วัน: 26 กุมภาพันธ์ 2026

กำแพงเพชร นับใหม่ปาร์ตี้ลิสต์ คะแนนหายบัตรเสีย 2 ใบ

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามีเรื่องราวการเมืองที่น่าสนใจจากจังหวัดกำแพงเพชรมาฝากกันนะครับ หัวข้อที่กำลังเป็นกระแสอย่าง กำแพงเพชร นับใหม่ปาร์ตี้ลิสต์ 2 หน่วย คะแนนหายเป็นบัตรเสีย 2 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ นี่แหละครับ เป็นเหตุการณ์ที่หลายคนจับตา หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องคะแนนหายไป กกต. ก็รีบดำเนินการนับใหม่ทันที เพื่อความโปร่งใส เรียบร้อยสุดๆ ไปเลย

บรรยากาศนับคะแนนกำแพงเพชร

กำแพงเพชร นับใหม่ปาร์ตี้ลิสต์ 2 หน่วย คะแนนหายเป็นบัตรเสีย 2 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 หรือ 26 ก.พ.69 ที่สำนักงาน กกต. จังหวัดกำแพงเพชร บรรยากาศคึกคักแต่有序มากๆ มีการรักษาคปลอดภัยเข้มงวด ตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลใกล้ชิด การนับคะแนนใหม่นี้ครอบคลุม 2 หน่วยเลือกตั้งในอำเภอเมืองฯ ได้แก่ หน่วยที่ 14 ตำบลเทพนคร และหน่วยที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล โดยเริ่มตั้งแต่บ่าย 3 โมง ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิดๆ ก็เสร็จสิ้น

เจ้าหน้าที่นับคะแนนกำแพงเพชร

ผลการนับคะแนนใหม่และสาเหตุคะแนนหาย

ผลออกมาว่า จำนวนบัตรทั้งหมดตรงกับวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 67 เป๊ะๆ ไม่ขาดไม่เกิน! ส่วนคะแนนที่เคยหายไปนั้น ชี้แจงได้ชัดเจน โดยเป็นบัตรเสียและบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังได้คะแนนอันดับ 1 ในทั้ง 2 หน่วยด้วยนะครับ

  • หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ตำบลเทพนคร: พบบัตรเสียเพิ่ม 2 ใบ ซึ่งนับรวมแล้วตรงตามจริง
  • หน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล: บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ
นายคงยศ ผู้อำนวยการ กกต. กำแพงเพชร

นายคงยศ บุญรักษ์ ผู้อำนวยการ กกต. จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่าทุกขั้นตอนเปิดเผย ผู้สังเกตการณ์จากพรรคและประชาชนเห็นหมด ไม่มีช่องโหว่ หีบบัตรถูกผนึกมาตั้งแต่วันเลือกตั้ง กระบวนการนี้ยึดกฎหมายทั้งหมด ไม่ใช่ทฤษฎีสมคบคิดอะไรทั้งนั้น

ภาพการนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์กำแพงเพชร

ด้าน “ปราย” ปริญวัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน เขต 1 กำแพงเพชร ที่มาร่วมสังเกตการณ์ บอกว่าการนับใหม่นี้ไม่ได้เปลี่ยนผล แต่เพื่อยืนยันความโปร่งใสบริสุทธิ์ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ไม่ได้หวังพลิกผลเพื่อตัวเอง

ความสำคัญของการนับคะแนนใหม่ต่อระบบเลือกตั้งไทย

เหตุการณ์ กำแพงเพชร นับใหม่ปาร์ตี้ลิสต์ 2 หน่วย คะแนนหายเป็นบัตรเสีย 2 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ นี้ เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานของ กกต. ที่ตอบสนองรวดเร็วต่อข้อร้องเรียน ช่วยลดความสงสัยในใจประชาชน ในยุคที่ข่าวปลอมและทฤษฎีสมคบคิดแพร่หลาย การเลือกตั้งปี 2567 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะระบบบัญชีรายชื่อที่พรรคประชาชนทำผลงานได้ดีในพื้นที่นี้

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องเลือกตั้ง ส.ส. แบบปาร์ตี้ลิสต์ การนับใหม่แบบนี้ช่วยยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งถูกเก็บรักษาอย่างดี ไม่มีการแทรกแซง คะแนนหายที่แท้จริงกลายเป็นแค่บัตรเสียหรือไม่ลงคะแนน ซึ่งเป็นเรื่องปกติในทุกการเลือกตั้ง สิ่งนี้ทำให้เรามั่นใจในระบบประชาธิปไตยไทยมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนมาร่วมดูหลายสิบคน แสดงถึงความสนใจในกระบวนการ dân chủ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาใดๆ เจ้าหน้าที่ขานบัตรชูให้ดูชัดเจน ผู้สังเกตการณ์ยืนยันทุกขั้นตอน

สรุปแล้ว การนับใหม่ครั้งนี้พิสูจน์ว่าความโปร่งใสคือหัวใจของการเลือกตั้งไทย ไม่มีอะไรต้องกังวลครับ

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนดีๆ ว่าการตรวจสอบนำไปสู่ความจริงเสมอ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ถ้าทุกพื้นที่ทำแบบนี้ได้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นเยอะเลยครับ

เรียกร้องให้คุณ: คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้? มีประสบการณ์เลือกตั้งแบบไหนมาเล่าให้ฟังหน่อยสิ ในคอมเมนต์ด้านล่าง ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลยนะ!

ที่มา – กำแพงเพชร นับใหม่ปาร์ตี้ลิสต์ 2 หน่วย คะแนนหายเป็นบัตรเสีย 2 ใบ ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ

แฟนสโมสรพรีเมียร์ลีกจ่าย 74 ปอนด์ต่อนัด รายได้ตั๋วพุ่ง

แฟนสโมสรพรีเมียร์ลีกจ่าย 74 ปอนด์ต่อนัด รายได้ตั๋วพุ่ง สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ จากรายงานใหม่ของ Uefa เกี่ยวกับการเงินและการลงทุนของสโมสรยุโรป แฟนบอลของ 6 สโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในพรีเมียร์ลีก อย่างอาร์เซนอล, เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และท็อตแนม ต้องจ่ายค่าเฉลี่ย 74 ปอนด์ต่อตั๋วสำหรับนัดที่พวกเขาไปเชียร์

รายงานระบุว่ารายได้จากตั๋วเหย้าของสโมสรเหล่านี้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 19% ในปี 2025 เมื่อเทียบกับปี 2024 โดยรวมถึงการแข่งขันทั้งในลีกยุโรปและลีกภายในประเทศ รวมทั้งตั๋วทั่วไปและตั๋ววีไอพี

อาร์เซนอลนำโด่งด้วยรายได้เฉลี่ย 89 ปอนด์ต่อแฟนต่อนัด ขณะที่ลิเวอร์พูลมีรายได้จากตั๋วพุ่งสูงสุด เพิ่มขึ้น 27% สูงถึง 120 ล้านปอนด์ สโมสรเหล่านี้ยกเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน ความเสี่ยงจากกฎการเงิน และต้นทุนดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น เพื่ออธิบายการขึ้นราคา

ทอมัส คอนคานนอน ผู้จัดการเครือข่ายพรีเมียร์ลีกของ Football Supporters’ Association (FSA) กล่าวว่า “ปัญหาเรื่องราคาตั๋วมีขนาดใหญ่ และตัวเลขเหล่านี้ไม่ยุติธรรมต่อแฟนบอล เราต้องการกฎราคาตั๋วเหย้าทั่วลีก เพื่อปกป้องแฟนและทำให้ลีกแข่งขันได้มากขึ้น สโมสรต้องนั่งคุยกับแฟนอย่างเปิดเผย”

แฟนสโมสรพรีเมียร์ลีกจ่าย 74 ปอนด์ต่อนัด รายได้ตั๋วพุ่ง แต่ฟุตบอลอังกฤษมีปัญหาการใช้จ่าย

รายงานชี้ว่า 20 สโมสรพรีเมียร์ลีกมีรายได้รวม 6.5 พันล้านปอนด์ สูงกว่าลีกอื่นในยุโรปมาก บุนเดสลีกาเยอรมนีได้ 3.4 พันล้านปอนด์ ลาลีกา สเปนใกล้เคียง เซเรีย อา 2.55 พันล้านปอนด์ และลีก 1 ฝรั่งเศส 2.2 พันล้านปอนด์ จาก 25 สโมสรที่รายได้สูงสุด 11 แห่งเป็นของอังกฤษ

สาเหตุมาจากรายได้放送และเชิงพาณิชย์ที่สูงกว่า เช่น อิปสวิช ทาวน์ที่ตกชั้นยังได้เงินทีวีมากกว่าบาร์เซโลนา แต่สโมสรพรีเมียร์ลีกไม่กำไรรวมกัน มีแค่ 5 ทีมกำไร 15 ทีมขาดทุน ขาดทุนรวมก่อนหักภาษี 559 ล้านปอนด์ เชลซีขาดทุนสูงสุดอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ยุโรป 355 ล้านปอนด์ ท็อตแนมอันดับ 3 (129 ล้าน) แอสตัน วิลลาอันดับ 5 (85 ล้าน)

คอนคานนอนเสริมว่า “สโมสรรวยคิดว่าแฟนรวยตาม แต่ไม่จริง คนจำนวนมากถูกตีกรอบออกไป ฟุตบอลอังกฤษไม่มีปัญหารายได้ แต่มีปัญหาการใช้จ่าย”

ค่าใช้จ่ายสูง оправдает лиราคาตั๋วแพงสำหรับแฟน?

FSA เปิดแคมเปญ ‘Stop Exploiting Loyalty’ ในปี 2024 เพื่อต่อต้านการเอาเปรียบความภักดีของแฟน บางสโมสรตัดส่วนลดผู้สูงอายุและขึ้นราคาต่อ สโมสรที่มีสนามใหม่หรือปรับปรุงอย่างอาร์เซนอล ลิเวอร์พูล แมนซิตี้ ท็อตแนม เพิ่มสัดส่วนตั๋ววีไอพี

คอนคานนอนบอกว่า “การจำกัดส่วนลดกระทบแฟนเก่าแก่ และบรรยากาศการเชียร์ พรีเมียร์ลีกมีกฎตั๋วแพงช่วยอุดตั๋วถูก แต่แฟนไม่รู้สึก” ข้อมูลแสดงรายได้ตั๋วรวม 20 สโมสร 920 ล้านปอนด์ เพิ่ม 90 ล้านจากปีก่อน สูงกว่าสเปนเกือบ 2 เท่า 9 สโมสรติดท็อป 25 ยุโรปด้านรายได้สนาม

แฟนพรีเมียร์ลีกไม่ได้แพงสุด พีเอสจี 121 ปอนด์ บาร์ซ่า 101 มาดริด 94 แต่ค่าเฉลี่ยลีกอื่นต่ำกว่า สโมสรพรีเมียร์ลีกมีพนักงานเต็มเวลา 11,000 คน เพิ่ม 8% ค่าใช้จ่ายดำเนินงานพุ่ง 11% เป็น 1.77 พันล้านปอนด์ ค่าเหนื่อยนักเตะ 3.1 พันล้านปอนด์คงที่

แดน พลัมลีย์ อาจารย์ด้านการเงินกีฬา มหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ฮัลแลม กล่าวว่า “ต้นทุนเพิ่มจริง แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นค่าเหนื่อยและโอนย้าย สโมสรไล่ตามรายได้เพื่อขยายงบนักเตะ ไม่ใช่กำไร พวกเขามีความภักดีจากแฟนที่หาไม่ได้ในอุตสาหกรรมอื่น มีโอกาสเอาเปรียบ”

สุดท้าย แฟนบอลควรรวมตัวเรียกร้องความโปร่งใสจากสโมสร เพื่อให้ฟุตบอลยังเป็นของแฟนตัวจริง คุณคิดยังไงกับราคาตั๋วที่พุ่งแบบนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

คดีแมนฯ ซิตี้ สร้างความเสียหายให้พรีเมียร์ลีก – เทบาส

คดีแมนฯ ซิตี้ สร้างความเสียหายให้พรีเมียร์ลีก – เทบาส ประธานลาลีกา จาเบียร์ เทบาส ได้ออกมากล่าวถึงกรณีการจัดการข้อหา 115 ข้อที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้กำลังเผชิญหน้ากับการละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกว่า สร้างความเสียหายอย่างมากต่อลีกชั้นนำของอังกฤษ

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถูกตั้งข้อหาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2023 และจนถึงตอนนี้มากกว่า 3 ปีแล้ว ยังไม่มีผลตัดสินที่ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ การพิจารณาคดีซึ่งแมนฯ ซิตี้ปฏิเสธอย่างหนักแน่น ได้เกิดขึ้นต่อหน้าคณะกรรมการอิสระระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2024 แต่ยังไม่มีกำหนดการประกาศผล แม้จะคาดการณ์ไว้ว่าจะออกมาในไตรมาสแรกของปี 2025

คดีแมนฯ ซิตี้ สร้างความเสียหายให้พรีเมียร์ลีก – เทบาส วิเคราะห์อย่างไร

ในการพูดคุยที่ Financial Times Business of Football Summit ในลอนดอน เทบาสเน้นย้ำว่าความล่าช้าไม่ใช่ปัญหาเดียว แต่เป็นสถานการณ์โดยรวมที่สร้าง ‘ความไม่แน่นอน’ ในการบังคับใช้กฎ “ไม่ใช่แค่ความล่าช้า แต่เป็นสถานการณ์ทั่วไป” เขากล่าว “เมื่อเป็นสถาบันใหญ่เช่นพรีเมียร์ลีก ที่มีกฎแฟร์เพลย์ทางการเงิน คุณต้องมีความแน่นอนทางกฎหมายในลีกและระหว่างสโมสร”

เทบาสชี้ว่าสโมสรและแฟนบอลต้องเชื่อมั่นว่าระบบยุติธรรมและเป็นกลาง ไม่ใช่การตัดสินแบบลวกๆ การที่คดีค้างคายังสร้างความไม่เชื่อมั่น ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของพรีเมียร์ลีก เทบาสซึ่งเป็นนักกฎหมายและผู้นำลาลีกาที่เข้มงวดเรื่องการเงินมานาน มองว่าปัญหานี้กระทบความน่าเชื่อถือของลีกที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ผลกระทบจากคดีแมนฯ ซิตี้ต่อพรีเมียร์ลีก

คดีนี้ครอบคลุมการละเมิดกฎ FFP ระหว่างปี 2009-2018 โดยแมนฯ ซิตี้ถูกกล่าวหาว่าปลอมข้อมูลรายรับและค่าใช้จ่าย หากถูกพิสูจน์ว่าผิด อาจถูกลงโทษหนักอย่างตัดแต้มหรือแม้กระทั่งถอนแชมป์ แต่ความล่าช้าทำให้เกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมในพรีเมียร์ลีก

ริชาร์ด มาสเตอร์ส CEO พรีเมียร์ลีก ที่ร่วมงานเดียวกัน บอกว่าไม่สามารถพูดถึงกำหนดเวลาได้ “ผมพูดไม่ได้ หลังจาก 3 ปีที่เงียบมา ผมจะไม่เริ่มตอนนี้” แต่ยอมรับว่าผู้กำกับดูแลทุกคนต้องการระบบที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่แมนฯ ซิตี้ แต่สะท้อนปัญหากว้างขึ้นในวงการฟุตบอลยุโรป ลาลีกาเองก็เคยจัดการคดีคล้ายๆ กันกับบาร์เซโลน่าอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พรีเมียร์ลีกถูกวิจารณ์ว่าล่าช้าเพราะความซับซ้อนของคดี

  • ข้อหา 115 ข้อ: รวมการปลอมข้อมูลการเงิน
  • เริ่มตั้งแต่: ก.พ. 2023
  • การไต่สวน: ก.ย.-ธ.ค. 2024
  • คาดผล: Q1 2025 แต่ยังไม่ชัดเจน

นักวิเคราะห์มองว่าคดีนี้อาจเปลี่ยนโฉมกฎ FFP ในอนาคต โดยเฉพาะหลัง PSR (Profit and Sustainability Rules) ที่เอฟเวอร์ตันและน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ถูกตัดแต้มแล้ว แต่แมนฯ ซิตี้ยังรอ

ความเห็นจากแฟนบอลและสื่อ สะท้อนความหงุดหงิดที่ลีกใหญ่สุดของโลกจัดการคดีช้า สร้างภาพลักษณ์ว่าอาจเข้าข้างทีมใหญ่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นจากลีกอื่นๆ ในยุโรป

สุดท้าย คดีแมนฯ ซิตี้ สร้างความเสียหายให้พรีเมียร์ลีก – เทบาส ชี้ถูกต้องว่าต้องรีบแก้ไขเพื่อรักษาความยุติธรรม คุณคิดว่าพรีเมียร์ลีกควรทำอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวฟุตบอลเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

อันโตนิโอเตรียมย้ายร่วมอัล-ไซลิยา หลังคุยชาร์ลตัน

อันโตนิโอเตรียมย้ายร่วมอัล-ไซลิยา หลังคุยชาร์ลตัน

มิชาอิล อันโตนิโอ กำลังจะเซ็นสัญญาระยะสั้นกับสโมสรอัล-ไซลิยา ในลีกสตาร์สของกาตาร์ ก่อนกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนร้ายแรงที่เกือบทำให้เสียชีวิต นักเตะวัย 35 ปีรายนี้เคยฝึกซ้อมกับชาร์ลตัน แอธเลติก และมีการเจรจากับทีมแชมเปี้ยนชิพทีมนี้แบบ pay-as-you-play แต่สุดท้าย อันโตนิโอเตรียมย้ายร่วมอัล-ไซลิยา หลังคุยชาร์ลตัน แล้ว โดยสัญญาจะจบสิ้นสุดฤดูกาลที่เหลืออีก 6 นัด การย้ายทีมครั้งนี้ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะมีการยืนยันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อันโตนิโอเตรียมย้ายร่วมอัล-ไซลิยา หลังคุยชาร์ลตัน

อันโตนิโอไม่ได้ลงเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการในอังกฤษตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 ที่เขาประสบอุบัติเหตุรถชนในเอสเซกซ์ ส่งผลให้ขาหักหลายจุด ก่อนหน้านั้น เขาเคยลงเล่นให้ทีมชาติจาเมกาที่โกโป คอนคาคาฟ โกลด์คัพ ในเดือนมิถุนายน แต่ถูกเวสต์แฮมปล่อยตัวก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ ล่าสุด อันโตนิโอเคยเจรจากับเบรนท์ฟอร์ด และเลสเตอร์ ซิตี้ แต่ดีลไม่สำเร็จ จอห์น มูซินโญ่ กุนซือพอร์ทสมัธ ยังเคยบอกว่าพิจารณาคว้าตัวเขาเหมือนกัน

เส้นทางฟุตบอลของอันโตนิโอหลังอุบัติเหตุ

ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีเมื่อเดือนมีนาคม อันโตนิโอเล่าว่าเขารู้สึกเหมือน “ใกล้ตาย” หลังอุบัติเหตุครั้งนั้น และมองว่าตัวเองได้รับ “โอกาสครั้งที่สองในชีวิต” การตัดสินใจ อันโตนิโอเตรียมย้ายร่วมอัล-ไซลิยา หลังคุยชาร์ลตัน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เขากลับมาลงสนามในระดับมืออาชีพอีกครั้ง ลีกกาตาร์นี้อาจเป็นเวทีที่เหมาะสมสำหรับเขาในตอนนี้ เพราะไม่กดดันมาก และช่วยฟื้นฟูฟอร์มเก่า

อัล-ไซลิยา เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในกาตาร์ สตาร์ลีก พวกเขาต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์อย่างอันโตนิโอ เพื่อช่วยทีมในช่วงท้ายฤดูกาล การย้ายครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่ยังเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าอันโตนิโอยังไหว แฟนเวสต์แฮมหลายคนคงดีใจที่เห็นอดีตดาวยิงค้อนกลับมาเตะบอลอีก

  • อันโตนิโอฝึกกับชาร์ลตัน แต่เลือกกาตาร์
  • สัญญาระยะสั้นถึงจบฤดูกาล
  • หลังอุบัติเหตุขาหักหลายจุด
  • เคยเจรจากับหลายทีมในอังกฤษ

โอกาสใหม่ในตะวันออกกลาง

หลายคนสงสัยว่าทำไมอันโตนิโอถึงเลือกอัล-ไซลิยา แทนที่จะอยู่ต่อในอังกฤษ คำตอบอาจอยู่ที่ความยืดหยุ่นของสัญญา และโอกาสลงเล่นทันที ลีกกาตาร์กำลังพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีเงินทุนมหาศาล และดึงดูดนักเตะดังจากยุโรปจำนวนมาก การย้ายของอันโตนิโออาจเปิดประตูให้สโมสรอื่นในตะวันออกกลางสนใจนักเตะวัยเก๋าแบบนี้

จากประสบการณ์กว่า 10 ปีในพรีเมียร์ลีก อันโตนิโอทำประตูให้เวสต์แฮมไป 70 ลูก ถือเป็นตำนานของสโมสร การกลับมาครั้งนี้ แฟนบอลไทยที่ชื่นชอบฟุตบอลยุโรป คงอยากติดตามว่าเขาจะทำผลงานได้อย่างไรในลีกใหม่

นี่คือโอกาสทองสำหรับอันโตนิโอที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง คุณคิดว่าเขาจะกลับมาแจ้งเกิดในกาตาร์ได้ไหม? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลย้ายทีมอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

วัน St Totteringham คืออะไร และเมื่อไหร่?

วัน St Totteringham คืออะไร และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่?

วัน St Totteringham คือวันเฉลิมฉลองไม่เป็นทางการที่แฟน อาร์เซนอล รอคอย! มันคือวันที่ “ปืนใหญ่” รับประกันว่าจะจบอันดับสูงกว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในตารางพรีเมียร์ลีก แฟนๆ จะได้โล่งใจและปาร์ตี้กันอย่างเมามันส์

วัน St Totteringham คืออะไร

วัน St Totteringham คืออะไร? คำตอบง่ายๆ คือ มันคือชื่อเรียกเล่นๆ ที่แฟนอาร์เซนอลตั้งขึ้นเพื่อเยาะเย้ยคู่ปรับร่วมเมืองอย่างสเปอร์ส ชื่อนี้มาจากการรวมคำว่า “Saint Tottenham” กับ “Totteringham” ซึ่งหมายถึงการที่ท็อตแน่มล้มเหลวในการแซงอาร์เซนอล มันเริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่ต้นยุค 2000 จากแฟนเว็บ Arseweb ชื่อ Julian Shulman และดังขึ้นในช่วงที่อาร์เซนอลจบเหนือสเปอร์สติดต่อกัน 21 ฤดูกาล (1995-2016)

บางคนเรียกมันว่า St Totteridge หรือ St Hotspurs Day บนโซเชียลมีเดียด้วยซ้ำ ในโปรแกรมการแข่งขันของอาร์เซนอลเองก็เคยพูดถึงตั้งแต่ปี 2008 เลยทีเดียว

ประวัติศาสตร์วัน St Totteringham

วัน St Totteringham ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อ 9 มีนาคม 2008 สมัยอาร์แซน เวนเกอร์ นำทีมจบเหนือสเปอร์สถึง 37 คะแนน! น่าทึ่งใช่มั้ย? ปีนี้ อาจจะกลายเป็นสถิติใหม่ได้เลย

วัน St Totteringham จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ในฤดูกาลนี้?

ฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนี้ อาร์เซนอล มีโอกาสล็อกวัน St Totteringham ได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม! ถ้าท็อตแน่มเสมอหรือแพ้ฟูลแฮม สเปอร์สจะได้คะแนนสูงสุดแค่ 62 แต้ม แม้อาร์เซนอลจะแพ้เชลซีก็ไม่เป็นไร

แต่ถ้าสเปอร์สชนะฟูลแฮม และอาร์เซนอลชนะเชลซีที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทีมของมิเกล อาร์เตต้าจะได้วัน St Totteringham ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ทันที! ตอนนี้เหลืออีก 10 นัด อาร์เซนอลนำสเปอร์สเยอะมากแล้ว

นี่คือการคำนวณแบบคณิตศาสตร์ชัดๆ: สเปอร์สเหลือ 11 นัด ถ้าชนะหมดได้ 62 คะแนน แต่ถ้าอาร์เซนอลดูแลตัวเองดีๆ ก็จบเหนือแน่นอน

ทำไมแฟนอาร์เซนอลรักวันนี้ขนาดนี้?

สำหรับแฟนปืนโต North London Derby คือสงครามศักดิ์สิทธิ์ การจบเหนือสเปอร์สทุกปีคือความสุขสุดขีด โดยเฉพาะหลังจากช่วงที่สเปอร์สเคยแซงไปบ้างในยุคหลัง 2016 แต่เดี๋ยวนี้ปืนใหญ่กลับมาครองแชมป์ North London ได้อีกครั้ง

  • อาร์เซนอลนำตารางพรีเมียร์ลีกตอนนี้
  • ฟอร์มร้อนแรง ชนะต่อเนื่อง
  • สเปอร์สต้องลุ้นหนักกับโค้ช Igor Tudor

นอกจากนี้ มันยังเป็นสัญลักษณ์ของความเหนือกว่าในย่าน North London ที่แฟนๆ ชอบโพสต์มีมเยาะเย้ยกันบนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ St Totteringham’s Day

ชื่อนี้ไม่ใช่แค่วันเฉลิมฉลอง แต่เป็นวัฒนธรรมแฟนบอลอังกฤษแท้ๆ ที่ผสมฮิวเมอร์กับการแข่งขันดุเดือด ถ้าคุณเป็นแฟนอาร์เซนอล อย่าลืมเช็คผลการแข่งขันวันที่ 1 มีนาคม จะได้ฉลองกันยาวๆ

ในขณะที่แฟนสเปอร์สอาจจะเกลียดวันนี้ แต่สำหรับปืนโต มันคือวันที่สมบูรณ์แบบ!

คุณคิดว่าฤดูกาลนี้จะได้วัน St Totteringham เมื่อไหร่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือส่งคำถามมาให้เราผ่านฟอร์มติดต่อได้เลย สนุกกับพรีเมียร์ลีกต่อไป!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

จีนถอด 5 พลเอก ออกจากสภานิติบัญญัติ ก่อนเริ่มประชุม 2 สภา

จีนถอด 5 พลเอก ออกจากสภานิติบัญญัติ ก่อนเริ่มประชุม 2 สภาสัปดาห์หน้า เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองและการทหารของจีน สะท้อนถึงการปราบปรามคอร์รัปชันที่เข้มข้นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

จีนถอด 5 พลเอก ออกจากสภานิติบัญญัติ ก่อนเริ่มประชุม 2 สภาสัปดาห์หน้า

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติของจีนได้สั่งถอดถอนรายชื่อนายทหารระดับสูงจากกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA) จำนวน 5 นาย ออกจากการเป็นสมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติสูงสุดของจีน การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงสัปดาห์เดียวก่อนที่การประชุมสองสภา (Two Sessions) จะเริ่มต้นในวันที่ 4 มีนาคม 2568

นายทหารทั้ง 5 รายที่ถูกถอดถอน ได้แก่:

  • พลเอก หลี่ เฉียวหมิง (Li Qiaoming) ผู้บัญชาการกองทัพบก
  • พลเอก เสิ่น จินหลง (Shen Jinlong) อดีตผู้บัญชาการกองทัพเรือ
  • พลเรือเอก ฉิง เซิงเซียง (Qing Shengxiang) กรรมาธิการการเมืองของกองทัพเรือ
  • พลอากาศเอก อวี๋ จงฝู (Yu Zhongfu) กรรมาธิการการเมืองของกองทัพอากาศ
  • พลเอก หลี่ เว่ย (Li Wei) กรรมาธิการการเมืองของกองกำลังสนับสนุนข้อมูลข่าวสาร

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีนายทหารระดับพลโท 1 นาย และพลตรี 3 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับมณฑล เช่น นาย ซุน เส้าเฉิง (Sun Shaocheng) อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ที่ถูกปลดในครั้งนี้ด้วย

สาเหตุเบื้องหลังการถอดถอนนายทหารระดับสูง

การถอดถอนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญปราบปรามคอร์รัปชันในกองทัพที่กำลังเข้มข้นขึ้น ล่าสุดมีการสอบสวนนายพล จาง โย่วเซี่ย (Zhang Youxia) รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ในข้อหา “ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง” ซึ่งเป็นวลีที่จีนใช้แทนการทุจริต นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมจีนยังประกาศสอบสวนพลเอก หลิว เจิ้นหลี่ (Liu Zhenli) เสนาธิการกรมเสนาธิการร่วม ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

หนังสือพิมพ์ South China Morning Post (SCMP) รายงานเพิ่มเติมว่าการเคลื่อนไหวนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความสะอาดกองทัพก่อนการประชุมสองสภา ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการประกาศนโยบายหลักในด้านการทหาร เศรษฐกิจ การค้า และการทูตของจีน

การประชุมสองสภาประกอบด้วยสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) และคณะกรรมการ协商ประชุมทางการเมืองแห่งชาติของพรรคประชาชนจีน (CPPCC) ถือเป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกจับตา เพราะจะมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจ GDP เป้าหมาย และแผนปฏิบัติการสำคัญ

ผลกระทบต่อการเมืองและกองทัพจีน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจเบ็ดเสร็จของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการควบคุมกองทัพ ซึ่งเป็นเสาหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน การปราบปรามคอร์รัปชันครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับความท้าทายด้านความมั่นคง เช่น ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้และไต้หวัน

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ นี่อาจเป็นสัญญาณว่าจีนกำลังปรับโครงสร้างกองทัพให้โปร่งใสยิ่งขึ้น เพื่อรองรับเป้าหมายการเป็นมหาอำนาจทหารชั้นนำภายในปี 2049

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? มันจะส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศของจีนอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – จีนถอด 5 พลเอก ออกจากสภานิติบัญญัติ ก่อนเริ่มประชุม 2 สภาสัปดาห์หน้า

โรนัลโด้เป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย

โรนัลโด้เป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย

โดย Lorraine McKenna จาก BBC Sport | เผยแพร่เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว

คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้กลายเป็น โรนัลโด้เป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย ทีมในลีกรองสเปน (เซกุนด้า ดิวิชั่น) หลังเข้าซื้อหุ้น 25% ในสโมสรนี้

ดาวยิงวัย 41 ปี จากทีมอัล-นัสร ในลีกซาอุฯ ได้ซื้อหุ้นผ่านบริษัท CR7 Sports Investments ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ สโมสรอัลเมเรียเป็นของกลุ่มนักลงทุนซาอุฯ นำโดยโมฮัมเหม็ด อัล-เคเรจิ

แม้รายละเอียดทางการเงินยังไม่เปิดเผย แต่ โรนัลโด้ กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาตื่นเต้นที่จะทำงานร่วมกับทีมบริหาร “เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไปของสโมสร”

ทีมชาติโปรตุเกสคนนี้ยังเสริมว่า “นี่คือความฝันเก่าแก่ของผม ที่จะมีส่วนร่วมกับฟุตบอลนอกสนาม UD อัลเมเรีย เป็นสโมสรสเปนที่มีรากฐานมั่นคงและศักยภาพในการเติบโตที่ชัดเจน”

โรนัลโด้เป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย: แผนการลงทุนและอนาคต

ประธานสโมสร อัล-เคเรจิ กล่าวชื่นชม โรนัลโด้ ว่า “เขาเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เขาเข้าใจลีกสเปนดี และรู้ศักยภาพของสิ่งที่เรากำลังสร้าง ทั้งทีมชุดใหญ่และอะคาเดมี่เยาวชน”

เมื่อปีที่แล้ว กลุ่ม SMC ของอัล-เคเรจิ เข้าซื้ออัลเมเรียจากตูร์กิ อัล-ชีค ประธานหน่วยงานบันเทิงรัฐบาลซาอุฯ

โรนัลโด้ เคยโลดแล่นในสเปน 9 ปีกับเรอัล มาดริด คว้าแลลีกา 2 สมัย และแชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย ก่อนย้ายไปยูเวนตุสในปี 2018 ปัจจุบันเล่นกับอัล-นัสร ตั้งแต่ปี 2022 และเป็นนักเตะที่ได้เงินเดือนสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ราว 177 ล้านปอนด์ต่อปี

อัลเมเรีย ก่อตั้งปี 1989 ปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ในเซกุนด้า ห่างจ่าฝูงเรอัล ราซิง 2 แต้ม เหลือ 15 นัด

ประวัติศาสตร์และความสำเร็จของอัลเมเรีย

ทีมอัลเมเรีย มีประวัติศาสตร์น่าจดจำ โดยเคยขึ้นสู่ลาลีกาในปี 2007-2015 และ 2022 แต่ตกลงมาอีกครั้ง การเข้ามาของโรนัลโด้ คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพทั้งในและนอกสนาม ด้วยชื่อเสียงและเครือข่ายของเขา

การลงทุนนี้สะท้อนเทรนด์นักเตะดังหันมาลงทุนในสโมสร เช่น ไรอัน กิ๊กส์ หรือเดวิด เบ็คแฮม นักฟุตบอลยุคใหม่มองหาโอกาสสร้างมรดกยั่งยืน

  • โรนัลโด้รู้จักสเปนดีจากเรอัล มาดริด
  • อัลเมเรียมีอะคาเดมี่เยาวชนคุณภาพ
  • กลุ่มทุนซาอุฯ หนุนหลังมั่นคง

แฟนบอลทั่วโลกจับตาว่า การเป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย จะช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นลาลีกาได้หรือไม่ โดยเฉพาะกับประสบการณ์ของ CR7

ผลกระทบต่อฟุตบอลสเปนและซาอุฯ

ดีลนี้เชื่อมโยงระหว่างลีกซาอุฯ และสเปน หลังโรนัลโด้ย้ายไปซาอุฯ อาจนำนักเตะใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีอะคาเดมี่มาช่วยอัลเมเรีย

นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขยายอิทธิพลซาอุฯ ในฟุตบอลยุโรป เหมือนที่ Newcastle United

ติดตามพัฒนาการของ โรนัลโด้เป็นเจ้าของร่วมทีมอัลเมเรีย ได้ที่นี่ คุณคิดว่าทีมจะเลื่อนชั้นฤดูกาลนี้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์!

คำถามถึงผู้อ่าน: โรนัลโด้จะช่วยอัลเมเรียคว้าแชมป์เซกุนด้าได้หรือไม่? คอมเมนต์บอกเราสิ!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

นาฬิกาเดินติ๊กต็อก พรีเมียร์ลีก EFL

นาฬิกาเดินติ๊กต็อก พรีเมียร์ลีก EFL กำลังเผชิญวิกฤตการเงินที่รุนแรง โดยประธาน Independent Football Regulator (IFR) เตือนว่าทั้งสองลีกต้องเร่งหาข้อตกลงใหม่ มิเช่นนั้นหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้าแทรกแซง

การเจรจาระหว่างพรีเมียร์ลีกและ English Football League (EFL) เกี่ยวกับการสนับสนุนทางการเงินให้กับโครงสร้างฟุตบอลทั้งระบบกำลังยืดเยื้อ โดยรวมถึงประเด็น parachute payments ที่เป็นเงินช่วยเหลือทีมตกชั้น และ solidarity payments ที่จ่ายให้สโมสร EFL สองครั้งต่อฤดูกาล

ข้อตกลงปี 2019 หมดอายุแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายยังหาข้อสรุปไม่ได้ การเจรจาในปี 2023 และ 2025 ล้มเหลว David Kogan ประธาน IFR กล่าวในงาน Financial Times Business of Football Summit ว่าหากไม่บรรลุข้อตกลง IFR จะเข้าแทรกแซง ซึ่งจะถือเป็น ‘ความล้มเหลวครั้งใหญ่ของฟุตบอล’

“สถานการณ์นี้สร้างความหยุดนิ่งในการหาข้อตกลงใหม่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อกีฬา” Kogan กล่าว “ทุกฝ่ายควรรวมพลังเพื่อให้ pyramid ฟุตบอลรอดพ้น เราต้องยุติความไม่แน่นอนนี้เดี๋ยวนี้”

IFR สามารถเข้าแทรกแซงได้ หากจำเป็น โดยพิจารณากลไก parachute payments ปัจจุบัน เพื่อความยั่งยืนของลีก Kogan หวังว่าข้อความนี้จะกระตุ้นให้เจรจาต่อ “นาฬิกาเดินติ๊กต็อก พรีเมียร์ลีก EFL ต้องรีบหาทางออก”

นาฬิกาเดินติ๊กต็อก พรีเมียร์ลีก EFL: ความเหลื่อมล้ำทางการเงิน

Rick Parry ประธาน EFL ยอมรับว่าต้องการข้อตกลง แต่ระบบปัจจุบันทำให้สโมสรแชมเปี้ยนชิพซื้อ ‘ลอตเตอรี่ราคาแพงที่สุดในโลก’ เพื่อเลื่อนชั้น “เราต้องการให้สโมสรขึ้นลงตามผลงาน แต่ไม่ใช่ล้มละลาย”

ในปี 1992-93 ช่องว่างรายได้ระหว่างพรีเมียร์ลีกและ EFL คือ 11 ล้านปอนด์ ปัจจุบันพุ่งถึง 3.4 พันล้านปอนด์ รายได้พรีเมียร์ลีกโต 80 เท่า EFL โตแค่ 6 เท่า สโมสร EFL ขาดทุนเฉลี่ย 17 ล้านปอนด์หนี้สิน 1.5 พันล้านปอนด์ ค่าเหนื่อยเกินรายได้บ่อยครั้ง Parachute payments จึงเป็นปัญหาหลัก

บทบาท IFR กับ Sheffield Wednesday

Kogan ชี้ว่า หาก IFR มีมาตั้ง 3 ปีก่อน Sheffield Wednesday คงไม่ล้มละลาย สโมสรเก่าแก่ผู้ก่อตั้งพรีเมียร์ลีก อยู่ในโหมด administration ตั้งตุลาคม และดีลเทคโอเวอร์ล้มเหลวเมื่อวันพุธ

“นี่คือเหตุผลที่เราต้องมี regulator เพื่อตรวจสอบการเงินสโมสรตั้งแต่เนิ่นๆ หากมี IFR ตั้งแต่ 3 ปีก่อน เราจะป้องกันได้”

นอกจากนี้ นาฬิกาเดินติ๊กต็อก พรีเมียร์ลีก EFL ยังกระทบแฟนบอลและอนาคตฟุตบอลอังกฤษ การแก้ปัญหานี้จะช่วยให้ลีกยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความตื่นเต้นในการแข่งขัน

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:

ในมุมมองของผม นี่คือโอกาสให้ฟุตบอลอังกฤษปฏิรูประบบใหม่ ลด parachute payments และแบ่งรายได้อย่างยุติธรรม เพื่อให้ทุกสโมสรมีโอกาส คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สวัสดีครับทุกท่านที่สนใจเรื่องการเมืองและประชาธิปไตยไทย! วันนี้เรามีข่าวสำคัญมาอัปเดตกัน เมื่อ กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ แสดงถึงการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ครับ ถึงแม้ตัวเลขนี้จะยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องเลือกตั้งใหม่หรือนับคะแนนใหม่ แต่ก็ถือว่าสูงมากแล้วนะ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42%

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกประกาศข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 21.48 น. โดยแยกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งผู้มีสิทธิทั้งหมดมีจำนวน 52,933,610 คนทั่วประเทศ ยอดผู้มาใช้สิทธิอยู่ที่ 37,807,781 คน คิดเป็นร้อยละ 71.42% ถือเป็นอัตราการมีส่วนร่วมที่สูง สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนในยุคนี้เลยครับ

กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. สำหรับการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

มาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกเลยครับ สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,781 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 35,030,601 ใบ (92.65%)
  • บัตรเสีย: 1,669,006 ใบ (4.41%)
  • บัตรไม่เลือกบัญชีรายชื่อพรรคใด: 1,108,051 ใบ (2.93%)

เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นบัตรดีเกือบ 93% แสดงถึงความเข้าใจในการลงคะแนนของผู้มาใช้สิทธิครับ

รายละเอียดการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ส่วนแบบแบ่งเขตนั้น ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิใกล้เคียงกันมาก:

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง: 52,933,610 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ: 37,807,778 คน (71.42%)
  • บัตรดี: 34,862,178 ใบ (92.21%)
  • บัตรเสีย: 1,337,396 ใบ (3.54%)
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครใด: 1,608,174 ใบ (4.25%)

ที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 2 แบบไม่เท่ากันเล็กน้อย เพราะบัตรจากนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักรบางซองยังไม่ครบทั้ง 2 ใบ กกต. ชี้แจงชัดเจนแล้วครับ

หมายเหตุสำคัญจากกกต. และข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลนี้ ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 ยังไม่รวมพื้นที่ที่ต้องนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะอัปเดตเพิ่มเติม รายละเอียดต่อจังหวัดจะเผยแพร่หลังจากดำเนินการครบถ้วน สิ่งนี้แสดงถึงความโปร่งใสของกกต. ในการรายงานผลครับ

ถอยหลังมองภาพรวม การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าประชาชนมาใช้สิทธิสูงเมื่อเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค แม้จะมีอุปสรรคอย่าง天气หรือการเดินทาง แต่ 71.42% คือตัวเลขที่พูดได้ถึงความสำคัญของสิทธิเลือกตั้ง บัตรเสียในแบบเขตต่ำกว่าแบบบัญชี แสดงว่าประชาชนมั่นใจในผู้สมัครท้องถิ่นมากกว่า? หรือเพราะแบบเขตเข้าใจง่ายกว่า บัตรไม่เลือกก็มีไม่น้อย โดยเฉพาะแบบเขต 4.25% อาจสะท้อนการไม่พอใจตัวเลือก

สำหรับผู้ที่สนใจวิเคราะห์ลึก กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการติดตามผลการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งจะนำไปสู่รัฐบาลใหม่ที่มั่นคง ในอนาคต กกต. อาจปรับปรุงระบบบัตรนอกเขตให้ดีขึ้นเพื่อลดปัญหาไม่ครบซอง

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่ายอดนี้เป็นสัญญาณบวกต่อประชาธิปไตยไทย แม้จะไม่ถึง 80% แต่ก็สูงพอให้เราเชื่อมั่นในกระบวนการ คุณล่ะครับ คิดว่ายอดนี้ดีพอไหม? มาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลย หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจการเมืองนะครับ!

ที่มา – กกต. สรุปยอด 8 ก.พ. ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.42% ยังไม่รวมเลือกตั้งใหม่-นับคะแนนใหม่