วัน: 26 กุมภาพันธ์ 2026

คอบร้าโกลด์ 2026: ไทย-สหรัฐฯ ฝึกยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก

วันนี้เรามาพูดถึงเหตุการณ์สุดยิ่งใหญ่ในวงการทหารไทยกันเลยนะครับ คอบร้าโกลด์ 2026 การฝึกร่วมใหญ่ระหว่างไทย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ที่กำลังสร้างความฮือฮาอย่างมาก โดยเฉพาะการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ที่สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569

การฝึกครั้งนี้มีผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมตรวจเยี่ยมเพียบเลยครับ พลเรือเอก สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช รองผู้บัญชาการทหารเรือ ไทย พลตรี วิลเลียม เจ. เพรนเดอร์แกสต์ ที่ 4 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 สหรัฐฯ และคณะจากเกาหลีใต้กับสิงคโปร์ ทุกคนตื่นเต้นกับการแสดงศักยภาพของกำลังทหารจากหลายชาติ

คอบร้าโกลด์ 2026

ภารกิจหลักของการฝึกยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกคือการยึดหัวหาดศัตรู โดยใช้เรือรบ ปืนใหญ่ อากาศยาน และกำลังพลยกพลขึ้นบก เริ่มจากยิงระดมด้วยปืนใหญ่เรือ ลดกำลังศัตรู แล้วส่งนาวิกโยธิน รถสะเทินน้ำสะเทินบกบุกยึดพื้นที่ สถาปนาความมั่นคงเพื่อรุกต่อไป มันคือการผสมผสานกำลังทางทะเล บก อากาศ ได้อย่างลงตัว สร้างความพร้อมรบให้ทุกฝ่าย

ปีนี้ คอบร้าโกลด์ 2026 มีกำลังพลจาก 4 ชาติไทย สหรัฐ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เข้าร่วมเต็มสูบ สหรัฐฯ ส่งเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ USS ASHLAND เฮลิคอปเตอร์โจมตี และยุทโธปกรณ์เพียบ ไทยส่งเรือหลวงช้าง เรือหลวงวังใน เรือหลวงทองหลาง นาวิกโยธิน รถ AAV และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง

เรือรบเด่นในคอบร้าโกลด์ 2026

  • เกาหลีใต้: ROKS No Jeok Bong (LSTII-689) และรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV
  • สิงคโปร์: เรือยกพลขึ้นบก RSS Endeavour
  • ไทย: เรือหลวงช้าง วังใน ทองหลาง
  • สหรัฐฯ: USS ASHLAND และเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพบก

ภาพการฝึกสุดอลังการ เรือแล่นทะเล ทหารลงบก รถถังน้ำทะเลทะยาน ทุกอย่างสมจริงมาก!

คอบร้าโกลด์ 2026 การฝึกยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกคอบร้าโกลด์ 2026 ไทย สหรัฐ ร่วมฝึก

นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์น่ารัก “คุณเอ็มไอซิกซ์ (MI-6)” สุนัขทรงเลี้ยงของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เข้าร่วมฝึก HADR (Humanitarian Assistance and Disaster Relief) ที่ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา การฝึกนี้จำลองภัยพิบัติในพื้นที่ขัดแย้ง ทหารช่วยค้นหา กู้ภัย ร่วมกับหน่วย USAR แสดงให้เห็นว่าทหารไม่ใช่แค่รบ แต่ช่วยมนุษยธรรมได้ด้วย

คอบร้าโกลด์ 2026 เป็นมากกว่าฝึกทหาร มันคือการสร้างพันธมิตร เสริมความมั่นคงภูมิภาค ไทยได้พัฒนาขีดความสามารถ ฝึกร่วมสมบูรณ์แบบ แสดงแสนยานุภาพให้โลกเห็น และกระชับสัมพันธ์มิตรประเทศ Cobra Gold เริ่มมาตั้งแต่ปี 1982 เป็นการฝึกใหญ่สุดในอาเซียน ครอบคลุมการรบ การกู้ภัย ทุกปียิ่งใหญ่ขึ้น

การฝึกช่วยให้กองทัพไทยพร้อมทุกมิติ ทั้งรบและช่วยภัย สุนัข MI-6 ยังเพิ่มสีสัน แสดงบทบาทสัตว์ในภารกิจทหาร ภาพสุนัขช่วยค้นหานี่น่ารักแต่จริงจังมาก

สุนัข MI-6 ในคอบร้าโกลด์ 2026

ในมุมมองผม การฝึกแบบนี้คือกุญแจสู่ความมั่นคง ไม่ใช่แค่ไทยแต่ทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ซับซ้อน พันธมิตรแข็งแกร่งคือหลักประกันสันติภาพ ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดภัยพิบัติจริง มีทีมแบบนี้พร้อมช่วย น่าปลื้มแทน

อยากเห็นคลิปเต็ม? คลิกชมคลิปการฝึกคอบร้าโกลด์ 2026 สุดมันส์! คุณคิดยังไงกับการฝึกครั้งนี้ คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ ติดตามข่าวทหารไทยต่อไปได้ที่บล็อกนี้เลย

ที่มา – “Cobra Gold 2026” วันนี้ ไทย-สหรัฐฯ-เกาหลี-สิงคโปร์ ฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก

เวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้น

เวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้น

เมื่อพูดถึงสถิติสุดห่วยในยุคเอริค แรมซีย์คุมทีมเวสต์บรอมวิช อัลเบียน มีให้เลือกเพียบเลยครับ

อัตราการชนะ 0% สะสมได้แค่ 4 คะแนนจาก 24 คะแนนในแชมเปียนชิพ และยิงได้แค่ 4 ประตู การแพ้คาบ้านหนักสุดในประวัติศาสตร์นอกพรีเมียร์ลีก 44 วัน 9 นัด หรือที่แย่สุดคือการหาโค้ชหัวหน้าใหม่ครั้งที่ 4 ใน 11 เดือน หลังไล่แรมซีย์ออกวันอังคาร

สำหรับสโมสรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง 4 เทรนเนอร์ถาวรใน 11 ปีระหว่าง 2000-2011 นี่คือสถิติที่เจ็บปวดที่สุด แรมซีย์อาจรับผิด แต่เจ้าของทีม Bilkul กดดันหนักต้องแก้ไขทันที เพราะตกชั้นลีก 3 เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ใกล้เข้ามา

แล้วเวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้นล่ะ? เจมส์ มอร์ริสัน อดีตกองกลางกลับมาคุมชั่วคราวครั้งที่ 3 Opta ให้โอกาสรอด 50/50

เวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้น: ผู้เล่นผิดตำแหน่ง ระบบผิด

คริส ฮอลล์ แฟนนักเขียนเรียก “การแต่งตั้งที่พังพินาศ” สตีฟ เฮอร์มอนจาก BBC Radio WM บอกว่าเป็น “หนังสยองขวัญ” การดึงแรมซีย์วัย 34 ที่ยังไม่เคยคุมแชมเปียนชิพ หลังไรอัน เมสันล้มเหลว (9 ชัยชนะจาก 27 นัด) ทำให้กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย

แรมซีย์มีประสบการณ์แค่ 2 ฤดูกาลกับมินนิโซตา ยูไนเต็ดใน MLS ชอบระบบ 3 หรือ 5 เซนเตอร์ แต่ขาดงบซื้อตัวเพราะ PSR ทำให้ปรับตัวยาก แพ้ 3-2 มิดเดิลสโบรช์นัดแรก จากนั้นโดนนอร์วิชถล่ม 5-0 คาบ้าน สิ้นสุดเดือนมกราคมทิ้ง 3-4-3 แต่ผลยังแย่ 2 แต้มจาก 3 นัด ไม่ยิงเลย จนเจอชาร์ลตัน รอมซีย์โดนไล่ออกหลังโดนตีเสมอ

“หลีกเลี่ยงไม่ได้” ริชาร์ด สนีคส์ อดีตนักเตะบอก “เลือกตัวผิด ตำแหน่งผิด ระบบผิด แม้เจอชาร์ลตันยังใส่กองกลางรับ 3 คน ไอแซค ไพรซ์ทางขวาที่เขาไม่ถนัด”

ความเห็นแฟนบอล: แรมซีย์เกินตัว แท็คติกงงงวย

  • สตีเฟ่น T: การแต่งตั้งผิดแต่แรก พังตั้งแต่วันแรก
  • สตีเฟ่น W: ไล่ออกถูกแล้ว เกินตัว แท็คติกงง เล่นตัวผิดตำแหน่ง
  • โรแฮน: เกลียดไล่โค้ช แต่สถิติแรมซีย์แย่เกิน
  • คริส: ไล่แรมซีย์ถูก แต่ปัญหาลึกกว่านั้น ต้องรีวิวใหญ่ซัมเมอร์นี้
  • นิกเกิล: สโมสรยุ่งเหยิง เจ้าของไม่เข้าใจฟุตบอลอังกฤษ

มอร์ริสัน? มัวร์? ใครจะมาแทนเพื่อแก้เวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้น

แรมซีย์ล้มเหลว สปอตไลต์ส่องชาแมนชิเลน พาเทล ทีมบริหารเก่งเรื่องการเงินแต่ฟุตบอลล้มเหลว 3 โค้ช + ผอ.กีฬาแอนดรูว์ เนสเตอร์ลาออก เอียน เพียร์ซ์ดูแลการเสริมทัพ

มอร์ริสันไม่แพ้ 3 นัดชั่วคราว น่าจะคุมถึงจบฤดู คริส ฮอลล์บอก “หาคนมีประสบการณ์? แต่ต้องว่างงาน” มอร์ริสันรักสโมสร “อยู่ใน DNA” ดึงดาริล ไดค์กลับมา

แต่ผู้เล่นต้องการเสียงใหม่หรือคนที่รักสโมสร? ดาเรน มัวร์ ว่างหลังถูกไล่จากพอร์ต วาเล่ สนีคส์เสนอช่วยชั่วคราว “แข็งแกร่ง วางตัวถูกที่”

นัดใหญ่สุด 20 ปี: เวสต์บรอม vs อ็อกซ์ฟอร์ด

เหลือ 1 แต้มเหนือโซนตกชั้น ครั้งแรกตั้งแต่ 1990-91 มอร์ริสันเจออ็อกซ์ฟอร์ดนัดเสาร์ “นัดใหญ่สุด 20 ปี” สนีคส์บอก “ผู้เล่นดีพอ ถ้าวางถูกตำแหน่งรอดแน่”

ชัยชนะนัด 11 ในแชมเปียนชิพจะช่วยมาก Opta ให้ 50/50 ต้องตัดสินใจถูกครั้งนี้

คุณคิดว่าเวสต์บรอมทำอย่างไรต่อไปกับวิกฤติตกชั้น? คอมเมนต์บอกเราสิ! ติดตามข่าวฟุตบอลอังกฤษอัปเดตล่าสุดที่นี่

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม.

ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม. เหตุการณ์ภูเขาไฟคันลาออนปะทุครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่ภาคกลางของฟิลิปปินส์ หลังจากกลุ่มควันและเถ้าถ่านพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้ากว่า 2,500 เมตร ส่งผลให้ขี้เถ้าตกลงมาในชุมชนใกล้เคียง ทางการกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภัยรุนแรงยิ่งขึ้น

ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม.

ภูเขาไฟคันลาออน (Kanlaon) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดเนกรอสโอเรียนตัลและเนกรอสออกซิเดนทัล เกิดการปะทุอย่างรุนแรงในช่วงค่ำของวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ตามเวลาท้องถิ่น การปะทุเริ่มต้นเวลา 19.04 น. และกินเวลาราว 2 นาที พ่นกลุ่มควันเถ้าถ่านสูงถึง 2,500 เมตรเหนือปากปล่อง ก่อนถูกลมพัดไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นายเตเรซิโต บาโคลคอล ผู้อำนวยการสำนักงานภูเขาไฟวิทยาแห่งชาติ เปิดเผยกับ AFP ว่า อาจเกิดการปะทุรุนแรงกว่านี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภูเขาไฟลูกนี้สร้างความหวาดกลัว ชาวบ้านในเมืองลาคาสเตลลานา ซึ่งอยู่ใกล้ภูเขาไฟ รายงานว่าได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนมีเถ้าถ่านตกลงมาในย่านชุมชน เจ้าหน้าที่กู้ภัยอย่างนายจอห์น เด อาซิส เร่งแจกจ่ายหน้ากากอนามัยให้ประชาชนทันทีเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจากฝุ่นละออง

ประวัติและความอันตรายของภูเขาไฟคันลาออน

ภูเขาไฟคันลาออนเป็นหนึ่งใน 24 ภูเขาไฟที่ยังมีพลังในฟิลิปปินส์ มีประวัติการปะทุครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น ในปี 2539 ที่คร่าชีวิตนักปีนเขา 3 รายใกล้ยอดเขา นอกจากนี้ ยังมีการตรวจพบหินร้อนแดงตกลงรอบปากปล่องในครั้งนี้ ทำให้ทางการประกาศเขตห้ามเข้าในรัศมี 4 กิโลเมตร

ปัจจุบัน ระดับเตือนภัยอยู่ที่ระดับ 2 จาก 5 แต่สำนักงานภูเขาไฟวิทยากำลังพิจารณายกระดับเป็น 3 หากสถานการณ์เลวร้ายลง ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับคำเตือนให้เตรียมพร้อมอพยพและหลีกเลี่ยงการสูดดมเถ้าถ่าน

ผลกระทบและมาตรการรับมือ

  • ผลกระทบต่อชุมชน: เถ้าถ่านตกลงมา ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงและเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ
  • มาตรการทันที: แจกหน้ากากอนามัยและเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
  • คำแนะนำประชาชน: อยู่ห่างจากพื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และติดตามประกาศทางการ

ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) ทำให้เกิดภัยภูเขาไฟบ่อยครั้ง เหตุการณ์ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม. ครั้งนี้เตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสี่ยงจากธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจมีละลายภูเขาไฟไหลตามมา หากการปะทุรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ การปะทุครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ แสดงถึงกิจกรรมภูเขาไฟที่เพิ่มสูงขึ้น ทางการได้เพิ่มกำลังพลเฝ้าระวังและเตรียมแผนอพยพฉุกเฉินแล้ว ชาวฟิลิปปินส์ในพื้นที่ต่างแสดงความกังวล แต่ก็เชื่อมั่นในมาตรการของรัฐบาล

สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารภัยพิบัติ สามารถศึกษาวิธีเตรียมตัวรับมือภูเขาไฟได้ เช่น สะสมเสบียงอาหารและน้ำดื่ม ตรวจสอบเส้นทางอพยพ และติดตั้งแอปเตือนภัยจากหน่วยงานท้องถิ่น

เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมคือกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสีย ติดตามอัปเดตสถานการณ์ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม. ผ่านช่องทางข่าวต่างประเทศของเราเพื่อข้อมูลล่าสุด

ที่มา – ฟิลิปปินส์ระทึก ภูเขาไฟปะทุช่วงค่ำ พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้า 2,500 ม.

“ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางข่าวร้อน

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย กลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดีย เมื่อ “จุ๊บจิ๊บ” ธนพร ศรีวิราช ภรรยาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โพสต์คลิปวิดีโอสุดฟิต ท่ามกลางกระแสข่าวทางการเมืองที่พรรคกล้าธรรมอาจไม่ได้ร่วมรัฐบาล และมี “งูเขียว” โผล่มาสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย

ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) เดินทางกลับจากการพักผ่อนดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ เขาเลือกเก็บตัวเงียบ ไม่เดินทางเข้าทำงานที่กระทรวง แต่ส่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไปปฏิบัติหน้าที่แทน ล่าสุดเวลา 20.00 น. “จุ๊บจิ๊บ” ได้โพสต์สตอรี่อินสตาแกรม @jarubjubjib คลิปวิดีโอที่ ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย โดยยกดัมเบลในชุดเสื้อกล้ามสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้นสีขาว มีลูกสาวร่วมเวิร์คเอาท์ด้วย บรรยากาศดูอบอุ่นและแข็งแรง

คลิปนี้มียอดวิวสูงทันที เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือหนาหูเรื่องพรรคกล้าธรรมที่อาจไม่ได้รับเก้าอี้ในรัฐบาลใหม่ แถมยังมีข่าว “งูเขียว” จากพรรคกล้าธรรมบางคนไปร่วมสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ทำให้สมาชิกพรรคแตกแยก สร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย

กระแสข่าวพรรคกล้าธรรมและงูเขียว

พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มอดีต ส.ส. ที่แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นกำลังสำคัญ แต่ล่าสุดเกิดกระแสว่าพรรคอาจพลาดโอกาสร่วมรัฐบาล เพราะการเจรจาล่ม และมีสมาชิกบางคนที่ถูกเรียกว่า “งูเขียว” (สัญลักษณ์ของการทรยศหรือแปรพักตร์) ไปสมัครใจร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแทน สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามว่าพรรคจะไปต่ออย่างไร

  • ธรรมนัสเก็บตัวหลังกลับจากฟินแลนด์ ไม่เข้าอoffice
  • มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยฯ ทำงานแทน
  • โพสต์คลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย ผ่านอินสตาแกรมภรรยา
  • ข่าวพรรคกล้าธรรมอาจไม่ร่วมรัฐบาล
  • งูเขียวจากพรรคไปร่วมภูมิใจไทย

หลายคนวิเคราะห์ว่า การที่ธรรมนัสเลือกโชว์ฟอร์มฟิตในช่วงนี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณถึงสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมลุยการเมืองต่อ แม้จะมีปัญหาภายในพรรค ร.อ.ธรรมนัสซึ่งมีประสบการณ์ยาวนานในวงการทหารและการเมือง เคยผ่านศึกเลือกตั้งหลายสมรภูมิ และเป็นตัวละครสำคัญในพรรคพลังประชารัฐมาก่อน การออกกำลังกายยกดัมเบลนี้ ไม่เพียงแสดงถึงวินัยส่วนตัว แต่ยังอาจเป็นภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์

ความหมายเบื้องหลังคลิปธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเป็นเวทีการเมือง การโพสต์คลิปเช่นนี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์บวก โดยเฉพาะกับนักการเมืองวัย 60+ ที่แสดงให้เห็นว่ายังฟิตปั๋ง ลูกสาวร่วมออกกำลังกายยังเพิ่มความน่ารักและครอบครัวอบอุ่น แต่ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องพรรค คลิปนี้อาจเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ หรือยืนยันว่าธรรมนัสยังคุมเกมได้

นอกจากนี้ ยังมีกระแสวิเคราะห์ถึงทริปฟินแลนด์ที่เพิ่งจบ ว่าอาจเป็นช่วงพักผ่อนเพื่อวางแผนกลยุทธ์ใหม่สำหรับพรรคกล้าธรรม การเมืองไทยช่วงจัดตั้งรัฐบาลมักเต็มไปด้วยการเจรจาลับและการแปรพักตร์ คำว่า “งูเขียว” กลายเป็นวลีฮิตที่ชาวเน็ตใช้ล้อเลียนนักการเมืองที่เปลี่ยนข้าง

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า สถานการณ์นี้จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของพรรคกล้าธรรม หากธรรมนัสสามารถรวมพรรคได้อีกครั้ง อนาคตอาจสดใส แต่หากแตกแยกต่อเนื่อง อาจกลายเป็นพรรคเล็กที่ไม่มีอิทธิพล

สุดท้าย ธรรมนัส โชว์ฟิตออกกำลังกาย คลิปนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟิตเนส แต่สะท้อนมุมมองชีวิตและการเมืองที่เชื่อมโยงกัน นักการเมืองสมัยใหม่ต้องฟิตทั้งกายและใจเพื่อสู้ในสนามรบที่โหดร้าย

คุณคิดอย่างไรกับคลิปนี้? มันเป็นสัญญาณบวกหรือกลยุทธ์การเมือง? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันได้ที่นี่!

ที่มา – “ธรรมนัส” โชว์ฟิตออกกำลังกาย ท่ามกลางกระแสข่าวกล้าธรรมไม่ได้ร่วมรัฐบาล-งูเขียวโผล่

กรณ์ จี้ นายกฯ เร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อน 2 มี.ค.

ในสถานการณ์ที่ปัญหาอาชญากรรมทางการเงินกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคดีฟอกเงินจากกลุ่มสแกมเมอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแก่ประชาชน นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินคดีให้ทันกำหนดเวลา เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

กรณ์ จี้ นายกฯ เร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค.นี้

กรณ์ จี้ นายกฯ เร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค.นี้ คือประเด็นร้อนที่นายกรณ์ได้กล่าวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชี้ว่าสำนักงานอัยการสูงสุดต้องยื่นฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาฟอกเงินภายในวันที่ 2 มีนาคม 2569 มิเช่นนั้นทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้กว่า 10,000 ล้านบาท โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะต้องคืนให้ผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากครบกำหนด 90 วันนับจากวันที่นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวการอายัดทรัพย์

นายกรณ์แสดงความกังวลว่าสำนวนคดีอาจยังไม่รัดกุมพอที่จะส่งผลดีในชั้นศาล แม้จะเชื่อว่าอัยการน่าจะไม่ปล่อยผ่าน แต่ก็มีเสียงกระซิบจากแวดวงที่เกี่ยวข้องว่าอาจมีช่องโหว่ จึงขอวิงวอนให้นายกรัฐมนตรีกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายให้ขยันขันแข็ง ร่วมกันรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง

กรณ์ จี้ นายกฯ เร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน: บริบทและความสำคัญ

คดีนี้เกิดจากกลุ่มสแกมเมอร์ที่หลอกลวงประชาชนจนได้เงินจำนวนมหาศาล ก่อนนำมาฟอกผ่านช่องทางต่างๆ ปปง. สามารถอายัดทรัพย์สินได้สำเร็จ แต่หากไม่ฟ้องทันเวลา เงินก้อนนี้จะหลุดรอดไป ซึ่งจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของรัฐ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นธุรกรรมต้องสงสัยในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่เชื่อมโยงกับกองทุนดังกล่าว ซึ่งมีพิรุธชัดเจน รัฐบาลต้องสั่งการสืบสวนขยายผลโดยด่วน

ปัญหาทุนเทาหรือทุนสีกำมะหยี่ที่แทรกซึมในระบบเศรษฐกิจไทยมานาน เป็นภัยคุกคามต่อความโปร่งใสและเสถียรภาพทางการเงิน นายกรณ์ย้ำชัดว่าอยากเห็นรัฐบาลใหม่เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามทุนเทา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักลงทุน

ข้อเสนอแนะเพื่อเร่งรัดคดีฟอกเงิน

  • กำกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย: นายกฯ ต้องสั่งการให้ ปปง., อัยการ, ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานกันอย่างใกล้ชิด
  • สืบสวนขยายผล: ตรวจสอบธุรกรรมต้องสงสัยในตลาดหุ้นและกองทุนที่เชื่อมโยงกับคดีนี้
  • เสริมสร้างกฎหมาย: ปรับปรุงกฎหมายฟอกเงินให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ลดช่องโหว่เวลา 90 วัน
  • ประชาสัมพันธ์: แจ้งเบาะแสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแจ้งข้อมูล

การดำเนินคดีฟอกเงินหมื่นล้านนี้ไม่ใช่แค่คืนเงินให้รัฐ แต่ยังเป็นสัญญาณแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ หากปล่อยให้ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในสายตานานาชาติ

ในมุมมองของผู้เขียน คำเรียกร้องของนายกรณ์เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รัฐบาลควรตอบสนองทันทีเพื่อไม่ให้โอกาสหลุดมือ คุณล่ะคิดอย่างไรกับกรณีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

สุดท้ายแล้ว การปราบปรามทุนเทาจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หวังว่ารัฐบาลจะเอาจริงตามที่นายกรณ์เรียกร้อง

ที่มา – “กรณ์” จี้ นายกฯ เร่งคดีฟอกเงินหมื่นล้าน ก่อนเส้นตาย 2 มี.ค.นี้ อยากเห็นปราบทุนเทาจริงจัง

พนักงานสภาเมืองกลาสโกว์นับพันได้วันหยุดฟุตบอลโลก

ข่าวดีสำหรับแฟนบอลสกอตแลนด์! พนักงานสภาเมืองกลาสโกว์นับพัน กำลังจะได้วันหยุดพิเศษเพื่อฉลองการแข่งขันฟุตบอลโลกของทีมชาติชายสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปีตั้งแต่ปี 1998 สภาเมืองกลาสโกว์ ซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในสกอตแลนด์ ได้ตัดสินใจให้วันหยุดเพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ตรงกับวันที่ทีมสกอตแลนด์ลงสนามนัดแรกพบเฮติที่บอสตัน

พนักงานสภาเมืองกลาสโกว์นับพันได้วันหยุดฟุตบอลโลก: รายละเอียดและค่าใช้จ่าย

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลสกอตแลนด์ประกาศวันหยุดชาติเพื่อเฉลิมฉลอง แต่ปล่อยให้แต่ละสภาท้องถิ่นตัดสินใจเอง Glasgow City Council เห็นด้วยและยอมรับค่าใช้จ่ายประมาณ 520,000 ปอนด์ (ราว 23 ล้านบาท) เพื่อให้พนักงานราว 28,000 คนได้พักผ่อน โดยเงินนี้จะเบิกจากงบสำรองตามรายงานของสภา ปัจจุบันพนักงานสภาได้รับวันลาพักร้อน 29 วันต่อปี และวันหยุดราชการ 12.5 วัน การเพิ่มวันหยุดนี้จะทำให้โรงเรียนในเมืองปิดด้วย สร้างความยินดีให้ครอบครัวหลายบ้าน

เหตุผลเบื้องหลังการให้วันหยุดฟุตบอลโลกแก่พนักงานสภาเมืองกลาสโกว์นับพัน

Allan Casey สมาชิกสภาจากพรรค SNP และประธานคณะกรรมการแรงงาน กล่าวว่าการให้ พนักงานสภาเมืองกลาสโกว์นับพันได้วันหยุดฟุตบอลโลก จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และบาร์ ที่คาดว่าจะคึกคักจากแฟนบอลที่มารวมตัวดูการแข่งขัน เขายังชื่นชอบมาตรการผ่อนคลายกฎหมายใบอนุญาตเหล้าเพื่อจัดการฝูงชนอย่างปลอดภัย “เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง” Casey กล่าวในที่ประชุม “มันจะช่วยเศรษฐกิจที่กำลังต้องการการสนับสนุน” สภามีแผนรับมือวันหยุดราชการอยู่แล้ว ดังนั้นบริการสาธารณะไม่น่าจะกระทบมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกสภาที่เห็นด้วย บางแห่งอย่าง Western Isles และ Moray ตัดสินใจไม่ให้วันหยุดนี้ เพื่อประหยัดงบประมาณ ในขณะที่ Glasgow เลือกเดินหน้าต่อ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากพรรค Labour

เสียงคัดค้านจากฝ่ายค้าน: วันหยุดฟุตบอลโลกหรือข้ออ้าง?

Elaine McDougall จาก Labour วิจารณ์ว่าค่าใช้จ่ายนี้ “ไม่เหมาะสม” ท่ามกลางการตัดงบประมาณอื่นๆ ของสภา เธอเรียกมันว่า “ข้ออ้างให้คนไปดื่ม” (swally ในภาษาสกอต) John Carson เพื่อนร่วมพรรคกังวลถึงผลกระทบต่อบริการสาธารณะและความไม่พอใจในชุมชน แต่ Casey ยืนยันว่าสภาเตรียมพร้อมดี ไม่มีผลกระทบรุนแรง

ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความหมายพิเศษสำหรับสกอตแลนด์ ทีมชาติชายกลับมาอีกครั้งหลังห่างหายนาน การแข่งขันนัดเปิดสนามกับเฮติจะเป็นโอกาสทองที่แฟนๆ จะได้เฉลิมฉลองด้วยกันทั่วประเทศ การให้วันหยุดช่วยสร้างความสามัคคีและกระตุ้นการท่องเที่ยว ธุรกิจใน Glasgow คาดหวังยอดขายพุ่ง โดยเฉพาะร้านพับและผับที่เตรียมจอใหญ่สำหรับถ่ายทอดสด

  • ประโยชน์: กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสุขให้พนักงานและครอบครัว
  • ค่าใช้จ่าย: 520,000 ปอนด์ จากงบสำรอง
  • ผลกระทบ: โรงเรียนปิด บริการพื้นฐานยังปกติ
  • ตัวอย่างอื่น: บางสภาไม่เข้าร่วม

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจนี้แสดงให้เห็นถึงการ balance ระหว่างการเฉลิมฉลองกีฬาและการบริหารจัดการงบประมาณ ในมุมมองของผม นี่เป็นไอเดียเจ๋งที่ช่วยให้ประชาชนได้ผ่อนคลายและสนับสนุนทีมชาติ คุณคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลโลกเพิ่มเติมจากเรา!

ที่มา – Thousands of Glasgow council staff to get World Cup holiday

ส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับบ้านเลตองคุ

คุณเคยได้ยินเรื่องราวสุดลึกลับของส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับคืนสู่ “กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว” บ้านเลตองคุหรือไม่? เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมเลยทีเดียว งาช้างคู่นี้ไม่ใช่แค่วัตถุโบราณธรรมดา แต่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่นับถือฤๅษีผมยาวให้ความเคารพอย่างสูง

ส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับคืนสู่ “กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว” บ้านเลตองคุ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 นายมาโนช โพธิ์เนียม นายอำเภออุ้มผาง เป็นประธานในพิธีอัญเชิญงาช้างศักดิ์สิทธิ์กลับสู่บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก โดยมีผู้ใหญ่บ้านช่อกุ โรจน์ศิริชัย พร้อมชาวบ้านแต่งกายด้วยชุดชนเผ่าปกาเกอะญอ มารับอย่างยิ่งใหญ่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุ้มผางช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและนำขบวนจากที่ว่าการอำเภอ

พิธีส่งคืนงาช้างศักดิ์สิทธิ์กลับบ้านเลตองคุ

ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านบ้านเลตองคุซึ่งเป็นที่รู้จักในนามหมู่บ้านกะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว ได้ยื่นหนังสือถึงนายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เพื่อขอส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับคืนสู่ “กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว” บ้านเลตองคุ เพราะงาช้างนี้เป็นสมบัติประจำหมู่บ้าน ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจและประกอบพิธีกรรมสำคัญ

ประวัติและความศักดิ์สิทธิ์ของงาช้างบ้านเลตองคุ

งาช้างศักดิ์สิทธิ์คู่นี้เป็นงาช้างโบราณสมัยอยุธยา แกะสลักลวดลายพุทธประวัติอย่างประณีต มีความยาวกว่า 1.70 เมตร น้ำหนักเกิน 40 กิโลกรัม ประดิษฐานในศาลาฤๅษีบ้านเลตองคุมานาน ชาวกะเหรี่ยงที่นี่นับถือฤๅษี ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด และงาช้างนี้คือวัตถุบูชาหลักในการทำพิธี

งาช้างศักดิ์สิทธิ์บ้านเลตองคุ กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2560 เดือนมิถุนายน อดีตผู้ใหญ่บ้านลักลอบนำงาช้างไปไว้ฝั่งเมียนมา สร้างความโกรธเคืองให้ชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ไทย-เมียนมาระดมกำลังติดตามจนได้คืน และทำพิธีขอขมา ชาวบ้านเชื่อว่างาช้างนี้คุ้มครองหมู่บ้านให้พ้นภัย

  • ความยาวงาช้าง: กว่า 1.70 เมตร
  • น้ำหนัก: มากกว่า 40 กิโลกรัม
  • สมัย: อยุธยา แกะสลักพุทธประวัติ
  • สถานที่ประดิษฐาน: ศาลาฤๅษีบ้านเลตองคุ
  • ความสำคัญ: สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ คุ้มครองหมู่บ้าน
ชาวบ้านกะเหรี่ยงรับงาช้างศักดิ์สิทธิ์

ผู้ใหญ่บ้านช่อกุ โรจน์ศิริชัย กล่าวว่า งาช้างคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ชาวบ้านดีใจที่ได้คืนเพื่อประกอบพิธี นอกจากนี้ยังขอให้หน่วยงานปรับปรุงถนนเข้าหมู่บ้านและเสริมความมั่นคงชายแดน เนื่องจากบ้านเลตองคุติดชายแดนเมียนมา

บ้านเลตองคุเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชาวกะเหรี่ยงที่นี่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย นับถือฤๅษีผมยาว มีผมยาวประบ่าเป็นเอกลักษณ์ การได้ส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับคืนสู่ “กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว” บ้านเลตองคุครั้งนี้ เสริมความเชื่อมั่นและสามัคคีในชุมชน หากคุณชื่นชอบเรื่องวัฒนธรรมพื้นเมือง ลองวางแผนไปเยือนอุ้มผางดูสิ รับรองได้ประสบการณ์ไม่เหมือนใคร!

ในมุมมองของผม การอนุรักษ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นแบบนี้สำคัญมาก เพราะช่วยรักษาเอกลักษณ์ไทยให้ลูกหลานได้เรียนรู้ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? แชร์ความคิดในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ

ที่มา – ส่งคืน “งาช้างศักดิ์สิทธิ์” กลับคืนสู่ “กะเหรี่ยงฤๅษีผมยาว” บ้านเลตองคุ

อนุทิน ลงนามประกาศคนต่างด้าวถิ่นที่อยู่ 2568

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญในวงการคนเข้าเมืองของไทยกันครับ เมื่อ “อนุทิน ลงนามประกาศจำนวนคนต่างด้าวถิ่นที่อยู่ 2568” ซึ่งเป็นประกาศจากราชกิจจานุเบกษาที่เพิ่งเผยแพร่ ทำให้หลายคนสนใจกันมาก โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่อยากมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยอย่างถาวร ประกาศนี้กำหนดโควตาชัดเจน เพื่อควบคุมจำนวนให้เหมาะสมกับนโยบายรัฐบาล

อนุทิน ลงนามประกาศจำนวนคนต่างด้าวถิ่นที่อยู่ 2568

ประกาศนี้ลงนามโดยนาย อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2568 และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2568 อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว เนื้อหาหลักคือการกำหนดจำนวนคนต่างด้าวที่จะได้รับอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยประจำปี 2568

ทำไมประกาศนี้ถึงสำคัญ? เพราะถิ่นที่อยู่หมายถึงสถานะถาวร เหมือนใบเขียวของอเมริกา ทำให้สามารถอยู่ไทยได้ไม่จำกัดเวลา ทำงาน ซื้อที่ดินบางส่วน และสิทธิอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น รัฐบาลจึงต้องควบคุมให้สมดุล ไม่ให้กระทบระบบสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง

รายละเอียดจำนวนคนต่างด้าวที่กำหนด

ตามประกาศ มีการกำหนดโควตาดังนี้:

  • คนต่างด้าวที่มีสัญชาติ: แต่ละประเทศไม่เกิน 100 คน รวมอาณานิคมหรือดินแดนปกครองตนเองของประเทศนั้นด้วย
  • คนต่างด้าวไร้สัญชาติ: รวมไม่เกิน 50 คน

ตัวเลขนี้ถือว่าจำกัดมาก เมื่อเทียบกับประชากรต่างด้าวในไทยที่มีเป็นล้านคน แต่เป็นโควตาสำหรับผู้ที่สมัครใหม่เพื่อถิ่นที่อยู่ประจำปีนี้เท่านั้น ผู้ที่มีอยู่แล้วไม่กระทบ

พื้นฐานทางกฎหมายและกระบวนการ

ประกาศอ้างอิงมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ ซึ่งให้อำนาจนายกฯ และ รมว.มหาดไทยกำหนดจำนวนได้ โดยต้องผ่าน ครม. อนุมัติ ผู้สนใจต้องยื่นผ่านกรมการ consulate หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต้องมีคุณสมบัติครบ เช่น อยู่ไทยมานาน พฤติกรรมดี มีรายได้มั่นคง และไม่ใช่บุคคลต้องห้าม

ในอดีต โควตาถิ่นที่อยู่เคยปรับตามสถานการณ์ เช่น ช่วงโควิดลดลง แต่ปี 2568 นี้กลับมาโควตาปกติ แสดงว่ารัฐบาลมั่นใจในระบบฟื้นตัวแล้ว นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันการลักลอบ เพราะมีตัวเลขชัดเจน ทำให้ตรวจสอบได้

ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย

การจำกัดจำนวน “อนุทิน ลงนามประกาศจำนวนคนต่างด้าวถิ่นที่อยู่ 2568” นี้ มีข้อดีหลายประการ เช่น รักษาสมดุลแรงงานไทยไม่ให้ต่างชาติแย่งงาน ควบคุมประชากรไม่ให้หนาแน่นเกินไป และคัดเลือกคนที่มีคุณภาพเข้ามา สร้างประโยชน์ เช่น นักลงทุน นักวิชาการ ที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม บางประเทศอาจไม่พอใจถ้าโควตาน้อย โดยเฉพาะชาติเพื่อนบ้าน แต่รัฐบาลไทยยึดหลัก fairness ทุกประเทศเท่าๆ กัน ไม่เลือกปฏิบัติ สำหรับคนไร้สัญชาติ 50 คนนี้ อาจช่วยเหลือผู้ลี้ภัยหรือกลุ่มพิเศษได้

หากคุณเป็นคนต่างด้าวที่สนใจ สามารถตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา หรือ ตม. การแข่งขันสูงแน่นอน เพราะโควตาจำกัด ดังนั้นเตรียมเอกสารให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ

ในมุมมองผู้เขียน นโยบายนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจัดการเรื่องคนเข้าเมืองได้อย่างรอบคอบ สมดุลระหว่างเปิดรับและปกป้องผลประโยชน์ชาติ หากอยากรู้เพิ่มเติม ลองติดตามข่าวอัปเดตจากแหล่ง官方 หรือปรึกษาทนาย移民เพื่อวางแผนอนาคตครับ

เรียบเรียงข้อมูลเพื่อให้เข้าใจง่าย หากมีคำถามคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “อนุทิน” ลงนามประกาศจำนวนคนต่างด้าวซึ่งจะมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรประจำปี 2568

สิรภพ ลั่นร่วมหัวจมท้ายธรรมนัส โต้ข่าวงูเห่า

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังเข้มข้น เมื่อมีกระแสข่าวลือเรื่อง “สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส” ออกมาโต้ข่าวใหญ่ที่ว่า 9 ส.ส.พรรคกล้าธรรม จะกลายเป็นงูเห่าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นี่คือประเด็นที่ทำให้แฟนข่าวการเมืองต้องตื่นเต้น เพราะเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังฝุ่นควันคลุ้ง

สิรภพ ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ ธรรมนัส

นายสิรภพ สมผล ว่าที่ ส.ส.สกลนคร เขต 1 พรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนทันทีที่เห็นข่าวลือนี้ เขาบอกว่าเพิ่งทราบข่าวจากสื่อ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อย แต่ยืนยันเต็มปากว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ก็จะอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เหมือนเดิม

“ผมทำงานการเมืองมากว่า 5 ปี พ่อแม่ผมก็ทำมานาน แต่ผมได้เป็น ส.ส.เพราะการสนับสนุนของ ร.อ.ธรรมนัส จะให้หักหลังท่านได้ยังไง” นายสิรภพกล่าวอย่างหนักแน่น ที่ผ่านมาไม่มีใครติดต่อมาเลย และถ้ามีก็ไม่ไปไหน เพราะได้รับการช่วยเหลือมาตลอด จึงขอ ร่วมหัวจมท้าย กับท่านไปจนสุดทาง ข่าวนี้น่าจะเป็นการหยั่งกระแสหรือเต้าข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

สิรภพ โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมไปภูมิใจไทย

กระแสข่าวระบุว่า 9 ส.ส.งูเห่าจากพรรคกล้าธรรม เตรียมแยกตัวไปสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้เป็นนายกฯ ซึ่งข่าวนี้ทำให้พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมต้องออกมาชี้แจงทันที พรรคกล้าธรรมที่นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นกลุ่มที่แยกตัวมาจากพรรคพลังประชารัฐเดิม มี ส.ส.หลายคนที่ภักดีต่อผู้นำคนนี้

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งปี 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) ยังคงเป็นปริศนาใหญ่ ต้องรอการรับรองผล ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก กกต. และเปิดสภาครั้งแรกเมื่อได้ 475 คน ทุกพรรคกำลังเจรจาเพื่ออำนาจ

น็จมุดดิน ยัน เฉลิมชัย ยังยืนหยัดไปไหนไปกัน

ด้าน นายน็จมุดดีน อูมา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะคณะทำงานยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนใต้ พรรคกล้าธรรม ก็ออกมายืนยันเช่นกัน ข่าวดีล 9 ส.ส.กลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง ไปภูมิใจไทย ไม่เป็นจริง

เขาเล่าว่าพูดคุยกับ นายนัยดี วาบา ส.ส.ปัตตานี เขต 4 แล้ว นายนัยดีติดต่อนายเฉลิมชัยโดยตรง ได้ยืนยันว่ายังอยู่กับพรรคและ ร.อ.ธรรมนัส ตลอดไป ไม่ว่าจะฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ไปด้วยกัน

เมื่อถามมุมมองต่อข่าว นายน็จมุดดีนมองว่าเป็นเกมการเมืองจากฝ่ายไม่รู้ เมื่อคืนยังอยู่กับ ส.ส.กลุ่มนี้ ไม่มีปัญหา ทุกคนยืนยันไปไหนไปด้วยกัน พรรคเคยเป็นทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมาแล้ว พร้อมทำหน้าที่ทุกบทบาท

  • ยืนยืนอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส: ไม่แยกตัว ไม่หักหลัง
  • ไม่มีติดต่อจากพรรคอื่น: ข่าวลือล้วนๆ
  • พร้อมทุกสถานการณ์: ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ไม่มีปัญหา
  • รอความชัดเจน: จากนายอนุทินและ กกต.

ณ เวลานี้ การจัดตั้งรัฐบาลยังอึมครึม รอสัปดาห์หน้าที่ กกต.รับรอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แล้วถึงชัดเจน 475 คน เปิดสภาได้ พรรคกล้าธรรมยืนยันพร้อมทำงาน ไม่ว่าจะบทบาทไหน

ประเด็นนี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคเล็กที่มักถูกมองว่าเปราะบาง แต่ ส.ส.หลายคนอย่างสิรภพและน็จมุดดีน แสดงจุดยืนชัดเจน สะท้อนวัฒนธรรมการเมืองไทยที่ความภักดีต่อผู้นำยังสำคัญ แม้จะมีข่าวลืองูเห่าออกมาเสมอ

ติดตามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด และข่าวการเมืองอื่นๆ ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดอัพเดทสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้ คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – “สิรภพ” ลั่นขอร่วมหัวจมท้ายกับ “ธรรมนัส” โต้ข่าว 9 งูเห่ากล้าธรรมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย