วัน: 26 กุมภาพันธ์ 2026

หญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัส

เกิดเหตุสลดใจกลางห้างสรรพสินค้าดังในจังหวัดปทุมธานี เมื่อหญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัส ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักช้อปและพนักงานในห้าง

หญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัส

รายละเอียดของเหตุการณ์หญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัสเริ่มต้นจากเมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.ท.จักรินทร์ นาใจแก้ว รอง สว.สอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งเหตุคนพลัดตกจากชั้นสูงของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่คูคต จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวรีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นใต้ดิน (ชั้น B) ข้างบันไดเลื่อนใกล้ร้านกาแฟที่ปิดกิจการไปแล้ว เจ้าหน้าที่พบร่างของนางสาวอัชลี อายุ 45 ปี นอนตะแคงขวาอยู่กับพื้น สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกแขนยาวสีดำขาวและกางเกงยีนส์ขายาว ร่างกายมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ ขาขวาผิดรูป หมดสติและหายใจรวยริน จากการตรวจสอบพบว่าร่างของเธอหลุดจากชั้น 5 ลอยกระแทกเก้าอี้โซฟาในร้านกาแฟก่อนที่จะกระแทกพื้นไม้จนพื้นไม้แตกเป็นรูโบ๋

การปฐมพยาบาลฉุกเฉินหลังหญิงวัย 45 พลัดตก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งไม่รอช้า รีบเข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยใช้เทคนิค CPR เพื่อช่วยพยุงชีพจร ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลแพทย์รังสิตอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันอาการของนางสาวอัชลียังคงสาหัส แพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด

สาเหตุเบื้องต้นจากอาการซึมเศร้า

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้บาดเจ็บมีประวัติรักษาอาการซึมเศร้าที่โรงพยาบาล โดยมากับสามีเพื่อรอตรวจรักษา ระหว่างนั้นเธอขอตัวเข้าห้องน้ำ แต่กลับหลบหนีออกมามุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าดังกล่าว จากนั้นจึงกระโดดลงจากชั้น 5 ลงสู่ชั้นใต้ดิน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคซึมเศร้าที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจสุดโต่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

  • ประวัติผู้บาดเจ็บ: รักษาซึมเศร้าต่อเนื่อง
  • พฤติกรรมก่อนเกิดเหตุ: หลบหนีจากโรงพยาบาล
  • จุดเกิดเหตุ: ชั้น 5 ห้างดัง จ.ปทุมธานี
  • อาการบาดเจ็บ: ศีรษะแตก ขาผิดรูป หมดสติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต กำลังติดต่อญาติและสามีเพื่อสอบสวนเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นยังไม่สรุปสาเหตุชัดเจน แต่คาดว่าปัจจัยทางจิตใจเป็นส่วนสำคัญ

บทเรียนจากเหตุการณ์พลัดตกในห้างสรรพสินค้า

เหตุหญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัสนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการป้องกันอุบัติเหตุในสถานที่สาธารณะ เช่น การติดตั้งตาข่ายกันตกที่ชั้นสูง หรือเพิ่มกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงปัญหาสุขภาพจิตที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในสังคมไทย

สำหรับประชาชน หากพบผู้มีอาการซึมเศร้า ควรให้กำลังใจและพาไปพบจิตแพทย์ทันที อย่าปล่อยให้สายเกินแก้ ในยุคที่ห้างสรรพสินค้ามีผู้คนพลุกพล่าน การเฝ้าระวังจึงสำคัญยิ่ง

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าเราทุกคนมีส่วนช่วยเหลือสังคมได้ หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีสัญญาณอันตราย โปรดติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทันที เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

ที่มา – หญิงวัย 45 พลัดตกจากชั้น 5 ภายในห้างดัง จ.ปทุมธานี อาการสาหัส

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ในแวดวงการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยดราม่าร้อน ๆ ล่าสุดมีประเด็นที่น่าสนใจ เมื่อ“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีชุดใหม่กันยกใหญ่ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้มันคืออะไร และทำไมถึงไม่มีปัญหาอย่างที่หลายคนกังวล

“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล ในประเด็นที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยถูกกล่าวหาว่าแต่งตั้งโดยมิชอบ

นายบวรศักดิ์ ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาแล้ว เพราะปัจจุบัน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามไว้เฉพาะขณะดำรงตำแหน่ง พอพ้นตำแหน่งแล้วก็ถือว่าจบ ไม่มีอะไรติดค้าง

กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ ครม. ชุดใหม่

นอกจากนี้ นายบวรศักดิ์ ยังพูดถึงกระบวนการตรวจสอบคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ที่กำลังจะมาว่า ยังไม่มีการปรึกษากันเรื่องนี้ แต่เป็นหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่จะส่งรายชื่อผู้เสนอตัวเข้ารับการตรวจสอบ โดยขยายไปยังหน่วยงานมากกว่า 9 แห่ง เช่น

  • ศาลยุติธรรม
  • ศาลปกครอง
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • กองบัญชาการตำรวจสันติบาล
  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
  • และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เขาย้ำว่า ถ้ามีลักษณะต้องห้ามชัดเจน ไม่ใช่แค่สุ่มเสี่ยง ก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ แต่คำว่าสุ่มเสี่ยงต้องชี้แจงให้ชัดเจนก่อน

กรณีศึกษา ร.อ.ธรรมนัส และบทเรียนการเมือง

ย้อนกลับไป กรณี ร.อ.ธรรมนัส เคยมีประเด็นร้อนเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. จากคดีเก่าที่ต่างประเทศ แต่สุดท้ายได้เข้ามารับตำแหน่ง รมต. จนกระทั่งพ้นไป ล่าสุดนายบวรศักดิ์ ยืนยันว่า ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งแล้ว ดังนั้นการร้องเรียนต่อนายกฯ อนุทิน ก็ไม่กระทบอะไร

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงคดีวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ศาลเห็นว่าการกระทำขณะเป็น รมต. ไม่ใช่การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม (สามารถอ่านคำวินิจฉัยฉบับเต็มได้)

ส่วนเรื่องนายบวรศักดิ์ เอง ยังไม่ถูกทาบทามให้กลับมานั่งรองนายกฯ อีกสมัย โดยบอกว่า "ยัง ๆ" และยังไม่สมมติอะไร เพราะรายชื่อยังไม่ได้รับรองทั้งหมด สื่อมวลชนเป็นคนตั้งเรื่องเอง

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของระบบการเมืองไทย ที่การตรวจสอบต้องเข้มงวด แต่ก็ต้องเคารพหลักกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่กำหนดกรอบชัดเจน หากเราต้องการการเมืองที่โปร่งใส ทุกฝ่ายต้องยึดหลักนี้

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองไทยควรมีกลไกตรวจสอบที่รวดเร็วและโปร่งใสมากขึ้น เพื่อลดดราม่าแบบนี้ และให้ประชาชนมั่นใจในผู้นำ อย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคิดอย่างไรกับประเด็น“บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

ที่มา – “บวรศักดิ์” ชี้ ไม่มีปัญหา “อนุทิน” ถูกร้องตั้ง “ธรรมนัส” มิชอบ เหตุพ้น รมต. แล้ว

การล่วงละเมิดน่าเกลียดกระทบนักเตะ – เคน เวลส์

การล่วงละเมิดน่าเกลียดกระทบนักเตะ – เคน เวลส์

นักฟุตบอลทีมชาติเวลส์ ฮันนาห์ เคน ดาวยิงของเลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า การล่วงละเมิดน่าเกลียด บนโซเชียลมีเดียกำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพจิตของนักฟุตบอลหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เธอต้องเผชิญกับข้อความโจมตีหลังจบการแข่งขันเกือบทุกระดับ

เคน วัย 27 ปี กำลังเตรียมตัวกับทีมชาติเวลส์สำหรับนัดเปิดสนามรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกหญิงนัดแรกกับสาธารณรัฐเช็กในวันอังคารนี้ ก่อนหน้านี้ในฤดูกาลนี้ เธอโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “พอได้แล้ว” หลังจากถูกคนที่ “ซ่อนตัวหลังคีย์บอร์ด” ล่วงละเมิด

“ตลอดหลายปีที่ฟุตบอลหญิงเติบโตขึ้น มันเปิดโอกาสให้คนแสดงความเห็นได้มากขึ้น” เคนกล่าว “แต่โชคร้ายที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นที่ที่คนพูดอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะดี ร้าย หรือน่าเกลียด และบางครั้งน่าเกลียดนั้นน่าเกลียดจริงๆ”

การล่วงละเมิดน่าเกลียดกระทบนักเตะ – เคน เวลส์

เคนย้ายจากเอฟเวอร์ตันมาร่วมเลสเตอร์ตั้งแต่ปี 2020 และทีมจิ้งจอกสยามกำลังอยู่ในฤดูกาลที่ยากลำบาก โดยอยู่อันดับสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกหญิง (WSL) เธอโพสต์เรื่องการล่วงละเมิดในเดือนพฤศจิกายน หลังทีมแพ้เละให้ไบรท์ตันและอาร์เซนอล

“ช่วงนั้นทีมเราไม่ได้เล่นแย่ และตัวผมเองก็ไม่ได้แย่ แต่คนบางกลุ่มส่งข้อความล่วงละเมิดหลังเกือบทุกนัด จนถึงจุดที่คิดว่าไม่โอเคแล้ว” เคนเล่า “ไม่ว่าจะทำอะไรในสนาม มันก็กระทบคุณในที่สุด คุณเริ่มสงสัยว่าพวกเขาพูดถูกไหม แม้จะรู้ว่าผิด แต่ถ้ามันมากเกินไป คุณต้องออกมาพูด”

เคนเชื่อว่าคนมักลืมว่านักฟุตบอลคือมนุษย์จริงๆ การล่วงละเมิดไม่เพียงกระทบชีวิตในสนาม แต่ยังรวมถึงครอบครัวด้วย เธอจึงใช้แพลตฟอร์มของตัวเองเพื่อหยุดยั้งปัญหานี้ “เมื่อคุณพูด คนพวกนั้นลบคอมเมนต์ลบออก แต่ถ้าผมช่วยให้คนคิดก่อนโพสต์ได้แม้แต่นิดเดียว ผมก็ยินดี”

“บางครั้งต้องรับทั้งดีและร้าย เข้าใจว่าคนหลงไปกับอารมณ์ แต่เป็นการเตือนว่ามันกระทบสุขภาพจิตจริงจัง”

ผลกระทบต่อสุขภาพจิตจากโซเชียลมีเดีย

  • ข้อความล่วงละเมิดหลังทุกนัด ส่งผลให้เกิดความสงสัยในตัวเอง
  • กระทบชีวิตนอกสนามและครอบครัว
  • นักฟุตบอลหญิงเผชิญมากขึ้นตามการเติบโตของกีฬา

เคนกลับมาลุยทีมชาติหลังช่วยทีมของไรอัน วิลกินสัน ทุบสถิติแพ้ 12 นัดติด ด้วยชัยชนะ 3-2 เหนือสวิตเซอร์แลนด์ในเดือนธันวาคม เธอทำประตูสวยในนัดนั้น และน่าจะเป็นตัวหลักในการลุยคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งแรกของเวลส์

นัดกับเช็กเป็นจุดเริ่มยุคใหม่ เนื่องจากเจส ฟิชล็อค ดาวดังที่สุดของเวลส์เกษียณจากทีมชาติเมื่อตุลาคมที่แล้ว ปัจจุบันเธอเป็นผู้ช่วยโค้ชด้านเทคนิคให้วิลกินสัน เคนเล่าว่าฟิชล็อคได้รับเสียงปรบมือตอนคุมซ้อม passing เมื่อสัปดาห์ก่อน “แปลกที่เห็นเธอใส่ชุดสีอื่น แต่เธอชอบโค้ชบนสนามอยู่แล้ว”

เวลส์เจ้าภาพมอนเตเนโกรในนัดสองวันที่ 7 มีนาคม และมุ่งเป้าอันดับ 1 ในกลุ่ม B1 เพื่อทางลัดเพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2027 ที่บราซิล เคนที่ไปยูโร 2025 กล่าวว่า “การไปฟุตบอลโลกจะน่าทึ่งสุดๆ หลังยูโรปีที่แล้วสุดยอดแล้ว ต่อไปคือบราซิล ทำไมจะไม่ได้?”

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้ชี้ให้เห็นปัญหาการล่วงละเมิดออนไลน์ที่กำลังคุกคามกีฬาฟุตบอลหญิง ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็ว หากคุณเป็นนักกีฬาหรือแฟนบอลที่เคยเจอปัญหานี้ ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อช่วยกันสร้างชุมชนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น สนับสนุนนักฟุตบอลด้วยกำลังใจบวกดีกว่า!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สุชาติ ส่งทนายแจ้งความ รักชนก หมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพ์ จ่อ 50 ล้าน

สุชาติ ส่งทนายแจ้งความ รักชนก หมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพ์ กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายทนายความยื่นแจ้งความดำเนินคดีกับนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์ รักชนก” ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สุชาติ ส่งทนายแจ้งความ รักชนก หมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยนายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม ทนายความหัวหน้าทีมกฎหมายของนายสุชาติ ได้นำหลักฐานโพสต์เฟซบุ๊กจากบัญชีส่วนตัวของน.ส.รักชนก ซึ่งตั้งค่าเป็นสาธารณะให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้อความในโพสต์ดังกล่าวทำนองว่า “ก็ดีจะได้เรียกได้เต็มปากว่า ไอ้รัฐมนตรีที่มาจากการโกงเลือกตั้ง” และยังมีคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า “คนเฮ้งซวย” ซึ่ง “เฮ้ง” คือชื่อเล่นของนายสุชาติ โพสต์นี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติวินิจฉัยไม่นับคะแนนใหม่ในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 1 จังหวัดชลบุรี

รายละเอียดข้อความหมิ่นประมาทที่จุดชนวน

ทนายความระบุว่า แม้น.ส.รักชนกจะแก้ไขคอมเมนต์ “คนเฮ้งซวย” ออกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากนายสุชาติและทีมงานได้เห็นข้อความดังกล่าว และถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ นอกจากนี้ โพสต์หลักยังกล่าวหานายสุชาติว่ามาจากการโกงเลือกตั้ง ซึ่งขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่กกต.รับรองผลการเลือกตั้งและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยไม่มีหลักฐานทุจริตใดๆ

ก่อนหน้านี้ นายสุชาติอดทนกับคำวิจารณ์มากมาย โดยทีมกฎหมายมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเพื่อให้การเลือกตั้งผ่านพ้นไป แต่ครั้งนี้ถือว่าส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์อย่างรุนแรง จึงต้องดำเนินคดีเพื่อปกป้องเกียรติศักดิ์ศรี

ขั้นตอนทางกฎหมายและค่าเสียหาย 50 ล้าน

หลังแจ้งความอาญาแล้ว ทีมทนายจะยื่นฟ้องศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ในคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายสูงถึง 50 ล้านบาทในสัปดาห์หน้า นายณัฐวุฒิ ยืนยันว่าไม่ใช่การ “ฟ้องปิดปาก” แต่เป็นการตอบโต้ที่เหมาะสม หากมีการโพสต์ซ้ำ จะดำเนินคดีหลายกระทง ส่วนประชาชนที่แชร์หรือคอมเมนต์หมิ่นประมาท จะรวบรวมหลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม

  • ข้อหาหลัก: หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326
  • ข้อหาเสริม: พ.ร.บ.คอมพ์ มาตรา 14 ฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนให้ผู้อื่น
  • ผลกระทบ: ส่งผลต่อชื่อเสียงและตำแหน่งหน้าที่การเมือง
  • แผนต่อไป: ฟ้องแพ่ง 50 ล้านบาท เพื่อชดเชยความเสียหาย

กรณีสุชาติ ส่งทนายแจ้งความ รักชนก หมิ่นประมาท พ.ร.บ.คอมพ์ นี้ สะท้อนปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียในวงการเมืองไทยที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การแสดงความเห็นต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง มิเช่นนั้นอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางอาญาและแพ่ง นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้นักการเมืองทุกฝ่ายระมัดระวังคำพูด โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลแพร่กระจายรวดเร็ว

จากประสบการณ์คดีคล้ายๆ กันในอดีต เช่น คดีหมิ่นประมาทนักการเมืองผ่านเฟซบุ๊ก มักจบลงด้วยการไกล่เกลี่ยหรือศาลสั่งชดใช้ค่าเสียหายจำนวนมาก ครั้งนี้คาดว่าจะเป็นคดีตัวอย่างที่สำคัญ

คุณคิดอย่างไรกับกรณีนี้? การแจ้งความปกป้องเกียรติถือว่าจำเป็นหรือเป็นการปิดปากฝ่ายตรงข้าม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!

ที่มา – “สุชาติ” ส่งทนายแจ้งความ “รักชนก” หมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมพ์ จ่อเรียกค่าเสียหาย 50 ล้าน

ดีเอ็นเอชี้ชัด “โจรหมวกฟาง” คนเดียวกับ “โจรสวมวิก”

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีข่าวใหญ่จากวงการสืบสวนที่แฟนๆ ข่าวอาชญากรรมต้องไม่พลาด นั่นคือ ดีเอ็นเอชี้ชัด “โจรหมวกฟาง” คนเดียวกับ “โจรสวมวิก” ชิงร้านทองเมื่อ 7 ปีก่อน สุดยอดเลยนะครับ ตำรวจไทยใช้เทคโนโลยี DNA ปิดคดีค้างคามาได้ 7 ปีเต็ม มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลย

ดีเอ็นเอชี้ชัด “โจรหมวกฟาง” คนเดียวกับ “โจรสวมวิก” ชิงร้านทองเมื่อ 7 ปีก่อน

เรื่องราวเริ่มต้นจากเหตุการณ์ชิงทรัพย์ร้านทองสุดโจ่งแจ้งในห้างสรรพสินค้าย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 คนร้ายบุกชิงทองคำหนัก 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท มูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท! ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพ “โจรหมวกฟาง” ชัดเจน รูปร่างท่าทางคุ้นๆ เหมือนคดีเก่า

หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจชุดสืบสวน สน.พระโขนง และ สน.ทองหล่อ ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา “นายจะลอ หรือ ทิว” อายุ 29 ปี ได้เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เขารับสารภาพเต็มปาก แต่ที่เด็ดคือ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และทีมงาน ไม่ยอมหยุดแค่นั้น พวกเขาสั่งตรวจ DNA เพื่อโยงคดีเก่า

ผล DNA ยืนยันบุคคลเดียวกัน ปิดคดีค้างคา

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เกิดการประชุมใหญ่โต มี พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. และทีมกองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจเปรียบเทียบ DNA

ผลออกมาชัดเจน! DNA จากมือจับจักรยานยนต์ยามาฮ่า สีเหลือง ที่คนร้ายทิ้งไว้หลังชิงทองย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562 (7 ปีก่อน) ตรงกับ DNA ของนายจะลอ 100% นั่นหมายความว่า ดีเอ็นเอชี้ชัด “โจรหมวกฟาง” คนเดียวกับ “โจรสวมวิก” ชิงร้านทองเมื่อ 7 ปีก่อน จริงๆ

ทั้งสองคดีมีพฤติกรรมคล้ายกันมาก รูปพรรณสัณฐาน ตำหนิ และวิธีการก่อเหตุเหมือนเพจเดียว ตำหนิสำคัญคือการสวมหมวกฟางครั้งล่าสุด และวิกผมในคดีเก่า ทำให้ทีมสืบสงสัยตั้งแต่แรก

  • คดีปี 2562: ชิงทองย่านพระราม 4 ใช้จยย.ยามาฮ่าเหลือง ทิ้งไว้หนี
  • คดี 2567: ชิงทองสุขุมวิท สวมหมวกฟาง หนีไปได้ก่อนถูกจับ
  • จุดเชื่อมโยง: DNA มือจับจยย. + รูปแบบก่อเหตุ

ขั้นตอนการสืบสวนที่ยอดเยี่ยม

ทีมสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน.พระโขนง และ พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ ทำงานหนักมาก แกะรอยจากกล้อง CCTV วิเคราะห์พฤติกรรม จนนำไปสู่การจับกุม

หลังจากนี้ ตำรวจจะแจ้งผล DNA ต่ออัยการ และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีเก่า นายจะลอคงหนีไม่พ้นข้อหาชิงทรัพย์หลายคดี แถมอาจมีโทษหนักเพราะมูลค่าสูง

น่าทึ่งจริงๆ ครับ พลังของวิทยาศาสตร์ DNA ช่วยปิดคดีเก่าได้ขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าตำรวจไทยเก่งแค่ไหนในการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ถ้าไม่มี DNA คดีนี้อาจค้างคาตลอดไป

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจข่าวอาชญากรรม ลองคิดดูสิครับ ถ้าคุณเป็นตำรวจ คุณจะสืบคดีแบบนี้ยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะ หรือกดติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวเด็ดๆ แบบนี้ทุกวัน!

ที่มา – ดีเอ็นเอชี้ชัด “โจรหมวกฟาง” คนเดียวกับ “โจรสวมวิก” ชิงร้านทองเมื่อ 7 ปีก่อน

ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู

ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู ทำเรื่องสุดยอด

ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู คือผู้รักษาประตูที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะเป็นแค่ "หนุ่มธรรมดา" แต่เขากลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0

เซนเน ลัมเมนส์ นายทวารทีมชาติเบลเยียมวัย 23 ปี จากโรยัล แอนต์เวิร์ป ที่ยูไนเต็ดคว้ามาราคา 18.1 ล้านปอนด์ ยอมรับว่าเขาชอบหลีกเลี่ยงการทำเรื่องตื่นเต้นบนสนาม แต่สิ่งที่เขาทำกลับทำให้เดวิด มอยส์ เอ่ยชมว่า "bloody brilliant" โดยเฉพาะการเซฟลูกยิงไกลของไมเคิล คีน และการรับมือลูกทุ่มมุมที่เข้ามาไม่ขาดสาย

นอกสนาม ลัมเมนส์ยังคงเป็น ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู เขาไปพูดคุยกับเด็กนักเรียนประถมในท้องถิ่นอย่างเป็นกันเอง เล่นกับเด็กๆ ในสนามเด็กเล่น และบอกว่า "ผมอยากแสดงให้เด็กๆ เห็นว่าทุกคนทำได้ ผมก็เคยเป็นเด็กแบบพวกเขาไม่นานมานี้" ในงาน World Book Day ของมูลนิธิยูไนเต็ด

ความถ่อมตัวของเขาทำให้เขาแตกต่างจากนักเตะพรีเมียร์ลีกทั่วไป เขากล่าวว่า "ผมไม่อยากให้มองผมแค่เป็นนักฟุตบอล แต่เป็นคนธรรมดาที่มีหลัก 믿้ของตัวเอง"

ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู: สไตล์การเล่นที่สมบูรณ์แบบ

ลัมเมนส์ให้ความสำคัญกับการเซฟพื้นฐานและการช่วยทีม ไม่ใช่แค่การแสดงผาดโผน เขาบอกว่า "สิ่งสำคัญคือให้เพื่อนในทีมเชื่อใจ และช่วยทีมให้ได้มากที่สุด" อดีตนายทวารยูไนเต็ด เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ชมเชยเขาเช่นกัน Thibaut Courtois เพื่อนร่วมทีมชาติก็พูดถึงเขาด้วยคำดีๆ

ไอดอลของเขาคือ มานูเอล นอยเออร์ ที่เป็นนายทวารรอบด้าน "เขาไม่มีจุดอ่อนชัดเจนในเกม" ลัมเมนส์กล่าว โทนี่ โคตัน สเก๊าตยูไนเต็ดผลักดันให้เซ็นเขา แม้รูเบน อโมริมจะอยากได้เอมิ มาร์ติเนซจากแอสตัน วิลล่า

ทอม ฮีตัน สอนเขาว่าอย่าพยายามเร่งเกม และเขาปรับตัวกับความดุเดือดของพรีเมียร์ลีกได้ดี โดยเฉพาะการรับมือลูกทุ่มมุมที่หนักหน่วงกว่าในเบลเยียม

ตัวเลขสุดยอดของลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู

ตามการวิเคราะห์ ลัมเมนส์เริ่มตัวจริง 21 นัดติดต่อกันภายใต้ 3 กุนซือ แม้สถิติ clean sheet จะไม่สูงสุด แต่ "goals prevented rate" ของเขาติด top 3 พรีเมียร์ลีก รองแค่บาร์ต เวอร์บรูกเก้น, จอร์แดน พิ๊กฟอร์ด และมาร์ติเนซเท่านั้น Opta ชี้ว่านี่คือตัวชี้วัดสมรรถนะส่วนตัวที่ดีที่สุด

  • เซ็นจากแอนต์เวิร์ปช่วงซัมเมอร์
  • เดบิวต์ทีมชาติบอกรีเยียมหลังย้ายมา
  • ช่วยยูไนเต็ดฝันถึงแชมเปียนส์ลีก

นอกสนาม เขาชอบดูบาสเก็ตบอลมากกว่าฟุตบอล แต่สถานะนายทวารเบอร์ 1 ของเขาที่แมนยูมั่นคงแล้ว แม้จะไม่ประมาทตัวเอง "ผมต้องพิสูจน์ตัวเองทุกสัปดาห์"

เรื่องราวของ ลัมเมนส์ หนุ่มธรรมดาที่แมนยู เป็นแรงบันดาลใจให้แฟนบอลทุกคน แสดงให้เห็นว่าด้วยความขยันและถ่อมตัว ใครก็ไปถึงจุดสูงสุดได้ คุณคิดยังไงกับผลงานของเขา? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าว แมนยู เพิ่มเติม!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก 141 คน รายงานสภา 47 คน

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์ 2567) เป็นวันแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดให้ สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก 141 คน รายงานตัวที่สภาฯ แล้ว 47 คน หลังจากประกาศผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต 396 เขตไปเมื่อไม่นานมานี้ บรรยากาศคึกคักมาก สส.และตัวแทนทยอยเดินทางมารับเอกสารตั้งแต่เช้าจรดเย็น รวมทั้งสิ้น 141 คน แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเหล่าผู้แทนราษฎรชุดใหม่ที่จะเข้ามารับใช้ประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27

สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก 141 คน รายงานตัวที่สภาฯ แล้ว 47 คน

การรับหนังสือรับรองจัดขึ้นที่ห้องประชุม 201 ชั้น 2 สำนักงาน กกต. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โดยกำหนดรับวันที่ 26-27 กุมภาพันธ์ และ 2-6 มีนาคม 2567 ไม่เว้นวันหยุดราชการ สส.หลายคนเดินทางมาด้วยตัวเอง บางคนส่งตัวแทน แต่ที่แน่นอนคือทุกคนตื่นเต้นกับบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็น สส.หน้าใหม่หรือมือเก่า ภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยสีสันของพรรคการเมืองต่างๆ

สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก

บรรยากาศรายงานตัวที่อาคารรัฐสภา

หลังรับหนังสือแล้ว สส.บางส่วนไม่รอช้า รีบมารายงานตัวที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ณ โถงอาคารรัฐสภาทันที ผลสรุปเวลา 16.42 น. มีสส.รายงานตัววันแรกทั้งสิ้น 47 คน โดยแบ่งตามพรรคการเมืองดังนี้

  • พรรคภูมิใจไทย: 21 คน (นำโดย น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.เขต 4 ชัยภูมิ ที่มาเป็นคนแรก)
  • พรรคเพื่อไทย: 21 คน
  • พรรคพลังประชารัฐ: 4 คน (นำโดย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รักษาการหัวหน้าพรรค และสส.อีก 5 คน แต่บางคนเลี่ยงสื่อ)
  • พรรคประชาธิปัตย์: 1 คน

เห็นได้ชัดว่าพรรคใหญ่ๆ อย่างภูมิใจไทยและเพื่อไทยนำโด่ง สะท้อนผลการเลือกตั้งที่พรรคเหล่านี้ได้ที่นั่งเขตจำนวนมาก นายพงศกร อรรณนพพร มากับลูกชาย นายพชรกร สส.ใหม่ป้ายแดงของพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นอีกคู่ที่น่าประทับใจ

รายงานตัวสส.ใหม่ที่รัฐสภา
สส.พรรคพลังประชารัฐรายงานตัว

จับตาพรุ่งนี้! พรรคเพื่อไทยขนทัพสส.มารายงานตัว

สำหรับวันพรุ่งนี้ (27 กุมภาพันธ์) พรรคเพื่อไทยนัดรวมพลใหญ่ นำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมสส.อีกมากมาย คาดว่าจะสร้างปรากฏการณ์ตบเท้าอีกครั้ง แสดงพลังก่อนเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

เหตุการณ์ สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก 141 คน รายงานตัวที่สภาฯ แล้ว 47 คน นี้ เป็นจุดเริ่มต้นของสภาใหม่ที่ทุกคนจับตา หลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ที่พรรคก้าวไกลได้ สส.เขตมากที่สุด แต่ถูกตัดสิทธิ์ ส่งผลให้พรรคอื่นๆ ได้รับโอกาสมากขึ้น สภานี้จะนำพาประเทศไปทางไหน? การเจรจาโควตารัฐมนตรี รัฐบาลผสม หรือแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม จะเป็นประเด็นร้อนที่สส.เหล่านี้ต้องรับมือ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นน่าสนใจ เช่น การเลือกประธานสภา การตั้งกมธ.ต่างๆ และการผลักดันนโยบายเร่งด่วน ประชาชนอย่างเราก็ควรติดตามใกล้ชิด เพราะสส.ทุกคนมาจากคะแนนเรานี่เอง

สรุปจำนวนสส.รายงานตัวตามพรรค

ความเห็นส่วนตัวนะ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าการเมืองไทยกำลังเคลื่อนไหวเร็วมาก พรรคใหญ่เตรียมพร้อมเต็มที่ หวังว่าสภาใหม่จะทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่แค่ทะเลาะกัน ลองติดตามข่าวอัปเดตต่อไป และแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ว่าคุณคาดหวังอะไรจากสส.ชุดนี้บ้าง!

ที่มา – สส.ใหม่ ตบเท้ารับหนังสือรับรอง กกต. วันแรก 141 คน รายงานตัวที่สภาฯ แล้ว 47 คน

ตร. ท่องเที่ยวบุกรวบ “อาตี้” สาว LGBTQ ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีน

ข่าวร้ายที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องหวาดกลัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ตร. ท่องเที่ยวบุกรวบ “อาตี้” สาว LGBTQ ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีนคาห้องพักในย่านพัทยา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายให้กับผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยอีกด้วย มาดูรายละเอียดกันว่าอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ตร. ท่องเที่ยวบุกรวบ “อาตี้” สาว LGBTQ ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีนคาห้องพัก

ทุกอย่างเริ่มต้นจากคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ช่วงดึกมาก นักท่องเที่ยวชาวจีนรายนี้วิ่งหน้าตาตื่น เปลือยกายลงมาจากชั้น 6 ของโรงแรมย่านพัทยาใต้ ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและเรียกตำรวจ สาเหตุมาจากถูกกลุ่มสาว LGBTQข่มขู่และชิงทรัพย์ไป โดยได้เงินสด 10,000 บาท และไอโฟน 15 โปรแมกซ์ 1 เครื่อง ผู้เสียหายเล่าว่า พบกลุ่มนี้ที่ชายหาดพัทยา ก่อนชวนกันมาที่ห้องพัก แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน

รายละเอียดการก่อเหตุชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีน

หลังจากนั้น ตำรวจท่องเที่ยวไม่นิ่งนอนใจ พ.ต.ท.ปราบดา สุขสุนทรีย์ สวญ.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 สั่งการปราบปรามกลุ่มที่มีพฤติกรรมประสงค์ต่อทรัพย์ของนักท่องเที่ยวทันที เพราะสร้างความเสื่อมเสียให้เมืองพัทยา ล่าสุดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ร.ต.อ.อัษฎา จารุสมบัติ และ ร.ต.อ.อภิสิทธิ์ พึ่งแย้ม นำกำลังบุกจับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ จ.114/2569 ลงวันที่ 25 ก.พ. 69 ข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป”

การจับกุมเกิดขึ้นที่ห้องพักเลขที่ 502 ในเมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง พบกลุ่มสาว LGBTQ อยู่รวม 5 ราย “อาตี้” วัย 20 ปี คือผู้ต้องหาตามหมายจับ บางคนยังนอนหลับอยู่บนเตียง ที่น่าตกใจคือ กลุ่มนี้เป็นแก๊งเดียวกับที่เคยทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันที่ชายหาดพัทยาก่อนหน้านี้

หลักฐานมัดตัวแน่นหนาในการจับกุม

เจ้าหน้าที่นำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและโทรศัพท์มือถือของกลางที่ได้จากผู้เสียหายมาสำรวจ ทำให้ “อาตี้” ยอมจำนนต่อหลักฐานทั้งหมด ก่อนถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีข่าว “เฟื่องฟ้า” สาว LGBTQ แก๊งพอกขาว ที่คาดว่าฉกเงินหนุ่มเกาหลี 20,000 บาทในพูลวิลล่า ก่อนแกล้งเพี้ยนหลอกผี ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว

ปัญหากลุ่มสาว LGBTQ ชิงทรัพย์ในพัทยา

เหตุการณ์ตร. ท่องเที่ยวบุกรวบ “อาตี้” สาว LGBTQ ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีนคาห้องพักนี้ เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในย่านบันเทิงพัทยา กลุ่มนี้มักล่อลวงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เมาเหล้า โดยเฉพาะจากชายหาดหรือบาร์ จากนั้นชิงทรัพย์ ข่มขู่ หรือแม้กระทั่งทำร้ายร่างกาย สร้างความหวาดกลัวและลดจำนวนนักท่องเที่ยวลง

พัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย รายได้จากการท่องเที่ยวมีมูลค่ามหาศาล แต่เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย ตำรวจท่องเที่ยวจึงเร่งปราบปรามอย่างเข้มข้น เพื่อให้พัทยากลับมาเป็นสวรรค์นักท่องเที่ยวอีกครั้ง

เคล็ดลับป้องกันตัวสำหรับนักท่องเที่ยว

เพื่อความปลอดภัย นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้:

  • อย่าไปกับคนแปลกหน้า: โดยเฉพาะหลังดึก แม้จะดูเป็นมิตร
  • เก็บทรัพย์สินให้มิดชิด: อย่าทิ้งเงินหรือโทรศัพท์ไว้ใกล้ตัวคนอื่น
  • ใช้บริการโรงแรมที่มีรักษาความปลอดภัย: และแจ้งพนักงานหากมีคนแปลกหน้ามา
  • บันทึกเบอร์ฉุกเฉิน: ตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือ 191
  • ดื่มในที่ปลอดภัย: หลีกเลี่ยงการเมาจนหลงทาง

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน ในมุมมองของผม ตำรวจท่องเที่ยวทำหน้าที่ได้ดีมากที่บุกจับได้เร็วขนาดนี้ ช่วยคืนความมั่นใจให้ชาวต่างชาติ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อเตือนภัยกันครับ สุดท้ายแล้ว การท่องเที่ยวอย่างมีสติคือกุญแจสู่ความสนุกที่ปลอดภัย

ที่มา – ตร. ท่องเที่ยวบุกรวบ “อาตี้” สาว LGBTQ ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวจีนคาห้องพัก

โรนัลโด้กลายเป็นเจ้าของร่วมอัลเมเรีย

โรนัลโด้กลายเป็นเจ้าของร่วมอัลเมเรีย

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วัย 41 ปี ดาวยิงของสโมสรอัล-นัสร ได้กลายเป็นเจ้าของร่วมของสโมสรอัลเมเรีย ในลีกล่างของสเปน หลังจากเข้าซื้อหุ้น 25% ในสโมสรผ่านบริษัทลงทุนด้านกีฬา CR7 Sports Investments ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่

แม้ว่ารายละเอียดทางการเงินจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ โรนัลโด้ กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับทีมผู้บริหาร เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไปของสโมสร ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสยังเสริมอีกว่า “นี่คือความฝันที่ยาวนานของผมที่จะได้มีส่วนร่วมกับวงการฟุตบอล นอกเหนือจากการลงสนาม UD อัลเมเรีย เป็นสโมสรสเปนที่มีรากฐานมั่นคงและมีศักยภาพในการเติบโตที่ชัดเจน”

โรนัลโด้กลายเป็นเจ้าของร่วมอัลเมเรีย: ความหมายสำคัญต่อสโมสร

ประธานสโมสรโมฮัมเหม็ด อัล-เคเรจี จากกลุ่มทุนซาอุฯ กล่าวยกย่อง โรนัลโด้ ว่าเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาคุ้นเคยกับลีกสเปนดีเยี่ยม และเข้าใจศักยภาพของทีมชุดใหญ่และอะคาเดมี่ที่กำลังสร้างสรรค์

ปีที่แล้ว กลุ่ม SMC ของอัล-เคเรจี เข้าซื้ออัลเมเรียจากตูร์กี อัล-ชีค ประธานคณะกรรมการความบันเทิงทั่วไปของรัฐบาลซาอุฯ สโมสรอัลเมเรียก่อตั้งปี 1989 ปัจจุบันรั้งอันดับ 3 ในเซกุนด้า ลีกรองสเปน ห่างจากจ่าฝูงเรอัล ราซิงแค่ 2 คะแนน เหลือแข่ง 15 นัด

ประวัติโรนัลโด้ในสเปนและอนาคตกับอัลเมเรีย

โรนัลโด้เคยโลดแล่นในสเปน 9 ปีกับเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย ก่อนย้ายไปยูเวนตุสปี 2018 ตั้งแต่ปี 2022 เขาค้าแข้งกับอัล-นัสร ในซาอุฯ โปรลีก และเป็นนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ราว 177 ล้านปอนด์ต่อปี

การที่โรนัลโด้กลายเป็นเจ้าของร่วมอัลเมเรีย ถือเป็นก้าวสำคัญ ช่วยยกระดับสโมสรให้มีชื่อเสียงระดับโลก ดึงดูดนักเตะดาวรุ่ง และนักลงทุนเพิ่มเติม อัลเมเรียอาจเลื่อนชั้นสู่ลาลีกาได้เร็วขึ้น ด้วยประสบการณ์ของโรนัลโด้ในการสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีข่าวล่าสุดที่โรนัลโด้ยืนยันความผูกพันกับอัล-นัสร แต่การลงทุนนอกสนามแสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวของเขาในการขยายอิทธิพลในฟุตบอลยุโรป

  • อัลเมเรีย: อันดับ 3 เซกุนด้า
  • โรนัลโด้: หุ้น 25% ผ่าน CR7 Sports
  • เจ้าของหลัก: กลุ่มทุนซาอุฯ นำโดยอัล-เคเรจี

แฟนบอลทั่วโลกจับตาดูว่า การเข้ามาของโรนัลโด้จะนำพาอะไรมาสู่สโมสรเล็กๆ แต่มีศักยภาพแห่งนี้b> การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยด้านการเงิน แต่ยังเสริมภาพลักษณ์และกลยุทธ์อะคาเดมี่เยาวชน

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ การเคลื่อนไหวของโรนัลโด้สะท้อนเทรนด์นักเตะดังหันมาลงทุนสโมสร ตามรอยเบ็คแฮมหรือเมสซี่ ซึ่งจะช่วยยกระดับฟุตบอลลีกรองสเปนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

สุดท้ายแล้ว โรนัลโด้กลายเป็นเจ้าของร่วมอัลเมเรีย เป็นข่าวดีสำหรับแฟนฟุตบอล ติดตามอัปเดตข่าวสารฟุตบอลโลกได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ