วัน: 27 กุมภาพันธ์ 2026

ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาด “ช่องระยี”

เกิดเหตุเศร้าอีกครั้งในพื้นที่ชายแดนใต้ เมื่อมีรายงาน ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” จังหวัดสุรินทร์ ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการว่า ไม่ใช่การวางระเบิดใหม่ แต่เป็นระเบิดเก่าที่ฝังตัวอยู่ในดินมานาน พร้อมใบไม้ทับถม ทำให้ตรวจจับได้ยาก สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย

ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ตรวจพบไม่ใช่การวางใหม่

จากโพสต์บนเพจเฟซบุ๊กของ กองทัพภาคที่ 2 เมื่อเวลา 08.52 น. วันที่ระบุเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.44 น. ณ พื้นที่ช่องระยี อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ กำลังพลของฝ่ายไทยที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา ได้ประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยสูญเสียขาขวาไป 1 นาย

รายละเอียดการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

ทีมตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ระเบิดดังกล่าวเป็นทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ในดินลึก และถูกปกคลุมด้วยใบไม้ที่ทับถมมานาน ทำให้ยากต่อการตรวจพบในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ใช่การวางใหม่ อย่างแน่นอน ซึ่งอาจเป็นของตกค้างจากเหตุการณ์ในอดีตในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ช่องระยีถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ มีประวัติความขัดแย้งและการก่อเหตุในอดีต ส่งผลให้ยังมีวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก แม้หน่วยทหารจะมีการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง

  • เวลาเกิดเหตุ: 06.44 น. วันที่ 27 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ช่องระยี อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
  • อาการบาดเจ็บ: สูญเสียขาขวา บาดเจ็บสาหัส
  • ผลตรวจสอบ: ระเบิดเก่า ฝังลึก มีใบไม้ทับถม
  • การช่วยเหลือ: นำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

หลังเกิดเหตุ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุดอย่างเร่งด่วน และกำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มมาตรการเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงสูงอย่างช่องระยี ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนธรรมชาติระหว่างไทยกับกัมพูชา

บริบทพื้นที่ “ช่องระยี” และความเสี่ยงจากระเบิดตกค้าง

พื้นที่ช่องระยีในอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นหนึ่งในจุดชายแดนที่สำคัญ มีลักษณะเป็นช่องเขาและป่าทึบ ทำให้การลาดตระเวนและตรวจค้นวัตถุระเบิดทำได้ยาก ในอดีตเคยมีเหตุการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงปัญหาชายแดนใต้ที่อาจมีการลักลอบก่อเหตุ ส่งผลให้มีระเบิดและทุ่นต่อต้านบุคคลเก่าตกค้างจำนวนมาก แม้กองทัพจะมีการกำจัดอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน ยังคงมีความเสี่ยงอยู่

เหตุการณ์ ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความทุลักทุเลของเหล่าทหารไทยที่เสียสละเพื่อปกป้องชายแดน แม้จะต้องเผชิญความเสี่ยงสูง แต่พวกเขาก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ การชี้แจงจากกองทัพภาคที่ 2 ยังช่วยลดกระแสข่าวลือที่อาจเกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่การก่อเหตุใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาความสงบสุขในพื้นที่

เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย หน่วยทหารควรเพิ่มการใช้เทคโนโลยีตรวจจับระเบิด เช่น เครื่องตรวจจับโลหะขั้นสูง หุ่นยนต์สำรวจ หรือโดรนตรวจการณ์ รวมถึงการฝึกอบรมกำลังพลให้ตระหนักถึงอันตรายจากวัตถุระเบิดเก่า นอกจากนี้ การประสานงานกับหน่วยงานกัมพูชาเพื่อกำจัดทุ่นระเบิดร่วมกันก็น่าจะเป็นทางออกระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ห่างไกล พวกเขาคือด่านหน้าในการปกป้องชาติ หวังว่าผู้บาดเจ็บจะหายดีเร็ววัน และขอให้มีมาตรการที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงชายแดน ติดตามบล็อกนี้เพื่ออัปเดตล่าสุด และอย่าลืมแชร์เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคม

ที่มา – ทหารเจ็บเพิ่ม เหยียบกับระเบิดขาขาดในพื้นที่ “ช่องระยี” ตรวจพบไม่ใช่การวางใหม่

รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย

รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 แม้ความพยายามเจรจาสันติภาพจะยังไม่บรรลุผล แต่การแลกเปลี่ยนร่างไร้วิญญาณครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณมนุษยธรรมที่น่าจับตา

รายละเอียดการรัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย

ทางการรัสเซียประกาศส่งมอบศพทหารยูเครนจำนวน 1,000 นายคืนให้กับกรุงเคียฟ โดยแลกกับร่างทหารรัสเซีย 35 นาย วลาดิเมียร์ เมดินสกี ผู้ช่วยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้แจ้งข่าวผ่านช่องทางเทเลแกรม พร้อมเผยภาพการขนย้ายศพจากรถบรรทุกไปยังจุดแลกเปลี่ยน ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทางการยูเครนก็ยืนยันการรับมอบศพ 1,000 รายแล้ว ซึ่งเชื่อว่าเป็นทหารที่เสียชีวิตในสนามรบ

การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันในการเจรจาที่นครอิสตันบูล เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยกำหนดให้สามารถแลกเปลี่ยนศพได้สูงสุด 6,000 รายต่อฝ่าย รวมถึงการปล่อยเชลยศึกที่ป่วยหนัก บาดเจ็บสาหัส หรืออายุต่ำกว่า 25 ปี นับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2022 ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนศพทหารกันหลายพันราย แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวและโต้แย้งกัน

ข้อตกลงอิสตันบูลและความคืบหน้า

ข้อตกลงอิสตันบูลไม่เพียงช่วยให้ครอบครัวทหารได้รับร่างกลับบ้าน แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ ทว่า ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหากันว่าระบุไม่ปฏิบัติตาม เช่น รัสเซียอ้างว่ายูเครนไม่ส่งคืนครบ ขณะที่ยูเครนบอกว่าบางครั้งศพบางส่วนปะปนไม่ถูกต้อง

ตัวเลขผู้เสียชีวิตในสงครามรัสเซีย-ยูเครน

โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ยอมรับว่าทหารยูเครนเสียชีวิตราว 55,000 นาย แต่ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกเชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกำลังเพราะไม่รวมผู้สูญหาย ฝั่งรัสเซีย จากข้อมูลสื่อ BBC พบชื่อผู้เสียชีวิตเกือบ 186,000 ราย แต่คาดว่าจริงๆ สูงกว่านั้นมาก โดยเฉพาะทหารในแนวหน้าที่ไม่ถูกบันทึก

  • ทหารยูเครนเสียชีวิต: อย่างน้อย 55,000 นาย (ข้อมูลเซเลนสกี)
  • ทหารรัสเซียเสียชีวิต: เกือบ 186,000 ราย (BBC)
  • การแลกเปลี่ยนศพสะสม: หลายพันรายตั้งแต่เริ่มสงคราม
  • เหตุผลรัสเซียส่งคืนมากกว่า: ควบคุมสนามรบได้เหนือกว่าในฐานะฝ่ายรุก

ทำไมรัสเซียถึงส่งศพยูเครนคืนมากกว่า

นักวิเคราะห์ชี้ว่า กองทัพรัสเซียอยู่ในตำแหน่งรุก จึงเก็บกู้ศพฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่า ขณะที่ยูเครนมักเสียพื้นที่ ทำให้ยากต่อการกู้ศพ นอกจากนี้ สถานการณ์มนุษยธรรมนี้เกิดขึ้นพร้อมความตึงเครียดทางทหาร โดยก่อนการเจรจาที่เจนีวา รัสเซียโจมตียูเครนด้วยโดรน 420 ลำและขีปนาวุธ 39 ลูก ส่งผลบาดเจ็บหลายสิบราย

ความหวังจากเจรจาสันติภาพกับสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง

การหารือที่เจนีวาเป็นการพบปะระหว่างคณะเจรจายูเครนกับตัวแทนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อวางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงคราม และเตรียมเจรจาไตรภาคีที่มีรัสเซียร่วมด้วย เซเลนสกีสนทนาทางโทรศัพท์กับทรัมป์ โดยคาดว่าจะยกระดับสู่การพูดคุยต้นเดือนมีนาคม และอาจถึงระดับผู้นำ

เซเลนสกีมองว่านี่คือทางออกเดียวในการยุติสงคราม ทรัมป์สนับสนุนแนวทางนี้ แต่ปูตินปฏิเสธพบเซเลนสกี โดยอ้างว่าขาดความชอบธรรมเนื่องจากวาระสิ้นสุดปี 2024 โดยไม่เลือกตั้ง

แม้รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย จะเป็นก้าวดี แต่สงครามยังห่างไกลจากจุดจบ สิ่งนี้เตือนใจว่ามนุษยธรรมต้องมาก่อนการเมือง ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการเจรจา เพราะอาจเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามได้ คลิกอ่านข่าวอัปเดตสงครามรัสเซีย-ยูเครนเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – รัสเซีย–ยูเครน แลกศพทหารกว่า 1,000 นาย แม้ความพยายามเจรจาสันติภาพจะยังไม่บรรลุผล

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน คิม จู แอ ยืนเด่น

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน อย่างยิ่งใหญ่สุดอลังการ เพื่อปิดท้ายการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีเหนือที่ยาวนาน 7 วันเต็ม กรุงเปียงยางสว่างไสวด้วยแสงไฟและเสียงดนตรีกระหึ่ม สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะภาพคิม จู แอ ลูกสาววัย 13 ปี ที่ยืนเด่นเคียงข้างพ่ออย่างสง่างาม

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน

คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน โชว์ศักยภาพทหารเกาหลีเหนือ

คืนนั้นที่จัตุรัสคิม อิล ซุง ซึ่งตั้งชื่อตามท่านประธานาธิบดีคนแรกและปู่ของคิม จอง อึน กองทหารนับหมื่นเดินสวนสนามอย่างพร้อมเพรียง แสดงแสนยานุภาพอาวุธหนักและระบบป้องกันภัยทางทหาร คิม จอง อึน ในชุดโค้ทหนังสีเข้ม เดินเคียงบ่า คิม จู แอ ลูกสาวสุดที่รัก ทั้งคู่โบกมือทักทายทหารและผู้แทนพรรคที่มาร่วมงานนับพัน สร้างภาพลักษณ์ผู้นำที่แข็งแกร่งและสืบทอดวุฒิกำไร

การประชุมพรรคแรงงานครั้งนี้ไม่ใช่ธรรมดา แต่เป็นเวทีสำคัญที่ตอกย้ำอำนาจเบ็ดเสร็จของคิม จอง อึน ต่อหน้าชนชั้นนำทั้งกองทัพและพรรค ทุกอย่างถูกควบคุมอย่างละเอียด เพื่อแสดงความสามัคคีและความพร้อมรบของชาติ

คิม จู แอ ยืนเคียงคิม จอง อึน ในสวนสนาม

สุนทรพจน์เด็ดจากคิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน

ในสุนทรพจน์ปิดงาน คิม จอง อึน ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าเกาหลีเหนือพร้อมทำลายเกาหลีใต้ให้สิ้นซาก หากถูกรุกราน พร้อมปฏิเสธการทูตเกาหลีสองฝั่งแบบเก่า แต่ยังเปิดช่องให้สหรัฐ ถ้าวอชิงตันเลิกมองเกาหลีเหนือเป็นศัตรู ก็อาจเจรจาได้

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่าคิมสั่งเร่งพัฒนาอาวุธใหม่ๆ เพื่อเสริมกองทัพนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ:

  • ขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ยิงจากใต้น้ำ
  • ขยายคลังนิวเคลียร์ยุทธวิธี
  • ระบบปืนใหญ่และขีปนาวุธพิสัยใกล้ 瞄准เกาหลีใต้

คิม ย้ำว่าการพัฒนานิวเคลียร์ในปีหลังๆ ทำให้เกาหลีเหนือเป็นมหาอำนาจนิวเคลียร์ถาวรแล้ว

กองทหารสวนสนามในกรุงเปียงยาง

แม้สวนสนามจะอลังการ แต่ไม่มี ICBM ใหญ่สุดที่ยิงถึงอเมริกา นักวิเคราะห์มองว่านี่คือสัญญาณยุทธศาสตร์ ไม่ยั่วยุสหรัฐมากเกินไป ยังหวังเจรจาในอนาคต

ที่โดดเด่นคือ คิม จู แอ ปรากฏตัวในงานใหญ่ครั้งนี้ซ้ำๆ ทำให้หลายคนสงสัยว่าเธอถูกปูทางเป็นผู้นำรุ่นต่อไป แม้ทางการยังไม่ยืนยัน แต่ภาพลักษณ์ที่ดูมั่นใจและสง่างาม ยิ่งตอกย้ำกระแสข่าวลือ

เหตุการณ์ คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน นี้ ไม่เพียงแสดงพลังทหาร แต่ยังสะท้อนยุทธศาสตร์การเมืองภายในที่แน่นหนา ในวันที่โลกจับตาความตึงเครียดชายแดนสองเกาหลี การเคลื่อนไหวของเปียงยางยังคงเป็นปริศนาที่น่าติดตาม

คุณคิดเห็นอย่างไรกับการปรากฏตัวของคิม จู แอ และพลังทหารเกาหลีเหนือ? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศอัปเดตทุกวันเพื่อไม่พลาดเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – คิม จอง อึน จัดสวนสนามกลางคืน ปิดฉากประชุมพรรคแรงงาน คิม จู แอ ยืนเด่นกลางเวที

ด่วน ทหารไทยเหยียบกับระเบิด ชายแดนสุรินทร์ ขาขาดสาหัส

ด่วน “ทหารไทย” เหยียบกับระเบิดอีก ชายแดน จ.สุรินทร์ ขาขวาขาด อาการสาหัส เมื่อเช้าวันที่ 27 ก.พ. 2569 เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจในพื้นที่ชายแดน จ.สุรินทร์ ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดสังหารบุคคล ข่าวนี้สร้างความฮือฮาและความกังวลให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ด้านความมั่นคง

ด่วน “ทหารไทย” เหยียบกับระเบิดอีก ชายแดน จ.สุรินทร์ ขาขวาขาด อาการสาหัส

รายงานจากผู้สื่อข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลา 06.44 น. ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญชายแดนไทย-กัมพูชา ทหารสังกัดร้อยร้อย 233 กรมทหารราบที่ 23 พัน 3 ได้ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ แรงระเบิดรุนแรงจนทำให้ขาขวาขาดกระเด็น แขนซ้ายและขาซ้ายบาดเจ็บจากสะเก็ด นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำรอยในพื้นที่เสี่ยงภัยเช่นนี้

ผู้บาดเจ็บคือใคร อาการเป็นอย่างไร

ผู้โชคร้ายคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ ทหารหนุ่มที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องชายแดน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในหน่วยรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันที ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบเชิง จ.สุรินทร์ แพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด อาการยังสาหัสแต่มีโอกาสรอดชีวิตหากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ขณะนี้หน่วยกำลังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกในพื้นที่ชายแดนสุรินทร์ ฐานเอราวัณเป็นจุดที่ทหารไทยต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา เพราะมีความขัดแย้งและปัญหาชายแดนที่ค้างคา กับระเบิดสังหารบุคคลเหล่านี้มักถูกฝังไว้โดยกลุ่มที่ไม่หวังดี เพื่อก่อวินาศกรรมหรือตอบโต้การปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย

บริบทชายแดนสุรินทร์และภัยจากกับระเบิด

จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดชายแดนที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ติดกับกัมพูชา พื้นที่ฐานเอราวัณตั้งอยู่ในเขตที่อ่อนไหวต่อเหตุรุนแรง ผ่านมาแล้วหลายครั้งที่ทหารไทยต้องเผชิญกับกับระเบิดแบบนี้ ทำให้มีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัย เช่น การตรวจจับโลหะ การลาดตระเวนด้วยหุ่นยนต์ และการฝึกอบรมพิเศษ แต่ภัยคุกคามยังคงมีอยู่

  • เวลาเกิดเหตุ: 06.44 น. 27 ก.พ. 2569
  • สถานที่: ฐานปฏิบัติการเอราวัณ จ.สุรินทร์
  • ผู้บาดเจ็บ: พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ
  • อาการ: ขาขวาขาด แขนซ้ายและขาซ้ายบาดเจ็บจากสะเก็ด สาหัส
  • การช่วยเหลือ: ส่ง รพ.กาบเชิงทันที

จากสถิติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนไทยมีเหตุเหยียบกับระเบิดหลายราย สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและร่างกายให้ทหารกล้าเหล่านี้ พวกเขาคือด่านหน้าในการรักษาความสงบสุขให้ประชาชน ท่ามกลางความเสี่ยงสูงสุด

นอกจากนี้ เหตุการณ์ “ทหารไทย” เหยียบกับระเบิดอีก ชายแดน จ.สุรินทร์ ขาขวาขาด อาการสาหัส ยังจุดประกายให้มีการพูดถึงเรื่องงบประมาณด้านความมั่นคง การพัฒนาอุปกรณ์ป้องกัน และการเจรจาทวิภาคีกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดความตึงเครียดและกำจัดกับระเบิดที่ฝังไว้

ในมุมมองส่วนตัว เหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่า ทหารไทยคือวีรบุรุษที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อชาติ ควรได้รับการสนับสนุนทั้งอุปกรณ์และสวัสดิการที่ดีขึ้น ขอให้พลทหารเดชศักดิ์หายจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปลอดภัย ชาวสุรินทร์และคนไทยทั้งประเทศขอเป็นกำลังใจให้

ติดตามข่าวสารด้านความมั่นคงชายแดนและเหตุการณ์สำคัญได้ที่บล็อกนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – ด่วน “ทหารไทย” เหยียบกับระเบิดอีก ชายแดน จ.สุรินทร์ ขาขวาขาด อาการสาหัส

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ผ่าน 8,545 ราย เช็ครายชื่อ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้สนใจสอบท้องถิ่นทุกท่าน! วันนี้มีข่าวใหญ่มาบอกกันเลยนะครับ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ประกาศออกมาแล้ว สำหรับการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 (สอบท้องถิ่น 68) ศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น กสถ. ได้เผยแพร่รายชื่อผู้สอบผ่านภาค ก (ความรู้ความสามารถทั่วไป) และภาค ข (ความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง) รวมทั้งสิ้น 8,545 ราย เลยทีเดียว! ถ้าคุณสอบในภาคใต้ รีบมาดูกันเลยครับว่าชื่อติดหรือยัง

การสอบครั้งนี้มีผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 103,894 ราย แต่มาสอบจริง 66,740 รายเท่านั้น และผ่านภาค ก 10,509 ราย ก่อนกรองผ่านภาค ข เหลือ 8,545 รายที่มีสิทธิ์ลุ้นต่อในภาค ค (ความรู้ความเหมาะสมกับตำแหน่ง) ซึ่งเป็นด่านสำคัญก่อนบรรจุจริงครับ อัตราผ่านรวมๆ แล้วถือว่าดุเดือดเลย เพราะแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะประเภทวิชาการที่สิทธิ์เพียบแต่ผ่านไม่หมด

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ สรุปตามประเภทตำแหน่ง

มาดูสถิติแบบละเอียดกันครับ ผมสรุปเป็นตารางให้ดูง่ายๆ

ประเภทผู้มีสิทธิ์มาสอบผ่านภาค กผ่านภาค ก และ ข
ประเภททั่วไป23,321 ราย15,426 ราย1,833 ราย1,578 ราย
ประเภทวิชาการ71,784 ราย46,025 ราย8,137 ราย6,450 ราย
ครูผู้ช่วย8,789 ราย5,289 ราย539 ราย517 ราย
รวมทั้งหมด103,894 ราย66,740 ราย10,509 ราย8,545 ราย

เห็นมั้ยครับ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ครั้งนี้ ประเภทวิชาการผ่านมากสุด 6,450 ราย เพราะสิทธิ์เยอะสุดนั่นเอง อัตราการผ่านภาค ก ข อยู่ที่ประมาณ 10-14% ต่อกลุ่ม ถ้าคุณผ่านแล้วต้องยินดีด้วยนะครับ แต่ถ้ายังไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร สอบรอบหน้ามาใหม่ได้!

ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้: ตรวจสอบรายชื่อผู้ผ่านได้เลย

อย่ารอช้า! เข้าไปเช็ครายชื่อผู้ผ่านได้ที่ https://dla-local2568.thaijobjob.com/ เลยครับ นอกจากนี้ยังมีรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบภาค ค และกำหนดวันเวลา สถานที่สอบด้วย

รายละเอียดตามเขตสอบ

ภาคใต้ เขต 1

ภาคใต้ เขต 2

สำหรับใครที่ผ่าน ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ แล้ว อย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับภาค ค นะครับ ศึกษาระเบียบการสอบ เอกสารที่ต้องใช้ และเช็คสถานที่ให้ชัวร์ ภาค ค มักเป็นการสัมภาษณ์หรือทดสอบปฏิบัติที่วัดความเหมาะสมจริงๆ แนะนำให้ฝึกตอบคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งและท้องถิ่นนั้นๆ ด้วยครับ การทำงานส่วนท้องถิ่นดีตรงที่ใกล้บ้าน 福利ดี และมีโอกาสเติบโตในชุมชนตัวเอง

ส่วนใครพลาดรอบนี้ ไม่ต้องท้อ สอบท้องถิ่นมีหลายรอบต่อปี และบางครั้งมีรับเพิ่มด้วย ลองศึกษาข้อมูลการสอบรอบใหม่ไว้เลยครับ สู้ๆ นะ!

รีบคลิกลิ้งค์เช็ครายชื่อ ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ของคุณวันนี้ อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ!

ที่มา – ผลสอบท้องถิ่นภาคใต้ ผ่านภาค ก และ ภาค ข รวมจำนวน 8,545 ราย ตรวจสอบรายชื่อที่นี่

หวย AI งวดนี้ พาส่องเลขเด็ด 1/3/69 สายมู

สวัสดีครับคอหวยตัวยงทุกท่าน! วันนี้เรามาพูดถึง หวย AI งวดนี้ กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ สำหรับงวด 1/3/69 นี้ สายมูยุคใหม่คงยิ้มแก้มปริ เพราะมีเลขเด็ดจาก AI มาช่วยคำนวณให้แบบเนียนๆ จากสถิติหวยย้อนหลัง ไม่ต้องรอธูปมงคลหรือหางประทัดให้เหนื่อย แค่เปิดคอมหรือมือถือก็ได้เลขสวยไปเสี่ยงโชคได้เลย

บรรยากาศก่อนหวยออกงวด 1 มีนาคม 2569 คึกคักมากครับ นักเสี่ยงโชคทั้งหลายต่างแสวงหา เลขเด็ด ตามวัดดัง ต้นไม้ใหญ่ หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยุคดิจิทัลนี้ หวย AI งวดนี้ กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ฮอตฮิตสุดๆ AI อย่าง ChatGPT นำสถิติการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลย้อนหลังมาคำนวณความน่าจะเป็นของแต่ละเลข ทำให้ได้เลขที่มีโอกาสออกสูงสุดแบบข้อมูลจริง ไม่ใช่เดาเอา

หวย AI งวดนี้

หวย AI งวดนี้ ทำงานยังไง? ง่ายๆ เลยครับ มันรวบรวมข้อมูลผลหวยไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิเคราะห์แพทเทิร์นที่ซ้ำๆ เช่น เลขที่ออกบ่อย เลขคู่-คี่ หรือแม้แต่เลขที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญ จากนั้นคำนวณเปอร์เซ็นต์โอกาสออกในงวดถัดไป ดีกว่าวิธีกาลกดิ์เพราะใช้ข้อมูลมหาศาล ไม่มีอคติ แถมอัพเดทไวอีกต่างหาก คอหวยสายเทคโนโลยีอย่างเราจึงพลาดไม่ได้

นอกจากนี้ หวย AI งวดนี้ ยังช่วยให้เราได้เลขหลากหลาย ไม่ว่าจะรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว หรือเลขท้าย 3 ตัว เหมาะสำหรับคนชอบซื้อหลายชุด อยากลุ้นรวยหลายทาง มาดูกันเลยครับว่า AI ให้เลขเด็ดอะไรบ้างสำหรับงวดนี้

เลขเด็ดจากหวย AI งวดนี้: รางวัลเลขท้าย 2 ตัว

  • 29
  • 25
  • 59
  • 92
  • 20
  • 96
  • 75
  • 50
  • 19
  • 62

เลขเด็ดรางวัลเลขหน้า 3 ตัว จากหวย AI งวดนี้

  • 219
  • 296
  • 561
  • 917
  • 129
  • 692
  • 251
  • 916
  • 295
  • 621

เลขเด็ดรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จากหวย AI งวดนี้

  • 295
  • 927
  • 519
  • 762
  • 905
  • 291
  • 659
  • 572
  • 719
  • 250

เลขเหล่านี้มาจากการคำนวณจริงจังของ AI นะครับ โดยดูจากความถี่ที่เลขออกในอดีต เช่น เลข 29 เคยออกบ่อยในงวดใกล้เคียง หรือ 295 ที่มีแพทเทิร์นคล้ายงวดก่อนๆ แต่จำไว้นะว่าเป็นแค่ความน่าจะเป็น ไม่ใช่การันตี 100% เพราะหวยมันลุ้นโชคสุดๆ

เปรียบเทียบกับเลขมูแบบดั้งเดิม เช่น เลขจากอ่างน้ำมนต์หรือฝันเห็นงู ซึ่งเดาแบบความเชื่อ แต่ หวย AI งวดนี้ ผสมผสานวิทยาศาสตร์เข้ามา ทำให้สายมูสมัยใหม่อย่างเราได้ทั้งความสนุกและเหตุผล ลองนึกภาพสิครับ ถ้าถูก 2 ตัวตรงๆ จาก AI ก็คงอวดเพื่อนได้เต็มๆ

นอกจากเลขเด็ดแล้ว สถิติหวยย้อนหลังยังบอกว่าช่วงต้นเดือนมีเลข 2-5-9 ออกบ่อย เลขคู่อย่าง 20 96 ก็มาแรง ใครจะซื้อลอตเตอรี่หรือหวยออนไลน์ ลองจับคู่เลขเหล่านี้ดู เช่น 025, 295, 629 เป็นต้น รับรองลุ้นสนุก!

อย่างไรก็ตาม การเล่นหวยต้องมีสติครับ อย่าลงทุนเกินตัว แม้ หวย AI งวดนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาส แต่โชคชะตายังอยู่ที่ฟ้า สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดี ถูกรางวัลใหญ่ ลองเอาเลขเด็ดเหล่านี้ไปเสี่ยงโชคดูนะครับ ใครถูกหวยเมกเมกมาแชร์ประสบการณ์กันในคอมเมนต์เลย!

ที่มา – หวย AI งวดนี้ พาส่อง “เลขเด็ด” 1/3/69 สายมูยุคใหม่ยิ้มถูกใจ ได้เลขสวยไปเสี่ยงโชค

ฤดูกาลวุ่นวายของคริสตัล พาเลซอาจจบสวย

‘ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร’ – ฤดูกาลวุ่นวายของคริสตัล พาเลซอาจจบลงด้วยความรุ่งโรจน์

ผู้เล่นหลักย้ายทีม กุนซือลาออกและวิจารณ์สโมสร แต่ คริสตัล พาเลซ ยังมีลุ้นความยิ่งใหญ่ในยุโรป

เป็นปีที่วุ่นวายสำหรับ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ ที่ตกเป็นข่าวแทบทุกวัน ล่าสุดกัปตันทีม ดีน เฮนเดอร์สัน แซวติดตลกว่า “ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรใหญ่โต” หลังจากทีมบุกชนะ ซรินยสกี ของบอสเนีย 2-0 รวมสองนัด 3-1 เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก

แฟนบอลพาเลซผ่านช่วงเวลาอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ มาแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยแรกด้วยชัยชนะเหนือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากนั้นสามเดือนต่อมา เอาชนะ ลิเวอร์พูล จุดโทษชิงชิลด์ คอมมิวนิตี้

แต่แล้วปีกตัวเก่ง เอเบรชี เอเซ ก็ย้ายไปอาร์เซนอล กัปตัน มาร์ก กูเอฮี เกือบไปลิเวอร์พูล ก่อนย้ายตามไปแมนฯ ซิตี้ ห้าพันวันหลัง ดาวยิง ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา เกือบเซ็นเอซี มิลานแต่ไม่ผ่านตรวจร่างกาย

โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กุนซือที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ประกาศลาในเดือนมกราคม พร้อมบอกบอร์ดว่าทิ้งทีมไว้ข้างหลัง สุดท้ายยังอยู่ต่อ แต่แฟนๆ ถือป้าย “เสร็จแล้ว” ก่อนชนะวูล์ฟส์ 1-0

ฤดูกาลวุ่นวายของคริสตัล พาเลซ

กลาสเนอร์ยืนยัน “100%” ว่าตำแหน่งมั่นคง “มีเสียงดังมาก บางครั้งไม่เข้าใจ ผมอาจให้สัมภาษณ์ไม่ดี แต่ผมพูดตามความรู้สึก” เขากล่าว “เราอยู่อันดับดีในลีกและคอนเฟอเรนซ์ ลีก ลุ้นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่”

พาเลซอยู่อันดับ 13 พรีเมียร์ลีก ห่างโซนตกชั้น 10 แต้ม ห่างอันดับ 8 เพียง 3 แต้ม ซึ่งอาจพอไปยูโรปฤดูกาลหน้า กลาสเนอร์ชี้ผู้เล่นยังเชื่อใจ แสดงว่าตำแหน่งปลอดภัย “เรามีความสามัคคี ผู้เล่น สต๊าฟ ผู้อำนวยการกีฬาและประธาน ลุ้นสองฤดูกาลดีที่สุดในประวัติศาสตร์ พาเลซครั้งแรกในยูโรป”

ตัวเต็งคว้าแชมป์คอนเฟอเรนซ์ ลีก

ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก รุ่นที่ 5 ทีมอังกฤษวेस्टแฮม(2023) เชลซี(2025) เคยชนะ พาเลซเป็นตัวเต็งตั้งแต่เริ่ม แม้จบเลกแรกอันดับ 10 ต้องเล่นเพลย์ออฟสองนัดกับซรินยสกี

วันศุกร์รูดโป่งคู่ เมนซ์(อันดับ13 บุนเดสลีกา) หรือลาร์นากา(ไซปรัส ยิงได้7ลูก6นัด แต่เคยชนะพาเลซ1-0) เฮนเดอร์สันกัปตันใหม่บอก “หิวเหรียญ แต่ไม่พูดไกล Knockout ต้องมั่นใจ เซลเฮิร์สต์เป็นป้อมปราการ”

อดีตกองหลังเจมส์ ทอมกินส์ บน TNT Sports กล่าว “ตัวเต็งคว้าแชมป์จากนี้ ลุ้นถ้วยที่สามในสองฤดูกาล น่าทึ่งเกินฝัน”

แฟนๆ ฝันจบสวยยุคกลาสเนอร์

กลาสเนอร์ชนะสองนัดติดหลังวืด12นัดตั้งธันวาคม “ชนะที่เซลเฮิร์สต์สองนัดติด ยากที่สุดเพราะทุกคนคาดหวัง” เขาบอก “แฟนวิจารณ์ได้เมื่อผลไม่ดี แต่เรามีความสัมพันธ์ดี อันดับ8ห่าง3แต้ม รอบ16ทีมคอนเฟอเรนซ์ ต่างจากใบ้ใบ้ที่เล่น3รายการ”

ปัญหาเจ็บลดลง มาเตตาและเจฟเฟอร์สัน เลอร์มา กลับในสองสัปดาห์ ลุ้นท้าทายประวัติศาสตร์ ถ้วยยุโรปใบแรก

  • พาเลซเข้ารอบ16ทีม คอนเฟอเรนซ์ ลีก
  • อันดับ13 พรีเมียร์ลีก ลุ้นท็อป8
  • สองถ้วยใหญ่ในปีที่แล้ว

ฤดูกาลวุ่นวายของคริสตัล พาเลซ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของทีม แม้ดราม่าเต็มไปหมด แต่ศักยภาพยังล้นเหลือ ลุ้นปิดฉากด้วยถ้วยใบใหม่ได้จริงๆ คุณคิดว่าพวกเขาจะทำได้ไหม? คอมเมนต์บอกเราด้วยนะ และอย่าลืมติดตามข่าวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและยูโรปเพิ่มเติมบนบล็อกนี้!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

การไล่ออก Amorim อาจทำให้แมนยูเสียเกือบ 16 ล้านปอนด์

การไล่ออก Amorim อาจทำให้แมนยูเสียเกือบ 16 ล้านปอนด์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันแล้วว่า การไล่ออก Amorim อาจทำให้แมนยูเสียเกือบ 16 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลที่สโมสรต้องแบกรับหลังจากตัดสินใจปลดผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสคนนี้

รูเบน อโมริม ถูกไล่ออกเมื่อวันที่ 5 มกราคม หลังจากที่เขาออกมาโจมตีผู้บริหารสโมสรอย่างเปิดเผย หลังเกมเสมอ ลีดส์ 1-1 ในวันก่อนหน้า ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยในเอกสารยื่นต่อตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันถัดจากที่สโมสรรายงานกำไร 32.6 ล้านปอนด์ในไตรมาสที่สองสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025

การไล่ออก Amorim อาจทำให้แมนยูเสียเกือบ 16 ล้านปอนด์: รายละเอียดค่าใช้จ่าย

ในเอกสารระบุว่า มีค่าใช้จ่าย amortised จำนวน 6.3 ล้านปอนด์ ที่เกี่ยวข้องกับค่าตัวที่แมนยูจ่ายให้สปอร์ติ้ง ลิสบอน เพื่อดึงตัวอโมริมมารับงานในเดือนพฤศจิกายน 2024 ถูกตัดออกทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการตั้งสำรองเงิน 15.9 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นยอดสูงสุดที่สโมสรอาจต้องจ่ายให้อโมริมและทีมงานโค้ชของเขา

แม้จะไม่ได้ระบุชัดว่าอะไรจะกระตุ้นให้ต้องจ่ายยอดเต็มจำนวน แต่แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเรื่องนี้บอกว่าเกี่ยวข้องกับการหางานใหม่ของเขาในอนาคต

ผลกระทบทางการเงินจากการไล่ออก Amorim

นี่คือจุดจบของการทดลองผู้จัดการทีมที่แพงหูฉี่ อโมริมยังไม่เคยพูดถึงช่วงเวลาของเขาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแบบสาธารณะ และแหล่งข่าวใกล้ตัวบอกว่าไม่มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนใจในเร็วๆ นี้

  • ก่อนหน้านี้ แมนยูเคยยื่นเอกสารเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2024 ว่าจ่ายสปอร์ติ้ง 11 ล้านปอนด์เพื่อดึงอโมริมมาแทนเอริค เทน ฮาก ซึ่งการไล่เทน ฮากยังค้างอีก 10.4 ล้านปอนด์
  • รวมแล้ว การเปลี่ยนแปลงรอบอโมริมอาจเสียหายถึง 37.3 ล้านปอนด์

อโมริมคุมทีมแค่ 14 เดือน ถือเป็นเทนยูเร่สั้นที่สุดนับตั้งแต่เดวิด มอยส์ถูกไล่หลัง 8 เดือนในปี 2014 เขาชนะ 25 จาก 63 นัด จบอันดับ 15 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งแย่ที่สุดนับตั้งแต่ตกชั้นปี 1973-74

ทีมของเขายังแพ้ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ ทำให้ฤดูกาลนี้ไม่มีบอลยุโรปเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 1990 ฤดูกาลนี้ ทีมอโมริมยังอายเพราะแพ้กริมสบี้ จากลีกทู ในถ้วยคาราบาว คัพ รอบสองแบบจุดโทษ

ตอนถูกไล่ ทีมอยู่อันดับ 6 ในลีก หลังทะเลาะหนักกับเจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอล ก่อนเกมลีดส์

ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ โค้ชทีมยู18 และอดีตมิดฟิลด์แมนยู ทำหน้าที่ชั่วคราว 2 นัด แต่ตอนนี้ไมเคิล คาร์ริค ได้รับมอบหมายคุมถึงสิ้นฤดูกาล และเพิ่งชนะ 5 จาก 6 นัด ล่าสุดชนะเอฟเวอร์ตัน ทำให้ทีมขึ้นมาอันดับ 4 และมีลุ้นแชมเปียนส์ลีก

นอกจากนี้ แมนยูยังเพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 350 ล้านเป็น 400 ล้านปอนด์ แต่ชำระหนี้ 75 ล้าน เหลือค้าง 215 ล้าน และให้บริการสปอนเซอร์มูลค่า 600,000 ปอนด์ แก่ Ineos Automotive Ltd ซึ่งเป็นบริษัทลูกของอีเนออส ของจิม แรตคลิฟฟ์ ผู้ถือหุ้น少数

การตัดสินใจ การไล่ออก Amorim อาจทำให้แมนยูเสียเกือบ 16 ล้านปอนด์ แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงในการลงทุนผู้จัดการทีม แต่ตอนนี้ทีมกำลังฟื้นตัวภายใต้คาร์ริค คุณคิดว่าคาร์ริคจะพาแมนยูกลับสู่ความยิ่งใหญ่ได้ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการการเมืองสหรัฐฯ ที่เต็มไปด้วยดราม่าและข้อกล่าวหาต่างๆ มากมาย ล่าสุด อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักการเงินผู้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศเด็กและค้ามนุษย์

ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ ฮิลลารี คลินตัน ได้เข้าให้การแบบลับต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร เธอยืนยันชัดเจนว่าไม่เคยพบปะหรือมีความสัมพันธ์ใดๆ กับเอปสตีนเลย แม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ เธอยังโต้กลับอย่างดุเดือด โดยเรียกร้องให้โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีความใกล้ชิดกับเอปสตีนมากกว่า เข้าคำให้การด้วย เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมด

การให้การครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและเอกสารที่รั่วไหลออกมาเกี่ยวกับเอปสตีน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงสังคมชั้นสูงของสหรัฐฯ เอปสตีนถูกจับกุมในปี 2562 ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กและค้ามนุษย์ ก่อนจะเสียชีวิตในคุกด้วยสาเหตุที่ยังเป็นปริศนา ชื่อของนักการเมืองดังๆ หลายคน รวมถึงคลินตันและทรัมป์ ปรากฏในสมุดโทรศัพท์และบันทึกการเดินทางของเขา ทำให้เกิดคำถามมากมาย

รายละเอียดที่ฮิลลารี คลินตัน ให้การต่อสภา

ตลอดการสอบสวน คลินตันย้ำว่าเธอไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมของเอปสตีน ไม่เคยไปเกาะส่วนตัวของเขา ไม่เคยขึ้นเครื่องบินส่วนตัว และจำไม่ได้เลยว่าเคยพบหน้า เธอยังกล่าวหาคณะกรรมาธิการว่าพยายามปกป้อง “เจ้าหน้าที่รัฐรายหนึ่ง” ซึ่งหมายถึงทรัมป์อย่างชัดเจน คำพูดของเธอที่ท้าทายคือ “หากจริงจังกับความจริงเรื่องค้ามนุษย์ของเอปสตีน ก็ควรถามทรัมป์โดยตรง เพราะชื่อเขาปรากฏในแฟ้มนับหมื่นครั้ง”

  • คลินตันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันไม่เคยพบเอปสตีน
  • เรียกร้องทรัมป์ให้ข้อมูล ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอปสตีน
  • เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการ จะสอบบิล คลินตันต่อในวันศุกร์
  • โรเบิร์ต การ์เซีย และสุหัส สุพระมันยัม จากเดโมแครต สนับสนุนให้ทรัมป์ให้การทันที
  • อ้างแฟ้ม FBI ที่หายไป มีข้อกล่าวหาล่วงละเมิดทรัมป์

ทั้งสามีภรรยาคลินตันเคยปฏิเสธหมายเรียก แต่สุดท้ายยอมหลังถูกขู่ฟ้องหมิ่นอำนาจศาล โดยมีเดโมแครตบางส่วนช่วยเหลือ

พื้นหลังปมเอปสตีนกับนักการเมืองดัง

เจฟฟรีย์ เอปสตีน เป็นนักลงทุนที่ร่ำรวยมหาศาล มีเครือข่ายกว้างขวางกับเซเลบและนักการเมือง ทรัมป์เคยเรียกเอปสตีนว่า “เพื่อนสนิท” ในปี 2542 แต่ต่อมาเลิกคบหลังข่าวฉาว คลินตันถูกกล่าวหาว่าไปเกาะเอปสตีนหลายครั้ง แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน ปมนี้ถูกขุดคุ้ยอีกครั้งในยุคการเมือง поляризованный สหรัฐฯ โดยเฉพาะใกล้เลือกตั้ง

การไต่สวนนี้ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่สะท้อนปัญหาการใช้อำนาจและความยุติธรรมในวอชิงตัน โคเมอร์ย้ำว่าจุดประสงค์คือทำความเข้าใจทุกแง่มุมของเอปสตีน เพื่อปกป้องผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเอกสาร FBI บางส่วนถูกตัดออก โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับทรัมป์ ทำให้ฝ่ายเดโมแครตเรียกร้องความโปร่งใสมากขึ้น สถานการณ์นี้ทำให้เกิดการถกเถียงรุนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ ผู้คนตั้งคำถามว่าใครคือผู้มีส่วนจริง และรัฐบาลจะจัดการอย่างไร

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับคดีกิสเลน แม็กซ์เวลล์ คู่หูเอปสตีนที่ถูกตัดสินจำคุก ทำให้เกิดแรงกดดันให้เปิดเผยชื่อบุคคลอื่นๆ เพิ่มเติม

ในมุมมองของผู้เขียน การเมืองสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่จุดเดือด ปมเอปสตีนอาจกลายเป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรัมป์และคลินตันใช้โจมตีกัน หากทรัมป์ไม่ให้การ อาจเสียคะแนนในสายตาสาธารณะ คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ความจริง!

ที่มา – ฮิลลารี คลินตัน ให้การสภาผู้แทนฯ จี้ทรัมป์ตอบปมเอปสตีน