดยเน้นหลักจูเช่และทหารก่อน

สำหรับอนาคต โลกกำลังเฝ้าดูว่าคิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือครั้งนี้จะส่งสัญญาณอะไรต่อประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็น denuclearization และความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ สหรัฐฯ

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลมผลงานครั้งนี้อาจช่วยยึดมั่นอำนาจภายใน แต่การพัฒนาอาวุธต่อเนื่องจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงขัดแย้งในภูมิภาค ลองคิดดูสิว่าถ้ามีพาเหรดใหญ่ จะกระทบตลาดโลกอย่างไร? ชวนผู้อ่านติดตามข่าวอัปเดตเกาหลีเหนือและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – คิม จองอึน เปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือ เคลมผลงาน 5 ปี “เปลี่ยนประเทศครั้งใหญ่”

คึกคัก ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33 คนแน่นสวนลุม

สุดสัปดาห์นี้ใครกำลังมองหากิจกรรมชิลล์ ๆ ในกรุงเทพฯ อย่าพลาดเลยนะคะ ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33 ที่กำลังคึกคักสุด ๆ กันอยู่เลย บรรยากาศคนแน่นสวนลุมพินี แฟนเพลงทั้งไทยทั้งต่างชาติแห่มาจับจองที่นั่งเพื่อฟังเพลงฮีลใจยามเย็น งานนี้จัดโดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) ร่วมกับกรุงเทพมหานครและบริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 แล้ว แต่คนยังล้นหลาม!

ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33

เทศกาล ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33 หรือ Concert in the Park เป็นกิจกรรมประจำอาทิตย์ที่จัดทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 น. ณ ศาลาภิรมย์ภักดี สวนลุมพินี ฟรี! ไม่ต้องจ่ายสักบาทเดียว เพียงแค่มาเอนjoyกับเสียงดนตรีคลาสสิกและเพลงจากภาพยนตร์ชื่อดัง ศิลปินกว่า 70 ชีวิตจาก RBSO สร้างสรรค์บทเพลงที่ทำให้ใจสงบ ฮีลทุกความเหนื่อยล้าจากวันทำงาน

ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศอบอุ่นมาก ๆ ครอบครัว พคู่รัก เพื่อนฝูง พากันปูเสื่อ นั่งปิกนิก กินขนมฟังเพลงกันอย่างสนุกสนาน แม้แต่ชาวต่างชาติก็มาร่วมด้วย กลายเป็นแลนด์มาร์กฮีลใจของคนกรุงฯ ไปแล้ว ตอนนี้เหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์ ก่อนปิดท้ายรอบสุดท้ายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 ใครยังไม่เคยไป ต้องรีบเลยนะ!

ทำไมต้องไปดนตรีในสวน ครั้งที่ 33

นอกจากเพลงเพราะ ๆ แล้ว ยังมีอะไรให้ฮีลอีกเพียบ ลองมาดูเหตุผลเด็ด ๆ กัน:

  • ฟรีและเข้าถึงง่าย: ไม่ต้องซื้อบัตร สวนลุมเปิดกว้าง ทางเดินสะดวก BTS ใกล้ ๆ
  • บรรยากาศสุดโรแมนติก: ยามเย็น แสงไฟสวนลุม สายลมพัดเบา ๆ คู่รักฟังเพลงด้วยกันหวานแน่
  • เหมาะทุกวัย: เด็ก ๆ ชอบเพลงการ์ตูน ผู้ใหญ่คลาสสิก ครอบครัวแฮปปี้
  • ฮีลใจจริง: เพลงจากหนังดังอย่าง Star Wars, Harry Potter หรือคลาสสิก Beethoven ทำให้ผ่อนคลายสุด ๆ
  • ใกล้ชิดศิลปิน: นั่งฟังใกล้เวที รู้สึกเหมือนคอนเสิร์ตส่วนตัว

ช่วงนี้คนแน่นมาก แนะนำมาถึงก่อน 16.00 น. จองที่นั่งดี ๆ ปูเสื่อ เอาขนมมาด้วย จะได้ชิลล์เต็มที่ ถ้าฝนตกก็มีหลังคาเวทีปกป้องนะคะ

งานนี้ไม่ใช่แค่ดนตรี แต่เป็นการเชื่อมโยงผู้คน สร้างความสุขให้กรุงเทพฯ ใครที่กำลังเครียดจากข่าวร้ายหรืองานหนัก ลองมาปล่อยวางกับ ดนตรีในสวน ครั้งที่ 33 สิคะ รับรองติดใจ อยากให้จัดทุกอาทิตย์!

นอกจากนี้ ยังมีโอกาสได้เห็นการแสดงพิเศษในรอบสุดท้าย อย่าลืมเช็คตารางจากเพจ RBSO หรือ กทม. นะคะ สุดท้ายนี้ ถ้าคุณไปมาแล้ว แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราอยากรู้ว่าชอบเพลงไหนที่สุด!

รีบไปจองที่นั่งรอบนี้เลย อย่าพลาดโอกาสฮีลใจก่อนงานจะจบนะคะ 💕

ที่มา – คึกคักต่อเนื่อง เทศกาล “ดนตรีในสวน” ครั้งที่ 33 คนแน่นสวนลุมพินี ฟังเพลงฮีลใจ

จับแล้ว “โจรชิงทอง” 26 บาท ที่ขอนแก่น

จับแล้ว “โจรชิงทอง” 26 บาท ที่ขอนแก่น! เหตุการณ์สุดสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น เมื่อคนร้ายบุกเดี่ยวชิงสร้อยทองคำน้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่ากว่า 1.9 ล้านบาท หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว พร้อมยึดทองของกลางคืนสู่เจ้าของ เรื่องนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ทุกคนให้ความสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของตำรวจไทยในการสืบสวนคดีสำคัญ

จับแล้ว “โจรชิงทอง” 26 บาท ที่ขอนแก่น

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 นำโดย พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส และทีมงาน ร่วมกับตำรวจกองปราบปราม บุกจับกุมนายชลธิป หรือ “เก๋” อายุ 48 ปี ชาวบ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะที่เขากำลังทำความสะอาดร้านบะหมี่เพื่อเปิดขาย ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในเบื้องต้น แต่สุดท้ายจำนนต่อพยานหลักฐานและพาเจ้าหน้าที่ไปค้นบ้าน

ผลการตรวจค้นน่าตกใจมาก เพราะสร้อยคอทองคำทั้ง 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท ถูกซุกซ่อนไว้ภายในเสาเหล็กกล่องขนาด 4×4 นิ้วกลางบ้าน! เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องเจียรตัดโคนเสา ก่อนพบทองอัดแน่นด้วยฟางข้าว ชาวบ้านแถวนั้นมุงดูกันแน่นขนัด สร้างความฮือฮาอย่างมาก

เส้นทางหลบหนีและของกลางอื่นๆ

ผู้ต้องหายังพาไปชี้จุดทิ้งรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ 110i สีเทา-ดำ ที่ใช้ก่อเหตุ โดยโยนลงหนองน้ำกลางทุ่งนา ห่างบ้าน 10 กม. นักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศลงช่วยกู้ขึ้นมาได้สำเร็จ เสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุเผาทิ้งไปแล้ว ส่วนตะขอเหล็กที่ใช้เกี่ยวทอง เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลค้นหาเพิ่ม

  • สร้อยทอง 11 เส้น น้ำหนัก 26 บาท – ซ่อนในเสาเหล็ก
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ – ทิ้งในหนองน้ำ
  • เสื้อผ้าก่อเหตุ – เผาทิ้ง
  • ตะขอเหล็ก – กำลังค้นหา

สาเหตุ “หมุนเงินไม่ทัน” จากหนี้นอกระบบ

ข้อมูลจากผู้ต้องหาเผยว่า เขาเคยเป็นคนต่างจังหวัด ย้ายมาอยู่ขอนแก่น แต่งงานมีลูก แต่แยกทางกับภรรยา ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ประกอบอาชีพขายบะหมี่ แต่ติดหนี้นอกระบบหนักหน่วง ดอกเบี้ยแพง หมุนเงินไม่ทัน จึงตัดสินใจบุกชิงทองร้านใน ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น เมื่อ 15 ก.พ. 2569 เวลา 14.07 น.

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายใน 6 วัน ตำรวจใช้กล้องวงจรปิด พยานบุคคล และพยานแวดล้อม แกะรอยเส้นทางหลบหนีได้อย่างรวดเร็ว แสดงถึงประสิทธิภาพของชุดสืบสวนภาค 4 ที่ทำงานหนักเพื่อประชาชน ปัญหาหนี้สินนอกระบบแบบนี้เป็นภัยสังคมใหญ่ ทำให้นักเลงเงินกู้รวย แต่คนจนยิ่งจน สร้างอาชญากรรมเพิ่มขึ้น

ขยายความ: ในไทย มีคดีชิงทองบ่อยครั้ง เพราะทองเป็นสินทรัพย์มูลค่าสูง ง่ายต่อการขายต่อ แต่ตำรวจไทยเก่งขึ้นทุกวัน ใช้เทคโนโลยีช่วยสืบ ลดเวลาจับกุม เหตุการณ์จับแล้ว “โจรชิงทอง” 26 บาท ที่ขอนแก่น นี้ เป็นตัวอย่างที่ดี

สุดท้ายนี้ อย่าให้หนี้นอกระบบมาทำลายชีวิตคุณ ควรหาทางออกถูกกฎหมาย เช่นปรึกษาสถาบันการเงิน หรือหน่วยงานช่วยเหลือ หากมีปัญหาหนี้ แนะนำติดต่อกรมประชาสัมพันธ์ หรือธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อคำปรึกษา ติดตามข่าวอาชญากรรมและบทเรียนชีวิตจากบล็อกนี้ และแชร์เพื่อเตือนภัยสังคมกันนะครับ!

ที่มา – จับแล้ว “โจรชิงทอง” 26 บาท ที่ขอนแก่น อ้างหมุนเงินไม่ทัน เพราะติดหนี้นอกระบบ

สิงคโปร์คลายมาตรการไวรัสนิปาห์ ยุติคัดกรองสนามบิน

สิงคโปร์คลายมาตรการไวรัสนิปาห์ โดยประกาศยุติการคัดกรองอุณหภูมิผู้เดินทางที่สนามบินและท่าเรือ ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป หลังจากสถานการณ์การระบาดในรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียเริ่มทรงตัวแล้ว ทำให้ทางการมั่นใจมากขึ้นในระบบเฝ้าระวังของประเทศ

สิงคโปร์คลายมาตรการไวรัสนิปาห์

หน่วยงานควบคุมโรคติดต่อของสิงคโปร์ หรือ CDA (Communicable Diseases Agency) ได้แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าสิงคโปร์จะหยุดมาตรการคัดกรองอุณหภูมิสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศผ่านทางอากาศและทางทะเล สาเหตุหลักมาจากการระบาดของไวรัสนิปาห์ในอินเดียที่เริ่มคลี่คลาย ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติมในรัฐเบงกอลตะวันตก ขณะที่ในบังกลาเทศก็ยังไม่พบการแพร่เชื้อจากคนสู่คน ทำให้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น

ก่อนหน้านี้ สิงคโปร์ได้เพิ่มระดับการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกับเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยงอย่างรัฐเบงกอลตะวันตก แต่ล่าสุดทางการยืนยันว่า ยังไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในสิงคโปร์ที่เกี่ยวข้องกับคลัสเตอร์ในอินเดียหรือบังกลาเทศเลย สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขที่นั่น

มาตรการเฝ้าระวังที่ยังคงอยู่หลังสิงคโปร์คลายมาตรการไวรัสนิปาห์

แม้จะผ่อนคลายบางส่วน แต่สิงคโปร์ยังคงมาตรฐานการเฝ้าระวังพื้นฐานไว้ เช่น หยุดแจกเอกสารคำแนะนำสุขภาพที่จุดผ่านแดน แต่ไวรัสนิปาห์ยังถูกรวมอยู่ในแบบฟอร์ม SG Arrival Card และ Maritime Declaration of Health สำหรับผู้เดินทางทุกคน นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังคงเฝ้าระวังแรงงานต่างชาติที่เพิ่งเข้าประเทศ โดยกำชับให้รักษาสุขอนามัยและรีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ

CDA ยังเตือนแพทย์และสถานพยาบาลให้ระมัดระวังผู้ป่วยที่มีอาการเข้าข่าย เช่น มีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง และต้องรายงานทันทีหากสงสัยหรือยืนยันการติดเชื้อ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ประเทศยังคงปลอดภัยจากภัยคุกคาม

ไวรัสนิปาห์คืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว

ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus หรือ NiV) เป็นไวรัสที่อันตรายมาก พบครั้งแรกในมาเลเซียปี 1998-1999 และแพร่กระจายในเอเชียใต้ สัตว์พาหะหลักคือค้างคาวผลไม้ โดยมนุษย์ติดเชื้อจากการกินผลไม้หรือน้ำหวานจากต้นอินทผลัมที่ปนเปื้อนอุจจาระค้างคาว หรือจากการสัมผัสใกล้ชิด

อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% ทำให้องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดเป็นโรคติดต่อร้ายแรง อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่สามารถพัฒนาเป็นปอดอักเสบ สมองอักเสบ หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวได้อย่างรวดเร็ว

  • ไข้สูง
  • ปวดศีรษะรุนแรง
  • เจ็บคอ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • อาเจียน
  • เวียนศีรษะ
  • ง่วงซึมหรือสับสน

ในระยะรุนแรง อาจมีอาการชัก หายใจลำบาก และเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะเจาะจง การรักษาจึงเน้น supportive care

วิธีป้องกันไวรัสนิปาห์ในชีวิตประจำวัน

เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยงการกินผลไม้ดิบหรือน้ำหวานจากต้นที่อาจปนเปื้อน สวมอุปกรณ์ป้องกันหากทำงานใกล้ค้างคาว ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสของเหลวจากสัตว์ป่วย หากเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง ควรเฝ้าสังเกตอาการ 14 วันหลังกลับมา

การตัดสินใจของสิงคโปร์คลายมาตรการไวรัสนิปาห์ครั้งนี้ เป็นสัญญาณบวกว่าสถานการณ์โลกดีขึ้น แต่เราทุกคนยังต้องระวังตัว โดยเฉพาะในยุคที่โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นบ่อย คุณคิดว่าประเทศไทยควรปรับมาตรการอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และอย่าลืมติดตามข่าวสุขภาพจากเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด!

ที่มา – สิงคโปร์คลายมาตรการรับมือ “ไวรัสนิปาห์” ยุติคัดกรองอุณหภูมิสนามบิน หลังสถานการณ์เริ่มทรงตัว

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุฤดูร้อนไทยตอนบน 23-25 ก.พ.

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุฤดูร้อน” บริเวณไทยตอนบน มีผลกระทบช่วงวันที่ 23-25 ก.พ. เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้จะส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศตอนบน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฝนตกหนักในบางพื้นที่

ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุฤดูร้อน” บริเวณไทยตอนบน มีผลกระทบช่วงวันที่ 23-25 ก.พ.

จากรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีพายุฤดูร้อน โดยจะเริ่มต้นจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน แล้วขยายไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออกในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 สาเหตุหลักมาจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่เคลื่อนเข้ามาปกคลุม ทำให้เกิดการปะทะกับอากาศร้อนในไทย ส่งผลให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และอาจมีฟ้าผ่า ลูกเห็บตก และฝนหนักบางแห่ง

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อน

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เริ่มต้นก่อน วันที่ 23 ก.พ. มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง
  • ภาคเหนือและภาคกลาง: ได้รับผลกระทบตามมา รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: ฝนตกหนัก ลูกเห็บ และลมแรง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดพายุนี้คือ ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคต่างๆ ร่วมกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่เคลื่อนผ่าน ขณะที่ไทยตอนบนมีอากาศร้อนจัด ทำให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิสูง ส่งผลให้พายุฤดูร้อนรุนแรง

คำแนะนำป้องกันอันตรายจากพายุฤดูร้อน

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรรีบเตรียมตัว โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง เกษตรกรควรเสริมโครงสร้างเรือนกระจก ผูกยึดไม้ผลให้แน่นหนา และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังควรดูแลสุขภาพเพราะอากาศจะเปลี่ยนแปลงกะทันหัน อาจทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย

สำหรับผู้ที่เดินทาง ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า และหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงภัย นักขับขี่ควรระวังทัศนวิสัยที่ลดลงจากฝนและลมแรง

ข้อมูลนี้ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงจากพายุฤดูร้อน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ของปี การติดตามประกาศอย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความเสียหายได้มาก

อย่าลืมติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร. 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศไว้ใช้งานทันที

สุดท้ายนี้ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงพายุฤดูร้อนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย ดูแลตัวเองและครอบครัวให้ดีนะครับ!

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือน “พายุฤดูร้อน” บริเวณไทยตอนบน มีผลกระทบช่วงวันที่ 23-25 ก.พ.

วูล์ฟส์ใกล้เสียดาวรุ่ง Mane – ข่าวลือวันเสาร์

สวัสดีเพื่อนๆ แฟนบอลทุกคน! วันนี้เรามี วูล์ฟส์ใกล้เสียดาวรุ่ง Mane – ข่าวลือวันเสาร์ มาแจกแจงแบบละเอียดยิบเลยนะครับ ในวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและยุโรปช่วงนี้ร้อนฉ่าไปด้วยข่าวลือการย้ายทีมสุดเข้มข้น โดยเฉพาะดาวรุ่งจากวูล์ฟส์อย่าง Mateus Mane ที่กำลังเป็นที่จับตามองจากยักษ์ใหญ่หลายทีม มาดูกันว่ามีอะไรน่าติดตามบ้าง

วูล์ฟส์ใกล้เสียดาวรุ่ง Mane – ข่าวลือวันเสาร์

เริ่มต้นด้วยข่าวใหญ่ประจำสัปดาห์นี้เลยครับ วูล์ฟส์ใกล้เสียดาวรุ่ง Mane วัย 18 ปี ดาวเตะทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนรายนี้กำลังจะอำลาโมลินิวซ์ในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน โดยมี ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล สนใจแบบจริงจังมาก ลิเวอร์พูลเตรียมยื่นข้อเสนอแล้วด้วยซ้ำ! Mane แสดงศักยภาพได้ดีในระดับเยาวชน ทำให้ทีมใหญ่ๆ อยากได้ตัวไปพัฒนาต่อ วูล์ฟส์คงทำใจได้แล้วล่ะครับ แต่ก็เสียดายดาวรุ่งฝีเท้าดีแบบนี้

สถานการณ์ดาวรุ่ง Mateus Mane ที่วูล์ฟส์

Mateus Mane ถือเป็นหนึ่งในพรสวรรค์ที่วูล์ฟส์ปั้นมาได้น่าประทับใจ เขามีความเร็ว สกิลการเลี้ยงบอล และสัญชาตญาณการทำประตูที่ยอดเยี่ยม ถ้าทีมใหญ่คว้าตัวไปได้ คงกลายเป็นสตาร์ในอนาคตอันใกล้แน่นอน แฟนวูล์ฟส์หลายคนคงเศร้าใจ แต่ก็ยินดีถ้าเด็กหนุ่มคนนี้ได้ไปพิสูจน์ตัวเองในเวทีใหญ่กว่า

นอกจากนี้ ยังมีข่าวลืออื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น เอฟเวอร์ตัน ตั้งเป้าไล่ล่า ลิอัม เดล็าป์ กองหน้าจากเชลซีวัย 23 ปี ที่เพิ่งย้ายมาจากอิปสวิช ทาวน์เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว เอฟเวอร์ตันมองว่าเขาจะเป็นตัวแก้ปัญหาแนวรุกได้ดี โดยเชลซียังตั้งราคาขอไม่แพงมาก

ข่าวย้ายทีมอื่นๆ ที่พลาดไม่ได้

  • คริสตัล พาเลซ: ร็อบบี้ คีน ผู้จัดการเฟเรนซ์วารอสของฮังการี กลายเป็นตัวเต็งคุมทีมแทนโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ถ้าคีนได้มา คงนำสไตล์การเล่นที่ดุดันมาด้วย
  • คาเซมิโร่: มิดฟิลด์แมนยูฯ ชาวบราซิลวัย 33 ปี เตรียมอำลาทีมสิ้นฤดูกาล มีทั้ง อินเตอร์ ไมอามี่, ปอร์โต้ และ เซาเปาโล สนใจ อนาคตหลังยูไนเต็ดน่าจะแจ่มเลย
  • แอสตัน วิลล่า: มีอ็อปชั่นซื้อ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ จากลิเวอร์พูล 35 ล้านปอนด์ แต่ต้องจากนัดพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ตอนนี้เล่นไป 4 นัดแล้ว ส่วน มอร์แกน ร็อกเกอร์ส วัย 23 ปี จะอยู่หรือไปไม่ขึ้นกับไปชปล.นะ
  • เลนนาร์ท คาร์ล: ดาวรุ่งบาเยิร์น มิวนิค จะเซ็นสัญญาใหม่วันอาทิตย์นี้ ปัดความสนใจจากลิเวอร์พูล อาร์เซนอล ซิตี้ รีล มาดริด และพีเอสจี
  • แฮร์รี่ เคน: ผู้สมัครประธานบาร์ซ่าติดต่อเบื้องต้นแล้ว ถ้าชนะเลือกตั้งเดือนหน้า อาจดึงเคนจากบาเยิร์น!
  • ทาเดโอ อาเยนเด้: กองหน้าอาร์เจนไตน์ยืนยันอยู่ต่อกับอินเตอร์ ไมอามี่ คู่กับเมสซี่,苏亞雷ส และเดอ ปอล สร้างทีมสุดโหด

ข่าวลือเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตลาดซื้อขายนักเตะร้อนแรงแค่ไหน โดยเฉพาะ วูล์ฟส์ใกล้เสียดาวรุ่ง Mane – ข่าวลือวันเสาร์ ที่เป็นหัวใจหลัก ทีมใหญ่ๆ เริ่มขยับล่าดาวรุ่งเพื่ออนาคตระยะยาวแล้วครับ แฟนบอลพรีเมียร์ลีกต้องตามให้ทัน!

ส่วนตัวผมคิดว่าการย้ายทีมของ Mane จะเป็นดีลที่น่าตื่นเต้นที่สุด ถ้าวูล์ฟส์ขายได้ราคาดี ก็เอาเงินไปเสริมทีมได้ ลิเวอร์พูลน่าจะได้ตัวไปเพราะระบบเยาวชนดี ถ้าคุณมีมุมมองยังไง คอมเมนต์มาคุยกันได้เลยนะครับ หรือติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดทุกมูฟเมนต์!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ทรัมป์เดือด ซัดศาลสูง ลั่นภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก

ทรัมป์เดือด ซัดศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษี ลั่นประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อคำวินิจฉัยของศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่เพิกถอนมาตรการภาษีนำเข้าฉุกเฉิน ล่าสุดทรัมป์ไม่ยอมแพ้ ลั่นจะออกภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 10% กับสินค้าทั่วโลกทันที นโยบายนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยและโลก มาดูกัน

ทรัมป์เดือด ซัดศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษี ลั่นประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้แถลงข่าวอย่างดุเดือด หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินด้วยมติ 6 ต่อ 3 ให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าที่ทรัมป์ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกคำตัดสินนี้ว่า “น่าผิดหวังอย่างยิ่ง” และ “น่าอับอาย” พร้อมประกาศทันทีว่าจะใช้อำนาจตามกฎหมายการค้าปี 1974 มาตรา 122 เพื่อเก็บภาษีชั่วคราว 10% กับสินค้านำเข้าทุกประเภทจากทั่วโลก

พื้นหลังของคดีและคำวินิจฉัยศาล

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ใช้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจปี 1977 (IEEPA) ในการประกาศภาษีนำเข้าฉุกเฉิน เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมสหรัฐจากคู่แข่งต่างชาติ แต่ศาลฎีกาพิจารณาว่ามาตรการนี้ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะอำนาจจัดเก็บภาษีเป็นของสภาคองเกรส ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ประธานศาล จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุชัดว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มอบอำนาจภาษีให้ประธานาธิบดีโดยตรง

อย่างไรก็ตาม มีผู้พิพากษา 3 คนคือ ซามูเอล อลิโต, คลาเรนซ์ โธมัส และเบรตต์ คาวานอห์ ที่มีความเห็นแย้ง โดยคาวานอห์ยืนยันว่ามาตรการของทรัมป์ชอบด้วยกฎหมาย ทรัมป์ยังกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานว่าผู้พิพากษาเสียงข้างมากอาจถูกอิทธิพลจากต่างชาติ

รายละเอียดมาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์

มาตรการใหม่นี้จะใช้มาตรา 122 ของ Trade Act 1974 ซึ่งอนุญาตให้ประธานาธิบดีเก็บภาษีเพื่อแก้ปัญหาดุลการชำระเงินที่วิกฤต โดยจำกัดที่อัตราไม่เกิน 15% และระยะเวลา 150 วัน หากไม่ได้รับอนุมัติจากสภา ทรัมป์ยืนยันว่าจะบังคับใช้ทันที เพื่อทดแทนชุดเก่า และอาจใช้มาตรา 232 เพิ่มเติมหากจำเป็น ซึ่งต้องผ่านการสอบสวนจากกระทรวงพาณิชย์

  • อัตราภาษี: 10% สำหรับสินค้านำเข้าทั่วโลก
  • ระยะเวลา: ชั่วคราว 150 วัน
  • ฐานกฎหมาย: Trade Act 1974 มาตรา 122
  • วัตถุประสงค์: ปกป้องดุลการชำระเงินและอุตสาหกรรมสหรัฐ
  • ทางเลือกเพิ่ม: มาตรา 232 หากต้องการถาวร

ผลกระทบที่คาดการณ์ต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

นโยบายทรัมป์เดือด ซัดศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษี ลั่นประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก นี้ จะกระทบการค้าสหรัฐกับทุกประเทศ โดยเฉพาะจีน ยุโรป และอาเซียน สินค้าไทยอย่างอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา อาหารทะเลที่ส่งออกไปสหรัฐอาจราคาแพงขึ้น ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยเสียหาย นอกจากนี้ ศาลยังไม่ชี้ชัดว่าบริษัทจะได้เงินภาษีคืนหรือไม่ ทรัมป์สัญญาณว่าจะยื้อคดีในศาลยาวๆ

นโยบาย America First ของทรัมป์ยังคงสั่นคลอนตลาดโลก สต็อกดาวโจนส์ร่วงทันทีหลังประกาศ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจจุดชนวนสงครามการค้ารอบใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรัมป์ในการปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐ แต่เสี่ยงสร้างความไม่แน่นอนให้ห่วงโซ่อุปทานโลก ธุรกิจไทยควรรีบปรับตัว เช่น หาตลาดใหม่หรือกระจายความเสี่ยง

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของทรัมป์? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน เพื่อติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกแบบอัปเดต!

ที่มา – ทรัมป์เดือด ซัดศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษี ลั่นประกาศภาษีใหม่ 10% ทั่วโลก