วัน: 26 กุมภาพันธ์ 2026

รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่

พบ รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอจอมทองและแม่วาง ตื่นตระหนกกันไปทั้งหมู่บ้าน ล่าสุดกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเผยภาพชัดเจนว่าเป็นเพียง “หมาใน” สัตว์นักล่าตามธรรมชาติ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ประมาท เตรียมมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยของชาวบ้าน

รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวบ้านเลี้ยงวัวที่บ้านห้วยแม่หอยใน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ แจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้พบรอยเท้าขนาดใหญ่คล้ายเสือในป่าห้วยแม่หอยใน ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอจอมทองและแม่วาง นายชาญชัย เปอะปันสุข เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นำทีมลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบรอยเท้ากว้างประมาณ 7 เซนติเมตรเหยียบย่ำบนพื้นดินหลายรอย

ข่าวนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัว ไม่กล้าออกไปเลี้ยงวัวหรือหาของป่า สถานการณ์คล้ายกับเหตุปศุสัตว์ถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ที่บ้านเมืองอาง ทำให้ทุกคนกังวลเรื่องเสือโคร่งที่อาจแฝงตัวอยู่ในป่า

กล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเจออะไรบ้าง?

นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนายวรรณชัย รักมิตร ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่บัญชาการพร้อมทีมงานหลากหลายหน่วยงาน รวมถึงสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว สัตวแพทย์ ทีมโดรน และฝ่ายปกครองอำเภอจอมทอง

ผลจากการตรวจสอบกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) พบเพียงภาพของ “หมาใน” ซึ่งเป็นสัตว์นักล่าขนาดกลางตามธรรมชาติ ไม่ใช่เสือโคร่งตามที่ชาวบ้านกังวล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังให้ความสำคัญกับคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านที่ยืนยันว่าเคยเผชิญหน้ากับเสือโคร่งยาวกว่า 3 เมตรในระยะใกล้

  • ทีมโดรนตรวจพิกัดและร่องรอยอย่างละเอียด
  • ชุดลาดตระเวนจากอุทยานแห่งชาติแม่วางพบรอยเท้าเพิ่มในลำห้วยบ้านแม่แตง
  • ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ขยายการตรวจสอบ

มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังจากเจ้าหน้าที่

เพื่อลดความตื่นตระหนกและป้องกันเหตุร้าย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านนำปศุสัตว์กลับมากรังในคอกแข็งแรงมิดชิด พร้อมจัดชุดสายตรวจเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมงทั่วเขตชุมชน นอกจากนี้ยังใช้โดรนตรวจจับความร้อน (Thermal Drone) บินสแกนพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามตำแหน่งสัตว์นักล่า

การทำงานบูรณาการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานรัฐในการรักษาสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยไม่ละเลยความปลอดภัยของประชาชน

  • เฝ้าระวังชายแดนป่าติดชุมชนตลอด 24 ชม.
  • แจ้งเตือนชาวบ้านหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ตรวจสอบซากสัตว์ด้วยสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • ใช้เทคโนโลยีโดรนและกล้องดักถ่ายขยายผล

หมาในคือสัตว์ชนิดใด และอันตรายแค่ไหน?

“หมาใน” หรือ Dhole (Cuon alpinus) เป็นสุนัขป่าที่อาศัยอยู่ในป่าเขาทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกมันล่าเป็นฝูง มีความดุร้ายต่อเหยื่อขนาดเล็กถึงกลาง เช่น กวาง หมูป่า หรือปศุสัตว์ แต่ไม่ค่อยโจมตีมนุษย์โดยตรง แม้จะไม่ใช่เสือ แต่ก็เป็นนักล่าที่ต้องระวัง โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่อาหารขาดแคลน

เหตุการณ์ รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ สะท้อนปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเพิ่มมากขึ้นจากความแห้งแล้งและการบุกรุกป่า ชาวบ้านควรเพิ่มความระมัดระวัง เช่น ติดตั้งรั้วไฟฟ้า สร้างคอกเหล็ก และแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีหากพบร่องรอยผิดปกติ

ในมุมมองของผู้เขียน สัตว์ป่าเหล่านี้คือส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่สมดุล หากเรารักษาระยะห่างและสนับสนุนการอนุรักษ์ ป่าดอยอินทนนท์จะยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวและที่อยู่อาศัยของสัตว์หายากต่อไป คำแนะนำคือ อย่าตื่นตระหนกเกินไป แต่เตรียมพร้อมเสมอ หากคุณอาศัยใกล้ป่า ลองแบ่งปันประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามบล็อกของเราเพื่อข่าวอัปเดตสัตว์ป่าและการท่องเที่ยวเชียงใหม่เพิ่มเติม!

ที่มา – รอยเท้าคล้ายเสือโผล่อีก ในป่าเชียงใหม่ กล้องดักถ่ายสัตว์ เจอแต่ “หมาใน” นักล่า

คอหวยจุดธูปขอเลขเด็ด “เจ้าแม่หมอนทอง” งวด 1/3/69

มาตามศรัทธาแบบนี้แหละที่คอหวยหลายคนรอคอย! ชาวบ้านรอบบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ตบเท้าเข้ากราบไหว้ เจ้าแม่หมอนทอง เพื่อจุดธูปเสี่ยงทายขอ เลขเด็ด “เจ้าแม่หมอนทอง” งวด 1/3/69 กันอย่างไม่ขาดสาย เรียกได้ว่าบรรยากาศคึกคักสุดๆ ใครที่กำลังหาเลขเด็ดงวดนี้ มาอ่านกันเลยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

เจ้าแม่หมอนทอง บึงบอระเพ็ด

เมื่อช่วงสายของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศาลเจ้าแม่หมอนทอง หลังบ้านพักเจ้าหน้าที่ประมงนครสวรรค์ ในเขตบึงบอระเพ็ด มีชาวบ้านและคอหวยเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนนำของถวายมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นหมากพลู พวงมาลัย น้ำแดง น้ำเปล่า เพื่อบนบานศาลกล่าวขอพรเรื่องงานและโชคลาภ โดยพิธีกรรมหลักคือการจุดธูป 3 ดอกเสี่ยงทาย แล้วดูเลขที่ธูปชี้ ครั้งนี้ได้เลขเด็ดชัดๆ คือ 683 ทำให้หลายคนยิ้มแก้มปริ ถ่ายรูปเก็บไว้รีบไปหาซื้อลอตเตอรี่ทันที!

จุดธูปเสี่ยงทายเลขเด็ด

เลขเด็ด “เจ้าแม่หมอนทอง” งวด 1/3/69 ที่คอหวยไม่ควรพลาด

เลขเด็ดจากเจ้าแม่หมอนทองงวดนี้คือ 683 นี่แหละที่กำลังเป็นกระแสในหมู่คอหวยทั่วประเทศ หลายคนตีความเพิ่มเป็น 68 83 36 83 หรือกลับเลข 386 ก็มี บรรยากาศที่ศาลเต็มไปด้วยผู้คนที่ศรัทธา บางคนมาบนแก้บนหลังจากเคยสมหวังมาก่อน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ขอโชคยอดนิยมของคนนครสวรรค์และจังหวัดใกล้เคียงเลยทีเดียว

ของถวายและพิธีกรรมจุดธูปเสี่ยงทาย

สำหรับใครที่อยากไปลองขอเลขเด็ดเอง สามารถทำตามนี้ได้เลย:

  • นำหมากพลู พวงมาลัย น้ำแดง น้ำเปล่ามถวาย
  • จุดธูป 3 ดอก แล้วดูเลขที่ธูปไหม้หรือชี้
  • อธิษฐานขอพรเรื่องงาน โชคลาภให้ชัดเจน
  • ถ่ายรูปเลขเก็บไว้ แล้วไปเสี่ยงโชคต่อ

วิธีง่ายๆ แต่ศรัทธาต้องถึง รับรองได้เลขเด็ดกลับบ้านแน่นอน!

ตำนานเจ้าแม่หมอนทอง ผู้พิทักษ์บึงบอระเพ็ด

เจ้าแม่หมอนทอง เป็นเทพีที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผู้พิทักษ์บึงบอระเพ็ด ซึ่งเป็นแหล่งธรรมชาติสำคัญของนครสวรรค์ ที่นี่เคยมีจระเข้มากมาย ชาวบ้านเล่าว่าเจ้าแม่ปกป้องจระเข้ไม่ให้โผล่พ้นน้ำ หลบภัยจากการถูกตามล่าไข่และตัว สร้างความสงบสุขให้กับบึง ทำให้จระเข้รอวันแสดงพลังยิ่งใหญ่ในอนาคต ความเชื่อนี้ทำให้เจ้าแม่มีพลังด้านโชคลาภและคุ้มครองสูงมาก คอหวยหลายคนเคยสมหวังจากที่นี่มาแล้ว

นอกจากนี้ บึงบอระเพ็ดยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชาวบ้านเชื่อว่าศรัทธาในเจ้าแม่ช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติด้วย การมาขอพรที่นี่จึงไม่ใช่แค่หาเลขเด็ด แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ถ้าคุณอยู่ใกล้ๆ ลองแวะไปกราบไหว้ดู สัมผัสพลังศรัทธาดูสักครั้ง

ในยุคที่หวยงวดนี้ 1/3/69 ใกล้เข้ามา เลขเด็ด “เจ้าแม่หมอนทอง” งวด 1/3/69 อย่าง 683 กำลังมาแรง ผสมกับเลขอื่นๆ จากสำนักดังทั่วประเทศ รับรองว่าลุ้นสนุกแน่ๆ ความเชื่อเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน ถึงจะไม่ใช่ทุกคน แต่สำหรับคอหวยแล้ว มันคือความหวังเล็กๆ ที่น่าตื่นเต้น ลองเอาเลขนี้ไปเสี่ยงดู ถ้าถูกขึ้นมาอย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์นะครับ! คุณมีเลขเด็ดงวดนี้จากที่ไหนบ้าง บอกกันหน่อยสิ

ที่มา – มาตามศรัทธา คอหวยจุดธูปเสี่ยงทายขอเลขเด็ด “เจ้าแม่หมอนทอง” งวด 1/3/69

“วัดสระเกศฯ” ชวนฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2

วัดสระเกศฯ ชวนฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2” เป็นข่าวดีสำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกท่าน เมื่อวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เชิญชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมพิเศษเพื่อบูรณะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อายุกว่า 200 ปี เนื่องในวันมาฆบูชา วันที่ 3 มีนาคม 2569 ณ ลานโพธิ์ลังกา ต้นพระศรีมหาโพธิ์นี้ไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงแผ่นดินไทยในสมัยรัชกาลที่ 2

วัดสระเกศฯ ชวนฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2 อย่างไร

พระราชกิจจาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูต้นโพธิ์ลังกาพันธุ์พระศรีมหาโพธิ์ที่กำลังทรุดโทรมจากโพขี้นก เห็ดรา และปัจจัยอื่นๆ ให้กลับมาแข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขา เป็น “พระมหาเจดีย์ที่มีชีวิต” ต่อไป เริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 3 มี.ค. 2569 เวลา 07.00 น. มีพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 90 รูป ตามด้วยการเปิดลานให้สวดมนต์ นั่งสมาธิ เวียนเทียนรอบต้นโพธิ์ตลอดวัน

เวลา 09.00 น. ทำวัตรเช้าและฟังพระธรรมเทศนาเนื่องในวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญที่ระลึกถึงพระวาทกถาสี่ ข้อ ชวนให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง เย็นวันเดียวกัน เวลา 19.00 น. เวียนเทียนขึ้นพระเจดีย์บรมบรรพต ภูเขาทอง และ 20.00 น. ชมการแสดงธรรมกัณฑ์พิเศษด้วยแสง สี เสียง เล่าเรื่องประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ์ตั้งแต่พุทธคยา ผ่านลังกา สู่สยาม

ทำไมต้อง “วัดสระเกศฯ ชวนฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2

ต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า อายุเท่าพระชนม์ของพระองค์ 80 ปี และยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ จากพุทธคยา พระเจ้าอโศกส่งไปลังกา พ.ศ. 2356 แล้วรัชกาลที่ 2 ส่งสมณทูตไปนำหน่อกลับมา พ.ศ. 2361 ปลูกที่วัดสระเกศ หน้าพระอุโบสถ อายุ 208 ปีแล้ว นิทรรศการในงานจะอธิบายลักษณะใบที่ต่างจากโพขี้นก เพื่อให้เข้าใจและช่วยกันดูแล

วันมาฆบูชาเป็นโอกาสเหมาะเจาะในการรวมพลังฟื้นฟู เพราะวันนี้เน้นศีล ธรรม สมาธิ พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมจะได้บุญกุศลสองต่อ ทั้งฟังธรรมและช่วยบูรณะต้นศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงพระพุทธประวัติศาสตร์

ประวัติต้นพระศรีมหาโพธิ์ : สัญลักษณ์แห่งพระพุทธศาสนา

ต้นพระศรีมหาโพธิ์เกิดวันเดียวกับพระพุทธเจ้า เติบโตคู่พระองค์ตั้งแต่ตรัสรู้ตอน 35 ปี จนปรินิพพาน 80 ปี หลังจากนั้นแผ่ขยายไปทั่วโลก รวมถึงไทยผ่านลังกา พระอาจารย์ดีและพระอาจารย์เทพนำหน่อจากอนุราธบุรีมาถวาย ร.2 แล้วปลูกที่นี่ ต้นนี้คือหนึ่งเดียวจากสหชาติ 7 ที่อยู่ทันพระพุทธเจ้าและยังมีชีวิต

  • เป็นปริโภคเจดีย์ ตัวแทนพระพุทธเจ้า
  • แผ่กิ่งแผ่ร่มเงา สืบต่ออายุพุทธศาสนา
  • ปัจจุบันถูกคุกคาม ต้องช่วยฟื้นฟู

การมาร่วมกิจกรรมไม่เพียงช่วยต้นไม้ แต่ยังเป็นการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในวัดไทย

กิจกรรมเพิ่มเติมในวันมาฆบูชาที่วัดสระเกศ

นอกจากฟื้นฟูต้นโพธิ์ ยังมีนิทรรศการให้ความรู้ เวียนเทียนเวทนา และแสดงแสงสีเสียงสุดอลังการ บรรยากาศสงบร่มเย็น เหมาะสำหรับครอบครัวและผู้ที่อยากปฏิบัติธรรม

พุทธศาสนิกชนชาวไทยควรตระหนักถึงคุณค่าของต้นพระศรีมหาโพธิ์นี้ เพราะมันคือหลักฐาน 살아ๆ ของพุทธประวัติศาสตร์บนแผ่นดินไทย การฟื้นฟูจะทำให้มันเจริญงอกงามต่อไปอีกนับร้อยปี

อย่าพลาดโอกาสบุญครั้งนี้! มา “วัดสระเกศฯ ชวนฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2” กันเถอะ จะได้ทั้งบุญทั้งความรู้ สืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ชวนเพื่อนๆ ครอบครัวมาร่วมด้วย รับรองคุ้มค่าทุกวินาที

ที่มา – “วัดสระเกศฯ” ชวนพุทธศาสนิกชน ฟื้นฟู “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สมัย ร.2 อายุกว่า 200 ปี

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อามินทร์ย้ำทีมพร้อม

ข่าวการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ เมื่อ “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. สร้างความฮือฮาให้กับสื่อมวลชนและนักการเมืองทุกฝ่าย ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะเดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงเกษตรฯ (กษ.) ล่าสุดมีรายงานว่าแจ้งลางานเพิ่มอีก 1 วัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าการเมืองไทยกำลังจะพลิกผันอย่างไร

“ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ.

ช่วงบ่ายของวันดังกล่าว เวลา 14.10 น. ยังคงไร้ร่องรอยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่กระทรวงเกษตรฯ ผู้สื่อข่าวติดตามอย่างใกล้ชิด แต่จนถึง 16.50 น. ก็มีข่าวแจ้งลางานเพิ่มเติม สิ่งนี้ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกทิศทาง โดยเฉพาะสถานะของพรรคกล้าธรรมที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นประธานที่ปรึกษา จะไปทางไหนต่อไป? จะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัวหรือยังมีโอกาสปรับตัวเข้าร่วมรัฐบาล?

อามินทร์ ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

ในระหว่างนั้น นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 พรรคกล้าธรรม ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางเข้าที่ทำงานตามปกติ และให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางของ ร.อ.ธรรมนัส แต่ทั้งคู่ได้คุยกันผ่านไลน์เพื่อให้กำลังใจกันมาแล้ว “ต่างคนต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม วันนี้ผู้กองมอบหมายให้ผมมาทำงานตามปกติ และผมบอกไปว่าตนและเพื่อน ส.ส. อยู่ตรงไหนก็ได้ พร้อมทำงานเสมอ” อามินทร์กล่าว

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเป็นฝ่ายค้านเต็มตัว อามินทร์ตอบแบบกั๊กๆ ว่า “ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน ปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยกันดีกว่า” แต่ที่ชัดเจนคือความมั่นใจในทีม โดยเฉพาะทั้ง 58 เสียงของ ส.ส.พรรค “มั่นใจครับ เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้เหนื่อยกันมาพอสมควร และเชื่อว่าผู้กองดูแล ส.ส. ดี” นอกจากนี้ ยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องซื้อตัว ส.ส. หรือ “งูเขียว” อย่างสิ้นเชิง โดยหัวเราะและบอกว่า “ไม่มีหรอกครับ มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)” แสดงถึงความสามัคคีที่แน่นแฟ้นในพรรค

  • คุยไลน์ให้กำลังใจกันระหว่างธรรมนัสกับอามินทร์
  • ส.ส.กล้าธรรม 58 เสียงพร้อมทำงานทุกตำแหน่ง
  • ไม่มีข่าวซื้อตัว ส.ส. หรืองูเขียวในพรรค
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจสถานะฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
  • ธรรมนัสแจ้งลางานต่อเนื่อง ไม่เข้าทำงานที่ กษ.

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต ส.ส.พลังประชารัฐที่เคยมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลประยุทธ์ เคยถูกปลดจาก รมช.เกษตรเนื่องจากประเด็นยาเสพติดในอดีต แต่กลับมาสตรองอีกครั้งกับพรรคกล้าธรรม พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อกล้าทำกล้าถูก เน้นนโยบายเกษตร สิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาชายแดนใต้ ซึ่งอามินทร์เองก็มาจากพื้นที่นราธิวาส การที่ธรรมนัสไปฟินแลนด์อาจเป็นการพักผ่อนหรือประชุมส่วนตัว แต่การลาไม่เข้า กษ. ต่อเนื่อง สะท้อนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุ

จากมุมมองนักวิเคราะห์ การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง 2566 ยังคงผันผวน พรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรคกำลังเจรจาเพื่อความมั่นคง ร.อ.ธรรมนัส อาจกำลังประเมินสถานการณ์เพื่อให้พรรคกล้าธรรมได้ประโยชน์สูงสุด หากเป็นฝ่ายค้านจริง ก็พร้อมสู้ด้วยประสบการณ์และฐานเสียงที่เหนียวแน่น โดยเฉพาะในภาคอีสานและใต้

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังมีวาระสำคัญรออยู่ เช่น นโยบายช่วยเหลือเกษตรกรจากภัยแล้ง การส่งออกผลไม้ และโครงสร้างพื้นฐานน้ำชลประทาน หากธรรมนัสไม่อยู่ อามินทร์และทีมต้องแบกรับภาระหนัก แต่จากคำพูดดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ส.ส.กล้าธรรมพร้อมลุยต่อ

สุดท้ายแล้ว “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของเกมการเมืองรอบใหม่ คุณคิดว่าพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน? เป็นฝ่ายค้านสู้สุดใจ หรือหาทางกลับรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองไทยล่าสุดจากบล็อกเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – “ธรรมนัส” ลาอีกวัน ไม่เข้า กษ. “อามินทร์” ย้ำ สส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ไม่หวั่นคดี

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย หลังนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สมาชิกพรรคกล้าธรรม เดินทางมารับใบรับรองตัวแทนสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ท่ามกลางกระแสข่าวคดีความและการเจรจาดีลทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส.

ในฐานะ สส. สมัยที่ 2 จากจังหวัดสงขลา เขต 4 นายชนนพัฒฐ์ เน้นย้ำถึงการทำงานที่มุ่งเน้นพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และสวัสดิการประชาชน เขาเชื่อมั่นว่าการให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนจะนำมาซึ่งโอกาสในการทำงานต่อไป แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง

ไม่หวั่นคดีความ พร้อมให้ตรวจสอบทุกมิติ

“ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. แล้ว ยืนยันชัดเจนว่าไม่กังวลเรื่องคดีความที่ติดตัว โดยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งได้ตั้งคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว เขาเปิดเผยว่ายังไม่ได้รับหมายเรียก แต่พร้อมชี้แจงทันทีหากมีการแจ้งมา โดยมองว่าการถูกตรวจสอบเป็นเรื่องปกติของบุคคลสาธารณะ

นายชนนพัฒฐ์ ยังย้ำว่าตนไม่ใช่จุดอ่อนของพรรคกล้าธรรม ที่จะกระทบโอกาสการเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน โดยเฉพาะด้านกีฬาฟุตบอลที่เคยชื่นชอบผลงานของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

  • จุดเด่นการทำงาน: มุ่งพัฒนาพื้นที่สงขลาให้เต็มศักยภาพ
  • พร้อมตรวจสอบ: ยินดีให้หน่วยงานทุกแห่งสอบสวน
  • ไม่กระทบพรรค: เชื่อมั่นความสัมพันธ์กับภูมิใจไทย
  • รอผู้ใหญ่ตัดสินใจ: จับตาดีลรัฐบาลในสัปดาห์หน้า

รอผู้ใหญ่สองพรรคคุยกัน ปมดีลร่วมรัฐบาล

สำหรับประเด็นการจัดตั้งรัฐบาล นายชนนพัฒฐ์ ระบุว่ารอให้ผู้ใหญ่ของพรรคกล้าธรรมและพรรคภูมิใจไทยหารือกัน โดยล่าสุดเพิ่งวางสายจาก ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ให้กำลังใจและย้ำให้รอผลรับรองเสร็จสิ้นก่อน เขาเชื่อว่าความสัมพันธ์จากการต่อสู้ร่วมกันในสภาชุดที่ 26 จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี เป้าหมายคือเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อทำงานให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากไม่เข้าร่วมรัฐบาล ก็ไม่กระทบการทำงานในพื้นที่ เพราะเชื่อว่าหน่วยงานรัฐจะช่วยเหลือ สส. ทุกคนเท่าเทียม นอกจากนี้ยังตอบโต้ข่าวลือเรื่อง “งูเห่า” ในพรรคด้วยวลีเด็ด “ไม่มี หากจะไปก็ไปด้วยกัน” แสดงถึงความสามัคคีภายในพรรค

สถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การที่ “ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ด้วยท่าทีมั่นใจ แสดงให้เห็นว่านักการเมืองรุ่นใหม่พร้อมเผชิญความท้าทาย ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือสัญญาณบวกที่การตรวจสอบจะช่วยยกระดับคุณภาพนักการเมือง หากทุกคนโปร่งใส

CTA: คุณคิดอย่างไรกับโอกาสของพรรคกล้าธรรมในการร่วมรัฐบาล? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “ชนนพัฒฐ์” รับใบรับรอง สส. ไม่หวั่นคดีความพร้อมให้ตรวจสอบ รอผู้ใหญ่คุยกันปมดีลร่วมรัฐบาล

ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา จัดโครงการกฎหมายสัญจรเพื่อเยาวชน

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามีข่าวดีจากภาคตะวันออกของไทยมาฝากกัน นั่นคือ ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา จัดโครงการกฎหมายสัญจรเพื่อเยาวชน ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นกิจกรรมสุดเจ๋งที่ช่วยให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปได้ความรู้เรื่องกฎหมายแบบสนุกๆ ไม่น่าเบื่อเลยสักนิด โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ภารกิจของศาลยุติธรรมและกฎหมายเบื้องต้น ให้ทุกคนนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ แถมยังเสริมภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ไม่หลงผิดอีกด้วย

ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา จัดโครงการกฎหมายสัญจรเพื่อเยาวชน อย่างยิ่งใหญ่

กิจกรรมนี้เพิ่งจัดไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นางกองกนก โกศัลลกูฏ สุขพันธุ์ถาวร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา เป็นผู้ริเริ่ม พร้อมคณะผู้พิพากษา ผู้พิพากษาสมทบ ผู้ประนีประนอม และบุคลากรศาลทั้งหมด สถานที่จัดคือลานริมน้ำตรงข้ามโรงพยาบาลพุทธโสธร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา บรรยากาศชิลล์มาก มีผู้เข้าร่วมเพียบเลย นักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา 11 คน วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา 7 คน และประชาชนทั่วไปอีก 128 คน รวมแล้วคึกคักสุดๆ

กิจกรรมเด็ดในโครงการกฎหมายสัญจรเพื่อเยาวชน

ไฮไลต์ของโครงการนี้คือการออกบูธให้ความรู้จากหน่วยงานต่างๆ เช่น สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จ.ฉะเชิงเทรา สำนักงานขนส่ง สำนักงานยุติธรรม สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ม.ราชภัฏราชนครินทร์ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดโรงพยาบาลพุทธโสธร และอื่นๆ อีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีเสวนากฎหมายเรื่องเด็กและเยาวชน โดยผู้พิพากษาอาวุโส นายคเชนทร์ ไชยสิทธิ์ และพิธีกร นางณัฐนรีย์ สายโรจน์ เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการพิเศษ

แต่ที่เด็กๆ ชอบสุดคือกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น เพ้นท์หิน เพ้นท์รองเท้า ทำยาดม ทำกระเป๋าจากใบไม้ วงดนตรี ถ่ายรูปกับขนมและเครื่องดื่ม สนุกมาก! ทำให้การเรียนรู้กฎหมายไม่แห้งแล้ง แต่ผสมผสานกับความบันเทิงได้อย่างลงตัว

  • ออกบูธความรู้จากหน่วยงานรัฐหลายแห่ง
  • เสวนากฎหมายโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • กิจกรรมเวิร์คช็อปสร้างสรรค์
  • พิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด

พิธีเปิดยังมี นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา และหัวหน้าส่วนราชการมาร่วมด้วย สอดคล้องกับนโยบายประธานศาลฎีกา ข้อ 4 ที่เน้นคุณธรรม สร้างความเข้าใจกฎหมายให้ประชาชนทุกวัย ลดข้อพิพาทในสังคม

โครงการนี้ไม่ใช่แค่แจกความรู้ แต่เป็นการปลูกฝังค่านิยมดีๆ ให้เด็กและเยาวชนรู้จักสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ช่วยป้องกันปัญหาสังคมในอนาคต เช่น ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว หรืออุบัติเหตุจากการขับขี่ ในฐานะคนฉะเชิงเทรา เราควรสนับสนุนกิจกรรมแบบนี้ให้มากขึ้น เพราะมันช่วยสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยุติธรรม

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณสนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมดีๆ แบบนี้ หรืออยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายสำหรับเยาวชน ลองติดตามข่าวสารจากศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา รับรองได้ประโยชน์เต็มๆ มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีให้ลูกหลานเราเถอะครับ!

ที่มา – ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.ฉะเชิงเทรา จัดโครงการกฎหมายสัญจรเพื่อเยาวชน

เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซี

เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซี

เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซี หลังเกิดเหตุการณ์น่าอับอายก่อนเกมยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่สนามเบอร์นาเบว สโมสรยักษ์ใหญ่จากสเปนได้เปิดการสอบสวนทันทีเมื่อมีแฟนบอลรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทำท่าทักทายแบบนาซี ก่อนที่ทีมจะเอาชนะเบนฟิก้า 2-1 ในเลกสองของรอบเพลย์ออฟน็อกเอาต์

เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนเกมเริ่มต้น โดยกล้องทีวีจับภาพแฟนบอลคนนี้ทำท่าทางที่ดูเหมือนการยกแขนแบบฟาสซิสต์ ท่ามกลางผู้ชมกว่า 83,000 คนในสนามเบอร์นาเบว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถระบุตัวบุคคลได้ทันทีและไล่เขาออกจากสนามไป

เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซีอย่างหนักแน่น

เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซี ด้วยแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าสโมสรได้มอบหมายให้คณะกรรมการวินัยเริ่มกระบวนการไล่แฟนบอลคนนี้ออกจากสมาชิกทันที “เรอัล มาดริด ขอประณามท่าทางและการแสดงออกแบบนี้ที่ปลุกปั่นความรุนแรงและความเกลียดชังทั้งในกีฬาและสังคม” แถลงการณ์ระบุ สโมสรยืนยันจุดยืนต่อต้านพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทุกกรณี

ชัยชนะเหนือเบนฟิก้า ท่ามกลางดราม่า

แม้จะมีดราม่าก่อนเกม แต่เรอัล มาดริด ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง เอาชนะเบนฟิก้า 2-1 สกอร์รวม 3-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงประตูชัยนาทีที่ 80 ทำให้แฟนบอลลืมเหตุการณ์ร้ายได้ชั่วขณะ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากวินิซิอุส จูเนียร์ ถูกกล่าวหาว่าถูกรังเกียจทางเชื้อชาติจากจิอันลูก้า เพรสเตียนนี ของเบนฟิก้าในเลกแรกที่ลิสบอน กองหน้าบราซิลวัย 25 ปีแจ้งกรรมการ ทำให้เกมหยุดไป 10 นาทีหลังเขากับเพื่อนร่วมทีมเดินออกจากสนาม เพรสเตียนนี โดนแบน 1 นัดชั่วคราวและพลาดเลกสอง หลังยูฟ่าปฏิเสธการอุทธรณ์ของเบนฟิก้า อาจมีบทลงโทษเพิ่มเติมรออยู่

แฟนบอลเรอัล มาดริด แสดงการสนับสนุนวินิซิอุส ด้วยการติดป้าย “ไม่เอาเหยียดเชื้อชาติ” ก่อนเกมเริ่ม ออเรเลียง ชูอาเมนี เพื่อนร่วมทีมยังกล่าวว่าชัยชนะครั้งนี้ “เพื่อทุกคนที่ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ”

ปัญหาเหยียดเชื้อชาติในฟุตบอลยุโรป

เหตุการณ์เรอัล มาดริด ประณามแฟนบอลทำท่าทักทายนาซี สะท้อนปัญหาความเกลียดชังที่ยังคงหลอกหลอนวงการฟุตบอล โดยเฉพาะในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เป็นเวทีใหญ่ระดับโลก สโมสรชั้นนำอย่างเรอัล มาดริด ต้องเผชิญทั้งจากแฟนบอลตัวเองและคู่แข่ง

  • วินิซิอุส จูเนียร์ กลายเป็นเหยื่อเหยียดเชื้อชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า
  • ยูฟ่าต้องเข้มงวดมากขึ้นในการลงโทษ
  • แฟนบอลมีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศที่ดี

นอกจากนี้ ยังมีข่าวเกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น เรอัล มาดริด ชนะเพื่อต่อต้านการเหยียด และคลิปไฮไลท์เกมที่ชูอาเมนีพูดถึงประตูสำคัญ สิ่งเหล่านี้ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของสโมสรที่ยืนหยัดต่อต้านความชั่วร้าย

ฟุตบอลควรเป็นกีฬาที่รวมใจคน ไม่ใช่ที่ระบายความเกลียดชัง เรอัล มาดริด กำลังทำหน้าที่ได้ดีในการจัดการปัญหา แต่ทุกคนในวงการต้องร่วมมือกัน คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวฟุตบอลล่าสุดกับเราเพื่อไม่พลาดอัปเดต!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ว่าที่ สส. 10 สมัย อายุมากสุด

ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อายุ 89 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกที่มีอายุมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 กำลังจะได้รับเกียรติทำหน้าที่ประธานสภาฯ ชั่วคราวในการประชุมนัดแรก เพื่อโหวตเลือกประธานสภาฯ คนใหม่ นี่คือเรื่องราวที่น่าสนใจของนักการเมืองอาวุโสท่านนี้ที่ลงสมัคร สส. ถึง 10 สมัย!

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศรับรองผล สส. แบบแบ่งเขต 396 เขต เมื่อวันก่อนหน้า สส. ชุดใหม่เริ่มทยอยมารายงานตัวรับหนังสือรับรองตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 มีนาคม บรรยากาศคึกคักมาก โดยเฉพาะเมื่อ กกต. รับรอง สส. เกิน 95% แล้ว สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จะประสานให้ นายกฯ นำทูลเกล้าฯ เปิดประชุมสภาฯ นัดแรกภายใน 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 121

และผู้ที่ได้ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในวันโหวตเลือกประธานสภาฯ คือ สส. อาวุโสสูงสุด นั่นก็คือ นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อายุ 89 ปี จากบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ซึ่งต้องมาร่วมประชุมในวันนั้นด้วย มาดูกันว่า ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร มีอะไรน่าสนใจบ้าง

ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.อาวุโส

ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร

นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ชื่อเล่นว่า “เตี่ย” เกิดเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2479 ปัจจุบันอายุ 89 ปี เป็นบุตรของนายชัย และนางทองหยิบ โล่ห์สุนทร ด้านครอบครัว สมรสกับนางรำไพ โล่ห์สุนทร มีบุตรธิดาทั้งหมด 5 คน ได้แก่ ตวงรัตน์ ศรินทร กิตติกร ณฐาพร และธนาธร โล่ห์สุนทร ครอบครัวใหญ่ที่สนับสนุนเส้นทางชีวิตทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

การศึกษา

คุณเตี่ยไพโรจน์มีการศึกษาที่แข็งแกร่งในสายรัฐศาสตร์ ดังนี้

  • ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันราชภัฏลำปาง

การศึกษาระดับสูงช่วยให้ท่านมีความรู้พื้นฐานที่มั่นคงในการทำงานทางการเมือง

การศึกษา ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร

เส้นทางการเมือง

ประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ในเส้นทาง สส. และรัฐมนตรี

เส้นทางนักการเมืองของนายไพโรจน์เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2531 ลงสมัคร สส.ลำปางครั้งแรกกับพรรคเอกภาพ และได้รับเลือก ต่อมาเปลี่ยนพรรคหลายครั้ง เช่น พรรคสามัคคีธรรมในปี 2535, พรรคชาติพัฒนาในปลายปีเดียวกัน ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยนายชวน หลีกภัย ปี 2537 และสมัยพล.อ.ชวลิต ปี 2539 จากนั้นเป็นรัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ สมัยชวนอีกครั้งปี 2541

ปี 2544 เข้าร่วมพรรคไทยรักไทย ได้รับเลือกตั้งอีกสมัย แต่ถูกตัดสิทธิ์เพราะเป็นกรรมการบริหารพรรค กลับมาอีกครั้งปี 2562 เป็น สส.สมัย 8 พรรคเพื่อไทย อายุ 82 ปีตอนนั้นเป็น สส.อายุมากสุดแล้ว ล่าสุดปี 2566 และ 2569 ได้ สส.บัญชีรายชื่อ สมัย 9 และ 10 ตามลำดับ ทำให้ในสภาฯ ชุด 27 ท่านเป็น สส.อาวุโสสุด

เส้นทางการเมือง ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร

จากประวัติ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร เราจะเห็นถึงความทุ่มเทและประสบการณ์กว่า 4 ทศวรรษในวงการเมืองไทย ท่านเปลี่ยนพรรคหลายครั้งแต่ยึดมั่นในฐานเสียงลำปางเสมอมา แม้อายุ 89 ปีแล้วยังคงแข็งแรงพร้อมรับใช้ประชาชน นี่คือตัวอย่างของนักการเมืองอาวุโสที่ยังมีบทบาทสำคัญ

ติดตามข่าว สส. ชุดใหม่และการเมืองไทยที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ประวัติ “ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร” ว่าที่ สส. 10 สมัย อายุมากสุดของสภาฯ ชุดที่ 27 นั่ง ปธ.ชั่วคราว

หมดความอดทน หมอของขวัญเดือด ถอดปลอกคอแพทย์

เฮ้ย! ข่าวร้อนแรงในวงการสุขภาพมาอีกแล้วนะทุกคน หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด ประกาศถอดปลอกคอ “แพทยสภา” ขอคืนใบอนุญาตฯ หมอของขวัญ หรือ พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรันดร์ ที่หลายคนติดตามในโซเชียล ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจผ่านเพจ Doctorkatekate บอกชัดว่าหมดทนกับระบบที่ใช้ ‘ดุลยพินิจ’ โดยไม่มีมาตรวัดชัดเจน หลังจากทำอาชีพแพทย์มานาน 20 ปี เธอพร้อมเป็นแพทย์คนแรกในไทยที่คืนใบอนุญาต!

หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด ประกาศถอดปลอกคอ “แพทยสภา” ขอคืนใบอนุญาตฯ

จากโพสต์เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หมอของขวัญเขียนไว้ว่า “20 ปีที่เป็นแพทย์ หมอภูมิใจในอาชีพมากนะ แต่พรุ่งนี้หมอขอประกาศจุดยืนในการยุติความเป็นแพทย์ เพราะหมดความอดทนกับระบบที่ใช้ “ดุลยพินิจ” ที่ไม่มีมาตรวัด หมอของขวัญจะถอดปลอกคอที่ชื่อว่า “แพทยสภา” ออกเสียที ฉันคือแพทย์คนแรกของประเทศไทยที่จะคืนใบอนุญาตฯ อดทนมานานแล้ว รังแกกันมากไป ก็ลาออกแม่งเลย 27 ก.พ. 2569 10.00 น. เจอกันที่แพทยสภา อาคารมหิตลาธิเบต ชั้น 12 กระทรวงสาธารณสุขค่ะ” คำพูดนี้แรงมาก ดึงดูดความสนใจจากชาวเน็ตได้ทันที

ทำไมหมอของขวัญถึงหมดความอดทนกับแพทยสภา?

หลายคนสงสัยว่าปัญหาคืออะไรกันแน่? จากที่ติดตาม หมอของขวัญเคยมีประเด็นกับแพทยสภามาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ดุลยพินิจที่ไม่โปร่งใส ทำให้แพทย์หลายคนรู้สึกอึดอัด เธออาจถูก ‘รังแก’ จากระบบที่ลำเอียง ทำให้ตัดสินใจก้าวข้ามเส้น ถอด ‘ปลอกคอ’ หรือใบอนุญาตที่ผูกมัดแพทย์ไว้กับองค์กรนี้ออกไป หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด จริงจังสุดๆ

นอกจากนี้ หมอของขวัญยังเป็นแพทย์หญิงที่โด่งดังในโซเชียล มีผู้ติดตามเพียบจากคอนเทนต์สุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ เธอเคยให้ความรู้แบบเป็นกันเอง ทำให้แฟนคลับรักมาก การตัดสินใจครั้งนี้เลยยิ่งช็อกวงการ

  • เหตุผลหลัก: ระบบดุลยพินิจไม่มีมาตรฐานชัดเจน
  • ระยะเวลา: อดทนมานาน 20 ปีในอาชีพ
  • การกระทำ: คืนใบอนุญาตแบบเป็นทางการ ที่แพทยสภา
  • ผลกระทบ: อาจจุดกระแสให้แพทย์อื่นๆ ลุกขึ้น

หลังโพสต์แพร่กระจาย ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์ให้กำลังใจเพียบ บางคนบอก ‘สู้ๆ ค่ะหมอ’ บางคน ‘ระบบต้องเปลี่ยน’ แต่ก็มีคนรอฟังคำชี้แจงเพิ่มเติมว่ามีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังกันแน่ ความคืบหน้า หมอของขวัญนัดเจอที่แพทยสภาวันที่ 27 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. เราจะอัพเดทให้ฟังแน่นอน

ปฏิกิริยาจากสังคมและวงการแพทย์

ข่าว หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด ประกาศถอดปลอกคอ “แพทยสภา” ขอคืนใบอนุญาตฯ นี้ สะท้อนปัญหาใหญ่ในระบบแพทย์ไทย แพทย์หลายคนเคยบ่นเรื่องการควบคุมจากแพทยสภาที่เข้มงวดเกินไป โดยเฉพาะการลงโทษด้วยดุลยพินิจส่วนตัว ไม่มีเกณฑ์วัดที่ fair ทำให้รู้สึกเหมือนถูก ‘รัดคอ’ จริงๆ การที่หมอของขวัญกล้าออกมาเป็นคนแรก อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของเรา อาชีพแพทย์เป็น noble profession ที่ช่วยเหลือคน แต่ถ้าองค์กรกำกับดูแลไม่โปร่งใส ก็ยากที่จะพัฒนา หมอของขวัญอาจไม่ใช่แค่ลาออก แต่เป็นการประท้วงเพื่อสิทธิแพทย์รุ่นใหม่ หลังจากนี้เธอจะทำอะไรต่อ? อาจหันไปทำคอนเทนต์สุขภาพเต็มตัว หรือเปิดคลินิกเอกชนโดยไม่ต้องมีใบจากสภา?

เพื่อนๆ ที่เป็นหมอหรือสนใจวงการสุขภาพ คิดยังไงบ้าง? ระบบแพทย์ไทยพร้อมเปลี่ยนหรือยัง? หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด ครั้งนี้อาจเป็นข่าวที่จุดประกายให้เกิด discussion ใหญ่ อย่าลืมติดตามนะ

สุดท้ายนี้ เราอยากชวนทุกคนแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย คุณเคยเจอปัญหากับระบบแบบนี้บ้างไหม? หรือคิดว่าหมอของขวัญตัดสินใจถูก? กดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อไม่พลาดข่าวอัพเดทวงการสุขภาพแบบ real-time นะคะ! การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบแพทย์ไทยให้ดีขึ้นได้จริงๆ

ที่มา – หมดความอดทน “หมอของขวัญ” เดือด ประกาศถอดปลอกคอ “แพทยสภา” ขอคืนใบอนุญาตฯ